เอเชียรามา: "ราด้อน" นกยักษ์ผู้อาภัพ
เผยแพร่: โดย: ฟ้าธานี
3,395
หนังสัตว์ประหลาดเป็นตระกูลหนังที่มีประวัติศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน มี “สัตว์ยักษ์” ตัวแล้วตัวเล่าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาถล่มกรุงโตเกียวในช่วงกว่าครึ่งศตวรรณที่ผ่านมา สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนหนัง รวมถึงเจ้า “ราด้อน” นกยักษ์ที่มีอายุ 54 ขวบในปีนี้แล้วด้วย
ในจำนวนหนังสัตว์ประหลาดยักษ์แดนอาทิตย์อุทัยชื่อของ “ก็อตซิล่า” อยู่บนจุดสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย ติดตามมาด้วย “กาเมร่า” เต่ายักษ์บินได้ของ “ไดเอะ” , เจ้ามังกรสามหัว “คิงกิโดร่า” หรือจะเป็น “ม็อธร่า” ก็เรียกว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของแวดวงนี้กันทั้งนั้น เทียบกันแล้ว “ราด้อน”
อาจจะเรียกว่าเป็นแค่พระรอง หรือกระทั่งตัวประกอบอดทน แต่ความจริงแล้ว นกยักษ์ผู้อาภัพของเรา มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ยาวนานกว่านั้นมากราด้อน เป็นสัตว์ประหลาดตัวเด่นของหนัง Radon ผลงานของทีมงานที่เคยสร้างสรรค์ ก็อตซิล่า จนโด่งดัง และมีอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว นับเป็นสัตว์ประหลาดรุ่นคลาสิคของ “โตโฮ” อีกตัวหนึ่ง
ADVERTISEMENT
arrow_forward_ios
อ่านเพิ่มเติม
00:00
02:31
Powered by
GliaStudios
หนังที่มีชื่อเต็มยศว่า “ราด้อน สัตว์ประหลาดยักษ์แห่งท้องฟ้า” (Radon, Giant Monster of the Sky) เล่าเรื่องที่มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่คนงานเหมืองในประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ถูกเล่นงานโดยแมลงยักษ์รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดที่มีชื่อว่า “เมกานูลอน” กลายเป็นว่าแมลงเหล่านั้นหลบขึ้นมาเป็นพื้นผิวโลก เพราะหนีจากการตกเป็นเหยื่อของ “ราด้อน” สัตว์ปีกขนาดยักษ์ ที่กบดาลอยู่ในถ้ำของปล่องภูเขาไฟ
เมื่อเหล่า เมกานูลอน เริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ราด้อน จึงบินขึ้นมาบนพื้นผิวโลก และออกล่ามนุษย์เพื่อเป็นอาหาร ทั้งเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลกต่างระส่ำระสาย จนกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น จึงได้ออกปฏิบัติการ ระดมทั้งกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เต็มไปด้วยแสงยานุภาพ หวังโค่นเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้ให้ลงได้
ต้องบอกกันซักหน่อยว่าหนังสัตว์ประหลาดยักษ์ในยุคบุกเบิกนั้น “ซีเรียส” และจริงจังกว่าหนังแนวเดียวกันในยุคนี้มาก สัตว์ประหลาดไม่ได้โผล่หน้าโชว์ตัวกันทุก 5 นาที แต่หนังให้เวลากับการปูเรื่อง อธิบายความอยู่นานพอสมควร ถึงกระนั่น Radon ก็ยังเต็มไปด้วยฉากต่อสู้ และทำลายล้างบ้านเมืองอันยิ่งใหญ่ตระการตา อาคารบ้านเรือนและยานพาหนะจำลองถูกสร้างด้วยความประณีต ขณะที่ฉากการต่อสู้กลางเวหาของนกยักษ์และฝูงบินจากกองทัพอาการคือ จุดขายของหนังเรื่องนี้
