วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568
เรื่องสั้น: kill
ตอนที่ 1
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและเพราะถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เอาผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าข้างขวาอยู่คลายออกมาพันลูกบิดประตูไว้จนหุ้มทั้งลูกบิดไปทั้งลูกแล้วหมุนลูกบิดช้าๆเปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่แบบช้าๆไม่รีบเร่งและเปิดประตูรั้วให้เงียบที่สุด นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป
ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง
นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าขอใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคนมีวงเล็บคำว่าหัวหน้าหลังชื่อเป้าหมายคนบนสุด เป็นแก๊งๆหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้นมีคำว่าหัวหน้าอยู่ในรูปของเป้าหมายคนแรก-ที่อยู่ของเป้าหมายคนที่เป็นหัวหน้าบอกด้วยว่าเป็นที่อยู่ของแก๊งด้วย-พร้อมบอกว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยที่อยู่ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง นักฆ่านิรนามเขียนตอบตกลงรับงานส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น นักฆ่านิรนามเปิดแอปGoogle Mapsค้นหาที่อยู่ทั้งของแก๊งสิบเก้าคนทั้งของบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะไปแล้วเช็กเวลาที่ใช้เดินทางจากที่นี่ไปยังจุดหมายปลายทางทั้งสองแห่ง จากที่นี่ไปบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปนั้นไวกว่าใช้เวลาสั้นกว่า ในขณะที่เวลาเดินทางจากที่นี่ไปยังที่อยู่ของแก๊งนั้นช้ากว่าใช้เวลามากกว่า นักฆ่านิรนามเช็กหาที่พักใกล้ๆบ้านหลังนั้นที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเจอบ้านพักแห่งหนึ่งอยู่ใกล้กับบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปที่สุดแล้วแคปหน้าจอไว้ แล้วนักฆ่านิรนามก็กดปุ่มล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงข้างขวาแล้วรูดซิปกระเป๋ากางเกง นักฆ่านิรนามเดินไปหารถแท็กซี่ ขึ้นรถแท็กซี่รูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ให้คนขับไปที่บ้านพักหลังนั้นแล้วเก็บโทรศัพท์แล้วรูดซิป เมื่อไปถึง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบเอากระเป๋าเงินลายสก๊อตขึ้นมาแล้วจ่ายเงินเยนให้แท็กซี่ นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่พร้อมของทั้งหมดแล้วไปเช็กอินเข้าบ้านพัก นักฆ่านิรนามใช้กล้องส่องทางไกลส่องบ้านหลังนั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็เปิดกระเป๋าเดินทาง ปลดกระดุมเสื้อตัวดำตัวที่นักนิรนามใส่อยู่ถอดเสื้อตัวดำออก ถอดถุงเท้าสีดำออกจากเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงออกมาจากกระเป๋าเดินทางเปลี่ยนถอดกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปมาใส่กางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงที่เขาเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทางนั้น หยิบเสื้อสีดำมีกระดุมออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่ามีแขนยาวออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบรองเท้าแตะสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบกระเป๋าสะพายไหล่ที่มีช่องหลายช่องออกมาจากกระเป๋าเดินทาง นักฆ่านิรนามพับเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวยัดลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ ยัดวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงลงไปในช่องใหญ่ช่องเดียวกันที่ยัดใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวในกระเป๋าสะพายไหล่ หยิบเสื้อชุดลำลองแขนยาวคอกลมของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวและเสื้อสีดำมีกระดุมนั้น หยิบกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงนั้น ใส่รองเท้าแตะสีดำ รูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้หยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำที่มีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้ออกมาใส่ลงไปในช่องเล็กของกระเป๋าสะพายไหล่ที่ด้านหน้า แล้วเอากระเป๋าสะพายไหล่นั้นขึ้นสะพายไหล่ เดินออกจากบ้านพัก แล้วไปเดินผ่านบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา เดินไปที่หน้าบ้านแล้วเดินผ่านไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วกินอาหารเดินไปซื้อข้าวปั้นมาหกก้อนจากร้านร้านหนึ่ง แล้วเดินออกมาจากร้านอาหารเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามไปแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่หน้ากำแพงซึ่งกำแพงนั้นมีต้นไม้หลายต้นขึ้นเรียงอยู่ด้านหน้ากำแพงนั้น นักฆ่านิรนามมองรอบบริเวณนั้นไม่มีคนอยู่ในทั้งแปดทิศรอบบริเวณนั้นแล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกเผยให้เห็นเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว ถอดกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกเผยให้เห็นกางเกงขายางสีดำสำหรับผู้หญิง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่มาใส่ไว้ที่หัวแล้วหยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามยัดเสื้อคอกลมแขนยาวชุดลำลองของเขากับกางเกงขายาวชุดลำลองเขายัดเข้าไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามก็ใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวคลุมตัวเขาไว้ แล้วเดินกลับมาผ่านบ้านหลังนั้นแล้วชำเลืองไปมองจากด้านข้างไปถึงด้านหลังเดินผ่านหน้าบ้านแล้วมองดูที่หน้าบ้านตั้งแต่ลานบ้าน,ประตูรั้ว,ประตูบ้าน,ระเบียง,หน้าต่าง,หลังคา,กำแพงแล้วก็เดินกลับไปซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมนักฆ่านิรนามชำเลืองมองหันหัวไปดูรอบสามร้อยหกสิบองศาไม่มีคนอยู่แถวนั้นไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งซ้ายไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งขวาไม่มีคนจากอีกฝากจะข้ามถนนมานักฆ่านิรนามก็ถอดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้ถอดเสื้อสีดำมีกระดุมออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้หยิบเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่แล้วใส่เสื้อชุดลำลองคอกลมของเขาทับเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว หยิบกางเกงชุดลำลองขายาวของเขาออกมาแล้วใส่ทับกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิงนั้นแล้วยัดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาว,เสื้อสีดำมีกระดุม,วิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพาย แล้วเดินกลับเข้าบ้านพักแล้วเอาข้าวปั้นไปเก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน,ถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปบ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น พร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออก หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROมาสองกระบอก หยิบถุงใส่กระสุน10mm autoไว้ในแม็กกาซีนรูปร่างกลมสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละห้าสิบนัด และใส่กระสุน10mm autoลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบนัด แล้วนักฆ่านิรนามใส่แม็กกาซีนแบบแท่งเข้าไปในปืนBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอก นักฆ่านิรนามหยิบถุงกระสุน9×19 parabellumแล้วหยิบกระสุน9×19 parabellumออกจากถุงใส่ลงไปในแม็กกาซีนกลมสองแม็กกาซีน แม็กกาซีนละห้าสิบนัด ใส่กระสุน9×19 parabellumลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบห้านัด และนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBeretta 93Rกระบอกหนึ่งกับพานท้ายโพลีเมอร์แท่งยาวสีดำออกมา บรรจุแม็กกาซีนหนึ่งในสองแม็กกาซีนที่พึ่งบรรจุกระสุน9×19 parabellumไปเมื่อกี้เข้าไปในปืนBeretta 93R ขึ้นลำปืนทั้งBrügger & Thomet APCสองกระบอกและBeretta 93Rหนึ่งกระบอกแล้วเก็บปืนทั้งหมดและแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนแล้วทั้งหมดไว้ในชั้นสองของกระเป๋าเดินทางอย่างเดิม ปิดชั้นสองของกระเป๋าเดินทางทับด้วยชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางแล้วปิดกระเป๋าเดินทา แล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อผ้าออกวางไว้กับเตียงนุ่งผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เสร็จแล้วออกมาจากห้องน้ำใส่ชุดลำลองเดินไปเปิดตู้เย็นกินข้าวปั้นก้อนหนึ่ง
วันต่อมาเวลาเที่ยงภายในบ้านหลังนั้นที่เป็นเป้าหมายที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา แก๊ง19คนรวมทั้งตัวหัวหน้าปีนประตูรั้วเข้าไปในบ้าน สองคนเดินไปยืนอยู่ข้างๆประตูบ้านคนละข้างหันหลังให้ผนัง อีกสองคนเดินไปซ่อนอยู่ข้างๆประตูรั้วคนละข้าง อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างขวา อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างซ้าย ตัวหัวหน้าแก๊งเปิดประตูบ้านหลังนั้นแล้วเข้าไปในบ้าน สี่คนเดินตามตัวหัวหน้าเข้าประตูบ้านเข้าไปชั้นที่หนึ่งของบ้าน แปดคนเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นที่สองของบ้าน ตัวหัวหน้าเดินไปเจอยูคิ อาโออิ สาวญี่ปุ่น เธอเกิด27 มีนาคม ค.ศ.1992 เป็นนักพากย์ ชอบsailor moon ชอบtransformers คุ้นเคยกับtransformersและของเล่นผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นเกม ชอบเกมThe Legend of Zelda : Ocarina of Timeมากที่สุด ชอบสัตว์ขนาดเล็ก เลี้ยงชิปมังก์และแมวมันช์กินไว้บ้าน มีความสามารถพิเศษในการวาดรูปด้วยอุปกรณ์ศิลปะหลากสี เธอมีงานอดิเรกเป็นการเขียนหนังสือและวาดรูป ใบหน้ากลมโต ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มแล้วน่ารัก ถ้ายิ่งใส่แว่นตากลมๆโตๆก็ยิ่งน่ารัก ผมสีดำ สูง140เซนติเมตร กรุ๊ปเลือดA เดินออกมาห้องครัวมาที่ห้องนั่งเล่น ตัวหัวหน้าแก๊ง19คนวิ่งเข้าไปหายูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ตัวหัวหน้าวิ่งเข้าไปทันเข้าหลังยูคิ อาโออิ ใช้แขนทั้งสองข้างโอบตัวยูคิ อาโออิ ทับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วยกยูคิ อาโออิจนตัวลอย แล้วตัวหัวหน้าของแก๊ง19คนก็ยกยูคิ อาโออิ เดินไปที่ห้องนอนห้องหนึ่งของชั้นหนึ่ง ใช้แขนขวาเปิดประตู แล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอนนั้นแล้วโยนยูคิ อาโออิลงไปบนที่นอนที่วางอยู่บนเตียงในห้องนอนห้องนั้น คนสี่คนในชั้นหนึ่งของบ้านนั้น คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างซ้าย คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างขวา อีกคนเดินไปยืนเฝ้าอยู่หลังประตูเข้าบ้าน อีกคนเดินเข้าไปยืนในห้องครัว คนแปดคนจากแก๊ง19คนที่อยู่ในชั้นที่สองของบ้านหลังนั้น สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำของชั้นสอง สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนของชั้นสอง หกคนยืนเฝ้าตรงบันได ฝ่ายนักฆ่านิรนามที่อยู่ในห้องใหญ่ของบ้านพักถอดชุดลำลองของเขาเปลี่ยนไปแต่งตัวใส่ชุดสูทธุรกิจ-เสื้อเชิ้ตสีขาว-เสื้อนอกสีดำ-กางเกงขายาวสีดำที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง ด้านในของเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่านั้นทำช่องเหมือนซองปืนไว้สำหรับใส่ปืน นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออกเผยให้เห็นชั้นสองของกระเป๋าเดินทางเอาปืนBrügger & Thomet APC PROที่ใส่แม็กกาซีนแบบแท่งไว้แล้วทั้งสองกระบอกออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทางปลดเซฟตี้ใส่ลงไปในช่องใส่ปืนที่ด้านขวาในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาปืนBeretta 93Rกับพานท้ายแท่งยาวสีดำออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทาง เอาพานท้ายแท่งยาวสีดำนั้นต่อเข้ากับส่วนล่างของด้านหลังของด้ามปืนBeretta 93Rเปลี่ยนโหมดยิงของปืนBeretta 93Rจากโหมดยิงทีละนัดไปเป็นBurst Mode แล้วเอาBeretta 93Rที่ต่อพานท้ายแล้วใส่ไปในช่องใส่ปืนที่ด้านซ้ายในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน10mm autoสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน10mm autoใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านขวาของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง แล้วนักฆ่านิรนามเอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านซ้ายของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง แล้วนักฆ่านิรนามก็เอาเสื้อสีดำยาวถึงเข่านั้นใส่ห่มตัวเป็นเสื้อคลุม หยิบหมวกทรงสูงสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเครื่องเล่นMP3กับหูฟังออกมาจากกระเป๋าเดินทาง เสียบหูฟังเข้ากับเครื่องเล่นMP3 ใส่หูฟังเข้าไปในหูทั้งสองข้างแล้วกดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัด แล้วนักฆ่านิรนามก็ถอดหูฟังออก ทิ้งหูฟังไว้ แล้วนักฆ่านิรนามใส่หมวกทรงสูงสีดำ(ที่เอาออกมาจากกระเป๋าเดินทางเมื่อกี้นี้) เอาเครื่องเล่นMP3ใส่ลงไปในช่องด้านในข้างซ้ายของเสื้อคลุม แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินออกจากบ้านพักเดินไปจนถึงต้นไม้ที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารที่เขาเคยเข้าไปแล้วเดินวนกลับแล้วข้ามไปอีกฝั่งห่างจากบ้านยูคิ อาโออิ แล้วนักฆ่านิรนามเดินเข้าไปอยู่ข้างบ้านด้านขวาของตัวบ้านแล้วเดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างขวา แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างซ้ายแล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องเล่นMP3ออกมาจากเสื้อคลุม กดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัดเสียงดังลั่น แล้วเดินเลียบกำแพงไปที่หลังบ้านข้างซ้ายพร้อมเก็บเครื่องเล่นMP3 แล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROกระบอกหนึ่งออกมาจากช่องด้านในด้านขวาของเสื้อคลุม
อาคาชิ รีคอร์ด
ผู้เขียน: ฝน คือน้ำ
" "ตอนที่มนุษย์ต่างดาวยัดพืชอวกาศใส่บุหรี่ ให้มนุษย์โลกฆ่ากันด้วยการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ทิ้ง แล้วพอถึงคำบรรยายจบตอน คนบรรยายกลับเสียดสีว่า นี่เป็นเรื่องในยุคอนาคตเพราะปัจจุบันมนุษย์เราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและแข็งแกร่งมากพอให้มนุษย์ต่างดาวรุกรานโลกด้วยวิธีการ 'ทำลายความสัมพันธ์' ได้?"
"อุลตร้าเซเว่น ตอนที่8"
"ถูก แล้วตอนที่บอกว่ามนุษย์โลกแท้ที่จริงคือมนุษย์ต่างดาวผู้รุกรานโลก?"
"อุลตร้าเซเว่น ตอนที่42"
"ตอนที่เสียดสีความไร้สาระของความเห็นแก่ตัว ผ่านเรื่องของมนุษย์ต่างดาวที่ช่วงชิงชีวิตคนอื่นเพื่อต่อชีวิตให้ตัวเอง?"
"อุลตร้าเซเว่น ตอนที่11"
"ตอนที่วิพากษ์วิจารณ์การเติบโตเศรษฐกิจที่สูงกับขอบเขตของวิทยาศาสตร์ที่มืดบอดในยุคสมัยนั้น?"
"อุลตร้าเซเว่น ตอนที่43"
"ตอนที่มีความเป็นการ์ตูนแนวกีฬา?"
"อุลตร้าแมนแจ๊ค ตอนที่4"
"ตอนที่มีธีมของความโกรธกับการเลือกปฏิบัติ"
"อุลตร้าแมนแจ๊ค ตอนที่33"
"ตอบถูกหมดเลยแฮะ วัตสันไม่ได้แอบไปดูมาเมื่อวานนี้ใช่ไหม?"
