วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

 จอห์นนี่ นักสืบหญิงวัตสัน

  เมืองที่ถูกเล็งไว้

"จอห์นนี่ซัง"

"บอกไปแล้วไงว่าไม่เอาเค้ก ไม่ต้องจัดงานวันเกิดให้ด้วย"

ฝ่ายฮามาดะ หนุ่มญี่ปุ่นวัย 22 ปี พยายามพูดคุยกับจอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย ถึงเค้กที่จอห์นนี่ชอบ ถึงอย่างนั้นตัวจอห์นนี่ก็ปฏิเสธตลอดเวลา

"วัตสัน ได้ข้อมูลมาครบแล้ว ปิดคดี"

ฝ่ายจอห์นนี่ส่งกระดาษกับแฟลชไดรฟ์เก็บข้อมูลให้กับนักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง

"จอห์นนี่ซังปิดคดีบ่อยกว่าวัตสันซังอีกนะครับ จอห์นนี่ซังน่าจะไปได้ไกลกว่านี้นะครับ ทำไมไม่ทำงานล่ะครับ? จอห์นนี่ซังบอกว่าชอบอุลตร้าแมนเหมือนกับผมไม่ใช่เหรอครับ? จะไม่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นหน่อยเหรอครับ? แล้วทำไมถึงไม่จัดงานวันเกิดให้ตัวเองล่ะครับ?"

"เพราะมันไม่มีใครช่วยใครไง ความฝันอะไรนั่นมันไม่มีวันเป็นจริงหรอก ไม่มีใครรับอะไรจากคนนอก ส่งงานเขียนไปสำนักพิมพ์ไหนก็ไม่รับ มันจะไปอยู่ได้ไงล่ะ อยากเป็นพระเอกอุลตร้าแมนน่ะใช่ แต่เขาไม่รับหรอกน่า 23ปีแล้ว เสียเวลามาตั้ง23ปีแล้ว 10กันยา อีก2เดือนข้างหน้าก็24ปีแล้ว การ์ตูนเรื่องแรกที่เขียน เขียนตั้งแต่ตอนป.5 แถมยังเขียนไม่จบด้วย ไม่เอาแล้ว ไม่เอา เพราะงี้ไง เลยปฏิเสธโอกาสทั้งหมดที่เข้ามาในชีวิต ปฏิเสธงานที่มีคนเสนอเข้ามาทั้งหมด ปฏิเสธความช่วยเหลือทั้งหมด ต่อให้มีแมวมองมาพาไปเป็นดาราก็เอา ที่เป็นคู่หูให้วัตสันนี่เพื่อให้มีเงินหรอก จะทำอะไรขอทำเอง ไม่ขอให้ใครพาไปที่ไหนหรือช่วยอะไรทั้งนั้น ขอปฏิเสธทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตทั้งชีวิต วัตสัน ข้อมูลครบแล้ว เคลียร์กับลูกค้าได้แล้วล่ะ"

"จอห์นนี่ซังเอาจริงเหรอครับ?"

"นั่นสิ จอห์นนี่"

"โกเมนนาไซ(ขอโทษครับ)"

"จอห์นนี่ซังพูดคำว่าขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกแล้ว"

"ฮามาดะซัง วัตสันมีลูกค้า วัตสันต้องไปคุยธุระกับลูกค้า"

"เรียกผมว่าฮามาดะคุงเถอะครับ จอห์นนี่ซังอายุมากกว่าผมตั้งปีนึง"

"ห่างกันไม่มากหรอกน่า เดือนที่เราเกิดยังอยู่ติดกันเลย 27สิงหากับ10กันยา ห่างกันปีนึง?"

"เดี๋ยวมานะ" ฝ่ายนักสืบหญิงวัตสันลาทั้งสองคนไปหาลูกค้า

"จอห์นนี่ซังชอบเค้กอะไรครับ?"

"ฮามาดะซังเองนั่นแหละชอบเค้กอะไร?"

"เอ๋ แต่ว่า..."

"บอกไปแล้วนะว่าไม่เอา"

"แล้วถ้าจะให้ช่วย..."

"ไม่ต้องการความช่วยเหลือ"

พ่อกับลูกชายใช้มีดไล่ฟันกัน แม่กับลูกสาวใช้มีดไล่ฟันกัน แม่กับลูกชายไล่ฆ่ากันและกัน ผัวเมียไล่ฆ่ากันและกัน

แลเมื่อถึงเดือนเจ็ด ก็มีคนตายนับห้าพันคน ทั้งหมดเกิดจากการต่อสู้ที่หามีเหตุผลไม่

ฝ่ายจอห์นนี่ ชายอายุ23ปี กับ นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง ทั้งสองคนมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันกำลังจะไปทานอาหารนั้นโซนขายเสื้อผ้าก็ระเบิด

"ได้ยินหรือเปล่า วัตสัน?"

"ยังได้ยินอยู่"

"ไปข้างนอกกันเลยไหม?"

"ไป"

จอห์นนี่กับวัตสันพากันออกไปนอกห้างสรรพสินค้า

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันออกมาข้างนอก ปั๊มน้ำมันก็ระเบิด

จากนั้นก็มีฝูงชนถืออาวุธมีคมฆ่าคนใส่ชุดสูททุกคน

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันวิ่งไปหาที่จอดรถ ก็เกิดมีคนใส่ชุดสูทสู้กันเองนับกว่าร้อยคน

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันมาถึงรถก็ขึ้นรถแล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ขับรถออกไป

เมื่อนักสืบหญิงวัตสันขับรถมาถึงถนนใหญ่ ทั้งจอห์นนี่และวัตสันก็เห็นรถหลายคันตั้งใจชนคันอื่น และเห็นมอเตอร์ไซค์หลายคันตั้งใจชนกันเอง พ่อค้าแม่ค้าต่อสู้กัน

นักสืบหญิงวัตสันซิ่งรถด้วยความเร็วสูงสุดไปถึงบ้านของทั้งคู่

เมื่อทั้งคู่มาถึงบ้านก็ผลัดกันอาบน้ำแต่งตัวกันจนเสร็จ วัตสันเปิดทีวีปรากฏเป็นรายการข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ทุกคนให้การเหมือนกันครับว่า ตนสูบบุหรี่แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย"

จอห์นนี่ได้ยินดังนั้นจึงว่า "ตอนออกมาจากห้าง คนที่ถือขวาน จอบ เสียมก็สูบบุหรี่ คนที่ใส่ชุดสูทก็สูบบุหรี่"

"เห็นเหมือนกันเลย"

"เห็นเหมือนกันเหรอ?"

"พ่อค้าแม่ค้าที่สู้กันก็สูบบุหรี่"

"แล้วคนขับรถใหญ่ล่ะ?"

"ตอนกระจกรถแตก เห็นสูบบุหรี่อยู่ด้วย"

"คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็สูบบุหรี่"

ทั้งคู่จึงว่าออกมาพร้อมกัน "บุหรี่เหรอ?"

"วัตสันพาไปที่ส่งที่ห้างอีกครั้งที แล้ววัตสันกลับมาที่นี่ได้เลย"

"ไม่ล่ะ ถ้าจอห์นนี่อยู่ที่ห้างก็จะอยู่ด้วย"

นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ไปที่ห้างอีกครั้งหนึ่ง

คนหายกันไปหมดแล้ว จอห์นนี่เห็นบุหรี่มวนหนึ่งอยู่บนพื้นก็หยิบขึ้นแล้วหักมวนบุหรี่นั้น ใบยาสูบกับผลึกสีแดงที่ปนอยู่ก็ออกมาจากมวนบุหรี่

จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ว่า "ตำรวจไม่ได้เก็บไปหรือไงเนี่ย?"

แล้วจอห์นนี่ก็หยิบบุหรี่จากซองออกมามวนหนึ่ง หักบุหรี่มวนนั้นใบยาสูบกับผลึกสีแดงหลุดออกมาจากมวนบุหรี่

"อะไรน่ะ?"

"คำตอบของคำถามนี้ ถ้าเป็นตอนนี้คือไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้องถามคำถามนี้เวลาอื่น เราเอากลับไปเถอะ"

แล้ววัตสันกับจอห์นนี่ก็กลับบ้าน ฝ่ายจอห์นนี่เอาผลึกสีแดงไปทดสอบ เมื่อจอห์นนี่ทดสอบผลึกสีแดงเสร็จแล้วก็มาหาวัตสัน

"มันคือพืชอวกาศ ทุกคนฆ่ากันเองเพราะพืชอวกาศที่อยู่ในบุหรี่ มันมาจากไหน อยู่ในบุหรี่ได้ไงก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"รุกราน?"

"ใช่ มันคือการรุกราน"

ทีวีปรากฏเป็นรายการข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ทางนายธรรมธรที่โดนตัดสิทธิ์จากการลงสมัครผู้ว่าจากการที่เขาก่อคดีฆาตกรรมผู้ลงสมัครผู้ว่าคนอื่น ๆ ทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธนะครับว่า เขาไม่รู้เรื่อง.........."

"แบบนั้นจะไปหาคนที่เอาพืชอวกาศใส่ลงไปในบุหรี่ได้ไงเล่า?"

"จอห์นนี่ ร้านค้าไง ร้านค้าที่ขายบุหรี่"

วัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะขึ้นรถของวัตสันแล้วพากันไปที่ร้านค้าที่ขายบุหรี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด

"บุหรี่หมด"

"ไม่ ถ้าบุหรี่หมดต้องมีคนมาส่งบุหรี่"

แล้วรถขนส่งสินค้าคันหนึ่งก็มาที่ร้าน คนขับรถลงมาขนบุหรี่ส่งให้กับร้านค้า เสร็จแล้วก็ขึ้นรถขับจากไป

วัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะพากันขึ้นรถ แล้ววัตสันก็ขับรถตามรถขนส่งสินค้าคันนั้นไปถึงบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่หลังหนึ่ง คนขับรถขนส่งสินค้าลงจากรถเข้าไปในบ้าน วัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะลงจากรถ

"วัตสัน ฮามาดะซัง รออยู่ข้างนอก จะขอเข้าไปคนเดียวเอง"

"จอห์นนี่จะไม่เป็นอะไรเหรอ?"

"วัตสันกับฮามาดะซังช่วยจากข้างนอก"

"ได้"

จอห์นนี่เดินเข้าไปในบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่นั้นคนเดียว

จอห์นนี่เดินเข้ามาภายในบ้านลึกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ถูกประตูกลพาเขาเข้าไปที่ห้องลับห้องหนึ่ง

"มนุษย์ต่างดาว"

"จะบอกอะไรให้นะ พวกนี้น่ะอยู่ตามกฎตามความไว้ใจต่อกัน การยึดครองโลกไม่ต้องใช้ความรุนแรง ถ้าขจัดความไว้ใจต่อกัน พวกมนุษย์ก็จะกำจัดพวกตัวเองทิ้ง มนุษย์ก็จะกวาดล้างตัวเองไปจนหมด ใช่ไหมล่ะ? ชอบไหม?" มนุษย์ต่างดาวพูดขึ้น

"จอห์นนี่ซังบอกให้เราช่วยจากข้างนอก"

"เริ่มกันตอนนี้เลยไหม?"

"เอาล่ะ ไปช่วยจอห์นนี่ซังกันเถอะครับ"

วัตสันกับฮามาดะขึ้นรถ แล้ววัตสันก็ซิ่งรถเต็มกำลังชนบ้านหลังนั้นจนผนังทะลุไปจนถึงห้องลับนั้นจนชนมนุษย์ต่างดาวตาย

"ไปดูหนังเรื่องอะไรกันมาเนี่ย? คืนนี้งดเล่นเกมทั้งคู่เลย"

ปี ค.ศ.5000

นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง กับ จอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย ขับรถเที่ยว นักสืบหญิงวัตสันเป็นคนขับรถ

เมื่อขับรถไปตามถนนอยู่นั้น ต้นไม้ก็กลายเป็นตึกระฟ้า กระจกสะท้อนแสงสว่าง ถนนในพื้นที่ป่าที่วัตสันขับรถอยู่ก็กลายเป็นสะพานกลางเมืองใหญ่ เมืองใหญ่นั้นเต็มไปด้วยตึกระฟ้า สะพานจำนวนมาก รถไฟฟ้านับยี่สิบสาย ถนนข้างล่างก็ใหญ่โตมโหราฬ แบ่งได้ 1999 เลน

"เอาไงต่อดีล่ะ จอห์นนี่?"

"ต้องลงจากสะพาน"

นักสืบหญิงวัตสันขับรถลงจากสะพานเข้าสู่ถนน แล้ววัตสันก็ขับรถไปจอดริมถนน จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันลงจากรถ เดินไปตามทางเท้า จนเห็นป้าย LED ป้ายหนึ่งเขียนไว้ว่า 'ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ตุลาคม ค.ศ.5000'

"วัตสัน นี่ไม่ใช่ปี 2023 นี่ปี 5000 เราต้องกลับไปปี 2023"

จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันกลับไปที่รถ นักสืบหญิงวัตสันขับรถกลับไปที่สะพานเดิม แล้วขับไปตามสะพานเรื่อย ๆ

"เดี๋ยวก่อน วัตสัน เรายังไม่รู้นี่ว่าเราข้ามมาปี 5000 ได้ไง"

"จริงด้วย"

"เราอยู่ที่ไหน?"

จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งจอห์นนี่เห็นป้ายเขียนว่า 'ยินดีต้อนรับสู่ ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา'

"ท่าช้างเหรอ"

จอห์นนี่หยิบเข็มทิศออกมา ทิศเหนืออยู่ด้านซ้าย

"วัตสัน เราต้องไปข้างหลัง"

"ได้เลย"

วัตสันกลับรถแล้วขับต่อไปจนกระทั่งลงจากสะพานเข้าสู่ถนน นักสืบหญิงวัตสันขับรถตรงไปตามถนนเรื่อย ๆ ข้างทางมีแต่คอนโดมิเนี่ยม อพาร์ทเมนท์ ตึกระฟ้า แลคฤหาสน์ใหญ่เรียงอัดกันแน่น

"วัตสัน เลี้ยวซ้าย"

วัตสันขับรถไปทางซ้าย 

"เลี้ยวขวา"

วัตสันขับรถไปทางขวา

"เลี้ยวซ้าย"

วัตสันขับรถไปทางซ้าย

"เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปเรื่อย ๆ"

วัตสันขับรถไปทางขวา แล้วก็ขับตรงไปตามถนน เมื่อนักสืบหญิงวัตสันขับรถไปตามถนนนั้น

"เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปตามทาง"

นักสืบหญิงวัตสันขับรถไปทางซ้ายแล้วขับไปตามถนน จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ มีป้ายบนสะพานเขียนว่า 'ยินต้อนรับสู่ พระนครศรีอยุธยา (เกาะเมือง)'

ที่เกาะเมืองอยุธยา ตึกระฟ้าคฤหาสน์ติดกันแน่นขนัด มีรถไฟฟ้าสี่สาย รถไฟใต้ดินสายหนึ่ง มีฐานปล่อยแลยานอวกาศจำนวนมาก ผู้คนบนโลกไม่ได้เดินทางด้วยพาหนะใดแต่ใช้เครื่องเทเลพอร์ตพกพาขนาดเท่าไฟแช็ก เมื่อกดปุ่มสีแดงบนเครื่องเทเลพอร์ตพกพาแล้วก็ไปยังสถานที่ที่ต้องการโดยไม่ต้องเดินทาง ผู้คนมิได้ใช้เชื้อเพลิงใด ๆ ในการทำอาหาร ใช้เพียงเครื่องรวมแสงกำลังสูงในการให้ความร้อนโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แม้นกลางคืนก็ใช้ไฟประดิษฐ์ทำอาหารแทนได้

คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์ เครื่องพิมพ์ เครื่องปรับอากาศ พัดลม หลอดไฟ เตาทุกชนิด ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า เปิดใช้งานได้ทันที ไม่ต้องชาร์จไฟ จึงไม่ต้องมีสายไฟ ทุกพื้นที่มีอินเตอร์เน็ตฟรีให้เล่น สัญญาณอินเตอร์เน็ตในปี 5000 มีความเร็วมากกว่าสัญญาณอินเตอร์ในปี 2023 5พันล้านเท่า ไม่ต้องใช้สายในการส่งสัญญาณ ดังนั้น ตลอดทางที่ผ่านมา จอห์นนี่และนักสืบหญิงวัตสันจึงไม่เห็นสายไฟ ไม่เห็นสายอินเตอร์เน็ต แลเสาไฟฟ้าแรงสูงใด ๆ เลย

พาหนะส่วนมากเป็นพาหนะทางอากาศ แลไม่ใช้เชื้อเพลิงใด ๆ แต่ใช้สายฟ้าสีม่วง(ความจริงคือพลังงานพลาสม่า)ในการเดินทาง

มีเครื่องควบคุมสรรพสิ่ง ขนาดเท่าไฟแช็ก สามารถใช้การสร้างสิ่งใดก็ได้ จะสร้างไฟ น้ำ แก๊ส น้ำมัน เพชร ทองคำ สิ่งมีชีวิต แม้กระทั่งไดโนเสาร์ ยานอวกาศหรือสิ่งปลูกสร้างก็ได้ โดยใช้เครื่องนี้เพียงเครื่องเดียว

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างกระดาษโดยไม่ต้องใช้เยื่อกระดาษได้ จึงพิมพ์ข้อมูลในตัวเครื่องออกมาในทันที

พืชทุกชนิดสามารถเติบโตจากเมล็ดจนเป็นต้นโตเต็มวัยและพร้อมเก็บเกี่ยวภายในนาทีเดียว โดยอยู่ได้เพียงแค่มีน้ำหยดเดียว

ในปี 5000 ทุกคนมีบัตรพิเศษสามารถอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติโดยไม่ต้องเข้าเครื่องแลไม่ต้องให้ทางราชการอัปเดตข้อมูลใด ๆ แลบัตรนั้นจะใช้เก็บเงินดิจิทัลก็ได้ เก็บแต้มสะสมแทนบัตรสะสมแต้มของห้างในปี 2023 ก็ได้ ใช้เช็คอินเช็คเอาท์เข้าออกโรงแรมก็ได้ จะใช้แทนตั๋วรถไฟก็ได้

ปี 5000 แม่น้ำถูกขุดเป็นแม่น้ำย่อย ๆ อีกกว่าร้อยสาย แลมีอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ จึงไม่มีน้ำท่วม แลเมื่อแล้ง ก็มีเครื่องผลิตน้ำปริมาณมหาศาลโดยใช้อากาศได้

คอมพิวเตอร์แลปัญญาประดิษฐ์ควบคุมทุกอย่าง โดยไม่มีมนุษย์เป็นผู้ควบคุม แต่เมื่อคอมพิวเตอร์แลปัญญาประดิษฐ์เกิดปัญหาก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบสำรองซึ่งมิได้เชื่อมต่อกับระบบหลักนั้นได้ เมื่อล้มเหลวทั้งสองระบบ จะใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการควบคุมเท่านั้น หาใช่ผู้มีอำนาจไม่

นักสืบหญิงวัตสันขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถาบันควอนตัมฟิสิกส์ นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่จึงเข้าไป

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันเข้ามาข้างในสถาบันควอนตัมฟิสิกส์ จอห์นนี่ก็เล่าทุกอย่างให้คนในสถาบันฟัง คนในสถาบันก็ไปเตรียมเครื่องท่องเวลาให้

เมื่อคนในสถาบันเตรียมเครื่องท่องเวลาพร้อม จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็เข้าไปในเครื่องท่องเวลา คนในสถาบันเปิดใช้เครื่องท่องเวลา แล้วทั้งจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็หายไป

ฝ่ายจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็มาอยู่ที่ใต้ถุนของอาคารแห่งหนึ่ง จอห์นนี่ก็บอกให้วัตสันรอไว้ แล้วจอห์นนี่ก็เข้าไปดูรอบ ๆ ก็เห็นปฏิทินปี 2023 ติดอยู่ที่ผนัง จอห์นนี่หันไปด้านซ้ายโทรทัศน์ก็เดินไปเปิดจึงปรากฏเป็นรายการข่าว

"เกิดขึ้นเมื่อ 31 กรกฎาคม 2566 หรือก็คือเมื่อวานนี้....

"วัตสัน เรากลับมาปี 2023 แล้ว"

 (ขอรีเมคเรื่องสั้นตัวเองเป็นรอบที่สองครับ)

เมืองเป้าหมาย เวอร์ชั่นที่สาม

ที่โต๊ะอาหารภายในบ้านของนักสืบหญิงวัตสันนั้น มีจอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง กับผู้ชายอีก3คน ผู้หญิงอีก2คน ทั้ง5คนนั้นเป็นญาติของจอห์นนี่

ชายคนหนึ่งมีเมีย อีกสองคนที่เหลือนั้นนั่งอยู่กับแฟน ทั้ง5คนนั้นก็พูดคุยประสาคนสนิท ในขณะที่ทั้ง5คนที่เป็นคนสนิทคุยกันอย่างคนสนิทกันนั้น จอห์นนี่เกิดรำคาญใจก็ออกไปข้างนอก ฮามาดะ หนุ่มญี่ปุ่นวัย 22 ปี วิ่งมาตามจอห์นนี่

"เดือนนี้เดือนเกิดผม เดือนหน้าก็เดือนเกิดจอห์นนี่ซังแล้วใช่ไหมครับ?"

"บอกไปแล้ว ไม่เอางานวันเกิด ไม่เอาเค้ก 23ปีที่ผ่านมายังไม่มีแฟนเลยซักคน"

"แต่....

"10 กันยา 23รอบที่ผ่านมา เดือนหน้าก็รอบที่24ละ เพื่อนเขาก็ตัดหางปล่อยวัดทิ้งหมดทุกคนแล้ว แล้วก็ไปกลายเป็นตัวเอกการ์ตูนโรแมนติกอยู่กับแฟน ตัดภาพมาตรงนี้นี่ มีอะไรบ้าง ถ้าไม่ได้เป็นคู่หูวัตสันก็คงไม่มีอะไรเลย"

"เอาจริงเหรอครับ?"

"รู้ไหมว่าตอนเห็นคู่รัก รู้สึกยังไง รู้สึกรำคาญใจ 5คนนั้นต่างคนต่างมีคนรัก ไปเที่ยวกันแบบหวาน ๆ ทุกวัน โรแมนติกกันทุกวัน ไปละ"

เมื่อจอห์นนี่พูดเสร็จดังนั้นก็เดินจากฮามาดะไป

จอห์นนี่เดินเล่นไปอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดิน แล้วฮามาดะก็โทรศัพท์มาหาจอห์นนี่

"จอห์นนี่ซังรีบกลับมาที่นี่ด่วนเลยครับ" จอห์นนี่ก็รีบกลับไปที่บ้านของนักสืบหญิงวัตสัน เมื่อจอห์นนี่มาถึงนักสืบหญิงวัตสันก็ออกมาหาจอห์นนี่ นักสืบหญิงวัตสันบอกว่า "อยู่ ๆ 5คนนี้ก็สู้กันเอง แล้วก็เพื่อนของจอห์นนี่ก็มาด้วย พวกนั้นก็มีปัญหาเหมือนกัน"

"มาด้วยเหรอ?" วัตสันก็ตอบจอห์นนี่ไปว่าใช่ จอห์นนี่ก็จะเข้าไปถาม5คนกับพรรคพวกเพื่อนของจอห์นนี่ที่มาใหม่ วัตสันบอกว่า "พวกนั้นหมดสติกันไปหมดแล้ว ยังถามอะไรไม่ได้เลย" จอห์นนี่ก็ถามวัตสันว่า "ก่อนเกิดเรื่อง พวกนั้นทำอะไรกันบ้าง?" วัตสันจึงว่า "เห็นแค่สูบบุหรี่เฉย ๆ เอง"

"บุหรี่เหรอ?"

จอห์นนี่ก็เดินเข้าไปในบ้านของวัตสัน เห็นบุหรี่หลายมวนอยู่กับพื้นกระจัดกระจาย จอห์นนี่เห็นประหลาดก็หยิบบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่งแล้วบี้มวนบุหรี่ มีผลึกสีแดงปะปนกับยาสูบหลุดออกมา ที่บ้านของวัตสันมีห้องทดลองที่วัตสันให้เป็นห้องของจอห์นนี่เองอยู่ด้วย จอห์นนี่เอาผลึกสีแดงจากบุหรี่เข้าไปในห้องทดลองนั้น

เมื่อผ่านไปสามชั่วโมง จอห์นนี่ก็ออกมาแล้วบอกว่า "สีแดง ๆ นี่คือพืชอวกาศ ไม่มีอยู่บนโลก ฝีมือใครไม่รู้แหละ" วัตสันจึงว่า "มนุษย์ต่างดาวสิ"

ชายคนหนึ่งในบรรดาญาติของจอห์นนี่5คนนั้นตื่นขึ้นมาแล้วว่า "แฟนฉันไปมีกิ๊ก" แฟนของชายคนนั้นก็ว่า "มึงเองก็เหมือนกันแหละ" วัตสันเข้ามาบอกจอห์นนี่ว่า "เพื่อนของจอห์นนี่ฟื้นแล้ว" จอห์นนี่ก็ให้วัตสันพาไปหาแล้วถามเพื่อนเหล่านั้นมีอะไร เพื่อนของจอห์นนี่คนหนึ่งก็ตอบมาว่า "ไอ้เวฟมันขโมยเงินฉันไป" เพื่อนของจอห์นนี่อีกคนหนึ่งก็ตื่นขึ้นมาแล้วว่า "พริ้มจับได้ว่าฉันมีกิ๊ก" จากนั้นญาติของจอห์นนี่อีกคนก็ตื่นมาแล้วว่า "เมียกูอมเงินกู"

จอห์นนี่เห็นดังนั้นประหลาดนักก็ถามทุกคนว่า "เดี๋ยวนะ หมายความว่า ถ้าไม่มีพืชอวกาศอยู่ในบุหรี่ ถ้าไม่สูบบุหรี่เข้าไป ก็พร้อมจะแตกหักกันทุกเมื่ออยู่แล้วเหรอ?"

