วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

 




























































































 มั่วตูมเดิมทีเป็นรัชทายาทของพ่อชื่อโถวหมาน ต่อมาโถวหมานต้องการปลดมั่วตูมออกแล้วตั้งลูกของนางเอ๋อชื่อ(ภรรยาคนที่สอง) เป็นรัชทายาทใหม่ จึงส่งมั่วตูมไปเป็นตัวประกันที่เยว่จือ หลังจากนั้นโถวหมานก็ยกทัพมาโจมตีเยว่จือ ขณะที่เยว่จือเตรียมประหารมั่วตูม เขาได้ขโมดม้าดีของเยว่จือหนีกลับไปแคว้นซงหนูได้อย่างหวุดหวิด[6]


เมื่อโถวหมานเห็นว่าลูกชายคนโตมั่วตูมรอดมาได้ ก็คิดว่าเขามีความกล้าหาญ จึงให้เขาบังคับบัญชาทหารม้าหนึ่งหมื่นคน มั่วตูมเริ่มฝึกทหารอย่างลับๆ โดยใช้ลูกศรเสียงเป็นสัญญาณ บังคับให้ทหารยิงตามจุดที่ลูกศรเสียงของเขาชี้指示 ทหารที่ไม่เชื่อฟังจะถูกประหารชีวิต เขาทดสอบระบบนี้ด้วยการล่าสัตว์ เมื่อพบว่ามีทหารไม่ยิงตามสัญญาณก็สั่งประหารทันที ต่อมาเขายิงลูกศรเสียงใส่ม้าต้นกำลังชั้นดีของตัวเอง ทหารที่ไม่ยิงตามก็ถูกฆ่าอีก หลังจากนั้นเขายิงลูกศรเสียงใส่สนมคนโปรด ผลคือทหารที่ไม่เชื่อฟังอีกส่วนหนึ่งถูกสังหาร สุดท้ายเมื่อเขายิงลูกศรเสียงใส่ม้าคู่ใจของพ่อ ทหารก็ไม่กล้าขัดคำสั่งอีกเลย


ในวันหนึ่งขณะออกล่าสัตว์กับโถวหมาน มั่วตูมได้ยิงลูกศรเสียงใส่พ่อของตัวเอง ทหารทั้งหมดก็ระดมยิงจนโถวหมานเสียชีวิต ทันทีนั้นเขาสังหารแม่เลี้ยง น้องชายต่างมารดา และขุนนางที่ไม่ยอมรับอำนาจ กระชับอำนาจขึ้นเป็นผู้นำซงหนูแทน

 การครองความเป็นเจ้าแห่งทุ่งหญ้า  


หลังจากเมาเติ้น (冒顿) ขึ้นครองราชย์ เขาได้ปรับปรุงโครงสร้างภายใน จัดตั้งตำแหน่งทางการบริหารต่างๆ เช่น กษัตริย์屠耆ซ้าย-ขวา (ผู้ทรงปัญญา), กษัตริย์谷蠡, นายพลใหญ่, ผู้ว่าการใหญ่, หัวหน้าเขต大当户, หัวหน้าเผ่า骨都侯 รวมทั้งผู้นำระดับสูง 24 ตำแหน่ง พร้อมทั้งกำหนดระบบภาษีและกฎหมาย ทำให้อำนาจของเขารุ่งเรืองขึ้นทุกวัน  


ชนเผ่าเพื่อนบ้านอย่างตงหู (东胡) ที่แข็งแกร่งต้องการทดสอบความสามารถของเมาเติ้น จึงใช้วิธีเจรจาก่อนรบ โดยส่งทูตมาขอม้าพันธุ์ดีซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของชนเผ่าซงหนู (匈奴) แม้เหล่าขุนนางจะคัดค้าน แต่เมาเติ้นก็ยินยอมมอบให้ ตงหูได้ใจจึงล่วงละเมิดขั้นต่อไป ด้วยการขอตัวนางสนมเอกของเมาเติ้น แม้ขุนนางจะเห็นว่าเป็นการไม่สมควร เมาเติ้นก็ยังยอมตามอีกครั้ง  


เมื่อตงหูหลงระเริงในชัยชนะ จึงท้าทายด้วยการขอที่ดินรกร้างขนาด一千里 (ประมาณ 500 กิโลเมตร) คราวนี้เมาเติ้นถามความเห็นขุนนาง บางส่วนที่เคยยอมตามสองครั้งก่อนเสนอให้มอบที่ดิน แต่เมาเติ้นกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด พร้อมกล่าวว่า "ที่ดินคือรากฐานของชาติ จะมอบให้ศัตรูได้อย่างไร!" จากนั้นเขาสั่งประหารขุนนางที่เห็นชอบ และรวบรวมกำลังพลบุกตงหูอย่างสายฟ้าแลบ  


ตงหูที่ประมาทขาดการเตรียมพร้อมต้องพ่ายราบคาบ ประชาชน ปศุสัตว์ และทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดเป็นของเชลย ต่อมาเมาเติ้นฉวยโอกาสรุกคืบทางทิศตะวันตก ขับไล่เยว่จือ (月氏) ยึดครองลูลาน (楼兰), อูซุน (乌孙) และรัฐอื่นๆ อีก 26 แห่ง ทิศเหนือพิชิตเผ่า丁零, 浑庾 และอื่นๆ ทิศใต้กลืนกินเผ่า楼烦 และ白羊 พร้อมทั้งยึดคืนดินแดนเหอหนาน (河南地) ซึ่งเคยถูกฉินฉีฮ่องเต้ยึดไปได้สำเร็จ  


