𓃹𓈖𓈖 wnn ตอนที่
คนอื่นไม่พูดอะไร คนอื่นไม่ทำอะไร "พอไม่พูดก็พูดว่า'เป็นใบ้ไง'"
[จากไดอารี่ของสาวน้อยเวทมนตร์แห่งความมืด ตอนที่])
𓃹𓈖𓈖 wnn ตอนที่ 9 (ฉบับแก้ไข)
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ พวกคุณคงทำได้ พวกคุณรู้วิธีประสบความสำเร็จไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเขียนก็ไม่ได้ พวกคุณคงทำได้ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมอะไรก็ไม่ได้ พวกคุณคงทำได้ ผมไม่เคยสร้างผลงานใดได้เลย แต่พวกคุณสร้างได้ในครั้งเดียว
ผมเจอดาราญี่ปุ่นเกิดวันเดือนปีเดียวกันกับผมด้วย เช็กมาในวิกิพีเดียญี่ปุ่น ถ้าไม่ผิดพลาด เขาเป็นนักแสดงตั้งแต่เราอยู่ม.2 ไม่เหมือนพวกคุณ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปทำอะไรต่อ แต่พวกคุณคงรู้ พวกคุณรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองรู้ว่าจะไปทำอะไรต่อไหม?
จริงๆผมมีงานที่อยากทำนะ เขียนบทอุลตร้าแมน/ก็อตซิลล่า กำกับ+กำกับเทคนิคพิเศษหนังโทคุซัทสึ แต่ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคงเป็นไม่ได้หรอกมั้ง ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่รู้ด้วยทำยังไงถึงจะเป็นได้ แต่พวกคุณคงทำได้ พวกคุณรู้วิธีทำให้เป็นไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ตัวผมทุกอย่างในชีวิตอยู่กับที่ไม่เคยไปถึงไหน แต่พวกคุณคงถึงที่หมายแล้ว พวกคุณรู้วิธีทำให้ทุกอย่างชีวิตไม่อยู่กับที่ไหม? ผมเสียเวลาเปล่า แต่พวกคุณไม่ได้เสีย พวกคุณรู้วิธีทำให้ผมไม่เสียเวลาเปล่าไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณผมเสียเวลาไปกับการพยายามย้อนเวลา แต่พวกคุณเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองไม่เสียเวลาไปกับการพยายามย้อนเวลาไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเสียเวลาไปกับการสร้างสัตว์ประหลาด แต่พวกคุณเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองไม่เสียเวลาไปกับการสร้างสัตว์ประหลาดไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเสียเวลาไปกับการล้างแค้น แต่พวกคุณเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองไม่เสียเวลาไปกับการล้างแค้นไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผลงานของผมไม่ได้ทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย แต่ผลงานของพวกคุณทำได้ พวกคุณรู้วิธีทำให้ผลงานของตัวเองทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยตัวมันเองไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผลงานของผมมันห่วยแตก ผลงานของพวกคุณเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ผลงานตัวเองไม่ห่วยแตกไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีตัวตน พวกคุณมี พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองมีตัวตนไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีจุดแข็ง พวกคุณมีเพียบ พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองมีจุดแข็งไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมีแต่เพียงจุดอ่อนเพียงเท่านั้น แต่พวกคุณไม่มีจุดอ่อนเลย พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองไม่มีจุดอ่อนไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมีแต่เพียงจุดบอดเพียงเท่านั้น แต่พวกคุณไม่มีจุดบอดเลย พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองไม่มีจุดบอดไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีจุดเด่นอะไรทั้งนั้น พวกคุณเพียบพร้อมไปด้วยจุดเด่น พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองมีจุดเด่นไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีจุดเด่น พวกคุณเป็นจุดเด่น พวกคุณรู้วิธีทำให้ตัวเองเป็นจุดเด่นไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเกลียดความรัก แต่พวกคุณสมหวังในความรัก พวกคุณรู้วิธีทำให้สมหวังในความรักไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยมั่นใจว่าผมทำได้และเก่งด้วยแต่พอได้ทำจริงผมถึงได้รู้ว่าผมทำไม่ได้และไม่เก่งเลย แต่พวกคุณคงจะทำได้ พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมทำไม่ได้ผมเป็นแค่คนโง่และไร้ความสามารถที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปคนหนึ่ง พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมเก่งที่สุด พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมจะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบมากที่สุด พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคิดว่าทุกคนจะพูดถึงผมตั้งแต่ตอนฉันยังมีชีวิตไปจนถึงแม้แต่ตอนที่ผมตายไปเป็นพันๆปีแล้ว พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าวิธีของผมถูกทุกวิธี พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมทำถูกทุกอย่าง พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมถูกทุกอย่าง พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมถูกทุกสิ่ง พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? แต่ผมรู้แล้วว่าผมคิดผิดหมดทุกอย่าง ไม่มีใครเขาสนใจผลงานผม ผมไม่เคยสร้างอะไรใหม่ๆเลย คนอื่นเขาทำกันไปหมดแล้ว ผมไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีอิทธิพลต่อทุกสิ่ง ผมไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีผลกระทบต่อทุกสิ่ง ผมถูกลืมในตอนที่ผมมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคิดไปเองว่าผมพิเศษกว่าคนอื่น พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่ได้มีใครเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนายในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่เหมือนพวกคุณ ผมกลับคิดไปเองว่าผมเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนาย พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่มีใครเป็นคนพิเศษในโลกนี้ ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใคร ไม่เหมือนพวกคุณ ผมได้แต่พิสูจน์กับคนพวกนั้นและกับทุกคนว่าผมถูกทั้งหมด ว่าผมถูกทุกอย่าง พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม? ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคิดไปเองว่าผมฉลาดที่สุดในโลกนี้ ผมคิดไปเองฉันฉลาดกว่าคนอื่น ผมคิดไปเองว่าฉันเป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ผมไม่ได้ฉลาดที่สุดในโลกนี้ ทั้งที่ผมไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนอื่น ผมรู้แล้วว่าวิธีของผมผิดหมดทุกวิธี ผมรู้แล้วว่าผมทำผิดทุกอย่าง ผมรู้แล้วว่าผมผิดทุกอย่าง ผมรู้ว่าผมผิดทุกสิ่ง พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมันไม่ได้เรื่อง ผมมันล้มเหลว ผทมันบ้า ผมมันควาย ผมมันโง่ พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมันอวดฉลาด พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม?