ทุกคนจึงว่า "ใช่"

 นครอวกาศ

นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง เข้ามาในห้อง เปิดไฟ แล้วก็มีเงาดำใหญ่ออกมาจากพื้น นักสืบหญิงวัตสันเห็นดังนั้น ก็ออกไป

นักสืบหญิงวัตสันกับ จอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย เข้ามาในห้อง เห็นเงาประหลาดนั้น ก็ส่องไฟฉายไปที่เงา เงานั้นก็หาหายไปไม่

ครั้นวันต่อมา นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็เข้ามาในห้องอีก สาวงามผมยาวสีขาวมีหูกระต่ายงอกออกมาจากหัวใส่ชุดคลุมยาวสีดำนั้นนั่งอยู่ จอห์นนี่ก็เอาอาหารวางไว้ที่โต๊ะหน้าสาวงามหูกระต่ายนั้น

"คุณจะกลับเข้าไปในดาร์กโซนเหรอ?"

"ค่ะ"

วัตสันจึงว่า "ไม่เป็นไรหรอก ถ้าคุณอยูที่ห้องของฉัน คุณไม่ต้องซ่อนอยู่ในดาร์กโซนก็ได้"

"งั้นเหรอคะ?"

"ค่ะ ฉันจะสอนวิธีทานอาหารในแบบของมนุษย์โลกให้ ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ คุณทานอาหารที่นอกดาร์กโซนได้"

วัตสันก็สอนวิธีทานอาหารให้สาวงามหูกระต่ายนั้น

ครั้นเที่ยง นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็มาที่ห้องพร้อมด้วยเสื้อผ้าเป็นอันมาก

"หูคุณอ่อนไหวหรือเปล่าคะ?"

"ไม่ค่ะ"

"ดีเลย ฉันอยากให้คุณใส่หมวกน่ะค่ะ จะได้พาคุณไปข้างนอกได้"

แล้ววัตสันก็ให้สาวงามหูกระต่ายนั้นสวมหมวกทรงสูงปิดบังหูกระต่าย เปลี่ยนให้สาวงามหูกระต่ายใส่ชุดปรกติ แล้วจอห์นนี่กับวัตสันก็พาสาวงามหูกระต่ายออกไปข้างนอก

จอห์นนี่กับวัตสันพาสาวงามหูกระต่ายนั้นเข้าไปในเมือง ตลาด ร้านค้า สนามเด็กเล่น สวนสนุก

เมื่อจอห์นนี่กับวัตสันพาสาวงามหูกระต่ายไปที่สวนสนุกนั้น พอวัตสันทำให้สาวงามหูกระต่ายได้รู้จักเครื่องเล่นต่าง ๆ แล้ว สาวงามหูกระต่ายนั้นก็ขอให้วัตสันพาตนไปเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ นั้นอีก เครื่องเล่นละสามครั้งแลรถไฟเหาะอีกสี่ครั้ง

แลเมื่อถึงยามอัสดง นักสืบหญิงวัตสันก็ถ่ายรูปตนแลจอห์นนี่กับสาวงามหูกระต่ายนั้น รูปถ่ายมีดวงอาทิตย์ตกดินเป็นพื้นหลัง

ครั้นแล้ว นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็พาสาวงามหูกระต่ายนั้นไปที่สวนสาธารณะ แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็พาสาวงามหูกระต่ายนั้นไปซื้อฮอตด็อกกับชานมเย็นกิน เมื่อสาวงามหูกระต่ายกำลังกินฮอตด็อกแลชานมเย็นโดยมีดวงอาทิตย์ตกดินเป็นพื้นหลังนั้น นักสืบหญิงวัตสันก็ถ่ายรูปนั้นเก็บเอาไว้

เมื่อกินฮอตด็อกกับชานมเย็นเสร็จ นักสืบหญิงวัตสันก็ให้จอห์นนี่กับสาวงามหูกระต่ายเล่นหมากรุกกันกลางดวงอาทิตย์ตกดิน แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ถ่ายรูปนั้นเก็บเอาไว้

ครั้นถึงกลางคืน นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็พาสาวงามหูกระต่ายนั้นกลับไปที่บ้านของนักสืบหญิงวัตสัน แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็สอนวิธีอาบน้ำให้สาวงามหูกระต่าย ส่วนจอห์นนี่นั้นอยู่ในห้องของตนมิได้ออกมา

แลเมื่อสาวงามหูกระต่ายนั้นอยู่ด้วยกันกับนักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ ก็คุ้นชิน ตั้งแต่นั้นมา สาวงามหูกระต่ายก็อยู่ด้วยกันกับทั้งสองคนรักใคร่กลมเกลียวสนิทกัน สาวงามหูกระต่ายนั้นรักนักสืบหญิงวัตสันแลจอห์นนี่เป็นอันมาก แลสาวงามหูกระต่ายนั้นก็นอนกอดนักสืบหญิงวัตสันทุกคืน

ครั้นผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ก็มีข่าวปรากฏว่ามีเมืองอวกาศกำลังจะชนดาวโลก แลมีข้อความจากมนุษย์ต่างดาวว่า ระบบควบคุมวงโคจรของเมืองอวกาศนั้นเสียหาย ทำให้เมืองอวกาศนั้นจะเข้าชนโลก ฝ่ายมนุษย์ต่างดาวนั้นกำลังซ่อมแซมระบบวงโคจรของเมืองอวกาศอยู่ แลขอให้มนุษย์โลกเปลี่ยนวงโคจรของดาวโลกเสีย

ครั้นผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ยามกลางคืน นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ขับรถออกมาทำธุระข้างนอก

"อ๊ะ ดูนั่นสิ"

นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่มองไปที่เงามืดของอาคารใต้แสงไฟ

"ดาร์กโซนใช่ไหมล่ะ?"

"ใช่แล้วล่ะ ทุกครั้งที่เห็นเงาก็จะคิดถึงหญิงสาวหูกระต่ายที่หวาดกลัวผู้คน แล้วก็หลบซ่อนอยู่ในเงาที่เรียกว่าดาร์กโซน"

"เหมือนกันเลย"

"จอห์นนี่ก็ด้วยเหรอ?"

"อา ทุกครั้งที่เห็นเงา ผมก็นึกถึงเธอ มนุษย์ต่างดาวหูกระต่ายที่ระบบวงโคจรของเมืองอวกาศเสียหาย เลยโดนส่งมาเป็นสายลับนำระเบิดทำลายดาวเคราะห์มาทำลายโลก ก่อนทั้งเมืองอวกาศกับโลกจะชนกัน"

"เพราะเราสองคน เธอเลยเปลี่ยนใจ ให้มนุษย์โลกเปลี่ยนวงโคจรของโลกก่อนจะชนกับเมืองอวกาศ น่าเสียดายที่มนุษย์โลกเปลี่ยนวงโคจรของโลกไม่ได้ แล้วพวกเขาก็ซ่อมระบบวงโคจรของเมืองอวกาศไม่ทัน จนสหประชาชาติทำลายเมืองอวกาศลงไป อยากรู้จัง ตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหนนะ?"

"ตอนนี้ไม่มีเมืองอวกาศรอให้เธอกลับไปอีกแล้ว"

แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ขับรถออกไป


    [ฮิริว]


ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"เดินทัพ"


(ฝั่งสหภาพอินทรี)


"ท่านครับ ทัพของอาณาจักรซากุระเคลื่อนพลแล้วครับ"


"ทัพซากุระรวมกันหรือเปล่า?"


"ไม่ครับ ทัพซากุระแยกกระจายออกจากกันครับ"


"ไปบอกเอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตให้เตรียมตัวรบ"


"รับทราบ"


"ยอร์กทาวน์ล่ะ?"


"เวสทัลรักษาพยาบาลอยู่ครับ"


"ไปบอกเวสทัลว่ายอร์กทาวน์ต้องพร้อมรบใน72ชั่วโมง"


"รับทราบ"


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"โชวโฮวจมไปแล้วครับ"


"ซุยคาคุกับโชวคาคุพร้อมรบหรือเปล่า?"


"ไม่พร้อมครับ"


"มีใครพร้อมรบบ้าง?"


"อาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวครับ"


"ตั้งอาคากิกับคากะเป็นหน่วยรบที่1 ตั้งโซวริวฮิริวเป็นหน่วยรบที่2 เคลื่อนทัพสู่มิดเวย์"


เครื่องบิน10ลำของสหภาพอินทรีบินอยู่บนฟ้า


"พบกำลังรบของอาณาจักรซากุระ"


อาคากิ  สาวหูจิ้งจอก ผมยาวสีน้ำตาลเข้มจัด ตาแดง มีหางจิ้งจอกสีน้ำตาลเก้าหาง เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีดำข้างในสีแดง กระโปรงสั้นสีแดง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ถุงมือดำเว้นว่างนิ้วโป้งไว้คากะ สาวจิ้งจอก ผมสั้นทรงบ๊อบสีขาว ตาสีฟ้า มีหางจิ้งจอกสีขาวเก้าหาง เสื้อชั้นในสีน้ำเงินเข้ม เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีขาวข้างในสีน้ำเงินเข้ม กระโปรงสั้นสีน้ำเงินเข้ม ถุงน่องขาว รองเท้าสีแดง ยืนอยู่บนผิวน้ำของทะเล เสกเครื่องบินขับไล่เพื่อสอยเครื่องบินรบของสหภาพอินทรี


เครื่องบินขับไล่ของฝ่ายอาณาจักรซากุระมีไม่พอสำหรับทั้งบริเวณสนามรบ ลมเปลี่ยนทิศ มีลมหัวด้วน เมฆมาก มีหมอก ทำให้กองบินของอาณาจักรซากุระไม่อาจจัดการได้ทั่วทั้งสนามรบ


จากนั้นอาคากิกับคากะได้เสกเครื่องบินทิ้งระเบิดไปทิ้งระเบิดฐานทัพภาคพื้นดินของฝ่ายสหภาพอินทรี


"ท่านครับ เรดาร์จับหน่วยรบของศัตรูได้ครับ"


"ให้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินไล่อีกฝ่ายออกไป"


"รับทราบ"


เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมดของอาคากิกับคากะถูกเครื่องบินขับไล่ของสหภาพอินทรียิงใส่ ทั้งหมดเสียหายและไม่อาจทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีได้ ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีไม่ถูกระเบิด เครื่องบินรบของสหภาพอินทรีลำหนึ่งกราดยิงใส่อาคากิ เครื่องบินรบลำหนึ่งพุ่งชนอาคากิแล้วเกิดระเบิด อาคากิยังไม่จม


(ฝ่ายสหภาพอินทรี)


"เวสทัลรักษายอร์กทาวน์เสร็จหรือยัง?"


"เสร็จแล้วครับ"


"เอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตพร้อมหรือยัง?"


"พร้อมแล้วครับ"


"ให้เอ็นเตอร์ไพรส์ ฮอร์เน็ต ยอร์กทาวน์ออกไปโจมตีอาณาจักรซากุระ"


"รับทราบ"


เอ็นเตอร์ไพรส์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่เสื้อไร้แขนสีขาว เสื้อคลุมยาวสีดำ กระโปรงสั้นสีดำ ถุงน่องสีดำ ใส่หมวกทหารมีปีกปีกสีดำตัวหมวกสีขาวไว้บนหัว ถือธนูสากล ฮอร์เน็ต สาวผมทวินเทลสีบลอนด์ ตาสีเขียว ใส่ชุดจะว่าชุดคาวบอยก็ไม่ใช่จะว่าชุดว่ายน้ำก็ไม่ใช่อีก กางเกงยีนส์ขาสั้น ชุดคลุมสีดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเงิน ใส่หมวกคาวบอยสีดำ ยอร์กทาวน์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่ชุดเดรสสีดำขาว ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีน้ำเงิน ทั้งหมดวิ่งไปบนพื้นผิวน้ำ เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูขึ้นไปบนฟ้า ลูกธนูแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตกับยอร์กทาวน์ก็เสกเครื่องบินรบออกไป


ฝูงเครื่องบินรบของฮอร์เน็ตพลาดเป้าหมายไป ฝูงเครื่องบินของเอ็นเตอร์ไพรส์ทิ้งตองตอร์ปิโดโดนโซวริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีดำอมม่วง ตาสีฟ้า ใส่แว่นตากลม เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีเขียวอมน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีเขียวอมน้ำเงิน ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเขียวอมน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างซ้ายเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้ แต่โซวริวหลบตอร์ปิโดของเครื่องบินรบของเอ็นเตอร์ไพรส์ได้ เครื่องบินรบของยอร์กทาวน์ทั้งหมดถูกเครื่องบินรบของอาณาจักรซากุระทำลายโดยไม่อาจทำลายหน่วยรบของอาณาจักรซากุระได้เลย ตอร์ปิโดจากเครื่องบินรบของหน่วยรบของสหภาพอินทรีระเบิดไปทั่วทะเลแต่ไม่โดนหน่วยรบของอาณาจักรซากุระเลย หลังจากเห็นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีบินทั่วท้องฟ้า อาคากิ คากะ โซวริว และฮิริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีขาว ไว้ผมแสกกลาง ท้ายผมมัดเป็นหางม้า ตาสีฟ้า เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีน้ำเงิน คาดผ้าคาดหน้าผากสีน้ำเงินมีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศตรงกลาง ถุงเท้าสั้นสีขาว รองเท้ากีฬาสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างขวาเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้  ก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงสีเหลือง ลูกศรเหลืองก็แปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตยอร์กทาวน์ก็เสกฝูงเครื่องบินรบออกไป ฝูงบินทั้งหมดทิ้งระเบิดโจมตีคากะจากนั้นก็ทิ้งระเบิดโจมตีอาคากิต่อ คากะบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลไปทั่วเหมือนแม่น้ำใหญ่ที่แยกออกไปเป็นแม่น้ำเล็กหลายสาย หางหางหนึ่งกับผมของอาคากิติดไฟลุกไหม้ ฝูงบินของยอร์กทาวน์โจมตีโซวริวไปสามครั้ง เกิดระเบิดรุมล้อมโซวริวไว้ทั้งแปดทิศ ไฟไหม้เสื้อคลุมและผมของโซวริว หลังจากนั้นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีก็ทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ฮิริว แต่ฮิริวหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมดเกิดระเบิดไปทั่วทะเล แต่ระเบิดนั้นไม่ใกล้ฮิริวเลย


อาคากิ โซวริว เลือดไหลอาบทั้งร่างกายทุกส่วน ไฟลุกลามไปทั่วร่างกายแล้วจมลงสู่ทะเล


นอติลุส สาวผมสั้นทรงบ๊อบสีฟ้าน้ำเงินสว่าง ตาสีเหลืองปนน้ำตาล ใส่ชุดดำน้ำสีขาวเขียวดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าเงิน ดำน้ำอยู่ใต้พื้นผิวทะเล นอติลุสยิงตอร์ปิโดโจมตีคากะจากใต้พื้นผิวทะเล ทะเลใต้เท้าคากะระเบิด แล้วคากะก็จมลงสู่ทะเล


"โจมตีก่อนชนะก่อน ฝูงบิน ขึ้นบินได้!"


สิ้นสุดเสียงของฮิริว ฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วไพ่ดอกไม้ทั้งหมดก็แปลงร่างเป็นฝูงเครื่องบินรบ เครื่องบินรบทั้งหมดของฮิริวทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตียอร์กทาวน์ ทะเลระเบิดเป็นแนวยาวเป็นเส้นตรงพุ่งไปหายอร์กทาวน์ ระเบิดรุมล้อมยอร์กทาวน์ไว้ทั้งแปดทิศ ผมของยอร์กทาวน์ติดไฟลุกไหม้ ยอร์กทาวน์ก็รีบหนีออกไป


จากนั้นฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ไพ่ดอกไม้ทุกใบแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบแล้วมุ่งไปทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ยอร์กทาวน์อีกครั้ง ยอร์กทาวน์ล้มลงกับชายหาด ยอร์กทาวน์ขยับไม่ได้อีกต่อไป


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงแล้วธนูลำแสงแปลงร่างเป็นเครื่องบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ยอร์กทาวน์แม้ขยับไม่ได้ก็ยังเสกเครื่องบินรบไปได้อยู่ ฮอร์เน็ตส่งฝูงเครื่องบินรบออกไปเป็นคนสุดท้าย เครื่องบินของฝ่ายสหภาพอินทรีทั้งหมดโจมตีโดนฮิริว ระเบิดและตอร์ปิโดโดนฮิริวหมดทุกลูกและระเบิดที่ตัวฮิริวหมดทุกลูก เสื้อคลุมก็ติดไฟลุกไหม้ กระโปรงก็ติดไฟลุกไหม้


"อย่าได้กลัวปืน" ฮิริวพึมพำ


ฮิริวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทั้งที่เสื้อคลุมของเธอยังไฟลุกกระโปรงของเธอก็ยังไฟลุก


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


ที่ฐานทัพของอาณาจักรซากุระ พลเรือเอกยาคุกันเน่เดินมาหาพลเรือเอกยามาโมโตะและพลเรือเอกนากากุโมะ


พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "คุณส่งอาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวไปโจมตีมิดเวย์ใช่ไหม?"


พลเรือเอกยามาโมโตะตอบขึ้นว่า "คำสั่งฉันเองแหละ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็โกรธตบหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะไปหนึ่งที แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดว่า "คุณคิดบ้าอะไรอยู่ กองกำลังก็ไม่พร้อมรบ กองกำลังเราก็มีไม่พอ ทุกหน่วยรบก็แยกออกจากกัน ทุกหน่วยรบกระจายกำลังกันไปหมด ไม่มีหน่วยไหนไปช่วยหน่วยไหนได้ ทุกหน่วยรบช่วยกันไม่ทันเวลา ผิดหลักพิชัยสงครามทั้งหมดเลย คุณส่งสี่คนนั้นไปตายชัดๆ"


มีพลทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกว่า "พบฮิริวที่เขตทะเลบริเวณมิดเวย์ครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "แล้วอาคากิ คากะ โซวริวล่ะ?" พลทหารคนนั้นก็ตอบว่า "จมลงทะเลหมดแล้วครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ลงเรือส่วนตัวของตัวเองไปแล้วรีบเร่งออกเรือไปหาฮิริว


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พบฮิริว ไฟยังลุกติดไหม้เสื้อคลุมและกระโปรงของฮิริวอยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาถังดับเพลิงดับไฟบนเสื้อคลุมและกระโปรงฮิริวนั้นแล้วก็จับแขนฮิริวเอาไว้จะดึงขึ้นมาบนเรือของตน ฮิริวพูดขึ้นไปว่า "ผู้การ..." เมื่อได้เห็นพลเรือเอกยาคุกันเน่


พลเรือเอกยาคุกันเน่บอกฮิริวว่า "รีบขึ้นมาบนเรือก่อน" แต่ฮิริวปัดแขนพลเรือเอกยาคุกันเน่ออก พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็นก็ตกใจตะโกนถามฮิริวไปว่า "ทำไมกันล่ะ?" ฮิริวก็ตอบไปว่า "ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องของเวลา" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบไปว่า "ไม่เกี่ยวกันเลยซักนิด เธอทำทันเวลาแล้วด้วยซ้ำ ที่เธอแพ้เพราะพวกนั้นจะรบจะรบกันต่างหากล่ะ ขึ้นมาก่อนเถอะ ฮิริว" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ฉันคิดอยู่แต่เรื่องการต่อสู้ ทุกคนพูดว่าฉันไม่มีความเป็นผู้หญิงเลย งั้น เอ่อ ผู้การ...ช่วยทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบว่า "ได้สิ ฮิริว ตอนนี้เธอขึ้นเรือมาก่อน" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ผมไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบที่ผู้หญิงทุกคนควรจะเป็น ผมไม่ได้เป็นแบบท่านพี่โซวริว ผมมั่นใจในการต่อสู้ จะรับผู้หญิงแบบนี้เป็นเจ้าสาวไหม?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินที่ฮิริวพูดก็ตกใจถามขึ้นว่า "เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ฮิริว?" ฮิริวก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ทั้งสำรับให้พลเรือเอกยาคุกันเน่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจขึ้นถามขึ้นว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" แล้วฮิริวก็ผลักเรือของพลเรือเอกยาคุกันเน่ออกไปให้ห่าง พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ยิ่งตกใจขึ้นกว่าเดิม ถามฮิริวไปว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" ซ้ำเข้าไปอีก ฮิริวเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมา


ฮิริวล้มลง เลือดไหลไปทั่วร่างกายราวกับรากฝอยของต้นไม้ที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นดิน ฮิริวหอบและหายใจ เปลือกตาของเธอเริ่มหย่อนคล้อน ฮิริวรู้ตัวว่าเธอไม่ไหวแล้ว ฮิริวหลับตาลง แล้วจมลงสู่ทะเล


นั่นคือภาพสุดท้ายของฮิริวที่พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็น


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็กลับฐาน แล้วเดินเข้าไปหาพลเรือเอกยามาโมโตะกับพลเรือเอกนากากุโมะ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดขึ้นว่า "ฮิริวจมแล้ว" แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ของฮิริวฟาดหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะด้วยความโกรธ แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็จับหัวของพลเรือเอกนากากุโมะไปกระแทกกำแพงจนเลือดออกจากนั้นยาคุกันเน่ก็เตะพลเรือเอกยามาโมโตะล้มลงแล้วนั่งคร่อมยามาโมโตะต่อยรัวๆจนยามาโมโตะเลือดออกปาก แล้วยาคุกันเน่ก็เดินออกไป



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนฟ้า


วันนี้ท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส แต่แดดไม่จ้า มองออกนอกหน้าต่างที่พักเห็นทะเลสีฟ้าสวยคลื่นซัดสาดที่งาม ชายหาดทรายโล่ง ต้นมะพร้าวขึ้นเป็นทิวแถว ใครเห็นก็ต้องไม่เชื่อแน่ว่าที่นี่คือค่ายทหาร ที่จริงมันก็สวยอยู่หรอก



ผ่านมาหลายวันนับตั้งแต่ที่ฮิริวเธอจมลงทะเลไป แต่ยอมรับเลยว่าผมทำใจไม่ได้เลย ผมทำใจไม่ได้เลยซักนิด ทักครั้งที่ผมมองไปที่ชายหาดริมทะเล ผมจะเห็นฮิริวยืนเตรียมพร้อมทำภารกิจอยู่เสมอ ตอนนี้ไม่แล้ว



"จดหมายครับ โยนจดหมายเป็นเครื่องบินกระดาษแบบนี้ไม่ได้เหรอครับ? ไม่เป็นไรหรอกครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่เอาจดหมายมาให้(ด้วยการโยน) ตอนนี้ไม่มีสาวกระต่ายทอมบอยที่แทนตัวเองด้วยคำว่าผมโยนจดหมายมาให้อีกแล้ว



"ภารกิจเหรอครับ? จะยากแค่ไหนก็พร้อมเสมอครับ" สาวกระต่ายทอมบอยคนนั้นพูดแบบนี้ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ตอนนี้ทุกครั้งที่อยู่ในที่ทำงาน ไม่มีใครคอยรับภารกิจ ไม่มีฮิริวมารับภารกิจ ไม่ได้ยินคำพูดนั้นแล้ว อยากได้ยินอีก อยากได้ยินฮิริวพูดออกมาอีก



"ผลตอบแทนของภารกิจครับ ช่วยตรวจสอบด้วยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่ภารกิจเสร็จสิ้น ตอนนี้ไม่มีภารกิจ ห้องทำงานก็ว่าง ไม่มีทั้งฮิริว ไม่มีทั้งคำพูดนั้น



"รายงานการรบครับ เอาไปประเมินได้เลยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่กลับมาที่ฐานทัพ ตอนนี้ฐานทัพว่างเปล่า ไม่มีฮิริวก็เหมือนไม่มีอะไรเลย



บางครั้งที่เผลอไปเดินชนเธอจนมือไปโดนตัวเธอ ฮิริวจะพูดว่า "ช่วยระวังด้วยครับ ถ้าใกล้กว่านี้ผู้การจะเจ็บเอานะ" หรือไม่ก็ "ผู้การ ขอถามก่อนผมจะชกคุณ ไม่เห็นผมเป็นผู้หญิงใช่ไหม? ไม่ได้คิดเลยใช่ไหม?" ตอนนี้ไม่เดินชนฮิริวแล้ว ก็เพราะว่าไม่มีฮิริว ไม่มีทอมบอยหูกระต่ายคนนั้นคอยพูดแบบนั้นใส่อีกแล้ว ได้แต่เดินอากาศเปล่าๆอยู่



บางครั้งก็เห็นภาพหลอนฮิริวอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงของฮิริวพูดคำพูดที่ฮิริวเคยพูดออกมา พอคุยด้วย เอามือไปจับมือฮิริว เธอก็หายไปกับอากาศ ได้แต่ตะโกนร้องหาฮิริวอยู่ตลอดเวลา มีโฮวโชว สาวผมยาวสีม่วง ตาสีม่วง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ที่มาหาในบางครั้งเท่านั้น คอยบอกอยู่ตลอดว่าฮิริวจมทะเลไปแล้ว ที่คุยอยู่ด้วยคือภาพหลอนที่ไม่มีอยู่จริง




แบบนี้ฐานทัพนี้ก็มีแต่อากาศเท่านั้น




อากาศ?