และที่ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียวก็คือ ฉากการทำลายล้างเมืองด้วยลมพายุจากปีกของ ราด้อน ที่พัดพาทำลายทุกสิ่งให้ราพณาสูรในชั่วพริบตา ซึ่งก็ต้องอย่าลืมนะครับ ว่าฉากถล่มบ้านเมืองในลักษณะนี้ ทำได้หนเดียวเทคเดียวจบ ถ้าต้องการถ่ายใหม่ก็ต้องสร้างบ้านเรือนจำลองขนาดเล็กชุดใหม่ขึ้นมาด้วยเหมือนกัน ก็ต้องนับถือควาใจเด็ดของทีมงานในยุคนั้นจริง ๆ
ราด้อน นั้นแผลงมาจากคำว่า เทอราโนดอน (Pteranodon) ไดโนเสาร์อีกชนิดหนึ่งนั่นเอง ในขณะที่ชาติตะวันตกจะรู้จักชื่อของมันในนาม “โรดาน” (Rodan) เสียมากกว่า ซึ่งก็มีเหตุผลหลายประการครับ บ้างบอกว่าเป็นความผิดพลาดของการสื่อสารระหว่างเจ้าของหนังและผู้จัดจำหน่ายชาวสหรัฐฯ แต่ก็มีข้อมูลบางกระแสระบุว่าทางตะวันตกไม่อยากจะใช้คำว่า Radon เพราะไม่อยากจะให้สับสนกับชื่อของธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง จึงเลี่ยงไปใช้ชื่ออื่นแทน
ตามข้อมูลในภาพยนตร์ ราด้อน มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับสัตว์โลกล้านปีอย่างเทอราโนดอน แต่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า เมื่อโตเต็มวัยอาจจะมีส่วนสูงถึง 100 เมตร และน้ำหนักถึง 200 ตันเลยก็เป็นได้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรจะสูญพันธ์ไปแล้ว แต่ก็สามารถรอดชีวิตมาได้ ด้วยการจำศีลอยู่ในถ้ำปล่องภูเขาไฟมาเป็นเวลานานนับล้านปี
นั่นคือเรื่องในหนังครับ ส่วนความเป็นจริงนั้น ราด้อน สวมบทบาทโดยนักแสดงชื่อดัง
“นารุโอะ นากาจิม่า” ผู้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตภายใต้ชุดสัตว์ประหลาดที่ทั้งหนัก, ร้อน และอึดอัด ตั้งแต่ก็อตซิล่าภาคแรก จนกลายเป็นตำนานแห่งวงการหนังญี่ปุ่นไปแล้ว
หลังปรากฏตัวในหนังที่มันเป็นพระเอกตัวเด่นสุดของเรื่องเมื่อปี 1956 แล้ว ราด้อน ก็ถูกผนวกเข้ากับจักรวาลของก็อตซิลล่า และกลายสภาพเป็นตัวประกอบอดทนในเวลาต่อมา เป็นทั้งศัตรูคู่ปรับ และสหายร่วมรบ ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาของ ก็อตซิลล่า รวมถึงได้โผล่หน้ามาในหนังเรื่องสุดท้าย (ในขณะนี้) อย่าง Godzilla : Final War
เมื่อ 6 ปีก่อนด้วยด้วยทีมงานระดับ “เกรดเอ” ของ “โตโฮ” ในยุคนั้น ราด้อน กลายเป็นงานที่น่าพึงพอใจอีกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบท หรือเทคนิคพิเศษ ฝีมือของบุคลากรระดับตำนานนั้นเชื่อมือได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ “อิจิโร ฮอนดะ”, นักทำเทคนิคพิเศษระดับตำนาน “เอยิ ซึบูราญ่า” ก็อยู่เบื้องหลังหนังเรื่องนี้ด้วย
ราด้อน เป็นผลงานในยุคทองของ “โตโฮ” บริษัทผลิตภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่แห่งประเทศญี่ปุ่น ในช่วงที่ทั้งความมุ่งมั่น และเทคนิคเรียกว่าสุกงอมจนเต็มที่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณภาพของหนังจะออกมาดีเยี่ยม และเนี๊ยบชนิดหนังรุ่นหลัง ๆ ยังทาบไม่ติด ซึ่งต้องถือว่า โตโฮ ลงทุนและให้ความสำคัญกับหนังเรื่องนี้มาก ในฐานะที่เป็นหนังสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ถ่ายทำกันด้วยระบบสีเป็นเรื่องแรก หลังจากโด่งดังกับ ก็อตซีล่า ในยุคหนังขาวดำมาแล้ว
