วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

  𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน) ตอนที่ 1

(หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม
เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น
ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน
ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม
ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม[จากไดอารี่ของสาวน้อยเวทมนตร์แห่งความมืด ตอนที่ 1])

เพราะเห็นดวงดาวบนฟากฟ้าอันไกลโพ้นส่องสว่างจ้าอย่างยิ่ง
ฉันจึงตัวสั่นเทาและไล่ตามแสงสว่างนั้น

ในกระจกที่แตก ฉันจ้องมองตัวตนในวันใดวันหนึ่ง
ฉันอยากเข้มแข็ง ฉันโหยหาทุกสิ่งทุกอย่าง

เธอถูกลมพัด มองขึ้นไปบนหมวกที่พลิ้วไหว
เดินทางอันยาวนานและสั้นนัก
เงาของวันอันห่างไกล

หากเธอปรารถนา มันจะตอบสนองอย่างเข้มแข็งแก่เธอ
บัดนี้ อย่ากลัวสิ่งใดทั้งสิ้น
จงเป็นเพียงผู้เดียวที่รู้จักความเจ็บปวด

ดอกไม้ที่ใกล้จะร่วงโรย ได้พูดกับฉันเป็นครั้งสุดท้าย
“แม้จะมองไม่เห็นรูปร่าง แต่จะคอยเฝ้ามองจากที่ไกลโพ้น”

ใช่แล้ว เธอถูกบั่นทอน จิตใจที่กร่อนลง
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว
คือความเหงาแผ่วเบา

สิ่งที่มือของเธอสัมผัส หากมันคือพลังแห่งความโดดเดี่ยวที่ดึงดูดกัน
ใครเล่าจะพรากไปได้อย่างไร
เราไขว่คว้าหากัน ตราบจนชีวิตสิ้นสุด

ดวงดาวที่สุกสกาวกล่าว จากด้านหลังใบไม้
เธอเพียงแค่มอง จินตนาการถึงอนาคต
เราก้าวเดินไป โดยไม่รู้อะไรเลย สู่เบื้องหน้าอันไกลโพ้น

จงยิ้มเพียงแผ่วเบา ดั่งดวงดาวดวงนั้น

จงเป็นเพียงผู้เดียวที่รู้จักความเจ็บปวด

แปลเนื้อเพลง:

แม้ลองเปิดหน้าต่างแล้วแหงนมองดูดาวบนฟ้า
ก็ไม่อาจเห็นบ้านเกิดที่จะกลับไปอีกแล้ว
สิ่งที่ตอนนี้เป็นเพียงแค่ความทรงจำ
ยังคงมีชีวิตอยู่ในใจของฉัน

บนท้องฟ้ายามราตรีสีคราม ขับขานเพลงนี้
ขอให้ส่งไปถึง คนที่ฉันเคยรัก
เพลงบัลลาดแห่งดวงดาว อันแสนเศร้า
ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา บนแก้มของชายผู้ร่อนเร่เพียงลำพัง

มองดูดาวตกยามรุ่งอรุณ แล้วคิดไปว่า
นั่นคือข่าวสาร ที่จะส่งไปถึงบ้านเกิด
ดวงดาวงดงามดวงนั้น จะไม่มีวันได้เห็นอีกครั้ง
และได้หายลับไป สู่ปลายทางอันมืดมิด

บนท้องฟ้ายามราตรีสีคราม ขับขานเพลงนี้
ขอให้ส่งไปถึง คนที่ฉันเคยรัก
หากเป็นไปได้ อยากจะร้องเพลงนั้น
ดังเช่นในวันเวลาเก่าๆ วันนั้น
เพลงบัลลาดแห่งดวงดาว

𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน) ตอนที่ 1

 𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน) ตอนที่ 1

(หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม
เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น
ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน
ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม
ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม[จากไดอารี่ของสาวน้อยเวทมนตร์แห่งความมืด ตอนที่ 1])


วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน)

 𓃹𓈖𓈖 wnn (ฟ่อน)

 จูกัดเหลียงตั้งสำนักงานรัฐปรับปรุงกังหันน้ำกระดูกงูชลประทานยกเกษตรกรรมต้มเกลือชาวไร่ชาวนาน้ำไม่ขาดใช้เลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ตั้งยุ้งฉางวัวไม้ม้าไหลรวมความคิดส่งคำแนะนำยอมรับความผิดยอมรับความพลาดผู้ภักดีได้รับบำเหน็จแม้เป็นศัตรูฝ่าฝืนละกฎหมายถูกลงทัณฑ์แม้เป็นญาติโครงสร้างพื้นฐานพยุหแปดทิศห้าตีเฉาเว่ยอาวุธแหลมคมมากกองหนุนประชุมไม่ฟุ่มเฟือยเศรษฐกิจก้าวหน้าราษฎรปลอดภัยกองทัพไม่เห็นแก่ตัวแปดทิศพิชัยสงครามยอดวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดเฉาเว่ยเคารพราษฎรสู่ฮั่นเชิดชูสิ้นบุญอาณาประชาจึงตั้งวัดวาสุมาอี้ว่าอัจฉริยะแห่งโลกทุกชนชั้นก็นิยม

ฮั่นสลายกังฉินขโมยฮ่องเต้ถูกฝุ่นคลุมไม่สนกำลังเชื่อในความชอบธรรมไร้ปัญญาไร้ฝีมือหาหนทางฮั่นเสื่อมถอยไม่คำนึงความสามารถตัวสร้างยุติธรรมให้โลกไร้ปัญญาไร้ฝีมือพระองค์เล่าปี่กล่อมดังนี้ฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งจึงยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตกำเนิดหลงจงตุ่ยผูกกวนต้านโฉชนะเซ็กเพ็กมีเกงจิ๋วได้เสฉวนมิเพียงซงหนูไม่ใช่เวลาปักหลักปราบกบฏครบส่งกลับบ้านเกิดปลูกหม่อนปลูกนาเสฉวนทรัพย์สินราษฎรพระองค์เล่าปี่ทำตามจูล่งดังนี้ชนะใจเสฉวนไม่แสดงอารมณ์ไม่โกรธอ่อนน้อมถ่อมตนเคารพน้ำใจเมตตาตรงข้ามโหดร้ายอาฆาตแค้นปกป้องผู้ใต้บัญชาครอบครัวถึงพูดว่าจูล่งจะเข้าโจโฉพระองค์เล่าปี่มิได้เชื่อสั่งเล่าเสี้ยนคุณธรรมเป็นรากโจโฉว่าพระองค์เล่าปี่เป็นวีรบุรุษ

โจโฉสู้จระเข้เมื่อสิบขวบหลี่ซานว่าถึงคราวุ่นวายวีรบุรุษมีแต่เพียงเฉาเชาอ่านยุทธศิลป์คัดลอกพิชัยสงครามอธิบายซุนจื่อกลายเป็นเมิ่งเต๋อเซินซูยี่สิบขวบได้เลื่อนตำแหน่งประหารขันทีละเมิดกฎหมายเขียนจดหมายถึงเลนเต้ถึงราชวงศ์ฮั่นผู้ซื่อสัตย์สุจริตถูกตราบาปกังฉินประจบประแจงสอพลอเสแสร้งคนทรยศเต็มราชสำนักคนดีภักดีจริงใจไม่ถูกใช้อย่างจริงใจไม่ได้รับการยอมรับประท้วงมากมายหลายครั้งฮั่นจะล้มฮั่นไม่ฟังโจโฉแม่ทัพทหารม้าปราบกบฏปลดแปดผู้พิพากษาทุจริตห้ามความเชื่อโชคลางศาสนาชวนล้มฮั่นโจโฉปฏิเสธหองจูเปียนหองจูเหียบเหี้ยนเต้ตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะมอบตำแหน่งแม่ทัพโจโฉโจโฉไม่เอาออกจากลั่วหยางสละทรัพย์สมบัติระดมนักรบมีช่างตีมีดเป็นของตัวตีดาบให้ปะทะตั๋งโต๊ะลั่วหยางไหม้เพลิงสิบแปดเมืองพันธมิตรไม่ตามตีตั๋งโต๊ะโจโฉแต่ผู้เดียวบุกตะวันตกตีตั๋งโต๊ะตีตั๋งโต๊ะแต่ผู้เดียวจึงแพ้กลับมาสิบแปดพันธมิตรทุกวันแต่ฉลองดื่มกินโฉเสนอสี่ข้อตีเหมิงจินเฝ้าฉางเกาคุมอ่าวฉางปิดเซอหยวนปิดไท่กู่เข้าอู่กวนทำป้อมค่ายกองโจรตัดตั๋งโต๊ะสิบแปดพันธมิตรไม่ทำไปหยางโจวเกิดกบฏเผาค่ายโจโฉโจโฉสังหารหมดขุนศึกแตกแถวอำนาจเป็นหนึ่งปกปักฮ่องเต้รวมภาคเหนือรบเซ็กเพ็กตีสู่ฮั่นสร้างบทกวีสะท้อนฮั่นวุ่นวายปณิธานรวมโลกเป็นหนึ่งกวีเรียบง่ายตรงไปตรงมาโศกเศร้าเร่าร้อนอุปมาอุปไมยเฉียบแหลมตื่นตัวทรงพลังกล้าหาญไม่มุ่งเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งวีรบุรุษผู้พิเศษเข้มงวดสังหารผลาญอาชญากรมีปัญญาด้านการเมืองเชี่ยวพิชัยสงครามเชี่ยวกลยุทธ์เชี่ยวยุทธวิธีเชี่ยวยุทธศิลป์หนอนหนังสือเชี่ยววรรณกรรมโบราณอธิบายยุทธศิลป์กลางวันอ่านคัมภีร์กลางคืนเชี่ยวต่อสู้เชี่ยวดาบเชี่ยวธนูไร้ปราณีต่อภัยคุกคามประหยัดมัธยัสถ์ไม่หรูหราไม่เชื่อผีเทพเจ้าจูกัดเหลียงว่าปัญญาแผนการไม่ด้อยใครใช้ทหารดังซุนจื่อ