ใช่ อากาศ



ที่นี่ไม่มีอะไรเลย มันมีแต่อากาศเท่านั้นแหละ ไม่มีฮิริวอีกต่อไปแล้ว



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้า



มังกรในตำนานจีนคอยทำหน้าที่ควบคุมสภาพอากาศ ตอนนี้ สภาพอากาศทั้งหมดคงเกิดขึ้นพร้อมกันในวินาทีเดียวกัน ตอนนี้ ลูกเห็บ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝน พายุ สึนามิ ภัยแล้ง น้ำท่วม คงจะเกิดขึ้นพร้อมกันในที่เดียวกันในวินาทีเดียวกัน เพราะไม่มีเธอแล้วฮิริว ไม่มีมังกรอยู่บนฟ้าอีกต่อไปแล้ว



ไม่มีมังกรบินอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีเธออยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีฮิริวอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างเธอชั่วนิรันดร์



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างฮิริวชั่วนิรันดร์



                      [บันทึกความทรงจำของพลเรือเอกยาคุกันเน่]



เกิดการระเบิดไปทั่วทุกมหาสมุทร ทะเลทุกทะเลเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งนับร้อย แล้วก็มีหมอกหนาคลุมไปทั่วบริเวณทะเลและมหาสมุทร



กลุ่มอำนาจทุกกลุ่มเลิกทำสงครามกันเองแล้วเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว แล้วส่งหน่วยรบทั้งหมดไปทำการสืบสวนเรื่องราวทั้งหมด



เอ็นเตอร์ไพรส์ออกเดินทางบนพื้นผิวทะเล แล้วหมอกก็กลืนเธอเข้าไป เธอรีบติดต่อคนอื่นๆ แต่เครื่องมือสื่อสารของเธอใช้การไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทันใดนั้นเธอก็เห็นเงามืดหลายร่างในกลุ่มหมอก  "นั่นใครน่ะ!?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถามแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับเธอเลย



แล้วเอ็นเตอร์ไพรส์ก็เห็นเจ้าของร่างเงาชัดเจน นั่นคือ อาร์ค-รอยัล สาวผมสั้นสีดำขลับ ตาสีฟ้า ผมนั้นปิดตาไว้ข้างหนึ่ง ใส่เสื้อแขนยาวสีขาวสีแดงสีน้ำเงินแบบน้ำทะเลมีขอบทอง กระโปรงสั้นสีดำ ใส่ผ้าคลุมยาวสีน้ำทะเลตั้งแต่เอวถึงน่อง ร้องเท้าบูทยาวสีดำ ถุงมือสีขาว ทาคาโอะ สาวผมยาวสีดำมัดผมเป็นหางม้าที่ด้านหลังผูกโบว์สีขาว ตาสีเหลืองปนสีอำพัน ใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสั้นสีขาว ถุงน่องยาวสีดำ รองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรไว้หนึ่งเล่ม และฮิริว 



"มาแล้วเหรอ เอ็นเตอร์ไพรส์? ฉันรออยู่แล้ว เหมือนยังขาดคนอื่นไปอีกนะ ไม่ละ ทุกคนที่ต้องอยู่ที่นี่อยู่กันครบแล้ว" เสียงของอาร์ค-รอยัลดังออกมา



"ทุกคน? มีใครอยู่ที่บ้างน่ะ? เราอยู่ที่ไหน?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถาม



"เมื่อถึงเวลา เพื่อนฉัน เมื่อถึงตอนนั้นอาจมีเพื่อนคนอื่นเข้าร่วมกับเรา" อาร์ค-รอยัลตอบเพียงแค่นั้น



"อาร์ค-รอยัล ตอบด้วย! อาร์ค-รอยัล" คราวนี้อาร์ค-รอยัลไม่ตอบคำพูดนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปกี่ครั้ง ก็ไม่มีใครตอบกลับเธอเลย แล้วทั้งอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริว ก็หายไปกับอากาศราวกับเป็นภาพหลอน อาร์ค-รอยัลหันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์เดินเข้าไปในหมอก แล้วก็เลือนหายไปในกลุ่มหมอก



"อะไรกันแน่เนี่ย! อาร์ค-รอยัล! ภาพหลอนหรือไงนะ?" เอ็นเตอร์ไพรส์พึมพำ



เอ็นเตอร์ไพรส์เดินไปตามทิศทางที่ร่างของอาร์ค-รอยัลหายไป



"ตรวจจับอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นภาพลวงตาหรือเปล่า?"



เสียงของอาร์ค-รอยัลถามขึ้นว่า "ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมดแล้วใช่ไหม?" เสียงทาคาโอะขานกลับ "ตอนนี้ เหมือนจะมีคนมาไม่ถึงนะ" เสียงฮิริวพูดแทรกว่า "สงครามครั้งขมขื่นอะไรขนาดนี้" อาร์ค-รอยัลพูดขึ้นมาว่า "ฉันอยากออกไปจากที่นี่เหมือนกัน แต่เราปฏิบัติการร่วมกันไม่ได้ในตอนนี้ ตอนนี้ การอยู่ด้วยกันควรเป็นอย่างแรก มองโลกในแง่ดีหน่อย ตอนนี้ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็อยู่ที่นี่ด้วย เพราะงี้แหละ ยังไงยังไง ทุกอย่างต้องเป็นไปได้แน่" ทาคาโอะตอบกลับว่า "ถ้าทุกอย่างมันง่ายจริงๆล่ะก็นะ คุณเอ็นเตอร์ไพรส์ กะทันหันไปหน่อยนะ แต่ระบุชื่อคุณที" "ฮะ? ชื่อ?" คำพูดทั้งนี้เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปด้วยความสงสัยทั้งสิ้น ทาคาโอะก็ตอบกลับว่า "ใช่ เปลวไฟที่ทะลุทะลวงตัดผ่านความมืด ทำให้เห็นทางเดินที่มุ่งสู่ข้างหน้า ถ้าให้ฉันพูดล่ะก็นะ" ฮิริวพูดขึ้นมาว่า "เราจะทำงานกับเจ้าพวกนั้นจริงๆเหรอ สัตว์ประหลาด "ไซเรน" พวกนั้นถูกสร้างมาแทนที่พวกเรา" "อะไรนะ!?"คำอุทานจากความตกใจของเอ็นเตอร์ไพรส์ ทาคาโอะตอบกลับว่า "อยู่แล้ว ดูไปก่อนว่าพวกทำกันยังไง" เอ็นเตอร์ไพรส์ตกใจถามไปว่า "คิดอะไรกันอยู่น่ะ!?" แล้วร่างของอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริวก็เลือนหายไป



"ภาพหลอนเหรอ?" นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบที่เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกมา



เครื่องมือติดต่อสื่อสารของเอ็นเตอร์ไพรส์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังออกมา



"เรดาร์พบหน่วยรบไม่ทราบฝ่าย ไปยังพิกัดนี้ด้วย" หลังจากเสียงจากเครื่องมือติดต่อสื่อสารแจ้งพิกัดแล้ว เอ็นเตอร์ไพรส์ก็มุ่งหน้าไปยังพิกัดนั้น เมื่อเอ็นเตอร์ไพรส์ไปถึง ก็พบกับร่างที่คุ้นเคยแต่กลับแตกต่างกันออกไป สาวหูกระต่ายผมยาวสีขาวแบบขี้เถ้า ตาสีฟ้า เธอคือฮิริว แต่เธอกลับไม่ได้มัดผมเป็นหางม้า เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ก็เปลี่ยนไป ราวกับนักรบเถื่อน มีเพียงเสื้อคลุมยาวสีดำและมีรอยไหม้ไฟ เสื้อตัวข้างในเสื้อคลุมก็สั้นและเล็กกว่าตัวเธอมาก กระโปรงสั้นสีขี้เถ้า ถุงน่องสีดำรองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรสองเล่มไว้ที่ขาขวา มีดาบซามูไรอีกเล่มที่ขาซ้าย ผิวหนังของฮิริวออกสีขี้เถ้าผิดไปจากปกติ เป็นฮิริวที่ต่างไปจากฮิริวปกติที่เป็นอยู่ ต่างไปจากที่ฮิริวเป็นอยู่ปกติ



"ฮิริว ไม่สิ มีอะไรไม่ใช่" เอ็นเตอร์ไพรส์ที่เจอฮิริวอีกครั้งพูดขึ้น แต่เอ็นเตอร์ไพรส์เห็นว่านี่ไม่ใช่ฮิริวแบบที่ฮิริวปกติเป็นอยู่ เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่ามีอะไรที่คนคนนี้ไม่ใช่ฮิริว แต่เมื่อคิดครบทุกด้านแล้ว ร่างนั้นคือฮิริวไม่ผิดแน่ แต่เหมือนเป็นฮิริวที่ไม่ใช่ฮิริว เป็นฮิริวตัวจริงแน่นอนแต่ไม่ใช่ฮิริวตัวจริงที่เธอรู้จัก



ฮิริวคนนั้นเพียงแค่พูดชื่อ  "เอ็นเตอร์ไพรส์?" ขึ้นมาสั้นๆ แล้วฮิริวก็หันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์แล้ววิ่งจากไป "เดี๋ยวสิ! ฮิริว!" แต่ฮิริวไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดของเอ็นเตอร์ไพรส์



"ถึงพลเรือเอกยาคุกันเน่ พบฮิริวค่ะ" เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่าในสถานการณ์นี้ต้องติดต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่จึงบอกเรื่องของฮิริวคนนั้นต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่



พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ฟังเอ็นเตอร์ไพรส์บอกว่าเจอฮิริวก็รีบเอาเรือส่วนตัวมุ่งไปหาฮิริว ไปเจอเอ็นเตอร์ไพรส์อยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ให้เอ็นเตอร์ไพรส์พาไปหาฮิริว พอไปทางข้างหน้าได้หน่อยนึง ก็เจอพายุหมุนสีดำมหึมาเหนือผิวทะเล พายุหมุนนั้นมีปืนใหญ่ประหลาดอยู่ข้างใน ปืนใหญ่ทุกกระบอกในพายุหมุนนั้นก็ยิงไปทั่ว น้ำทะเลระเบิดกระจายไปทั่วพื้นผิวมหาสมุทร ฮิริวคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"นายเองเหรอ ผู้การ? คนที่ทำให้เอ็นเตอร์ไพรส์ต้องเจ็บปวด ไม่รู้เลยว่าทำไมเอ็นเตอร์ไพรส์ถึงแคร์นายนัก" ฮิริวคนนั้นพูด พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินฮิริวคนนั้นพูดก็ประหลาดใจถามขึ้นว่า "เอ็นเตอร์ไพรส์เหรอ?" ฮิริวคนนั้นกลับชิงตัดบทพูดว่า "ฮิริวแห่งหน่วยรบที่สอง ตอนนี้ยังเป็นนักรบ รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว" พลเรือเอกยาคุกันก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ พลเรือเอกยาคุกันเน่รู้ว่าฮิริวคนนี้เป็นฮิริวตัวจริงแน่แต่เหมือนมาจากโลกคู่ขนานอื่นยังไงยังงั้น "เดี๋ยวสิ พลเรือเอกทำฉันเจ็บปวดเหรอ? พลเรือเอกรักเธอไม่ใช่เหรอฮิริว?" แต่ฮิริวคนนั้นไม่ตอบกลับคำถามนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ต้องให้เธอช่วยสู้ด้วย" ฮิริวคนนั้นพูดขึ้น "ฮะ!? อะ...ได้" เอ็นเตอร์ไพรส์เต็มไปด้วยคำถามเธอจึงไม่ทันเตรียมพร้อมต่อคำพูดของฮิริว แต่แล้วเธอยิงธนูลำแสงสีเหลืองใส่เข้าไปในพายุ ฮิริวชักดาบที่ข้าข้างซ้ายออกมาจากฝัก แล้วตวัดดาบเพียงครั้งเดียวก็มีลำแสงจันทร์เสี้ยวสีแดงอมดำกระจายไปทั่วพื้นผิวทะเลทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา เกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น แล้วพายุนั้นก็หายไป



"เอาล่ะ ได้เวลาบอกลาแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวสิ เธอจะไปที่ไหนเหรอฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"ถ้าจะตามล่ะก็ อย่า อย่าทำให้ผมเป็นภัยคุกคามต่อนายเหมือนที่ผมเป็นภัยคุกคามต่อพายุหมุนประหลาดเมื่อกี้เลย.... โทษที นายทำให้ความทรงจำที่ฉันไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้วผุดออกมา ผมหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ไม่รู้นะว่าในสถานการณ์ไหน เราอาจจะอยู่ด้วยกันแบบใจสัมผัสใจ ไม่ก็ต่อยกันในฐานะศัตรู" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบกลับไปเพียงแค่นั้น



ฮิริวคนนั้นพูดต่อไปว่า "อ้อ! จริงสิ! ผู้การ ผมยังไม่ได้บอกอะไรบางอย่างที่ผู้การต้องชอบแน่อีกเหรอเนี่ย ผู้การอยู่กับหน่วยรบด้วยกันอยู่ตลอดเวลาแม้จะเลยวินาทีสุดท้ายไปแล้ว ผมจะมอบสิ่งดีๆให้ผู้การ ผู้การรู้ไหมผมจะให้อะไรคุณ"



ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเอื้อมมือไปแผ่นหลังของเธอใต้เสื้อคลุม เดินมาหาพลเรือเอกยาคุกันเน่ ฮิริวเอามือสอดเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อของยาคุกันเน่แล้วเอามือออก



"เอาล่ะ ได้เวลาไปแล้วผู้การ ไม่ต้องห่วง ฉันจะมาหา ที่จริง ผมรู้วิธีติดต่อคุณ ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ขอให้เราได้เจอกันอีก" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้าย แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าก็เลือนหายไปในหมอกหนา แล้วหมอกทั้งหมดบนพื้นผิวทะเลก็หายไปอย่างกะทันหัน



(ฐานทัพอาณาจักรซากุระ)



"น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์ออกมาจากภาวะเอกฐานได้"



"ภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบสนองต่อคำพูดที่น่าสงสัยของพลเรือเอกยามาโมโตะทันที


"ใช่ ภาวะเอกฐาน" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ



"แล้วภาวะเอกฐานคืออะไร?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"พื้นที่ที่ไม่อยู่ในจักรวาลและอวกาศและไม่อยู่ในกาลเวลาใดๆ น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์รอดออกมาจากภาวะเอกฐานได้ นายเจอฮิริวที่นั่นด้วยเหรอ?" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบพร้อมถามพลเรือเอกยาคุกันเน่เรื่องฮิริว



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวไม่เหมือนเดิมใช่ไหม?" พลเรือเอกยามาโมโตะถาม



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวคนนั้นแหละที่สร้างภาวะเอกฐานขึ้น" พลเรือเอกยามาโมโตะพูด



พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจถามขึ้นไปว่า "อะไรนะ?"



พลเรือเอกยามาโมโตะพูดว่า "สหภาพอินทรีส่งข้อมูลมาให้เรา มีสัตว์ประหลาดทะเลชื่อ "ไซเรน" ออกอาละวาดไปทั่วทะเล แต่พวกมันถูกกำจัดในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับภาวะเอกฐาน ฮิริวคนนั้นที่นายเจอ เป็นไปได้มากเลยล่ะว่า เป็นฮิริวจากโลกคู่ขนานอื่น หรือไม่ก็เป็นฮิริวในโลกนี้ โลกของเรานี่แหละแต่เป็นฮิริวที่มาจากอนาคต"




(อาณาจักรซากุระ)



พลเรือเอกยาคุกันเน่ยังคงนึกถึงฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นและคำพูดที่ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งพลเรือเอกคิดถึงเรื่องฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้คำตอบยิ่งมีแต่คำถามยิ่งขึ้น



แล้วโฮวโชวก็เดินเข้ามาในห้องของพลเรือเอกยาคุกันเน่แล้วแจ้งข่าว "ผู้การคะ พลเรือเอกยามาโมโตะเรียกค่ะ" แล้วโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ไปที่ห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ



เมื่อโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกกันเน่ไปถึงห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็รออยู่แล้ว



"เกิดภาวะเอกฐานขึ้นอีกแล้ว ขอให้ทั้งสามคนไปยังพื้นที่เป้าหมาย" นี่คือคำสั่งของพลเรือเอกยามาโมโตะ



พลเรือเอกยาคุกันเน่ โฮวโชว เอ็นเตอร์ไพรส์เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็เห็นพายุหมุนสีดำลูกหนึ่งอยู่บนผิวน้ำลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"มากันอีกแล้วเหรอ?" ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูด "ช่างเถอะ ผู้การ หวังว่าคุณคงไม่เหมือนตัวคุณเองในตอนนั้นนะ"



"ตัวฉันเองในตอนนั้น? หมายความว่ายังไง? ตัวฉันในอนาคตทำทุกคนตายหมดหรือว่าเป็นตัวฉันจากโลกคู่ขนานใบอื่นที่เป็นโลกของเธอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"เริ่มจับทางได้แล้วเหรอ? ยามาโมโตะบอกใช่ไหม? มากำจัดสิ่งที่พวกคุณสร้างมาแทนที่พวกเราเถอะ" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



"สิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นมาแทนที่พวกเธอเหรอ?" พลเรือยาคุกันเน่ถาม



"อ่า เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



ในพายุหมุนสีดำนั้นก็ให้มีหญิงสาวตาสีเหลืองน่ากลัว ผมสีม่วงสว่าง ใส่เสื้อกะลาสีสีขาว กางเกงสีดำ มีอุปกรณ์หน้าตาเหมือนฉลามหัวค้อนแบกอยู่บนหลังและมีปืนใหญ่หลายกระบอกออกมาจากอุปกรณ์นั้น ปรากฏตัวออกมา



"ฮิริว นี่เธออีกแล้วเหรอ?" หญิงประหลาดผมม่วงคนนั้นพูดออกมาทันทีเมื่อได้เห็นฮิริวผมสีขี้เถ้า



ฮิริวผมสีขี้เถ้าตวัดดาบให้ลำแสงสีแดงโจมตีสาวประหลาดผมม่วงนั้นทันที เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูแสงใส่เข้าไปในใจกลางพายุแล้วก็เกิดการระเบิดครัังใหญ่อย่างรุนแรงขึ้นกลางพายุ พายุดำนั้นหายไป หญิงสาวประหลาดผมม่วงนั้นก็หายไปด้วย



"เสร็จงานแล้ว ฉันต้องไปแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวก่อนสิ ฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดขัดจังหวะ



"เดี๋ยวผู้การจะรู้เองโดยไม่จำเป็นต้องได้คำตอบจากฉัน" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้ายแล้วหายไป หลังจากนั้น พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เห็นหญิงสาวประหลาดผมม่วงตาเหลืองอีกคน ใส่ที่คาดผมที่มีรูปร่างเหมือนหูจิ้งจอก พกปืนใหญ่หลายกระบอกและมีหนวดปลาหมึกหลายหนวดรายล้อมตัวเธออยู่วิ่งบนผิวน้ำ



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ตามไป"



"ค่ะ"



พลเรือเอกยาคุกันเน่ตามไปทัน "ตามมาได้ไงเนี่ย!?"หญิงประหลาดคนนั้นพูดขึ้นด้วยความตกใจ "ให้ตายสิ ทำไมเซโร่วถึงให้มีแค่พวกเราแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลานะ" พลเรือยาคุกันเน่ได้ยินที่หญิงประหลาดคนนั้นพูดทั้งหมดก็ถามไปว่า "ที่ว่ามีพวกเธอแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลาหมายความว่ายังไง เซโร่วเป็นใคร?" หญิงประหลาดก็พูดว่า "ฮิริวจมไปที่มิดเวย์ใช่ไหมล่ะ? ถ้ามาคุยกันกับฉัน ฮิริวอาจจะคืนชีพกลับมาก็ได้" พลเรือเอกยาคุกันเน่กับเอ็นเตอร์ไพรส์เร่งตามหญิงประหลาดนั้นไปแต่ก็ไม่ทัน หญิงประหลาดนั้นหนีไปได้



(อาณาจักรซากุระ)



"ไซเรน?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามพลเรือเอกยามาโมโตะ



"ใช่ เราเรียกพวกนั้นว่าไซเรน ว่ากันว่าตัวตนที่แท้จริงของสัตว์ประหลาดทะเลในตำนานทั่วโลกก็คือไซเรน เรามีข้อมูลของไซเรนไม่มาก ที่พวกเธอสู้ด้วยคือเพียริฟายเอ้อร์ เราคาดว่าหน้าที่ของเธอคือการกำจัดภาวะเอกฐาน...."



"ภาวะเอกฐาน? เดี๋ยว จะบอกว่าฮิริวคนนั้นสร้างภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดถามขึ้นขัดจังหวะก่อนพลเรือเอกยามาโมโตะจะพูดจบ



"คาดการณ์ว่าเป็นอย่างงั้น เหมือนฮิริวคนนั้นจะสร้างภาวะเอกฐานขึ้นมาเพื่อกำจัดพวกไซเรน คนที่พวกเธอไล่ตามไม่ทันคือ อ๊อปเซอร์เว่อร์ อ๊อปเซอร์เว่อร์มีหลายคน แต่พวกเธอแต่ละคนจะประจำแค่กาลเวลาใดกาลเวลาหนึ่งเท่านั้น หมายความว่าในแต่ละกาลเวลาจะมีอ๊อปเซอร์เว่อร์แค่คนเดียว เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซโร่วเลย ดูเหมือนจะมีระดับสูงกว่าเพียริฟายเอ้อร์และอ๊อปเซอร์เว่อร์ทั่วไป" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ

  เมืองเป้าหมาย

พ่อกับลูกชายใช้มีดไล่ฟันกัน แม่กับลูกสาวใช้มีดไล่ฟันกัน แม่กับลูกชายไล่ฆ่ากันและกัน ผัวเมียไล่ฆ่ากันและกัน

แลเมื่อถึงเดือนเจ็ด ก็มีคนตายนับห้าพันคน ทั้งหมดเกิดจากการต่อสู้ที่หามีเหตุผลไม่

ฝ่ายจอห์นนี่ ชายอายุ23ปี กับ นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง ทั้งสองคนมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันกำลังจะไปทานอาหารนั้นโซนขายเสื้อผ้าก็ระเบิด

"ได้ยินหรือเปล่า วัตสัน?"

"ยังได้ยินอยู่"

"ไปข้างนอกกันเลยไหม?"

"ไป"

จอห์นนี่กับวัตสันพากันออกไปนอกห้างสรรพสินค้า

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันออกมาข้างนอก ปั๊มน้ำมันก็ระเบิด

จากนั้นก็มีฝูงชนถืออาวุธมีคมฆ่าคนใส่ชุดสูททุกคน

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันวิ่งไปหาที่จอดรถ ก็เกิดมีคนใส่ชุดสูทสู้กันเองนับกว่าร้อยคน

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันมาถึงรถก็ขึ้นรถแล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ขับรถออกไป

เมื่อนักสืบหญิงวัตสันขับรถมาถึงถนนใหญ่ ทั้งจอห์นนี่และวัตสันก็เห็นรถหลายคันตั้งใจชนคันอื่น และเห็นมอเตอร์ไซค์หลายคันตั้งใจชนกันเอง พ่อค้าแม่ค้าต่อสู้กัน

นักสืบหญิงวัตสันซิ่งรถด้วยความเร็วสูงสุดไปถึงบ้านของทั้งคู่

เมื่อทั้งคู่มาถึงบ้านก็ผลัดกันอาบน้ำแต่งตัวกันจนเสร็จ วัตสันเปิดทีวีปรากฏเป็นรายการข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ทุกคนให้การเหมือนกันครับว่า ตนสูบบุหรี่แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย"

จอห์นนี่ได้ยินดังนั้นจึงว่า "ตอนออกมาจากห้าง คนที่ถือขวาน จอบ เสียมก็สูบบุหรี่ คนที่ใส่ชุดสูทก็สูบบุหรี่"

"เห็นเหมือนกันเลย"

"เห็นเหมือนกันเหรอ?"

"พ่อค้าแม่ค้าที่สู้กันก็สูบบุหรี่"

"แล้วคนขับรถใหญ่ล่ะ?"

"ตอนกระจกรถแตก เห็นสูบบุหรี่อยู่ด้วย"

"คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็สูบบุหรี่"

ทั้งคู่จึงว่าออกมาพร้อมกัน "บุหรี่เหรอ?"