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมันอัตตาสูง พวกคุณคงเปล่า พวกคุณรู้วิธีทำให้ไม่เป็นแบบนี้ไหม?
[จากไดอารี่ของสาวน้อยเวทมนตร์แห่งความมืด ตอนที่9])
𓃹𓈖𓈖 wnn ตอนที่ 9
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ พวกคุณคงทำได้ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเขียนก็ไม่ได้ พวกคุณคงทำได้ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมอะไรก็ไม่ได้ พวกคุณคงทำได้ ผมไม่เคยสร้างผลงานใดได้เลย แต่พวกคุณสร้างได้ในครั้งเดียว
ผมเจอดาราญี่ปุ่นเกิดวันเดือนปีเดียวกันกับผมด้วย เช็กมาในวิกิพีเดียญี่ปุ่น ถ้าไม่ผิดพลาด เขาเป็นนักแสดงตั้งแต่เราอยู่ม.2 ไม่เหมือนพวกคุณ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปทำอะไรต่อ แต่พวกคุณคงรู้
จริงๆผมมีงานที่อยากทำนะ เขียนบทอุลตร้าแมน/ก็อตซิลล่า กำกับ+กำกับเทคนิคพิเศษหนังโทคุซัทสึ แต่ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคงเป็นไม่ได้หรอกมั้ง ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่รู้ด้วยทำยังไงถึงจะเป็นได้ แต่พวกคุณคงทำได้
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่เชื่อในความฝัน แต่พวกคุณเชื่อ
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเกลียดความฝัน แต่พวกคุณไม่ได้เกลียด
ไม่เหมือนพวกคุณ ตัวผมทุกอย่างในชีวิตอยู่กับที่ไม่เคยไปถึงไหน แต่พวกคุณคงถึงที่หมายแล้ว ผมเสียเวลาเปล่า แต่พวกคุณไม่ได้เสีย
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีแฟนแม้แต่คนเดียว,ไม่เคยคบเป็นแฟนกับรักแรกด้วยซ้ำ แต่พวกคุณมี
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่เคยมีผลงาน แต่พวกคุณมีได้ในครั้งเดียว
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีเพื่อนมาhappy birthdayแม้แต่คนเดียว ไม่มีอีกต่อไปแล้ว แต่พวกคุณมี
ไม่เหมือนพวกคุณผมเสียเวลาไปกับการพยายามย้อนเวลา แต่พวกคุณเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเสียเวลาไปกับการสร้างสัตว์ประหลาด แต่พวกคุณเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเสียเวลาไปกับการล้างแค้น แต่พวกคุณเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผลงานของผมไม่ได้ทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย แต่ผลงานของพวกคุณทำได้
ไม่เหมือนพวกคุณ ผลงานของผมมันห่วยแตก ผลงานของพวกคุณเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีคุณสมบัติอะไรทั้งนั้น แต่พวกคุณมีเพียบ
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีคุณสมบัติ พวกคุณมี
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีตัวตน พวกคุณมี
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีไอเดียอะไรทั้งนั้น แต่พวกคุณมีเพียบ
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเกลียดผลงานของผมเอง แต่พวกคุณเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีจุดแข็ง พวกคุณมีเพียบ
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมีแต่เพียงจุดอ่อนเพียงเท่านั้น แต่พวกคุณไม่มีจุดอ่อนเลย
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมีแต่เพียงจุดบอดเพียงเท่านั้น แต่พวกคุณไม่มีจุดบอดเลย
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีจุดเด่นอะไรทั้งนั้น พวกคุณเพียบพร้อมไปด้วยจุดเด่น
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีจุดเด่น พวกคุณเป็นจุดเด่น
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเกลียดความรัก แต่พวกคุณสมหวังในความรัก