"เราชอบอุลตร้าแมนเหมือนกัน อุลตร้าเซเว่นนี่ชอบสุดเลยล่ะ"
"เอาจริงดิ วัตสันเป็นผู้หญิงที่ชอบอุลตร้าแมน เกิดมาตั้ง23ปีเพิ่งเจอเป็นครั้งแรก เคยเจอแต่ผู้หญิงชอบพิกโกโร่ในดราก้อนบอล"
จอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย หยิบมีดพลาสติกตัดเค้กช็อกโกแลตที่วางอยู่บนโต๊ะ
"10 กันยายน แด่วันเกิดของเราสองคน อายุ24ปีเท่ากันทั้งคู่"
นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ ตาสีฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง หลับตาลงแล้วกุมมือทั้งสองข้างไว้ที่อก แล้วก็ลืมตา
"จอห์นนี่ลองอธิฏฐานดูบ้างสิ"
"เคยไปแล้ว นี่ไง ก็นั่งอยู่เฉย ๆ หัวโด่อยู่ตรงนี้ เป็นนักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เป็น เป็นนักเขียนบทหนังกับผู้กำกับ ก็ไม่ได้เป็นอีก เนี่ย นั่งโด่เด่อยู่ตรงเนี้ย ตรงเนี้ย"
"พวกเราทั้งคู่เพิ่ง24ปีเองไม่ใช่เหรอ เราทั้งคู่ยังไปได้ไกลในอนาคต"
"ขอให้มนุษย์ต่างดาวไม่รุกรานโลก"
จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันแบ่งเค้กกันกิน
"เล่นการ์ดยูกิกับเราไหม?" วัตสันพูดขึ้น
"แนะนำนะ วัตสัน อย่าเล่นเลย ยูกิเดี๋ยวนี้เล่นตาเดียวก็จบแล้ว ทำไมไม่ขายแต่เด็คเอ็กโซเดียซะเลย ถามว่ามันไม่สนุกใช่ไหม? ตาเดียวก็จบแล้วมันก็ไม่สนุกจริง ๆ นั่นแหละ ไพ่ป๊อกยังใช้เวลานานกว่าเลย"
"เล่นแบบสมัยก่อนไง"
"ได้ ๆ"
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
"วัตสัน คืนเรนโบว์ดราก้อนมาได้แล้ว"
"อ๊ะ โทษที"
"เล่นเกมred alertกับcounter strikeต่อกัน"
"ได้....เดี๋ยวนะ คอมฯพังอยู่นี่หว่า"
"เราซ่อมให้แล้ว"
"วัตสันซ่อมให้แล้วเหรอ?"
"ใช่"
จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันเล่นเกมคอมฯด้วยกันจนดึก แล้วก็ถึงเวลาเข้านอนของทั้งคู่
"วันนี้จอห์นนี่นอนห้องเรานะ"
"หือ วันนี้วัตสันจะไม่อยู่เหรอ?"
"อยู่"
"หา?"
"นอนบนเตียงเรานะ"
"วัตสันเป็นผู้หญิงนะ เราเป็นแค่คู่หูกันเท่านั้น"
"มันหนาวอะ"
"มีวิธีทำให้ร้อนอยู่นะ ปิดหน้าต่างแล้ว...ปิดแอร์"
"จอห์นนี่นอนบนเตียงเราได้"
"ฮะ?"
แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ปิดไฟแล้วลากจอห์นนี่นอนลงบนเตียงนอนด้วยกัน
"จอห์นนี่ไม่อยากมีอะไรกับเราจริง ๆ เหรอ?"
"พูดซะผมดูแย่เลย"
"อย่าคิดมากสิ"
"เอาเถอะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะจะนอนกอดหมอนข้างมันทั้งคืนนี่แหละ"
ทั้งคู่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้า กินอาหารเช้าตามปกติ
ทันใดนั้น จากที่ทั้งคู่อยู่ในบ้านของนักสืบหญิงวัตสัน อยู่ ๆ ทั้งคู่กลับอยู่ในดินแดนทะเลทราย ท้องฟ้าสีฟ้านั้นเมฆเคลื่อนเร็วดุจดั่งน้ำตก บ้านของนักสืบหญิงวัตสันหายไปอย่างฉับพลัน ทิ้งจอห์นนี่และนักสืบหญิงวัตสันไว้ในทะเลทรายประหลาดนั้น
"วัตสัน"
"จอห์นนี่"
"บอกตรง ๆ ว่าคิดอะไรไม่ออกเลย"
"ระดับจอห์นนี่คิดได้อยู่แล้ว"
ก็มีงูยักษ์แปดหัวแปดหางตัวหนึ่ง สูงใหญ่เท่าฟ้า เลื้อยไล่จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสัน จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็วิ่งหนีจากงูยักษ์แปดหัวนั้น
"จอห์นนี่ รู้สึกคุ้น ๆ งูตัวนี้หรือเปล่า?"
"ยามาตะ โนะ โอโรจิ งูยักษ์แปดหัวแปดหางในตำนานญี่ปุ่นที่โดนซูซาโนโอะฆ่าตาย"
จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันหนีงูยักษ์แปดหัวนั้นไปจนถึงเมืองร้างที่ก่อจากหินทราย ก็เข้าไปหลบอยู่ในนั้น แล้วทุกอย่างก็เงียบไป
ในเมืองร้างนั้น มีภาพแกะสลักบนฝาผนังเป็นรูปสิ่งมีชีวิตที่เหมือนมนุษย์ แต่ศรีษะแหลมดังหอก ทั่วทั้งผนังของเมืองนั้น
วัตสันเห็นภาพแกะสลักเหล่านั้นก็ถามว่า "เราคุ้น ๆ รูปพวกนี้อะ แต่เราจำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน"
จอห์นนี่ก็ตอบว่า "โนเนเลี่ยน เพื่อนคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ตายไปเคยพูดถึงไว้ เอ็น โอ เอ็น เอแอล ไอ อี เอ็น(nonalien) ถ้าเติมขีดหลังตัวเอ็นที่อยู่หน้าตัวเอ จะได้คำว่า นอนเอเลี่ยน(non-alien) แปลว่า ไม่ใช่เอเลี่ยน เขาบอกว่า เผ่าพันธุ์โนเนเลี่ยนคือเผ่าพันธุ์มนุษย์โลกที่แท้จริง ส่วนพวกเราเป็นมนุษย์ต่างดาวผู้รุกรานที่ทำลายอารยธรรมโนเนเลี่ยนทิ้ง ทั้งชุมชนนักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันเป็นแค่ทฤษฎีสมคบคิด"
"ใช่คนที่บอกว่า สิ่งมีชีวิตในตำนานมีอยู่จริง แบ่งเป็นพวกที่อยู่บนโลกกับพวกที่มาจากอวกาศหรือเปล่า?"
"ใช่ คนนั้นแหละ"
นักสืบหญิงวัตสันดูฝาผนังของเมืองร้างนั้นไปเรื่อยๆแล้วชะงักอยู่ตรงผนังที่จารึกตัวอักษรประหลาดที่ไม่ตรงกับตัวอักษรของภาษาใดในโลกเลย
"จอห์นนี่ เราเคยเห็นข้อความตรงนี้"
จอห์นนี่ก็เดินไปหานักสืบหญิงวัตสัน ครั้นได้เห็นตัวอักษรประหลาด จอห์นนี่จึงว่า "ชะตากรรมและโชคชะตาของดาวเคราะห์ดวงนี้ เราไม่มีหน้าที่ตัดสินใจ ผู้ครองดาวเคราะห์ดวงนี้ คือผู้ตัดสินใจชะตากรรมและโชคชะตาของดาวดวงนี้ เราไม่มีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมให้กับทั้งฆาตกรทั้งเหยื่อ ไม่ว่าจะฆาตกรหรือเหยื่อ ฆาตกรและเหยื่อตัดสินใจชะตากรรมและโชคชะตาของตัวฆาตกรและเหยื่อเอง ไม่ใช่ให้ผู้อื่นตัดสินให้"
"จอห์นนี่เคยเห็นเหรอ?"
"เพื่อนคนนั้นเคยพูดถึงประโยคนี้ไว้ บอกว่าดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตทุกดวงมีพยานเฝ้าดูวิวัฒนาการ ประโยคนี้เป็นประโยคที่ผู้เฝ้าดูวิวัฒนาการพูดกับโนเนเลี่ยน"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงประหลาดพูดกับทั้งสองคนว่า "ถูกต้อง" จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันหันไปหาต้นเสียง ก็มีมังกรทองเข้ามาในเมืองร้างจากอีกด้าน จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ถามว่า "ผู้เฝ้าดูวิวัฒนาการเหรอ?" มังกรทองจึงว่า "ถูกต้อง ไม่ว่าจะฆาตกรหรือเหยื่อ ฆาตกรและเหยื่อตัดสินใจชะตากรรมและโชคชะตาของตัวฆาตกรและเหยื่อเอง ไม่ใช่ให้ผู้อื่นตัดสินให้" จอห์นนี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่า "ถ้าพูดประโยคนี้กับมนุษย์ โดนมนุษย์ด่าแถมเกิดดราม่าแน่" มังกรทองนั้นก็ถามว่า "ทำไมรึ?" จอห์นนี่ก็ตอบว่า "ไม่มีมนุษย์ที่ไหนเชื่อว่าเหยื่อตัดสินใจชะตากรรมกับโชคชะตาของตัวเหยื่อเองหรอก" มังกรทองก็ถามว่า "เจ้าไม่เชื่อว่าฆาตกรกับเหยื่อตัดสินใจชะตากรรมกับโชคชะตาของตัวเองรึ?" จอห์นนี่จึงว่า "ถ้าถามว่า ยึดถือแนวคิดอะไร ยังพอตอบได้นะ" มังกรทองได้ยินจอห์นนี่ว่าดังนั้นก็ถามจอห์นนี่ว่า "เจ้ายึดถือแนวคิดใด?" จอห์นนี่จึงว่า "ฆาตกรกับเหยื่อตัดสินชะตากรรมกับโชคชะตาของตัวเอง......ถ้าให้คนอื่นตัดสินชะตากรรมของทั้งเหยื่อของทั้งฆาตกร ถ้ามันตัดสินให้คนเห็นแก่ตัวได้เห็นแก่ตัวต่อไป แล้วคนอื่นต้องถูกกระทำ นั่นใช่ความยุติธรรมเหรอวะ? ให้คนอื่นตัดสินชะตากรรมกับโชคชะตาของเราให้ เราจะได้ความยุติธรรมเหรอ? เพราะยังงี้ ฉันถึงไม่ชอบให้คนอื่นตัดสินชะตากรรมกับโชคชะตาให้ฉัน ถ้าให้ทั้งฆาตกรทั้งเหยื่อตัดสินชะตากรรมกับโชคชะตาของตัวเอง อาจจะได้ความยุธรรมมากกว่าให้คนอื่นตัดสินให้ก็ได้นะ ให้คนอื่นตัดสินชะตากรรมของทั้งเหยื่อทั้งฆาตกรให้ แน่ใจเหรอว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ความยุติธรรม? แน่ใจเหรอว่าคนที่มาตัดสินชะตากรรมกับโชคชะตาของเราจะยุติธรรม?"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงคล้ายเสียงจักจั่นดังขึ้น แต่เสียงนั้นไม่เป็นธรรมชาติราวกับเสียงนั้นเป็นเสียงที่สังเคราะห์ขึ้น จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็ออกมาจากเมืองร้างนั้น
ครั้นจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันออกมาจากเมืองร้างนั้น ก็มีจานบินสีเงินมาจากฟ้าลงจอดสู่พื้นดิน แล้วประตูจานบินก็เปิดออก มนุษย์ต่างดาวหน้าตาเหมือนชุดเกราะนักรบโรมันก็ออกมาจากจานบิน
มนุษย์ต่างดาวนั้นจึงว่า "มนุษย์โลก เรามาอย่างสันติ"
"โลก? ดูท้องฟ้าสิ มาทักทายมนุษย์โลกอย่างสันติในดินแดนที่ไม่ใช่โลกนี่เหรอ?"
"อ่า ก็ได้ เรามาเพื่อรุกรานโลก และพวกแกสองคนจำเป็นสำหรับเรา"
"สวัสดี ผู้รุกราน แต่ เรามือเปล่า ไม่มีปืนซักกระบอก ไม่จำเป็นสำหรับแกแล้วว่ะ อยากกินซูชิหน้าปลาดิบ ช่วยพาเรากลับบ้านหน่อยได้ไหม"
"เฮอะ จอห์นนี่"
"....! รู้ชื่อได้ยังไง?"
"แกเป็นคู่หูกับวัตสันแล้วอยู่บ้านเดียวกันกับวัตสันตั้งแต่เป็นคู่หูของวัตสันใช่ไหมล่ะ?"
"มนุษย์ต่างดาว.... เราติดอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ฉันเป็นแค่มนุษย์โลก ไม่รู้วิธีออกไปจากที่นี่ แกมาจากไหนก็ไม่รู้ จะทำยังไงแกก็พร้อมฆ่าเราตลอดเวลาใช่ไหมล่ะ?"
มนุษย์ต่างดาวได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า "เมื่อกี้แกบอกว่าแกเป็นมนุษย์โลกใช่ไหม? แกไม่รู้วิธีออกไปจากที่นี่ใช่ไหมล่ะ? ที่นี่ก็คือมิติที่4 มิติแห่งกาลเวลา ที่นี่คือที่ที่กำหนดชะตากรรมและความเป็นไปของทุกสิ่ง เป็นที่ที่กำหนดและบันทึกความเป็นไปของอดีต ปัจจุบัน อนาคต ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ใน อาคาชิ รีคอร์ด ใครก็ตามที่แก้อาคาชิ รีคอร์ด ขัดต่อกฎของจักรวาล ดังนั้นทุกคนต้องทำตามที่อาคาชิ รีคอร์ดบันทึกเอาไว้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง และเรื่องที่มนุษย์กวาดล้างโนเนเลี่ยนเป็นเรื่องจริง โนเนเลี่ยนเป็นชาวโลกโดยชอบธรรม จอห์นนี่ แกเป็นมนุษย์ต่างดาว วัตสันเป็นสายเลือดของโนเนเลี่ยน"
"วัตสันเป็นโนเนเลี่ยน? วัตสันก็ไม่ได้หัวแหลมนี่ ไม่ได้หมายถึงโง่นะวัตสัน"
"วัตสันน่ะมีสายเลือดโนเนเลี่ยนอยู่ในตัว โนเนเลี่ยนโดนกวาดล้าง แต่ไม่ได้บอกว่าโนเนเลี่ยนสูญพันธุ์นะ มีโนเนเลี่ยนเหลือรอดและอยู่กินกับมนุษย์ แต่ไม่มีใครรับรู้ โนเนเลี่ยนกับมนุษย์มีลูกด้วยกัน วัตสันก็คือโนเนเลี่ยนที่เหลืออยู่จากการที่มนุษย์มีลูกกับโนเนเลี่ยนยังไงล่ะ"
"จะบอกว่าวัตสันเป็นมนุษย์เชื้อสายโนเนเลี่ยนเหรอ?"
"ใช่...."
จอห์นนี่เดินเข้าไปต่อยหน้ามนุษย์ต่างดาว เตะมนุษย์ต่างดาวล้มลงบนพื้นทราย แล้วจอห์นนี่ก็ขึ้นคร่อมต่อยหัวมนุษย์ต่างดาวอย่างหนัก
มนุษย์ต่างดาวจึงว่า "ฉันยังพูดไม่จบ ฉันบอกไปแล้วว่าอาคาชิ รีคอร์ด กำหนดความเป็นไปในอดีต ปัจจุบัน อนาคต วัตสันถูกกำหนดให้รู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเธอเอง ส่วนแก จอห์นนี่ แกถูกกำหนดให้ตัดสินชะตากรรมของมนุษย์ทั้งโลก"
จอห์นนี่ตอบว่า "แกบอกเองว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวผู้รุกราน แกบอกเองว่าคนที่แก้อาคาชิ รีคอร์ด ขัดต่อกฎของจักรวาล หมายความว่า ใคร ๆ ก็แก้อาคาชิ รีคอร์ดได้ใช่ไหมล่ะ?"