"วัตสันพาไปที่ส่งที่ห้างอีกครั้งที แล้ววัตสันกลับมาที่นี่ได้เลย"

"ไม่ล่ะ ถ้าจอห์นนี่อยู่ที่ห้างก็จะอยู่ด้วย"

นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ไปที่ห้างอีกครั้งหนึ่ง

คนหายกันไปหมดแล้ว จอห์นนี่เห็นบุหรี่มวนหนึ่งอยู่บนพื้นก็หยิบขึ้นแล้วหักมวนบุหรี่นั้น ใบยาสูบกับผลึกสีแดงที่ปนอยู่ก็ออกมาจากมวนบุหรี่

"เราเอากลับไปเถอะ"

แล้ววัตสันกับจอห์นนี่ก็กลับบ้าน ฝ่ายจอห์นนี่เอาผลึกสีแดงไปทดสอบ เมื่อจอห์นนี่ทดสอบผลึกสีแดงเสร็จแล้วก็มาหาวัตสัน

"มันคือพืชอวกาศ ทุกคนฆ่ากันเองเพราะพืชอวกาศที่อยู่ในบุหรี่ มันมาจากไหน อยู่ในบุหรี่ได้ไงก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"รุกราน?"

"ใช่ มันคือการรุกราน"

ทีวีปรากฏเป็นรายการข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ทางนายธรรมธรที่โดนตัดสิทธิ์จากการลงสมัครผู้ว่าจากการที่เขาก่อคดีฆาตกรรมผู้ลงสมัครผู้ว่าคนอื่น ๆ ทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธนะครับว่า เขาไม่รู้เรื่อง.........."

 เมืองเป้าหมาย

แผนบุกรุกของมนุษย์ต่างดาวก็ล้มเหลวด้วยประการฉะนี้ การทำลายความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นอุบายของมนุษย์ต่างดาวที่น่ากลัวเป็นอันมาก แต่ไม่ห่วง เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคตภาคหน้า เอ๊ะ? เพราะเหตุใดหรือ? นั่นก็เพราะมนุษย์เรามีความสัมพันธ์ที่ผิวเผินแลเปราะบางเกินกว่าที่จะให้มนุษย์ต่างดาวโจมตีด้วยวิธีเช่นนี้ยังไงเล่า!

"จะบอกอะไรให้นะ พวกนี้น่ะอยู่ตามกฎตามความไว้ใจต่อกัน การยึดครองโลกไม่ต้องใช้ความรุนแรง ถ้าขจัดความไว้ใจต่อกัน พวกมนุษย์ก็จะกำจัดพวกตัวเองทิ้ง มนุษย์ก็จะกวาดล้างตัวเองไปจนหมด ใช่ไหมล่ะ? ชอบไหม?"—มนุษย์ต่างดาว

"จอห์นนี่ซัง"

"บอกไปแล้วไงว่าไม่เอาเค้ก ไม่ต้องจัดงานวันเกิดให้ด้วย"

ฝ่ายฮามาดะ หนุ่มญี่ปุ่นวัย 22 ปี พยายามพูดคุยกับจอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย ถึงเค้กที่จอห์นนี่ชอบ ถึงอย่างนั้นตัวจอห์นนี่ก็ปฏิเสธตลอดเวลา

"วัตสัน ได้ข้อมูลมาครบแล้ว ปิดคดี"

ฝ่ายจอห์นนี่ส่งกระดาษกับแฟลชไดรฟ์เก็บข้อมูลให้กับนักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง

"จอห์นนี่ซังปิดคดีบ่อยกว่าวัตสันซังอีกนะครับ จอห์นนี่ซังน่าจะไปได้ไกลกว่านี้นะครับ ทำไมไม่ทำงานล่ะครับ? จอห์นนี่ซังบอกว่าชอบอุลตร้าแมนเหมือนกับผมไม่ใช่เหรอครับ? จะไม่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นหน่อยเหรอครับ? แล้วทำไมถึงไม่จัดงานวันเกิดให้ตัวเองล่ะครับ?"

"เพราะมันไม่มีใครช่วยใครไง ความฝันอะไรนั่นมันไม่มีวันเป็นจริงหรอก ไม่มีใครรับอะไรจากคนนอก ส่งงานเขียนไปสำนักพิมพ์ไหนก็ไม่รับ มันจะไปอยู่ได้ไงล่ะ อยากเป็นพระเอกอุลตร้าแมนน่ะใช่ แต่เขาไม่รับหรอกน่า 23ปีแล้ว เสียเวลามาตั้ง23ปีแล้ว 10กันยา อีก2เดือนข้างหน้าก็24ปีแล้ว การ์ตูนเรื่องแรกที่เขียน เขียนตั้งแต่ตอนป.5 แถมยังเขียนไม่จบด้วย ไม่เอาแล้ว ไม่เอา เพราะงี้ไง เลยปฏิเสธโอกาสทั้งหมดที่เข้ามาในชีวิต ปฏิเสธงานที่มีคนเสนอเข้ามาทั้งหมด ปฏิเสธความช่วยเหลือทั้งหมด ต่อให้มีแมวมองมาพาไปเป็นดาราก็เอา ที่เป็นคู่หูให้วัตสันนี่เพื่อให้มีเงินหรอก จะทำอะไรขอทำเอง ไม่ขอให้ใครพาไปที่ไหนหรือช่วยอะไรทั้งนั้น ขอปฏิเสธทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตทั้งชีวิต วัตสัน ข้อมูลครบแล้ว เคลียร์กับลูกค้าได้แล้วล่ะ"

"จอห์นนี่ซังเอาจริงเหรอครับ?"

"นั่นสิ จอห์นนี่"

"โกเมนนาไซ(ขอโทษครับ)"

"จอห์นนี่ซังพูดคำว่าขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกแล้ว"

"ฮามาดะซัง วัตสันมีลูกค้า วัตสันต้องไปคุยธุระกับลูกค้า"

"เรียกผมว่าฮามาดะคุงเถอะครับ จอห์นนี่ซังอายุมากกว่าผมตั้งปีนึง"

"ห่างกันไม่มากหรอกน่า เดือนที่เราเกิดยังอยู่ติดกันเลย 27สิงหากับ10กันยา ห่างกันปีนึง?"

"เดี๋ยวมานะ" ฝ่ายนักสืบหญิงวัตสันลาทั้งสองคนไปหาลูกค้า

"จอห์นนี่ซังชอบเค้กอะไรครับ?"

"ฮามาดะซังเองนั่นแหละชอบเค้กอะไร?"

"เอ๋ แต่ว่า..."

"บอกไปแล้วนะว่าไม่เอา"

"แล้วถ้าจะให้ช่วย..."

"ไม่ต้องการความช่วยเหลือ"

จอห์นนี่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู เวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏเป็นเวลาเที่ยง แล้วก็มีการแจ้งเตือนจากเว็บเบราเซอร์ปรากฏเป็นข่าวชายคนหนึ่งคลุ่มคลั่งยิงปืนไปทั่ว

"กลับมาแล้ว"

"วัตสันกลับมาไวจัง?"

"งานนี้เคลียร์กับลูกค้าไวกว่างานอื่น จอห์นนี่รู้ข่าวคนยิงปืนหรือยัง? แถวนี้พอดีเลย"

"เห็นแล้ว คดีฆาตกรรมไม่ใช่งานของนักสืบเอกชนไม่ใช่หรือไง?"

"ถึงงั้นก็เถอะนะ นี่ไง ออกข่าวทีวีอยู่นี่ไง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ทางผู้ก่อเหตุบอกว่า ตนกำลังสูบบุหรี่อยู่แล้วหลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้เลย"

"เห็นข่าวแต่เราไขคดีนี้ไม่ได้นะ วัตสัน"

แล้วก็มีเสียงยิงปืนดังลั่นขึ้น แล้วจอห์นนี่ก็สบถ"หูหนวกแล้วมั้ง"

จอห์นนี่ ฮามาดะ วัตสัน พากันไปหลบในห้องลับ จอห์นนี่ใช้โทรศัพท์มือถือเรียกตำรวจ

ตำรวจจับชายยิงปืนคนหนึ่งไปได้

ทั้งจอห์นนี่ ฮามาดะ วัตสันก็พากันออกมาข้างนอก มีซองบุหรี่อยู่บนพื้น

จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ว่า "ตำรวจไม่ได้เก็บไปหรือไงเนี่ย?"

แล้วจอห์นนี่ก็หยิบบุหรี่จากซองออกมามวนหนึ่ง หักบุหรี่มวนนั้นใบยาสูบกับผลึกสีแดงหลุดออกมาจากมวนบุหรี่

"อะไรน่ะ?"

"คำตอบของคำถามนี้ ถ้าเป็นตอนนี้คือไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้องถามคำถามนี้เวลาอื่น"

ฝ่ายจอห์นนี่เอาผลึกสีแดงจากบุหรี่ไปทดสอบ เมื่อเสร็จแล้วก็มาหาฮามาดะกับวัตสัน

"มันคือพืชอวกาศ"

"ในทีวีบอกว่าคนยิงปืนสูบบุหรี่แล้วจำอะไรไม่ได้นี่ จอห์นนี่"

"จริงด้วย จอห์นนี่ซัง"

"แบบนั้นจะไปหาคนที่เอาพืชอวกาศใส่ลงไปในบุหรี่ได้ไงเล่า?"

"จอห์นนี่ ร้านค้าไง ร้านค้าที่ขายบุหรี่"

วัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะขึ้นรถของวัตสันแล้วพากันไปที่ร้านค้าที่ขายบุหรี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด

"บุหรี่หมด"

"ไม่ ถ้าบุหรี่หมดต้องมีคนมาส่งบุหรี่"

แล้วรถขนส่งสินค้าคันหนึ่งก็มาที่ร้าน คนขับรถลงมาขนบุหรี่ส่งให้กับร้านค้า เสร็จแล้วก็ขึ้นรถขับจากไป

วัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะพากันขึ้นรถ แล้ววัตสันก็ขับรถตามรถขนส่งสินค้าคันนั้นไปถึงบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่หลังหนึ่ง คนขับรถขนส่งสินค้าลงจากรถเข้าไปในบ้าน วัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะลงจากรถ

"วัตสัน ฮามาดะซัง รออยู่ข้างนอก จะขอเข้าไปคนเดียวเอง"

"จอห์นนี่จะไม่เป็นอะไรเหรอ?"

"วัตสันกับฮามาดะซังช่วยจากข้างนอก"

"ได้"

จอห์นนี่เดินเข้าไปในบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่นั้นคนเดียว

จอห์นนี่เดินเข้ามาภายในบ้านลึกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ถูกประตูกลพาเขาเข้าไปที่ห้องลับห้องหนึ่ง

"มนุษย์ต่างดาว"

"จะบอกอะไรให้นะ..............

"จอห์นนี่ซังบอกให้เราช่วยจากข้างนอก"

"เริ่มกันตอนนี้เลยไหม?"

"เอาล่ะ ไปช่วยจอห์นนี่ซังกันเถอะครับ"

วัตสันกับฮามาดะขึ้นรถ แล้ววัตสันก็ซิ่งรถเต็มกำลังชนบ้านหลังนั้นจนผนังทะลุไปจนถึงห้องลับนั้นจนชนมนุษย์ต่างดาวตาย

"ไปดูหนังเรื่องอะไรกันมาเนี่ย? คืนนี้งดเล่นเกมทั้งคู่เลย"

"จอห์นนี่ซัง!"

"ปฏิพัทธิ์"

"ครับ..."

"ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?"

"ไม่เป็นยังไงเลย"

"แล้วมีอะไรที่อยากจะทำหรืออยากจะได้บ้างไหม?"

"ผมไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น"

"จอห์นนี่ซัง.....

"ไปกันเถอะ วัตสัน"

"เดี๋ยวก่อนสิ จอห์นนี่ซัง จอห์นนี่ซังจะยอมทิ้งความฝัน ยอมทิ้งทุกอย่างไปจริงๆเหรอครับ?"

"ไม่ โลกนี้ให้อะไรบ้างล่ะ? Godzillaภาคใหม่เหรอ? แค่มาหาจิตแพทย์ยังไม่อยากจะมาเลย บอกไปแล้วนะว่าจะไม่รับการรักษาหรือยาอะไรทั้งนั้น ฮามาดะซังขึ้นรถเถอะ ไปกันเถอะ วัตสัน"

จอห์นนี่ขึ้นรถ ฮามาดะขึ้นรถตาม

"ไปสืบคดีต่อเถอะ วัตสัน ตำรวจขอนักสืบเอกชนสืบคดี ไม่สมเหตุสมผลเลย"

นักสืบหญิงวัตสันขับรถไปจนถึงที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมอดีตสายลับKGBของรัสเซียคนหนึ่ง ไม่มีศพอยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว นักสืบหญิงวัตสัน จอห์นนี่ ฮามาดะลงมาจากรถ

"ตำรวจบอกว่าวิถีกระสุนมาจากตึกฝึ่งตรงข้ามใช่ไหม?" จอห์นนี่ว่า

วัตสันตอบกลับ "ใช่" แล้วจอห์นนี่ก็ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของตึกนั้นทันที

"จอห์นนี่ซัง เรื่องที่ผมพูดไป ช่วยคิดด้วยเถอะครับ"

"ขอโทษนะ ฮามาดะซัง ผมไม่ขอคิด"

จอห์นนี่มาถึงชั้นบนสุดของตึกนั้น ที่ชั้นนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย กระจกหน้าต่างติดฟิล์มกันแสงให้คนนอกมองไม่เห็น แต่จอห์นนี่เห็นที่เกิดเหตุได้สบาย จอห์นนี่โทรศัพท์หานักสืบหญิงวัตสัน

"วัตสัน หน้าต่างติดฟิล์มกันแสง คนตายไม่เห็นมือปืน แต่มือปืนเห็นคนตาย บนตึกไม่มีปลอกกระสุน ไม่มีอะไรเลยซักอย่าง ไม่มีเงินด้วย น่าจะไม่มีความฝันด้วยมั้ง"

"ฝั่งนี้ก็ไม่มีอะไรเลยเหมือนกัน"

"คิดว่าเป็นคดีฆาตกรรมธรรมดาหรือเปล่า?"

"น่าจะ"

"จำที่เชอร์ล็อก โฮล์มส์พูดในนิยายภาค A Study in Scarlet ได้หรือเปล่า?"

ทั้งนักสืบหญิงวัตสันและจอห์นนี่พูดออกมาพร้อมกัน "ยิ่งธรรมดายิ่งไขไม่ได้เพราะไม่มีอะไรใช้เป็นเบาะแสชี้อะไรได้เลย"

จอห์นนี่ว่าต่อ "เขาไม่ได้แปลแบบนี้นะแต่มันก็ใจความเดียวกันแหละ..... เดี๋ยวนะ ต่อให้คดีไขไม่ได้ ตำรวจก็ต้องสืบต่ออยู่ดีจนกว่าจะปิดคดีนี่หว่า เขาขอให้เราช่วยทำไม? คนตายเป็นอดีตสายลับใช่ไหม?"

"ใช่"

"คิดว่าเกี่ยวกันหรือเปล่า?"

"เรื่องนี้ยังไม่ได้คิดไว้เลย"

จอห์นนี่ลงจากตึกไปหานักสืบหญิงวัตสัน

"กระจกติดฟิล์มกันแสง ถ้าจะเปิดหน้าต่างยิงใครซักคนก็แค่ให้สอดปากกระบอกปืนเข้าไปได้ก็พอ คนตายก็ไม่รู้ว่าจะถูกซุ่มยิง ไม่มีปลอกกระสุน แถมตำรวจขอให้นักสืบเอกชนช่วยอีก ไม่สมเหตุสมผล หือ? เดี๋ยวนะ กล้องวงจรปิดล่ะ ตำรวจดูกล้องวงจรปิดหรือเปล่า"

"ดูนะ แต่มือปืนไม่ได้อยู่ในกล้อง"

"ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาแล้ว"

"จอห์นนี่คิดว่าอะไรเป็นไปได้มากที่สุด?"

"นี่คือคดีจารกรรม สายลับทำการจารกรรมกับสายลับอีกฝั่ง สายลับสู้กันเอง ไม่มีอะไรสาวถึงตัวคนร้าย มือปืนไม่โดนกล้องจับได้ ถ้าไม่เก่งเกินอย่างกับเป็นเทพมารเกิดใหม่เป็นมนุษย์ก็ต้องทำงานกันเป็นทีมถึงจะทำได้100%"

"คนร้ายเป็นสายลับเหรอ?"

"ถ้าทำงานกันเป็นทีมล่ะก็ มีโอกาสสูง ทำไมต้องฆ่าสายลับยุคสงครามเย็นที่เกษียณไปแล้วด้วย? ไม่มีแรงจูงใจ พยาน หลักฐาน หาตัวคนร้ายลำบากฉิบ ไอ้ที่แปลกๆก็มีแค่เรื่องไม่มีมือปืนถูกจับภาพได้ในกล้องไหนเลย แต่เอาเข้าจริง ไอ้นี่ก็ปกติอีก จะฆ่าคนทำไมต้องทำให้โดนจับได้ด้วย จะไปหาตัวคนร้ายยังไง?"

"เรามาลองจารกรรมกันไหม?"

"จารกรรม?"

"ถ้าเราทำการจารกรรมแล้วมีการเคลื่อนไหวแสดงว่าคนร้ายเป็นสายลับจริงๆ"

"แล้วทำไมคนตายโดนฆ่า? สายลับสงครามเย็นเกษียณแล้วเนี่ย? แค่มาเที่ยวเฉยๆก็โดนฆ่า เราจะจารกรรมเรื่องอะไรล่ะ? ตำรวจบอกอะไรเกี่ยวกับเหยื่ออีกบ้าง?"

"กินกาแฟที่ร้านที่อยู่ตรงข้ามบริษัทถ่ายหนังเล็กๆบริษัทหนึ่งทุกวัน บางครั้งก็เข้าไปคุยกับคนในบริษัทหนังบริษัทนั้นด้วย"

"นี่ไง จารกรรมเรื่องนี้ไง วัตสัน เริ่มกันเถอะ"

จอห์นนี่กับฮามาดะนั่งรอที่ร้านกาแฟตรงข้ามบริษัทถ่ายหนังนั้น ส่วนวัตสันทำหน้าที่เป็นสายลับไปทำการจารกรรมบริศัทถ่ายหนังนั้น

"จะโดนฟ้องไหมวะเนี่ย?"

"จอห์นนี่ซังจะไม่รับของที่ผมจะให้จริงๆเหรอครับ?"

"ไม่ล่ะ เค้กวันเกิดจะเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำมันก็บูด ไงก็ต้องกินอยู่ดีใช่ไหมล่ะ? ทุกวันเกิดที่ผ่านมาจำได้หรือเปล่าว่ากินเค้กอะไรไปบ้างน่ะ? ผ่านมาตั้ง23ปี เพิ่งจะมีคนบอกว่าหล่อ ทีตอนอยู่อยว.มีแต่คนบอกว่าหน้าเหมือนปลวก มาตอนนี้ จะให้คอยรับข้อเสนอนู่นนี่หรือไล่ตามความฝันไปอีกทำไม?"

"จอห์นนี่ซังอายุมากกว่าผมแค่ปีเดียวเองนะ ผม22 จอห์นนี่ซัง23 จอห์นนี่ซังยังไปได้อีกไกล"

"ดาราญี่ปุ่นชื่อดังพูดแบบนี้ออกมาเนี่ยนะ? แล้วนี่ไม่รับงานแสดงแล้วหรือไง?"

"แต่ว่า ถ้าเราไม่ไล่....

"ความฝันมันมีชีวิตหรือไงล่ะ? มันเดินได้เหรอ? มันมีเมตาบอลึซึ่มอะไรนี่หรือเปล่า? เฮโมโกลบินยังไม่มีเลยมั้ง เดินปุ๊บๆ เฮ้ ความฝัน ผมชอบคุณ เรามาแต่งงานกันเถอะ ความฝันบอก 'โทษที ฉันคิดกับเธอแค่เพื่อน' งี้เหรอ? เอาจริงดิ? ความฝันมันมีวันเกิดหรือไงล่ะ? ผมเกิด10 กันยา 1999 ความฝันเกิด10 กันยา 1999ด้วยไหม? 23ปีที่ผ่านมา มีแต่คนบอกหน้าเหมือนปลวก ตอนนี้มีคนมาบอกว่าหล่อ เรียนเก่งอย่างงู้นอย่างงี้ ตอนสอบตั้งแต่ป.1ยันจบปริญญาตรีเนี่ย ไม่เคยอ่านหนังสือก่อนสอบเลยแม้แต่วิชาเดียว ไม่เคยสอบตก ไม่เคยซ้ำชั้น จบมาได้ก็โคตรจะบุญหัวแล้ว 23ปีที่ผ่านมา ชมก็ไม่ชม ช่วยก็ไม่ช่วย สนใจก็ไม่สนใจ แล้วอยู่ๆก็มาสนใจผมเอาอีตอนนี้ โลกนี้มันเป็นบ้าอะไรกันหมดแล้ว!!!!!?????"

"แล้วจอห์นนี่ซังจะทำงานแค่ช่วยวัตสันซังเฉยๆเหรอครับ?.....จะแค่เป็นคู่หูวัตสันซังจริงๆเหรอครับ?"

"ทำไมล่ะ? ตอนเด็กถามมาได้ว่าฝันอยากเป็นอะไร แต่พอโตมาก็ไม่มีใครทำความฝันให้มันเป็นจริงซักคน ทำไมผมต้องตอบรับทุกคนในวันที่ทุกอย่างมันสายไปแล้วด้วย?"

โทรศัพท์จอห์นนี่มีสายเข้า จอห์นนี่รับสาย

"คนร้ายเป็นสายลับ"

"รู้แล้วเหรอ!?"

"มีกัน10คน ไล่ยิงฉันเลยล่ะ"

"ใช่จริงๆด้วย วัตสัน ออกมาได้หรือเปล่า?"

"ได้"

"ออกมาเลย"

วัตสันวิ่งออกมา และมีชายในชุดดำ10คนวิ่งตามมา

"จอห์นนี่คิดว่าไง?"

"สายลับไม่ลงมือกระโตกกระตาก ขึ้นรถแล้วล่อให้ไปที่ลับตาคนเถอะ"

วัตสัน จอห์นนี่ กับฮามาดะขึ้นรถ วัตสันขับรถไปทุ่งหญ้าร้างแห่งหนึ่ง แล้วทั้งสามคนก็ลงมาจากรถ ชายในชุดดำ10คนขับรถตามมาแล้วลงจากรถ

จอห์นนี่ชักดาบซามูไรของตัวเองออกมาแล้วเดินไปหาชาย10คนนั้นคนเดียว

"เดี๋ยวก่อนสิ จอห์นนี่ซัง"

ชาย9คนจาก10นั้นหยิบปืนออกมาเตรียมยิง แต่จอห์นนี่เอาดาบไปฟัน9คนนั้นให้ล้มลงไปได้ไวกว่า เหลือแค่ชายคนหนึ่งยังยืนอยู่

"ทำไมรีบทำให้เรารู้จังว่าตัวเองคือสายลับ ไม่ใช่คุณสมบัติของสายลับที่ดีเลย"

"พอดีผิดแผน อยากรู้อะไรหน่อยไหม? กูลำบากมาโดยตลอด กูไม่เคยสบายเลย กูต้องใช้สมอง.....

จอห์นนี่โกรธแล้วอัดหมัดใส่ชายคนนั้นรัวๆจนล้มลง จากนั้นจอห์นนี่ก็ใช้ดาบซามูไรฟันขาชายคนนั้นซ้ำ

"อย่ามาพูดว่า มึงลำบากกว่ากู มึงไม่เคยสบาย มุงฉลาดกว่ากูอีกนะ"

 ปี ค.ศ.5000

นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง กับ จอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย ขับรถเที่ยว นักสืบหญิงวัตสันเป็นคนขับรถ

เมื่อขับรถไปตามถนนอยู่นั้น ต้นไม้ก็กลายเป็นตึกระฟ้า กระจกสะท้อนแสงสว่าง ถนนในพื้นที่ป่าที่วัตสันขับรถอยู่ก็กลายเป็นสะพานกลางเมืองใหญ่ เมืองใหญ่นั้นเต็มไปด้วยตึกระฟ้า สะพานจำนวนมาก รถไฟฟ้านับยี่สิบสาย ถนนข้างล่างก็ใหญ่โตมโหราฬ แบ่งได้ 1999 เลน

"เอาไงต่อดีล่ะ จอห์นนี่?"

"ต้องลงจากสะพาน"

นักสืบหญิงวัตสันขับรถลงจากสะพานเข้าสู่ถนน แล้ววัตสันก็ขับรถไปจอดริมถนน จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันลงจากรถ เดินไปตามทางเท้า จนเห็นป้าย LED ป้ายหนึ่งเขียนไว้ว่า 'ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ตุลาคม ค.ศ.5000'

"วัตสัน นี่ไม่ใช่ปี 2023 นี่ปี 5000 เราต้องกลับไปปี 2023"

จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันกลับไปที่รถ นักสืบหญิงวัตสันขับรถกลับไปที่สะพานเดิม แล้วขับไปตามสะพานเรื่อย ๆ

"เดี๋ยวก่อน วัตสัน เรายังไม่รู้นี่ว่าเราข้ามมาปี 5000 ได้ไง"

"จริงด้วย"

"เราอยู่ที่ไหน?"

จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งจอห์นนี่เห็นป้ายเขียนว่า 'ยินดีต้อนรับสู่ ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา'

"ท่าช้างเหรอ"

จอห์นนี่หยิบเข็มทิศออกมา ทิศเหนืออยู่ด้านซ้าย

"วัตสัน เราต้องไปข้างหลัง"

"ได้เลย"

วัตสันกลับรถแล้วขับต่อไปจนกระทั่งลงจากสะพานเข้าสู่ถนน นักสืบหญิงวัตสันขับรถตรงไปตามถนนเรื่อย ๆ ข้างทางมีแต่คอนโดมิเนี่ยม อพาร์ทเมนท์ ตึกระฟ้า แลคฤหาสน์ใหญ่เรียงอัดกันแน่น

"วัตสัน เลี้ยวซ้าย"

วัตสันขับรถไปทางซ้าย 

"เลี้ยวขวา"

วัตสันขับรถไปทางขวา

"เลี้ยวซ้าย"

วัตสันขับรถไปทางซ้าย

"เลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปเรื่อย ๆ"

วัตสันขับรถไปทางขวา แล้วก็ขับตรงไปตามถนน เมื่อนักสืบหญิงวัตสันขับรถไปตามถนนนั้น

"เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปตามทาง"

นักสืบหญิงวัตสันขับรถไปทางซ้ายแล้วขับไปตามถนน จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ มีป้ายบนสะพานเขียนว่า 'ยินต้อนรับสู่ พระนครศรีอยุธยา (เกาะเมือง)'

ที่เกาะเมืองอยุธยา ตึกระฟ้าคฤหาสน์ติดกันแน่นขนัด มีรถไฟฟ้าสี่สาย รถไฟใต้ดินสายหนึ่ง มีฐานปล่อยแลยานอวกาศจำนวนมาก ผู้คนบนโลกไม่ได้เดินทางด้วยพาหนะใดแต่ใช้เครื่องเทเลพอร์ตพกพาขนาดเท่าไฟแช็ก เมื่อกดปุ่มสีแดงบนเครื่องเทเลพอร์ตพกพาแล้วก็ไปยังสถานที่ที่ต้องการโดยไม่ต้องเดินทาง ผู้คนมิได้ใช้เชื้อเพลิงใด ๆ ในการทำอาหาร ใช้เพียงเครื่องรวมแสงกำลังสูงในการให้ความร้อนโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แม้นกลางคืนก็ใช้ไฟประดิษฐ์ทำอาหารแทนได้

คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์ เครื่องพิมพ์ เครื่องปรับอากาศ พัดลม หลอดไฟ เตาทุกชนิด ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า เปิดใช้งานได้ทันที ไม่ต้องชาร์จไฟ จึงไม่ต้องมีสายไฟ ทุกพื้นที่มีอินเตอร์เน็ตฟรีให้เล่น สัญญาณอินเตอร์เน็ตในปี 5000 มีความเร็วมากกว่าสัญญาณอินเตอร์ในปี 2023 5พันล้านเท่า ไม่ต้องใช้สายในการส่งสัญญาณ ดังนั้น ตลอดทางที่ผ่านมา จอห์นนี่และนักสืบหญิงวัตสันจึงไม่เห็นสายไฟ ไม่เห็นสายอินเตอร์เน็ต แลเสาไฟฟ้าแรงสูงใด ๆ เลย

พาหนะส่วนมากเป็นพาหนะทางอากาศ แลไม่ใช้เชื้อเพลิงใด ๆ แต่ใช้สายฟ้าสีม่วง(ความจริงคือพลังงานพลาสม่า)ในการเดินทาง

มีเครื่องควบคุมสรรพสิ่ง ขนาดเท่าไฟแช็ก สามารถใช้การสร้างสิ่งใดก็ได้ จะสร้างไฟ น้ำ แก๊ส น้ำมัน เพชร ทองคำ สิ่งมีชีวิต แม้กระทั่งไดโนเสาร์ ยานอวกาศหรือสิ่งปลูกสร้างก็ได้ โดยใช้เครื่องนี้เพียงเครื่องเดียว

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างกระดาษโดยไม่ต้องใช้เยื่อกระดาษได้ จึงพิมพ์ข้อมูลในตัวเครื่องออกมาในทันที

พืชทุกชนิดสามารถเติบโตจากเมล็ดจนเป็นต้นโตเต็มวัยและพร้อมเก็บเกี่ยวภายในนาทีเดียว โดยอยู่ได้เพียงแค่มีน้ำหยดเดียว

ในปี 5000 ทุกคนมีบัตรพิเศษสามารถอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติโดยไม่ต้องเข้าเครื่องแลไม่ต้องให้ทางราชการอัปเดตข้อมูลใด ๆ แลบัตรนั้นจะใช้เก็บเงินดิจิทัลก็ได้ เก็บแต้มสะสมแทนบัตรสะสมแต้มของห้างในปี 2023 ก็ได้ ใช้เช็คอินเช็คเอาท์เข้าออกโรงแรมก็ได้ จะใช้แทนตั๋วรถไฟก็ได้

ปี 5000 แม่น้ำถูกขุดเป็นแม่น้ำย่อย ๆ อีกกว่าร้อยสาย แลมีอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ จึงไม่มีน้ำท่วม แลเมื่อแล้ง ก็มีเครื่องผลิตน้ำปริมาณมหาศาลโดยใช้อากาศได้

คอมพิวเตอร์แลปัญญาประดิษฐ์ควบคุมทุกอย่าง โดยไม่มีมนุษย์เป็นผู้ควบคุม แต่เมื่อคอมพิวเตอร์แลปัญญาประดิษฐ์เกิดปัญหาก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบสำรองซึ่งมิได้เชื่อมต่อกับระบบหลักนั้นได้ เมื่อล้มเหลวทั้งสองระบบ จะใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการควบคุมเท่านั้น หาใช่ผู้มีอำนาจไม่

นักสืบหญิงวัตสันขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถาบันควอนตัมฟิสิกส์ นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่จึงเข้าไป

เมื่อจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันเข้ามาข้างในสถาบันควอนตัมฟิสิกส์ จอห์นนี่ก็เล่าทุกอย่างให้คนในสถาบันฟัง คนในสถาบันก็ไปเตรียมเครื่องท่องเวลาให้

เมื่อคนในสถาบันเตรียมเครื่องท่องเวลาพร้อม จอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็เข้าไปในเครื่องท่องเวลา คนในสถาบันเปิดใช้เครื่องท่องเวลา แล้วทั้งจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็หายไป

ฝ่ายจอห์นนี่กับนักสืบหญิงวัตสันก็มาอยู่ที่ใต้ถุนของอาคารแห่งหนึ่ง จอห์นนี่ก็บอกให้วัตสันรอไว้ แล้วจอห์นนี่ก็เข้าไปดูรอบ ๆ ก็เห็นปฏิทินปี 2023 ติดอยู่ที่ผนัง จอห์นนี่หันไปด้านซ้ายโทรทัศน์ก็เดินไปเปิดจึงปรากฏเป็นรายการข่าว

"เกิดขึ้นเมื่อ 31 กรกฎาคม 2566 หรือก็คือเมื่อวานนี้....

"วัตสัน เรากลับมาปี 2023 แล้ว"

 (ขอรีเมคเรื่องสั้นตัวเองเป็นรอบที่สองครับ)

เมืองเป้าหมาย เวอร์ชั่นที่สาม

ที่โต๊ะอาหารภายในบ้านของนักสืบหญิงวัตสันนั้น มีจอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง กับผู้ชายอีก3คน ผู้หญิงอีก2คน ทั้ง5คนนั้นเป็นญาติของจอห์นนี่

ชายคนหนึ่งมีเมีย อีกสองคนที่เหลือนั้นนั่งอยู่กับแฟน ทั้ง5คนนั้นก็พูดคุยประสาคนสนิท ในขณะที่ทั้ง5คนที่เป็นคนสนิทคุยกันอย่างคนสนิทกันนั้น จอห์นนี่เกิดรำคาญใจก็ออกไปข้างนอก ฮามาดะ หนุ่มญี่ปุ่นวัย 22 ปี วิ่งมาตามจอห์นนี่

"เดือนนี้เดือนเกิดผม เดือนหน้าก็เดือนเกิดจอห์นนี่ซังแล้วใช่ไหมครับ?"

"บอกไปแล้ว ไม่เอางานวันเกิด ไม่เอาเค้ก 23ปีที่ผ่านมายังไม่มีแฟนเลยซักคน"

"แต่....

"10 กันยา 23รอบที่ผ่านมา เดือนหน้าก็รอบที่24ละ เพื่อนเขาก็ตัดหางปล่อยวัดทิ้งหมดทุกคนแล้ว แล้วก็ไปกลายเป็นตัวเอกการ์ตูนโรแมนติกอยู่กับแฟน ตัดภาพมาตรงนี้นี่ มีอะไรบ้าง ถ้าไม่ได้เป็นคู่หูวัตสันก็คงไม่มีอะไรเลย"

"เอาจริงเหรอครับ?"

"รู้ไหมว่าตอนเห็นคู่รัก รู้สึกยังไง รู้สึกรำคาญใจ 5คนนั้นต่างคนต่างมีคนรัก ไปเที่ยวกันแบบหวาน ๆ ทุกวัน โรแมนติกกันทุกวัน ไปละ"

เมื่อจอห์นนี่พูดเสร็จดังนั้นก็เดินจากฮามาดะไป

จอห์นนี่เดินเล่นไปอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดิน แล้วฮามาดะก็โทรศัพท์มาหาจอห์นนี่

"จอห์นนี่ซังรีบกลับมาที่นี่ด่วนเลยครับ" จอห์นนี่ก็รีบกลับไปที่บ้านของนักสืบหญิงวัตสัน เมื่อจอห์นนี่มาถึงนักสืบหญิงวัตสันก็ออกมาหาจอห์นนี่ นักสืบหญิงวัตสันบอกว่า "อยู่ ๆ 5คนนี้ก็สู้กันเอง แล้วก็เพื่อนของจอห์นนี่ก็มาด้วย พวกนั้นก็มีปัญหาเหมือนกัน"

"มาด้วยเหรอ?" วัตสันก็ตอบจอห์นนี่ไปว่าใช่ จอห์นนี่ก็จะเข้าไปถาม5คนกับพรรคพวกเพื่อนของจอห์นนี่ที่มาใหม่ วัตสันบอกว่า "พวกนั้นหมดสติกันไปหมดแล้ว ยังถามอะไรไม่ได้เลย" จอห์นนี่ก็ถามวัตสันว่า "ก่อนเกิดเรื่อง พวกนั้นทำอะไรกันบ้าง?" วัตสันจึงว่า "เห็นแค่สูบบุหรี่เฉย ๆ เอง"

"บุหรี่เหรอ?"

จอห์นนี่ก็เดินเข้าไปในบ้านของวัตสัน เห็นบุหรี่หลายมวนอยู่กับพื้นกระจัดกระจาย จอห์นนี่เห็นประหลาดก็หยิบบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่งแล้วบี้มวนบุหรี่ มีผลึกสีแดงปะปนกับยาสูบหลุดออกมา ที่บ้านของวัตสันมีห้องทดลองที่วัตสันให้เป็นห้องของจอห์นนี่เองอยู่ด้วย จอห์นนี่เอาผลึกสีแดงจากบุหรี่เข้าไปในห้องทดลองนั้น

เมื่อผ่านไปสามชั่วโมง จอห์นนี่ก็ออกมาแล้วบอกว่า "สีแดง ๆ นี่คือพืชอวกาศ ไม่มีอยู่บนโลก ฝีมือใครไม่รู้แหละ" วัตสันจึงว่า "มนุษย์ต่างดาวสิ"

ชายคนหนึ่งในบรรดาญาติของจอห์นนี่5คนนั้นตื่นขึ้นมาแล้วว่า "แฟนฉันไปมีกิ๊ก" แฟนของชายคนนั้นก็ว่า "มึงเองก็เหมือนกันแหละ" วัตสันเข้ามาบอกจอห์นนี่ว่า "เพื่อนของจอห์นนี่ฟื้นแล้ว" จอห์นนี่ก็ให้วัตสันพาไปหาแล้วถามเพื่อนเหล่านั้นมีอะไร เพื่อนของจอห์นนี่คนหนึ่งก็ตอบมาว่า "ไอ้เวฟมันขโมยเงินฉันไป" เพื่อนของจอห์นนี่อีกคนหนึ่งก็ตื่นขึ้นมาแล้วว่า "พริ้มจับได้ว่าฉันมีกิ๊ก" จากนั้นญาติของจอห์นนี่อีกคนก็ตื่นมาแล้วว่า "เมียกูอมเงินกู"

จอห์นนี่เห็นดังนั้นประหลาดนักก็ถามทุกคนว่า "เดี๋ยวนะ หมายความว่า ถ้าไม่มีพืชอวกาศอยู่ในบุหรี่ ถ้าไม่สูบบุหรี่เข้าไป ก็พร้อมจะแตกหักกันทุกเมื่ออยู่แล้วเหรอ?"

ทุกคนจึงว่า "ใช่"

 นครอวกาศ

นักสืบหญิงวัตสัน สาวอังกฤษ จักษุฟ้า ผมสั้นสีบลอนด์ ผิวขาว และดูเหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นหลุดออกมาอยู่ในโลกความเป็นจริง เข้ามาในห้อง เปิดไฟ แล้วก็มีเงาดำใหญ่ออกมาจากพื้น นักสืบหญิงวัตสันเห็นดังนั้น ก็ออกไป

นักสืบหญิงวัตสันกับ จอห์นนี่ หนุ่มวัย 23 ปี มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย เข้ามาในห้อง เห็นเงาประหลาดนั้น ก็ส่องไฟฉายไปที่เงา เงานั้นก็หาหายไปไม่

ครั้นวันต่อมา นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็เข้ามาในห้องอีก สาวงามผมยาวสีขาวมีหูกระต่ายงอกออกมาจากหัวใส่ชุดคลุมยาวสีดำนั้นนั่งอยู่ จอห์นนี่ก็เอาอาหารวางไว้ที่โต๊ะหน้าสาวงามหูกระต่ายนั้น

"คุณจะกลับเข้าไปในดาร์กโซนเหรอ?"

"ค่ะ"

วัตสันจึงว่า "ไม่เป็นไรหรอก ถ้าคุณอยูที่ห้องของฉัน คุณไม่ต้องซ่อนอยู่ในดาร์กโซนก็ได้"

"งั้นเหรอคะ?"

"ค่ะ ฉันจะสอนวิธีทานอาหารในแบบของมนุษย์โลกให้ ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ คุณทานอาหารที่นอกดาร์กโซนได้"

วัตสันก็สอนวิธีทานอาหารให้สาวงามหูกระต่ายนั้น

ครั้นเที่ยง นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็มาที่ห้องพร้อมด้วยเสื้อผ้าเป็นอันมาก

"หูคุณอ่อนไหวหรือเปล่าคะ?"

"ไม่ค่ะ"

"ดีเลย ฉันอยากให้คุณใส่หมวกน่ะค่ะ จะได้พาคุณไปข้างนอกได้"

แล้ววัตสันก็ให้สาวงามหูกระต่ายนั้นสวมหมวกทรงสูงปิดบังหูกระต่าย เปลี่ยนให้สาวงามหูกระต่ายใส่ชุดปรกติ แล้วจอห์นนี่กับวัตสันก็พาสาวงามหูกระต่ายออกไปข้างนอก

จอห์นนี่กับวัตสันพาสาวงามหูกระต่ายนั้นเข้าไปในเมือง ตลาด ร้านค้า สนามเด็กเล่น สวนสนุก

เมื่อจอห์นนี่กับวัตสันพาสาวงามหูกระต่ายไปที่สวนสนุกนั้น พอวัตสันทำให้สาวงามหูกระต่ายได้รู้จักเครื่องเล่นต่าง ๆ แล้ว สาวงามหูกระต่ายนั้นก็ขอให้วัตสันพาตนไปเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ นั้นอีก เครื่องเล่นละสามครั้งแลรถไฟเหาะอีกสี่ครั้ง

แลเมื่อถึงยามอัสดง นักสืบหญิงวัตสันก็ถ่ายรูปตนแลจอห์นนี่กับสาวงามหูกระต่ายนั้น รูปถ่ายมีดวงอาทิตย์ตกดินเป็นพื้นหลัง

ครั้นแล้ว นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็พาสาวงามหูกระต่ายนั้นไปที่สวนสาธารณะ แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็พาสาวงามหูกระต่ายนั้นไปซื้อฮอตด็อกกับชานมเย็นกิน เมื่อสาวงามหูกระต่ายกำลังกินฮอตด็อกแลชานมเย็นโดยมีดวงอาทิตย์ตกดินเป็นพื้นหลังนั้น นักสืบหญิงวัตสันก็ถ่ายรูปนั้นเก็บเอาไว้

เมื่อกินฮอตด็อกกับชานมเย็นเสร็จ นักสืบหญิงวัตสันก็ให้จอห์นนี่กับสาวงามหูกระต่ายเล่นหมากรุกกันกลางดวงอาทิตย์ตกดิน แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ถ่ายรูปนั้นเก็บเอาไว้

ครั้นถึงกลางคืน นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ก็พาสาวงามหูกระต่ายนั้นกลับไปที่บ้านของนักสืบหญิงวัตสัน แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็สอนวิธีอาบน้ำให้สาวงามหูกระต่าย ส่วนจอห์นนี่นั้นอยู่ในห้องของตนมิได้ออกมา

แลเมื่อสาวงามหูกระต่ายนั้นอยู่ด้วยกันกับนักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ ก็คุ้นชิน ตั้งแต่นั้นมา สาวงามหูกระต่ายก็อยู่ด้วยกันกับทั้งสองคนรักใคร่กลมเกลียวสนิทกัน สาวงามหูกระต่ายนั้นรักนักสืบหญิงวัตสันแลจอห์นนี่เป็นอันมาก แลสาวงามหูกระต่ายนั้นก็นอนกอดนักสืบหญิงวัตสันทุกคืน

ครั้นผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ก็มีข่าวปรากฏว่ามีเมืองอวกาศกำลังจะชนดาวโลก แลมีข้อความจากมนุษย์ต่างดาวว่า ระบบควบคุมวงโคจรของเมืองอวกาศนั้นเสียหาย ทำให้เมืองอวกาศนั้นจะเข้าชนโลก ฝ่ายมนุษย์ต่างดาวนั้นกำลังซ่อมแซมระบบวงโคจรของเมืองอวกาศอยู่ แลขอให้มนุษย์โลกเปลี่ยนวงโคจรของดาวโลกเสีย

ครั้นผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ยามกลางคืน นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่ขับรถออกมาทำธุระข้างนอก

"อ๊ะ ดูนั่นสิ"

นักสืบหญิงวัตสันกับจอห์นนี่มองไปที่เงามืดของอาคารใต้แสงไฟ

"ดาร์กโซนใช่ไหมล่ะ?"

"ใช่แล้วล่ะ ทุกครั้งที่เห็นเงาก็จะคิดถึงหญิงสาวหูกระต่ายที่หวาดกลัวผู้คน แล้วก็หลบซ่อนอยู่ในเงาที่เรียกว่าดาร์กโซน"

"เหมือนกันเลย"

"จอห์นนี่ก็ด้วยเหรอ?"

"อา ทุกครั้งที่เห็นเงา ผมก็นึกถึงเธอ มนุษย์ต่างดาวหูกระต่ายที่ระบบวงโคจรของเมืองอวกาศเสียหาย เลยโดนส่งมาเป็นสายลับนำระเบิดทำลายดาวเคราะห์มาทำลายโลก ก่อนทั้งเมืองอวกาศกับโลกจะชนกัน"

"เพราะเราสองคน เธอเลยเปลี่ยนใจ ให้มนุษย์โลกเปลี่ยนวงโคจรของโลกก่อนจะชนกับเมืองอวกาศ น่าเสียดายที่มนุษย์โลกเปลี่ยนวงโคจรของโลกไม่ได้ แล้วพวกเขาก็ซ่อมระบบวงโคจรของเมืองอวกาศไม่ทัน จนสหประชาชาติทำลายเมืองอวกาศลงไป อยากรู้จัง ตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหนนะ?"

"ตอนนี้ไม่มีเมืองอวกาศรอให้เธอกลับไปอีกแล้ว"

แล้วนักสืบหญิงวัตสันก็ขับรถออกไป


    [ฮิริว]


ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"เดินทัพ"


(ฝั่งสหภาพอินทรี)


"ท่านครับ ทัพของอาณาจักรซากุระเคลื่อนพลแล้วครับ"


"ทัพซากุระรวมกันหรือเปล่า?"


"ไม่ครับ ทัพซากุระแยกกระจายออกจากกันครับ"


"ไปบอกเอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตให้เตรียมตัวรบ"


"รับทราบ"


"ยอร์กทาวน์ล่ะ?"


"เวสทัลรักษาพยาบาลอยู่ครับ"


"ไปบอกเวสทัลว่ายอร์กทาวน์ต้องพร้อมรบใน72ชั่วโมง"


"รับทราบ"


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"โชวโฮวจมไปแล้วครับ"


"ซุยคาคุกับโชวคาคุพร้อมรบหรือเปล่า?"


"ไม่พร้อมครับ"


"มีใครพร้อมรบบ้าง?"


"อาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวครับ"


"ตั้งอาคากิกับคากะเป็นหน่วยรบที่1 ตั้งโซวริวฮิริวเป็นหน่วยรบที่2 เคลื่อนทัพสู่มิดเวย์"


เครื่องบิน10ลำของสหภาพอินทรีบินอยู่บนฟ้า


"พบกำลังรบของอาณาจักรซากุระ"


อาคากิ  สาวหูจิ้งจอก ผมยาวสีน้ำตาลเข้มจัด ตาแดง มีหางจิ้งจอกสีน้ำตาลเก้าหาง เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีดำข้างในสีแดง กระโปรงสั้นสีแดง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ถุงมือดำเว้นว่างนิ้วโป้งไว้คากะ สาวจิ้งจอก ผมสั้นทรงบ๊อบสีขาว ตาสีฟ้า มีหางจิ้งจอกสีขาวเก้าหาง เสื้อชั้นในสีน้ำเงินเข้ม เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีขาวข้างในสีน้ำเงินเข้ม กระโปรงสั้นสีน้ำเงินเข้ม ถุงน่องขาว รองเท้าสีแดง ยืนอยู่บนผิวน้ำของทะเล เสกเครื่องบินขับไล่เพื่อสอยเครื่องบินรบของสหภาพอินทรี


เครื่องบินขับไล่ของฝ่ายอาณาจักรซากุระมีไม่พอสำหรับทั้งบริเวณสนามรบ ลมเปลี่ยนทิศ มีลมหัวด้วน เมฆมาก มีหมอก ทำให้กองบินของอาณาจักรซากุระไม่อาจจัดการได้ทั่วทั้งสนามรบ


จากนั้นอาคากิกับคากะได้เสกเครื่องบินทิ้งระเบิดไปทิ้งระเบิดฐานทัพภาคพื้นดินของฝ่ายสหภาพอินทรี


"ท่านครับ เรดาร์จับหน่วยรบของศัตรูได้ครับ"


"ให้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินไล่อีกฝ่ายออกไป"


"รับทราบ"


เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมดของอาคากิกับคากะถูกเครื่องบินขับไล่ของสหภาพอินทรียิงใส่ ทั้งหมดเสียหายและไม่อาจทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีได้ ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีไม่ถูกระเบิด เครื่องบินรบของสหภาพอินทรีลำหนึ่งกราดยิงใส่อาคากิ เครื่องบินรบลำหนึ่งพุ่งชนอาคากิแล้วเกิดระเบิด อาคากิยังไม่จม


(ฝ่ายสหภาพอินทรี)


"เวสทัลรักษายอร์กทาวน์เสร็จหรือยัง?"


"เสร็จแล้วครับ"


"เอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตพร้อมหรือยัง?"