นอกจากงานสร้างที่ทำกันได้อย่างพิถีพิถัน ทั้งตัวสัตว์ประหลาดยักษ์ และฉากทำลายล้างบ้านเมืองสุดอลังการ (โปรดอย่างเปรียบเทียบกับเทคนิคพิเศษทางคอมพิวเตอร์ในยุคนี้อย่างเด็ดขาดครับ) ที่สำคัญ “ราด้อน” ไม่ได้ย่อหย่อนในเรื่องเนื้อหา และคุณภาพความเป็นหนัง ผู้กำกับ อิจิโร ฮอนดะ ยังคงใส่ประเด็นความขัดแย้งของมนุษย์และธรรมชาติลงไป โดยไม่ได้ชี้นิ้วยัดเยียดบทผู้ร้ายให้กับใคร โดยเฉพาะในฝ่ายของสัตว์ยักษ์ที่นอกจากจะได้รับความเป็นธรรมแล้ว ยังจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากผู้ชมในตอนท้ายของเรื่องด้วย
ความน่านับถือของทั้ง อิจิโร ฮอนดะ และเอยิ ซึบูราญ่า ก็คือทั้งคู่ไม่ได้ใส่ใจเพียงหุ่นตัวประหลาด หรือฉากวินาศสันตะโรแต่เพียงอย่างเดียว คนทำหนังระดับตำนานทั้งสองยังใส่ใจในเนื้อหา และสารที่ต้องการสื่อออกไปด้วย
อดีตทีมงานของ โตโฮ คนหนึ่งกล่าวว่าทั้ง ฮอนดะ และ ซึบูราญ่า เชื่อในแนวคิดที่ว่า “ธรรมชาติเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของโลก ที่มนุษย์ไม่ควรจะต้านทานได้” เนื้อหาด้วยแนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านงานอย่าง Godzilla ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดี รวมถึง Half Human และมาสุกงอมอีกครั้งใน Radon
ในช่วงระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นต้องตกอยู่ภายใต้ภัยพิบัติแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์ซึนามิ ภาพแห่งความเป็นจริงนั้นน่าสะพรึงกลัวกว่าหนังเรื่องใด ๆ ที่เคยสร้างกันมา … แต่ความหมายของมันเป็นสิ่งเดียวกับที่ ฮอนดะ และ ซึบูรายะ พยายามพูดถึงมาตลอด ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าเราจะจินตนาการได้
ในช่วงท้ายจุดไคลแม็กซ์ สัตว์ยักษ์ถูกไล่ต้อนโดยกองกำลังป้องกันตัวเอง ด้วยไม้ตายสุดท้ายของมนุษย์ อย่างการยิงจรวดเข้าไปในถ้ำใต้ดินอันเป็นรังของมัน เพื่อปะทุภูเขาไฟใต้ดินให้ระเบิดออกมา หวังทำลายล้างเผ่าพันธุ์นกยักษ์ให้สิ้นซาก จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมของ ราด้อน ที่ตัดสินใจทิ้งโอกาสที่จะหนีรอด เพื่อจบชีวิตไปพร้อม ๆ กับคู่ของมันที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของมนุษย์ไปแล้ว … หนังจบลงด้วยชัยชนะของมนุษย์พร้อมกับบทสรุปที่ตั้งเป็นคำถามให้กับผู้ชมว่า ระหว่างสัตว์ประหลาดยักษ์ และมนุษย์โลก ใครกันแน่ที่เป็นหายนะของโลกนี้
| เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ""ซ้อ 7"ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ระบบ dtac- เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 ระบบ AIS- กด *468200311 แล้วโทร.ออก ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก |
ยอดนิยม
สำรวจเพิ่มเติม
บทวิเคราะห์การเมือง
นโยบายการเมือง
แอปข่าว
สื่อบันเทิง
สำรวจเพิ่มเติม
ข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด
ข่าวภูมิภาค
กีฬา
การเมือง
ข่าวต่างประเทศ
ศิลปะและบันเทิง
หนังสือพิมพ์ออนไลน์