ผลจากการพิชิตดินแดนครั้งใหญ่ ทำให้เผ่าต่างๆ ทางเหนือยอมสวามิภักดิ์ เมาเติ้นสถาปนาจักรวรรดิซงหนูที่แผ่อำนาจจากแม่น้ำเหลียว (辽河) ทางตะวันออก จดเทือกเขาพามีร์ (葱岭) ทางตะวันตก ทิศใต้จรดกำแพงเมืองฉิน ส่วนทิศเหนือถึงทะเลสาบไบคาล นับเป็นยุคทองแห่งอำนาจของชนเผ่าซงหนู ที่สร้างความหวาดผวาให้อาณาจักรตอนกลางของจีนอย่างไม่หยุดยั้ง

การรัฐประหารโกเบงเหลง หรือที่รู้จักกันในชื่อ การรัฐประหารเจิ้งฉื่อ เป็นเหตุการณ์สำคัญในราชวงศ์เว่ยช่วงสามก๊ก ซึ่งเกิดขึ้นหลังการสถาปนาราชวงศ์วุยไม่นาน เหตุการณ์นี้มีต้นตอมาจากการแย่งชิงอำนาจระหว่างโจซองแม่ทัพใหญ่กับสุมาอี้ผู้เป็นผู้สำเร็จราชการ ในที่สุดสุมาอี้ได้ฉวยโอกาสเมื่อโจซองและพระเจ้าโจฮองไปประกอบพิธีสักการะที่สุสานเกาผิงหลิงเพื่อก่อรัฐประหาร ยึดครองนครหลวง และกวาดล้างตระกูลโจซองจนสิ้นซาก นับจากนั้นตระกูลสุมามีอำนาจเบ็ดเสร็จ ส่วนจักรพรรดิราชวงศ์โจกลายเป็นหุ่นเชิดของตระกูลสุมา เหตุการณ์นี้เป็นพื้นฐานสำคัญนำไปสู่การยึดอำนาจราชวงศ์วุยโดยตระกูลสุมาในเวลาต่อมา และการสถาปนาราชวงศ์จิ้นในที่สุด


ต้นเหตุ  



พระเจ้าโจยอย (曹叡) แห่งราชวงศ์เว่ยสวรรคตในปีจิ่งชูที่ 3 (ค.ศ. 239) โดยมีพระราชโองการให้โจฮองพระราชโอรสวัยเพียง 8 พรรษาขึ้นครองราชย์แทน พร้อมมอบหมายให้โจซอง (曹爽) แม่ทัพใหญ่ และสุมาอี้ (司马懿) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้สำเร็จราชการช่วยบริหารราชการ โจซองซึ่งเป็นบุตรของโจจิ๋น ในช่วงแรกได้ปฏิบัติต่อสุมาอี้ด้วยความเคารพดุจบิดา เนื่องจากอายุและบารมีที่เหนือกว่า ไม่กล้าตัดสินใจใดๆ โดยลำพัง อย่างไรก็ตาม โฮอั๋น (何晏) และคณะได้ยุยงให้โจซอง "อย่ามอบอำนาจให้ผู้อื่น" ทำให้โจซองเริ่มกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ โดยแต่งตั้งคนใกล้ชิดอย่างโฮอั๋น เต็งเหยียง (鄧颺) หลีซิน (李勝) ปิดห้วน (畢軌) และเตงปิด (丁謐) เข้าครอบงำอำนาจ ขณะเดียวกันก็กีดกันสุมาอี้ พร้อมทั้งเลื่อนตำแหน่งสุมาอี้เป็นไท่ฝู่ (太傅) เพื่อถอดถอนอำนาจทางทหาร จากนั้นยังแต่งตั้งน้องชายคือโจอี้ (曹羲) และโจหุ้น (曹訓) เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์และแม่ทัพองครักษ์ ส่งผลให้กลุ่มโจซองควบคุมกองทัพในราชสำนักได้อย่างเบ็ดเสร็จ นับแต่นั้น โจซองและคณะก็กุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ใช้อำนาจตามอำเภอใจ แม้กระทั่งนำนางในของพระเจ้าโจยอยมาเป็นนักร้องนักเต้น และลอบใช้เครื่องยศของจักรพรรดิ ส่วนสุมาอี้ผู้ร่วมสำเร็จราชการกลับถูกทำให้หมดอิทธิพล


ต่อมา โจซองแต่งตั้งแฮเฮาเหียน (夏侯玄) เป็นแม่ทัพภาคตะวันตก ขณะที่ตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระองค์ถูกโอนให้สุมา師 (司马师) ลูกชายของสุมาอี้ดูแล ในเดือน 8 ปีเจิ้งฉื่อที่ 6 (ค.ศ. 245) โจซองพยายามยุบกองพลจงหลุ่ย (中壘) และจงเจียน (中堅) เพื่อโอนกำลังพลมาเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพของโจหยี ฝ่ายสุมาอี้คัดค้านโดยอ้างว่าเป็นระบบเดิมตั้งแต่สมัยจักรพรรดิก่อนหน้า แต่ไม่เป็นผล  


สุมาอี้ที่ถูกกีดกันจากการตัดสินใจนโยบายสำคัญ เลือกถอยหนีด้วยการอ้างเจ็บป่วยและลาออกในปีเจิ้งฉื่อที่ 8 (ค.ศ. 247) เพื่อรอจังหวะสะสมกำลัง ครั้นถึงปีต่อมา เมื่อหลีซินจะเดินทางไปรับตำแหน่งเจ้าเมืองที่จิงโจว (荊州) และมาเยี่ยมลา สุมาอี้ได้แสร้งทำอาการเจ็บหนัก[2] ทำให้โจซองคลายความระมัดระวัง ในทางลับ สุมาอี้กับสุมาสูกลับเตรียมการก่อรัฐประหาร โดยสุมาสูถึงขั้นฝึกทหารลับจำนวน 3,000 นายเพื่อปฏิบัติการครั้งนี้


