วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน) ตอนที่ 1

 𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน) ตอนที่ 1

(หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม
เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น
ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน
ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม
ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม[จากไดอารี่ของสาวน้อยเวทมนตร์แห่งความมืด ตอนที่ 1])


วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน)

 𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน)

 จูกัดเหลียงตั้งสำนักงานรัฐปรับปรุงกังหันน้ำกระดูกงูชลประทานยกเกษตรกรรมต้มเกลือชาวไร่ชาวนาน้ำไม่ขาดใช้เลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ตั้งยุ้งฉางวัวไม้ม้าไหลรวมความคิดส่งคำแนะนำยอมรับความผิดยอมรับความพลาดผู้ภักดีได้รับบำเหน็จแม้เป็นศัตรูฝ่าฝืนละกฎหมายถูกลงทัณฑ์แม้เป็นญาติโครงสร้างพื้นฐานพยุหแปดทิศห้าตีเฉาเว่ยอาวุธแหลมคมมากกองหนุนประชุมไม่ฟุ่มเฟือยเศรษฐกิจก้าวหน้าราษฎรปลอดภัยกองทัพไม่เห็นแก่ตัวแปดทิศพิชัยสงครามยอดวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดเฉาเว่ยเคารพราษฎรสู่ฮั่นเชิดชูสิ้นบุญอาณาประชาจึงตั้งวัดวาสุมาอี้ว่าอัจฉริยะแห่งโลกทุกชนชั้นก็นิยม

ฮั่นสลายกังฉินขโมยฮ่องเต้ถูกฝุ่นคลุมไม่สนกำลังเชื่อในความชอบธรรมไร้ปัญญาไร้ฝีมือหาหนทางฮั่นเสื่อมถอยไม่คำนึงความสามารถตัวสร้างยุติธรรมให้โลกไร้ปัญญาไร้ฝีมือพระองค์เล่าปี่กล่อมดังนี้ฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งจึงยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตกำเนิดหลงจงตุ่ยผูกกวนต้านโฉชนะเซ็กเพ็กมีเกงจิ๋วได้เสฉวนมิเพียงซงหนูไม่ใช่เวลาปักหลักปราบกบฏครบส่งกลับบ้านเกิดปลูกหม่อนปลูกนาเสฉวนทรัพย์สินราษฎรพระองค์เล่าปี่ทำตามจูล่งดังนี้ชนะใจเสฉวนไม่แสดงอารมณ์ไม่โกรธอ่อนน้อมถ่อมตนเคารพน้ำใจเมตตาตรงข้ามโหดร้ายอาฆาตแค้นปกป้องผู้ใต้บัญชาครอบครัวถึงพูดว่าจูล่งจะเข้าโจโฉพระองค์เล่าปี่มิได้เชื่อสั่งเล่าเสี้ยนคุณธรรมเป็นรากโจโฉว่าพระองค์เล่าปี่เป็นวีรบุรุษ

โจโฉสู้จระเข้เมื่อสิบขวบหลี่ซานว่าถึงคราวุ่นวายวีรบุรุษมีแต่เพียงเฉาเชาอ่านยุทธศิลป์คัดลอกพิชัยสงครามอธิบายซุนจื่อกลายเป็นเมิ่งเต๋อเซินซูยี่สิบขวบได้เลื่อนตำแหน่งประหารขันทีละเมิดกฎหมายเขียนจดหมายถึงเลนเต้ถึงราชวงศ์ฮั่นผู้ซื่อสัตย์สุจริตถูกตราบาปกังฉินประจบประแจงสอพลอเสแสร้งคนทรยศเต็มราชสำนักคนดีภักดีจริงใจไม่ถูกใช้อย่างจริงใจไม่ได้รับการยอมรับประท้วงมากมายหลายครั้งฮั่นจะล้มฮั่นไม่ฟังโจโฉแม่ทัพทหารม้าปราบกบฏปลดแปดผู้พิพากษาทุจริตห้ามความเชื่อโชคลางศาสนาชวนล้มฮั่นโจโฉปฏิเสธหองจูเปียนหองจูเหียบเหี้ยนเต้ตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะมอบตำแหน่งแม่ทัพโจโฉโจโฉไม่เอาออกจากลั่วหยางสละทรัพย์สมบัติระดมนักรบมีช่างตีมีดเป็นของตัวตีดาบให้ปะทะตั๋งโต๊ะลั่วหยางไหม้เพลิงสิบแปดเมืองพันธมิตรไม่ตามตีตั๋งโต๊ะโจโฉแต่ผู้เดียวบุกตะวันตกตีตั๋งโต๊ะตีตั๋งโต๊ะแต่ผู้เดียวจึงแพ้กลับมาสิบแปดพันธมิตรทุกวันแต่ฉลองดื่มกินโฉเสนอสี่ข้อตีเหมิงจินเฝ้าฉางเกาคุมอ่าวฉางปิดเซอหยวนปิดไท่กู่เข้าอู่กวนทำป้อมค่ายกองโจรตัดตั๋งโต๊ะสิบแปดพันธมิตรไม่ทำไปหยางโจวเกิดกบฏเผาค่ายโจโฉโจโฉสังหารหมดขุนศึกแตกแถวอำนาจเป็นหนึ่งปกปักฮ่องเต้รวมภาคเหนือรบเซ็กเพ็กตีสู่ฮั่นสร้างบทกวีสะท้อนฮั่นวุ่นวายปณิธานรวมโลกเป็นหนึ่งกวีเรียบง่ายตรงไปตรงมาโศกเศร้าเร่าร้อนอุปมาอุปไมยเฉียบแหลมตื่นตัวทรงพลังกล้าหาญไม่มุ่งเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งวีรบุรุษผู้พิเศษเข้มงวดสังหารผลาญอาชญากรมีปัญญาด้านการเมืองเชี่ยวพิชัยสงครามเชี่ยวกลยุทธ์เชี่ยวยุทธวิธีเชี่ยวยุทธศิลป์หนอนหนังสือเชี่ยววรรณกรรมโบราณอธิบายยุทธศิลป์กลางวันอ่านคัมภีร์กลางคืนเชี่ยวต่อสู้เชี่ยวดาบเชี่ยวธนูไร้ปราณีต่อภัยคุกคามประหยัดมัธยัสถ์ไม่หรูหราไม่เชื่อผีเทพเจ้าจูกัดเหลียงว่าปัญญาแผนการไม่ด้อยใครใช้ทหารดังซุนจื่อ

สุมาอี้ฉลาดมีเหตุผลเด็ดขาดเป็นวีรบุรุษกระตือรือร้นเรียนรู้เป็นหมาป่ายับยั้งโจโฉย้ายเมืองหลวงซุนกวนกวนอูสู้กันเฉาเว่ยปลอดภัยเฉาเว่ยรอดพ้นโจผีสิ้นซุนกวนตีสุมาอี้ชนะจูกัดกิ๋นปราบกบฏเบ้งตัดประหารเบ้งตัดตีฮั่นจงต้านจูกัดเหลียงจนมังกรหลับลาลับล้อมเมืองตัดหัวกองซุนเอี๋ยนสลายวงล้อมฟ่านเฉิงเปิดคลองก้วยหยางไป่ชี่สร้างค่ายทหารเหนือใต้นับหมื่นปราบกบฏหวางหลิงทำไร่นาในชางกุ้ยถลุงเหล็กในจิงจ้าวเทียนซุยขุดคลองสร้างค่ายทหารชลประทานน้ำโอนย้ายข้างฟ่างไปกวนตงทัดทานฮ่องเต้สร้างพระราชวังทำเกษตรกรรมซุนกวนว่าสุมาอี้เก่งใช้ทหารเปลี่ยนแปลงดั่งเทพไม่ย่อท้อ

กวนจงแบ่งเขตแบ่งเมืองตั้งข้าราชใหญ่น้อยน้อยหลายขึ้นต่อใหญ่หนึ่งใหญ่หนึ่งขึ้นต่อใหญ่ยิ่งกว่าตั้งผู้ดูแลเรือกนาไร่สวนปศุสัตว์ตั้งผู้ดูแลการเมืองทั่วไปเดือนแรกทุกปีข้าราชการรายงานฉีหวนกงฉีหวนกงบำเหน็จรางวัลลงโทษตามสภาพครอบหนึ่งคนเป็นทหารทัพเล็กกองร้อยสองพันกองพลหนึ่งหมื่นสิบห้าเมืองสามทัพยามว่างฝึกยามสงครามรบผู้ก่ออาชญากรรมให้เกราะให้ของ้าวผู้ก่ออาชญากรรมเล็กให้โลหะลดภาษีเก็บภาษีธุรกิจเก็บภาษีพ่อค้าเกษตรกรค้าขายอิสระเคารพกษัตริย์ปฏิเสธคนเถื่อนฉีหวนกงจึงขึ้นเป็นห้าอธิราช

จิ้นเหวินกงรับฟังโปตีเปิดโปงกบฏค้ำจุนกษัตริย์ปรับปรุงการเมืองจัดกองทัพตัดฉู่พิชิตโจพิชิตเว่ยช่วยซ่งชนะฉู่ตีเจิ้ง จิ้นเหวินกงขึ้นเป็นห้าอธิราช