สุมาอี้ฉลาดมีเหตุผลเด็ดขาดเป็นวีรบุรุษกระตือรือร้นเรียนรู้เป็นหมาป่ายับยั้งโจโฉย้ายเมืองหลวงซุนกวนกวนอูสู้กันเฉาเว่ยปลอดภัยเฉาเว่ยรอดพ้นโจผีสิ้นซุนกวนตีสุมาอี้ชนะจูกัดกิ๋นปราบกบฏเบ้งตัดประหารเบ้งตัดตีฮั่นจงต้านจูกัดเหลียงจนมังกรหลับลาลับล้อมเมืองตัดหัวกองซุนเอี๋ยนสลายวงล้อมฟ่านเฉิงเปิดคลองก้วยหยางไป่ชี่สร้างค่ายทหารเหนือใต้นับหมื่นปราบกบฏหวางหลิงทำไร่นาในชางกุ้ยถลุงเหล็กในจิงจ้าวเทียนซุยขุดคลองสร้างค่ายทหารชลประทานน้ำโอนย้ายข้างฟ่างไปกวนตงทัดทานฮ่องเต้สร้างพระราชวังทำเกษตรกรรมซุนกวนว่าสุมาอี้เก่งใช้ทหารเปลี่ยนแปลงดั่งเทพไม่ย่อท้อ

กวนจงแบ่งเขตแบ่งเมืองตั้งข้าราชใหญ่น้อยน้อยหลายขึ้นต่อใหญ่หนึ่งใหญ่หนึ่งขึ้นต่อใหญ่ยิ่งกว่าตั้งผู้ดูแลเรือกนาไร่สวนปศุสัตว์ตั้งผู้ดูแลการเมืองทั่วไปเดือนแรกทุกปีข้าราชการรายงานฉีหวนกงฉีหวนกงบำเหน็จรางวัลลงโทษตามสภาพครอบหนึ่งคนเป็นทหารทัพเล็กกองร้อยสองพันกองพลหนึ่งหมื่นสิบห้าเมืองสามทัพยามว่างฝึกยามสงครามรบผู้ก่ออาชญากรรมให้เกราะให้ของ้าวผู้ก่ออาชญากรรมเล็กให้โลหะลดภาษีเก็บภาษีธุรกิจเก็บภาษีพ่อค้าเกษตรกรค้าขายอิสระเคารพกษัตริย์ปฏิเสธคนเถื่อนฉีหวนกงจึงขึ้นเป็นห้าอธิราช

จิ้นเหวินกงรับฟังโปตีเปิดโปงกบฏค้ำจุนกษัตริย์ปรับปรุงการเมืองจัดกองทัพตัดฉู่พิชิตโจพิชิตเว่ยช่วยซ่งชนะฉู่ตีเจิ้ง จิ้นเหวินกงขึ้นเป็นห้าอธิราช

กระต่ายขาวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกระต่ายขาวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีกระต่ายขาวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่กระต่ายขาวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของกระต่ายขาวตัวน้อยนี้กระต่ายขาวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่กระต่ายขาวตัวน้อยนี้ต้องจากลา ฉันเคยมั่นใจว่าฉันเขียนเรื่องสั้นได้และเก่งด้วยแต่พอได้ทำจริงฉันถึงได้รู้ว่าฉันทำไม่ได้และไม่เก่งเลยและไม่มีความสามารถเลยฉันไม่ได้ฉลาดไม่ได้เก่งอะไรและไม่มีความสามารถเลยแม้แต่0.01%และฉันทำไม่ได้ฉันเป็นแค่คนโง่และไร้ความสามารถที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปคนหนึ่ง

ฉันไม่มีจินตนาการ

เรื่องสั้นของฉันไม่มีจุดเด่นอะไรเลย

ฉันไม่เชื่อว่าฉันมีจินตนาการที่สนุกสนาน

ฉันไม่เชื่อว่าฉันมีจินตนาการ

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้เข้มข้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้สนุกขนาดนั้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่สนุก

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุก

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกมันไม่สนานขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกมันไม่สนาน

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกสนานขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกสนาน

ต่อให้ฉันเชื่อคำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ให้ตายยังไง ต่อให้ฉันใช้คำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ให้ตายยังไง เรื่องสั้นของฉันก็ไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก เรื่องสั้นของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

เรื่องสั้นของฉันไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก เรื่องสั้น

ของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

ให้ตายยังไงเรื่องสั้นของฉันไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก ให้ตายยังไงเรื่องสั้นของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

เรื่องสั้นของฉันไม่มีคุณค่า

เรื่องสั้นของฉันไม่เคยส่งต่อคุณค่าให้ผู้อ่าน

เรื่องสั้นของฉันไม่ได้ทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย

เรื่องสั้นของฉันมันเพ้อฝัน

เรื่องสั้นของฉันมันเพ้อเจ้อ

เรื่องสั้นของฉันมันไร้สาระ

เรื่องสั้นของฉันไม่เคยสำเร็จ

เรื่องสั้นของฉันมันห่วยแตก

ฉันเกลียดเรื่องสั้นของฉันเอง

ฉันเกลียดตัวฉันเอง

โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้าโลลิฮิริวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะโลลิฮิริวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีโลลิฮิริวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของโลลิฮิริวตัวน้อยนี้โลลิฮิริวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้ต้องจากลา

ฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันมันล้มเหลว ฉันมันบ้า ฉันมันควาย ฉันมันโง่