**กระบวนการเกิดเหตุ**  



ในวันที่ 6 เดือน 1 ปีเจิ้งฉื่อที่ 10 (5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 249) พระเจ้าโจฮองเสด็จไปสักการะสุสานโกเบงเหลง โดยมีโจซอง พี่น้องตระกูลโจ และคณะผู้ใกล้ชิดตามเสด็จทั้งหมด สุมาอี้พร้อมด้วยสุมาสูและทหารลับ 3,000 นาย รวบรวมกำลังที่ประตูสุมาห์ภายในพระราชวัง แล้วเคลื่อนทัพไปยังคลังอาวุธ ระหว่างทางผ่านหน้าบ้านของโจซอง หยันชื่อ (严世) นายทหารภายใต้สังกัดโจซองปีนขึ้นหอคอยและเตรียมยิงเกาทัณฑ์ใส่สุมาอี้ ทว่าซุนเชียน (孙谦) คนรับใช้ของโจซองดึงข้อศอกของหยันชื่อไว้พร้อมกล่าวว่า "เรื่องของโลกยังไม่อาจรู้ได้!" ทำให้หยันชื่อไม่สามารถโจมตีได้  


หลังจากสุมาอี้ยึดคลังอาวุธได้แล้ว ก็อาศัยพระราชโองการของพระพันปีหลวงกัว (郭太后) ปิดประตูเมืองลั่วหยาง และนำทัพยึดสะพานลอยน้ำลั่วสุ่ย (洛水浮橋) ต่อมาได้แต่งตั้งโกหยิว (高柔) ให้ทำหน้าที่แม่ทัพใหญ่ชั่วคราว เพื่อยึดอำนาจทหารของโจซอง พร้อมทั้งเสนอให้ฮวนห้อม (桓範) ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระองค์ แต่หวนฟ่านปฏิเสธตามคำแนะนำของบุตรชาย จึงเปลี่ยนมาแต่งตั้งอองก๋วน (王觀) แทน  


เมื่อควบคุมสถานการณ์ในเมืองได้แล้ว สุมาอี้ส่งคนนำฎีกาขึ้นถวายพระเจ้าโจฮอง อ้างว่าประกาศตามพระราชโองการของพระพันปีหลวงให้ปลดโจซองพี่น้องออกจากตำแหน่ง ฎีกาถูกส่งถึงมือโจซองก่อน ทำให้เขาตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร และไม่กล้านำฎีกาไปถวายพระเจ้าโจฮอง โจซองนำขบวนรถม้าจอดพักทางใต้แม่น้ำอี้ สั่งให้ทหารฟันไม้ทำเป็นป้อมปราการ และระดมทหารหลายพันคนป้องกันตัว  


สุมาอี้สั่งให้ส่งเต๊นท์และเครื่องเสวยไปยังที่ประทับชั่วคราวของจักรพรรดิ พร้อมกล่าวกับสุมาหู (司马孚) ว่า "พระจักรพรรดิอยู่นอกเมืองไม่ควรต้องนอนกลางดิน" ด้านฮวนห้อม ผู้ตรวจการแผ่นดินใหญ่ หลังทราบข่าวรัฐประหารก็ไม่ฟังคำทัดทานของลูกน้อง ออกไปหาโจซองพร้อมกับลู่จือ (魯芝) ซินเป (辛敞) และเอียวจ๋ง (楊綜) เพื่อชักชวนให้โจซองย้ายไปสู้ที่เมืองซูชาง (许昌) แล้วใช้พระบรมราชานุภาพเรียกระดมพลต้านสุมาอี้ แต่โจซองยังลังเล ไม่ตัดสินใจ แม้ฮวนห้อมจะไปโน้มน้าวโจอี้ก็ไม่เป็นผล  


สุมาอี้ส่งเค้าอิ๋น (許允) ต้านท่าน (陳泰) อินต้ายบก (尹大目) ไปเกลี้ยกล่อมโจซองยอมแพ้ พร้อมสาบานต่อแม่น้ำลั่ว (洛水) ว่าจะรักษาชีวิตและฐานันดรศักดิ์ให้หากโจซองยอมมอบอำนาจ หลังตรึกตรองทั้งคืน โจซองตัดสินใจยอมแพ้ ด้วยคิดว่ายังสามารถเป็นขุนนางใหญ่มีชีวิตสุขสบาย แม้จะสูญเสียอำนาจ เขาจึงทูลขอพระเจ้าโจฮองปลดตัวเองและสารภาพผิดต่อสุมาอี้ หลังพ้นตำแหน่ง โจซองพี่น้องกลับคฤหาสน์และถูกสุมาอี้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด  


วันที่ 10 เดือน 1 (9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 249) เตียวต๋อง (張當) ขันทีผู้ใกล้ชิดโจซองถูกจับกุมเนื่องจากลักลอบส่งนางในให้โจซอง ภายใต้การทรมานสอบสวน เขาให้การว่าโจซองกับโฮอั๋นวางแผนกบฏในเดือน 3 ทำให้โจซองและคณะถูกจับกุม สุมาอี้ให้โฮอั๋นร่วมไต่สวนคดี โดยโฮอั๋นคิดว่าตนจะรอด จึงสอบสวนอย่างแข็งขัน รายงานว่าพบ 7 ตระกูลรวมถึงเตงปิดและเต็งเหยียงมีส่วนร่วม แต่สุมาอี้แย้งว่ายังขาดอีก 1 ตระกูล เมื่อโฮอั๋นถามว่าใช่ตนหรือไม่ สุมาอี้ตอบรับและสั่งจับกุมทันที  


ด้านฮวนห้อมถูกฟ้องข้อหายุยงปลุกปั่น เนื่องจากเคยกล่าวหาสุมาอี้คิดกบฏ โดยมีสือฟาน (司蕃) เป็นพยาน เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฟ้องเท็จ และรับโทษประหารตามกฎหมาย "กล่าวโทษผู้อื่นอย่างไรให้รับโทษเช่นนั้น" ทั้งโจซอง คณะ และฮวนห้อม ถูกประหารพร้อมกับกวาดล้างสามชั่วอายุคน ภายหลังมีการแต่งตั้งโจซี (曹熙) หลานตระกูลโจจิ๋ย (曹真) เป็นขุนนางระดับหฺวัง พร้อมที่ดิน 300 ครัวเรือน เพื่อสืบทอดการเซ่นไหว้โจจิ๋น

https://zh.m.wikipedia.org/wiki/%E9%AB%98%E5%B9%B3%E9%99%B5%E4%B9%8B%E5%8F%98?fbclid=IwY2xjawKHyVRleHRuA2FlbQIxMQABHjl_wyhd_2jl6cBM-A92b6V2yNY-ih0m8OJShTdoEfYd_wneumYayaoQsSTS_aem_NSJYIfqMVIUOf4S_D9ik-A