กระต่ายขาวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกระต่ายขาวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีกระต่ายขาวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่กระต่ายขาวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของกระต่ายขาวตัวน้อยนี้กระต่ายขาวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่กระต่ายขาวตัวน้อยนี้ต้องจากลา ฉันเคยมั่นใจว่าฉันเขียนเรื่องสั้นได้และเก่งด้วยแต่พอได้ทำจริงฉันถึงได้รู้ว่าฉันทำไม่ได้และไม่เก่งเลยและไม่มีความสามารถเลยฉันไม่ได้ฉลาดไม่ได้เก่งอะไรและไม่มีความสามารถเลยแม้แต่0.01%และฉันทำไม่ได้ฉันเป็นแค่คนโง่และไร้ความสามารถที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปคนหนึ่ง

ฉันไม่มีจินตนาการ

เรื่องสั้นของฉันไม่มีจุดเด่นอะไรเลย

ฉันไม่เชื่อว่าฉันมีจินตนาการที่สนุกสนาน

ฉันไม่เชื่อว่าฉันมีจินตนาการ

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้เข้มข้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้สนุกขนาดนั้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่สนุก

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุก

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกมันไม่สนานขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกมันไม่สนาน

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกสนานขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกสนาน

ต่อให้ฉันเชื่อคำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ให้ตายยังไง ต่อให้ฉันใช้คำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ให้ตายยังไง เรื่องสั้นของฉันก็ไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก เรื่องสั้นของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

เรื่องสั้นของฉันไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก เรื่องสั้น

ของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

ให้ตายยังไงเรื่องสั้นของฉันไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก ให้ตายยังไงเรื่องสั้นของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

เรื่องสั้นของฉันไม่มีคุณค่า

เรื่องสั้นของฉันไม่เคยส่งต่อคุณค่าให้ผู้อ่าน

เรื่องสั้นของฉันไม่ได้ทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย

เรื่องสั้นของฉันมันเพ้อฝัน

เรื่องสั้นของฉันมันเพ้อเจ้อ

เรื่องสั้นของฉันมันไร้สาระ

เรื่องสั้นของฉันไม่เคยสำเร็จ

เรื่องสั้นของฉันมันห่วยแตก

ฉันเกลียดเรื่องสั้นของฉันเอง

ฉันเกลียดตัวฉันเอง

โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้าโลลิฮิริวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะโลลิฮิริวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีโลลิฮิริวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของโลลิฮิริวตัวน้อยนี้โลลิฮิริวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้ต้องจากลา

ฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันมันล้มเหลว ฉันมันบ้า ฉันมันควาย ฉันมันโง่

ฉันมันอวดฉลาด

ฉันมันอัตตาสูง

ฉันเคยคิดว่าฉันเขียนเก่งที่สุด ชนิดที่ว่าถ้ามีtop 10นักเขียนตลอดกาลฉันคืออันดับที่1 ฉันเคยคิดอย่างนั้น นักเขียนคนอื่นคงเลียนแบบฉันกันเป็นแถวๆ ฉันเคยคิดว่า ฉันปฏิวัติวงการงานเขียนได้ ฉันเคยคิดว่าคนอื่นคงจะเขียนอะไรคือสไตล์ฉันกันเป็นแถวแล้วเอาไปใช้กันเป็นแถวเช่นกัน ฉันเคยคิดว่าคนเขาจะเขียนกันว่างานเขียนแทรกประเด็นนั้นแทรกประเด็นนี้วิจารณ์อะไรนั่น ฉันเคยคิดว่านักวิจารณ์ควจะยกงานเขียนฉันทุกชิ้นเป็นงานเขียนที่ดีที่สุดทุกชิ้นในทุกสาขา ฉันเคยคิดว่าฉันสร้างสิ่งใหม่ให้วงการ ฉันเคยคิดว่าคนอื่นจะตีความกันว่าฉันจะสื่ออะไร ฉันคิดว่าคนอื่นจะจัดให้ฉันเป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลต่อนักเขียนคนอื่นมากที่สุด ฉันคิดว่าคนอื่นจะยกให้ฉันมีอิทธิพลต่อทุกวงการด้วยซ้ำ ไม่เพียงวงการงานเขียน แต่ วิทยาศาสตร์, หนัง, แม้แต่การเมือง ฉันคิดว่าฉันจะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบมากที่สุด ฉันคิดว่าทุกคนจะพูดถึงฉันตั้งแต่ตอนฉันยังมีชีวิตไปจนถึงแม้แต่ตอนที่ฉันตายไปเป็นพันๆปีแล้ว ฉันคิดว่างานเขียนฉันจะถูกสร้างเป็นหนังด้วยซ้ำ ฉันเคยคิดว่าวิธีของฉันถูกทุกวิธี ฉันเคยคิดว่าฉันทำถูกทุกอย่าง ฉันเคยคิดว่าฉันถูกทุกอย่าง ฉันเคยคิดว่าฉันถูกทุกสิ่ง แต่ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิดหมดทุกอย่าง ฉันไม่ได้เขียนเก่งที่สุด ฉันไม่ใช่นักเขียนตลอดกาลอันดับที่1 ไม่มีใครเขาเลียนแบบฉัน งานเขียนฉันไม่ได้ดีอะไร ฉันไม่ได้มีความสามารถจะปฏิวัติวงการงานเขียนได้ ไม่มีใครเขาสนใจงานเขียนฉัน ฉันไม่เคยสร้างอะไรใหม่ๆเลย คนอื่นเขาทำกันไปหมดแล้ว ฉันไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีอิทธิพลต่อทุกสิ่ง ฉันไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีผลกระทบต่อทุกสิ่ง ฉันถูกลืมในตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ งานเขียนฉันไม่ได้น่าสนใจจนถึงจะถูกดัดแปลง  ฉันคิดไปเองว่าฉันพิเศษกว่าคนอื่น ไม่ได้มีใครเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนายในโลกแห่งความเป็นจริง ฉันกลับคิดไปเองว่าฉันเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนาย ไม่มีใครเป็นคนพิเศษในโลกนี้ ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใคร ทำไมฉันถึงคิดว่าฉันเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่น คนอื่นวิจารณ์ฉันมากมาย คนอื่นให้คำแนะนำฉันมากมาย ฉับกลับโกรธเคืองไม่เชื่อและไม่ทำตามไม่นำคำวิจารณ์และคำแนะนำไปใช้ ได้แต่พิสูจน์กับคนพวกนั้นและกับทุกคนว่าฉันถูกทั้งหมด ว่าฉันถูกทุกอย่าง คำวิจารณ์และคำแนะนำพวกนั้นผิดทุกอย่าง คำวิจารณ์และคำแนะนำพวกนั้นผิดทั้งหมด ฉันคิดไปเองว่าฉันฉลาดที่สุดในโลกนี้ ฉันคิดไปเองฉันฉลาดกว่าคนอื่น ฉันคิดไปเองว่าฉันเป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ฉันไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ฉันไม่ได้ฉลาดที่สุดในโลกนี้ ทั้งที่ฉันไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนอื่น ทดสอบไอคิวได้ไอคิวแค่ร้อยเท่ากับไอคิวของคนอื่นแค่นี้ก็รู้ชัดเจนแล้ว ฉันรู้แล้วว่าวิธีของฉันผิดหมดทุกวิธี ฉันรู้แล้วว่าฉันทำผิดทุกอย่าง ฉันรู้แล้วว่าฉันผิดทุกอย่าง ฉันรู้ว่าฉันผิดทุกสิ่ง

 คนอย่างงี้จะประสบความเร็จได้ยังไง

ฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันมันล้มเหลว ฉันมันบ้า ฉันมันควาย ฉันมันโง่

ฉันมันอวดฉลาด

ฉันมันอัตตาสูง

คนอย่างงี้จะประสบความเร็จได้ยังไง

จากคนที่เป็นเศษสวะ โง่เขลา น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง เห็นแก่ตัว และอัตตาสูงผู้ไร้ความสามารถ มีแต่ความเลวร้ายชั่วช้าน่ารังเกียจและเหลวแหลก

โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้าโลลิฮิริวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะโลลิฮิริวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีโลลิฮิริวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของโลลิฮิริวตัวน้อยนี้โลลิฮิริวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้ต้องจากลา 

    Irony

Verbal irony

-คุณให้ความสำคัญกับคุณค่ามากเลย คุณให้ความสำคัญกับประโยชน์มากเลย คุณไม่ใช่คนที่ทำอะไรแล้วจะทำให้มีคนถามว่า"ทำไปเพื่ออะไร"

-คุณให้ความสำคัญกับคุณค่ามากจนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย คุณให้ความสำคัญกับประโยชน์มากจนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยโอดครวญถึงชีวิตของตัวเอง คุณไม่ใช่แค่ทำอะไรโดยที่"ไม่รู้ว่าทำไปทำไม"จนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยต้องออกมาพูดเรื่องชีวิตของตัวเองจนผมเห็นอยู่เต็มๆตาอยู่ตอนนี้เลยเนี่ย คุณไม่ใช่แค่ทำอะไรโดยที่"ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร"จนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยต้องออกมาพูดเรื่องความลำบากของตัวเองจนผมเห็นเต็มๆตาอยู่ตอนนี้เลยเนี่ย