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยมั่นใจว่าผมทำได้และเก่งด้วยแต่พอได้ทำจริงผมถึงได้รู้ว่าผมทำไม่ได้และไม่เก่งเลย แต่พวกคุณคงจะทำได้ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีความสามารถเลย แต่พวกคุณมีความสามารถ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่ได้ฉลาด แต่พวกคุณฉลาด ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่ได้เก่งอะไร แต่พวกคุณเก่ง ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีความสามารถเลยแม้แต่0.01% แต่พวกคุณมีความสามารถเต็ม100 ไม่เหมือนพวกคุณ ผมทำไม่ได้ผมเป็นแค่คนโง่และไร้ความสามารถที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปคนหนึ่ง แต่พวกคุณไม่ได้โง่ แต่พวกคุณมีความสามารถ และพวกคุณไม่ใช่คนมีอัตตาเหมือนอย่างผม
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่มีผลงาน แต่พวกคุณมีเพียบ
ไม่เหมือนพวกคุณ ผลงานของผมไม่มีจุดเด่นอะไรเลย แต่ผลงานของพวกคุณเต็มไปด้วยจุดเด่น
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมเก่งที่สุด พวกคุณคงเปล่า ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมจะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบมากที่สุด พวกคุณคงเปล่า ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคิดว่าทุกคนจะพูดถึงผมตั้งแต่ตอนฉันยังมีชีวิตไปจนถึงแม้แต่ตอนที่ผมตายไปเป็นพันๆปีแล้ว พวกคุณคงเปล่า ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าวิธีของผมถูกทุกวิธี พวกคุณคงเปล่า ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมทำถูกทุกอย่าง พวกคุณคงเปล่า ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมถูกทุกอย่าง พวกคุณคงเปล่า ไม่เหมือนพวกคุณ ผมเคยคิดว่าผมถูกทุกสิ่ง พวกคุณคงเปล่า แต่ผมรู้แล้วว่าผมคิดผิดหมดทุกอย่าง ไม่มีใครเขาสนใจผลงานผม ผมไม่เคยสร้างอะไรใหม่ๆเลย คนอื่นเขาทำกันไปหมดแล้ว ผมไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีอิทธิพลต่อทุกสิ่ง ผมไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีผลกระทบต่อทุกสิ่ง ผมถูกลืมในตอนที่ผมมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ ไม่เหมือนพวกคุณ ผมคิดไปเองว่าผมพิเศษกว่าคนอื่น พวกคุณคงเปล่า ไม่ได้มีใครเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนายในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่เหมือนพวกคุณ ผมกลับคิดไปเองว่าผมเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนาย พวกคุณคงเปล่า ไม่มีใครเป็นคนพิเศษในโลกนี้ ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใคร ไม่เหมือนพวกคุณ ผมได้แต่พิสูจน์กับคนพวกนั้นและกับทุกคนว่าผมถูกทั้งหมด ว่าผมถูกทุกอย่าง พวกคุณคงเปล่า ผมคิดไปเองว่าผมฉลาดที่สุดในโลกนี้ ผมคิดไปเองฉันฉลาดกว่าคนอื่น ผมคิดไปเองว่าฉันเป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ผมไม่ได้ฉลาดที่สุดในโลกนี้ ทั้งที่ผมไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนอื่น ผมรู้แล้วว่าวิธีของผมผิดหมดทุกวิธี ผมรู้แล้วว่าผมทำผิดทุกอย่าง ผมรู้แล้วว่าผมผิดทุกอย่าง ผมรู้ว่าผมผิดทุกสิ่ง
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมันไม่ได้เรื่อง ผมมันล้มเหลว ผทมันบ้า ผมมันควาย ผมมันโง่ พวกคุณคงเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมันอวดฉลาด พวกคุณคงเปล่า
ไม่เหมือนพวกคุณ ผมมันอัตตาสูง พวกคุณคงเปล่า
[จากไดอารี่ของสาวน้อยเวทมนตร์แห่งความมืด ตอนที่9])
ภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแมวและความสัมพันธ์ของพวกมันกับมนุษย์นั้นมีมาอย่างยาวนานกว่า 9,500 ปีแมวมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของหลายประเทศ เป็นหัวข้อของตำนาน และเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินและนักเขียน

แม้ว่าประวัติความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับแมวจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่หลุมฝังศพตื้นๆ ที่ค้นพบในปี 1983 ในไซปรัสซึ่งมีอายุย้อนไปถึง 7500 ปีก่อนคริสตกาล ใน ยุค หินใหม่พบโครงกระดูกมนุษย์ที่ถูกฝังอย่างมีพิธีกรรมพร้อมกับเครื่องมือหิน ก้อนเหล็กออกไซด์ และเปลือกหอยจำนวนหนึ่ง ในหลุมฝังศพเล็กๆ ของมันเอง ห่าง จากหลุมฝังศพมนุษย์ 40 ซม. (16 นิ้ว)พบลูกแมวอายุแปดเดือน โดยลำตัวของมันหันไปทางทิศตะวันตกเช่นเดียวกับโครงกระดูกมนุษย์ แมวไม่ใช่สัตว์พื้นเมืองของไซปรัส นี่เป็นหลักฐานว่าแมวกำลังถูกเลี้ยงให้เชื่องในขณะที่มนุษย์กำลังสร้างถิ่นฐานแรกๆ ในส่วนของตะวันออกกลางที่รู้จักกันในชื่อดิน แดน พระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์[ 1 ]
จากการศึกษาล่าสุด สายพันธุ์ของแมวในปัจจุบันสืบย้อนไปถึงราว 4500 ปีก่อนคริสตกาล และมาจากยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แมวสมัยใหม่สืบเชื้อสายมาจากสองสายพันธุ์หลัก[ 2 ]

แมว ซึ่งในอียิปต์โบราณ เรียก ว่าเมามีบทบาทสำคัญในสังคมอียิปต์โบราณ พวกมันมีความเกี่ยวข้องกับเทพีไอซิสและเทพีบาสเตต [ 4 ] แมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และเทพีบาสเตตมักถูกวาดภาพในรูปแมว บางครั้งก็มีลักษณะดุร้ายเหมือนสิงโตตัวเมีย[ 5 ] : 220 การฆ่าแมวเป็นสิ่งต้องห้าม[ 3 ]และเฮโรโดตัส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก รายงานว่า เมื่อแมวในบ้านตาย ครอบครัวจะโกนคิ้วเพื่อแสดงความโศกเศร้า[ 3 ]แมวที่ตายแล้วจะถูกนำไปยังเมืองบูบาสติสซึ่งพวกมันจะถูกดองและฝังในสถานที่ที่กำหนดไว้[ 3 ]
อักษรภาพอียิปต์มีสัญลักษณ์แทนแมว: 𓃠

ในอารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ ซึ่งรวมถึงสุเมเรียนอัคคาดบาบิโลเนียและอัสซีเรียแมวถูกใช้เป็นหลักในการควบคุมศัตรูพืชในบ้านเรือนและในการเกษตร หลักฐานทางโบราณคดีสัตว์แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของแมวบ้านในตะวันออกใกล้ในช่วงปลายสหัสวรรษที่สองก่อนคริสต์ศักราช[ 6 ]ต่างจากในอียิปต์ แมวไม่ได้เป็นวัตถุแห่งการบูชาอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะดูเหมือนว่าพวกมันจะได้รับการยอมรับในบริบทของบ้านเรือนก็ตาม[ 7 ]

ในดินแดนเลแวนต์ โบราณ ซึ่งรวมถึงวัฒนธรรมคานาอัน ฟีนิเชียน และอิสราเอล พบว่าแมวส่วนใหญ่อยู่ในบริบทของบ้านเรือน หลักฐานทางโบราณคดีจากแหล่งตั้งถิ่นฐานในเลแวนต์บ่งชี้ว่ามีแมวอยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บอาหารและการค้า[ 8 ]แมวแทบจะไม่ปรากฏในภาพสัญลักษณ์ทางศาสนาและตำราเทพนิยายที่หลงเหลืออยู่

หลักฐานจากอนาโตเลียบ่งชี้ว่ามีความคุ้นเคยกับแมวบ้านในช่วง ยุค ฮิตไทต์และยุคต่อมา การอ้างอิงถึงแมวมีไม่บ่อยนักในแหล่งข้อมูลที่เป็นข้อความและวัตถุ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้งานแมวมีจำกัดเฉพาะหน้าที่การใช้งานในครัวเรือน เช่น การควบคุมศัตรูพืช[ 9 ]

ในเปอร์เซีย โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ช่วง สมัยอาเคเมนิดแมวมีอยู่ทั่วไปในบ้านเรือน แม้ว่าแมวจะไม่มีบทบาทอย่างเป็นทางการใน พิธีกรรมทางศาสนาของศาสนา โซโรแอสเตอร์ แต่ ก็ได้รับการยอมรับให้อยู่ในบ้านเรือน[ 10 ]ต่อมา วรรณกรรมและศิลปะของเปอร์เซีย รวมถึงต้นฉบับที่มีภาพประกอบของชาห์นาเมห์ก็มีภาพแมวบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีอยู่ของแมวบ้านในบริบททางวัฒนธรรมของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะไม่มีสัตว์ชนิดใดศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอิสลาม แต่แมวก็ได้รับการเคารพนับถือจากชาวมุสลิมนักเขียนชาวตะวันตกบางคนกล่าวว่ามูฮัมหมัดมีแมวตัวโปรดชื่อมูเอซซา [ 11 ] มีรายงานว่าท่านรักแมวมากถึงขนาดที่ว่า "ท่านจะยอมไม่สวมเสื้อคลุมเพื่อไม่ให้รบกวนแมวที่กำลังนอนหลับอยู่บนนั้น" [ 12 ]เรื่องราวนี้ไม่มีต้นกำเนิดมาจากนักเขียนมุสลิมยุคแรก และดูเหมือนจะสับสนกับเรื่องราวของนักบุญซูฟี ในยุคหลังอย่าง อะห์เหม็ด อัร-ริฟาอีซึ่งมีชีวิตอยู่หลายศตวรรษหลังจากมูฮัมหมัด[ 13 ]