ฉันมันอวดฉลาด

ฉันมันอัตตาสูง

ฉันเคยคิดว่าฉันเขียนเก่งที่สุด ชนิดที่ว่าถ้ามีtop 10นักเขียนตลอดกาลฉันคืออันดับที่1 ฉันเคยคิดอย่างนั้น นักเขียนคนอื่นคงเลียนแบบฉันกันเป็นแถวๆ ฉันเคยคิดว่า ฉันปฏิวัติวงการงานเขียนได้ ฉันเคยคิดว่าคนอื่นคงจะเขียนอะไรคือสไตล์ฉันกันเป็นแถวแล้วเอาไปใช้กันเป็นแถวเช่นกัน ฉันเคยคิดว่าคนเขาจะเขียนกันว่างานเขียนแทรกประเด็นนั้นแทรกประเด็นนี้วิจารณ์อะไรนั่น ฉันเคยคิดว่านักวิจารณ์ควจะยกงานเขียนฉันทุกชิ้นเป็นงานเขียนที่ดีที่สุดทุกชิ้นในทุกสาขา ฉันเคยคิดว่าฉันสร้างสิ่งใหม่ให้วงการ ฉันเคยคิดว่าคนอื่นจะตีความกันว่าฉันจะสื่ออะไร ฉันคิดว่าคนอื่นจะจัดให้ฉันเป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลต่อนักเขียนคนอื่นมากที่สุด ฉันคิดว่าคนอื่นจะยกให้ฉันมีอิทธิพลต่อทุกวงการด้วยซ้ำ ไม่เพียงวงการงานเขียน แต่ วิทยาศาสตร์, หนัง, แม้แต่การเมือง ฉันคิดว่าฉันจะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบมากที่สุด ฉันคิดว่าทุกคนจะพูดถึงฉันตั้งแต่ตอนฉันยังมีชีวิตไปจนถึงแม้แต่ตอนที่ฉันตายไปเป็นพันๆปีแล้ว ฉันคิดว่างานเขียนฉันจะถูกสร้างเป็นหนังด้วยซ้ำ ฉันเคยคิดว่าวิธีของฉันถูกทุกวิธี ฉันเคยคิดว่าฉันทำถูกทุกอย่าง ฉันเคยคิดว่าฉันถูกทุกอย่าง ฉันเคยคิดว่าฉันถูกทุกสิ่ง แต่ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิดหมดทุกอย่าง ฉันไม่ได้เขียนเก่งที่สุด ฉันไม่ใช่นักเขียนตลอดกาลอันดับที่1 ไม่มีใครเขาเลียนแบบฉัน งานเขียนฉันไม่ได้ดีอะไร ฉันไม่ได้มีความสามารถจะปฏิวัติวงการงานเขียนได้ ไม่มีใครเขาสนใจงานเขียนฉัน ฉันไม่เคยสร้างอะไรใหม่ๆเลย คนอื่นเขาทำกันไปหมดแล้ว ฉันไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีอิทธิพลต่อทุกสิ่ง ฉันไม่ได้มีความสามารถมากพอจะมีผลกระทบต่อทุกสิ่ง ฉันถูกลืมในตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ งานเขียนฉันไม่ได้น่าสนใจจนถึงจะถูกดัดแปลง  ฉันคิดไปเองว่าฉันพิเศษกว่าคนอื่น ไม่ได้มีใครเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนายในโลกแห่งความเป็นจริง ฉันกลับคิดไปเองว่าฉันเป็นผู้ถูกเลือกในคำทำนาย ไม่มีใครเป็นคนพิเศษในโลกนี้ ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใคร ทำไมฉันถึงคิดว่าฉันเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่น คนอื่นวิจารณ์ฉันมากมาย คนอื่นให้คำแนะนำฉันมากมาย ฉับกลับโกรธเคืองไม่เชื่อและไม่ทำตามไม่นำคำวิจารณ์และคำแนะนำไปใช้ ได้แต่พิสูจน์กับคนพวกนั้นและกับทุกคนว่าฉันถูกทั้งหมด ว่าฉันถูกทุกอย่าง คำวิจารณ์และคำแนะนำพวกนั้นผิดทุกอย่าง คำวิจารณ์และคำแนะนำพวกนั้นผิดทั้งหมด ฉันคิดไปเองว่าฉันฉลาดที่สุดในโลกนี้ ฉันคิดไปเองฉันฉลาดกว่าคนอื่น ฉันคิดไปเองว่าฉันเป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ฉันไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ทั้งที่ฉันไม่ได้ฉลาดที่สุดในโลกนี้ ทั้งที่ฉันไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนอื่น ทดสอบไอคิวได้ไอคิวแค่ร้อยเท่ากับไอคิวของคนอื่นแค่นี้ก็รู้ชัดเจนแล้ว ฉันรู้แล้วว่าวิธีของฉันผิดหมดทุกวิธี ฉันรู้แล้วว่าฉันทำผิดทุกอย่าง ฉันรู้แล้วว่าฉันผิดทุกอย่าง ฉันรู้ว่าฉันผิดทุกสิ่ง

 คนอย่างงี้จะประสบความเร็จได้ยังไง

ฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันมันล้มเหลว ฉันมันบ้า ฉันมันควาย ฉันมันโง่

ฉันมันอวดฉลาด

ฉันมันอัตตาสูง

คนอย่างงี้จะประสบความเร็จได้ยังไง

จากคนที่เป็นเศษสวะ โง่เขลา น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง เห็นแก่ตัว และอัตตาสูงผู้ไร้ความสามารถ มีแต่ความเลวร้ายชั่วช้าน่ารังเกียจและเหลวแหลก

โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้าโลลิฮิริวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะโลลิฮิริวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีโลลิฮิริวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของโลลิฮิริวตัวน้อยนี้โลลิฮิริวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้ต้องจากลา 

    Irony

Verbal irony

-คุณให้ความสำคัญกับคุณค่ามากเลย คุณให้ความสำคัญกับประโยชน์มากเลย คุณไม่ใช่คนที่ทำอะไรแล้วจะทำให้มีคนถามว่า"ทำไปเพื่ออะไร"

-คุณให้ความสำคัญกับคุณค่ามากจนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย คุณให้ความสำคัญกับประโยชน์มากจนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยโอดครวญถึงชีวิตของตัวเอง คุณไม่ใช่แค่ทำอะไรโดยที่"ไม่รู้ว่าทำไปทำไม"จนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยต้องออกมาพูดเรื่องชีวิตของตัวเองจนผมเห็นอยู่เต็มๆตาอยู่ตอนนี้เลยเนี่ย คุณไม่ใช่แค่ทำอะไรโดยที่"ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร"จนประชาชนและอาจรวมถึงคุณด้วยต้องออกมาพูดเรื่องความลำบากของตัวเองจนผมเห็นเต็มๆตาอยู่ตอนนี้เลยเนี่ย

-ผมรู้ครับว่าผมไม่มีค่าพอแม้ว่าผมจะให้ความรู้อันโง่เขลาเนื่องจากผมเรียนไม่จบปริญญาตรีในการอธิบายฟิสิกส์ให้กับคนทั่วไปที่ไม่เข้าใจฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับว่าผมโง่และคนที่เรียนไม่จบปริญญาตรีแถมไม่ใช่อาจารย์อย่างผมไม่มีประโยชน์ที่จะช่วยอธิบายฟิสิกส์ที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยยังไม่เข้าใจให้เป็นเรื่องที่แมวยังเข้าใจได้เพื่อช่วยคนที่กำลังปวดกบาลกับฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับผมทำทุกอย่างตามเจตจำนงอันต่ำต้อยไม่มีเหตุผลรองรับเท่าที่เด็กเปรตขโมยปืนพ่อไปกราดยิงคนตาย

Drama irony

-ทุกสิ่งที่มีประโยชน์ถูกสร้างขึ้นโดยคนไร้ประโยชน์ คนทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีว้ตแต่ไม่เคยได้ประโยชน์ตลอดทั้งชีวิต ตอนตายก็ไม่ได้ประโยชน์ที่ตามหามาทั้งชีวิตและการหาประโยชน์ทั้งชีวิตไม่มีประโยชน์ใด

Universe irony

-คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์แต่โดนเมดูซ่าทำให้เป็นหินแล้วลมก็พัดร่างหินนั้นก็แตกกระจัดกระจายแน่นอนเจ้าของร่างที่แท้จริงซึ่งโดนสาปเป็นหินนั้นตายอยู่ในร่างหินนั่นแหละ

Romantic irony

-คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีวิตแต่ไม่เจอประโยชน์ทั้งชีวิตจนตายเพราะประโยชน์ที่แท้จริงคือทุกสิ่งที่ผมทำที่คนบอกว่าไร้ประโยชน์นั่นแหละ

(ทั้งหมดข้างต้นเป็นIronyแบบเปิดเผย)

Ironyแบบแอบแฝง

-ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน

Ironyแบบส่วนตัว

-ผมเป็นเพียงแค่กระต่ายน้อยอ่อนแอ ที่หวังเพียงให้มังกรบินคอยปกป้องผม มังกรบินสาวทอมบอย ไม่รู้ว่าสเปกกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้เป็นทอมบอยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ตกหลุมรักมังกรบินสาวทอมบอยท่านนั้นไปเสียแล้ว ตกหลุมรักจริงๆ มันคือรักแท้ แต่แล้วเธอกลับไปแต่งงานมีลูกเป็นมังกรตัวน้อยกับใครก็ไม่รู้ ใครที่มังกรบินสาวทอมบอยนั้นเลือก ใครที่ไม่ใช่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ สุดท้ายกระต่ายอ่อนแอต้องร้องไห้ ที่ผ่านมาสำคัญตัวมาโดยตลอด กระต่ายขาวตัวน้อยตัวนี้มันไร้ค่า กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ไม่มีใครสนใจหรอก กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้จะมีใครมาสนใจ อธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก

IronyแบบแองแฝงกับIronyแบบส่วนตัวข้างต้นเป็นIronyแบบดูถูกดูหมิ่นตัวเอง

Ironyแบบไม่เจาะจงบุคคล

-เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น

Ingénue Irony

-ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม

Ironyแบบละคร(Dramatic Irony)

-ผมออกไปซื้อน้ำมัน ปั๊มแม่งปิดหมด ยังดีหาซื้อได้ แม่ง คนขายคิดไรอยู่วะ ลิตรละ500 ผมซื้อมา10ลิตร กลับถึงบ้าน ผมถึงรู้ว่ามันเป็นน้ำมันพราย แม่ง คนขายหลอกกู