-ผมรู้ครับว่าผมไม่มีค่าพอแม้ว่าผมจะให้ความรู้อันโง่เขลาเนื่องจากผมเรียนไม่จบปริญญาตรีในการอธิบายฟิสิกส์ให้กับคนทั่วไปที่ไม่เข้าใจฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับว่าผมโง่และคนที่เรียนไม่จบปริญญาตรีแถมไม่ใช่อาจารย์อย่างผมไม่มีประโยชน์ที่จะช่วยอธิบายฟิสิกส์ที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยยังไม่เข้าใจให้เป็นเรื่องที่แมวยังเข้าใจได้เพื่อช่วยคนที่กำลังปวดกบาลกับฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับผมทำทุกอย่างตามเจตจำนงอันต่ำต้อยไม่มีเหตุผลรองรับเท่าที่เด็กเปรตขโมยปืนพ่อไปกราดยิงคนตาย

Drama irony

-ทุกสิ่งที่มีประโยชน์ถูกสร้างขึ้นโดยคนไร้ประโยชน์ คนทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีว้ตแต่ไม่เคยได้ประโยชน์ตลอดทั้งชีวิต ตอนตายก็ไม่ได้ประโยชน์ที่ตามหามาทั้งชีวิตและการหาประโยชน์ทั้งชีวิตไม่มีประโยชน์ใด

Universe irony

-คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์แต่โดนเมดูซ่าทำให้เป็นหินแล้วลมก็พัดร่างหินนั้นก็แตกกระจัดกระจายแน่นอนเจ้าของร่างที่แท้จริงซึ่งโดนสาปเป็นหินนั้นตายอยู่ในร่างหินนั่นแหละ

Romantic irony

-คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีวิตแต่ไม่เจอประโยชน์ทั้งชีวิตจนตายเพราะประโยชน์ที่แท้จริงคือทุกสิ่งที่ผมทำที่คนบอกว่าไร้ประโยชน์นั่นแหละ

(ทั้งหมดข้างต้นเป็นIronyแบบเปิดเผย)

Ironyแบบแอบแฝง

-ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน

Ironyแบบส่วนตัว

-ผมเป็นเพียงแค่กระต่ายน้อยอ่อนแอ ที่หวังเพียงให้มังกรบินคอยปกป้องผม มังกรบินสาวทอมบอย ไม่รู้ว่าสเปกกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้เป็นทอมบอยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ตกหลุมรักมังกรบินสาวทอมบอยท่านนั้นไปเสียแล้ว ตกหลุมรักจริงๆ มันคือรักแท้ แต่แล้วเธอกลับไปแต่งงานมีลูกเป็นมังกรตัวน้อยกับใครก็ไม่รู้ ใครที่มังกรบินสาวทอมบอยนั้นเลือก ใครที่ไม่ใช่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ สุดท้ายกระต่ายอ่อนแอต้องร้องไห้ ที่ผ่านมาสำคัญตัวมาโดยตลอด กระต่ายขาวตัวน้อยตัวนี้มันไร้ค่า กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ไม่มีใครสนใจหรอก กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้จะมีใครมาสนใจ อธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก

IronyแบบแองแฝงกับIronyแบบส่วนตัวข้างต้นเป็นIronyแบบดูถูกดูหมิ่นตัวเอง

Ironyแบบไม่เจาะจงบุคคล

-เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น

Ingénue Irony

-ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม

Ironyแบบละคร(Dramatic Irony)

-ผมออกไปซื้อน้ำมัน ปั๊มแม่งปิดหมด ยังดีหาซื้อได้ แม่ง คนขายคิดไรอยู่วะ ลิตรละ500 ผมซื้อมา10ลิตร กลับถึงบ้าน ผมถึงรู้ว่ามันเป็นน้ำมันพราย แม่ง คนขายหลอกกู

Sarcasm

-ผมไม่ใช่คนที่มีคุณค่า เหมือนอย่างคุณที่มีคุณค่าเทียบได้กับไอ้เด็กเปรตที่กราดยิงชาวบ้านในห้างจนเป็นข่าวเมื่อหลายปีที่แล้วเลย

-ขนาดคนที่มีการศึกษาสูงอย่างคุณยังทำให้คนที่ไร้ค่าอยู่แล้วรู้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าขยะยิ่งกว่าเดิมได้เลย อนาคตคุณเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยได้แน่ ๆ

-ผมอยากมีความสนุกสนานมีคุณค่าแบบคุณหมอบ้างจัง ที่มีคุณค่ากับทุกคน ช่วยทำให้ผมกลายร่างเป็นผู้หญิงที โคลนร่างหญิงของผมด้วย แล้วช่วยผมทำท่า69กับตัวเองในร่างหญิงที เผื่อผมจะมีคุณค่ากับเขาบ้างไม่ใช่คนไร้ค่าอย่างงี้

-หวยออก69 อีแบบนี้หมายความว่า69ก็มีค่าสิเนี่ย มากันเถอะเรา! เราสองคนไปหา69หลังจากนี้ดีกว่า

-เยี่ยมครับ ผมได้เจอคนมีค่ามีประโยชน์ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นเหมือนอย่างคุณซักที ผมเองก็พึ่งตระหนักได้ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนโง่ ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์มาโดยตลอด ในการอธิบายควอนตัมฟิสิกส์ให้เข้าใจง่ายให้กับคนทั่วไปที่เขาสนใจแต่ไม่มีโอกาสได้อ่านเรียนซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำตลอดเวลาที่ผ่านมา

Satire

-มดงานผู้โง่เง่า ผสมกับตัวผู้ก็ไม่ได้ อยากจะมีลูกหรือก็เป็นหมัน เพราะระบบกำหนดไว้เช่นนั้น มีหน้าที่เพียงเลี้ยงนางพญาไปจนตาย ไม่มีสิทธิ์อื่น เป็นราชินีไม่ได้ ต้องทำหน้าที่ให้ราชินีตลอดไป โดยไม่มีสิทธิ์ได้อยู่เฉยเหมือนนางพญา มีเพียงมดตัวผู้เท่าที่คู่ควรได้สมสู่กับราชินี และมีเพียงราชินีเท่านั้นที่คู่ควรได้สมสู่กับตัวผู้ใด

-ผมนั้นช่างไร้ค่า โง่เขลาเบาปัญญาอย่างยิ่ง ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปทำไม ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปเพื่ออะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วเราได้ประโยชน์ ในฐานะคนไร้คุณค่าไร้ประโยชน์อย่างผมผมขอถามว่า คุณมีค่าไหม

-ในฐานะคนที่มีค่ามีประโยชน์อย่างคุณ คุณทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยไร้การทุจริตคอรัปชั่นทุกอย่างโปร่งใสได้ไหม

-กษัตริย์ทั้งหลาย เมื่อคณะราษฎรคณะนี้ได้ครองแผ่นดินสืบต่อจากคณะก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะก่อนนั้น ในขั้นต้นกษัตริย์บางคนได้หวังกันว่าคณะราษฎรคณะใหม่นี้คงจะปกครองให้ราษฎรได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ คณะราษฎรคงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม แต่งตั้งครอบครัวญาติพี่น้องและพรรคพวกและคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการแลกเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเข้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กฎขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะได้เห็นจากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน คณะราษฎรได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกลับกล่าวคำหมิ่นประมาทราษฎรและราชวงศ์ ผู้มีบุญคุณเสียภาษีและราชวงศ์เสียค่าใช้จ่ายให้คณะราษฎรกิน ว่าราชวงศ์ยังมีสิทธิ์ทางการเมืองไม่ได้ เพราะราชวงศ์ยังโง่ คำพูดของคณะราษฎรเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราชวงศ์โง่ราษฎรก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราชวงศ์รู้ไม่ถึงราษฎรนั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดความจริงที่พวกราษฎรปกปิดไว้ไม่ให้รู้เต็มที่เพราะเกรงว่าเมื่อราชวงศ์ได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังคน ราชวงศ์ทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราชวงศ์ ไม่ใช่เป็นของราษฎรตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราชวงศ์เป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นจากมือข้าศึก พวกราษฎรมีแต่จะชุบมือเปิป...เงินเหลือเท่าใดก็เอาไปฝากแกนนำ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย ข้าพเจ้าเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีกษัตริย์สูงสุดที่ขุนนางทั้งหมดขึ้นต่อพระองค์พระองค์เดียวเท่านั้น จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนคณะราษฎรที่ปกครองประเทศนั้น เราไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงผลประโยชน์ ฉะนั้น จึ่งได้ขอเชิญให้คณะราษฎรเป็นข้าราชการต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้อำนาจกษัตริย์พระองค์เดียว ถ้าคณะราษฎรตอบปฏิเสธ หรือไม่ตอบภายในกำหนด โดยเห็นแก่ส่วนตนว่า จะถูกลดอำนาจลงมา ก็จะชื่อว่า ทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างสมบูรณายาสิทธิราช กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้มีบุญญาธิการกลับชาติมาเกิดอันเป็นผู้ทำบุญมากในชาติก่อน

-ผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปเพื่ออะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไร ผู้นั้นเป็นฟาสซิสต์

-คนที่มีคุณค่ามีประโยชน์ผู้ทำให้ประเทศไทยเป็นเผด็จการมีคุณค่ามีประโยชน์หรือไม่ คนที่ไม่มีคุณค่าไม่มีประโยชน์ผู้ทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยไร้ค่าไร้ประโยชน์หรือไม่

-สระบุรีเนี่ยกะหรี่ดังใช่ไหม จะว่าไปก็ไม่ได้กินหรี่มานานแล้วเหมือนกัน ผมมีค่ามีประโยชน์เท่ากะหรี่ไหม