"พร้อมแล้วครับ"


"ให้เอ็นเตอร์ไพรส์ ฮอร์เน็ต ยอร์กทาวน์ออกไปโจมตีอาณาจักรซากุระ"


"รับทราบ"


เอ็นเตอร์ไพรส์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่เสื้อไร้แขนสีขาว เสื้อคลุมยาวสีดำ กระโปรงสั้นสีดำ ถุงน่องสีดำ ใส่หมวกทหารมีปีกปีกสีดำตัวหมวกสีขาวไว้บนหัว ถือธนูสากล ฮอร์เน็ต สาวผมทวินเทลสีบลอนด์ ตาสีเขียว ใส่ชุดจะว่าชุดคาวบอยก็ไม่ใช่จะว่าชุดว่ายน้ำก็ไม่ใช่อีก กางเกงยีนส์ขาสั้น ชุดคลุมสีดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเงิน ใส่หมวกคาวบอยสีดำ ยอร์กทาวน์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่ชุดเดรสสีดำขาว ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีน้ำเงิน ทั้งหมดวิ่งไปบนพื้นผิวน้ำ เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูขึ้นไปบนฟ้า ลูกธนูแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตกับยอร์กทาวน์ก็เสกเครื่องบินรบออกไป


ฝูงเครื่องบินรบของฮอร์เน็ตพลาดเป้าหมายไป ฝูงเครื่องบินของเอ็นเตอร์ไพรส์ทิ้งตองตอร์ปิโดโดนโซวริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีดำอมม่วง ตาสีฟ้า ใส่แว่นตากลม เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีเขียวอมน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีเขียวอมน้ำเงิน ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเขียวอมน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างซ้ายเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้ แต่โซวริวหลบตอร์ปิโดของเครื่องบินรบของเอ็นเตอร์ไพรส์ได้ เครื่องบินรบของยอร์กทาวน์ทั้งหมดถูกเครื่องบินรบของอาณาจักรซากุระทำลายโดยไม่อาจทำลายหน่วยรบของอาณาจักรซากุระได้เลย ตอร์ปิโดจากเครื่องบินรบของหน่วยรบของสหภาพอินทรีระเบิดไปทั่วทะเลแต่ไม่โดนหน่วยรบของอาณาจักรซากุระเลย หลังจากเห็นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีบินทั่วท้องฟ้า อาคากิ คากะ โซวริว และฮิริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีขาว ไว้ผมแสกกลาง ท้ายผมมัดเป็นหางม้า ตาสีฟ้า เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีน้ำเงิน คาดผ้าคาดหน้าผากสีน้ำเงินมีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศตรงกลาง ถุงเท้าสั้นสีขาว รองเท้ากีฬาสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างขวาเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้  ก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงสีเหลือง ลูกศรเหลืองก็แปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตยอร์กทาวน์ก็เสกฝูงเครื่องบินรบออกไป ฝูงบินทั้งหมดทิ้งระเบิดโจมตีคากะจากนั้นก็ทิ้งระเบิดโจมตีอาคากิต่อ คากะบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลไปทั่วเหมือนแม่น้ำใหญ่ที่แยกออกไปเป็นแม่น้ำเล็กหลายสาย หางหางหนึ่งกับผมของอาคากิติดไฟลุกไหม้ ฝูงบินของยอร์กทาวน์โจมตีโซวริวไปสามครั้ง เกิดระเบิดรุมล้อมโซวริวไว้ทั้งแปดทิศ ไฟไหม้เสื้อคลุมและผมของโซวริว หลังจากนั้นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีก็ทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ฮิริว แต่ฮิริวหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมดเกิดระเบิดไปทั่วทะเล แต่ระเบิดนั้นไม่ใกล้ฮิริวเลย


อาคากิ โซวริว เลือดไหลอาบทั้งร่างกายทุกส่วน ไฟลุกลามไปทั่วร่างกายแล้วจมลงสู่ทะเล


นอติลุส สาวผมสั้นทรงบ๊อบสีฟ้าน้ำเงินสว่าง ตาสีเหลืองปนน้ำตาล ใส่ชุดดำน้ำสีขาวเขียวดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าเงิน ดำน้ำอยู่ใต้พื้นผิวทะเล นอติลุสยิงตอร์ปิโดโจมตีคากะจากใต้พื้นผิวทะเล ทะเลใต้เท้าคากะระเบิด แล้วคากะก็จมลงสู่ทะเล


"โจมตีก่อนชนะก่อน ฝูงบิน ขึ้นบินได้!"


สิ้นสุดเสียงของฮิริว ฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วไพ่ดอกไม้ทั้งหมดก็แปลงร่างเป็นฝูงเครื่องบินรบ เครื่องบินรบทั้งหมดของฮิริวทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตียอร์กทาวน์ ทะเลระเบิดเป็นแนวยาวเป็นเส้นตรงพุ่งไปหายอร์กทาวน์ ระเบิดรุมล้อมยอร์กทาวน์ไว้ทั้งแปดทิศ ผมของยอร์กทาวน์ติดไฟลุกไหม้ ยอร์กทาวน์ก็รีบหนีออกไป


จากนั้นฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ไพ่ดอกไม้ทุกใบแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบแล้วมุ่งไปทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ยอร์กทาวน์อีกครั้ง ยอร์กทาวน์ล้มลงกับชายหาด ยอร์กทาวน์ขยับไม่ได้อีกต่อไป


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงแล้วธนูลำแสงแปลงร่างเป็นเครื่องบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ยอร์กทาวน์แม้ขยับไม่ได้ก็ยังเสกเครื่องบินรบไปได้อยู่ ฮอร์เน็ตส่งฝูงเครื่องบินรบออกไปเป็นคนสุดท้าย เครื่องบินของฝ่ายสหภาพอินทรีทั้งหมดโจมตีโดนฮิริว ระเบิดและตอร์ปิโดโดนฮิริวหมดทุกลูกและระเบิดที่ตัวฮิริวหมดทุกลูก เสื้อคลุมก็ติดไฟลุกไหม้ กระโปรงก็ติดไฟลุกไหม้


"อย่าได้กลัวปืน" ฮิริวพึมพำ


ฮิริวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทั้งที่เสื้อคลุมของเธอยังไฟลุกกระโปรงของเธอก็ยังไฟลุก


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


ที่ฐานทัพของอาณาจักรซากุระ พลเรือเอกยาคุกันเน่เดินมาหาพลเรือเอกยามาโมโตะและพลเรือเอกนากากุโมะ


พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "คุณส่งอาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวไปโจมตีมิดเวย์ใช่ไหม?"


พลเรือเอกยามาโมโตะตอบขึ้นว่า "คำสั่งฉันเองแหละ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็โกรธตบหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะไปหนึ่งที แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดว่า "คุณคิดบ้าอะไรอยู่ กองกำลังก็ไม่พร้อมรบ กองกำลังเราก็มีไม่พอ ทุกหน่วยรบก็แยกออกจากกัน ทุกหน่วยรบกระจายกำลังกันไปหมด ไม่มีหน่วยไหนไปช่วยหน่วยไหนได้ ทุกหน่วยรบช่วยกันไม่ทันเวลา ผิดหลักพิชัยสงครามทั้งหมดเลย คุณส่งสี่คนนั้นไปตายชัดๆ"


มีพลทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกว่า "พบฮิริวที่เขตทะเลบริเวณมิดเวย์ครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "แล้วอาคากิ คากะ โซวริวล่ะ?" พลทหารคนนั้นก็ตอบว่า "จมลงทะเลหมดแล้วครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ลงเรือส่วนตัวของตัวเองไปแล้วรีบเร่งออกเรือไปหาฮิริว


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พบฮิริว ไฟยังลุกติดไหม้เสื้อคลุมและกระโปรงของฮิริวอยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาถังดับเพลิงดับไฟบนเสื้อคลุมและกระโปรงฮิริวนั้นแล้วก็จับแขนฮิริวเอาไว้จะดึงขึ้นมาบนเรือของตน ฮิริวพูดขึ้นไปว่า "ผู้การ..." เมื่อได้เห็นพลเรือเอกยาคุกันเน่


พลเรือเอกยาคุกันเน่บอกฮิริวว่า "รีบขึ้นมาบนเรือก่อน" แต่ฮิริวปัดแขนพลเรือเอกยาคุกันเน่ออก พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็นก็ตกใจตะโกนถามฮิริวไปว่า "ทำไมกันล่ะ?" ฮิริวก็ตอบไปว่า "ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องของเวลา" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบไปว่า "ไม่เกี่ยวกันเลยซักนิด เธอทำทันเวลาแล้วด้วยซ้ำ ที่เธอแพ้เพราะพวกนั้นจะรบจะรบกันต่างหากล่ะ ขึ้นมาก่อนเถอะ ฮิริว" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ฉันคิดอยู่แต่เรื่องการต่อสู้ ทุกคนพูดว่าฉันไม่มีความเป็นผู้หญิงเลย งั้น เอ่อ ผู้การ...ช่วยทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบว่า "ได้สิ ฮิริว ตอนนี้เธอขึ้นเรือมาก่อน" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ผมไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบที่ผู้หญิงทุกคนควรจะเป็น ผมไม่ได้เป็นแบบท่านพี่โซวริว ผมมั่นใจในการต่อสู้ จะรับผู้หญิงแบบนี้เป็นเจ้าสาวไหม?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินที่ฮิริวพูดก็ตกใจถามขึ้นว่า "เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ฮิริว?" ฮิริวก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ทั้งสำรับให้พลเรือเอกยาคุกันเน่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจขึ้นถามขึ้นว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" แล้วฮิริวก็ผลักเรือของพลเรือเอกยาคุกันเน่ออกไปให้ห่าง พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ยิ่งตกใจขึ้นกว่าเดิม ถามฮิริวไปว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" ซ้ำเข้าไปอีก ฮิริวเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมา


ฮิริวล้มลง เลือดไหลไปทั่วร่างกายราวกับรากฝอยของต้นไม้ที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นดิน ฮิริวหอบและหายใจ เปลือกตาของเธอเริ่มหย่อนคล้อน ฮิริวรู้ตัวว่าเธอไม่ไหวแล้ว ฮิริวหลับตาลง แล้วจมลงสู่ทะเล


นั่นคือภาพสุดท้ายของฮิริวที่พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็น


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็กลับฐาน แล้วเดินเข้าไปหาพลเรือเอกยามาโมโตะกับพลเรือเอกนากากุโมะ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดขึ้นว่า "ฮิริวจมแล้ว" แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ของฮิริวฟาดหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะด้วยความโกรธ แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็จับหัวของพลเรือเอกนากากุโมะไปกระแทกกำแพงจนเลือดออกจากนั้นยาคุกันเน่ก็เตะพลเรือเอกยามาโมโตะล้มลงแล้วนั่งคร่อมยามาโมโตะต่อยรัวๆจนยามาโมโตะเลือดออกปาก แล้วยาคุกันเน่ก็เดินออกไป

 [ท้องฟ้าที่ไม่มีมังกรบิน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนฟ้า


วันนี้ท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส แต่แดดไม่จ้า มองออกนอกหน้าต่างที่พักเห็นทะเลสีฟ้าสวยคลื่นซัดสาดที่งาม ชายหาดทรายโล่ง ต้นมะพร้าวขึ้นเป็นทิวแถว ใครเห็นก็ต้องไม่เชื่อแน่ว่าที่นี่คือค่ายทหาร ที่จริงมันก็สวยอยู่หรอก



ผ่านมาหลายวันนับตั้งแต่ที่ฮิริวเธอจมลงทะเลไป แต่ยอมรับเลยว่าผมทำใจไม่ได้เลย ผมทำใจไม่ได้เลยซักนิด ทักครั้งที่ผมมองไปที่ชายหาดริมทะเล ผมจะเห็นฮิริวยืนเตรียมพร้อมทำภารกิจอยู่เสมอ ตอนนี้ไม่แล้ว



"จดหมายครับ โยนจดหมายเป็นเครื่องบินกระดาษแบบนี้ไม่ได้เหรอครับ? ไม่เป็นไรหรอกครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่เอาจดหมายมาให้(ด้วยการโยน) ตอนนี้ไม่มีสาวกระต่ายทอมบอยที่แทนตัวเองด้วยคำว่าผมโยนจดหมายมาให้อีกแล้ว



"ภารกิจเหรอครับ? จะยากแค่ไหนก็พร้อมเสมอครับ" สาวกระต่ายทอมบอยคนนั้นพูดแบบนี้ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ตอนนี้ทุกครั้งที่อยู่ในที่ทำงาน ไม่มีใครคอยรับภารกิจ ไม่มีฮิริวมารับภารกิจ ไม่ได้ยินคำพูดนั้นแล้ว อยากได้ยินอีก อยากได้ยินฮิริวพูดออกมาอีก



"ผลตอบแทนของภารกิจครับ ช่วยตรวจสอบด้วยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่ภารกิจเสร็จสิ้น ตอนนี้ไม่มีภารกิจ ห้องทำงานก็ว่าง ไม่มีทั้งฮิริว ไม่มีทั้งคำพูดนั้น



"รายงานการรบครับ เอาไปประเมินได้เลยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่กลับมาที่ฐานทัพ ตอนนี้ฐานทัพว่างเปล่า ไม่มีฮิริวก็เหมือนไม่มีอะไรเลย



บางครั้งที่เผลอไปเดินชนเธอจนมือไปโดนตัวเธอ ฮิริวจะพูดว่า "ช่วยระวังด้วยครับ ถ้าใกล้กว่านี้ผู้การจะเจ็บเอานะ" หรือไม่ก็ "ผู้การ ขอถามก่อนผมจะชกคุณ ไม่เห็นผมเป็นผู้หญิงใช่ไหม? ไม่ได้คิดเลยใช่ไหม?" ตอนนี้ไม่เดินชนฮิริวแล้ว ก็เพราะว่าไม่มีฮิริว ไม่มีทอมบอยหูกระต่ายคนนั้นคอยพูดแบบนั้นใส่อีกแล้ว ได้แต่เดินอากาศเปล่าๆอยู่



บางครั้งก็เห็นภาพหลอนฮิริวอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงของฮิริวพูดคำพูดที่ฮิริวเคยพูดออกมา พอคุยด้วย เอามือไปจับมือฮิริว เธอก็หายไปกับอากาศ ได้แต่ตะโกนร้องหาฮิริวอยู่ตลอดเวลา มีโฮวโชว สาวผมยาวสีม่วง ตาสีม่วง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ที่มาหาในบางครั้งเท่านั้น คอยบอกอยู่ตลอดว่าฮิริวจมทะเลไปแล้ว ที่คุยอยู่ด้วยคือภาพหลอนที่ไม่มีอยู่จริง




แบบนี้ฐานทัพนี้ก็มีแต่อากาศเท่านั้น




อากาศ?



ใช่ อากาศ



ที่นี่ไม่มีอะไรเลย มันมีแต่อากาศเท่านั้นแหละ ไม่มีฮิริวอีกต่อไปแล้ว



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้า



มังกรในตำนานจีนคอยทำหน้าที่ควบคุมสภาพอากาศ ตอนนี้ สภาพอากาศทั้งหมดคงเกิดขึ้นพร้อมกันในวินาทีเดียวกัน ตอนนี้ ลูกเห็บ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝน พายุ สึนามิ ภัยแล้ง น้ำท่วม คงจะเกิดขึ้นพร้อมกันในที่เดียวกันในวินาทีเดียวกัน เพราะไม่มีเธอแล้วฮิริว ไม่มีมังกรอยู่บนฟ้าอีกต่อไปแล้ว



ไม่มีมังกรบินอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีเธออยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีฮิริวอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างเธอชั่วนิรันดร์



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างฮิริวชั่วนิรันดร์



                      [บันทึกความทรงจำของพลเรือเอกยาคุกันเน่]

 [ฮิริวคืนชีพ มังกรบินกลับสู่ท้องฟ้า]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

 [ฮิริวเมต้า]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



เกิดการระเบิดไปทั่วทุกมหาสมุทร ทะเลทุกทะเลเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งนับร้อย แล้วก็มีหมอกหนาคลุมไปทั่วบริเวณทะเลและมหาสมุทร



กลุ่มอำนาจทุกกลุ่มเลิกทำสงครามกันเองแล้วเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว แล้วส่งหน่วยรบทั้งหมดไปทำการสืบสวนเรื่องราวทั้งหมด



เอ็นเตอร์ไพรส์ออกเดินทางบนพื้นผิวทะเล แล้วหมอกก็กลืนเธอเข้าไป เธอรีบติดต่อคนอื่นๆ แต่เครื่องมือสื่อสารของเธอใช้การไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทันใดนั้นเธอก็เห็นเงามืดหลายร่างในกลุ่มหมอก  "นั่นใครน่ะ!?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถามแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับเธอเลย



แล้วเอ็นเตอร์ไพรส์ก็เห็นเจ้าของร่างเงาชัดเจน นั่นคือ อาร์ค-รอยัล สาวผมสั้นสีดำขลับ ตาสีฟ้า ผมนั้นปิดตาไว้ข้างหนึ่ง ใส่เสื้อแขนยาวสีขาวสีแดงสีน้ำเงินแบบน้ำทะเลมีขอบทอง กระโปรงสั้นสีดำ ใส่ผ้าคลุมยาวสีน้ำทะเลตั้งแต่เอวถึงน่อง ร้องเท้าบูทยาวสีดำ ถุงมือสีขาว ทาคาโอะ สาวผมยาวสีดำมัดผมเป็นหางม้าที่ด้านหลังผูกโบว์สีขาว ตาสีเหลืองปนสีอำพัน ใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสั้นสีขาว ถุงน่องยาวสีดำ รองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรไว้หนึ่งเล่ม และฮิริว 



"มาแล้วเหรอ เอ็นเตอร์ไพรส์? ฉันรออยู่แล้ว เหมือนยังขาดคนอื่นไปอีกนะ ไม่ละ ทุกคนที่ต้องอยู่ที่นี่อยู่กันครบแล้ว" เสียงของอาร์ค-รอยัลดังออกมา



"ทุกคน? มีใครอยู่ที่บ้างน่ะ? เราอยู่ที่ไหน?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถาม



"เมื่อถึงเวลา เพื่อนฉัน เมื่อถึงตอนนั้นอาจมีเพื่อนคนอื่นเข้าร่วมกับเรา" อาร์ค-รอยัลตอบเพียงแค่นั้น



"อาร์ค-รอยัล ตอบด้วย! อาร์ค-รอยัล" คราวนี้อาร์ค-รอยัลไม่ตอบคำพูดนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปกี่ครั้ง ก็ไม่มีใครตอบกลับเธอเลย แล้วทั้งอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริว ก็หายไปกับอากาศราวกับเป็นภาพหลอน อาร์ค-รอยัลหันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์เดินเข้าไปในหมอก แล้วก็เลือนหายไปในกลุ่มหมอก



"อะไรกันแน่เนี่ย! อาร์ค-รอยัล! ภาพหลอนหรือไงนะ?" เอ็นเตอร์ไพรส์พึมพำ



เอ็นเตอร์ไพรส์เดินไปตามทิศทางที่ร่างของอาร์ค-รอยัลหายไป



"ตรวจจับอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นภาพลวงตาหรือเปล่า?"



เสียงของอาร์ค-รอยัลถามขึ้นว่า "ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมดแล้วใช่ไหม?" เสียงทาคาโอะขานกลับ "ตอนนี้ เหมือนจะมีคนมาไม่ถึงนะ" เสียงฮิริวพูดแทรกว่า "สงครามครั้งขมขื่นอะไรขนาดนี้" อาร์ค-รอยัลพูดขึ้นมาว่า "ฉันอยากออกไปจากที่นี่เหมือนกัน แต่เราปฏิบัติการร่วมกันไม่ได้ในตอนนี้ ตอนนี้ การอยู่ด้วยกันควรเป็นอย่างแรก มองโลกในแง่ดีหน่อย ตอนนี้ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็อยู่ที่นี่ด้วย เพราะงี้แหละ ยังไงยังไง ทุกอย่างต้องเป็นไปได้แน่" ทาคาโอะตอบกลับว่า "ถ้าทุกอย่างมันง่ายจริงๆล่ะก็นะ คุณเอ็นเตอร์ไพรส์ กะทันหันไปหน่อยนะ แต่ระบุชื่อคุณที" "ฮะ? ชื่อ?" คำพูดทั้งนี้เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปด้วยความสงสัยทั้งสิ้น ทาคาโอะก็ตอบกลับว่า "ใช่ เปลวไฟที่ทะลุทะลวงตัดผ่านความมืด ทำให้เห็นทางเดินที่มุ่งสู่ข้างหน้า ถ้าให้ฉันพูดล่ะก็นะ" ฮิริวพูดขึ้นมาว่า "เราจะทำงานกับเจ้าพวกนั้นจริงๆเหรอ สัตว์ประหลาด "ไซเรน" พวกนั้นถูกสร้างมาแทนที่พวกเรา" "อะไรนะ!?"คำอุทานจากความตกใจของเอ็นเตอร์ไพรส์ ทาคาโอะตอบกลับว่า "อยู่แล้ว ดูไปก่อนว่าพวกทำกันยังไง" เอ็นเตอร์ไพรส์ตกใจถามไปว่า "คิดอะไรกันอยู่น่ะ!?" แล้วร่างของอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริวก็เลือนหายไป



"ภาพหลอนเหรอ?" นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบที่เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกมา



เครื่องมือติดต่อสื่อสารของเอ็นเตอร์ไพรส์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังออกมา



"เรดาร์พบหน่วยรบไม่ทราบฝ่าย ไปยังพิกัดนี้ด้วย" หลังจากเสียงจากเครื่องมือติดต่อสื่อสารแจ้งพิกัดแล้ว เอ็นเตอร์ไพรส์ก็มุ่งหน้าไปยังพิกัดนั้น เมื่อเอ็นเตอร์ไพรส์ไปถึง ก็พบกับร่างที่คุ้นเคยแต่กลับแตกต่างกันออกไป สาวหูกระต่ายผมยาวสีขาวแบบขี้เถ้า ตาสีฟ้า เธอคือฮิริว แต่เธอกลับไม่ได้มัดผมเป็นหางม้า เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ก็เปลี่ยนไป ราวกับนักรบเถื่อน มีเพียงเสื้อคลุมยาวสีดำและมีรอยไหม้ไฟ เสื้อตัวข้างในเสื้อคลุมก็สั้นและเล็กกว่าตัวเธอมาก กระโปรงสั้นสีขี้เถ้า ถุงน่องสีดำรองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรสองเล่มไว้ที่ขาขวา มีดาบซามูไรอีกเล่มที่ขาซ้าย ผิวหนังของฮิริวออกสีขี้เถ้าผิดไปจากปกติ เป็นฮิริวที่ต่างไปจากฮิริวปกติที่เป็นอยู่ ต่างไปจากที่ฮิริวเป็นอยู่ปกติ



"ฮิริว ไม่สิ มีอะไรไม่ใช่" เอ็นเตอร์ไพรส์ที่เจอฮิริวอีกครั้งพูดขึ้น แต่เอ็นเตอร์ไพรส์เห็นว่านี่ไม่ใช่ฮิริวแบบที่ฮิริวปกติเป็นอยู่ เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่ามีอะไรที่คนคนนี้ไม่ใช่ฮิริว แต่เมื่อคิดครบทุกด้านแล้ว ร่างนั้นคือฮิริวไม่ผิดแน่ แต่เหมือนเป็นฮิริวที่ไม่ใช่ฮิริว เป็นฮิริวตัวจริงแน่นอนแต่ไม่ใช่ฮิริวตัวจริงที่เธอรู้จัก



ฮิริวคนนั้นเพียงแค่พูดชื่อ  "เอ็นเตอร์ไพรส์?" ขึ้นมาสั้นๆ แล้วฮิริวก็หันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์แล้ววิ่งจากไป "เดี๋ยวสิ! ฮิริว!" แต่ฮิริวไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดของเอ็นเตอร์ไพรส์



"ถึงพลเรือเอกยาคุกันเน่ พบฮิริวค่ะ" เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่าในสถานการณ์นี้ต้องติดต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่จึงบอกเรื่องของฮิริวคนนั้นต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่



พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ฟังเอ็นเตอร์ไพรส์บอกว่าเจอฮิริวก็รีบเอาเรือส่วนตัวมุ่งไปหาฮิริว ไปเจอเอ็นเตอร์ไพรส์อยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ให้เอ็นเตอร์ไพรส์พาไปหาฮิริว พอไปทางข้างหน้าได้หน่อยนึง ก็เจอพายุหมุนสีดำมหึมาเหนือผิวทะเล พายุหมุนนั้นมีปืนใหญ่ประหลาดอยู่ข้างใน ปืนใหญ่ทุกกระบอกในพายุหมุนนั้นก็ยิงไปทั่ว น้ำทะเลระเบิดกระจายไปทั่วพื้นผิวมหาสมุทร ฮิริวคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"นายเองเหรอ ผู้การ? คนที่ทำให้เอ็นเตอร์ไพรส์ต้องเจ็บปวด ไม่รู้เลยว่าทำไมเอ็นเตอร์ไพรส์ถึงแคร์นายนัก" ฮิริวคนนั้นพูด พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินฮิริวคนนั้นพูดก็ประหลาดใจถามขึ้นว่า "เอ็นเตอร์ไพรส์เหรอ?" ฮิริวคนนั้นกลับชิงตัดบทพูดว่า "ฮิริวแห่งหน่วยรบที่สอง ตอนนี้ยังเป็นนักรบ รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว" พลเรือเอกยาคุกันก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ พลเรือเอกยาคุกันเน่รู้ว่าฮิริวคนนี้เป็นฮิริวตัวจริงแน่แต่เหมือนมาจากโลกคู่ขนานอื่นยังไงยังงั้น "เดี๋ยวสิ พลเรือเอกทำฉันเจ็บปวดเหรอ? พลเรือเอกรักเธอไม่ใช่เหรอฮิริว?" แต่ฮิริวคนนั้นไม่ตอบกลับคำถามนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ต้องให้เธอช่วยสู้ด้วย" ฮิริวคนนั้นพูดขึ้น "ฮะ!? อะ...ได้" เอ็นเตอร์ไพรส์เต็มไปด้วยคำถามเธอจึงไม่ทันเตรียมพร้อมต่อคำพูดของฮิริว แต่แล้วเธอยิงธนูลำแสงสีเหลืองใส่เข้าไปในพายุ ฮิริวชักดาบที่ข้าข้างซ้ายออกมาจากฝัก แล้วตวัดดาบเพียงครั้งเดียวก็มีลำแสงจันทร์เสี้ยวสีแดงอมดำกระจายไปทั่วพื้นผิวทะเลทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา เกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น แล้วพายุนั้นก็หายไป



"เอาล่ะ ได้เวลาบอกลาแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวสิ เธอจะไปที่ไหนเหรอฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"ถ้าจะตามล่ะก็ อย่า อย่าทำให้ผมเป็นภัยคุกคามต่อนายเหมือนที่ผมเป็นภัยคุกคามต่อพายุหมุนประหลาดเมื่อกี้เลย.... โทษที นายทำให้ความทรงจำที่ฉันไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้วผุดออกมา ผมหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ไม่รู้นะว่าในสถานการณ์ไหน เราอาจจะอยู่ด้วยกันแบบใจสัมผัสใจ ไม่ก็ต่อยกันในฐานะศัตรู" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบกลับไปเพียงแค่นั้น



ฮิริวคนนั้นพูดต่อไปว่า "อ้อ! จริงสิ! ผู้การ ผมยังไม่ได้บอกอะไรบางอย่างที่ผู้การต้องชอบแน่อีกเหรอเนี่ย ผู้การอยู่กับหน่วยรบด้วยกันอยู่ตลอดเวลาแม้จะเลยวินาทีสุดท้ายไปแล้ว ผมจะมอบสิ่งดีๆให้ผู้การ ผู้การรู้ไหมผมจะให้อะไรคุณ"



ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเอื้อมมือไปแผ่นหลังของเธอใต้เสื้อคลุม เดินมาหาพลเรือเอกยาคุกันเน่ ฮิริวเอามือสอดเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อของยาคุกันเน่แล้วเอามือออก



"เอาล่ะ ได้เวลาไปแล้วผู้การ ไม่ต้องห่วง ฉันจะมาหา ที่จริง ผมรู้วิธีติดต่อคุณ ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ขอให้เราได้เจอกันอีก" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้าย แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าก็เลือนหายไปในหมอกหนา แล้วหมอกทั้งหมดบนพื้นผิวทะเลก็หายไปอย่างกะทันหัน



(ฐานทัพอาณาจักรซากุระ)



"น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์ออกมาจากภาวะเอกฐานได้"



"ภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบสนองต่อคำพูดที่น่าสงสัยของพลเรือเอกยามาโมโตะทันที


"ใช่ ภาวะเอกฐาน" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ



"แล้วภาวะเอกฐานคืออะไร?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"พื้นที่ที่ไม่อยู่ในจักรวาลและอวกาศและไม่อยู่ในกาลเวลาใดๆ น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์รอดออกมาจากภาวะเอกฐานได้ นายเจอฮิริวที่นั่นด้วยเหรอ?" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบพร้อมถามพลเรือเอกยาคุกันเน่เรื่องฮิริว



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวไม่เหมือนเดิมใช่ไหม?" พลเรือเอกยามาโมโตะถาม



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวคนนั้นแหละที่สร้างภาวะเอกฐานขึ้น" พลเรือเอกยามาโมโตะพูด



พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจถามขึ้นไปว่า "อะไรนะ?"