"ฮ้า จงดู!" งูยักษ์แปดหัวแปดหางก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมนุษย์ต่างดาวจึงว่า "เพื่อนแกบอกว่า สิ่งมีชีวิตในตำนานมีอยู่จริง แบ่งเป็นพวกที่มาจากอวกาศกับพวกที่เป็นสิ่งมีชีวิตบนโลก เพื่อนแกพูดถูก ยามาตะ โนะ โอโรจิ นั่นน่ะ เป็นสิ่งมีชีวิตจากอวกาศ ดูนั่น!" มนุษย์ต่างดาวชี้ไปที่ท้องฟ้า
สิ่งมีชีวิตนกอินทรีหัวสิงโตก็ปรากฏโบยบินอยู่บนท้องฟ้า
"นั่นคือสัตว์เลี้ยงของโนเนเลี่ยน"
ทันใดนั้นมังกรทองก็ออกมาจากเมืองร้าง แล้วมังกรทองจึงว่ากับจอห์นนี่ว่า "ถึงจะเป็นผู้รุกราน แต่สิ่งที่มนุษย์ต่างดาวจากกาแล็กซีแอนโดรเมดาผู้นั้นพูดเป็นความจริงทุกประการ"
"มนุษย์ต่างดาวจากกาแล็กซีแอนโดรเมดาผู้นั้นหาได้โกหกแต่อย่างใดไม่ เจ้าถูกอาคาชิ รีคอร์ดกำหนดให้เป็นกุมชะตากรรมของมนุษย์ทั้งโลก เจ้าจะเป็นผู้กำหนดว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ว่าจะอยู่ต่อหรือจะสูญพันธุ์ และวัตสัน ถูกอาคาชิ รีคอร์ดกำหนดให้มาพบเจ้าตั้งแต่แรก พวกเจ้าถูกอาคาชิ รีคอร์ดกำหนดให้ใครคนหนึ่งต้องตาย หากเจ้ากำหนดชะตากรรมให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอด วัตสันจะถูกเจ้าฆ่าตาย หากไม่ วัตสันถูกอาคาชิ รีคอร์ดกำหนดให้ฆ่าเจ้าตาย"
แล้วก็มีแท่งหินขนาดใหญ่สีดำโผล่ขึ้นมาจากพื้นทราย มังกรทองจึงว่า "นั่นแหละคืออาคาชิ รีคอร์ด หากเจ้าสัมผัสเจ้าจะรู้ทุกสิ่งที่อาคาชิ รีคอร์ดกำหนดไว้" จอห์นนี่ได้ฟังดังนั้นก็เดินไปที่แท่งหินสีดำนั้น จอห์นนี่ใช้มือแตะแท่งหินสีดำนั้น แล้วจอห์นนี่ก็เห็นภาพ จอห์นนี่ใช้ปืนยิงนักสืบหญิงวัตสันตาย มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีจนถึงขนาดสร้างสถานีรถไฟอวกาศได้ จากนั้น ภาพที่จอห์นนี่เห็นก็เปลี่ยนไปเป็นจอห์นนี่ถูกนักสืบหญิงวัตสันใช้ปืนยิงตาย ตึกระฟ้าทั้งหมดของมนุษย์ถูกไฟครอก ครั้นจอห์นนี่เห็นภาพทั้งหมดนั้นแล้วก็เอามือออกจากแท่งหินสีดำ จากนั้นมนุษย์ต่างดาวก็โยนปืนพกให้จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันคนละกระบอก แล้วมนุษย์ต่างดาวนั้นจึงว่า "เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ? คนหนึ่งต้องตายเพื่อตัดสินชะตากรรมของทั้งเผ่าพันธุ์"
นักสืบหญิงวัตสันหยิบปืนพกที่อยู่หน้าตนขึ้นมาเล็งไปที่จอห์นนี่ มนุษย์ต่างดาวจึงว่า "เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ จอห์นนี่? วัตสัน เธอต้องตัดสินชะตากรรมของเผ่าพันธุ์โนเนเลี่ยนของเธอ มนุษย์จะรอดหรือจะสูญพันธุ์แล้วโนเนเลี่ยนจะกลับมาครองโลกต่อ?"
นักสืบหญิงวัตสันจึงว่า "ต่อให้ฉันเป็นโนเนเลี่ยน ต่อให้มนุษย์เป็นมนุษย์ต่างดาว ต่อให้จอห์นนี่เป็นมนุษย์ต่างดาว ฉันจะไม่ฆ่าจอห์นนี่ ฉันจะเป็นคู่หูของจอห์นนี่ตลอดไป" แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ทิ้งปืนลงกับพื้น
จอห์นนี่หยิบปืนพกบนพื้นที่อยู่หน้าตนขึ้นมา แล้วจอห์นนี่ก็ใช้ปืนพกยิงแท่งหินสีดำจนกระสุนหมด แท่งหินสีดำที่ถูกยิงกระจุยก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วจอห์นนี่จึงว่า "ผู้เฝ้าดูวิวัฒนาการ บอกเองไม่ใช่เหรอว่า ไม่มีหน้าที่ตัดสินชะตากรรมกับโชคชะตาของดาวเคราะห์ ผู้ที่ครองดาวเคราะห์ดวงนั้นจะเป็นผู้ตัดสินเอง ฉันขอตัดสินชะตากรรมและโชคชะตาของตัวฉันเอง ไม่ใช่ให้อาคาชิ รีคอร์ดมากำหนดให้ ถ้าชะตากรรมและโชคชะตามีจริง ฉันจะทำลายมันทิ้งเอง ฉันจะขอกำหนดชะตากรรมและโชคชะตาของฉันเอง คนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนฉลาดไม่ใช่คนเก่งแต่เป็นแค่คนที่โชคดีเหรอ บอกไปแล้วถ้าชะตากรรมและโชคชะตามีจริง ฉันจะทำลายมันทิ้งเอง ฉันไม่ต้องการให้โชคชะตามีจริง จะโชคดีหรือโชคร้าย ฉันจะสร้างมันขึ้นมาเอง! ไม่ใช่ให้มันกำหนดให้"
มนุษย์ต่างดาวก็ใช้ปืนประหลาดยิงกระสุนแสงสีน้ำเงินไปที่หน้าท้องของนักสืบหญิงวัตสันจนเลือดพุ่งดังน้ำพุแล้วล้มลง
"วัตสัน!!!!"
จอห์นนี่กระโดดหยิบปืนพกที่นักสืบหญิงวัตสันทิ้งไว้ยิงอกมนุษย์ต่างดาวจนล้มลง จอห์นนี่ทิ้งปืนพกลงกับพื้น แล้วจอห์นนี่ก็วิ่งไปหานักสืบหญิงวัตสัน นักสืบหญิงวัตสันก็ถามจอห์นนี่ว่า "จอห์นนี่อยากเป็นคู่หูกับเราตลอดไปไหม?" จอห์นนี่ก็ว่า "วัตสันอยากเป็นคู่หูกับผมตลอดไปไหมล่ะ? ทำไมวัตสันถึงเป็นคู่หูผมล่ะ? ป่านนี้ผมยังไม่รู้เลย" นักสืบหญิงวัตสันจึงตอบว่า "ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ช่างมันเถอะน่า เราดีใจนะ ที่ได้เป็นคู่หูกับจอห์นนี่ เพราะงี้ไง เราถึงได้ถามว่าจอห์นนี่อยากเป็นคู่หูกับเราตลอดไปไหม เพราะเราอยากเป็นคู่หูกับจอห์นนี่ตลอดไป" จอห์นนี่จึงว่า "จอห์นนี่เป็นคู่หูของวัตสันตลอดไป ประโยคนี้ถูกต้องกว่า จอห์นนี่เป็นคู่หูของวัตสันชั่วนิรันดร์" นักสืบหญิงวัตสันก็ยกมือซ้ายขึ้นมา จอห์นนี่ก็ใช้มือซ้ายของตนจับมือซ้ายของนักสืบหญิงวัตสันไว้ นักสืบหญิงวัตสันจึงว่า "วัตสันเป็นคู่หูของจอห์นนี่ชั่วนิรันดร์"
จอห์นนี่ก็ว่า "ผมจะปล่อยให้วัตสันตายได้ยังไงกันล่ะ" แล้วจอห์นนี่ก็ปลดกระดุมเสื้อตรงหน้าท้องของนักสืบหญิงวัตสันนั้นออก ก็ให้เห็นแผลทะลุขนาดใหญ่นองไปด้วยเลือด แล้วจอห์นนี่ก็หันไปถามมังกรทองว่า "ผู้เฝ้าดูวิวัฒนาการ รู้วิธีออกจากมิติที่สี่หรือเปล่า?" มังกรทองตอบว่า "รู้ ประตูมิติที่ใช้เข้าออกมิติที่สี่อยู่ด้านซ้ายมือเจ้า" จอห์นนี่ก็อุ้มนักสืบหญิงวัตสันวิ่งไปตามทางที่มังกรทองบอก แล้วจอห์นนี่ก็วิ่งทะลุประตูมิตินั้นไปแล้วก็มาอยู่ภายในของบ้านของนักสืบหญิงวัตสัน แล้วจอห์นนี่ก็หาผ้าผืนใหญ่มาผืนหนึ่ง เอาน้ำแข็งหลายก้อนออกมาจากตู้เย็นใส่ลงผ้านั้นแล้วใช้ผ้านั้นห่อน้ำแข็งไว้ แล้วเอาผ้าห่อน้ำแข็งนั้นไปประคบที่แผลหน้าท้องของนักสืบหญิงวัตสันไว้ แล้วจอห์นนี่ก็วิ่งไปหาแผนที่บอกเส้นทางไปโรงพยาบาล ครั้นจอห์นนี่เจอแผนที่แล้วก็ใช้ปากคาบแผนที่นั้นไว้ แล้ววิ่งมาหานักสืบหญิงวัตสันที่ประคบน้ำแข็งไว้ แล้วจอห์นนี่ก็อุ้มนักสืบหญิงวัตสันแล้ววิ่งจะไปโรงพยาบาล
แล้วทุกสิ่งก็หายไปอย่างกระทันหัน กลับเข้าสู่ทะเลทรายของมิติที่สี่อีกครั้ง แล้วมนุษย์ต่างดาวหน้าตาเหมือนเกราะนักรบโรมันผู้นั้น ก็ลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วว่า "ที่พวกแกเข้ามาในมิติที่สี่ก็เพราะฉัน เราจะลากแกเข้ามาในมิติที่สี่อีกกี่ครั้งก็ได้" จอห์นนี่ได้ฟังดังนั้นก็หันหลังกลับจะไปผ่านประตูมิติ ประตูมิติก็หายไป แล้วมนุษย์ต่างดาวก็บอกว่า "เราทำลายประตูมิติหรือสร้างประตูมิติขึ้นมาใหม่ตอนไหนก็ได้ เราทำลายประตูมิติไปแล้ว ถ้าแกอยากให้วัตสันรอดตาย นี่คือยาที่รักษาได้ทุกอย่าง" มนุษย์ต่างดาวชูมือขวาที่ถือกล่องใสใส่ยาเม็ดสีแดงไว้หลายเม็ด จอห์นนี่ก็หันไปหามังกรทอง "ผู้เฝ้าดูวิวัฒนาการ" มังกรทองก็ตอบจอห์นนี่ว่า "มนุษย์ต่างดาวจากกาแล็กซีแอนโดรเมดาพูดความจริง หากเจ้าให้ยานั้นแก่วัตสัน แผลของวัตสันจะหายเป็นปลิดทิ้ง วัตสันจักรอดตาย" จอห์นนี่ก็วางวัตสันลงกับพื้นแล้ววิ่งเข้าไปหามนุษย์ต่างดาวนั้น มนุษย์ต่างดาวนั้นก็ใช้ปืนประหลาดยิงกระสุนแสงสีน้ำเงินยิงขาซ้ายของจอห์นนี่จนทะลุ จอห์นนี่ก็วิ่งด้วยขาขวาข้างเดียว มนุษย์ต่างดาวก็ใช้ปืนประหลาดยิงกระสุนแสงสีน้ำเงินโดนขาขวาจอห์นนี่ทะลุ จอห์นนี่ก็ใช้แขนทั้งสองข้างช่วยคลายเข้าไปหามนุษย์ต่างดาวจับข้อเท้ามนุษย์ต่างดาวจนมนุษย์ต่างดาวล้มลง จอห์นนี่ก็ต่อยข้อมือมนุษย์ต่างดาวนั้น จนมนุษย์ต่างดาวนั้นปล่อยปืนประหลาดหลุดออกจากมือ จอห์นนี่ก็หยิบปืนประหลาดนั้นมา งูยักษ์แปดหัวแปดหางก็เลื้อยเข้ามาหาจอห์นนี่ แล้วงูยักษ์ก็ใช้หัวทั้งแปดฟาดจอห์นนี่จนกระเด็นลอยไป จอห์นนี่ก็คลานไปหามนุษย์ต่างดาวนั้น ครั้นใกล้ถึงมนุษย์ต่างดาว จอห์นนี่ก็ใช้มือขวายิงปืนประหลาดยิงหัวทั้งแปดของงูยักษ์ที่อยู่ใกล้นั้น จนงูยักษ์นั้นทั้งแปดหัวขาดตาย แล้วจอห์นนี่ก็คลานไปถึงมนุษย์ต่างดาว จอห์นนี่ก็ใช้ปืนประหลาดยิงกระสุนแสงสีน้ำเงินใส่คอมนุษย์ต่างดาว มนุษย์ต่างดาวนั้นล้มลง แล้วจอห์นนี่ก็คลานจะไปเอายาในกล่องใสของมนุษย์ต่างดาวนั้น มนุษย์ต่างดาวนั้นใช้แรงเฮือกสุดท้ายหยิบปืนพกที่จอห์นนี่ทิ้งไว้ยิงแขนซ้ายจอห์นนี่ จอห์นนี่ก็ใช้แขนขวาข้างเดียวช่วยดันตัวเองเข้าไป มนุษย์ต่างดาวเล็งปืนพกไปที่แขนขวาของจอห์นนี่ จอห์นนี่เล็งปืนประหลาดไปที่หัวของมนุษย์ต่างดาว จอห์นนี่กับมนุษย์ต่างดาวยิงปืนพร้อมกัน จอห์นนี่โดนยิงแขนขวาทะลุ ส่วนมนุษย์ต่างดาวนั้นโดนกระสุนแสงสีน้ำเงินทะลุหัวจนนอนตายกับพื้น
จอห์นนี่นั้น ขาซ้ายใช้ไม่ได้ ขาขวาใช้ไม่ได้ แขนซ้ายใช้ไม่ได้ แขนขวาใช้ไม่ได้ ก็ใช้ตัวเลื้อยไปดังงู ถึงมือขวาศพมนุษย์ต่างดาวที่ถือกล่องยาไว้ จอห์นนี่ก็ใช้ปากคาบกล่องยานั้น แล้วก็ใช้ตัวเลื้อยไปดังงูไปหานักสืบหญิงวัตสันที่นอนอยู่บนพื้น ครั้นจอห์นนี่เลื้อยถึงตัวนักสืบหญิงวัตสันแล้ว จอห์นนี่ก็ใช้ปากเปิดกล่องยานั้น แล้วใช้ปากคาบเม็ดยาสีแดงขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้วป้อนยาเม็ดสีแดงนั้นให้นักสืบหญิงวัตสันด้วยปาก ยาเม็ดสีแดงเข้าปากนักสืบหญิงวัตสันไป มังกรทองถามจอห์นนี่ว่า "ยานั้นรักษาได้ทุกอย่าง หากเจ้ากิน เจ้าก็จักหาย แขนขาจะใช้ได้ดังเดิม เจ้าจะไม่กินก่อนหรือ?" จอห์นนี่ก็ตอบว่า "ถ้าวัตสันไม่หาย ผมก็จะไม่กินยา" แม้ยาสีแดงจะเข้าปากนักสืบหญิงวัตสันไปแล้ว ก็หามีอันใดเกิดขึ้น วัตสันยังคงนอนนิ่ง จอห์นนี่ก็ใช้ข้างหัวปั๊มหัวใจนักสืบหญิงวัตสันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจอห์นนี่นั้นเหงื่อออกไปทั้งตัว ครั้นแล้วจอห์นนี่ก็ใช้ปากผายปอดนักสืบหญิงวัตสัน แต่นักสืบหญิงวัตสันก็ไม่ฟื้นขึ้นมา จอห์นนี่ใช้หูตนแนบจมูกนักสืบหญิงวัตสัน ไม่มีเสียงหายใจ จอห์นนี่สัมผัสลมหายใจของนักสืบหญิงวัตสันไม่ได้ ครั้นจอห์นนี่ใช้หูแนบหัวใจของนักสืบหญิงวัตสัน หัวใจของนักสืบหญิงวัตสันไม่เต้น
มังกรทองเห็นดังนั้นจึงพูดว่า "ยานั้นรักษาทุกอย่างได้จริง แต่มิอาจฟื้นคืนคนที่ตายไปแล้วได้" พูดดังนั้นแล้วมังกรทองก็บินลับหายไป
จอห์นนี่ยังคงแนบกับหัวใจของนักสืบหญิงวัตสัน แล้วจอห์นนี่ก็พูดว่า "วัตสันเป็นคู่หูของจอห์นนี่ชั่วนิรันดร์" จอห์นนี่จึงหลับตา ท่ามกลางทะเลทรายที่ฟ้าใสของมิติที่สี่ ที่ลมพัดแรงดังชายทะเลยามเช้า แล้วจอห์นนี่ก็ตายตามนักสืบหญิงวัตสันไปทั้งที่นอนแนบหัวใจของนักสืบหญิงวัตสันนั้น ท่ามกลางสายลมอันอ่อนโยน "
ครั้นจบเรื่องเล่ารอบกองไฟที่นพพรเล่ามาดังนี้แล้ว ทุกคนรอบกองไฟก็เงียบไป มิได้พูดกระไรต่อ
โหยถามนพพรว่า "จบแล้วเหรอ?" นพพรก็ตอบว่า "เออ จบแล้ว ตัวเอกตายแล้ว จะให้มีภาคสองต่อเหรอ?"