Horatian Satire

-ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม

Juvenalian Satire

-ก็อตซิลล่าทั้งหลาย เมื่ออุลตร้าแมนคนนี้นี้ได้อยู่ในโลกสืบต่อจากอุลตร้าแมนคนก่อนนั้น ในขั้นต้นก็อตซิลล่าบางคนได้หวังกันว่าอุลตร้าแมนคนใหม่นี้คงจะคุ้มครองให้ก็อตซิลล่าได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ อุลตร้าแมนคงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม แฝงตัวในฐานะมนุษย์ทำให้ตัวเองและคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ฟังเสียงก็อตซิลล่า ปล่อยให้อุลตร้าแมนใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการแลกเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเข้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าก็อตซิลล่า กฎขี่ข่มเหงก็อตซิลล่า ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะได้เห็นจากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน อุลตร้าแมนคนนี้ได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อก็อตซิลล่า มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะเยียวยาและลดความเสียหายจากการต่อสู้และสัตว์ประหลาดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกลับกล่าวคำหมิ่นประมาทก็อตซิลล่า ผู้มีบุญคุณเสียภาษีให้กิน ว่าก็อตซิลล่ายังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะก็อตซิลล่ายังโง่ คำพูดเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าก็อตซิลล่าโง่อุลตร้าแมนก็โง่ เพราะอยู่ในชาติเดียวกัน ที่ก็อตซิลล่ารู้ไม่ถึงอุลตร้าแมนนั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่อุลตร้าแมนปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อก็อตซิลล่าได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังก็อตซิลล่า ก็อตซิลล่าทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของก็อตซิลล่า ไม่ใช่เป็นของอุลตร้าแมนตามที่อุลตร้าแมนหลอกลวง บรรพบุรุษของก็อตซิลล่าเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นจากมือข้าศึก พวกอุลตร้าแมนมีแต่จะชุบมือเปิป...เงินเหลือเท่าใดก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ก็อตซิลล่าอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย คณะก็อตซิลล่าเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนอุลตร้าแมนนั้น คณะก็อตซิลล่าไม่ประสงค์ทำการแย่งชิง ฉะนั้น จึ่งได้ขอเชิญให้อุลตร้าแมนคนนี้ดำรงค์ตำแหน่งต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ถ้าอุลตร้าแมนตอบปฏิเสธ หรือไม่ตอบภายในกำหนด โดยเห็นแก่ส่วนตนว่า จะถูกลดอำนาจลงมา ก็จะชื่อว่า ทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างก็อตซิลล่าธิปตัย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นก็อตซิลล่าซึ่งสภาผู้แทนก็อตซิลล่าได้เลือกตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา"

Reprise

-เหล่าราชวงศ์เป็นบุคคลที่น่าเศร้า พวกเขาเกิดมาสูงส่ง แข็งแกร่ง และมีอำนาจมากเกินไป พวกเขาไม่ได้ชั่วร้ายโดยเจตนา นั่นคือโศกนาฏกรรมของพวกเขา พวกเขาไม่ได้โจมตีราษฎรเพราะต้องการ แต่เพราะขนาดและความแข็งแกร่งของพวกเขา ราษฎรจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตัวเอง หลังจากเรื่องราวแบบนี้หลายๆ เรื่อง ราษฎรจึงเกิดความรู้สึกผูกพันกับเหล่าราชวงศ์ และห่วงใยพวกเขาในที่สุด

เกินจริง(Exaggeration)

-ผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปเพื่ออะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไร ผู้นั้นเป็นฟาสซิสต์

ลดทอน(Diminution)

-หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม

Menippean Satire

-คนๆหนึ่งออกตามหาคุณค่าและประโยชน์ เขาเริ่มออกตามหาทันที แล้วก็ถูกจานบินยิงลำแสงใส่พื้นดินระเบิดไปหมดแต่เขาหนีรอดมาได้ จากนั้นเขาก็เจอกับแวมไพร์ แล้วเขาก็เจอพระศิวะไปบอกกับพระนารายณ์ว่าจะใช้ไฟบรรลัยกัลป์เผาโลกขอให้พระนารายณ์ปลุกพระพรหมเมื่อตนเผาโลกเสร็จแล้ว แล้วศารวระและศยามะหมาสองตัวที่มีสี่ตา จมูกกว้าง ลายด่าง สีน้ำตาลแดง ซึ่งเป็นหมาของพระยมมาไล่ล่าเขาพยายามลากเขาลงนรก เขาหนีรอดมาได้ แล้วเขาก็โดนสัตว์ประหลาดปูนายักษ์ขนาดประมาณ5เมตรกระทำชำเรา เมื่อฝนตกฝนก็ทำให้ดินแห้งแล้วอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็ส่งจานบินมาจับเขาได้ แล้วฮิตเลอร์ก็ให้เขาอ่านMein Kampf แล้วเขาก็กลายเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคนาซีและอาณาจักรไรช์ที่สี่ แล้วเขาก็มาเจอกับคนไร้ค่าที่เป็นเชื้อพระวงศ์มอญสายเลือดของมะกะโท แล้วพวกเขาสองคนก็ออกเดินทางไปด้วยกัน แล้วเขาก็แยกตัวออกจากเชื้อพระวงศ์มะกะโทขึ้นKirov Airshipไปเข้าเฝ้าพระนางวิคตอเรีย แล้วปืนใหญ่เลโอนาร์โด ดา วินชี่ซึ่งกองทัพของสาธารณรัฐแห่งฟลอเรนช์เป็นเจ้าของก็สอยเขาร่วงตาย