Sarcasm

-ผมไม่ใช่คนที่มีคุณค่า เหมือนอย่างคุณที่มีคุณค่าเทียบได้กับไอ้เด็กเปรตที่กราดยิงชาวบ้านในห้างจนเป็นข่าวเมื่อหลายปีที่แล้วเลย

-ขนาดคนที่มีการศึกษาสูงอย่างคุณยังทำให้คนที่ไร้ค่าอยู่แล้วรู้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าขยะยิ่งกว่าเดิมได้เลย อนาคตคุณเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยได้แน่ ๆ

-ผมอยากมีความสนุกสนานมีคุณค่าแบบคุณหมอบ้างจัง ที่มีคุณค่ากับทุกคน ช่วยทำให้ผมกลายร่างเป็นผู้หญิงที โคลนร่างหญิงของผมด้วย แล้วช่วยผมทำท่า69กับตัวเองในร่างหญิงที เผื่อผมจะมีคุณค่ากับเขาบ้างไม่ใช่คนไร้ค่าอย่างงี้

-หวยออก69 อีแบบนี้หมายความว่า69ก็มีค่าสิเนี่ย มากันเถอะเรา! เราสองคนไปหา69หลังจากนี้ดีกว่า

-เยี่ยมครับ ผมได้เจอคนมีค่ามีประโยชน์ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นเหมือนอย่างคุณซักที ผมเองก็พึ่งตระหนักได้ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนโง่ ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์มาโดยตลอด ในการอธิบายควอนตัมฟิสิกส์ให้เข้าใจง่ายให้กับคนทั่วไปที่เขาสนใจแต่ไม่มีโอกาสได้อ่านเรียนซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำตลอดเวลาที่ผ่านมา

Satire

-มดงานผู้โง่เง่า ผสมกับตัวผู้ก็ไม่ได้ อยากจะมีลูกหรือก็เป็นหมัน เพราะระบบกำหนดไว้เช่นนั้น มีหน้าที่เพียงเลี้ยงนางพญาไปจนตาย ไม่มีสิทธิ์อื่น เป็นราชินีไม่ได้ ต้องทำหน้าที่ให้ราชินีตลอดไป โดยไม่มีสิทธิ์ได้อยู่เฉยเหมือนนางพญา มีเพียงมดตัวผู้เท่าที่คู่ควรได้สมสู่กับราชินี และมีเพียงราชินีเท่านั้นที่คู่ควรได้สมสู่กับตัวผู้ใด

-ผมนั้นช่างไร้ค่า โง่เขลาเบาปัญญาอย่างยิ่ง ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปทำไม ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปเพื่ออะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วเราได้ประโยชน์ ในฐานะคนไร้คุณค่าไร้ประโยชน์อย่างผมผมขอถามว่า คุณมีค่าไหม

-ในฐานะคนที่มีค่ามีประโยชน์อย่างคุณ คุณทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยไร้การทุจริตคอรัปชั่นทุกอย่างโปร่งใสได้ไหม

-กษัตริย์ทั้งหลาย เมื่อคณะราษฎรคณะนี้ได้ครองแผ่นดินสืบต่อจากคณะก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะก่อนนั้น ในขั้นต้นกษัตริย์บางคนได้หวังกันว่าคณะราษฎรคณะใหม่นี้คงจะปกครองให้ราษฎรได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ คณะราษฎรคงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม แต่งตั้งครอบครัวญาติพี่น้องและพรรคพวกและคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการแลกเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเข้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กฎขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะได้เห็นจากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน คณะราษฎรได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกลับกล่าวคำหมิ่นประมาทราษฎรและราชวงศ์ ผู้มีบุญคุณเสียภาษีและราชวงศ์เสียค่าใช้จ่ายให้คณะราษฎรกิน ว่าราชวงศ์ยังมีสิทธิ์ทางการเมืองไม่ได้ เพราะราชวงศ์ยังโง่ คำพูดของคณะราษฎรเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราชวงศ์โง่ราษฎรก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราชวงศ์รู้ไม่ถึงราษฎรนั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดความจริงที่พวกราษฎรปกปิดไว้ไม่ให้รู้เต็มที่เพราะเกรงว่าเมื่อราชวงศ์ได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังคน ราชวงศ์ทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราชวงศ์ ไม่ใช่เป็นของราษฎรตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราชวงศ์เป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นจากมือข้าศึก พวกราษฎรมีแต่จะชุบมือเปิป...เงินเหลือเท่าใดก็เอาไปฝากแกนนำ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย ข้าพเจ้าเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีกษัตริย์สูงสุดที่ขุนนางทั้งหมดขึ้นต่อพระองค์พระองค์เดียวเท่านั้น จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนคณะราษฎรที่ปกครองประเทศนั้น เราไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงผลประโยชน์ ฉะนั้น จึ่งได้ขอเชิญให้คณะราษฎรเป็นข้าราชการต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้อำนาจกษัตริย์พระองค์เดียว ถ้าคณะราษฎรตอบปฏิเสธ หรือไม่ตอบภายในกำหนด โดยเห็นแก่ส่วนตนว่า จะถูกลดอำนาจลงมา ก็จะชื่อว่า ทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างสมบูรณายาสิทธิราช กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้มีบุญญาธิการกลับชาติมาเกิดอันเป็นผู้ทำบุญมากในชาติก่อน

-ผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปเพื่ออะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไร ผู้นั้นเป็นฟาสซิสต์

-คนที่มีคุณค่ามีประโยชน์ผู้ทำให้ประเทศไทยเป็นเผด็จการมีคุณค่ามีประโยชน์หรือไม่ คนที่ไม่มีคุณค่าไม่มีประโยชน์ผู้ทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยไร้ค่าไร้ประโยชน์หรือไม่

-สระบุรีเนี่ยกะหรี่ดังใช่ไหม จะว่าไปก็ไม่ได้กินหรี่มานานแล้วเหมือนกัน ผมมีค่ามีประโยชน์เท่ากะหรี่ไหม

Horatian Satire

-ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม

Juvenalian Satire

-ก็อตซิลล่าทั้งหลาย เมื่ออุลตร้าแมนคนนี้นี้ได้อยู่ในโลกสืบต่อจากอุลตร้าแมนคนก่อนนั้น ในขั้นต้นก็อตซิลล่าบางคนได้หวังกันว่าอุลตร้าแมนคนใหม่นี้คงจะคุ้มครองให้ก็อตซิลล่าได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ อุลตร้าแมนคงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม แฝงตัวในฐานะมนุษย์ทำให้ตัวเองและคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ฟังเสียงก็อตซิลล่า ปล่อยให้อุลตร้าแมนใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการแลกเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเข้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าก็อตซิลล่า กฎขี่ข่มเหงก็อตซิลล่า ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะได้เห็นจากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน อุลตร้าแมนคนนี้ได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อก็อตซิลล่า มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะเยียวยาและลดความเสียหายจากการต่อสู้และสัตว์ประหลาดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกลับกล่าวคำหมิ่นประมาทก็อตซิลล่า ผู้มีบุญคุณเสียภาษีให้กิน ว่าก็อตซิลล่ายังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะก็อตซิลล่ายังโง่ คำพูดเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าก็อตซิลล่าโง่อุลตร้าแมนก็โง่ เพราะอยู่ในชาติเดียวกัน ที่ก็อตซิลล่ารู้ไม่ถึงอุลตร้าแมนนั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่อุลตร้าแมนปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อก็อตซิลล่าได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังก็อตซิลล่า ก็อตซิลล่าทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของก็อตซิลล่า ไม่ใช่เป็นของอุลตร้าแมนตามที่อุลตร้าแมนหลอกลวง บรรพบุรุษของก็อตซิลล่าเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นจากมือข้าศึก พวกอุลตร้าแมนมีแต่จะชุบมือเปิป...เงินเหลือเท่าใดก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ก็อตซิลล่าอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย คณะก็อตซิลล่าเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนอุลตร้าแมนนั้น คณะก็อตซิลล่าไม่ประสงค์ทำการแย่งชิง ฉะนั้น จึ่งได้ขอเชิญให้อุลตร้าแมนคนนี้ดำรงค์ตำแหน่งต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ถ้าอุลตร้าแมนตอบปฏิเสธ หรือไม่ตอบภายในกำหนด โดยเห็นแก่ส่วนตนว่า จะถูกลดอำนาจลงมา ก็จะชื่อว่า ทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างก็อตซิลล่าธิปตัย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นก็อตซิลล่าซึ่งสภาผู้แทนก็อตซิลล่าได้เลือกตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา"