แมวบ้านน่าจะถูกนำเข้ามาในกรีซและอิตาลีตอนใต้เป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราชโดยชาวฟินิเชียน [ 14 ] หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงว่าชาวกรีกมีแมวบ้านมาจากเหรียญสองเหรียญจากMagna Graeciaที่มีอายุย้อนไปถึงกลางศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งแสดงภาพ Iokastos และ Phalanthos ผู้ก่อตั้งในตำนานของRhegionและTarasตามลำดับ กำลังเล่นกับแมวเลี้ยงของพวกเขา[ 15 ] : 57–58 [ 16 ]
ดูเหมือนว่าแมวบ้านจะหายากมากในหมู่ชาวกรีกและโรมันโบราณ[ 16 ]เฮโรโดตัสนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกแสดงความประหลาดใจกับแมวบ้านในอียิปต์ เพราะเขาเคยเห็นแต่แมวป่าเท่านั้น[ 16 ]แม้ในช่วงเวลาต่อมาพังพอนก็ยังถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงมากกว่า[ 16 ]และพังพอน ไม่ใช่แมว ถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่เหมาะสำหรับการกำจัดหนู[ 16 ]คำภาษากรีกโบราณที่ใช้เรียก "แมว" โดยทั่วไปคือailourosซึ่งหมายถึง "สิ่งที่มีหางโบกสะบัด" [ 15 ] : 57 [ 16 ]แต่คำนี้ยังสามารถใช้กับ "สัตว์กินเนื้อหางยาวต่างๆ ที่เลี้ยงไว้เพื่อจับหนู" ได้อีกด้วย[ 16 ]แมวแทบจะไม่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมกรีกโบราณ [ 16 ]แต่อริสโตเติลได้กล่าวไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์สัตว์ ของเขา ว่า "แมวตัวเมียมีนิสัยเจ้าชู้ โดยธรรมชาติ " [ 15 ] : 74 [ 16 ]พลูตาร์คนักเขียนชาวกรีกเชื่อมโยงแมวกับความสะอาด โดยสังเกตว่ากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อาจทำให้พวกมันคลั่ง[ 17 ]พลินี เชื่อมโยงพวกมันกับตัณหา[ 18 ]และอีสอป เชื่อมโยงกับความคดโกงและความเจ้าเล่ห์[ 19 ]
ต่อมาชาวกรีกได้ผสมผสาน เทพี อาร์เทมิสของตนเอง เข้ากับเทพี บาสเตตของอียิปต์โดยนำความเกี่ยวข้องของบาสเตตกับแมวมาใช้กับอาร์เทมิส[ 15 ] : 77–79 ในMetamorphosesของโอวิดเมื่อเหล่าเทพหนีไปยังอียิปต์และแปลงร่างเป็นสัตว์ เทพีไดอานา (เทียบเท่าอาร์เทมิสของโรมัน) ก็กลายร่างเป็นแมว[ 15 ] : 79ในที่สุดแมวก็เข้ามาแทนที่เฟอร์เร็ตในฐานะสัตว์กำจัดศัตรูพืชที่ได้รับความนิยม เพราะพวกมันน่าอยู่รอบบ้านมากกว่าและเป็นนักล่าหนูที่กระตือรือร้นกว่า[ 20 ]
ในเทพปกรณัมของชาวนอร์ส เทพธิดาเฟรยาเกี่ยวข้องกับแมว ชาวนาแสวงหาการปกป้องพืชผลของพวกเขาโดยการวางกระทะนมไว้ในทุ่งนาเพื่อเพื่อนแมวตัวพิเศษของเฟรยา ซึ่งก็คือแมวสีเทาสองตัวที่ต่อสู้กับเธอและลากรถม้าของเธอ[ 21 ]
ในเทพปกรณัมเซลติกแมวซิธคือแมวภูต ซิธหรือซิดเฮ (ทั้งสองคำออกเสียงว่า ชี) ซึ่งหมายถึงภูต
ในช่วงยุคกลาง ความสัมพันธ์ หลายอย่างของอาร์เทมิสกับแมวถูกนำมาเชื่อมโยงกับพระแม่มารี[ 20 ] แมวมักปรากฏในภาพไอคอนของการประกาศข่าวดีและครอบครัวศักดิ์สิทธิ์[ 20 ]และตามตำนานพื้นบ้านของอิตาลีในคืนเดียวกันกับที่พระแม่มารีให้กำเนิดพระเยซูแมวตัวหนึ่งในเบธเลเฮมได้ให้กำเนิดลูกแมว[ 20 ]
ในศาสนาคริสต์นักบุญอุปถัมภ์ของแมวคือนักบุญเกอร์ทรูดแห่งนิเวลส์
ชาวไวกิ้งใช้แมวในการจับหนูและเป็นเพื่อนคู่ใจ[ ต้องการแหล่งอ้างอิง ]
บทกวีไอริชโบราณเกี่ยวกับนักเขียน (พระภิกษุ) และแมวของเขาชื่อปังกูร์ บานถูกค้นพบในต้นฉบับสมัยศตวรรษที่ 9ปังกูร์ บาน หรือ 'ปังกูร์ขาว' คือชื่อของแมว โดยคำว่า ปังกูร์ หมายถึง 'คนฟอกผ้า' ในบทกวีแปดบท แต่ละบทมีสี่บรรทัด นักเขียนได้เปรียบเทียบการล่าสัตว์อย่างมีความสุขของแมวกับการแสวงหาความรู้ของตนเอง