Irony+Sacasm+Satire

-ผมรู้ครับว่าผมไม่มีค่าพอแม้ว่าผมจะให้ความรู้อันโง่เขลาเนื่องจากผมเรียนไม่จบปริญญาตรีในการอธิบายฟิสิกส์ให้กับคนทั่วไปที่ไม่เข้าใจฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับว่าผมโง่และคนที่เรียนไม่จบปริญญาตรีแถมไม่ใช่อาจารย์อย่างผมไม่มีประโยชน์ที่จะช่วยอธิบายฟิสิกส์ที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยยังไม่เข้าใจให้เป็นเรื่องที่แมวยังเข้าใจได้เพื่อช่วยคนที่กำลังปวดกบาลกับฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับผมทำทุกอย่างตามเจตจำนงอันต่ำต้อยไม่มีเหตุผลรองรับเท่าที่เด็กเปรตขโมยปืนพ่อไปกราดยิงคนตาย/ทุกสิ่งที่มีประโยชน์ถูกสร้างขึ้นโดยคนไร้ประโยชน์ คนทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีว้ตแต่ไม่เคยได้ประโยชน์ตลอดทั้งชีวิต ตอนตายก็ไม่ได้ประโยชน์ที่ตามหามาทั้งชีวิตและการหาประโยชน์ทั้งชีวิตไม่มีประโยชน์ใด/คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์แต่โดนเมดูซ่าทำให้เป็นหินแล้วลมก็พัดร่างหินนั้นก็แตกกระจัดกระจายแน่นอนเจ้าของร่างที่แท้จริงซึ่งโดนสาปเป็นหินนั้นตายอยู่ในร่างหินนั่นแหละ/คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีวิตแต่ไม่เจอประโยชน์ทั้งชีวิตจนตายเพราะประโยชน์ที่แท้จริงคือทุกสิ่งที่ผมทำที่คนบอกว่าไร้ประโยชน์นั่นแหละ/ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน/ผมเป็นเพียงแค่กระต่ายน้อยอ่อนแอ ที่หวังเพียงให้มังกรบินคอยปกป้องผม มังกรบินสาวทอมบอย ไม่รู้ว่าสเปกกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้เป็นทอมบอยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ตกหลุมรักมังกรบินสาวทอมบอยท่านนั้นไปเสียแล้ว ตกหลุมรักจริงๆ มันคือรักแท้ แต่แล้วเธอกลับไปแต่งงานมีลูกเป็นมังกรตัวน้อยกับใครก็ไม่รู้ ใครที่มังกรบินสาวทอมบอยนั้นเลือก ใครที่ไม่ใช่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ สุดท้ายกระต่ายอ่อนแอต้องร้องไห้ ที่ผ่านมาสำคัญตัวมาโดยตลอด กระต่ายขาวตัวน้อยตัวนี้มันไร้ค่า กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ไม่มีใครสนใจหรอก กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้จะมีใครมาสนใจ อธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก/เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น/ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม/ผมออกไปซื้อน้ำมัน ปั๊มแม่งปิดหมด ยังดีหาซื้อได้ แม่ง คนขายคิดไรอยู่วะ ลิตรละ500 ผมซื้อมา10ลิตร กลับถึงบ้าน ผมถึงรู้ว่ามันเป็นน้ำมันพราย แม่ง คนขายหลอกกู/ขนาดคนที่มีการศึกษาสูงอย่างคุณยังทำให้คนที่ไร้ค่าอยู่แล้วรู้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าขยะยิ่งกว่าเดิมได้เลย อนาคตคุณเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยได้แน่ ๆ/เยี่ยมครับ ผมได้เจอคนมีค่ามีประโยชน์ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นเหมือนอย่างคุณซักที ผมเองก็พึ่งตระหนักได้ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนโง่ ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์มาโดยตลอด ในการอธิบายควอนตัมฟิสิกส์ให้เข้าใจง่ายให้กับคนทั่วไปที่เขาสนใจแต่ไม่มีโอกาสได้อ่านเรียนซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำตลอดเวลาที่ผ่านมา/ผมนั้นช่างไร้ค่า โง่เขลาเบาปัญญาอย่างยิ่ง ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปทำไม ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปเพื่ออะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วเราได้ประโยชน์ ในฐานะคนไร้คุณค่าไร้ประโยชน์อย่างผมผมขอถามว่า คุณมีค่าไหม/ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม/ก็อตซิลล่าทั้งหลาย เมื่ออุลตร้าแมนคนนี้นี้ได้อยู่ในโลกสืบต่อจากอุลตร้าแมนคนก่อนนั้น ในขั้นต้นก็อตซิลล่าบางคนได้หวังกันว่าอุลตร้าแมนคนใหม่นี้คงจะคุ้มครองให้ก็อตซิลล่าได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ อุลตร้าแมนคงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม แฝงตัวในฐานะมนุษย์ทำให้ตัวเองและคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ฟังเสียงก็อตซิลล่า ปล่อยให้อุลตร้าแมนใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการแลกเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเข้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าก็อตซิลล่า กฎขี่ข่มเหงก็อตซิลล่า ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะได้เห็นจากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน อุลตร้าแมนคนนี้ได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อก็อตซิลล่า มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะเยียวยาและลดความเสียหายจากการต่อสู้และสัตว์ประหลาดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกลับกล่าวคำหมิ่นประมาทก็อตซิลล่า ผู้มีบุญคุณเสียภาษีให้กิน ว่าก็อตซิลล่ายังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะก็อตซิลล่ายังโง่ คำพูดเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าก็อตซิลล่าโง่อุลตร้าแมนก็โง่ เพราะอยู่ในชาติเดียวกัน ที่ก็อตซิลล่ารู้ไม่ถึงอุลตร้าแมนนั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่อุลตร้าแมนปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อก็อตซิลล่าได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังก็อตซิลล่า ก็อตซิลล่าทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของก็อตซิลล่า ไม่ใช่เป็นของอุลตร้าแมนตามที่อุลตร้าแมนหลอกลวง บรรพบุรุษของก็อตซิลล่าเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นจากมือข้าศึก พวกอุลตร้าแมนมีแต่จะชุบมือเปิป...เงินเหลือเท่าใดก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ก็อตซิลล่าอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย คณะก็อตซิลล่าเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนอุลตร้าแมนนั้น คณะก็อตซิลล่าไม่ประสงค์ทำการแย่งชิง ฉะนั้น จึ่งได้ขอเชิญให้อุลตร้าแมนคนนี้ดำรงค์ตำแหน่งต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ถ้าอุลตร้าแมนตอบปฏิเสธ หรือไม่ตอบภายในกำหนด โดยเห็นแก่ส่วนตนว่า จะถูกลดอำนาจลงมา ก็จะชื่อว่า ทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างก็อตซิลล่าธิปตัย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นก็อตซิลล่าซึ่งสภาผู้แทนก็อตซิลล่าได้เลือกตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา"/เหล่าราชวงศ์เป็นบุคคลที่น่าเศร้า พวกเขาเกิดมาสูงส่ง แข็งแกร่ง และมีอำนาจมากเกินไป พวกเขาไม่ได้ชั่วร้ายโดยเจตนา นั่นคือโศกนาฏกรรมของพวกเขา พวกเขาไม่ได้โจมตีราษฎรเพราะต้องการ แต่เพราะขนาดและความแข็งแกร่งของพวกเขา ราษฎรจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตัวเอง หลังจากเรื่องราวแบบนี้หลายๆ เรื่อง ราษฎรจึงเกิดความรู้สึกผูกพันกับเหล่าราชวงศ์ และห่วงใยพวกเขาในที่สุด/ผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปเพื่ออะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไร ผู้นั้นเป็นฟาสซิสต์/หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม/คนๆหนึ่งออกตามหาคุณค่าและประโยชน์ เขาเริ่มออกตามหาทันที แล้วก็ถูกจานบินยิงลำแสงใส่พื้นดินระเบิดไปหมดแต่เขาหนีรอดมาได้ จากนั้นเขาก็เจอกับแวมไพร์ แล้วเขาก็เจอพระศิวะไปบอกกับพระนารายณ์ว่าจะใช้ไฟบรรลัยกัลป์เผาโลกขอให้พระนารายณ์ปลุกพระพรหมเมื่อตนเผาโลกเสร็จแล้ว แล้วศารวระและศยามะหมาสองตัวที่มีสี่ตา จมูกกว้าง ลายด่าง สีน้ำตาลแดง ซึ่งเป็นหมาของพระยมมาไล่ล่าเขาพยายามลากเขาลงนรก เขาหนีรอดมาได้ แล้วเขาก็โดนสัตว์ประหลาดปูนายักษ์ขนาดประมาณ5เมตรกระทำชำเรา เมื่อฝนตกฝนก็ทำให้ดินแห้งแล้วอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็ส่งจานบินมาจับเขาได้ แล้วฮิตเลอร์ก็ให้เขาอ่านMein Kampf แล้วเขาก็กลายเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคนาซีและอาณาจักรไรช์ที่สี่ แล้วเขาก็มาเจอกับคนไร้ค่าที่เป็นเชื้อพระวงศ์มอญสายเลือดของมะกะโท แล้วพวกเขาสองคนก็ออกเดินทางไปด้วยกัน แล้วเขาก็แยกตัวออกจากเชื้อพระวงศ์มะกะโทขึ้นKirov Airshipไปเข้าเฝ้าพระนางวิคตอเรีย แล้วปืนใหญ่เลโอนาร์โด ดา วินชี่ซึ่งกองทัพของสาธารณรัฐแห่งฟลอเรนช์เป็นเจ้าของก็สอยเขาร่วงตาย

Allegory

 

วิกิพีเดีย

ในฐานะที่เป็นกลวิธีการเขียนหรือรูปแบบศิลปะอุปมาอุปไมยคือเรื่องเล่าหรือภาพที่ตัวละคร สถานที่ หรือเหตุการณ์สามารถตีความได้ว่าสื่อความหมายที่มีนัยสำคัญทางศีลธรรมหรือทางการเมือง นักเขียนได้ใช้อุปมาอุปไมยในศิลปะทุกรูปแบบตลอดประวัติศาสตร์เพื่อแสดงหรือถ่ายทอดความคิดและแนวคิดที่ซับซ้อนในวิธีที่เข้าใจได้หรือน่าประทับใจสำหรับผู้ชม ผู้อ่าน หรือผู้ฟัง

ไข่มุกภาพวาดขนาดเล็กจากCotton Nero Axผู้ฝันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามลำธารจากหญิงสาวไข่มุกไข่มุกเป็นหนึ่งในอุปมาอุปไมยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากยุคกลางตอนปลาย[ 1 ]

โดยทั่วไป นักเขียนและนักพูดมักใช้อุปมาอุปไมยเพื่อสื่อความหมายที่ (กึ่ง) ซ่อนเร้นหรือซับซ้อนผ่าน รูป สัญลักษณ์การกระทำ ภาพ หรือเหตุการณ์ ซึ่งรวมกันแล้วสร้างความหมายทางศีลธรรม จิตวิญญาณ หรือทางการเมืองที่ผู้เขียนต้องการสื่อ[ 2 ]อุปมาอุปไมยจำนวนมากใช้การทำให้เป็นบุคคลของแนวคิดนามธรรม[ 3 ]

นิรุกติศาสตร์

แก้ไข
ซัลวาตอร์ โรซา : ภาพเปรียบเทียบแห่งโชคลาภแสดงถึงฟอร์ทูนา เทพีแห่งโชคลาภ ถือเขาสัตว์แห่งความอุดมสมบูรณ์
อุปมาอุปไมยเกี่ยวกับการรับรองจักรวรรดิบราซิลและเอกราชภาพวาดแสดงให้เห็นเซอร์ชาร์ลส์ สจวร์ต นักการทูตชาวอังกฤษ ยื่นหนังสือแต่งตั้งต่อจักรพรรดิเปโดรที่ 1 แห่งบราซิลซึ่งอยู่เคียงข้างพระมเหสี มาเรีย เลโอ โปลดินา พระธิดามาเรีย ดา กลอเรีย (ต่อมาเป็นพระราชินีแห่งโปรตุเกสในนามมาเรียที่ 2 ) และบุคคลสำคัญอื่นๆ ทางด้านขวา มีรูปคนมีปีก ซึ่งเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์กำลังแกะสลัก "เหตุการณ์สำคัญ" ลงบนแผ่นหิน[ 4 ]
มาร์โค มาร์โคลา : อุปมาอุปไมยเชิงเทพปกรณัม

คำว่าallegory ปรากฏครั้งแรกในภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1382 มาจากภาษาละติน allegoriaซึ่งเป็นการแปลงมาจากภาษากรีก ἀλληγορία ( allegoría ) ซึ่งแปลว่า "ภาษาที่ปกปิด, เชิงเปรียบเทียบ" [ 5 ]แปลตรงตัวว่า "พูดถึงสิ่งอื่น" [ 6 ]ซึ่งมาจาก ἄλλος ( allos ) ซึ่งแปลว่า "อีกสิ่งหนึ่ง, แตกต่าง" [ 7 ]และ ἀγορεύω ( agoreuo ) ซึ่งแปลว่า "กล่าวปราศรัย, พูดในที่ประชุม" [ 8 ]ซึ่งมีที่มาจาก ἀγορά ( agora ) ซึ่งแปลว่า "ที่ประชุม" [ 9 ]