จบ
เรื่องสั้น: kill
ตอนที่ 1
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและเพราะถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เอาผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าข้างขวาอยู่คลายออกมาพันลูกบิดประตูไว้จนหุ้มทั้งลูกบิดไปทั้งลูกแล้วหมุนลูกบิดช้าๆเปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่แบบช้าๆไม่รีบเร่งและเปิดประตูรั้วให้เงียบที่สุด นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป
ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง
นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าขอใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคนมีวงเล็บคำว่าหัวหน้าหลังชื่อเป้าหมายคนบนสุด เป็นแก๊งๆหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้นมีคำว่าหัวหน้าอยู่ในรูปของเป้าหมายคนแรก-ที่อยู่ของเป้าหมายคนที่เป็นหัวหน้าบอกด้วยว่าเป็นที่อยู่ของแก๊งด้วย-พร้อมบอกว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยที่อยู่ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง นักฆ่านิรนามเขียนตอบตกลงรับงานส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น นักฆ่านิรนามเปิดแอปGoogle Mapsค้นหาที่อยู่ทั้งของแก๊งสิบเก้าคนทั้งของบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะไปแล้วเช็กเวลาที่ใช้เดินทางจากที่นี่ไปยังจุดหมายปลายทางทั้งสองแห่ง จากที่นี่ไปบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปนั้นไวกว่าใช้เวลาสั้นกว่า ในขณะที่เวลาเดินทางจากที่นี่ไปยังที่อยู่ของแก๊งนั้นช้ากว่าใช้เวลามากกว่า นักฆ่านิรนามเช็กหาที่พักใกล้ๆบ้านหลังนั้นที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเจอบ้านพักแห่งหนึ่งอยู่ใกล้กับบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปที่สุดแล้วแคปหน้าจอไว้ แล้วนักฆ่านิรนามก็กดปุ่มล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงข้างขวาแล้วรูดซิปกระเป๋ากางเกง นักฆ่านิรนามเดินไปหารถแท็กซี่ ขึ้นรถแท็กซี่รูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ให้คนขับไปที่บ้านพักหลังนั้นแล้วเก็บโทรศัพท์แล้วรูดซิป เมื่อไปถึง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบเอากระเป๋าเงินลายสก๊อตขึ้นมาแล้วจ่ายเงินเยนให้แท็กซี่ นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่พร้อมของทั้งหมดแล้วไปเช็กอินเข้าบ้านพัก นักฆ่านิรนามใช้กล้องส่องทางไกลส่องบ้านหลังนั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็เปิดกระเป๋าเดินทาง ปลดกระดุมเสื้อตัวดำตัวที่นักนิรนามใส่อยู่ถอดเสื้อตัวดำออก ถอดถุงเท้าสีดำออกจากเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงออกมาจากกระเป๋าเดินทางเปลี่ยนถอดกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปมาใส่กางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงที่เขาเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทางนั้น หยิบเสื้อสีดำมีกระดุมออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่ามีแขนยาวออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบรองเท้าแตะสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบกระเป๋าสะพายไหล่ที่มีช่องหลายช่องออกมาจากกระเป๋าเดินทาง นักฆ่านิรนามพับเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวยัดลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ ยัดวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงลงไปในช่องใหญ่ช่องเดียวกันที่ยัดใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวในกระเป๋าสะพายไหล่ หยิบเสื้อชุดลำลองแขนยาวคอกลมของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวและเสื้อสีดำมีกระดุมนั้น หยิบกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงนั้น ใส่รองเท้าแตะสีดำ รูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้หยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำที่มีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้ออกมาใส่ลงไปในช่องเล็กของกระเป๋าสะพายไหล่ที่ด้านหน้า แล้วเอากระเป๋าสะพายไหล่นั้นขึ้นสะพายไหล่ เดินออกจากบ้านพัก แล้วไปเดินผ่านบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา เดินไปที่หน้าบ้านแล้วเดินผ่านไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วกินอาหารเดินไปซื้อข้าวปั้นมาหกก้อนจากร้านร้านหนึ่ง แล้วเดินออกมาจากร้านอาหารเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามไปแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่หน้ากำแพงซึ่งกำแพงนั้นมีต้นไม้หลายต้นขึ้นเรียงอยู่ด้านหน้ากำแพงนั้น นักฆ่านิรนามมองรอบบริเวณนั้นไม่มีคนอยู่ในทั้งแปดทิศรอบบริเวณนั้นแล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกเผยให้เห็นเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว ถอดกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกเผยให้เห็นกางเกงขายางสีดำสำหรับผู้หญิง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่มาใส่ไว้ที่หัวแล้วหยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามยัดเสื้อคอกลมแขนยาวชุดลำลองของเขากับกางเกงขายาวชุดลำลองเขายัดเข้าไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามก็ใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวคลุมตัวเขาไว้ แล้วเดินกลับมาผ่านบ้านหลังนั้นแล้วชำเลืองไปมองจากด้านข้างไปถึงด้านหลังเดินผ่านหน้าบ้านแล้วมองดูที่หน้าบ้านตั้งแต่ลานบ้าน,ประตูรั้ว,ประตูบ้าน,ระเบียง,หน้าต่าง,หลังคา,กำแพงแล้วก็เดินกลับไปซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมนักฆ่านิรนามชำเลืองมองหันหัวไปดูรอบสามร้อยหกสิบองศาไม่มีคนอยู่แถวนั้นไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งซ้ายไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งขวาไม่มีคนจากอีกฝากจะข้ามถนนมานักฆ่านิรนามก็ถอดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้ถอดเสื้อสีดำมีกระดุมออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้หยิบเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่แล้วใส่เสื้อชุดลำลองคอกลมของเขาทับเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว หยิบกางเกงชุดลำลองขายาวของเขาออกมาแล้วใส่ทับกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิงนั้นแล้วยัดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาว,เสื้อสีดำมีกระดุม,วิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพาย แล้วเดินกลับเข้าบ้านพักแล้วเอาข้าวปั้นไปเก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน,ถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปบ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น พร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออก หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROมาสองกระบอก หยิบถุงใส่กระสุน10mm autoไว้ในแม็กกาซีนรูปร่างกลมสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละห้าสิบนัด และใส่กระสุน10mm autoลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบนัด แล้วนักฆ่านิรนามใส่แม็กกาซีนแบบแท่งเข้าไปในปืนBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอก นักฆ่านิรนามหยิบถุงกระสุน9×19 parabellumแล้วหยิบกระสุน9×19 parabellumออกจากถุงใส่ลงไปในแม็กกาซีนกลมสองแม็กกาซีน แม็กกาซีนละห้าสิบนัด ใส่กระสุน9×19 parabellumลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบห้านัด และนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBeretta 93Rกระบอกหนึ่งกับพานท้ายโพลีเมอร์แท่งยาวสีดำออกมา บรรจุแม็กกาซีนหนึ่งในสองแม็กกาซีนที่พึ่งบรรจุกระสุน9×19 parabellumไปเมื่อกี้เข้าไปในปืนBeretta 93R ขึ้นลำปืนทั้งBrügger & Thomet APCสองกระบอกและBeretta 93Rหนึ่งกระบอกแล้วเก็บปืนทั้งหมดและแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนแล้วทั้งหมดไว้ในชั้นสองของกระเป๋าเดินทางอย่างเดิม ปิดชั้นสองของกระเป๋าเดินทางทับด้วยชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางแล้วปิดกระเป๋าเดินทา แล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อผ้าออกวางไว้กับเตียงนุ่งผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เสร็จแล้วออกมาจากห้องน้ำใส่ชุดลำลองเดินไปเปิดตู้เย็นกินข้าวปั้นก้อนหนึ่ง
วันต่อมาเวลาเที่ยงภายในบ้านหลังนั้นที่เป็นเป้าหมายที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา แก๊ง19คนรวมทั้งตัวหัวหน้าปีนประตูรั้วเข้าไปในบ้าน สองคนเดินไปยืนอยู่ข้างๆประตูบ้านคนละข้างหันหลังให้ผนัง อีกสองคนเดินไปซ่อนอยู่ข้างๆประตูรั้วคนละข้าง อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างขวา อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างซ้าย ตัวหัวหน้าแก๊งเปิดประตูบ้านหลังนั้นแล้วเข้าไปในบ้าน สี่คนเดินตามตัวหัวหน้าเข้าประตูบ้านเข้าไปชั้นที่หนึ่งของบ้าน แปดคนเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นที่สองของบ้าน ตัวหัวหน้าเดินไปเจอยูคิ อาโออิ สาวญี่ปุ่น เธอเกิด27 มีนาคม ค.ศ.1992 เป็นนักพากย์ ชอบsailor moon ชอบtransformers คุ้นเคยกับtransformersและของเล่นผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นเกม ชอบเกมThe Legend of Zelda : Ocarina of Timeมากที่สุด ชอบสัตว์ขนาดเล็ก เลี้ยงชิปมังก์และแมวมันช์กินไว้บ้าน มีความสามารถพิเศษในการวาดรูปด้วยอุปกรณ์ศิลปะหลากสี เธอมีงานอดิเรกเป็นการเขียนหนังสือและวาดรูป ใบหน้ากลมโต ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มแล้วน่ารัก ถ้ายิ่งใส่แว่นตากลมๆโตๆก็ยิ่งน่ารัก ผมสีดำ สูง140เซนติเมตร กรุ๊ปเลือดA เดินออกมาห้องครัวมาที่ห้องนั่งเล่น ตัวหัวหน้าแก๊ง19คนวิ่งเข้าไปหายูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ตัวหัวหน้าวิ่งเข้าไปทันเข้าหลังยูคิ อาโออิ ใช้แขนทั้งสองข้างโอบตัวยูคิ อาโออิ ทับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วยกยูคิ อาโออิจนตัวลอย แล้วตัวหัวหน้าของแก๊ง19คนก็ยกยูคิ อาโออิ เดินไปที่ห้องนอนห้องหนึ่งของชั้นหนึ่ง ใช้แขนขวาเปิดประตู แล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอนนั้นแล้วโยนยูคิ อาโออิลงไปบนที่นอนที่วางอยู่บนเตียงในห้องนอนห้องนั้น คนสี่คนในชั้นหนึ่งของบ้านนั้น คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างซ้าย คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างขวา อีกคนเดินไปยืนเฝ้าอยู่หลังประตูเข้าบ้าน อีกคนเดินเข้าไปยืนในห้องครัว คนแปดคนจากแก๊ง19คนที่อยู่ในชั้นที่สองของบ้านหลังนั้น สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำของชั้นสอง สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนของชั้นสอง หกคนยืนเฝ้าตรงบันได ฝ่ายนักฆ่านิรนามที่อยู่ในห้องใหญ่ของบ้านพักถอดชุดลำลองของเขาเปลี่ยนไปแต่งตัวใส่ชุดสูทธุรกิจ-เสื้อเชิ้ตสีขาว-เสื้อนอกสีดำ-กางเกงขายาวสีดำที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง ด้านในของเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่านั้นทำช่องเหมือนซองปืนไว้สำหรับใส่ปืน นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออกเผยให้เห็นชั้นสองของกระเป๋าเดินทางเอาปืนBrügger & Thomet APC PROที่ใส่แม็กกาซีนแบบแท่งไว้แล้วทั้งสองกระบอกออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทางปลดเซฟตี้ใส่ลงไปในช่องใส่ปืนที่ด้านขวาในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาปืนBeretta 93Rกับพานท้ายแท่งยาวสีดำออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทาง เอาพานท้ายแท่งยาวสีดำนั้นต่อเข้ากับส่วนล่างของด้านหลังของด้ามปืนBeretta 93Rเปลี่ยนโหมดยิงของปืนBeretta 93Rจากโหมดยิงทีละนัดไปเป็นBurst Mode แล้วเอาBeretta 93Rที่ต่อพานท้ายแล้วใส่ไปในช่องใส่ปืนที่ด้านซ้ายในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน10mm autoสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน10mm autoใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านขวาของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง แล้วนักฆ่านิรนามเอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านซ้ายของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง แล้วนักฆ่านิรนามก็เอาเสื้อสีดำยาวถึงเข่านั้นใส่ห่มตัวเป็นเสื้อคลุม หยิบหมวกทรงสูงสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเครื่องเล่นMP3กับหูฟังออกมาจากกระเป๋าเดินทาง เสียบหูฟังเข้ากับเครื่องเล่นMP3 ใส่หูฟังเข้าไปในหูทั้งสองข้างแล้วกดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัด แล้วนักฆ่านิรนามก็ถอดหูฟังออก ทิ้งหูฟังไว้ แล้วนักฆ่านิรนามใส่หมวกทรงสูงสีดำ(ที่เอาออกมาจากกระเป๋าเดินทางเมื่อกี้นี้) เอาเครื่องเล่นMP3ใส่ลงไปในช่องด้านในข้างซ้ายของเสื้อคลุม แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินออกจากบ้านพักเดินไปจนถึงต้นไม้ที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารที่เขาเคยเข้าไปแล้วเดินวนกลับแล้วข้ามไปอีกฝั่งห่างจากบ้านยูคิ อาโออิ แล้วนักฆ่านิรนามเดินเข้าไปอยู่ข้างบ้านด้านขวาของตัวบ้านแล้วเดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างขวา แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างซ้ายแล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องเล่นMP3ออกมาจากเสื้อคลุม กดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัดเสียงดังลั่น แล้วเดินเลียบกำแพงไปที่หลังบ้านข้างซ้ายพร้อมเก็บเครื่องเล่นMP3 แล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROกระบอกหนึ่งออกมาจากช่องด้านในด้านขวาของเสื้อคลุม
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568
การผจญภัยของเชอร์ล็อก โฮมส์
โดย เอ. โคนัน ดอยล์
ตอนที่ 24 – การผจญภัยปัญหาสุดท้าย
ด้วยใจอันหนักหน่วงข้าพเจ้าได้หยิบปากกาขึ้นมาเขียนถ้อยคำสุดท้ายเหล่านี้ ซึ่งข้าพเจ้าจะได้บันทึกถึงพรสวรรค์อันน่าประหลาดที่ทำให้มิตรของข้าพเจ้านายเชอร์ล็อก โฮมส์เป็นผู้โดดเด่น ด้วยรูปแบบที่สับสนและข้าพเจ้ารู้สึกอย่างลึกซึ้งว่าคร่าวเสียเหลือเกิน ข้าพเจ้าได้พยายามบรรยายถึงประสบการณ์แปลกประหลาดในการอยู่ร่วมกับเขาตั้งแต่นัดแรกที่ทำให้เรามาพบกันในยุคของ "เรื่องสยองบาดเลือด" จนถึงช่วงเวลาที่เขาเข้าแทรกแซงในเรื่อง "สนธิสัญญานาวี" การแทรกแซงซึ่งมีผลไม่อาจโต้แย้งได้ในการป้องกันความยุ่งยากระหว่างประเทศที่ร้ายแรง ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะหยุดอยู่ตรงนั้น และจะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่สร้างความว่างเปล่าในชีวิตของข้าพเจ้าซึ่งเวลาที่ล่วงเลยมาสองปีก็มิได้ช่วยเติมเต็มมันเลย แต่ทว่า ข้าพเจ้าถูกบังคับเนื่องจากจดหมายล่าสุดที่พันเอกเจมส์ มอริอาร์ตีปกป้องความทรงจำถึงพี่ชายของเขา และข้าพเจ้าไม่มีทางเลือกนอกจากจะเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนตามที่เกิดขึ้นจริง ข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียวที่รู้ความจริงอันแท้จริงของเรื่อง และข้าพเจ้าเชื่อว่าถึงเวลาที่การปิดบังไว้จะไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆอีก เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ มีเพียงสามรายงานในหนังสือพิมพ์สาธารณะ: รายงานใน Journal de Genève วันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1891 รายงานของรอยเตอร์ในหนังสือพิมพ์อังกฤษวันที่ 7 พฤษภาคม และที่สุดคือจดหมายล่าสุดที่ข้าพเจ้าได้กล่าวอ้าง รายงานแรกและรายงานที่สองย่ออย่างมาก ในขณะที่รายงานสุดท้าย เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน ดังที่ข้าพเจ้าจะแสดงให้เห็นตอนนี้ หน้าที่ของข้าพเจ้าคือการบอกเป็นครั้งแรกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงระหว่างศาสตราจารย์มอริอาร์ตีกับนายเชอร์ล็อก โฮมส์
อาจจดจำได้ว่าหลังจากข้าพเจ้าแต่งงาน และได้เริ่มต้นการทำการแพทย์ส่วนตัวหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างยิ่งที่เคยมีอยู่ระหว่างโฮมส์กับข้าพเจ้าก็เปลี่ยนแปลงไปในบางส่วน เขายังมาหาข้าพเจ้าบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อเขาต้องการเพื่อนร่วมในการสืบสวนของเขา แต่โอกาสเหล่านี้ก็ยิ่งห่างหายขึ้นเรื่อยๆ จนข้าพเจ้าพบว่าในปี ค.ศ. 1890 มีเพียงสามคดีที่ข้าพเจ้ายังคงมีบันทึกไว้ ในช่วงฤดูหนาวของปีนั้นและต้นฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ. 1891 ข้าพเจ้าเห็นในหนังสือพิมพ์ว่าเขาถูกรัฐบาลฝรั่งเศสว่าจ้างให้ทำงานเรื่องสำคัญยิ่ง และข้าพเจ้าได้รับบันทึกสองฉบับจากโฮมส์ ซึ่งลงวันที่จากนาร์บอนและจากนีม ซึ่งข้าพเจ้าเข้าใจว่าการพำนักของเขาในฝรั่งเศสมีแนวโน้มจะยาวนาน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงประหลาดใจบ้างที่ได้เห็นเขาเดินเข้ามาในห้องตรวจของข้าพเจ้าในเย็นวันที่ 24 เมษายน ข้าพเจ้าสังเกตว่าเขาดูหน้าซีดและผอมกว่าปกติ
"ใช่ ผมใช้ร่างกายตัวเองหนักไปหน่อย" เขาพูดตอบสายตาของข้าพเจ้ามากกว่าถ้อยคำ "ผมถูกกดดันนิดหน่อยในไม่กี่มานี้ คุณรังเกียจไหมถ้าผมจะปิดบานเกล็ดหน้าต่างคุณ"
แสงเดียวในห้องมาจากตะเกียงบนโต๊ะที่ข้าพเจ้านั่งอ่านหนังสือ โฮมส์เดินอ้อมไปตามผนัง แล้วปิดบานเกล็ดหน้าต่างให้มาชนกัน แล้วก็สลักให้แน่น
"คุณกลัวอะไรบางอย่างเหรอ?" ข้าพเจ้าถาม
"เอ่อ ใช่"
"กลัวอะไร?"