ฉันกับแพงเกอร์ แบนแมวของฉันเราทำภารกิจคล้ายกัน:
มันชอบล่าหนู ส่วน
ฉันนั่งล่าคำพูดทั้งคืน
กษัตริย์แห่งเวลส์ในยุคกลาง นามว่าฮีเวล ดา (ผู้ดี) ได้ออกกฎหมายห้ามฆ่าหรือทำร้ายแมว[ 22 ]
โดยทั่วไปแล้ว แมวสีดำถือเป็นลางร้ายในยุโรปตะวันตก (และด้วยเหตุนี้ ความเชื่อโชคลางนี้จึงพบได้ในส่วนอื่นๆ ของโลกตะวันตก ) และถือเป็นลางดีในสหราชอาณาจักร[ 19 ]ในประเทศหลังนี้ แมวสีดำที่เข้ามาในบ้านหรือเรือถือเป็นลางดี และภรรยาของกะลาสีเรือควรมีแมวสีดำเพื่อความปลอดภัยของสามีในทะเล[ 19 ] [ 23 ]ในที่อื่นๆ ถือว่าโชคร้ายหากแมวสีดำเดินตัดหน้า แมวสีดำมีความเกี่ยวข้องกับความตายและความมืด[ 4 ] ในทางกลับกัน แมวสีขาว ซึ่งมีสีเหมือนผี ถือว่าโชคร้ายในสหราชอาณาจักร ในขณะที่แมวลายกระดองเต่าถือว่าโชคดี[ 19 ]เป็นความเชื่อทั่วไปว่าแมวมีเก้าชีวิต[ 19 ]เป็นการยกย่องความทนทานที่รับรู้ได้ การขาดสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดที่เห็นได้ชัดในบางครั้ง และความสามารถที่ดูเหมือนจะรอดชีวิตจากการตกที่อาจถึงแก่ชีวิตสำหรับสัตว์อื่นๆ
นิทานพื้นบ้านในประเทศต่ำที่สืบย้อนไปถึงปี ค.ศ. 1607 เล่าว่าแมวจะทำให้ทารกแรกเกิดหายใจไม่ออกโดยการเอาจมูกไปจ่อที่ปากของเด็กและดูดลมหายใจออกจากทารก[ 19 ]
ในเมืองอีเปอร์ส ยุคกลาง แมวถูกนำมาใช้ในช่วงฤดูหนาวเพื่อควบคุมสัตว์รบกวนที่รบกวนขนแกะที่เก็บไว้ในชั้นบนของหอผ้าเมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่อากาศอบอุ่นขึ้น หลังจากขายขนแกะหมดแล้ว แมวเหล่านั้นจะถูกโยนลงมาจาก หอ ระฆังไปยังจัตุรัสกลางเมืองด้านล่าง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของ "การกำจัดนักวิชาการชั่วร้าย" ในงาน Kattenstoet ('ขบวนพาเหรดแมว') ในปัจจุบัน ประเพณีนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นการโยนแมวที่ทำจากขนแกะลงมาจากหลังคาบ้าน และผู้คนในยุคกลางมักจะดูดขนแกะเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคดี[ ต้องการแหล่งอ้างอิง ]

ในยุคเรเนสซองส์แมวมักถูกมองว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มดในอังกฤษ เช่นกริมัลคินสัตว์เลี้ยงตัวแรกของแม่มดในฉากเปิดเรื่องของแม็คเบธ( ต้องการคำชี้แจงเพิ่มเติม )
แมวกลายเป็นตัวละครยอดนิยมและน่าเห็นใจในนิทานพื้นบ้านเช่นพุส อิน บู๊ทส์ [ 24 ] นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องหนึ่งที่แมวมีบทบาทเป็นเพื่อนที่ถูกทรยศคือดิ๊ก วิทติงตันกับแมวของเขาซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็นละครเวทีหลายเรื่อง รวมถึงละครละครเพลงและละครใบ้ เรื่องราวเล่าถึงเด็กชายยากจนในศตวรรษที่ 14 โดยอิงจาก ริชาร์ด วิทติงตันในชีวิตจริงผู้ซึ่งกลายเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งและในที่สุดก็เป็นนายกเทศมนตรีของลอนดอนเนื่องจากความสามารถในการกำจัดหนูของแมวของเขา ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าวิทติงตันมีแมว[ 24 ]ในนิทานเรื่องนี้ ดิ๊ก วิทติงตัน เด็กกำพร้าผู้ยากจนได้หางานทำที่บ้านหลังใหญ่ของมิสเตอร์ฟิตซ์วาร์เรน พ่อค้าผู้มั่งคั่ง ห้องเล็กๆ ของเขาเต็มไปด้วยหนู ดิ๊กจึงได้แมวมาเลี้ยง ซึ่งแมวตัวนั้นก็ช่วยกำจัดหนูออกไป วันหนึ่ง มิสเตอร์ฟิตซ์วาร์เรนถามคนรับใช้ว่าพวกเขาต้องการส่งอะไรไปกับเรือของเขาเพื่อเดินทางไปยังท่าเรืออันห่างไกลเพื่อแลกเปลี่ยนกับทองคำหรือไม่ ดิ๊กตัดสินใจขายเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา นั่นก็คือแมวของเขา ในราชสำนักอันห่างไกล แมวของดิ๊กได้กลายเป็นวีรบุรุษด้วยการขับไล่สัตว์รบกวนที่สร้างปัญหามากมายออกจากราชสำนัก เมื่อเรือของฟิตซ์วาร์เรนกลับมาก็บรรทุกทรัพย์สมบัติมาเต็มลำ ดิ๊กกลายเป็นคนร่ำรวย เขาร่วมทำธุรกิจกับมิสเตอร์ฟิตซ์วาร์เรนและแต่งงานกับอลิซลูกสาวของเขา และในที่สุดก็กลายเป็นนายกเทศมนตรีของลอนดอน เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นไม่เพียงแต่ทัศนคติที่มีต่อแมวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคิดของคนกลุ่มนี้โดยรวมด้วย ที่มองว่าเพื่อนและมิตรภาพเป็นสินค้าที่ต้องขายให้ได้กำไร[ 25 ]