พลเรือเอกยามาโมโตะพูดว่า "สหภาพอินทรีส่งข้อมูลมาให้เรา มีสัตว์ประหลาดทะเลชื่อ "ไซเรน" ออกอาละวาดไปทั่วทะเล แต่พวกมันถูกกำจัดในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับภาวะเอกฐาน ฮิริวคนนั้นที่นายเจอ เป็นไปได้มากเลยล่ะว่า เป็นฮิริวจากโลกคู่ขนานอื่น หรือไม่ก็เป็นฮิริวในโลกนี้ โลกของเรานี่แหละแต่เป็นฮิริวที่มาจากอนาคต"

 [โลลิฮิริว]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

 [ฮิริวคืนร่าง]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

[ฮิริวปรับสมรรถภาพ]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ 

 [โลลิฮิริวแยกร่าง]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

   [สัตว์ประหลาดทะเล ไซเรน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



(อาณาจักรซากุระ)



พลเรือเอกยาคุกันเน่ยังคงนึกถึงฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นและคำพูดที่ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งพลเรือเอกคิดถึงเรื่องฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้คำตอบยิ่งมีแต่คำถามยิ่งขึ้น



แล้วโฮวโชวก็เดินเข้ามาในห้องของพลเรือเอกยาคุกันเน่แล้วแจ้งข่าว "ผู้การคะ พลเรือเอกยามาโมโตะเรียกค่ะ" แล้วโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ไปที่ห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ



เมื่อโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกกันเน่ไปถึงห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็รออยู่แล้ว



"เกิดภาวะเอกฐานขึ้นอีกแล้ว ขอให้ทั้งสามคนไปยังพื้นที่เป้าหมาย" นี่คือคำสั่งของพลเรือเอกยามาโมโตะ



พลเรือเอกยาคุกันเน่ โฮวโชว เอ็นเตอร์ไพรส์เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็เห็นพายุหมุนสีดำลูกหนึ่งอยู่บนผิวน้ำลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"มากันอีกแล้วเหรอ?" ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูด "ช่างเถอะ ผู้การ หวังว่าคุณคงไม่เหมือนตัวคุณเองในตอนนั้นนะ"



"ตัวฉันเองในตอนนั้น? หมายความว่ายังไง? ตัวฉันในอนาคตทำทุกคนตายหมดหรือว่าเป็นตัวฉันจากโลกคู่ขนานใบอื่นที่เป็นโลกของเธอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"เริ่มจับทางได้แล้วเหรอ? ยามาโมโตะบอกใช่ไหม? มากำจัดสิ่งที่พวกคุณสร้างมาแทนที่พวกเราเถอะ" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



"สิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นมาแทนที่พวกเธอเหรอ?" พลเรือยาคุกันเน่ถาม



"อ่า เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



ในพายุหมุนสีดำนั้นก็ให้มีหญิงสาวตาสีเหลืองน่ากลัว ผมสีม่วงสว่าง ใส่เสื้อกะลาสีสีขาว กางเกงสีดำ มีอุปกรณ์หน้าตาเหมือนฉลามหัวค้อนแบกอยู่บนหลังและมีปืนใหญ่หลายกระบอกออกมาจากอุปกรณ์นั้น ปรากฏตัวออกมา



"ฮิริว นี่เธออีกแล้วเหรอ?" หญิงประหลาดผมม่วงคนนั้นพูดออกมาทันทีเมื่อได้เห็นฮิริวผมสีขี้เถ้า



ฮิริวผมสีขี้เถ้าตวัดดาบให้ลำแสงสีแดงโจมตีสาวประหลาดผมม่วงนั้นทันที เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูแสงใส่เข้าไปในใจกลางพายุแล้วก็เกิดการระเบิดครัังใหญ่อย่างรุนแรงขึ้นกลางพายุ พายุดำนั้นหายไป หญิงสาวประหลาดผมม่วงนั้นก็หายไปด้วย



"เสร็จงานแล้ว ฉันต้องไปแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวก่อนสิ ฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดขัดจังหวะ



"เดี๋ยวผู้การจะรู้เองโดยไม่จำเป็นต้องได้คำตอบจากฉัน" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้ายแล้วหายไป หลังจากนั้น พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เห็นหญิงสาวประหลาดผมม่วงตาเหลืองอีกคน ใส่ที่คาดผมที่มีรูปร่างเหมือนหูจิ้งจอก พกปืนใหญ่หลายกระบอกและมีหนวดปลาหมึกหลายหนวดรายล้อมตัวเธออยู่วิ่งบนผิวน้ำ



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ตามไป"



"ค่ะ"



พลเรือเอกยาคุกันเน่ตามไปทัน "ตามมาได้ไงเนี่ย!?"หญิงประหลาดคนนั้นพูดขึ้นด้วยความตกใจ "ให้ตายสิ ทำไมเซโร่วถึงให้มีแค่พวกเราแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลานะ" พลเรือยาคุกันเน่ได้ยินที่หญิงประหลาดคนนั้นพูดทั้งหมดก็ถามไปว่า "ที่ว่ามีพวกเธอแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลาหมายความว่ายังไง เซโร่วเป็นใคร?" หญิงประหลาดก็พูดว่า "ฮิริวจมไปที่มิดเวย์ใช่ไหมล่ะ? ถ้ามาคุยกันกับฉัน ฮิริวอาจจะคืนชีพกลับมาก็ได้" พลเรือเอกยาคุกันเน่กับเอ็นเตอร์ไพรส์เร่งตามหญิงประหลาดนั้นไปแต่ก็ไม่ทัน หญิงประหลาดนั้นหนีไปได้



(อาณาจักรซากุระ)



"ไซเรน?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามพลเรือเอกยามาโมโตะ



"ใช่ เราเรียกพวกนั้นว่าไซเรน ว่ากันว่าตัวตนที่แท้จริงของสัตว์ประหลาดทะเลในตำนานทั่วโลกก็คือไซเรน เรามีข้อมูลของไซเรนไม่มาก ที่พวกเธอสู้ด้วยคือเพียริฟายเอ้อร์ เราคาดว่าหน้าที่ของเธอคือการกำจัดภาวะเอกฐาน...."



"ภาวะเอกฐาน? เดี๋ยว จะบอกว่าฮิริวคนนั้นสร้างภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดถามขึ้นขัดจังหวะก่อนพลเรือเอกยามาโมโตะจะพูดจบ



"คาดการณ์ว่าเป็นอย่างงั้น เหมือนฮิริวคนนั้นจะสร้างภาวะเอกฐานขึ้นมาเพื่อกำจัดพวกไซเรน คนที่พวกเธอไล่ตามไม่ทันคือ อ๊อปเซอร์เว่อร์ อ๊อปเซอร์เว่อร์มีหลายคน แต่พวกเธอแต่ละคนจะประจำแค่กาลเวลาใดกาลเวลาหนึ่งเท่านั้น หมายความว่าในแต่ละกาลเวลาจะมีอ๊อปเซอร์เว่อร์แค่คนเดียว เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซโร่วเลย ดูเหมือนจะมีระดับสูงกว่าเพียริฟายเอ้อร์และอ๊อปเซอร์เว่อร์ทั่วไป" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ


 ทุ่งหญ้าสั้นเตี้ยต้นไม้ท้องฟ้าสีฟ้าไร้เมฆ

 เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเราเป็นอมตะนิรันดร์แล้ว

   [ฮิริว]


ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"เดินทัพ"


(ฝั่งสหภาพอินทรี)


"ท่านครับ ทัพของอาณาจักรซากุระเคลื่อนพลแล้วครับ"


"ทัพซากุระรวมกันหรือเปล่า?"


"ไม่ครับ ทัพซากุระแยกกระจายออกจากกันครับ"


"ไปบอกเอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตให้เตรียมตัวรบ"


"รับทราบ"


"ยอร์กทาวน์ล่ะ?"


"เวสทัลรักษาพยาบาลอยู่ครับ"


"ไปบอกเวสทัลว่ายอร์กทาวน์ต้องพร้อมรบใน72ชั่วโมง"


"รับทราบ"


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"โชวโฮวจมไปแล้วครับ"


"ซุยคาคุกับโชวคาคุพร้อมรบหรือเปล่า?"


"ไม่พร้อมครับ"


"มีใครพร้อมรบบ้าง?"


"อาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวครับ"


"ตั้งอาคากิกับคากะเป็นหน่วยรบที่1 ตั้งโซวริวฮิริวเป็นหน่วยรบที่2 เคลื่อนทัพสู่มิดเวย์"


เครื่องบิน10ลำของสหภาพอินทรีบินอยู่บนฟ้า


"พบกำลังรบของอาณาจักรซากุระ"


อาคากิ  สาวหูจิ้งจอก ผมยาวสีน้ำตาลเข้มจัด ตาแดง มีหางจิ้งจอกสีน้ำตาลเก้าหาง เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีดำข้างในสีแดง กระโปรงสั้นสีแดง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ถุงมือดำเว้นว่างนิ้วโป้งไว้คากะ สาวจิ้งจอก ผมสั้นทรงบ๊อบสีขาว ตาสีฟ้า มีหางจิ้งจอกสีขาวเก้าหาง เสื้อชั้นในสีน้ำเงินเข้ม เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีขาวข้างในสีน้ำเงินเข้ม กระโปรงสั้นสีน้ำเงินเข้ม ถุงน่องขาว รองเท้าสีแดง ยืนอยู่บนผิวน้ำของทะเล เสกเครื่องบินขับไล่เพื่อสอยเครื่องบินรบของสหภาพอินทรี


เครื่องบินขับไล่ของฝ่ายอาณาจักรซากุระมีไม่พอสำหรับทั้งบริเวณสนามรบ ลมเปลี่ยนทิศ มีลมหัวด้วน เมฆมาก มีหมอก ทำให้กองบินของอาณาจักรซากุระไม่อาจจัดการได้ทั่วทั้งสนามรบ


จากนั้นอาคากิกับคากะได้เสกเครื่องบินทิ้งระเบิดไปทิ้งระเบิดฐานทัพภาคพื้นดินของฝ่ายสหภาพอินทรี


"ท่านครับ เรดาร์จับหน่วยรบของศัตรูได้ครับ"


"ให้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินไล่อีกฝ่ายออกไป"


"รับทราบ"


เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมดของอาคากิกับคากะถูกเครื่องบินขับไล่ของสหภาพอินทรียิงใส่ ทั้งหมดเสียหายและไม่อาจทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีได้ ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีไม่ถูกระเบิด เครื่องบินรบของสหภาพอินทรีลำหนึ่งกราดยิงใส่อาคากิ เครื่องบินรบลำหนึ่งพุ่งชนอาคากิแล้วเกิดระเบิด อาคากิยังไม่จม


(ฝ่ายสหภาพอินทรี)


"เวสทัลรักษายอร์กทาวน์เสร็จหรือยัง?"


"เสร็จแล้วครับ"


"เอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตพร้อมหรือยัง?"


"พร้อมแล้วครับ"


"ให้เอ็นเตอร์ไพรส์ ฮอร์เน็ต ยอร์กทาวน์ออกไปโจมตีอาณาจักรซากุระ"


"รับทราบ"


เอ็นเตอร์ไพรส์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่เสื้อไร้แขนสีขาว เสื้อคลุมยาวสีดำ กระโปรงสั้นสีดำ ถุงน่องสีดำ ใส่หมวกทหารมีปีกปีกสีดำตัวหมวกสีขาวไว้บนหัว ถือธนูสากล ฮอร์เน็ต สาวผมทวินเทลสีบลอนด์ ตาสีเขียว ใส่ชุดจะว่าชุดคาวบอยก็ไม่ใช่จะว่าชุดว่ายน้ำก็ไม่ใช่อีก กางเกงยีนส์ขาสั้น ชุดคลุมสีดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเงิน ใส่หมวกคาวบอยสีดำ ยอร์กทาวน์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่ชุดเดรสสีดำขาว ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีน้ำเงิน ทั้งหมดวิ่งไปบนพื้นผิวน้ำ เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูขึ้นไปบนฟ้า ลูกธนูแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตกับยอร์กทาวน์ก็เสกเครื่องบินรบออกไป


ฝูงเครื่องบินรบของฮอร์เน็ตพลาดเป้าหมายไป ฝูงเครื่องบินของเอ็นเตอร์ไพรส์ทิ้งตองตอร์ปิโดโดนโซวริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีดำอมม่วง ตาสีฟ้า ใส่แว่นตากลม เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีเขียวอมน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีเขียวอมน้ำเงิน ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเขียวอมน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างซ้ายเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้ แต่โซวริวหลบตอร์ปิโดของเครื่องบินรบของเอ็นเตอร์ไพรส์ได้ เครื่องบินรบของยอร์กทาวน์ทั้งหมดถูกเครื่องบินรบของอาณาจักรซากุระทำลายโดยไม่อาจทำลายหน่วยรบของอาณาจักรซากุระได้เลย ตอร์ปิโดจากเครื่องบินรบของหน่วยรบของสหภาพอินทรีระเบิดไปทั่วทะเลแต่ไม่โดนหน่วยรบของอาณาจักรซากุระเลย หลังจากเห็นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีบินทั่วท้องฟ้า อาคากิ คากะ โซวริว และฮิริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีขาว ไว้ผมแสกกลาง ท้ายผมมัดเป็นหางม้า ตาสีฟ้า เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีน้ำเงิน คาดผ้าคาดหน้าผากสีน้ำเงินมีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศตรงกลาง ถุงเท้าสั้นสีขาว รองเท้ากีฬาสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างขวาเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้  ก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงสีเหลือง ลูกศรเหลืองก็แปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตยอร์กทาวน์ก็เสกฝูงเครื่องบินรบออกไป ฝูงบินทั้งหมดทิ้งระเบิดโจมตีคากะจากนั้นก็ทิ้งระเบิดโจมตีอาคากิต่อ คากะบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลไปทั่วเหมือนแม่น้ำใหญ่ที่แยกออกไปเป็นแม่น้ำเล็กหลายสาย หางหางหนึ่งกับผมของอาคากิติดไฟลุกไหม้ ฝูงบินของยอร์กทาวน์โจมตีโซวริวไปสามครั้ง เกิดระเบิดรุมล้อมโซวริวไว้ทั้งแปดทิศ ไฟไหม้เสื้อคลุมและผมของโซวริว หลังจากนั้นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีก็ทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ฮิริว แต่ฮิริวหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมดเกิดระเบิดไปทั่วทะเล แต่ระเบิดนั้นไม่ใกล้ฮิริวเลย


อาคากิ โซวริว เลือดไหลอาบทั้งร่างกายทุกส่วน ไฟลุกลามไปทั่วร่างกายแล้วจมลงสู่ทะเล


นอติลุส สาวผมสั้นทรงบ๊อบสีฟ้าน้ำเงินสว่าง ตาสีเหลืองปนน้ำตาล ใส่ชุดดำน้ำสีขาวเขียวดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าเงิน ดำน้ำอยู่ใต้พื้นผิวทะเล นอติลุสยิงตอร์ปิโดโจมตีคากะจากใต้พื้นผิวทะเล ทะเลใต้เท้าคากะระเบิด แล้วคากะก็จมลงสู่ทะเล


"โจมตีก่อนชนะก่อน ฝูงบิน ขึ้นบินได้!"


สิ้นสุดเสียงของฮิริว ฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วไพ่ดอกไม้ทั้งหมดก็แปลงร่างเป็นฝูงเครื่องบินรบ เครื่องบินรบทั้งหมดของฮิริวทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตียอร์กทาวน์ ทะเลระเบิดเป็นแนวยาวเป็นเส้นตรงพุ่งไปหายอร์กทาวน์ ระเบิดรุมล้อมยอร์กทาวน์ไว้ทั้งแปดทิศ ผมของยอร์กทาวน์ติดไฟลุกไหม้ ยอร์กทาวน์ก็รีบหนีออกไป


จากนั้นฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ไพ่ดอกไม้ทุกใบแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบแล้วมุ่งไปทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ยอร์กทาวน์อีกครั้ง ยอร์กทาวน์ล้มลงกับชายหาด ยอร์กทาวน์ขยับไม่ได้อีกต่อไป


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงแล้วธนูลำแสงแปลงร่างเป็นเครื่องบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ยอร์กทาวน์แม้ขยับไม่ได้ก็ยังเสกเครื่องบินรบไปได้อยู่ ฮอร์เน็ตส่งฝูงเครื่องบินรบออกไปเป็นคนสุดท้าย เครื่องบินของฝ่ายสหภาพอินทรีทั้งหมดโจมตีโดนฮิริว ระเบิดและตอร์ปิโดโดนฮิริวหมดทุกลูกและระเบิดที่ตัวฮิริวหมดทุกลูก เสื้อคลุมก็ติดไฟลุกไหม้ กระโปรงก็ติดไฟลุกไหม้


"อย่าได้กลัวปืน" ฮิริวพึมพำ


ฮิริวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทั้งที่เสื้อคลุมของเธอยังไฟลุกกระโปรงของเธอก็ยังไฟลุก


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


ที่ฐานทัพของอาณาจักรซากุระ พลเรือเอกยาคุกันเน่เดินมาหาพลเรือเอกยามาโมโตะและพลเรือเอกนากากุโมะ


พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "คุณส่งอาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวไปโจมตีมิดเวย์ใช่ไหม?"


พลเรือเอกยามาโมโตะตอบขึ้นว่า "คำสั่งฉันเองแหละ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็โกรธตบหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะไปหนึ่งที แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดว่า "คุณคิดบ้าอะไรอยู่ กองกำลังก็ไม่พร้อมรบ กองกำลังเราก็มีไม่พอ ทุกหน่วยรบก็แยกออกจากกัน ทุกหน่วยรบกระจายกำลังกันไปหมด ไม่มีหน่วยไหนไปช่วยหน่วยไหนได้ ทุกหน่วยรบช่วยกันไม่ทันเวลา ผิดหลักพิชัยสงครามทั้งหมดเลย คุณส่งสี่คนนั้นไปตายชัดๆ"


มีพลทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกว่า "พบฮิริวที่เขตทะเลบริเวณมิดเวย์ครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "แล้วอาคากิ คากะ โซวริวล่ะ?" พลทหารคนนั้นก็ตอบว่า "จมลงทะเลหมดแล้วครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ลงเรือส่วนตัวของตัวเองไปแล้วรีบเร่งออกเรือไปหาฮิริว


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พบฮิริว ไฟยังลุกติดไหม้เสื้อคลุมและกระโปรงของฮิริวอยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาถังดับเพลิงดับไฟบนเสื้อคลุมและกระโปรงฮิริวนั้นแล้วก็จับแขนฮิริวเอาไว้จะดึงขึ้นมาบนเรือของตน ฮิริวพูดขึ้นไปว่า "ผู้การ..." เมื่อได้เห็นพลเรือเอกยาคุกันเน่


พลเรือเอกยาคุกันเน่บอกฮิริวว่า "รีบขึ้นมาบนเรือก่อน" แต่ฮิริวปัดแขนพลเรือเอกยาคุกันเน่ออก พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็นก็ตกใจตะโกนถามฮิริวไปว่า "ทำไมกันล่ะ?" ฮิริวก็ตอบไปว่า "ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องของเวลา" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบไปว่า "ไม่เกี่ยวกันเลยซักนิด เธอทำทันเวลาแล้วด้วยซ้ำ ที่เธอแพ้เพราะพวกนั้นจะรบจะรบกันต่างหากล่ะ ขึ้นมาก่อนเถอะ ฮิริว" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ฉันคิดอยู่แต่เรื่องการต่อสู้ ทุกคนพูดว่าฉันไม่มีความเป็นผู้หญิงเลย งั้น เอ่อ ผู้การ...ช่วยทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบว่า "ได้สิ ฮิริว ตอนนี้เธอขึ้นเรือมาก่อน" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ผมไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบที่ผู้หญิงทุกคนควรจะเป็น ผมไม่ได้เป็นแบบท่านพี่โซวริว ผมมั่นใจในการต่อสู้ จะรับผู้หญิงแบบนี้เป็นเจ้าสาวไหม?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินที่ฮิริวพูดก็ตกใจถามขึ้นว่า "เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ฮิริว?" ฮิริวก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ทั้งสำรับให้พลเรือเอกยาคุกันเน่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจขึ้นถามขึ้นว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" แล้วฮิริวก็ผลักเรือของพลเรือเอกยาคุกันเน่ออกไปให้ห่าง พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ยิ่งตกใจขึ้นกว่าเดิม ถามฮิริวไปว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" ซ้ำเข้าไปอีก ฮิริวเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมา


ฮิริวล้มลง เลือดไหลไปทั่วร่างกายราวกับรากฝอยของต้นไม้ที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นดิน ฮิริวหอบและหายใจ เปลือกตาของเธอเริ่มหย่อนคล้อน ฮิริวรู้ตัวว่าเธอไม่ไหวแล้ว ฮิริวหลับตาลง แล้วจมลงสู่ทะเล


นั่นคือภาพสุดท้ายของฮิริวที่พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็น


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็กลับฐาน แล้วเดินเข้าไปหาพลเรือเอกยามาโมโตะกับพลเรือเอกนากากุโมะ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดขึ้นว่า "ฮิริวจมแล้ว" แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ของฮิริวฟาดหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะด้วยความโกรธ แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็จับหัวของพลเรือเอกนากากุโมะไปกระแทกกำแพงจนเลือดออกจากนั้นยาคุกันเน่ก็เตะพลเรือเอกยามาโมโตะล้มลงแล้วนั่งคร่อมยามาโมโตะต่อยรัวๆจนยามาโมโตะเลือดออกปาก แล้วยาคุกันเน่ก็เดินออกไป

 [ท้องฟ้าที่ไม่มีมังกรบิน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนฟ้า


วันนี้ท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส แต่แดดไม่จ้า มองออกนอกหน้าต่างที่พักเห็นทะเลสีฟ้าสวยคลื่นซัดสาดที่งาม ชายหาดทรายโล่ง ต้นมะพร้าวขึ้นเป็นทิวแถว ใครเห็นก็ต้องไม่เชื่อแน่ว่าที่นี่คือค่ายทหาร ที่จริงมันก็สวยอยู่หรอก



ผ่านมาหลายวันนับตั้งแต่ที่ฮิริวเธอจมลงทะเลไป แต่ยอมรับเลยว่าผมทำใจไม่ได้เลย ผมทำใจไม่ได้เลยซักนิด ทักครั้งที่ผมมองไปที่ชายหาดริมทะเล ผมจะเห็นฮิริวยืนเตรียมพร้อมทำภารกิจอยู่เสมอ ตอนนี้ไม่แล้ว



"จดหมายครับ โยนจดหมายเป็นเครื่องบินกระดาษแบบนี้ไม่ได้เหรอครับ? ไม่เป็นไรหรอกครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่เอาจดหมายมาให้(ด้วยการโยน) ตอนนี้ไม่มีสาวกระต่ายทอมบอยที่แทนตัวเองด้วยคำว่าผมโยนจดหมายมาให้อีกแล้ว



"ภารกิจเหรอครับ? จะยากแค่ไหนก็พร้อมเสมอครับ" สาวกระต่ายทอมบอยคนนั้นพูดแบบนี้ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ตอนนี้ทุกครั้งที่อยู่ในที่ทำงาน ไม่มีใครคอยรับภารกิจ ไม่มีฮิริวมารับภารกิจ ไม่ได้ยินคำพูดนั้นแล้ว อยากได้ยินอีก อยากได้ยินฮิริวพูดออกมาอีก



"ผลตอบแทนของภารกิจครับ ช่วยตรวจสอบด้วยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่ภารกิจเสร็จสิ้น ตอนนี้ไม่มีภารกิจ ห้องทำงานก็ว่าง ไม่มีทั้งฮิริว ไม่มีทั้งคำพูดนั้น



"รายงานการรบครับ เอาไปประเมินได้เลยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่กลับมาที่ฐานทัพ ตอนนี้ฐานทัพว่างเปล่า ไม่มีฮิริวก็เหมือนไม่มีอะไรเลย



บางครั้งที่เผลอไปเดินชนเธอจนมือไปโดนตัวเธอ ฮิริวจะพูดว่า "ช่วยระวังด้วยครับ ถ้าใกล้กว่านี้ผู้การจะเจ็บเอานะ" หรือไม่ก็ "ผู้การ ขอถามก่อนผมจะชกคุณ ไม่เห็นผมเป็นผู้หญิงใช่ไหม? ไม่ได้คิดเลยใช่ไหม?" ตอนนี้ไม่เดินชนฮิริวแล้ว ก็เพราะว่าไม่มีฮิริว ไม่มีทอมบอยหูกระต่ายคนนั้นคอยพูดแบบนั้นใส่อีกแล้ว ได้แต่เดินอากาศเปล่าๆอยู่



บางครั้งก็เห็นภาพหลอนฮิริวอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงของฮิริวพูดคำพูดที่ฮิริวเคยพูดออกมา พอคุยด้วย เอามือไปจับมือฮิริว เธอก็หายไปกับอากาศ ได้แต่ตะโกนร้องหาฮิริวอยู่ตลอดเวลา มีโฮวโชว สาวผมยาวสีม่วง ตาสีม่วง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ที่มาหาในบางครั้งเท่านั้น คอยบอกอยู่ตลอดว่าฮิริวจมทะเลไปแล้ว ที่คุยอยู่ด้วยคือภาพหลอนที่ไม่มีอยู่จริง




แบบนี้ฐานทัพนี้ก็มีแต่อากาศเท่านั้น




อากาศ?