"กลัวปืนลม"
"โฮมส์ที่รัก คุณหมายความว่าอย่างไร?"
"ผมคิดว่าคุณรู้จักผมดีพอ วอตสัน ที่จะเข้าใจว่าผม绝不是คนขี้ตกใจง่าย ในเวลาเดียวกัน มันเป็นความโง่เขลาไม่ใช่ความกล้าหาญที่จะปฏิเสธไม่ยอมรับอันตรายเมื่อมันอยู่ใกล้คุณแล้ว ฉันขอไม้ขีดไฟได้ไหม" เขาดูดควันจากบุหรี่ของเขาเสมือนว่าผลกระทบที่ทำให้สงบนั้นเป็นที่พึงใจ對他
"ผมต้องขอโทษที่มาหาคุณดึกขนาดนี้" เขาพูด "และผมต้องขอร้องเพิ่มให้คุณอย่าทำตามธรรมเนียม โดยอนุญาตให้ผมออกจากบ้านคุณโดยการปีนข้ามกำแพงสวนหลังบ้านของคุณ"
"แต่นี่หมายความว่าอย่างไร?" ข้าพเจ้าถาม
เขาเอามือออกมา และข้าพเจ้าเห็นในแสงตะเกียงว่าข้อนิ้วสองข้อของเขาแตกและมีเลือดออก
"เห็นไหม มันไม่ใช่ลมปากเปล่า" เขาพูดพร้อมยิ้ม "ในทางตรงกันข้าม มันจับต้องได้พอที่จะทำให้มือคนแตกได้ คุณนายวอตสันอยู่บ้านไหม?"
"เธอไปเยี่ยมบ้านนอก"
"จริงๆ! คุณอยู่คนเดียว?"
"ใช่เลย"
"ดังนั้น มันจึงทำให้ผมเสนอให้ง่ายขึ้นว่าคุณน่าจะไปกับผมหนึ่งสัปดาห์สู่ภาคพื้นทวีป"
"ที่ไหน?"
"โอ้ ที่ไหนก็ได้ สำหรับผมก็เหมือนกัน"
มีบางอย่างแปลกมากในทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่ธรรมชาติของโฮมส์ที่จะหยุดพักผ่อนโดยไม่มีจุดหมาย และบางสิ่งเกี่ยวกับใบหน้าที่ซีดเซียวและเหน็ดเหนื่อยของเขาบอกข้าพเจ้าว่าประสาทของเขาตึงเครียดถึงขีดสุดแล้ว เขาเห็นคำถามในตาข้าพเจ้า และนำปลายนิ้วมาแตะกัน วางศอกบนเข่า อธิบายสถานการณ์
"คุณอาจไม่เคยได้ยินชื่อศาสตราจารย์มอริอาร์ตี?" เขาพูด
"ไม่เคย"
"อ้า นั่นคืออัจฉริยะและสิ่งน่าพิศวงของเรื่อง!" เขาร้องออกมา "ชายคนนั้นแพร่ไปทั่วลอนดอน แต่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อเขา นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาอยู่บนยอดสูงสุดในบันทึกอาชญากรรม ผมบอกคุณนะ วอตสัน อย่างจริงจังที่สุด ว่าถ้าผมสามารถเอาชนะชายคนนั้นได้ ถ้าผมสามารถปลดปล่อยสังคมจากเขาได้ ผมจะรู้สึกว่าอาชีพของผมเองได้ไปถึงจุดสูงสุดแล้ว และผมจะเตรียมตัวที่จะหันไปสู่เส้นทางชีวิตที่สงบมากขึ้น ระหว่างเราสองคน คดีล่าสุดที่ผมให้ความช่วยเหลือแก่ราชวงศ์สแกนดิเนเวีย และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้ทำให้ผมอยู่ในฐานะที่สามารถดำรงชีวิตในรูปแบบที่เงียบสงบซึ่งเหมาะสมกับผมที่สุด และทุ่มเทความสนใจไปที่การวิจัยทางเคมีของผม แต่ผมไม่อาจพักผ่อนได้ วอตสัน ผมไม่อ่านั่งนิ่งquietlyในเก้าอี้ของผมได้ หากผมคิดว่าชายอย่างศาสตราจารย์มอริอาร์ตีกำลังเดินอยู่บนถนนในลอนดอนโดยไม่มีใครท้าทาย"
"แล้วเขาได้ทำอะไรไปบ้าง?"
"เส้นทางอาชีพของเขาเป็นเรื่องพิเศษ เขาเป็นชายชาติกำเนิดดีและได้รับการศึกษายอดเยี่ยม ถูกธรรมชาติประทานให้มีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์อันน่าทึ่ง ตอนอายุ 21 เขา viết บทความเกี่ยวกับทฤษฎีบททวินาม ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วยุโรป ด้วยผลงานนี้ เขาได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเล็กแห่งหนึ่งของเรา และดูเหมือนจะมีเส้นทางอาชีพที่รุ่งโรจน์อย่างมากรอเขาอยู่ แต่ชายคนนี้มีแนวโน้มทางพันธุกรรมในแบบที่ชั่วร้ายที่สุด เส้นทางอาชญากรไหลเวียนในเลือดของเขา ซึ่งแทนที่จะถูกกลบเกลื่อน กลับทวีขึ้นและทำให้อันตรายมากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดโดยอำนาจจิตอันน่าทึ่งของเขา ข่าวลือมืดหม่นรวบรวมรอบตัวเขาในเมืองมหาวิทยาลัย และในที่สุดเขาก็ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งศาสตราจารย์และลงมาอยู่ลอนดอน ที่ซึ่งเขาตั้งตัวเป็นครูติวทหาร นี่คือสิ่งที่โลกรู้ แต่สิ่งที่ผมกำลังบอกคุณตอนนี้คือสิ่งที่ผมค้นพบด้วยตัวเอง
"อย่างที่คุณทราบ วอตสัน ไม่มีใครที่รู้จักโลกอาชญากรระดับสูงของลอนดอนได้ดีเท่าผม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกตัวอยู่เสมอถึงบางอำนาจที่อยู่เบื้องหลังผู้ร้าย บางอำนาจการจัดระเบียบอันลึกซึ้งที่ขวางทางกฎหมายตลอดเวลา และโยนโล่ปกป้องผู้ทำผิด ครั้งแล้วครั้งเล่าในคดีที่หลากหลายที่สุด—คดีปลอมแปลง คดีปล้น คดีฆาตกรรม—ผมได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของพลังนี้ และผมได้อนุมานการกระทำของมันในหลายๆ อาชญากรรมที่未被ค้นพบเหล่านั้นซึ่งผมไม่ได้รับconsultedเป็นการส่วนตัว เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผมพยายามทะลุผ่านผ้าคลุมที่ปกปิดมัน และในที่สุดเวลาก็มาถึงเมื่อผมจับได้线索และตามมันไป จนมันนำผม หลังจากพัน迂回ที่เจ้าเล่ห์ ไปหา อดีตศาสตราจารย์มอริอาร์ตี ผู้มีชื่อเสียงทางคณิตศาสตร์
"เขาคือนโปเลียนแห่งโลกอาชญากรรม วอตสัน เขาคือผู้จัดระเบียบครึ่งหนึ่งของสิ่งที่ชั่วร้ายและเกือบทั้งหมดที่未被ค้นพบในเมืองใหญ่แห่งนี้ เขาคืออัจฉริยะ นักปรัชญา นักคิดเชิงนามธรรม เขามีสมองชั้นหนึ่ง เขานั่งนิ่ง不动 เหมือนแมงมุมอยู่กลางใยของมัน แต่ใยนั้นมีรังสีพันเส้น และเขารู้ดีถึงทุกการสั่นไหวของแต่ละเส้น เขาทำน้อยด้วยตัวเอง เขาเพียงวางแผน แต่ลูกน้องของเขามีจำนวนมากและจัดระเบียบอย่างยอดเยี่ยม หากมีอาชญากรรมที่จะทำ เอกสารที่จะถูกขโมย เราจะพูดว่า บ้านที่จะถูกยึด ชายที่จะ被กำจัด—คำพูดจะถูกส่งไปหาศาสตราจารย์ เรื่องจะถูกจัดระเบียบและดำเนินการ ลูกน้องอาจ被จับ ในกรณีนั้น เงินจะ被พบสำหรับการประกันตัวหรือทนายของเขา แต่อำนาจกลางที่ใช้ลูกน้องไม่เคย被จับ—ไม่แม้แต่被สงสัย นี่คือองค์กรที่ผมอนุมานได้ วอตสัน และซึ่งผมทุ่มเทพลังงานทั้งหมดเพื่อเปิดโปงและทำลาย
"แต่ศาสตราจารย์被ป้องกันรอบตัวด้วยการป้องกันภัยที่ออกแบบอย่างเจ้าเล่ห์จน ไม่ว่าผมจะทำอะไร มันดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่จะได้หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ความผิดในศาล law คุณรู้ถึงพลังของผม วอตสันที่รัก และ yet ในตอนสิ้นสุดสามเดือน ผมถูกบังคับให้ยอมรับว่าในที่สุดผมก็พบคู่ต่อสู้ที่มีสติปัญญาเท่าเทียมกับผม ความหวาดกลัวของผมต่ออาชญากรรมของเขาหายไปในความชื่นชมทักษะของเขา แต่ในที่สุดเขาก็ทำพลาด—เพียงเล็กน้อย น้อยมาก—แต่มันมากกว่าที่เขาจะ承受ได้ เมื่อผมเข้าใกล้เขามาก ผมได้โอกาสแล้ว และเริ่มจากจุดนั้น ผมได้สานตาข่ายของผมรอบตัวเขาจนถึงตอนนี้ทุกอย่างพร้อมที่จะปิด ภายในสามวัน นั่นคือในวันจันทร์หน้า เรื่องต่างๆ จะสุกงอม และศาสตราจารย์ พร้อมด้วยสมาชิกหลักทั้งหมดของแก๊งค์ จะตกอยู่ในมือของตำรวจ แล้วการพิจารณาคดีอาชญากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษจะมาถึง การคลี่คลายปริศนากว่าสี่สิบเรื่อง และเชือกสำหรับพวกเขาทั้งหมด—แต่ถ้าเราเคลื่อนไหวก่อนวัยอันควร คุณเข้าใจนะ พวกเขาอาจหลุดจากมือเราแม้ในวินาทีสุดท้าย
"ทีนี้ ถ้าผมสามารถทำสิ่งนี้ได้โดยที่ศาสตราจารย์มอริอาร์ตีไม่รู้เรื่อง ทุกอย่างคงจะดี แต่เขาเจ้าเล่ห์เกินไปสำหรับเรื่องนั้น เขาเห็นทุกก้าวที่ผมก้าวเพื่อลากตาข่ายของผมรอบตัวเขา ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาพยายามที่จะหลบหนี แต่ผมก็ขวางเขาออกไปได้ทุกครั้ง ผมบอกคุณนะ เพื่อนของผม ว่าถ้าบันทึกโดยละเอียดของการแข่งขันที่เงียบงันนั้นสามารถ被เขียนได้ มันจะครองตำแหน่งเป็นงานการแทงและรับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของการสืบสวน ไม่เคยมีมาก่อนที่ผมจะขึ้นสู่ความสูงเช่นนี้ และไม่เคยมีมาก่อนที่ผมจะถูกกดดันอย่างหนักจากคู่ต่อสู้ เขาตัดลึก แต่ผมก็เพียงพอที่จะตัดใต้เขาได้ เช้าวันนี้ขั้นตอนสุดท้ายถูกดำเนินการ และต้องการอีกเพียงสามวันเพื่อให้เรื่องสมบูรณ์ ผมนั่งอยู่ในห้องของผมคิดเรื่องนี้ over เมื่อประตูเปิดและศาสตราจารย์มอริอาร์ตียืนอยู่ตรงหน้าผม
"ประสาทของผมค่อนข้างจะทนทาน วอตสัน แต่ผมต้องสารภาพว่าผมสะดุ้งเมื่อเห็นชายผู้อยู่ในความคิดของผมมากมายยืนอยู่ที่ธรณีประตูของผม รูปร่างหน้าตาของเขาคุ้นเคยผมมาก เขาสูงมากและผอม หน้าผากของเขาโดมออกมาในเส้นโค้งสีขาว และดวงตาทั้งสองของเขาลึกบุ๋มเข้าไปในหัวของเขา เขาโกนหนวดเกลี้ยง ซีด และดูเหมือนนักบวช ยังคง保留บางอย่างของศาสตราจารย์ในใบหน้าของเขา ไหล่ของเขาโค้งมนจากการเรียนมาก และใบหน้าของเขายื่นไปข้างหน้า และแกว่งไปมาช้าๆ อย่างต่อเนื่องจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งในรูปแบบที่คล้ายสัตว์เลื้อยคลานอย่างน่าอัศจรรย์ เขาจ้องมองผมด้วยความอยากรู้อย่างมากในตาที่ย่นของเขา
"'หน้าผากของคุณพัฒนาน้อยกว่าที่ผมคาดไว้' เขาพูดในที่สุด 'มันเป็นนิสัยอันตรายที่จะลูบคลำปืนที่บรรจุกระสุนในกระเป๋าของเสื้อคลุมอาบน้ำ'
"ความจริงคือเมื่อเขาเข้ามา ผมรู้จักทันทีถึงอันตรายส่วนตัวขั้นรุนแรงที่ผมตกอยู่ ทางรอดเดียวที่เป็นไปได้สำหรับเขาอยู่ที่การทำให้ลิ้นของผมเงียบ ในชั่วพริบตาผมได้สลิปปืนพกจากลิ้นชักintoกระเป๋าของผม และกำลังเล็งเขาผ่านผ้า ตามคำพูดของเขาผมดึงอาวุธออกมาและวางมันบนโต๊ะโดยยกไกไว้ เขายังยิ้มและกะพริบตา แต่มีบางสิ่งเกี่ยวกับดวงตาของเขาที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่ผมมีปืนอยู่ที่นั่น
"'คุณ顯然ไม่รู้จักผม' เขาพูด
"'ในทางตรงกันข้าม' ผมตอบ 'ผมคิดว่ามันค่อนข้างชัดเจนว่าผมรู้จัก ได้โปรดนั่งเก้าอี้ ผมให้เวลาคุณห้านาทีถ้าคุณมีอะไรจะพูด'
"'ทั้งหมดที่ผมต้องพูด已經ข้ามจิตใจของคุณแล้ว' เขาพูด
"'ดังนั้น คำตอบของผมอาจ已經ข้ามของคุณ' ผมตอบ
"'คุณยืนหยัดแน่นอน?'