กูจะฆ่ามึง 

 กูจะฆ่ามึง 

 อีดอกทองชุติมาวงษ์สุภาน่ารังเกียจ

 อยากเย็ดตูดจะเย็ดตูดทั้งวันจะเย็ดตูดทั้งคืนจะเย็ดตูดไม่ให้พักจะเย็ดตูดไม่ให้ผ่อนจะเย็ดตูดไม่ให้นอนจะเย็ดตูดแบบนี้ทุกวันเลย


อยากเย็ดตูดจะเย็ดตูดทั้งวันจะเย็ดตูดทั้งคืนจะเย็ดตูดไม่ให้พักจะเย็ดตูดไม่ให้ผ่อนจะเย็ดตูดไม่ให้นอนจะเย็ดตูดแบบนี้ทุกวันเลย

 อยากเย็ดตูดจะเย็ดตูดทั้งวันจะเย็ดตูดทั้งคืนจะเย็ดตูดไม่ให้พักจะเย็ดตูดไม่ให้ผ่อนจะเย็ดตูดไม่ให้นอนจะเย็ดตูดแบบนี้ทุกวันเลย





วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568


 

 


    

สังคมไทย

"ไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยมนุษย์ มนุษย์ทำลายโลกตลอดเวลา"
=ก็อตซิลล่า(Ghidorah the three headed monster ฉายปี 1964)
*เพิ่มบาปของคนไทยเข้าไปในอีก1ข้อในโพสต์ฉบับปรับปรุงนี้
สังคมไทยก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากสังคมโง่ๆในหนังที่ตัวร้ายชนะเรื่องsaw เหมือนกับแอปเปิ้ลเน่าที่น่ารังเกียจ เต็มไปด้วยแก๊สพิษแห่งความวิบัติ แก๊สพิษแห่งหายนะ แก๊สพิษแห่งการทำลาย ไม่ได้ทำลายชีวิตสัตว์พืชจุลินทรีย์ชนิดใด ไม่แม้กระทั่งทำลายธรรมชาติแต่ทำลายตัวเอง ทำลายตัวพวกมึงเองนั่นแหละ ญี่ปุ่นโดนระเบิดเคลียร์เปื้อนรังสีถึงสองครั้ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ต้องพูดถึง"ปัจจัยสี่" ไม่ต้องพูดถึง"ของกิน" ไม่ต้องพูดถึง"ของใช้" (ว่าแต่กูจะแบ่งคำว่า"ของกินของใช้"ออกจากกันทำไม? ทำไมไม่พิมพ์เป็นคำเดียวกัน?) เอาแค่ "ความคิด" "ตรรกะ" "ระบบประมวลผล" ญี่ปุ่นเจริญกว่าไทยเหมือนไทยเป็นร่องลึกสมุทรมาเรียนาส่วนญี่ปุ่นเป็นสถานีอวกาศนานาชาติ(นับเฉพาะภาพรวมของญี่ปุ่นที่ดุจดั่งสาวงามนางไซซีแห่งยุคชุนชิว ความชั่วร้ายในมุมมืดที่เป็นเพียงแค่"เศษส่วน"ของญี่ปุ่นไม่นับ) หรือเพราะว่าชนชาติไทยเราเป็นชนชาติไม่คิดมาก อยู่ไปวันๆ หาเช้ากินค่ำ พอเศรษฐกิจคะมำก็ด่าแหลก ตั้งแต่รัฐบาลยันเพื่อนบ้าน ด่ากราดไปทั่วยกเว้นตนเอง? ทำเป็นตัวเองดีหนักหนาทั้งที่ตัวเองชั่วช้ากว่าคนอื่น รอรัฐบาลสังคมนิยม(สังคมนิยม=ไม่มีใครมีสิทธิ์ในทรัพย์สินใดๆเลยแต่ทุกอย่างเป็นของรัฐบาล)ถูกกำจัดอำนาจถอนรากถอนโคนตั้งแต่ตัวเบี้ยยันผู้กุมอำนาจสูงสุดผู้เป็นบอสใหญ่จนสิ้นมลายสูญดุจโดนล้างด้วยไฟบรรลัยกัลป์ของพระศิวะเสียก่อนเถิด แล้วรอพระผู้มาโปรดมาดูแลประเทศนี้เสียก่อนเถอะ รอให้ภาษีถูกจนเหมือนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าภาษี รอให้การศึกษาไทยห้องเรียนหนึ่งห้องผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ยี่สิบคนโรงเรียนหนึ่งแห่งผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ห้าพันคนโรงเรียนทั่วทั่งพื้นที่เทพีแห่งปฐพีไกอาผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ครองโลกนี้ได้ รอให้ประเทศไทยไม่มีภาวะเงินฝืนเงินเฟ้อเงินขาดดุลเงินเกินดุล รอให้เงินบาทไทยมีค่ามากที่สุดในโลกแทนที่จะเป็นสามสิบบาทเท่ากับหนึ่งดอลลาร์กลายเป็นสองล้านล้านดอลลาร์เท่ากับหนึ่งบาทไทยแทน เจริญซะขนาดนั้นแต่พวกมึงทุกคนยังเหมือนเดิมมันจะต่างไปจากยุคนี้ที่รัฐบาลเผด็จการสมบูรณ์ยึดครองแผ่นดินมั๊ย? สามัคคีคล้อยตามเห็นพ้องต้องกันเพียงแค่ชั่วคราวแล้วก็แตกแยกเหมือนเดิมเหมือนประวัติศาสตร์จีน สุดท้ายแล้วพวกมึงทุกคนก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก"ไวรัส"ชั่วร้ายพอกันหรืออาจจะ"ชั่วร้ายน่ารังเกียจน่ากลัวยิ่งกว่าไวรัส"เสียอีก ยึดความคิดตนเป็นใหญ่ ใครเถียงก็ไม่ได้ เหมือนเอาแต่ใจ เคร่งเครียดชอบหยิบโน่นนี่นั่นมาคิดแล้วก็นึกอะไรไม่ออกเลยตีโพยตีพายเหมือนเด็กๆ ใครขัดใจมีเคืองหรือตอบโต้แรงๆเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่น ก่อนอื่นก็ขอกล่าวโทษ "บาปในคนไทย"ก่อนแล้วกัน  ราคะ (ละติน: luxuria ลุกซุริอา; อังกฤษ: lust)