ประเภท

แก้ไข

นอร์ธรอป ฟรายกล่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ความต่อเนื่องของอุปมา" ซึ่งเป็นสเปกตรัมที่ครอบคลุมตั้งแต่สิ่งที่เขาเรียกว่า "อุปมาแบบไร้เดียงสา" อย่างเช่นThe Faerie Queeneไปจนถึงอุปมาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นของวรรณกรรมความขัดแย้งสมัยใหม่10 ]ในมุม มองนี้ ตัวละครในอุปมาแบบ "ไร้เดียงสา" ไม่ได้มีมิติครบถ้วน เพราะแต่ละแง่มุมของบุคลิกภาพของแต่ละคนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขานั้นล้วนแสดงถึงคุณธรรมหรือนามธรรมบางอย่าง ผู้เขียนได้เลือกอุปมาไว้ก่อนแล้ว และรายละเอียดต่างๆ เป็นเพียงการเติมเต็มอุปมานั้น

อุปมาอุปไมยแบบคลาสสิก

แก้ไข

ต้นกำเนิดของอุปมาอุปไมยสามารถสืบย้อนไปได้อย่างน้อยถึงโฮเมอร์ในการใช้บุคลาธิษฐานแบบ "กึ่งอุปมาอุปไมย" เช่น ความหวาดกลัว (Deimos) และความกลัว (Phobos) ที่ Il. 115 f. [ 11 ]อย่างไรก็ตาม ตำแหน่ง "นักอุปมาอุปไมยคนแรก" มักจะมอบให้กับผู้ที่เสนอการตีความอุปมาอุปไมยของโฮเมอร์เป็นคนแรก แนวทางนี้ทำให้ได้คำตอบที่เป็นไปได้สองข้อ คือTheagenes แห่ง Rhegium (ซึ่งPorphyryเรียกว่า "นักอุปมาอุปไมยคนแรก" Porph. Quaest. Hom. 1.240.14–241.12 Schrad.) หรือPherecydes แห่ง Syrosซึ่งทั้งสองคนสันนิษฐานว่ามีผลงานในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช แม้ว่า Pherecydes จะมีอายุมากกว่าและมักถูกสันนิษฐานว่าเป็นนักเขียนร้อยแก้วคนแรก การถกเถียงนี้มีความซับซ้อน เนื่องจากจำเป็นต้องให้เราสังเกตความแตกต่างระหว่างการใช้คำกริยาภาษากรีก "allēgoreīn" สองแบบที่มักจะสับสนกัน ซึ่งสามารถหมายถึงทั้ง "พูดเชิงอุปมา" และ "ตีความเชิงอุปมา" [ 12 ]

ในกรณีของ "การตีความเชิงอุปมา" ดูเหมือนว่าเธียเจเนสจะเป็นตัวอย่างแรกสุดของเรา สันนิษฐานว่าเพื่อตอบสนองต่อคำวิจารณ์ทางศีลธรรมเชิงปรัชญาเบื้องต้นของโฮเมอร์ (เช่น Xenophanes fr. 11 Diels-Kranz [ 13 ] ) เธียเจเนสเสนอการตีความเชิงสัญลักษณ์โดยที่เทพเจ้าในอีเลียดเป็นตัวแทนของธาตุทางกายภาพ ตัวอย่างเช่น เฮเฟสตัสเป็นตัวแทนของไฟ (ดู fr. A2 ใน Diels-Kranz [ 14 ] ) อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคนโต้แย้งว่างานเขียนเกี่ยวกับกำเนิดจักรวาลของเฟเรไซเดสได้คาดการณ์ถึงงานเชิงอุปมาของเธียเจเนส โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการวางตำแหน่งเวลา (โครโนส) ในลำดับวงศ์ตระกูลของเทพเจ้าของเขา ซึ่งคิดว่าเป็นการตีความใหม่ของไททันโครโนสจากลำดับวงศ์ตระกูลแบบดั้งเดิมมากกว่า

ในวรรณกรรมคลาสสิก อุปมาอุปไมยที่รู้จักกันดีที่สุดสองเรื่องคือถ้ำในหนังสือสาธารณรัฐ ของเพลโต (เล่มที่ 7) และเรื่องราวของกระเพาะอาหารและอวัยวะภายในในสุนทรพจน์ของเมเนนิอุส อากริปปา ( ลิวี 2:32)

ในบรรดาตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุดของอุปมาอุปไมย อุปมาเรื่องถ้ำของเพลโตเป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนชิ้นใหญ่ของเขาเรื่องสาธารณรัฐในอุปมาเรื่องนี้ เพลโตบรรยายถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้ในถ้ำตลอดชีวิต โดยหันหน้าเข้าหากำแพงว่างเปล่า (514a–b) พวกเขาเฝ้ามองเงาที่ฉายลงบนกำแพงจากสิ่งต่างๆ ที่เคลื่อนผ่านหน้ากองไฟด้านหลัง และเริ่มกำหนดรูปร่างให้กับเงาเหล่านั้น โดยใช้ภาษาเพื่อระบุโลกของพวกเขา (514c–515a) ตามอุปมาเรื่องนี้ เงาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่นักโทษจะได้เห็นความเป็นจริง จนกระทั่งคนหนึ่งในนั้นหาทางออกไปสู่โลกภายนอกและได้เห็นวัตถุจริงที่ทำให้เกิดเงาเหล่านั้น เขาพยายามบอกผู้คนในถ้ำเกี่ยวกับการค้นพบของเขา แต่พวกเขาไม่เชื่อเขาและต่อต้านอย่างรุนแรงต่อความพยายามของเขาที่จะปลดปล่อยพวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้เห็นด้วยตนเอง (516e–518a) ในระดับพื้นฐาน อุปมานี้เกี่ยวกับนักปรัชญาผู้ซึ่งเมื่อพบความรู้ที่มากกว่าภายนอกถ้ำแห่งความเข้าใจของมนุษย์ ก็พยายามที่จะแบ่งปันความรู้นั้นตามหน้าที่ของเขา และความโง่เขลาของผู้ที่เพิกเฉยต่อเขาเพราะคิดว่าตนเองได้รับการศึกษาเพียงพอแล้ว[ 15 ]

ในช่วงปลายยุคโบราณมาร์ติอานัส คาเปลลาได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ชายชนชั้นสูงในศตวรรษที่ 5 จำเป็นต้องรู้ไว้ในอุปมาเรื่องงานแต่งงานของเมอร์คิวรีและฟิโลโลเกีย โดยมี ศิลปะเสรีนิยมทั้งเจ็ดที่ชายหนุ่มจำเป็นต้องรู้เป็นแขก[ 16 ]นอกจากนี้ ปรัชญานีโอเพลโตนิคยังได้พัฒนารูปแบบการอ่านเชิงอุปมาของโฮเมอร์[ 17 ]และเพลโต[ 18 ]ดังที่นักวิชาการด้านอุปมาชี้ให้เห็นว่า “การอ่านข้อความตามตัวอักษรมีส่วนที่ตรงกันข้ามกับการตีความเชิงอุปมา วิธีการอ่านนี้ ซึ่งน่าจะเริ่มต้นจากผู้อ่านโฮเมอร์กลุ่มแรกและพบพื้นฐานที่อุดมสมบูรณ์ในคำอธิบายเชิงอุปมาของฟิโล เกี่ยวกับพระคัมภีร์ เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับ โพรคลัสซึ่งงานเขียนและคำอธิบายของเขาเป็นตัวแทนของช่วงสุดท้ายของปรัชญายุคโบราณตอนปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างปรัชญาและวาทศิลป์” [ 18 ]

อุปมาอุปไมยในพระคัมภีร์

แก้ไข

อุปมาอุปไมยยุคแรกอื่นๆ พบได้ในพระคัมภีร์ฮิบรูเช่น อุปมาอุปไมยที่ขยายความใน บทเพลง สดุดี80 เกี่ยวกับ เถาองุ่นและการแพร่กระจายและการเติบโตที่น่าประทับใจ ซึ่งแสดงถึงการพิชิตและการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนแห่งพันธสัญญา[ 19 ] นอกจากนี้ เอเสเคียล 16 และ 17 ยังเป็นอุปมาอุปไมยอีกด้วยซึ่งการที่นกอินทรีผู้ยิ่งใหญ่จับเถาองุ่นนั้นได้ แสดงถึงการเนรเทศของอิสราเอลไปยังบาบิโลน[ 20 ]

การตีความพระคัมภีร์แบบอุปมาอุปไมยเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปของคริสเตียนยุคแรกและยังคงดำเนินต่อไป ตัวอย่างเช่น คำอธิบายพระวรสารฉบับที่สี่ที่เพิ่งค้นพบใหม่โดยฟอร์ทูนัตติอานัสแห่งอากิเลียมีคำอธิบายโดยผู้แปลภาษาอังกฤษว่า "ลักษณะสำคัญของการตีความของฟอร์ทูนัตติอานัสคือแนวทางเชิงเปรียบเทียบ โดยอาศัยชุดแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับคำสำคัญเพื่อสร้างการถอดรหัสข้อความแบบอุปมาอุปไมย" [ 21 ]