"'แน่นอน'
"เขาตบมือintoกระเป๋าของเขา และผมยกปืนพกจากโต๊ะ แต่เขาเพียงดึงสมุดบันทึกออกมาซึ่งเขาได้เขียนวันที่บางอย่างไว้อย่างหวัดๆ
"'คุณขวางทางผมในวันที่ 4 มกราคม' เขาพูด 'วันที่ 23 คุณทำให้ผมไม่สะดวก ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ผมถูกคุณทำให้ไม่สะดวกอย่างรุนแรง ในตอนสิ้นเดือนมีนาคม ผมถูกขัดขวางแผนการอย่างแน่นอน และตอนนี้ ในตอนปลายเดือนเมษายน ผมพบว่าตัวเองถูกวางอยู่ในตำแหน่งเช่นนี้ผ่านการข่มเหงอย่างต่อเนื่องของคุณที่ผมตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอนที่จะสูญเสียอิสรภาพของผม สถานการณ์กำลังกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้'
"'คุณมีข้อเสนอแนะใดๆ ไหม?' ผมถาม
"'คุณต้องหยุดมัน นายโฮมส์' เขาพูด แกว่งหน้าไปมา 'คุณต้องจริงๆ คุณรู้ไหม'
"'หลังจากวันจันทร์' ผมพูด
"'ชู่, ชู่!' เขาพูด 'ผมค่อนข้างแน่ใจว่าชายที่มีสติปัญญาอย่างคุณจะเห็นว่าสามารถมีได้เพียงหนึ่งผลลัพธ์จากเรื่องนี้ มันจำเป็นที่คุณต้องถอนตัว คุณได้ทำสิ่งต่างๆ ในรูปแบบที่เรามีเพียงทางออกเดียวเหลือ มันเป็นการรักษาทางสติปัญญาสำหรับผมที่ได้เห็นวิธีที่คุณจัดการกับเรื่องนี้ และผมพูด โดยไม่เสแสร้ง ว่ามันจะเป็นความเศร้าโศกสำหรับผมที่ถูกบังคับให้采取มาตรการรุนแรงใดๆ คุณยิ้ม ท่าน แต่ผมขอรับรองกับคุณว่ามันจะเป็นจริงๆ'
"'อันตรายเป็นส่วนหนึ่งของการค้าขายของผม' ผมกล่าว
"'นี่ไม่ใช่อันตราย' เขาพูด 'มันคือการทำลายล้างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณขวางทางไม่เพียงแต่บุคคล แต่ยังเป็นองค์กรอันทรงอำนาจ ซึ่งขอบเขตเต็มที่ที่คุณ ด้วยความฉลาดทั้งหมดของคุณ ไม่สามารถตระหนักได้ คุณต้องหลีกออกไป นายโฮมส์ หรือไม่คุณจะถูกเหยียบย่ำ'
"'ผมเกรงว่า' ผมพูดขึ้นยืน 'ว่าในความสุขของการสนทนานี้ ผมกำลังละเลยธุรกิจสำคัญที่รอผมที่อื่น'
"เขาก็ลุกขึ้นด้วยและมองผมอย่างเงียบๆ ส่ายหัวอย่างเศร้าโศก
"'ก็ดี ก็ดี' เขาพูดในที่สุด 'มันดูน่าเสียดาย แต่ผมได้ทำทุกสิ่งที่ผมสามารถทำได้ ผมรู้ทุกการเคลื่อนไหวของเกมของคุณ คุณทำอะไรไม่ได้ก่อนวันจันทร์ มันเป็นการดวลระหว่างคุณกับผม นายโฮมส์ คุณหวังที่จะวางผมในที่ฟ้อง ผมบอกคุณว่าผมจะไม่ยืนอยู่ในที่ฟ้อง คุณหวังที่จะเอาชนะผม ผมบอกคุณว่าคุณจะไม่มีวันเอาชนะผม ถ้าคุณฉลาดพอที่จะนำการทำลายล้างมาสู่ผม พัก assured ว่าผมจะทำเช่นเดียวกันกับคุณ'
"'คุณได้ให้คำชมหลายครั้งกับผม นายมอริอาร์ตี' ผมพูด 'ให้ผมตอบแทนคุณหนึ่งครั้งเมื่อผมพูดว่าถ้าผม被รับรองถึงความเป็นไปได้แรก ในความสนใจของสาธารณชน ผมจะยอมรับอย่างร่าเริงความเป็นไปได้หลัง'
"'ผมสามารถสัญญาอย่างหนึ่งให้คุณแต่ไม่ใช่อย่างอื่น' เขาขู่ใส่ แล้วหันหลังที่โค้งมนให้ผม แล้วก็ออกจากห้องไปโดยมองซ้ายมองขวาและกะพริบตา
"นั่นคือการพบปะอันแปลกประหลาดของผมกับศาสตราจารย์มอริอาร์ตี ผมสารภาพว่ามันทิ้งผลที่ไม่น่าพอใจในจิตใจของผม แฟชั่นการพูดที่อ่อนนุ่มและแม่นยำของเขาทิ้งความ убеใจของความจริงใจซึ่งอันธพาลเพียงอย่างไม่สามารถผลิตได้ แน่นอน คุณจะพูดว่า: 'ทำไมไม่采取预防การตำรวจagainstเขา?' เหตุผลคือผมเชื่ออย่างดีว่ามันมาจากลูกน้องของเขาที่การโจมตีจะตก ผมมีข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่ามันจะเป็นเช่นนั้น"
"คุณถูกทำร้ายแล้วเหรอ?"
"วอตสันที่รัก ศาสตราจารย์มอริอาร์ตีไม่ใช่คนที่ปล่อยให้หญ้างอกใต้เท้า ผมออกไปประมาณเที่ยงวันเพื่อทำธุรกิจบางอย่างในถนนอ็อกซ์ฟอร์ด ขณะที่ผมผ่านมุมซึ่งนำจากถนนเบนทิงค์ไปยังทางข้ามถนนเวลเบ็ค รถม้าสองม้าที่ขับอย่างบ้าระห่มวิ่งหวือบ้ารอบมาและอยู่บนผมเหมือนแสงฟ้าแลบ ผมกระโจนไปยังทางเท้าและช่วยตัวเองได้ด้วยเศษเสี้ยวของวินาที รถม้าวิ่งหายไปโดยเลี้ยวไปตามเลนแมรีเลบอนและหายไปในชั่วพริบตา หลังจากนั้นผมยึดทางเท้าไว้ วอตสัน แต่ขณะที่ผมเดินลงถนนแวร์ อิฐก้อนหนึ่งตกลงมาจากหลังคาบ้านหลังหนึ่งและแตกเป็นเสี่ยงๆ ที่เท้าของผม ผมเรียกตำรวจและให้ตรวจสอบสถานที่ มีแผ่นหินชนวนและอิฐกองอยู่บนหลังคาเตรียมพร้อมสำหรับการซ่อมแซมบางอย่าง และพวกเขาจะให้ผมเชื่อว่าลมพัดหนึ่งใน这些东西ล้มลง แน่นอนผมรู้ดีกว่า แต่ผมพิสูจน์อะไรไม่ได้ หลังจากนั้นผมนั่งรถม้าและไปถึงห้องของพี่ชายผมในพัลล์ มอลล์ ที่ซึ่งผมใช้เวลาทั้งวัน ตอนนี้ผมมาหาคุณ และระหว่างทางผมถูกโจมตีโดยคนหยาบคายด้วยไม้กระบอง ผมKnockเขาลง และตำรวจจับเขาไว้แล้ว แต่ผมสามารถบอกคุณด้วยความมั่นใจอย่างแน่นอนที่สุดว่าไม่มีความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้จะถูกติดตามระหว่างสุภาพบุรุษที่ฟันหน้าของเขาผมทำให้ข้อนิ้วแตก กับครูคณิตศาสตร์ที่ปลีกตัว ผู้ซึ่ง ผมกล้าพูด กำลังแก้ปัญหาบนกระดานดำสิบไมล์ห่างออกไป คุณจะไม่ประหลาดใจ วอตสัน ที่การกระทำแรกของผมเมื่อเข้าห้องคุณคือการปิดบานเกล็ดหน้าต่างของคุณ และที่ผมถูกบังคับให้ขออนุญาตคุณให้ออกจากบ้านโดยทางออกที่สะดุดตาน้อยกว่าประตูหน้า"
ข้าพเจ้ามักชื่นชมในความกล้าหาญของเพื่อนข้าพเจ้า แต่ไม่เคยมากไปกว่าตอนนี้ ขณะที่เขานั่งอย่างสงบตรวจสอบชุดเหตุการณ์ซึ่งต้องรวมกันเพื่อสร้างวันแห่งความhorror
"คุณจะค้างคืนที่นี่ไหม?" ข้าพเจ้าถาม
"ไม่ เพื่อนของผม คุณอาจพบว่าผมเป็นแขกที่อันตราย ผมมีแผนของผม laid และทั้งหมดจะเป็นไปด้วยดี เรื่องต่างๆ ได้ไปไกลแล้วตอนนี้ที่พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผมในส่วนที่เกี่ยวกับการจับกุม ถึงแม้ว่าการมีอยู่ของผมจำเป็นสำหรับการพิสูจน์ความผิด ดังนั้น มันชัดเจนว่าผมไม่สามารถทำอะไรได้ดีไปกว่าการหนีไปสองสามวันซึ่งเหลืออยู่ก่อนที่ตำรวจจะอิสระที่จะกระทำการ ดังนั้น มันจะเป็นความสุขอย่างใหญ่หลวงสำหรับผม ถ้าคุณสามารถไปยังภาคพื้นทวีปกับผม"
"การแพทย์สงบ" ข้าพเจ้าพูด "และข้าพเจ้ามีเพื่อนบ้านที่ให้ความร่วมมือ ข้าพเจ้าจะยินดีไป"
"และเริ่มต้นเช้าวันพรุ่งนี้?"
"หากจำเป็น"
"โอ้ ใช่ มันจำเป็นที่สุด แล้วนี่คือคำสั่งของคุณ และผมขอร้อง วอตสันที่รัก ให้คุณเชื่อฟังพวกเขาทุกตัวอักษร เพราะตอนนี้คุณกำลังเล่นเกมสองมือกับผม ต่อสู้กับ rogue ที่ฉลาดที่สุดและ syndicate อาชญากรที่ทรงอำนาจที่สุดในยุโรp ตอนนี้ฟัง! คุณจะส่งสัมภาระอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจจะนำไปโดย messenger ที่น่าเชื่อถือ ไม่ได้จ่าหน้าถึง Victoria คืนนี้ ในตอนเช้าคุณจะส่งคนไปหารถฮันซัม สั่งคนของคุณไม่ให้รับคันแรกหรือคันที่สองที่อาจปรากฏขึ้น into รถฮันซัมนี้คุณจะกระโดดขึ้น และคุณจะขับไปยังปลาย Strand ของ Lowther Arcade ยื่นที่อยู่ให้คนขับรถบนกระดาษแผ่นเล็ก พร้อมคำขอว่าเขาจะไม่ทิ้งมัน จัดเตรียมค่าโดยสารของคุณให้ready และทันทีที่รถของคุณหยุด วิ่งทะลุ through the Arcade จับเวลาให้ตัวเองถึงอีกด้านหนึ่งในเวลาสามสิบห้านาทีเก้าโมงเช้า คุณจะพบรถบรูแฮมเล็กคันหนึ่งรออยู่ใกล้ขอบถนน ขับโดยเพื่อนที่มีผ้าคลุมหนาสีดำ ปลายคอปักด้วยสีแดง into รถนี้คุณจะก้าวขึ้น และคุณจะถึง Victoria ทันเวลาสำหรับรถด่วนภาคพื้นทวีป"
"ผมจะพบคุณที่ไหน?"
"ที่สถานี ตู้โดยสารชั้นหนึ่งคันที่สองจากด้านหน้าจะ被จองไว้สำหรับเรา"
"ตู้โดยสารคือจุดนัดพบของเรา แล้ว?"
"ใช่"
ข้าพเจ้าขอร้องให้โฮมส์อยู่ต่อสำหรับเย็นโดยเปล่าประโยชน์ มันชัดเจนสำหรับข้าพเจ้าว่าเขาคิดว่าเขาอาจนำปัญหาไปสู่หลังคาที่เขาอยู่ใต้มัน และนั่นคือแรงจูงใจที่ผลักดันให้เขาไป ด้วยคำพูดเร่งด่วนสองสามคำเกี่ยวกับแผนของเราสำหรับวันพรุ่งนี้ เขาลุกขึ้นและออกมาข้างนอกกับข้าพเจ้าintoสวน ปีนข้ามกำแพงซึ่งนำไปสู่ถนนมอร์ติเมอร์ และในทันทีก็ผิวปากเรียกรถฮันซัม ซึ่งข้าพเจ้าได้ยินเขาขับรถหายไป
ในตอนเช้าข้าพเจ้าเชื่อฟังคำสั่งของโฮมส์ทุกตัวอักษร รถฮันซัม被จัดหามาด้วยความระมัดระวังดังกล่าวซึ่งจะป้องกันไม่ให้มันเป็นคันที่被วางreadyสำหรับเรา และข้าพเจ้าขับรถทันทีหลังจากอาหารเช้าไปยัง Lowther Arcade ซึ่งข้าพเจ้ารีบเร่งผ่านไปด้วยความเร็วสูงสุด มีรถบรูแฮมคันหนึ่งรออยู่กับคนขับที่ใหญ่โตมากห่มผ้าคลุมสีดำ ผู้ซึ่ง ทันทีที่ข้าพเจ้าได้ก้าวเข้าไป ใช้แส้ตีม้าและขับฉิวไปยังสถานีวิกตอเรีย เมื่อข้าพเจ้าลงจากรถที่นั่น เขาหันรถแล้วก็ขับหนีไปอีกครั้งโดยไม่แม้แต่จะมองในทิศทางของข้าพเจ้า
จนถึงตอนนี้ทุกอย่างไปได้อย่างน่าชื่นชม สัมภาระของข้าพเจ้ารอข้าพเจ้าอยู่ และข้าพเจ้าไม่มีปัญหาในการหาตู้โดยสารที่โฮมส์ระบุ ยิ่งน้อยไปกว่านั้นเนื่องจากมันเป็นคันเดียวในรถไฟที่ถูกทำเครื่องหมายว่า "จองแล้ว" แหล่งเดียวของความกังวลของข้าพเจ้าตอนนี้คือการไม่ปรากฏตัวของโฮมส์ นาฬิกาสถานีทำเครื่องหมายเพียงเจ็ดนาทีจากเวลาที่เราควรจะออกเดินทาง ข้าพเจ้าค้นหาอย่างเปล่าประโยคในกลุ่มนักเดินทางและผู้มาส่งเพื่อหารูปร่างที่ว่องไวของเพื่อนข้าพเจ้า ไม่มีสัญญาณของเขา ข้าพเจ้าใช้เวลาสองสามนาทีในการช่วยเหลือพระชาวอิตาลีผู้มีอายุซึ่งกำลังพยายามทำให้คนแบก行李เข้าใจ ในภาษาอังกฤษที่หักๆ ว่าสัมภาระของเขา要被จองผ่านไปปารีส แล้ว หลังจากมองรอบอีกครั้ง ข้าพเจ้ากลับไปยังตู้โดยสารของข้าพเจ้า ที่ซึ่งข้าพเจ้าพบว่าคนแบก行李 ทั้งๆ ที่มีตั๋ว ได้ให้เพื่อนชาวอิตาลีที่ทรุดโทรมของข้าพเจ้าเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง มันไร้ประโยชน์สำหรับข้าพเจ้าที่จะอธิบายให้เขาฟังว่าการมีอยู่ของเขาเป็นการบุกรุก เนื่องจากภาษาอิตาลีของข้าพเจ้ายิ่ง受限กว่าภาษาอังกฤษของเขา ดังนั้นข้าพเจ้าจึงยักไหล่อย่างยอมจำนนและยังคงมองออกไปข้างนอกอย่างกังวลเพื่อหาเพื่อนข้าพเจ้า ความเย็นยะเยือกของความกลัวได้มาเหนือข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าคิดว่าการขาดหายไปของเขาอาจหมายความว่าการโจมตีบางอย่างได้ตกในช่วงกลางคืน ประตูทั้งหมดถูกปิดแล้วและนกหวีดถูกเป่าแล้ว เมื่อ—
"วอตสันที่รัก" เสียงหนึ่งพูด "คุณยังไม่แม้แต่จะลดตัวลงมาพูดสวัสดีตอนเช้า"
ข้าพเจ้าหันไปด้วยความประหลาดใจที่ไม่สามารถควบคุมได้ พระชราได้หันใบหน้าของเขาเข้าหาข้าพเจ้า ในชั่วพริบตารอยย่นถูกทำให้เรียบ จมูกถูกดึงออกจากคาง ริมฝีปากล่างหยุดยื่นและปากหยุดพึมพำ ดวงตาที่ทื่อregainedไฟของพวกเขา รูปร่างที่หดหู่ขยายออก ต่อไปโครงร่างทั้งหมดยุบลงอีกครั้ง และโฮมส์ได้จากไปอย่างรวดเร็วเท่าที่เขาได้มา
"พระเจ้าช่วย!" ข้าพเจ้าร้องออกมา "คุณทำให้ผมตกใจมาก!"