การคิดในทางเสื่อม ความต้องการเป็นที่สนใจจากผู้อื่น ความต้องการความเร้าใจ หมกมุ่นทางเพศที่มากจนเกินไป หรือที่ผิดมนุษย์ปกติ ความใคร่ที่เกิดขึ้นในทางทุจริต เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ กับพ่อแม่หรือลูกหลานตัวเอง การข่มขืน การมีชู้ ตะกละ=การสนองความต้องการโดยไม่ยั้งคิด มุ่งร้ายเอาของคนอื่น บริโภคสิ่งต่างๆจนขาดการไตร่ตรอง บริโภคจนมากเกินไป มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหาร รวมถึงการบริโภคสิ่งๆ ต่างๆ โดยไม่คำนึงสนใจ หรือเห็นใจคนอื่น กินเร็วเกินไป กินแพงเกินไป กินมากเกินไป กินอย่างกระตือรือร้นเกินไป กินอย่างประณีตเกินไป กินอย่างแรงกล้าเกินไป โลภ=ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าในการให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงแนวทางหรือคุณธรรมในการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น โดยไม่แบ่งปันหรือช่วยเหลือผู้อื่น และสามอันสุดท้ายอันดับที่หนึ่งแห่งบาปของคนไทยทั้งมวล(มีสามอันครองอันดับร่วมกัน) อัตตา/โทสะ=ต้องการเป็นผู้ที่มีความสำคัญและอำนาจเหนือผู้อื่นการที่รักตนเองมากจนเกินไป หลงในอำนาจและรูปลักษณ์ของตัวเองความโกรธเคืองและพยาบาทที่ขาดความเหมาะสม การทนรับสภาพในบางสิ่งบางอย่างไม่ได้คนที่มีความโอหังจะสนใจเฉพาะตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร กับข้อสุดท้าย "เกียจคร้าน= ความไม่สนใจใยดีต่อการเปลี่ยนแปลง ต่อสิ่งรอบข้าง ใช้เวลาอย่างไร้ค่า ความไม่ต้องการที่จะทำอะไร โดยปล่อยให้ผู้อื่นเป็นผู้ทำงานหนักเพื่อตนเองเท่านั้น การปล่อยปละละเลยต่อหน้าที่ของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเลยที่จะทำดีรวมถึงการละเลยที่จะเคารพต่อพระเจ้าด้วย ผู้ที่เกียจคร้านจะอยู่เฉยๆ รักษาสภาพความเป็นอยู่ของตนเองในภาวะเดิมตลอดเวลา ไม่ทำอะไรมาก แต่ก็ไม่ใช้อะไรมากเช่นกัน แค่ยืนเฉยๆก็พบบาปทุกข้อที่กล่าวมานี้จนหมดสิ้น เต็มไปด้วยคนน่ารังเกียจ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตคนตั้งแต่ชีวิตเด็กเล็กยันชีวิตลูกแมวเป็นของไร้ค่ายกเว้นตัวเองกับเงินสิ่งของของตัวเองที่มีค่ามิอาจประมาณได้ที่ต้องสู้ตายเพียงเพื่อมัน เพื่ออะไรกัน? ทำตัวไร้สาระ สนุกสนานไปกับโต๊ะจีน แม้แต่ชีวิตของลูกแมวก็ถูกทิ้งขว้าง กินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมา วิจารณ์วิพากษ์ติเตียนตำหนินินทาซุบซิบ แส่ยุ่งเสือกเรื่องคนอื่น ชอบสิ่งที่ดูดีทั้งๆที่คิดไปเอง ไม่เชื่อความจริงแต่เชื่อมายากลภาพลวงตา เห็นอะไรก็ตัดสินแล้ววิจารณ์วิพากษ์เตียนติตำหนินินทาซุบซิบ ไม่ชอบเรื่องจริงจังชอบเสือกเรื่องขี้ประติ๋ว มักง่าย เห็นแก่ตัว คนอื่นไม่พูดอะไร คนอื่นไม่ทำอะไร "พอไม่พูดก็พูดว่า'เป็นไบ้ไง'" ด่าเขาแล้วก็โดนเขาใช้กฎหมายข้อหมิ่นประมาทมาเล่นงานโดนค่าเสียหายกันคนละล้าน รักษาภาพผู้ช่วยเหลือมนุษยชาติแบบเดียวกับเล่าปี่แต่ก็ไปช่วยรัฐบาลสังคมนิยม ยุคสงครามเย็นสู้รบกับพวกคอมมิวนิสต์(คอมมิวนิสต์เป็นสาขาหนึ่งของสังคมนิยม)แต่ยุคปัจจุบันรัฐบาลกลับฮุบกลืนยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของประชาชน ไอ้พวกอยู่เบื้องหลังรัฐบาลนี้ก็น่ารังเกียจเดียดฉันท์ฆ่าคนได้ไม่ลังเลไม่น่าให้มีเงินใช้แม้แต่ยี่สิบห้าสตางค์ไม่น่าให้มีเครื่องบินใช้ไม่น่าให้มีรถใช้น่าเอาเสื้อผ้าหรูๆพวกนั้นไปเผาทิ้งด้วยซ้ำ ในหนังสือเรียนเขียนไว้ซะดิบดีว่าป่าสงวนมีไว้เพื่อรักษาป่าไม้กับสัตว์ป่าให้ไม่สูญพันธุ์ให้คงอยู่สืบไปแต่เข้าไปฆ่าเสือดำ?