Reprise

-เหล่าราชวงศ์เป็นบุคคลที่น่าเศร้า พวกเขาเกิดมาสูงส่ง แข็งแกร่ง และมีอำนาจมากเกินไป พวกเขาไม่ได้ชั่วร้ายโดยเจตนา นั่นคือโศกนาฏกรรมของพวกเขา พวกเขาไม่ได้โจมตีราษฎรเพราะต้องการ แต่เพราะขนาดและความแข็งแกร่งของพวกเขา ราษฎรจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตัวเอง หลังจากเรื่องราวแบบนี้หลายๆ เรื่อง ราษฎรจึงเกิดความรู้สึกผูกพันกับเหล่าราชวงศ์ และห่วงใยพวกเขาในที่สุด

เกินจริง(Exaggeration)

-ผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปเพื่ออะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไร ผู้นั้นเป็นฟาสซิสต์

ลดทอน(Diminution)

-หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม

Menippean Satire

-คนๆหนึ่งออกตามหาคุณค่าและประโยชน์ เขาเริ่มออกตามหาทันที แล้วก็ถูกจานบินยิงลำแสงใส่พื้นดินระเบิดไปหมดแต่เขาหนีรอดมาได้ จากนั้นเขาก็เจอกับแวมไพร์ แล้วเขาก็เจอพระศิวะไปบอกกับพระนารายณ์ว่าจะใช้ไฟบรรลัยกัลป์เผาโลกขอให้พระนารายณ์ปลุกพระพรหมเมื่อตนเผาโลกเสร็จแล้ว แล้วศารวระและศยามะหมาสองตัวที่มีสี่ตา จมูกกว้าง ลายด่าง สีน้ำตาลแดง ซึ่งเป็นหมาของพระยมมาไล่ล่าเขาพยายามลากเขาลงนรก เขาหนีรอดมาได้ แล้วเขาก็โดนสัตว์ประหลาดปูนายักษ์ขนาดประมาณ5เมตรกระทำชำเรา เมื่อฝนตกฝนก็ทำให้ดินแห้งแล้วอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็ส่งจานบินมาจับเขาได้ แล้วฮิตเลอร์ก็ให้เขาอ่านMein Kampf แล้วเขาก็กลายเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคนาซีและอาณาจักรไรช์ที่สี่ แล้วเขาก็มาเจอกับคนไร้ค่าที่เป็นเชื้อพระวงศ์มอญสายเลือดของมะกะโท แล้วพวกเขาสองคนก็ออกเดินทางไปด้วยกัน แล้วเขาก็แยกตัวออกจากเชื้อพระวงศ์มะกะโทขึ้นKirov Airshipไปเข้าเฝ้าพระนางวิคตอเรีย แล้วปืนใหญ่เลโอนาร์โด ดา วินชี่ซึ่งกองทัพของสาธารณรัฐแห่งฟลอเรนช์เป็นเจ้าของก็สอยเขาร่วงตาย