ใช่ อากาศ



ที่นี่ไม่มีอะไรเลย มันมีแต่อากาศเท่านั้นแหละ ไม่มีฮิริวอีกต่อไปแล้ว



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้า



มังกรในตำนานจีนคอยทำหน้าที่ควบคุมสภาพอากาศ ตอนนี้ สภาพอากาศทั้งหมดคงเกิดขึ้นพร้อมกันในวินาทีเดียวกัน ตอนนี้ ลูกเห็บ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝน พายุ สึนามิ ภัยแล้ง น้ำท่วม คงจะเกิดขึ้นพร้อมกันในที่เดียวกันในวินาทีเดียวกัน เพราะไม่มีเธอแล้วฮิริว ไม่มีมังกรอยู่บนฟ้าอีกต่อไปแล้ว



ไม่มีมังกรบินอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีเธออยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีฮิริวอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างเธอชั่วนิรันดร์



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างฮิริวชั่วนิรันดร์



                      [บันทึกความทรงจำของพลเรือเอกยาคุกันเน่]

 [ฮิริวเมต้า]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



เกิดการระเบิดไปทั่วทุกมหาสมุทร ทะเลทุกทะเลเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งนับร้อย แล้วก็มีหมอกหนาคลุมไปทั่วบริเวณทะเลและมหาสมุทร



กลุ่มอำนาจทุกกลุ่มเลิกทำสงครามกันเองแล้วเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว แล้วส่งหน่วยรบทั้งหมดไปทำการสืบสวนเรื่องราวทั้งหมด



เอ็นเตอร์ไพรส์ออกเดินทางบนพื้นผิวทะเล แล้วหมอกก็กลืนเธอเข้าไป เธอรีบติดต่อคนอื่นๆ แต่เครื่องมือสื่อสารของเธอใช้การไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทันใดนั้นเธอก็เห็นเงามืดหลายร่างในกลุ่มหมอก  "นั่นใครน่ะ!?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถามแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับเธอเลย



แล้วเอ็นเตอร์ไพรส์ก็เห็นเจ้าของร่างเงาชัดเจน นั่นคือ อาร์ค-รอยัล สาวผมสั้นสีดำขลับ ตาสีฟ้า ผมนั้นปิดตาไว้ข้างหนึ่ง ใส่เสื้อแขนยาวสีขาวสีแดงสีน้ำเงินแบบน้ำทะเลมีขอบทอง กระโปรงสั้นสีดำ ใส่ผ้าคลุมยาวสีน้ำทะเลตั้งแต่เอวถึงน่อง ร้องเท้าบูทยาวสีดำ ถุงมือสีขาว ทาคาโอะ สาวผมยาวสีดำมัดผมเป็นหางม้าที่ด้านหลังผูกโบว์สีขาว ตาสีเหลืองปนสีอำพัน ใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสั้นสีขาว ถุงน่องยาวสีดำ รองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรไว้หนึ่งเล่ม และฮิริว 



"มาแล้วเหรอ เอ็นเตอร์ไพรส์? ฉันรออยู่แล้ว เหมือนยังขาดคนอื่นไปอีกนะ ไม่ละ ทุกคนที่ต้องอยู่ที่นี่อยู่กันครบแล้ว" เสียงของอาร์ค-รอยัลดังออกมา



"ทุกคน? มีใครอยู่ที่บ้างน่ะ? เราอยู่ที่ไหน?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถาม



"เมื่อถึงเวลา เพื่อนฉัน เมื่อถึงตอนนั้นอาจมีเพื่อนคนอื่นเข้าร่วมกับเรา" อาร์ค-รอยัลตอบเพียงแค่นั้น



"อาร์ค-รอยัล ตอบด้วย! อาร์ค-รอยัล" คราวนี้อาร์ค-รอยัลไม่ตอบคำพูดนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปกี่ครั้ง ก็ไม่มีใครตอบกลับเธอเลย แล้วทั้งอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริว ก็หายไปกับอากาศราวกับเป็นภาพหลอน อาร์ค-รอยัลหันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์เดินเข้าไปในหมอก แล้วก็เลือนหายไปในกลุ่มหมอก



"อะไรกันแน่เนี่ย! อาร์ค-รอยัล! ภาพหลอนหรือไงนะ?" เอ็นเตอร์ไพรส์พึมพำ



เอ็นเตอร์ไพรส์เดินไปตามทิศทางที่ร่างของอาร์ค-รอยัลหายไป



"ตรวจจับอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นภาพลวงตาหรือเปล่า?"



เสียงของอาร์ค-รอยัลถามขึ้นว่า "ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมดแล้วใช่ไหม?" เสียงทาคาโอะขานกลับ "ตอนนี้ เหมือนจะมีคนมาไม่ถึงนะ" เสียงฮิริวพูดแทรกว่า "สงครามครั้งขมขื่นอะไรขนาดนี้" อาร์ค-รอยัลพูดขึ้นมาว่า "ฉันอยากออกไปจากที่นี่เหมือนกัน แต่เราปฏิบัติการร่วมกันไม่ได้ในตอนนี้ ตอนนี้ การอยู่ด้วยกันควรเป็นอย่างแรก มองโลกในแง่ดีหน่อย ตอนนี้ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็อยู่ที่นี่ด้วย เพราะงี้แหละ ยังไงยังไง ทุกอย่างต้องเป็นไปได้แน่" ทาคาโอะตอบกลับว่า "ถ้าทุกอย่างมันง่ายจริงๆล่ะก็นะ คุณเอ็นเตอร์ไพรส์ กะทันหันไปหน่อยนะ แต่ระบุชื่อคุณที" "ฮะ? ชื่อ?" คำพูดทั้งนี้เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปด้วยความสงสัยทั้งสิ้น ทาคาโอะก็ตอบกลับว่า "ใช่ เปลวไฟที่ทะลุทะลวงตัดผ่านความมืด ทำให้เห็นทางเดินที่มุ่งสู่ข้างหน้า ถ้าให้ฉันพูดล่ะก็นะ" ฮิริวพูดขึ้นมาว่า "เราจะทำงานกับเจ้าพวกนั้นจริงๆเหรอ สัตว์ประหลาด "ไซเรน" พวกนั้นถูกสร้างมาแทนที่พวกเรา" "อะไรนะ!?"คำอุทานจากความตกใจของเอ็นเตอร์ไพรส์ ทาคาโอะตอบกลับว่า "อยู่แล้ว ดูไปก่อนว่าพวกทำกันยังไง" เอ็นเตอร์ไพรส์ตกใจถามไปว่า "คิดอะไรกันอยู่น่ะ!?" แล้วร่างของอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริวก็เลือนหายไป



"ภาพหลอนเหรอ?" นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบที่เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกมา



เครื่องมือติดต่อสื่อสารของเอ็นเตอร์ไพรส์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังออกมา



"เรดาร์พบหน่วยรบไม่ทราบฝ่าย ไปยังพิกัดนี้ด้วย" หลังจากเสียงจากเครื่องมือติดต่อสื่อสารแจ้งพิกัดแล้ว เอ็นเตอร์ไพรส์ก็มุ่งหน้าไปยังพิกัดนั้น เมื่อเอ็นเตอร์ไพรส์ไปถึง ก็พบกับร่างที่คุ้นเคยแต่กลับแตกต่างกันออกไป สาวหูกระต่ายผมยาวสีขาวแบบขี้เถ้า ตาสีฟ้า เธอคือฮิริว แต่เธอกลับไม่ได้มัดผมเป็นหางม้า เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ก็เปลี่ยนไป ราวกับนักรบเถื่อน มีเพียงเสื้อคลุมยาวสีดำและมีรอยไหม้ไฟ เสื้อตัวข้างในเสื้อคลุมก็สั้นและเล็กกว่าตัวเธอมาก กระโปรงสั้นสีขี้เถ้า ถุงน่องสีดำรองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรสองเล่มไว้ที่ขาขวา มีดาบซามูไรอีกเล่มที่ขาซ้าย ผิวหนังของฮิริวออกสีขี้เถ้าผิดไปจากปกติ เป็นฮิริวที่ต่างไปจากฮิริวปกติที่เป็นอยู่ ต่างไปจากที่ฮิริวเป็นอยู่ปกติ



"ฮิริว ไม่สิ มีอะไรไม่ใช่" เอ็นเตอร์ไพรส์ที่เจอฮิริวอีกครั้งพูดขึ้น แต่เอ็นเตอร์ไพรส์เห็นว่านี่ไม่ใช่ฮิริวแบบที่ฮิริวปกติเป็นอยู่ เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่ามีอะไรที่คนคนนี้ไม่ใช่ฮิริว แต่เมื่อคิดครบทุกด้านแล้ว ร่างนั้นคือฮิริวไม่ผิดแน่ แต่เหมือนเป็นฮิริวที่ไม่ใช่ฮิริว เป็นฮิริวตัวจริงแน่นอนแต่ไม่ใช่ฮิริวตัวจริงที่เธอรู้จัก



ฮิริวคนนั้นเพียงแค่พูดชื่อ  "เอ็นเตอร์ไพรส์?" ขึ้นมาสั้นๆ แล้วฮิริวก็หันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์แล้ววิ่งจากไป "เดี๋ยวสิ! ฮิริว!" แต่ฮิริวไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดของเอ็นเตอร์ไพรส์



"ถึงพลเรือเอกยาคุกันเน่ พบฮิริวค่ะ" เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่าในสถานการณ์นี้ต้องติดต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่จึงบอกเรื่องของฮิริวคนนั้นต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่



พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ฟังเอ็นเตอร์ไพรส์บอกว่าเจอฮิริวก็รีบเอาเรือส่วนตัวมุ่งไปหาฮิริว ไปเจอเอ็นเตอร์ไพรส์อยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ให้เอ็นเตอร์ไพรส์พาไปหาฮิริว พอไปทางข้างหน้าได้หน่อยนึง ก็เจอพายุหมุนสีดำมหึมาเหนือผิวทะเล พายุหมุนนั้นมีปืนใหญ่ประหลาดอยู่ข้างใน ปืนใหญ่ทุกกระบอกในพายุหมุนนั้นก็ยิงไปทั่ว น้ำทะเลระเบิดกระจายไปทั่วพื้นผิวมหาสมุทร ฮิริวคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"นายเองเหรอ ผู้การ? คนที่ทำให้เอ็นเตอร์ไพรส์ต้องเจ็บปวด ไม่รู้เลยว่าทำไมเอ็นเตอร์ไพรส์ถึงแคร์นายนัก" ฮิริวคนนั้นพูด พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินฮิริวคนนั้นพูดก็ประหลาดใจถามขึ้นว่า "เอ็นเตอร์ไพรส์เหรอ?" ฮิริวคนนั้นกลับชิงตัดบทพูดว่า "ฮิริวแห่งหน่วยรบที่สอง ตอนนี้ยังเป็นนักรบ รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว" พลเรือเอกยาคุกันก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ พลเรือเอกยาคุกันเน่รู้ว่าฮิริวคนนี้เป็นฮิริวตัวจริงแน่แต่เหมือนมาจากโลกคู่ขนานอื่นยังไงยังงั้น "เดี๋ยวสิ พลเรือเอกทำฉันเจ็บปวดเหรอ? พลเรือเอกรักเธอไม่ใช่เหรอฮิริว?" แต่ฮิริวคนนั้นไม่ตอบกลับคำถามนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ต้องให้เธอช่วยสู้ด้วย" ฮิริวคนนั้นพูดขึ้น "ฮะ!? อะ...ได้" เอ็นเตอร์ไพรส์เต็มไปด้วยคำถามเธอจึงไม่ทันเตรียมพร้อมต่อคำพูดของฮิริว แต่แล้วเธอยิงธนูลำแสงสีเหลืองใส่เข้าไปในพายุ ฮิริวชักดาบที่ข้าข้างซ้ายออกมาจากฝัก แล้วตวัดดาบเพียงครั้งเดียวก็มีลำแสงจันทร์เสี้ยวสีแดงอมดำกระจายไปทั่วพื้นผิวทะเลทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา เกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น แล้วพายุนั้นก็หายไป



"เอาล่ะ ได้เวลาบอกลาแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวสิ เธอจะไปที่ไหนเหรอฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"ถ้าจะตามล่ะก็ อย่า อย่าทำให้ผมเป็นภัยคุกคามต่อนายเหมือนที่ผมเป็นภัยคุกคามต่อพายุหมุนประหลาดเมื่อกี้เลย.... โทษที นายทำให้ความทรงจำที่ฉันไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้วผุดออกมา ผมหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ไม่รู้นะว่าในสถานการณ์ไหน เราอาจจะอยู่ด้วยกันแบบใจสัมผัสใจ ไม่ก็ต่อยกันในฐานะศัตรู" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบกลับไปเพียงแค่นั้น



ฮิริวคนนั้นพูดต่อไปว่า "อ้อ! จริงสิ! ผู้การ ผมยังไม่ได้บอกอะไรบางอย่างที่ผู้การต้องชอบแน่อีกเหรอเนี่ย ผู้การอยู่กับหน่วยรบด้วยกันอยู่ตลอดเวลาแม้จะเลยวินาทีสุดท้ายไปแล้ว ผมจะมอบสิ่งดีๆให้ผู้การ ผู้การรู้ไหมผมจะให้อะไรคุณ"



ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเอื้อมมือไปแผ่นหลังของเธอใต้เสื้อคลุม เดินมาหาพลเรือเอกยาคุกันเน่ ฮิริวเอามือสอดเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อของยาคุกันเน่แล้วเอามือออก



"เอาล่ะ ได้เวลาไปแล้วผู้การ ไม่ต้องห่วง ฉันจะมาหา ที่จริง ผมรู้วิธีติดต่อคุณ ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ขอให้เราได้เจอกันอีก" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้าย แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าก็เลือนหายไปในหมอกหนา แล้วหมอกทั้งหมดบนพื้นผิวทะเลก็หายไปอย่างกะทันหัน



(ฐานทัพอาณาจักรซากุระ)



"น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์ออกมาจากภาวะเอกฐานได้"



"ภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบสนองต่อคำพูดที่น่าสงสัยของพลเรือเอกยามาโมโตะทันที


"ใช่ ภาวะเอกฐาน" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ



"แล้วภาวะเอกฐานคืออะไร?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"พื้นที่ที่ไม่อยู่ในจักรวาลและอวกาศและไม่อยู่ในกาลเวลาใดๆ น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์รอดออกมาจากภาวะเอกฐานได้ นายเจอฮิริวที่นั่นด้วยเหรอ?" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบพร้อมถามพลเรือเอกยาคุกันเน่เรื่องฮิริว



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวไม่เหมือนเดิมใช่ไหม?" พลเรือเอกยามาโมโตะถาม



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวคนนั้นแหละที่สร้างภาวะเอกฐานขึ้น" พลเรือเอกยามาโมโตะพูด



พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจถามขึ้นไปว่า "อะไรนะ?"



พลเรือเอกยามาโมโตะพูดว่า "สหภาพอินทรีส่งข้อมูลมาให้เรา มีสัตว์ประหลาดทะเลชื่อ "ไซเรน" ออกอาละวาดไปทั่วทะเล แต่พวกมันถูกกำจัดในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับภาวะเอกฐาน ฮิริวคนนั้นที่นายเจอ เป็นไปได้มากเลยล่ะว่า เป็นฮิริวจากโลกคู่ขนานอื่น หรือไม่ก็เป็นฮิริวในโลกนี้ โลกของเรานี่แหละแต่เป็นฮิริวที่มาจากอนาคต"


   [สัตว์ประหลาดทะเล ไซเรน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



(อาณาจักรซากุระ)



พลเรือเอกยาคุกันเน่ยังคงนึกถึงฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นและคำพูดที่ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งพลเรือเอกคิดถึงเรื่องฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้คำตอบยิ่งมีแต่คำถามยิ่งขึ้น



แล้วโฮวโชวก็เดินเข้ามาในห้องของพลเรือเอกยาคุกันเน่แล้วแจ้งข่าว "ผู้การคะ พลเรือเอกยามาโมโตะเรียกค่ะ" แล้วโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ไปที่ห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ



เมื่อโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกกันเน่ไปถึงห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็รออยู่แล้ว



"เกิดภาวะเอกฐานขึ้นอีกแล้ว ขอให้ทั้งสามคนไปยังพื้นที่เป้าหมาย" นี่คือคำสั่งของพลเรือเอกยามาโมโตะ



พลเรือเอกยาคุกันเน่ โฮวโชว เอ็นเตอร์ไพรส์เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็เห็นพายุหมุนสีดำลูกหนึ่งอยู่บนผิวน้ำลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"มากันอีกแล้วเหรอ?" ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูด "ช่างเถอะ ผู้การ หวังว่าคุณคงไม่เหมือนตัวคุณเองในตอนนั้นนะ"



"ตัวฉันเองในตอนนั้น? หมายความว่ายังไง? ตัวฉันในอนาคตทำทุกคนตายหมดหรือว่าเป็นตัวฉันจากโลกคู่ขนานใบอื่นที่เป็นโลกของเธอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"เริ่มจับทางได้แล้วเหรอ? ยามาโมโตะบอกใช่ไหม? มากำจัดสิ่งที่พวกคุณสร้างมาแทนที่พวกเราเถอะ" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



"สิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นมาแทนที่พวกเธอเหรอ?" พลเรือยาคุกันเน่ถาม



"อ่า เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



ในพายุหมุนสีดำนั้นก็ให้มีหญิงสาวตาสีเหลืองน่ากลัว ผมสีม่วงสว่าง ใส่เสื้อกะลาสีสีขาว กางเกงสีดำ มีอุปกรณ์หน้าตาเหมือนฉลามหัวค้อนแบกอยู่บนหลังและมีปืนใหญ่หลายกระบอกออกมาจากอุปกรณ์นั้น ปรากฏตัวออกมา



"ฮิริว นี่เธออีกแล้วเหรอ?" หญิงประหลาดผมม่วงคนนั้นพูดออกมาทันทีเมื่อได้เห็นฮิริวผมสีขี้เถ้า



ฮิริวผมสีขี้เถ้าตวัดดาบให้ลำแสงสีแดงโจมตีสาวประหลาดผมม่วงนั้นทันที เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูแสงใส่เข้าไปในใจกลางพายุแล้วก็เกิดการระเบิดครัังใหญ่อย่างรุนแรงขึ้นกลางพายุ พายุดำนั้นหายไป หญิงสาวประหลาดผมม่วงนั้นก็หายไปด้วย



"เสร็จงานแล้ว ฉันต้องไปแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวก่อนสิ ฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดขัดจังหวะ



"เดี๋ยวผู้การจะรู้เองโดยไม่จำเป็นต้องได้คำตอบจากฉัน" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้ายแล้วหายไป หลังจากนั้น พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เห็นหญิงสาวประหลาดผมม่วงตาเหลืองอีกคน ใส่ที่คาดผมที่มีรูปร่างเหมือนหูจิ้งจอก พกปืนใหญ่หลายกระบอกและมีหนวดปลาหมึกหลายหนวดรายล้อมตัวเธออยู่วิ่งบนผิวน้ำ



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ตามไป"



"ค่ะ"



พลเรือเอกยาคุกันเน่ตามไปทัน "ตามมาได้ไงเนี่ย!?"หญิงประหลาดคนนั้นพูดขึ้นด้วยความตกใจ "ให้ตายสิ ทำไมเซโร่วถึงให้มีแค่พวกเราแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลานะ" พลเรือยาคุกันเน่ได้ยินที่หญิงประหลาดคนนั้นพูดทั้งหมดก็ถามไปว่า "ที่ว่ามีพวกเธอแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลาหมายความว่ายังไง เซโร่วเป็นใคร?" หญิงประหลาดก็พูดว่า "ฮิริวจมไปที่มิดเวย์ใช่ไหมล่ะ? ถ้ามาคุยกันกับฉัน ฮิริวอาจจะคืนชีพกลับมาก็ได้" พลเรือเอกยาคุกันเน่กับเอ็นเตอร์ไพรส์เร่งตามหญิงประหลาดนั้นไปแต่ก็ไม่ทัน หญิงประหลาดนั้นหนีไปได้



(อาณาจักรซากุระ)



"ไซเรน?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามพลเรือเอกยามาโมโตะ



"ใช่ เราเรียกพวกนั้นว่าไซเรน ว่ากันว่าตัวตนที่แท้จริงของสัตว์ประหลาดทะเลในตำนานทั่วโลกก็คือไซเรน เรามีข้อมูลของไซเรนไม่มาก ที่พวกเธอสู้ด้วยคือเพียริฟายเอ้อร์ เราคาดว่าหน้าที่ของเธอคือการกำจัดภาวะเอกฐาน...."



"ภาวะเอกฐาน? เดี๋ยว จะบอกว่าฮิริวคนนั้นสร้างภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดถามขึ้นขัดจังหวะก่อนพลเรือเอกยามาโมโตะจะพูดจบ



"คาดการณ์ว่าเป็นอย่างงั้น เหมือนฮิริวคนนั้นจะสร้างภาวะเอกฐานขึ้นมาเพื่อกำจัดพวกไซเรน คนที่พวกเธอไล่ตามไม่ทันคือ อ๊อปเซอร์เว่อร์ อ๊อปเซอร์เว่อร์มีหลายคน แต่พวกเธอแต่ละคนจะประจำแค่กาลเวลาใดกาลเวลาหนึ่งเท่านั้น หมายความว่าในแต่ละกาลเวลาจะมีอ๊อปเซอร์เว่อร์แค่คนเดียว เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซโร่วเลย ดูเหมือนจะมีระดับสูงกว่าเพียริฟายเอ้อร์และอ๊อปเซอร์เว่อร์ทั่วไป" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ



[จบ]