ตัดไม้สักเอาไปขายด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมาย? อุตส่าห์ดังได้เป็นนักร้องอุตส่าห์มีค่ายเพลงเป็นของตัวเองก็โกงค่าตัว ด่ารัฐบาลกันสนุกแต่กูรู้นะว่าสองส่วนห้าของจำนวนคนที่ด่ารัฐบาลมีคนที่ชั่วช้าสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่ารวมอยู่ด้วยอย่าด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วช้ายิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าหยุดด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วร้ายกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าเลิกด่ารัฐบาลถ้าตัวเองสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า เลิกด่ารัฐบาลแล้วด่าพวกมึงเองให้ได้ก่อนเลิกโทษรัฐบาลแล้วโทษพวกมึงเองให้ได้ก่อนถ้าพวกมึงยังคงสามานย์ชั่วช้าชั่วร้ายยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า ต่อให้คนที่ไร้ซึ่งความต้องการทุกอย่างให้แก่ตัวเองแม้กระทั่งอากาศจะหายใจให้ตัวเองแล้งมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมึงทุกคนต้องการให้ดูแลพวกมึงทุกคน แต่พวกมึงทุกคนยังคงชั้นต่ำสถุลไร้สกุลรุนชาติเลวทรามต่ำช้าสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า ถามหน่อยมันจะแตกต่างไปจากกลียุคยุคนี้ที่เรียกว่ายุครัฐบาลมืดเรืองอำนาจหรือ? พวกมึงเองเป็นแบบนี้ไม่แตกต่างไปจากรัฐบาลแต่ก็ยังจะโทษรัฐบาลอย่างเดียวแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ตัวพวกมึงเองทำตัวเหมือนรัฐบาลแล้วกูถามหน่อยประเทศไทยมันจะพัฒนามั๊ย? รัฐบาลโกงกินเอารัดเอาเปรียบยึดทุกอย่างไปเป็นของตัวเองประชาชนมักง่ายเห็นแก่ตัวสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้าเอาแต่ใจตัวเองกินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมาติเตียนตำหนิวิจารณ์วิพากษ์นินทาซุบซิบเสือกเรื่องคนอื่น กูถามหน่อยชนชั้นล่างสุดของประเทศเป็นแบบนี้กันทั้งหมดแล้วมึงยังหวังพึ่งรัฐบาลอยู่อีกเหรอ?มึงยังหวังว่าจะมีคนดีมาดูแลประเทศและประชาชนอีกเหรอ?มึงยังหวังว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะมีคนดีช่วยชาติดูแลประเทศและประชาชนทำให้ภาษีถูกมีแต่คนรวยทั่วแผ่นดินไร้ซึ่งคดีอาชญากรรมคดีอาชญากรรม=0ได้อีกหรือ? ไอ้พวกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. นายอำเภอ อบจ. ทหารทุกตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งทหารเลวยันตำแหน่งแม่ทัพ รัฐมนตรีทุกกรมทบวงกระทรวง รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มังกรห้าเล็บ(ที่อยู่เหนือพวกนี้นี่อีกที)พวกมึงทุกคนลืมกันไปหมดแล้วใช่มั๊ยว่าก่อนที่พวกมึงจะมีชื่อเรียกด้วยชื่อตำแหน่งนั่นพวกมึงทุกคนเคยเป็นประชาชนมาก่อนบรรพบุรุษพวกมึงเคยเป็นประชาชนเป็นชาวบ้านกากเดนมาก่อน?กูอยู่เท่ากับมึงมึงไม่ได้สูงไปกว่ากูกูไม่ได้อยู่ใต้เท้ามึงและมึงไม่ได้อยู่เหนือหัวกู มึงคิดว่ามึงเป็นผู้สร้างโลกใบนี้หรือ?มึงคิดว่ากูต้องจงรักภักดีต่อมึงตลอดเวลาหรือ?มึงคิดว่ากูต้องทำทุกอย่างให้มึงทำตามที่มึงบอกทำตามที่มึงพูดทำตามที่มึงสั่งทุกอย่างหรือ? ทำไมมึงถึงอยู่เหนือนัก? ทำไมมึงถึงเอารัดเอาเปรียบประชาชน? ทำไมมึงถึงเอาทุกอย่างไปจากประชาชน? ทำไมมึงถึงฆ่าประชาชน? อะไรนะ? ตอนเป็นประชาชนเคยลำบากมาก่อน? อ้อเหรอ ก็เลยพยายามยึดทุกอย่างที่มึงอยากได้ทั้งๆที่ประชาชนคนอื่นก็อยากได้สิ่งที่มึงยึดไปเหมือนกันเนี่ยนะ? น่ารังเกียจ ประวัติศาสตร์ก็น่ารังเกียจ สงครามโลกนี่บอกจังว่าฮิตเลอร์ชั่ว เออ ฮิตเลอร์ชั่ว ใช่ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ทำลายล้างชีวิตคนไปมากมาย ใช่ ฮิตเลอร์ชั่ว ญี่ปุ่นฆ่าข่มขืนชาวจีนผู้บริสุทธิ์ อันนี้ก็ชั่ว แต่อเมริกาไม่ใช่คนชั่วเหรอวะ? ไอ้อินทรีหัวขาวตัวน้ำตาลนี่มีดีอะไร? มีดีแค่ประเทศใหญ่กว่า มีดีแค่ประชากรเยอะ มีดีแค่เทคโนโลยีขั้นสูงที่เหนือชั้น เป็นชาติอภิมหาอำนาจ แต่กูถามหน่อยเถอะถ้ามึงไม่มีเทคโนโลยีอะไรซักอย่างมึงจะชนะซุนจื่อ+ซุนปิน+หานซิ่น+กาเซี่ยง+กุยแก+โจโฉ+สุมาอี้ผนึกกำลังทำงานด้วยกันมั๊ย?