Irony+Sacasm+Satire

-ผมรู้ครับว่าผมไม่มีค่าพอแม้ว่าผมจะให้ความรู้อันโง่เขลาเนื่องจากผมเรียนไม่จบปริญญาตรีในการอธิบายฟิสิกส์ให้กับคนทั่วไปที่ไม่เข้าใจฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับว่าผมโง่และคนที่เรียนไม่จบปริญญาตรีแถมไม่ใช่อาจารย์อย่างผมไม่มีประโยชน์ที่จะช่วยอธิบายฟิสิกส์ที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยยังไม่เข้าใจให้เป็นเรื่องที่แมวยังเข้าใจได้เพื่อช่วยคนที่กำลังปวดกบาลกับฟิสิกส์ที่พวกเขากำลังเรียนอยู่ ผมรู้ครับผมทำทุกอย่างตามเจตจำนงอันต่ำต้อยไม่มีเหตุผลรองรับเท่าที่เด็กเปรตขโมยปืนพ่อไปกราดยิงคนตาย/ทุกสิ่งที่มีประโยชน์ถูกสร้างขึ้นโดยคนไร้ประโยชน์ คนทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีว้ตแต่ไม่เคยได้ประโยชน์ตลอดทั้งชีวิต ตอนตายก็ไม่ได้ประโยชน์ที่ตามหามาทั้งชีวิตและการหาประโยชน์ทั้งชีวิตไม่มีประโยชน์ใด/คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์แต่โดนเมดูซ่าทำให้เป็นหินแล้วลมก็พัดร่างหินนั้นก็แตกกระจัดกระจายแน่นอนเจ้าของร่างที่แท้จริงซึ่งโดนสาปเป็นหินนั้นตายอยู่ในร่างหินนั่นแหละ/คนทั่วไปให้ความสำคัญกับประโยชน์ตามหาประโยชน์ทั้งชีวิตแต่ไม่เจอประโยชน์ทั้งชีวิตจนตายเพราะประโยชน์ที่แท้จริงคือทุกสิ่งที่ผมทำที่คนบอกว่าไร้ประโยชน์นั่นแหละ/ฉันมันโง่และไร้ความสามารถฉันมันไร้ประโยชน์ไร้คุณค่าและไร้เหตุผลคุณค่าหรือก็ไม่มีประโยชน์หรือก็ไม่ได้ทำไปทำไมก็ไม่รู้แมวของเอ่อวิ่น โชวน์รดิงเง่อโดนโชวน์รดิงเง่อจับขังในกล่องทึบที่มีกลไกปล่อยพิษไซยาไนด์อยู่ภายเมื่อธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวปล่อยกัมมันภาพรังสีกลไกก็จะปล่อนยาพิษแมวก็จะตาย แต่กัมมันตรังสีจะสลายตัวหรือไม่สลายตัว ถ้ากล่องไม่ถูกเปิดแมวก็จะอยู่และตายได้พร้อมกัน จึงเกิดโลกคู่ขนาน2โลกคู่ขนานขึ้น โลกคู่ขนานที่แมวตาย โลกคู่ขนานที่แมวอยู่ ฉันอยู่ในโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือโลกคู่ขนานที่แมวตาย ฉันคือแมวที่ตาย ฉันมันโง่ งี่เง่า และไร้ค่า ปัญญาอ่อน/ผมเป็นเพียงแค่กระต่ายน้อยอ่อนแอ ที่หวังเพียงให้มังกรบินคอยปกป้องผม มังกรบินสาวทอมบอย ไม่รู้ว่าสเปกกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้เป็นทอมบอยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ตกหลุมรักมังกรบินสาวทอมบอยท่านนั้นไปเสียแล้ว ตกหลุมรักจริงๆ มันคือรักแท้ แต่แล้วเธอกลับไปแต่งงานมีลูกเป็นมังกรตัวน้อยกับใครก็ไม่รู้ ใครที่มังกรบินสาวทอมบอยนั้นเลือก ใครที่ไม่ใช่กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ สุดท้ายกระต่ายอ่อนแอต้องร้องไห้ ที่ผ่านมาสำคัญตัวมาโดยตลอด กระต่ายขาวตัวน้อยตัวนี้มันไร้ค่า กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้ไม่มีใครสนใจหรอก กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอตัวนี้จะมีใครมาสนใจ อธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก/เรามีพวกหิวแสง กระหายยอดซับ ที่ทำอะไรไร้สาระมากพอแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรไร้สาระแบบทำไม คนทุกวันนี้ลำบากกันมาก ต้องดิ้นรนกับการอยู่รอดทุกวัน เขาจะมานั่งฟังคนไร้สาระอย่างผมทำไม ใครจะมาฟั่งผมอธิบายแมวของโชวน์รดิงเง่อให้มันไร้สาระเล่น/ผมมันเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอที่ไร้ค่า ที่ผ่านมาผมเป็นคนไร้ค่ามาโดยตลอด ผมไม่เคยมีค่าเลย ผมไม่รู้การเป็นคนที่คุณค่า ผมไม่รู้เลยว่าคุณค่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จักคุณค่า คุณช่วยสอนผมให้รู้จักคุณค่าหน่อยได้ไหม/ผมออกไปซื้อน้ำมัน ปั๊มแม่งปิดหมด ยังดีหาซื้อได้ แม่ง คนขายคิดไรอยู่วะ ลิตรละ500 ผมซื้อมา10ลิตร กลับถึงบ้าน ผมถึงรู้ว่ามันเป็นน้ำมันพราย แม่ง คนขายหลอกกู/ขนาดคนที่มีการศึกษาสูงอย่างคุณยังทำให้คนที่ไร้ค่าอยู่แล้วรู้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าขยะยิ่งกว่าเดิมได้เลย อนาคตคุณเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยได้แน่ ๆ/เยี่ยมครับ ผมได้เจอคนมีค่ามีประโยชน์ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นเหมือนอย่างคุณซักที ผมเองก็พึ่งตระหนักได้ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนโง่ ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์มาโดยตลอด ในการอธิบายควอนตัมฟิสิกส์ให้เข้าใจง่ายให้กับคนทั่วไปที่เขาสนใจแต่ไม่มีโอกาสได้อ่านเรียนซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำตลอดเวลาที่ผ่านมา/ผมนั้นช่างไร้ค่า โง่เขลาเบาปัญญาอย่างยิ่ง ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปทำไม ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำไปเพื่ออะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไร ทำอะไรไปมีแต่คำถามว่าทำแล้วเราได้ประโยชน์ ในฐานะคนไร้คุณค่าไร้ประโยชน์อย่างผมผมขอถามว่า คุณมีค่าไหม/ผมมันไร้ค่าไร้ประโยชน์ทุกการกระทำของผมทำให้เกิดคำถามว่าทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไร ถ้าผมกลายร่างเป็นเด็กสาวหูกระต่ายแล้วทำงานอาบอบนวดที่โพไซดอนผมก็มีค่ามีประโยชน์ไม่ต้องมาถามว่าผมทำไปทำไมทำไปเพื่ออะไรแล้วใช่ไหม/ก็อตซิลล่าทั้งหลาย เมื่ออุลตร้าแมนคนนี้นี้ได้อยู่ในโลกสืบต่อจากอุลตร้าแมนคนก่อนนั้น ในขั้นต้นก็อตซิลล่าบางคนได้หวังกันว่าอุลตร้าแมนคนใหม่นี้คงจะคุ้มครองให้ก็อตซิลล่าได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ อุลตร้าแมนคงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม แฝงตัวในฐานะมนุษย์ทำให้ตัวเองและคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ฟังเสียงก็อตซิลล่า ปล่อยให้อุลตร้าแมนใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการแลกเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเข้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าก็อตซิลล่า กฎขี่ข่มเหงก็อตซิลล่า ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะได้เห็นจากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากิน อุลตร้าแมนคนนี้ได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อก็อตซิลล่า มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะเยียวยาและลดความเสียหายจากการต่อสู้และสัตว์ประหลาดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกลับกล่าวคำหมิ่นประมาทก็อตซิลล่า ผู้มีบุญคุณเสียภาษีให้กิน ว่าก็อตซิลล่ายังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะก็อตซิลล่ายังโง่ คำพูดเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าก็อตซิลล่าโง่อุลตร้าแมนก็โง่ เพราะอยู่ในชาติเดียวกัน ที่ก็อตซิลล่ารู้ไม่ถึงอุลตร้าแมนนั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่อุลตร้าแมนปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อก็อตซิลล่าได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังก็อตซิลล่า ก็อตซิลล่าทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของก็อตซิลล่า ไม่ใช่เป็นของอุลตร้าแมนตามที่อุลตร้าแมนหลอกลวง บรรพบุรุษของก็อตซิลล่าเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นจากมือข้าศึก พวกอุลตร้าแมนมีแต่จะชุบมือเปิป...เงินเหลือเท่าใดก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ก็อตซิลล่าอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย คณะก็อตซิลล่าเห็นว่า การที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนอุลตร้าแมนนั้น คณะก็อตซิลล่าไม่ประสงค์ทำการแย่งชิง ฉะนั้น จึ่งได้ขอเชิญให้อุลตร้าแมนคนนี้ดำรงค์ตำแหน่งต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ถ้าอุลตร้าแมนตอบปฏิเสธ หรือไม่ตอบภายในกำหนด โดยเห็นแก่ส่วนตนว่า จะถูกลดอำนาจลงมา ก็จะชื่อว่า ทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างก็อตซิลล่าธิปตัย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นก็อตซิลล่าซึ่งสภาผู้แทนก็อตซิลล่าได้เลือกตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา"/เหล่าราชวงศ์เป็นบุคคลที่น่าเศร้า พวกเขาเกิดมาสูงส่ง แข็งแกร่ง และมีอำนาจมากเกินไป พวกเขาไม่ได้ชั่วร้ายโดยเจตนา นั่นคือโศกนาฏกรรมของพวกเขา พวกเขาไม่ได้โจมตีราษฎรเพราะต้องการ แต่เพราะขนาดและความแข็งแกร่งของพวกเขา ราษฎรจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตัวเอง หลังจากเรื่องราวแบบนี้หลายๆ เรื่อง ราษฎรจึงเกิดความรู้สึกผูกพันกับเหล่าราชวงศ์ และห่วงใยพวกเขาในที่สุด/ผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปเพื่ออะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำแล้วมีคุณค่าอะไรผู้ใดทำให้มีคำถามว่าทำไปแล้วเราได้ประโยชน์อะไร ผู้นั้นเป็นฟาสซิสต์/หากสิ่งสำคัญคือคุณค่า หากสิ่งสำคัญคือประโยชน์ หากสิ่งสำคัญคือการทำสิ่งใดแล้วไม่ทำให้คนเขาตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร แสดงว่ากะหรี่สระบุรีมีค่ามากกว่าผม/คนๆหนึ่งออกตามหาคุณค่าและประโยชน์ เขาเริ่มออกตามหาทันที แล้วก็ถูกจานบินยิงลำแสงใส่พื้นดินระเบิดไปหมดแต่เขาหนีรอดมาได้ จากนั้นเขาก็เจอกับแวมไพร์ แล้วเขาก็เจอพระศิวะไปบอกกับพระนารายณ์ว่าจะใช้ไฟบรรลัยกัลป์เผาโลกขอให้พระนารายณ์ปลุกพระพรหมเมื่อตนเผาโลกเสร็จแล้ว แล้วศารวระและศยามะหมาสองตัวที่มีสี่ตา จมูกกว้าง ลายด่าง สีน้ำตาลแดง ซึ่งเป็นหมาของพระยมมาไล่ล่าเขาพยายามลากเขาลงนรก เขาหนีรอดมาได้ แล้วเขาก็โดนสัตว์ประหลาดปูนายักษ์ขนาดประมาณ5เมตรกระทำชำเรา เมื่อฝนตกฝนก็ทำให้ดินแห้งแล้วอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็ส่งจานบินมาจับเขาได้ แล้วฮิตเลอร์ก็ให้เขาอ่านMein Kampf แล้วเขาก็กลายเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคนาซีและอาณาจักรไรช์ที่สี่ แล้วเขาก็มาเจอกับคนไร้ค่าที่เป็นเชื้อพระวงศ์มอญสายเลือดของมะกะโท แล้วพวกเขาสองคนก็ออกเดินทางไปด้วยกัน แล้วเขาก็แยกตัวออกจากเชื้อพระวงศ์มะกะโทขึ้นKirov Airshipไปเข้าเฝ้าพระนางวิคตอเรีย แล้วปืนใหญ่เลโอนาร์โด ดา วินชี่ซึ่งกองทัพของสาธารณรัฐแห่งฟลอเรนช์เป็นเจ้าของก็สอยเขาร่วงตาย

Allegory

 

วิกิพีเดีย

ในฐานะที่เป็นกลวิธีการเขียนหรือรูปแบบศิลปะอุปมาอุปไมยคือเรื่องเล่าหรือภาพที่ตัวละคร สถานที่ หรือเหตุการณ์สามารถตีความได้ว่าสื่อความหมายที่มีนัยสำคัญทางศีลธรรมหรือทางการเมือง นักเขียนได้ใช้อุปมาอุปไมยในศิลปะทุกรูปแบบตลอดประวัติศาสตร์เพื่อแสดงหรือถ่ายทอดความคิดและแนวคิดที่ซับซ้อนในวิธีที่เข้าใจได้หรือน่าประทับใจสำหรับผู้ชม ผู้อ่าน หรือผู้ฟัง

ไข่มุกภาพวาดขนาดเล็กจากCotton Nero Axผู้ฝันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามลำธารจากหญิงสาวไข่มุกไข่มุกเป็นหนึ่งในอุปมาอุปไมยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากยุคกลางตอนปลาย[ 1 ]

โดยทั่วไป นักเขียนและนักพูดมักใช้อุปมาอุปไมยเพื่อสื่อความหมายที่ (กึ่ง) ซ่อนเร้นหรือซับซ้อนผ่าน รูป สัญลักษณ์การกระทำ ภาพ หรือเหตุการณ์ ซึ่งรวมกันแล้วสร้างความหมายทางศีลธรรม จิตวิญญาณ หรือทางการเมืองที่ผู้เขียนต้องการสื่อ[ 2 ]อุปมาอุปไมยจำนวนมากใช้การทำให้เป็นบุคคลของแนวคิดนามธรรม[ 3 ]