อุปมาอุปไมยยุคกลาง

แก้ไข
โรงเรียนอังกฤษศตวรรษที่ 17 – ภาพเหมือนของสุภาพสตรีชื่อเอลิซาเบธ เลดี้แทนฟิลด์บางครั้งความหมายของอุปมาอุปไมยอาจสูญหายไป แม้ว่านักประวัติศาสตร์ศิลปะจะสงสัยว่างานศิลปะชิ้นนั้นเป็นอุปมาอุปไมยประเภทหนึ่งก็ตาม[ 22 ]

อุปมาอุปไมยมีศักยภาพในการหยุดเวลาของเรื่องราวไว้ชั่วคราว ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกบริบททางจิตวิญญาณเข้าไปด้วย ความคิดในยุคกลางยอมรับว่าอุปมาอุปไมยมีความเป็นจริงอยู่เบื้องหลังการใช้ในเชิงวาทศิลป์หรือเรื่องแต่ง อุปมาอุปไมยนั้นมีความจริงแท้เช่นเดียวกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏภายนอก ดังนั้น พระราชกฤษฎีกาUnam Sanctam ของพระสันตะปาปา (1302) จึงนำเสนอแนวคิดเรื่องความเป็นเอกภาพของคริสต์ศาสนาโดยมีพระสันตะปาปาเป็นประมุข ซึ่งรายละเอียดเชิงอุปมาอุปไมยของคำอุปมานั้นถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของการพิสูจน์ด้วยตรรกะว่า " ฉะนั้นคริสตจักรหนึ่งเดียวนี้จึงมีกายเดียวและหัวเดียว ไม่ใช่สองหัวราวกับเป็นสัตว์ประหลาด... ถ้าเช่นนั้น ชาวกรีกหรือคนอื่นๆ กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้มอบความไว้วางใจให้แก่เปโตรและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา พวกเขาย่อมสารภาพว่าพวกเขาไม่ใช่แกะของพระคริสต์" ข้อความนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการใช้อุปมาอุปไมยอย่างแพร่หลายในตำราทางศาสนาในยุคกลาง ซึ่งสืบทอดมาจากประเพณีและแบบอย่างของพระคัมภีร์ไบเบิล

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 หนังสือลึกลับเรื่องHypnerotomachiaซึ่งมีภาพประกอบแกะสลักไม้ที่ประณีต แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของขบวนแห่และการแสดงสวมหน้ากาก ตามธีม ต่างๆ ที่มีต่อการแสดงภาพเชิงเปรียบเทียบในยุคนั้น ดังที่ปรัชญามนุษยนิยมได้ถ่ายทอดออกมา

การปฏิเสธอุปมาอุปไมยในยุคกลางดังที่พบในผลงานในศตวรรษที่ 12 ของฮิวจ์แห่งเซนต์วิกเตอร์และหนังสือ Histories of Foure-footed Beastes ของเอ็ดเวิร์ด ท็อปเซลล์ (ลอนดอน, 1607, 1653) และการแทนที่ด้วยวิธีการจัดหมวดหมู่และคณิตศาสตร์ในการศึกษาธรรมชาติโดยบุคคลสำคัญเช่นนักธรรมชาติวิทยาจอห์น เรย์และนักดาราศาสตร์กาลิเลโอถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ตอนต้น[ 23 ]

อุปมาสมัยใหม่

แก้ไข

เนื่องจากเรื่องราวที่มีความหมายมักจะสามารถนำไปใช้กับประเด็นที่ใหญ่กว่าได้เสมอ การเปรียบเทียบจึงอาจถูกตีความในเรื่องราวหลายเรื่องที่ผู้เขียนอาจไม่ได้ตระหนักถึง[ 24 ]นี่คือการตีความเชิงเปรียบเทียบ หรือการอ่านเรื่องราวในฐานะการเปรียบเทียบ ตัวอย่างของการเปรียบเทียบในวัฒนธรรมสมัยนิยมที่อาจมีหรือไม่มีเจตนา ได้แก่ ผลงานของเบอร์โทลต์ เบรชต์และแม้แต่ผลงานนิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซีบางเรื่อง เช่นพงศาวดารแห่งนาร์เนียโดยซี.เอส. ลูอิส

เรื่องราวของแอปเปิลที่ตกลงบน หัวของ ไอแซค นิวตันเป็นอุปมาอุปไมยที่มีชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้แนวคิดเรื่องแรงโน้มถ่วงง่ายขึ้นโดยการแสดงวิธีการง่ายๆ ที่เชื่อกันว่ามีการค้นพบแรงโน้มถ่วง นอกจากนี้ยังทำให้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายโดยการย่อทฤษฎีให้เป็นเรื่องสั้น[ 25 ]

บทกวีและเรื่องสั้น

แก้ไข
รายละเอียดจากภาพเขียน "อุปมาเรื่องเลขคณิต"ของลอรองต์ เดอ ลา ฮีร์ประมาณปี ค.ศ.  1650

แม้ว่าการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์อาจช่วยให้ค้นพบการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ในงานเขียนได้ แต่ไม่ใช่ว่างานเขียนนวนิยายสมัยใหม่ที่ทรงอิทธิพลทุกชิ้นจะเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ และบางเรื่องก็ไม่ได้ตั้งใจให้มองในลักษณะนี้อย่างชัดเจน ตามบทความของเฮนรี ลิตเติลฟิลด์ในปี 1964 เรื่องThe Wonderful Wizard of Ozของแอล. แฟรงค์ บอมอาจเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นเรื่องเล่าแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยโครงเรื่องในรูปแบบนิทานขยายที่มีสัตว์พูดได้และตัวละครที่ร่างขึ้นอย่างกว้างๆ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่ออภิปรายเรื่องการเมืองในยุคนั้น[ 26 ]อย่างไรก็ตามจอร์จ แมคโดนัลด์เน้นย้ำในปี 1893 ว่า "นิทานพื้นบ้านไม่ใช่การเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์" [ 27 ]

The Lord of the RingsของJRR Tolkienเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของงานเขียนที่มีชื่อเสียงซึ่งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเชิงอุปมาอุปไมย ดังที่ผู้เขียนเองเคยกล่าวไว้ว่า "...ข้าพเจ้าไม่ชอบอุปมาอุปไมยในทุกรูปแบบ และเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดตั้งแต่ข้าพเจ้าแก่ตัวลงและระมัดระวังมากพอที่จะตรวจจับการมีอยู่ของมันได้ ข้าพเจ้าชอบประวัติศาสตร์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายกับความคิดและประสบการณ์ของผู้อ่าน ข้าพเจ้าคิดว่าหลายคนสับสนระหว่างการประยุกต์ใช้กับอุปมาอุปไมย แต่การประยุกต์ใช้ขึ้นอยู่กับอิสรภาพของผู้อ่าน และอุปมาอุปไมยขึ้นอยู่กับการควบคุมโดยเจตนาของผู้เขียน" [ 28 ]

โทลคีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับข้อเสนอแนะที่ว่า แหวนวงเดียวในหนังสือซึ่งมอบพลังมหาศาลให้แก่ผู้ครอบครองนั้น ตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์แทนอาวุธนิวเคลียร์เขาตั้งข้อสังเกตว่า หากนั่นเป็นเจตนาของเขา หนังสือเล่มนี้จะไม่จบลงด้วยการทำลายแหวน แต่จะจบลงด้วยการแข่งขันด้านอาวุธที่มหาอำนาจต่างๆ จะพยายามครอบครองแหวนดังกล่าว จากนั้นโทลคีนก็ร่างโครงเรื่องทางเลือกสำหรับ "ลอร์ดออฟเดอะริงส์" ในแบบที่ควรจะเป็นหากเขาตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์แทนอาวุธนิวเคลียร์ และซึ่งจะทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นเรื่องราว ในโลกดิสโทเปีย แม้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่างานเขียนของโทลคีนจะไม่ถูกมองว่ามีธีมเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตีความใหม่ผ่านมุมมองแบบหลังสมัยใหม่ แต่มันก็แสดงให้เห็นอย่างน้อยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้มีธีมเชิงสัญลักษณ์ในงานเขียนของเขา สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความคิดเรื่องการใช้สัญลักษณ์แทนอาวุธอย่างจงใจ เพราะสัญลักษณ์แทนอาวุธมักเป็นเรื่องของการตีความ และบางครั้งก็เป็นเพียงเจตนาทางศิลปะดั้งเดิมเท่านั้น

เช่นเดียวกับนิทานเชิงเปรียบเทียบ บทกวีเชิงเปรียบเทียบก็มีสองความหมาย คือ ความหมายตามตัวอักษรและความหมายเชิงสัญลักษณ์

ตัวอย่างอันเป็นเอกลักษณ์ของการใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบสามารถพบได้ในผลงานต่อไปนี้:

ศิลปะ

แก้ไข

ตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบที่ซับซ้อนและประสบความสำเร็จบางส่วน สามารถพบได้ในงานเขียนต่อไปนี้ ซึ่งเรียงลำดับตามลำดับเวลาโดยประมาณ:

แก้ไข

ดูเพิ่มเติม

แก้ไข

เอกสารอ้างอิง

แก้ไข
  1.  Stephen A. Barney (1989). "อุปมาอุปไมย".พจนานุกรมยุคกลางเล่ม 1. ISBN 0-684-16760-3.
  2.  Wheeler, L. Kip (11 มกราคม 2018). "คำศัพท์และคำจำกัดความทางวรรณกรรม: A" . คำศัพท์ทางวรรณกรรม . มหาวิทยาลัยคาร์สัน-นิวแมน. สืบค้นเมื่อ19 พฤษภาคม 2020 .
  3.  Tran, Thanh Tu (2025). บินเหนือการสอนแบบเดิมๆ: วิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมเชิงสร้างสรรค์ของ 'Wild Wise Weird'เสียงแห่งวิทยาศาสตร์จากคนรุ่นใหม่
  4.  ชวาร์ตซ์, ลิเลีย มอริตซ์ (1998)ดังที่ barbas ทำจักรพรรดิ์: D. Pedro II, um monarca nos trópicos. เซาเปาโล: Companhia das Letras. พี 181. ไอเอสบีเอ็น 85-7164-837-9.
  5.  ἀλληγορία , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , on Perseus Digital Library
  6. "ที่มาของคำว่า allegory โดย etymonline" . etymonline.com . สืบค้นเมื่อ2024-07-04 .
  7.  ἄλλος , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , on Perseus Digital Library
  8.  ἀγορεύω , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , on Perseus Digital Library
  9.  ἀγορά , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , ใน Perseus Digital Library.
  10. Frye, Northrop (1957). "บทความที่สอง: การวิจารณ์เชิงจริยธรรม: ทฤษฎีสัญลักษณ์" ในDamrosch, David (บรรณาธิการ). กายวิภาคของการวิจารณ์: บทความสี่เรื่อง . Princeton Classics. เล่มที่ 70. Princeton, New Jersey: Princeton University Press (ตีพิมพ์ 2020). หน้า 89 เป็นต้นไป. ISBN 9780691202563.
  11.  Small, SGP (1949). "ว่าด้วยอุปมาอุปไมยในโฮเมอร์". The Classical Journal 44 (7): 423.
  12.  Domaradzki, M. (2017). "จุดเริ่มต้นของ Allegoresis ของกรีก". โลกคลาสสิก 110 (3):301
  13.  เอช. ไดลส์ และ ดับเบิลยู. ครานซ์ (1951) Die Fragmente der Vorsokratiker, ฉบับที่ 1. ฉบับที่ 6 เบอร์ลิน: ไวด์มันน์, 126–138.
  14.  เอช. ไดลส์ และ ดับเบิลยู. ครานซ์ (1951) Die Fragmente der Vorsokratiker, ฉบับที่ 1. ฉบับที่ 6 เบอร์ลิน: ไวด์มันน์, 51–52.
  15.  เอลเลียต, อาร์เค (1967) "โสกราตีสและถ้ำของเพลโต" คานท์-สตูเดียน . 58 (2): 138. ดอย : 10.1515/kant.1967.58.1-4.137 . S2CID 170201374 . 
  16. มาร์ติอานัส คาเปลลา และศิลปศาสตร์ทั้งเจ็ด – การแต่งงานของภาษาศาสตร์และปรอทเล่มที่ 2 แปลโดย สตาล, วิลเลียม แฮร์ริส; จอห์นสัน, ริชาร์ด; เบอร์จ, อีแอล (ฉบับพิมพ์) นิวยอร์ก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย 1977
  17.  แลมเบอร์ตัน, โรเบิร์ต (1986). โฮเมอร์นักเทววิทยา: การอ่านเชิงอุปมาอุปไมยแบบนีโอเพลโตนิสต์และการเติบโตของประเพณีมหากาพย์สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียISBN 9780520066076JSTOR  10.1525/j.ctt1ppp1k .
  18.  , Florin George (2013), Dolealová, Lucie; ไรเดอร์, เจฟฟ์; ซิโรนี่, อเลสซานโดร (บรรณาธิการ),"'คำชี้แจง' ของความสับสน: การอ่านเชิงเปรียบเทียบของ Proclus เกี่ยวกับ Parmenides ของ Plato" , Medium Aevum Quotidianum , Krems: Institut für Realienkunde des Mittelalters und der frühen Neuzeit, หน้า  15– 31 , ดึงข้อมูลแล้ว2019-11-06
  19.  เคนเนดี, จอร์จ เอ. (1999). วาทศิลป์คลาสสิกและประเพณีคริสเตียนและฆราวาสตั้งแต่สมัยโบราณถึงสมัยใหม่ (ฉบับที่ 2). สำนักพิมพ์ UNC. หน้า 142. ISBN 0-8078-4769-0สืบค้นข้อมูลเมื่อ วัน ที่7 สิงหาคม 2552
  20.  โจนส์, อเล็กซานเดอร์, บรรณาธิการ (1968). พระคัมภีร์เยรูซาเลม (ฉบับผู้อ่าน). ดับเบิลเดย์ แอนด์ คอมพานี. หน้า  1186, 1189. ISBN 0-385-01156-3.
  21.  ฟอร์ทูนาเชียนัส อาควิเลเอนซิส (2017) ความเห็นเกี่ยวกับพระกิตติคุณ: การแปลและบทนำภาษาอังกฤษ (PDF ) เดอ กรอยเตอร์. พี สิบเก้าดอย : 10.1515/9783110516371 . ไอเอสบีเอ็น  978-3-11-051637-1จัดเก็บในรูปแบบ ไฟล์ PDFจากต้นฉบับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2022
  22. "ภาพเหมือนของสุภาพสตรีชื่อเอลิซาเบธ เลดี้แทนฟิลด์ โดยศิลปินนิรนาม" . ArtFund.org . กองทุนศิลปะ
  23. แฮร์ริสัน, ปีเตอร์ (2001). "บทนำ". พระคัมภีร์ โปรเตสแตนต์ และการกำเนิดของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ . สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ . หน้า  1–10 . ISBN 0-521-59196-1.
  24.  Nguyen, Minh-Hoang (2024). "นิทานเสียดสีสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืนได้อย่างไร?"วิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืน 23 ( 11267): 323– 328. doi : 10.13135/2384-8677/11267 .
  25.  "บันทึกความ ทรงจำฉบับปรับปรุงของนิวตัน (ฉบับมาตรฐาน)"โครงการนิวตันสืบค้นเมื่อ13 มีนาคม 2017
  26.  Littlefield, Henry (1964). "The Wizard of Oz: Parable on Populism". American Quarterly , 16 (1): 47–58. doi : 10.2307/2710826 .
  27. Baum, L. Frank (2000). The Annotated Wizard of Oz: The Wonderful Wizard of Oz . Norton. หน้า  101. ISBN 978-0-393-04992-3.
  28.  Bogstad, Janice M.; Kaveny, Philip E., บรรณาธิการ (9 สิงหาคม 2011). Picturing Tolkien: Essays on Peter Jackson's The Lord of the Rings Film Trilogy . McFarland. หน้า 189. ISBN 978-0-7864-8473-7.
  29. "The Faerie Queene | ผลงานของ Spenser" . สารานุกรมบริแทนนิกา. สืบค้นเมื่อ2020-10-12 .
  30. "The Scarlet Letter | สรุป บทวิเคราะห์ ตัวละคร และข้อเท็จจริง"สารานุกรมบริแทนนิกาสืบค้นเมื่อ12 ตุลาคม 2020
  31. ""'Animal Farm': ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิทานเปรียบเทียบของจอร์จ ออร์เวลล์ กำกับโดยแอนดี้ เซอร์คิส ถูกซื้อลิขสิทธิ์โดย Netflix – ข่าวที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม" สืบค้นเมื่อ2020-10-12
  32.  Romm, Jake (2017-04-26). "ความทุกข์ชอบมีเพื่อนร่วมทุกข์" . The New Inquiry . สืบค้นเมื่อ2020-10-12 .
  33.  Roppolo, Joseph Patrick. "ความหมายและ 'หน้ากากแห่งความตายสีแดง'", รวบรวมอยู่ใน Poe: A Collection of Critical Essays, เรียบเรียงโดย Robert Regan. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall, Inc., 1967. หน้า 137.
  34.  ซัลลิแวน, เจมส์ (2 ตุลาคม 2020). "อะไรที่ทำให้ซาเลมกลายเป็นเมืองแม่มดอย่างแท้จริง – เดอะบอสตันโกลบ" . BostonGlobe.com . สืบค้นเมื่อ12 ตุลาคม 2020 .
  35.  Cäcilia Rentmeister : เหล่า Muses, ถูกห้ามจากอาชีพของตน: เหตุใดจึงมีสัญลักษณ์เปรียบเทียบเป็นผู้หญิงมากมาย?สรุปภาษาอังกฤษจาก Kvinnovetenskaplig Tidskrift, Nr.4 1981, ลุนด์, สวีเดนในรูปแบบ PDF สืบค้นเมื่อ 10.กรกฎาคม 2554ต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน: Berufsverbot für die Musen วารุม ตกลงกับ วิเอเล อัลเลโกเรียน ไวบลิช เหรอ?ใน: esthetik und Kommunikation, Nr. 25/1976, ส. 92–112. แลงฟาสซุงใน: Frauen und Wissenschaft. Beiträge zur Berliner Sommeruniversität für Frauen, กรกฎาคม 1976, เบอร์ลิน 1977, S.258–297 พร้อมภาพประกอบ.ตำราฉบับเต็มออนไลน์: Cäcilia (Cillie) Rentmeister: สิ่งพิมพ์

อ่านเพิ่มเติม

แก้ไข
แก้ไข