อเมริกาจะชนะมั๊ย? มีดีแต่ใช้เทคโนโลยีเอาชนะคนอื่น มีแต่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เอาชนะคนอื่น ไอ้ขี้โกง เป็นได้แค่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว เป็นได้แค่หมาลอบกัดที่น่ารังเกียจ แม่งไม่กล้าไปสู้กับลิโป้แบบตัวต่อตัว1ต่อ1เลยด้วยซ้ำมั้ง โปรโมทตัวเองงว่าเป็นฮีโร่ พิทักษ์ผู้บริสุทธิ์ในโลกนี้ ส่งทหารไปตะวันออกกลาง มึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? กูเชื่อมึงได้มากน้อยแค่ไหนว่ามึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? มึงแน่ใจหรือว่ามึงปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยเพื่อนร่วมโลกช่วยผู้บริสุทธิ์ช่วยผู้เดือดร้อนไม่ได้เอารัดเอาเปรียบพวกนั้น?ไม่ได้แย่งยึดทุกสิ่งทุกอย่างจากพวกนั้น? ไม่ได้ทำให้พวกนั้นเดือดร้อน? แน่ใจหรือ? กูจะแน่ใจได้แล้วหรือ? เรื่องในโรงเรียนบอกเลยกูไม่เคยคิดเลยว่านั่นคือการเรียนรู้ที่แท้จริง กูไม่เคยคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว สำหรับกูมันก็แค่การเดินทางไปที่ใหญ่ๆฟังคนแก่พูดพร้อมกับทำการบ้านที่โคตรยาก ทำไม่เสร็จหรือทำไม่ได้หรือถ้าไม่ส่งก็โดนลงโทษสารพัด กลับบ้านแบบโง่ๆ แล้วก็ต้องไปสอบทั้งๆที่กูจำอะไรแทบไม่ได้ ทั้งๆที่กูไม่ชอบอ่านหนังสือก่อนสอบ(และบอกเลยตั้งแต่ป.1ยันกศน.กูอ่านหนังสือก่อนสอบแค่เล่มละ2-3หน้าเท่านั้นแล้วก็เลิก เล่นเกม) เด็กแกล้งกันทุกชั้นเรียนทุกชั้นห้องกูก็เคยโดนและกูก็เคยเห็นเด็กคนอื่นโดนแกล้งด้วย เหยียดเพศทางเลือก แล้วก็เป็นแบบนี้ทุกรุ่น สู้ก็ไม่ได้เดี๋ยวฟ้องพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่ชายพี่สาวญาติกัลญาณมิตรผู้ปกครอง ครูเรียกขึ้นห้องปกครอง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับพวกผู้ปกครองมึง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับครู แต่ถามหน่อยเด็กมันเลิกแกล้งกันมั๊ย? พวกผู้ปกครองมึงนี่ยังกับเทพารักษ์ของมึงเลยนะ เด็กคนอื่นทำอะไรลูกมึงไม่ได้ แต่ลูกมึงทำอะไรกับเด็กคนอื่นก็ได้ พวกมึงทั้งหมดก็น่ารังเกียจเหมือนกันแหละ แด่คนที่ชอบแกล้งคนอื่นกูขอบอกเลยว่าถ้ามึงถูกฆ่าตายกูจะไม่เสียน้ำตาให้มึงกูจะไม่เสียใจให้มึงกูจะไม่สงสารมึง เพราะกูสังเวชมึง ผู้ปกครองของพวกมึงครอบครัวของพวกมึงถ้าสูญเสียมึงกูก็จะไม่สงสารผู้ปกครองของมึงกูก็จะไม่สงสารครอบครัวของมึง เพราะกูสังเวชผู้ปกครองของมึง เพราะกูสังเวชครอบครัวของมึง อย่างที่บอกคนอื่นทำอะไรลูกพวกมึงไม่ได้ แต่ลูกพวกมึงทำอะไรกับใครก็ได้ น่าสังเวช พวกมึงก็น่ารังเกียจ พวกมึงทุกคนนั่นแหละ เด็กแกล้งกันตลอดเวลาก็ไม่ได้แก้ปัญหาถาวรมีดีแต่แก้ปัญหาชั่วคราวแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม เป็นจ่าเฉยเหรอ? คนที่โดนแกล้งจะทำอะไรก็ไม่ได้เหมือนคนที่โดนแกล้งเป็นคนชั่ว พวกมึงไม่มีดีอะไรซักอย่าง การลงโทษก็เหมือนกัน มีแต่ความรุนแรง ใช้สารสสารวัตถุสิ่งของฟาดตี ทุบตบดี ด่า กูถามจริงๆเถอะว่ามึงลงโทษไปทำไม? มึงลงโทษไปเพื่ออะไร? กูถามหน่อยเถอะการลงโทษมันสร้างคนดีได้เหรอวะ? หรือเป็นการสร้างความโกรธแค้นในความมืด? แล้วทำให้พวกมึงโดนสงครามละเลงเลือดล้างแค้นในภายหลัง? เห็นแก่ตัว กูอยากได้อะไรกูต้องได้ กูใช้ใครให้ทำอะไร ต้องทำให้กู คนไทยเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก ไม่มีใครเทียบเทียมได้ นี่ก็มีเหตุผลมากพอให้กูฆ่าพวกมึงทุกคนเหมือนกัน
การออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆเช่นยิงปืนขี่ม้าหรือเดินนั้นเป็นปัญหาสำหรับคนเหล่านี้เพราะเป็นการเกินความสามารถของเขา[{("'และที่สำคัญก็คือถ้าใครออกไปเดินเล่นคราวละครึ่งไมล์ก็จะถูกหาว่าเป็นบ้า'")}]ทั้งๆที่เขามีอย่างอื่นที่จะทำได้ดีกว่าเช่นพายเรือในระยะทางที่เท่าๆกันแล้วนั่งสบายๆอยู่ในเรือ
                                                                                   เฟรริค อาเธอร์ นีล(Narrative of a Residence in Siam)