นิรุกติศาสตร์

แก้ไข
ซัลวาตอร์ โรซา : ภาพเปรียบเทียบแห่งโชคลาภแสดงถึงฟอร์ทูนา เทพีแห่งโชคลาภ ถือเขาสัตว์แห่งความอุดมสมบูรณ์
อุปมาอุปไมยเกี่ยวกับการรับรองจักรวรรดิบราซิลและเอกราชภาพวาดแสดงให้เห็นเซอร์ชาร์ลส์ สจวร์ต นักการทูตชาวอังกฤษ ยื่นหนังสือแต่งตั้งต่อจักรพรรดิเปโดรที่ 1 แห่งบราซิลซึ่งอยู่เคียงข้างพระมเหสี มาเรีย เลโอ โปลดินา พระธิดามาเรีย ดา กลอเรีย (ต่อมาเป็นพระราชินีแห่งโปรตุเกสในนามมาเรียที่ 2 ) และบุคคลสำคัญอื่นๆ ทางด้านขวา มีรูปคนมีปีก ซึ่งเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์กำลังแกะสลัก "เหตุการณ์สำคัญ" ลงบนแผ่นหิน[ 4 ]
มาร์โค มาร์โคลา : อุปมาอุปไมยเชิงเทพปกรณัม

คำว่าallegory ปรากฏครั้งแรกในภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1382 มาจากภาษาละติน allegoriaซึ่งเป็นการแปลงมาจากภาษากรีก ἀλληγορία ( allegoría ) ซึ่งแปลว่า "ภาษาที่ปกปิด, เชิงเปรียบเทียบ" [ 5 ]แปลตรงตัวว่า "พูดถึงสิ่งอื่น" [ 6 ]ซึ่งมาจาก ἄλλος ( allos ) ซึ่งแปลว่า "อีกสิ่งหนึ่ง, แตกต่าง" [ 7 ]และ ἀγορεύω ( agoreuo ) ซึ่งแปลว่า "กล่าวปราศรัย, พูดในที่ประชุม" [ 8 ]ซึ่งมีที่มาจาก ἀγορά ( agora ) ซึ่งแปลว่า "ที่ประชุม" [ 9 ]

ประเภท

แก้ไข

นอร์ธรอป ฟรายกล่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ความต่อเนื่องของอุปมา" ซึ่งเป็นสเปกตรัมที่ครอบคลุมตั้งแต่สิ่งที่เขาเรียกว่า "อุปมาแบบไร้เดียงสา" อย่างเช่นThe Faerie Queeneไปจนถึงอุปมาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นของวรรณกรรมความขัดแย้งสมัยใหม่10 ]ในมุม มองนี้ ตัวละครในอุปมาแบบ "ไร้เดียงสา" ไม่ได้มีมิติครบถ้วน เพราะแต่ละแง่มุมของบุคลิกภาพของแต่ละคนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขานั้นล้วนแสดงถึงคุณธรรมหรือนามธรรมบางอย่าง ผู้เขียนได้เลือกอุปมาไว้ก่อนแล้ว และรายละเอียดต่างๆ เป็นเพียงการเติมเต็มอุปมานั้น

อุปมาอุปไมยแบบคลาสสิก

แก้ไข

ต้นกำเนิดของอุปมาอุปไมยสามารถสืบย้อนไปได้อย่างน้อยถึงโฮเมอร์ในการใช้บุคลาธิษฐานแบบ "กึ่งอุปมาอุปไมย" เช่น ความหวาดกลัว (Deimos) และความกลัว (Phobos) ที่ Il. 115 f. [ 11 ]อย่างไรก็ตาม ตำแหน่ง "นักอุปมาอุปไมยคนแรก" มักจะมอบให้กับผู้ที่เสนอการตีความอุปมาอุปไมยของโฮเมอร์เป็นคนแรก แนวทางนี้ทำให้ได้คำตอบที่เป็นไปได้สองข้อ คือTheagenes แห่ง Rhegium (ซึ่งPorphyryเรียกว่า "นักอุปมาอุปไมยคนแรก" Porph. Quaest. Hom. 1.240.14–241.12 Schrad.) หรือPherecydes แห่ง Syrosซึ่งทั้งสองคนสันนิษฐานว่ามีผลงานในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช แม้ว่า Pherecydes จะมีอายุมากกว่าและมักถูกสันนิษฐานว่าเป็นนักเขียนร้อยแก้วคนแรก การถกเถียงนี้มีความซับซ้อน เนื่องจากจำเป็นต้องให้เราสังเกตความแตกต่างระหว่างการใช้คำกริยาภาษากรีก "allēgoreīn" สองแบบที่มักจะสับสนกัน ซึ่งสามารถหมายถึงทั้ง "พูดเชิงอุปมา" และ "ตีความเชิงอุปมา" [ 12 ]

ในกรณีของ "การตีความเชิงอุปมา" ดูเหมือนว่าเธียเจเนสจะเป็นตัวอย่างแรกสุดของเรา สันนิษฐานว่าเพื่อตอบสนองต่อคำวิจารณ์ทางศีลธรรมเชิงปรัชญาเบื้องต้นของโฮเมอร์ (เช่น Xenophanes fr. 11 Diels-Kranz [ 13 ] ) เธียเจเนสเสนอการตีความเชิงสัญลักษณ์โดยที่เทพเจ้าในอีเลียดเป็นตัวแทนของธาตุทางกายภาพ ตัวอย่างเช่น เฮเฟสตัสเป็นตัวแทนของไฟ (ดู fr. A2 ใน Diels-Kranz [ 14 ] ) อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคนโต้แย้งว่างานเขียนเกี่ยวกับกำเนิดจักรวาลของเฟเรไซเดสได้คาดการณ์ถึงงานเชิงอุปมาของเธียเจเนส โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการวางตำแหน่งเวลา (โครโนส) ในลำดับวงศ์ตระกูลของเทพเจ้าของเขา ซึ่งคิดว่าเป็นการตีความใหม่ของไททันโครโนสจากลำดับวงศ์ตระกูลแบบดั้งเดิมมากกว่า

ในวรรณกรรมคลาสสิก อุปมาอุปไมยที่รู้จักกันดีที่สุดสองเรื่องคือถ้ำในหนังสือสาธารณรัฐ ของเพลโต (เล่มที่ 7) และเรื่องราวของกระเพาะอาหารและอวัยวะภายในในสุนทรพจน์ของเมเนนิอุส อากริปปา ( ลิวี 2:32)

ในบรรดาตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุดของอุปมาอุปไมย อุปมาเรื่องถ้ำของเพลโตเป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนชิ้นใหญ่ของเขาเรื่องสาธารณรัฐในอุปมาเรื่องนี้ เพลโตบรรยายถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้ในถ้ำตลอดชีวิต โดยหันหน้าเข้าหากำแพงว่างเปล่า (514a–b) พวกเขาเฝ้ามองเงาที่ฉายลงบนกำแพงจากสิ่งต่างๆ ที่เคลื่อนผ่านหน้ากองไฟด้านหลัง และเริ่มกำหนดรูปร่างให้กับเงาเหล่านั้น โดยใช้ภาษาเพื่อระบุโลกของพวกเขา (514c–515a) ตามอุปมาเรื่องนี้ เงาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่นักโทษจะได้เห็นความเป็นจริง จนกระทั่งคนหนึ่งในนั้นหาทางออกไปสู่โลกภายนอกและได้เห็นวัตถุจริงที่ทำให้เกิดเงาเหล่านั้น เขาพยายามบอกผู้คนในถ้ำเกี่ยวกับการค้นพบของเขา แต่พวกเขาไม่เชื่อเขาและต่อต้านอย่างรุนแรงต่อความพยายามของเขาที่จะปลดปล่อยพวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้เห็นด้วยตนเอง (516e–518a) ในระดับพื้นฐาน อุปมานี้เกี่ยวกับนักปรัชญาผู้ซึ่งเมื่อพบความรู้ที่มากกว่าภายนอกถ้ำแห่งความเข้าใจของมนุษย์ ก็พยายามที่จะแบ่งปันความรู้นั้นตามหน้าที่ของเขา และความโง่เขลาของผู้ที่เพิกเฉยต่อเขาเพราะคิดว่าตนเองได้รับการศึกษาเพียงพอแล้ว[ 15 ]