"ทุกความระมัดระวังยังคงจำเป็น" เขากระซิบ "ผมมีเหตุผลที่จะคิดว่าพวกเขากำลังตามรอยเราอย่างร้อนแรง อ้า มีมอริอาร์ตีเอง"
รถไฟ已经开始เคลื่อนที่แล้วขณะที่โฮมส์พูด มองกลับไปข้าพเจ้าเห็นชายสูงคนหนึ่งผลักทางของเขาอย่างบ้าระห่มผ่านฝูงชนและโบกมือของเขาเสมือนว่าเขาปรารถนาที่จะให้รถไฟหยุด แต่มันสายเกินไปแล้ว เพราะเรากำลังรวบรวมโมเมนตัมอย่างรวดเร็ว และชั่วพริบตาต่อมาได้พุ่งออกไปจากสถานีอย่างชัดเจน
"ด้วยความระมัดระวังทั้งหมดของเรา คุณเห็นว่าเราเฉียดมันมาได้อย่างค่อนข้างดี" โฮมส์พูดหัวเราะ เขาลุกขึ้น และโยนเสื้อคลุมสีดำและหมวกซึ่งเป็นเครื่องปลอมแปลงของเขาออกไป เขาบรรจุพวกมันawayในกระเป๋ามือ
"คุณเห็นหนังสือพิมพ์ตอนเช้าไหม วอตสัน?"
"ไม่"
"คุณยังไม่เห็นเรื่องเบเกอร์สตรีต แล้ว?"
"เบเกอร์สตรีต?"
"พวกเขา點ไฟห้องของเราคืนที่ผ่านมา ไม่มีอันตรายใหญ่หลวงเกิดขึ้น"
"พระเจ้าช่วย โฮมส์! นี่มันทนไม่ไหวแล้ว"
"พวกเขาต้องสูญเสียรอยตามของผมอย่างสมบูรณ์หลังจากคนถือไม้กระบองของพวกเขาถูกจับ ไม่เช่นนั้นพวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผมกลับไปที่ห้องของผม พวกเขาได้采取ความระมัดระวังในการเฝ้าดูคุณอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม และนั่นคือสิ่งที่นำมอริอาร์ตีมาที่วิกตอเรีย คุณไม่ได้ทำอะไรพลาดในการมาใช่ไหม?"
"ผมทำExactlyตามที่คุณแนะนำ"
"คุณพบรถบรูแฮมของคุณไหม?"
"ใช่ มันกำลังรออยู่"
"คุณจำคนขับรถของคุณได้ไหม?"
"ไม่"
"เขาคือพี่ชายของผม ไมครอฟท์ มันเป็นข้อได้เปรียบที่จะเดินทางในกรณีเช่นนี้โดยไม่นำคนรับจ้างintoความมั่นใจของคุณ แต่เราต้องวางแผนว่าเราจะทำอย่างไรเกี่ยวกับมอริอาร์ตีตอนนี้"
"เนื่องจากนี่เป็นรถด่วน และเนื่องจากเรือวิ่งเชื่อมต่อกับมัน ผมควรคิดว่าเราได้สลัดเขาออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก"
"วอตสันที่รัก คุณ顯然ไม่ตระหนักถึงความหมายของผมเมื่อผมพูดว่าชายคนนี้อาจ被ถือว่าQuiteอยู่บนระนาบสติปัญญาเดียวกับผม คุณไม่จินตนาการว่าถ้าผมเป็นผู้ไล่ตาม ผมจะปล่อยให้ตัวเอง被ทำให้สับสนโดยอุปสรรคเล็กน้อยเช่นนั้น ทำไม แล้ว คุณจึงคิดต่ำเตี้ยเกี่ยวกับเขาเช่นนั้น?"
"เขาจะทำอะไร?"
"สิ่งที่ผมควรทำ"
"แล้วคุณจะทำอะไร?"
"จองรถพิเศษ"
"แต่มันต้องสายแล้ว"
"ไม่เลย รถไฟนี้หยุดที่แคนเทอร์เบอรี และมักจะมีอย่างน้อยหนึ่งในสี่ชั่วโมงของการล่าช้าที่เรือ เขาจะจับเราได้ที่นั่น"
"ใครๆ ก็จะคิดว่าเราเป็นผู้ร้าย ให้เราจับเขาหลังจากเขามาถึง"
"มันจะเป็นการทำลายงานสามเดือนของเรา เราควรจะได้ปลาตัวใหญ่ แต่ปลาตัวเล็กจะพุ่งไปทางขวาและซ้ายออกจากตาข่าย ในวันจันทร์เราควรจะได้พวกเขาทั้งหมด ไม่ การจับกุม是不被允许的"
"แล้วอะไร?"
"เราจะลงที่แคนเทอร์เบอรี"
"แล้ว?"
"เอ่อ แล้วเราต้องทำการเดินทางข้ามประเทศไปนิวเฮเวน และดังนั้นข้ามไปดิเอป มอริอาร์ตีจะทำอีกครั้งสิ่งที่ผมควรทำ เขาจะไปปารีส ทำเครื่องหมายลงบนสัมภาระของเรา และรอสองวันที่สถานี ในระหว่างนี้เราจะรักษาตัวเองด้วยกระเป๋าเดินทางสองใบ ส่งเสริมการผลิตของประเทศที่เราจะเดินทางผ่าน และหาทางไปสวิตเซอร์แลนด์อย่างสบายๆ ผ่านลักเซมเบิร์กและบาเซิล"
ข้าพเจ้าเป็นนักเดินทางที่แก่เกินไปที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกทำให้ไม่สะดวกอย่างรุนแรงโดยการสูญเสียสัมภาระของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าสารภาพว่าข้าพเจ้ารำคาญที่ความคิดที่จะถูกบังคับให้หลบและซ่อนตัวก่อนชายที่มีบันทึกดำด้วยความอัปยศที่ไม่สามารถบรรยายได้ อย่างไรก็ตาม มันชัดเจนว่าโฮมส์เข้าใจสถานการณ์ชัดเจนกว่าข้าพเจ้า ที่แคนเทอร์เบอรี ดังนั้น เราจึงลงจากรถ เพียงเพื่อพบว่าเราจะต้องรอหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เราจะได้รถไฟไปนิวเฮเวน
ข้าพเจ้ายังคงมองอย่างค่อนข้างเศร้าโศกหลังรถไฟสัมภาระที่หายไปอย่างรวดเร็วซึ่งบรรทุกรักษ์เสื้อผ้าของข้าพเจ้า เมื่อโฮมส์ดึงแขนเสื้อของข้าพเจ้าและชี้ขึ้นไปตามราง
"แล้ว คุณเห็นไหม" เขาพูด
ไกลออกไปจาก among ป่าเคนทิช มีควันบางๆ พวยขึ้นมา หนึ่งนาทีต่อมา ตู้โดยสารและเครื่องยนต์สามารถ被เห็นบินไปตามเส้นโค้งเปิดซึ่งนำไปสู่สถานี เราแทบไม่มีเวลาที่จะเข้าไปอยู่ behind กองสัมภาระเมื่อมันผ่านไปด้วยเสียงกราวและเสียงคำราม ตี blast อากาศร้อนintoใบหน้าของเรา
"เขามาแล้ว" โฮมส์พูดขณะที่เราดูตู้โดยสารแกว่งและโยกเหนือจุด "มีขีดจำกัด คุณเห็นไหม ต่อสติปัญญาของเพื่อนเรา มันคงเป็นการ coup-de-maître ถ้าเขาอนุมานได้ว่าผมจะอนุมานอะไรและ acted ตามนั้น"
"และเขาจะทำอะไรถ้าเขาไล่ทันเรา?"
"ไม่มีความสงสัยน้อยที่สุดว่าเขาจะทำการโจมตีที่ murderous ต่อผม อย่างไรก็ตาม มันเป็นเกมที่สองคนอาจเล่น คำถามตอนนี้คือว่าเราควรจะกินอาหารกลางวันก่อนวัยอันควรที่นี่ หรือยอมเสี่ยงที่จะอดอาหารก่อนที่เราจะถึงบุฟเฟ่ต์ที่นิวเฮเวน"
เราหาทางไปบรัสเซลส์ในคืนนั้นและใช้เวลาสองวันที่นั่น ย้ายต่อไปในวันที่สามไกลถึงสตราสบูร์ก ในเช้าวันจันทร์โฮมส์ได้ส่งโทรเลขไปยังตำรวจลอนดอน และในเย็นเราพบคำตอบรอเราอยู่ที่โรงแรมของเรา โฮมส์ฉีกมันเปิด แล้วด้วยคำสาปอันขมขื่นขว้างมันintoเตาผิง
"ผมควรจะรู้แล้ว" เขาคร่ำครวญ "เขาหลบหนีแล้ว!"
"มอริอาร์ตี!"
"พวกเขาได้จับกุมแก๊งค์ทั้งหมดยกเว้นเขา เขาได้ให้พวกเขาสลิป แน่นอน เมื่อผมได้ออกจากประเทศ ไม่มีใครที่จะรับมือกับเขา แต่ผมคิดว่าผมได้วางเกมintoมือของพวกเขาแล้ว ผมคิดว่าคุณควรกลับไปอังกฤษดีกว่า วอตสัน"
"ทำไม?"
"เพราะคุณจะพบว่าผมเป็นเพื่อนร่วมทางที่อันตรายตอนนี้ อาชีพของชายคนนี้หายไปแล้ว เขาต้องหลงทางถ้าเขากลับลอนดอน ถ้าผมอ่านตัวละครของเขาถูกต้อง เขาจะทุ่มเทพลังงานทั้งหมดของเขาเพื่อแก้แค้นตัวเองกับผม เขาพูดมากในการพบปะสั้นๆ ของเรา และผม fancy ว่าเขาตั้งใจมัน ผมควรแนะนำอย่างแน่นอนให้คุณกลับไปปฏิบัติการแพทย์ของคุณ"
มัน hardly เป็นการอุทธรณ์ที่จะประสบความสำเร็จกับคนที่เป็นทหารผ่านศึกเก่าเช่นเดียวกับเพื่อนเก่า เรานั่งในห้องอาหารสตราสบูร์กโต้แย้งคำถามเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง แต่คืนเดียวกันเราได้กลับสู่การเดินทางของเราและกำลังอยู่บนทางไปเจนีวา
เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่น่ารักที่เราเดินท่องไปตามหุบเขาโรน แล้วแยกออกที่ลอยค์ เราหาทางผ่านช่องเขagemmi ยังคงลึกในหิมะ และดังนั้น โดยทางของอินเตอร์ลาเคน ไปเมริงเงิน มันเป็นการเดินทางที่น่ารัก สีเขียวอันสวยงามของฤดูใบไม้ผลิด้านล่าง สีขาวบริสุทธิ์ของฤดูหนาวด้านบน; แต่มันชัดเจนสำหรับข้าพเจ้าว่าไม่แม้แต่ชั่วขณะเดียวที่โฮมส์ลืมเงาที่วางขวางเขา ในหมู่บ้านAlpineที่เรียบง่ายหรือในช่องเขาภูเขาโดดเดี่ยว ข้าพเจ้ายังสามารถบอก โดยดวงตาที่มองอย่างรวดเร็วของเขาและการ scrutinize ที่คมชัดของทุกใบหน้าที่ผ่านเราไป ว่าเขาเชื่ออย่างดีว่า ไม่ว่าเราจะเดินไปที่ใด เราไม่สามารถเดินตัวเองให้หลุดพ้นจากอันตรายที่กำลังตามรอยเท้าของเรา
ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าจำได้ ขณะที่เราผ่านgemmi และเดินตามชายแดนของด Aubensee อันเศร้าหมอง ก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งถูกทำให้หลุดจากสันเขาด้านขวาของเราร่วงลงมาด้วยเสียงกราวและคำรามintoทะเลสาบ behind เรา ในชั่วพริบตาโฮมส์ได้วิ่งขึ้นไปบนสันเขา และยืนอยู่บนยอดสูงสุด ยื่นคอของเขาในทุกทิศทาง มันไร้ประโยชน์ที่ guide ของเรารับรองเขาว่าการร่วงของหินเป็นโอกาสทั่วไปในฤดูใบไม้ผลิที่จุดนั้น เขาไม่พูดอะไร แต่เขายิ้มให้ข้าพเจ้าด้วยอากาศของชายที่เห็นความสมบูรณ์ของสิ่งที่เขาได้คาดหวัง
และ yet สำหรับ all การเฝ้าระวังของเขา เขาไม่เคยหดหู่ ในทางตรงกันข้าม ข้าพเจ้าไม่สามารถ recollect ได้ว่าได้เห็นเขาใน such exuberant spirits ครั้งแล้วครั้งเล่าเขากลับมาที่ข้อเท็จจริงที่ว่าถ้าเขาสามารถ被รับรองได้ว่าสังคมถูกปลดปล่อยจากศาสตราจารย์มอริอาร์ตี เขาจะนำอาชีพของเขาเองไปสู่บทสรุปอย่างร่าเริง
"ผมคิดว่าผมอาจไปไกลถึงขนาดที่จะพูดว่า วอตสัน ว่าผมไม่ได้มีชีวิตอยู่โดยเปล่าประโยชน์ทั้งหมด" เขากล่าว "ถ้าบันทึกของผมถูกปิดคืนนี้ ผมยังสามารถสำรวจมันด้วยความใจเย็น อากาศของลอนดอนหอมหวานขึ้นเพราะการมีอยู่ของผม ในกว่าพันคดีผมไม่ตระหนักว่าผมเคยใช้พลังของผมuponฝ่ายผิด ในไม่กี่มานี้ผมถูกล่อให้มองintoปัญหาที่ถูกจัดหาโดยธรรมชาติ มากกว่าปัญหาที่ผิวเผินมากขึ้นซึ่งรัฐสังคมประดิษฐ์ของเราเป็นผู้รับผิดชอบ บันทึกความทรงจำของคุณจะดึงไปสู่จุดจบ วอตสัน upon วันที่ผมสวมมงกุฎอาชีพของผมโดยการจับกุมหรือการดับของอาชญากรที่อันตรายที่สุดและมีความสามารถที่สุดในยุโรป"
ข้าพเจ้าจะสั้นและ yet แม่นยำ ในสิ่งเล็กน้อยที่เหลือสำหรับข้าพเจ้าที่จะบอก มันไม่ใช่หัวเรื่องที่ข้าพเจ้าจะ dwell อย่างเต็มใจ และ yet ข้าพเจ้ารู้สึกว่าหน้าที่ตกกับข้าพเจ้าที่จะไม่ละเว้นรายละเอียดใดๆ
มันเป็น upon วันที่ 3 พฤษภาคมที่เรามาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ของเมริงเงิน ที่ซึ่งเราพักที่ Englischer Hof แล้วถูกดูแลโดยปีเตอร์ สตายเลอร์ ผู้พ่อ เจ้าบ้านของเราเป็นชายที่ intelligent และพูดภาษาอังกฤษได้ excellently หลังจากรับใช้เป็นพนักงานเสิร์ฟที่โรงแรม Grosvenor ในลอนดอนเป็นเวลาสามปี ตามคำแนะนำของเขา upon บ่ายวันที่ 4 เราออกเดินทางร่วมกันด้วยความตั้งใจที่จะข้ามเขาและค้างคืนที่หมู่บ้าน Rosenlaui อย่างไรก็ตาม เราได้รับคำสั่งอย่างเข้มงวด ไม่ว่าในกรณีใดๆ 不要ผ่านน้ำตก Reich enbach ซึ่งอยู่ประมาณครึ่งทางขึ้นเขา โดยไม่ทำการ detour เล็กน้อยเพื่อไปดูพวกมัน