เพลงคู่แมว ( Duetto buffo di due gatti ) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลงานของโจอาคิโน รอสซินีเป็นบทเพลงที่นิยมแสดงโดยนักร้องโซปราโน สองคน โดยเนื้อเพลงประกอบด้วยคำว่า "miau" (" เหมียว ") ซ้ำๆ กันทั้งหมด

แม้ว่ารัสเซียจะตั้งอยู่ในทวีปยุโรป แต่ทัศนคติที่มีต่อแมวในรัสเซียก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากในยุโรปกลางและยุโรปตะวันตก ศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ไม่เพียงแต่ไม่เบียดเบียนสัตว์เหล่านี้ แต่กลับมีทัศนคติที่ดีต่อพวกมันอย่างมาก[ 26 ] [ 27 ]ต่างจากประเทศตะวันตก แมวถือเป็นสัตว์นำโชคในรัสเซียมานานหลายศตวรรษ การเลี้ยงแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยให้แมวเข้าไปในบ้านใหม่ก่อนที่มนุษย์จะย้ายเข้ามา เชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งโชคลาภ[ 28 ]ในศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ แมวเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในโบสถ์ นอกจากนี้ แมวยังเป็นส่วนสำคัญของอารามออร์โธดอกซ์ของรัสเซีย ตามกฎหมายของรัสเซีย การฆ่าแมวมีโทษปรับสูงเท่ากับการฆ่าม้าหรือวัว[ ต้องการแหล่งอ้างอิง ]
ในช่วงสมัยเคียฟและมอสโกตอนต้น แมวไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปกป้องหนูเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสถานะและความมั่งคั่งอีกด้วย ต่อมาในช่วงสมัยจักรวรรดิ เมื่อมีการนำสัตว์เหล่านี้มาเลี้ยงอย่างแพร่หลายในเมืองและหมู่บ้าน พวกมันก็กลายเป็นสมาชิกที่สำคัญของครอบครัว ในช่วงสมัยโซเวียต เมื่อมีที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงสำหรับทุกคนอย่างแพร่หลาย สถานะของแมวก็ได้รับการสถาปนาอย่างมั่นคง ถือกันว่าบ้านแบบรัสเซียแท้ๆ นั้นขาดแมวไม่ได้[ 29 ]เป็นที่น่าสังเกตว่า ต่างจากแนวคิดของคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ หลักคำสอนของออร์โธดอกซ์ยืนยันถึงความเป็นอมตะของวิญญาณสัตว์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในวัฒนธรรมและจิตใจของผู้คน[ 30 ]
แมวจำนวนมากได้เฝ้ารักษาพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจและพระราชวังฤดูหนาวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ สมัย จักรพรรดินีเอลิซาเบธเมื่อเมืองคาซานในตาตาร์สถาน ได้มอบ แมวจับหนูที่ดีที่สุด 5 ตัวให้แก่พระองค์เพื่อควบคุมปัญหาหนูในพระราชวัง[ 31 ]พวกมันมีชีวิตที่สุขสบายและมีคนรับใช้พิเศษจนกระทั่งการปฏิวัติเดือนตุลาคมหลังจากนั้นพวกมันก็ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพิเศษ ปัจจุบันมีกลุ่มแมวอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พวกมันมีเลขานุการส่วนตัว และมีแมวที่ทำหมันแล้วประมาณ 75 ตัว ทั้งเพศผู้และเพศเมีย เดินไปมาในพิพิธภัณฑ์[ 32 ]

แมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมในสมัยราชวงศ์ซ่ง ของจีน ได้แก่ แมวขนยาวสำหรับจับหนู และแมวที่มีขนสีเหลืองและขาวที่เรียกว่า 'แมวสิงโต' ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก[ 33 ] [ 34 ]แมวสามารถได้รับการปรนนิบัติด้วยสิ่งของที่ซื้อจากตลาด เช่น "รังแมว" และมักจะได้รับอาหารเป็นปลาที่โฆษณาขายในตลาดสำหรับแมวโดยเฉพาะ[ 33 ] [ 34 ]
| เรียนรู้เพิ่มเติม บทความนี้อาจต้องเขียนใหม่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพ ของวิกิพีเดีย ตามที่ระบุไว้ในส่วน( กรกฎาคม 2564 ) |

ในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นแมวมักถูกมองว่าเป็น สิ่งเหนือ ธรรมชาติหรือไคเบียว (かいびょう, "แมวแปลก" ) [ 35 ] [ 36 ]
มาเนกิเนโกะของญี่ปุ่นเป็นรูปปั้นที่เชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาสู่เจ้าของ โดยความหมายตรงตัวคือแมวกวักในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า "แมวนำโชค" หรือ "แมวโชคดี" โดยปกติจะเป็นแมวนั่งที่มีอุ้งเท้าข้างหนึ่งยกขึ้นและงอ ตำนานในญี่ปุ่นเล่าว่าแมวตัวหนึ่งโบกอุ้งเท้าให้เจ้าของบ้านชาวญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าของบ้านรู้สึกสนใจในท่าทางนี้และเดินเข้าไปหา ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีฟ้าผ่าลงมาตรงที่เจ้าของบ้านเคยยืนอยู่[ 37 ]เจ้าของบ้านเชื่อว่าโชคดีของเขาเกิดจากการกระทำที่เป็นมงคลของแมว ดังนั้นจึงเป็นสัญลักษณ์ของโชคดี จึงมักพบเห็นได้ในธุรกิจต่างๆ เพื่อดึงดูดเงิน ในญี่ปุ่น การโบกมือเป็นท่าทาง "มานี่" ดังนั้นแมวจึงกำลังกวักมือเรียกลูกค้า
บน เกาะ ทาชิโรจิมะยังมีศาลเจ้าแมวขนาดเล็ก ( เนโกะ จินจา(猫神社) ) สร้างอยู่ด้วย ในอดีต ชาวเกาะเลี้ยงไหมเพื่อเอาเส้นไหม และเลี้ยงแมวไว้เพื่อควบคุมประชากรหนู (เพราะหนูเป็นศัตรูตามธรรมชาติของไหม) การจับปลาด้วยอวนแบบวางพื้นเป็นที่นิยมบนเกาะหลังจากยุคเอโดะ และชาวประมงจากที่อื่นจะมาพักค้างคืนบนเกาะ แมวจะไปที่โรงเตี๊ยมที่ชาวประมงพักอยู่และขอเศษอาหาร เมื่อเวลาผ่านไป ชาวประมงก็เกิดความผูกพันกับแมวและสังเกตพฤติกรรมของแมวอย่างใกล้ชิด โดยตีความการกระทำของพวกมันว่าเป็นการทำนายสภาพอากาศและรูปแบบการจับปลา วันหนึ่ง ขณะที่ชาวประมงกำลังเก็บหินเพื่อใช้กับอวนแบบวางพื้น หินก้อนหนึ่งตกลงมาและฆ่าแมวตัวหนึ่ง ชาวประมงรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียแมว จึงนำมันไปฝังและประดิษฐานไว้ ณ สถานที่แห่งนี้บนเกาะ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ศาลเจ้าแมวแห่งเดียวในญี่ปุ่น ยังมีศาลเจ้าแมวอื่นๆ อีก เช่น นัมบุจินจาในจังหวัดนีงาตะและศาลเจ้าแมวที่ทางเข้าเคียวทังโกะเมืองเกียวโต[ 38 ]
อีกหนึ่งตำนานแมวของญี่ปุ่นคือเนโกมาตะ : เมื่อแมวมีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด มันจะงอกหางใหม่และสามารถยืนขึ้นพูดภาษามนุษย์ได้
เฮลโลคิตตี้สร้างสรรค์โดยยูโกะ ยามากูจิเป็นไอคอนแมวร่วมสมัย ตัวละครนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1974 และตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก สินค้าต่างๆ มีจำหน่ายทั่วโลก ตามที่ซานริโอผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ผู้ออกแบบ และผู้ผลิตสินค้าเฮลโลคิตตี้ ระบุว่า ตัวละครนี้เป็นตัวการ์ตูนของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ในชีวิตสมมติของเธอ เธอมาจากชานเมืองลอนดอนและเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลซานริโอ[ 39 ]

แมวยังมีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมสมัยใหม่ด้วย
บริษัทผลิตภาพยนตร์ MTM Enterprisesของสหรัฐฯ ใช้แมวชื่อมิมซีย์เป็นมาสคอต และปรากฏในโลโก้เพื่อล้อเลียนสิงโตของMGM [ 40 ] ในปี 1990 หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์กล่าวว่าแมวกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำมาทำเป็นสินค้าของขวัญ (เช่น ที่รองแก้ว ผ้าเช็ดปาก เครื่องประดับ และที่คั่นหนังสือ) และมีร้านค้าประมาณ 1,000 แห่งในสหรัฐอเมริกาที่ขายเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแมวเท่านั้น[ 41 ]
ในโลกอินเทอร์เน็ต แมวมักปรากฏอยู่บ่อยครั้งในรูปแบบมีมและเรื่องตลกอื่นๆ และในโซเชียลมีเดีย ผู้คนมักโพสต์รูปแมวของตนเอง