แหม คนไทยนี่น่ารังเกียจมาตั้งแต่ยุคโบราณ อย่างที่บอกว่าคนไทยเป็นคนขี้เสือก ชอบสาระแน ชอบสอดรู้สอดเห็นไปทั่ว ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ด่ากราดใส่คนอื่นโดยที่ไม่เคยด่าตัวเอง วันๆเอาแต่เสือกเรื่องชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิจารณ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิพากษ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่ซุบซิบชาวบ้าน นึกถึง1ใน3บาปหนักสุดของคนไทยข้อ "เกียจคร้าน" ไว้ไอ้โง่ วันๆไม่ทำอะไร คนไทยล้วนแต่ขี้เกียจ ถ้าเงินไม่ใช่ปัจจัยที่5ของชีวิตคนไทยไม่ทำงานอะไรกันหรอก กูอยากจะฆ่าคนไทยให้หมดทั้งประเทศด้วยซ้ำ เพราะฆ่าไปก็เหมือนไม่ได้ ฆ่าไปก็เหมือนพยายามฆ่าศพ ประเทศเป็นประเดียวในโลกที่คนข้างชาติเป็นศพ กูไม่เคยมองว่าประเทศนี้มีคนเป็นอยู่เลย มีแต่ศพเต็มไปหมด คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว แล้วก็นินทาชาวบ้านเขาไปทั่ว คนไทยทุกคนล้วนแต่มองว่าคนที่นอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลยเป็นคนปกติ คนที่ทำทุกอย่างเต็มที่เป็นคนบ้า ความคิดชั่วช้าชั่วร้ายแบบนี้มีน้ำหนักมากพอให้กูฆ่าพวกมึงได้แล้วหรือยัง? ถ้าไม่มีระบบเงินตราคนไทยทุกคนก็ไม่ทำงานกันหรอก คนไทยทุกคนเอาแต่นอนอย่างเดียว การประท้วงรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเป็นหลักฐานยืนยันชั้นดีว่าคนไทยขี้เกียจ คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว คนไทยสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า งอมืองอตีน ปล่อยให้รัฐบาลทำอย่างเดียวตัวเองไม่ทำ เลิกประท้วงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกด่ารัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไล่รัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงยังเป็นแบบนี้อยู่ หรือถ้าไม่ต่อต้านรัฐบาลและเข้าร่วมรัฐบาลพวกมึงทุกคนควรสำเหนียกตัวเองได้แล้วนะว่าพวกมึงถูกเกลียดมากขนาดไหน ต่อให้พวกมึงทุกคนเป็นกลาง พวกมึงทุกคนก็โดนกูเกลียด กูจะล้างแค้นพวกมึงทุกคนให้ดูเป็นขวัญตาเอง เอาแต่บ่นว่าNew Normalมันไม่ปกติ แล้วสิ่งที่พวกมึงทุกคนทำก่อนหน้าโควิดจะมามันปกติมากมั้ง เอาแต่พูดว่า"มึงมันผิดปกติ"แล้วพวกมึงทุกคนปกติมากมั้ง ตอนแรกกูว่าจะสั่งสอนพวกมึง ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว สั่งสอนไปก็โง่มากกว่าเดิมมีแต่เข้าข้างตัวเอง เหมือนกับสั่งสอนเด็กที่แกล้งเด็กอื่นสั่งสอนไปก็มีแต่จะแกล้งหนักขึ้นมากกว่าสั่งสอนไปก็มีแต่โกรธแค้น   พอมึงทำผิด มึงก็โทษรัฐบาล
พอมึงทำผิด มึงก็โทษพ่อ
พอมึงมำผิด มึงก็โทษแม่
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเมียน้อย
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเพื่อน
พอมึงทำผิด มึงก็โทษลูก
มึงไม่โทษตัวเองเลย
มึงเป็นควยอะไร? มึงเป็นเหี้ยอะไร? แหม่ แต่ก็ดี เพราะมีผลพลอยได้ที่กูจะได้ล้างแค้นคนที่แกล้งกูด้วยตั้งแต่เพื่อนสมัยประถมยันเพื่อนสมัยมัธยม ในเมื่อมึงเป็นขยะกูก็จะเอามึงไปทิ้งเอง กูขอประกาศเจตนารมณ์ล้างแค้นนับแต่นี้เป็นต้นไป
ปล.กูไม่ได้เก่งอะไรหรอกนะ สัตว์อัญมณีกูยังแพ้เด็คบลูอายส์ไวท์ดราก้อนเลย 
(ส่วนในรูปคือตอนกูแพ้เด็คsalamangreat)



 

 

น่าเย็ดรูตูดรูหี

อยากเย็ดตูดจะเย็ดตูดทั้งวันจะเย็ดตูดทั้งคืนจะเย็ดตูดไม่ให้พักจะเย็ดตูดไม่ให้ผ่อนจะเย็ดตูดไม่ให้นอนจะเย็ดตูดแบบนี้ทุกวันเลย





วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

 

น่าเย็ดรูตูดรูหี

อยากเย็ดตูดจะเย็ดตูดทั้งวันจะเย็ดตูดทั้งคืนจะเย็ดตูดไม่ให้พักจะเย็ดตูดไม่ให้ผ่อนจะเย็ดตูดไม่ให้นอนจะเย็ดตูดแบบนี้ทุกวันเลย





 ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่ทำไม่ได้


 

















 คนพากย์ฮิริวใส่แว่น





วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568