มันเป็น indeed สถานที่ที่น่ากลัว ธารน้ำtorrent ซึ่งบวมโดยหิมะที่ละลาย กระโจนinto หุบเหวลึกอันมหาศาล จากนั้นละอองน้ำ rolls ขึ้นเหมือนควันจากบ้านที่ไฟไหม้ เพลาที่แม่น้ำ hurls ตัวเอง into เป็นช่องกว้างใหญ่ เรียงรายโดยหินสีดำมันวาว ซึ่งแคบลงinto หลุมที่มีฟองครีม เดือด ของความลึกที่ไม่สามารถคำนวณได้ ซึ่ง brims over และ shoots สายน้ำ onward เหลื่อมริมที่ขรุขระ การกวาดยาวของน้ำสีเขียว roaring ตลอดกาลลงมา และม่านหนาของละอองน้ำที่ flickering ฟู่ตลอดกาลขึ้นไป ทำให้มนุษย์มึนงงด้วย whirl และ clamour ที่คงที่ของพวก เรา stood ใกล้ขอบ peered ลงไปที่ gleam ของน้ำที่แตก far ด้านล่างเรา against หินดำ และฟังเสียงร้องที่ half-human ซึ่งมา booming ขึ้นพร้อมกับละอองน้ำออกจากหุบเหว
เส้นทางถูกตัดครึ่งทางรอบน้ำตกเพื่อให้มุมมองที่สมบูรณ์ แต่มันจบลงอย่างกะทันหัน และนักเดินทางต้องกลับมาอย่างที่เขา came เราได้หันไปทำเช่นนั้น เมื่อเราเห็นเด็กหนุ่มสวิสวิ่งมาด้วยจดหมายในมือของเขา มัน bear เครื่องหมายของโรงแรมที่เราเพิ่งจากมา และถูกจ่าหน้าถึงข้าพเจ้าโดยเจ้าบ้าน มัน appeared ว่าภายในไม่กี่นาทีหลังจากเราออกเดินทาง มีสุภาพสตรีชาวอังกฤษมาถึงซึ่งอยู่ใน stage สุดท้ายของ consumption เธอได้ใช้ฤดูหนาวที่ Davos Platz และกำลังเดินทางตอนนี้เพื่อ join เพื่อนของเธอที่ Lucerne เมื่อมีเลือดออกกะทันหัน overtaken เธอ มัน被คิดว่าเธอ hardly สามารถมีชีวิตได้อีกสองสามชั่วโมง แต่มันจะเป็นความ consolation อย่างใหญ่หลวงสำหรับเธอที่ได้พบแพทย์ชาวอังกฤษ และถ้าข้าพเจ้า only จะกลับ ฯลฯ ฯลฯ สตายเลอร์ผู้ดีรับรองข้าพเจ้าใน postscript ว่าเขาจะมองการปฏิบัติตามของข้าพเจ้าเป็นความกรุณาอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากสุภาพสตรีปฏิเสธอย่างแน่นอนที่จะพบแพทย์ชาวสวิส และเขาไม่สามารถแต่รู้สึกว่าเขากำลัง incurring ความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง
การอุทธรณ์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถ被เพิกเฉยได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธคำขอของเพื่อนร่วมชาติหญิงที่กำลังจะตายในดินแดนแปลกปลอม yet ข้าพเจ้ามี scruples ของข้าพเจ้าเกี่ยวกับการจากโฮม�ไป อย่างไรก็ตาม มัน被ตกลงกันในที่สุดว่าเขาควร retain เด็ก messenger ชาวสวิสกับเขาเป็น guide และ companion ขณะที่ข้าพเจ้ากลับไปเมริงเงิน เพื่อนของข้าพเจ้าจะอยู่บ้างเล็กน้อยที่น้ำตก เขาพูด และจากนั้นจะเดินอย่างช้าๆ เหนือเขาไปยัง Rosenlaui ที่ซึ่งข้าพเจ้าจะ rejoin เขาในเย็น เมื่อข้าพเจ้าหัน away ข้าพเจ้าเห็นโฮมส์ด้วยหลังของเขา against หินก้อนหนึ่งและแขนของเขาพับไว้ จ้องมองลงไปที่การรั่วของน้ำ มันเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าเคยถูกกำหนดให้เห็นเขาในโลกนี้
เมื่อข้าพเจ้าใกล้ด้านล่างของทางลง ข้าพเจ้ามองกลับไป มันเป็นไปไม่ได้ จากตำแหน่งนั้น ที่จะเห็นน้ำตก แต่ข้าพเจ้าสามารถเห็นเส้นทางโค้งซึ่งลัดเลาะเหนือไหล่ของเขาและนำไปสู่มัน ตามทางนี้ มีชายคนหนึ่ง ข้าพเจ้าจำได้ กำลังเดินอย่างรวดเร็วมาก ข้าพเจ้าสามารถเห็นร่างสีดำของเขาชัดเจน outlined กับสีเขียว behind เขา ข้าพเจ้า noted เขา และพลังงานที่เขาเดิน แต่เขาผ่านจากจิตใจข้าพเจ้าอีกครั้งเมื่อข้าพเจ้ารีบเร่ง upon หน้าที่ของข้าพเจ้า
มันอาจจะเป็นเล็กน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ข้าพเจ้ามาถึงเมริงเงิน สตายเลอร์ผู้แก่กำลังยืนอยู่ที่เฉลียงของโรงแรมของเขา
"เอ่อ" ข้าพเจ้าพูด ขณะที่ข้าพเจ้ามาถึงอย่างรีบเร่ง "ข้าพเจ้าเชื่อว่าเธอไม่แย่ลงใช่ไหม?"
รูปลักษณ์แห่งความประหลาดใจผ่านไปบนใบหน้าของเขา และที่การสั่นครั้งแรกของคิ้วของเขา หัวใจของข้าพเจ้า turned to ตะกั่ว in หน้าอกของข้าพเจ้า
"คุณไม่ได้เขียนสิ่งนี้?" ข้าพเจ้าถาม ดึงจดหมายจากกระเป๋าของข้าพเจ้า "ไม่มีหญิงอังกฤษป่วยในโรงแรม?"
"Certainly ไม่" เขาร้องออกมา "แต่มันมีเครื่องหมายโรงแรม upon มัน! ฮา! มันต้อง被เขียนโดยชายอังกฤษสูงคนนั้นที่เข้ามาหลังจากคุณจากไป เขาพูด———"
แต่ข้าพเจ้าไม่รอคำอธิบายของเจ้าบ้านเลย ในอาการ tingling ของความกลัว ข้าพเจ้า already กำลังวิ่งลงถนนหมู่บ้าน และทำเพื่อเส้นทางที่ข้าพเจ้าเพิ่งลงไปเมื่อไม่นานนี้ มันใช้เวลาข้าพเจ้าหนึ่งชั่วโมงที่จะลงมา สำหรับ all ความพยายามของข้าพเจ้า อีกสองชั่วโมงได้ผ่านไปก่อนที่ข้าพเจ้าพบตัวเองที่น้ำตก Reich enbach อีกครั้ง มีไม้เท้า Alpine ของโฮมส์ยังคงพิง against หินโดยที่ข้าพเจ้าได้จากเขาไป แต่ไม่มีสัญญาณของเขา และมันไร้ประโยชน์ที่ข้าพเจ้าร้องเสียงดัง คำตอบเดียวของข้าพเจ้าคือเสียงของข้าพเจ้าเอง reverberating in ก้องกังวาน echo จากหน้าผารอบตัวข้าพเจ้า
มันเป็นภาพของไม้เท้า Alpine นั้นที่ turned ข้าพเจ้าเย็นและป่วย แล้วเขาไม่ได้ไป Rosenlaui เขาได้ remain อยู่บนเส้นทางสามฟุตนั้น ด้วยผนัง sheer ด้านหนึ่งและการตก sheer ด้านอื่น จนกระทั่งศัตรูของเขาได้ overtaken เขา เด็กหนุ่มสวิสได้จากไปด้วย เขาอาจได้อยู่ในค่าจ้างของมอริอาร์ตี และได้จากชายสองคนไว้ด้วยกัน และแล้วอะไรได้เกิดขึ้น? ใครจะเป็นคนบอกเราว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว?
ข้าพเจ้ายืนอยู่หนึ่งหรือสองนาทีเพื่อรวบรวมตัวเอง เพราะข้าพเจ้าประสาท被ทำลายด้วยความ horror ของสิ่งนั้น แล้วข้าพเจ้าเริ่มคิดถึงวิธีการของโฮมส์เองและพยายามปฏิบัติพวกมันในการอ่านโศกนาฏกรรมนี้ มันเป็น อนิจจา! ง่ายเกินไปที่จะทำ ในระหว่างการสนทนาของเรา เราไม่ได้ไปจนสุดเส้นทาง และไม้เท้า Alpine ทำเครื่องหมายสถานที่ที่เราได้ stood ดินสีดำish ถูก keep ให้นิ่มตลอดกาลโดยการลอยอย่างไม่หยุดหย่อนของละอองน้ำ และนกจะทิ้งรอยเท้าของมัน upon มัน สองเส้นของรอยเท้าถูกทำเครื่องหมายอย่างชัดเจน along ปลาย farther ของเส้นทาง ทั้งสองนำ away จากข้าพเจ้า ไม่มีรอย returning ไม่กี่หลาจากปลาย ดินถูก ploughed ขึ้นทั้งหมด into แพทช์โคลน และต้นไม้ brambles และเฟิร์นซึ่ง fringed ช่องถูกฉีกและ bedraggled ข้าพเจ้านอน upon หน้าของข้าพเจ้าและ peered เหลือ ด้วยละอองน้ำ spouting ขึ้นทั้งหมดรอบตัวข้าพเจ้า มันได้มืดลงตั้งแต่ข้าพเจ้าจากไป และตอนนี้ข้าพเจ้าสามารถเห็นที่นี่และที่นั่น only the glistening ของความชื้น upon ผนังดำ และ far away ลงที่ปลายเพลาของ gleam ของน้ำที่แตก ข้าพเจ้าร้องเสียงดัง; แต่ only นั้นครึ่งมนุษย์ร้องไห้ของน้ำตกถูก borne กลับไปสู่หูของข้าพเจ้า
แต่มันถูกกำหนดว่าข้าพเจ้าควร after all มีคำทักทายสุดท้ายจากเพื่อนและ comrade ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้พูดว่าไม้เท้า Alpine ของเขาได้被ปล่อยให้พิง against หินก้อนหนึ่งซึ่ง jutted on to เส้นทาง จากด้านบนของก้อนหิน boulder นี้ gleam ของบางสิ่งสว่าง caught ตาข้าพเจ้า และ raising มือของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพบว่ามันมาจากกล่องบุหรี่เงินซึ่งเขาใช้ที่จะ携带 เมื่อข้าพเจ้าเอามันขึ้น กระดาษสี่เหลี่ยมเล็กแผ่นหนึ่ง upon ซึ่งมันได้นอน ปลิวลงบนพื้น เปิดมันออกข้าพเจ้าพบว่ามันประกอบด้วยสามหน้า ถูกฉีกจากสมุดบันทึกของเขาและจ่าหน้าถึงข้าพเจ้า มันเป็นลักษณะเฉพาะของชายที่ทิศทางแม่นยำ และการเขียน firm และชัดเจน ราวกับว่ามันถูกเขียนในห้อง study ของเขา
"วอตสันที่รัก" เขาพูด "ผมเขียนไม่กี่บรรทัดเหล่านี้ผ่านความกรุณาของนายมอริอาร์ตี ผู้รอความสะดวกของผมสำหรับการ discuss สุดท้ายของคำถามเหล่านั้นซึ่งอยู่ระหว่างเรา เขาให้โครงร่างแก่ผมเกี่ยวกับวิธีการที่เขาหลีกเลี่ยงตำรวจอังกฤษและ keep ตัวเอง informed ถึงการเคลื่อนไหวของเรา พวกเขา certainly ยืนยันความเห็นที่สูงมากซึ่งผมได้ formed เกี่ยวกับความสามารถของเขา ผมยินดีที่คิดว่าผมจะสามารถปลดปล่อยสังคมจากผลกระทบเพิ่มเติมของการมีอยู่ของเขา ถึงแม้ว่าผมเกรงว่ามันเป็นที่ค่าใช้จ่ายซึ่งจะให้ความเจ็บปวดแก่เพื่อนของผม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วอตสันที่รัก ต่อคุณ อย่างไรก็ตาม ผมได้อธิบายให้คุณฟังแล้วว่าเส้นทางอาชีพของผมได้ในกรณีใดๆ ถึงจุดวิกฤตของมันแล้ว และว่าไม่มีบทสรุปที่เป็นไปได้ต่อมันสามารถเป็น more congenial กับผมกว่าเรื่องนี้ indeed ถ้าผมอาจทำการสารภาพเต็มที่ให้คุณ ผมค่อนข้าง convinced ว่าจดหมายจากเมริงเงินเป็นการหลอกลวง และผมอนุญาตให้คุณจากไปบนหน้าที่นั้น under การชักชวนว่าการพัฒนา some sort นี้จะตามมา บอกผู้ตรวจการแพตเตอร์สันว่าเอกสารซึ่งเขาต้องการเพื่อพิสูจน์ความผิดแก๊งค์อยู่ในช่อง M. ถูก done up ในซองจดหมายสีน้ำเงินและ inscribed 'มอริอาร์ตี' ผมทำ every disposition ของทรัพย์สินของผมก่อนจากอังกฤษ และ handed มันให้พี่ชายของผม ไมครอฟท์ ได้โปรดให้คำทักทายของผมถึงคุณนายวอตสัน และเชื่อผมว่าเป็น เพื่อนที่รักของผม
"ของคุณอย่างจริงใจมาก
"เชอร์ล็อก โฮมส์"
คำไม่กี่คำอาจ suffice เพื่อบอกเล็กน้อยที่เหลือ การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ leaves ความสงสัยน้อยว่าการแข่งขันส่วนตัวระหว่างชายสองคนจบลง อย่างที่มัน could hardly fail จะจบใน such สถานการณ์ in การ reel เหลื่อมของพวกเขา over ล็อค in แขนของกันและกัน ความพยายามใดๆ ที่ recovering ศพเป็น absolutely ไร้ความหวัง และที่นั่น ลึก down in ที่หม้อน้ำที่น่ากลัวของน้ำ swirling และฟอง seething จะนอนสำหรับ all time อาชญากรที่อันตรายที่สุดและแชมป์ foremost ของกฎหมาย of รุ่นของพวกเขา เด็กหนุ่มสวิสไม่เคย被พบอีก และไม่สามารถมีความสงสัยว่าเขาเป็นหนึ่งในตัวแทนจำนวนมาก whom มอริอาร์ตี keep in การจ้างของเขา 至于แก๊งค์ มันจะอยู่ในความทรงจำของสาธารณชนว่า completely หลักฐานซึ่งโฮมส์ได้สะสม exposed องค์กรของพวกเขา และว่าหนักเพียงใดมือของชายที่ตายแล้ว weighed upon พวกเขา 至于หัวหน้า terrible ของพวกเขา รายละเอียดน้อย came out ในระหว่างการดำเนินคดี และถ้าข้าพเจ้า now ถูกบังคับให้ทำคำstatementที่ชัดเจนของเส้นทางอาชีพของเขา มันเป็น due ถึงผู้拥护 those injudicious who have พยายามที่จะ clear ความทรงจำของเขาโดยการโจมตี upon เขา whom ข้าพเจ้าจะ ever ถือว่าเป็นชายที่ดีที่สุดและฉลาดที่สุดที่ข้าพเจ้าเคยรู้จัก