ในช่วงปลายยุคโบราณมาร์ติอานัส คาเปลลาได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ชายชนชั้นสูงในศตวรรษที่ 5 จำเป็นต้องรู้ไว้ในอุปมาเรื่องงานแต่งงานของเมอร์คิวรีและฟิโลโลเกีย โดยมี ศิลปะเสรีนิยมทั้งเจ็ดที่ชายหนุ่มจำเป็นต้องรู้เป็นแขก[ 16 ]นอกจากนี้ ปรัชญานีโอเพลโตนิคยังได้พัฒนารูปแบบการอ่านเชิงอุปมาของโฮเมอร์[ 17 ]และเพลโต[ 18 ]ดังที่นักวิชาการด้านอุปมาชี้ให้เห็นว่า “การอ่านข้อความตามตัวอักษรมีส่วนที่ตรงกันข้ามกับการตีความเชิงอุปมา วิธีการอ่านนี้ ซึ่งน่าจะเริ่มต้นจากผู้อ่านโฮเมอร์กลุ่มแรกและพบพื้นฐานที่อุดมสมบูรณ์ในคำอธิบายเชิงอุปมาของฟิโล เกี่ยวกับพระคัมภีร์ เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับ โพรคลัสซึ่งงานเขียนและคำอธิบายของเขาเป็นตัวแทนของช่วงสุดท้ายของปรัชญายุคโบราณตอนปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างปรัชญาและวาทศิลป์” [ 18 ]

อุปมาอุปไมยในพระคัมภีร์

แก้ไข

อุปมาอุปไมยยุคแรกอื่นๆ พบได้ในพระคัมภีร์ฮิบรูเช่น อุปมาอุปไมยที่ขยายความใน บทเพลง สดุดี80 เกี่ยวกับ เถาองุ่นและการแพร่กระจายและการเติบโตที่น่าประทับใจ ซึ่งแสดงถึงการพิชิตและการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนแห่งพันธสัญญา[ 19 ] นอกจากนี้ เอเสเคียล 16 และ 17 ยังเป็นอุปมาอุปไมยอีกด้วยซึ่งการที่นกอินทรีผู้ยิ่งใหญ่จับเถาองุ่นนั้นได้ แสดงถึงการเนรเทศของอิสราเอลไปยังบาบิโลน[ 20 ]

การตีความพระคัมภีร์แบบอุปมาอุปไมยเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปของคริสเตียนยุคแรกและยังคงดำเนินต่อไป ตัวอย่างเช่น คำอธิบายพระวรสารฉบับที่สี่ที่เพิ่งค้นพบใหม่โดยฟอร์ทูนัตติอานัสแห่งอากิเลียมีคำอธิบายโดยผู้แปลภาษาอังกฤษว่า "ลักษณะสำคัญของการตีความของฟอร์ทูนัตติอานัสคือแนวทางเชิงเปรียบเทียบ โดยอาศัยชุดแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับคำสำคัญเพื่อสร้างการถอดรหัสข้อความแบบอุปมาอุปไมย" [ 21 ]

อุปมาอุปไมยยุคกลาง

แก้ไข
โรงเรียนอังกฤษศตวรรษที่ 17 – ภาพเหมือนของสุภาพสตรีชื่อเอลิซาเบธ เลดี้แทนฟิลด์บางครั้งความหมายของอุปมาอุปไมยอาจสูญหายไป แม้ว่านักประวัติศาสตร์ศิลปะจะสงสัยว่างานศิลปะชิ้นนั้นเป็นอุปมาอุปไมยประเภทหนึ่งก็ตาม[ 22 ]

อุปมาอุปไมยมีศักยภาพในการหยุดเวลาของเรื่องราวไว้ชั่วคราว ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกบริบททางจิตวิญญาณเข้าไปด้วย ความคิดในยุคกลางยอมรับว่าอุปมาอุปไมยมีความเป็นจริงอยู่เบื้องหลังการใช้ในเชิงวาทศิลป์หรือเรื่องแต่ง อุปมาอุปไมยนั้นมีความจริงแท้เช่นเดียวกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏภายนอก ดังนั้น พระราชกฤษฎีกาUnam Sanctam ของพระสันตะปาปา (1302) จึงนำเสนอแนวคิดเรื่องความเป็นเอกภาพของคริสต์ศาสนาโดยมีพระสันตะปาปาเป็นประมุข ซึ่งรายละเอียดเชิงอุปมาอุปไมยของคำอุปมานั้นถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของการพิสูจน์ด้วยตรรกะว่า " ฉะนั้นคริสตจักรหนึ่งเดียวนี้จึงมีกายเดียวและหัวเดียว ไม่ใช่สองหัวราวกับเป็นสัตว์ประหลาด... ถ้าเช่นนั้น ชาวกรีกหรือคนอื่นๆ กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้มอบความไว้วางใจให้แก่เปโตรและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา พวกเขาย่อมสารภาพว่าพวกเขาไม่ใช่แกะของพระคริสต์" ข้อความนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการใช้อุปมาอุปไมยอย่างแพร่หลายในตำราทางศาสนาในยุคกลาง ซึ่งสืบทอดมาจากประเพณีและแบบอย่างของพระคัมภีร์ไบเบิล

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 หนังสือลึกลับเรื่องHypnerotomachiaซึ่งมีภาพประกอบแกะสลักไม้ที่ประณีต แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของขบวนแห่และการแสดงสวมหน้ากาก ตามธีม ต่างๆ ที่มีต่อการแสดงภาพเชิงเปรียบเทียบในยุคนั้น ดังที่ปรัชญามนุษยนิยมได้ถ่ายทอดออกมา

การปฏิเสธอุปมาอุปไมยในยุคกลางดังที่พบในผลงานในศตวรรษที่ 12 ของฮิวจ์แห่งเซนต์วิกเตอร์และหนังสือ Histories of Foure-footed Beastes ของเอ็ดเวิร์ด ท็อปเซลล์ (ลอนดอน, 1607, 1653) และการแทนที่ด้วยวิธีการจัดหมวดหมู่และคณิตศาสตร์ในการศึกษาธรรมชาติโดยบุคคลสำคัญเช่นนักธรรมชาติวิทยาจอห์น เรย์และนักดาราศาสตร์กาลิเลโอถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ตอนต้น[ 23 ]

อุปมาสมัยใหม่

แก้ไข

เนื่องจากเรื่องราวที่มีความหมายมักจะสามารถนำไปใช้กับประเด็นที่ใหญ่กว่าได้เสมอ การเปรียบเทียบจึงอาจถูกตีความในเรื่องราวหลายเรื่องที่ผู้เขียนอาจไม่ได้ตระหนักถึง[ 24 ]นี่คือการตีความเชิงเปรียบเทียบ หรือการอ่านเรื่องราวในฐานะการเปรียบเทียบ ตัวอย่างของการเปรียบเทียบในวัฒนธรรมสมัยนิยมที่อาจมีหรือไม่มีเจตนา ได้แก่ ผลงานของเบอร์โทลต์ เบรชต์และแม้แต่ผลงานนิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซีบางเรื่อง เช่นพงศาวดารแห่งนาร์เนียโดยซี.เอส. ลูอิส

เรื่องราวของแอปเปิลที่ตกลงบน หัวของ ไอแซค นิวตันเป็นอุปมาอุปไมยที่มีชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้แนวคิดเรื่องแรงโน้มถ่วงง่ายขึ้นโดยการแสดงวิธีการง่ายๆ ที่เชื่อกันว่ามีการค้นพบแรงโน้มถ่วง นอกจากนี้ยังทำให้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายโดยการย่อทฤษฎีให้เป็นเรื่องสั้น[ 25 ]

บทกวีและเรื่องสั้น

แก้ไข
รายละเอียดจากภาพเขียน "อุปมาเรื่องเลขคณิต"ของลอรองต์ เดอ ลา ฮีร์ประมาณปี ค.ศ.  1650

แม้ว่าการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์อาจช่วยให้ค้นพบการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ในงานเขียนได้ แต่ไม่ใช่ว่างานเขียนนวนิยายสมัยใหม่ที่ทรงอิทธิพลทุกชิ้นจะเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ และบางเรื่องก็ไม่ได้ตั้งใจให้มองในลักษณะนี้อย่างชัดเจน ตามบทความของเฮนรี ลิตเติลฟิลด์ในปี 1964 เรื่องThe Wonderful Wizard of Ozของแอล. แฟรงค์ บอมอาจเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นเรื่องเล่าแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยโครงเรื่องในรูปแบบนิทานขยายที่มีสัตว์พูดได้และตัวละครที่ร่างขึ้นอย่างกว้างๆ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่ออภิปรายเรื่องการเมืองในยุคนั้น[ 26 ]อย่างไรก็ตามจอร์จ แมคโดนัลด์เน้นย้ำในปี 1893 ว่า "นิทานพื้นบ้านไม่ใช่การเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์" [ 27 ]

The Lord of the RingsของJRR Tolkienเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของงานเขียนที่มีชื่อเสียงซึ่งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเชิงอุปมาอุปไมย ดังที่ผู้เขียนเองเคยกล่าวไว้ว่า "...ข้าพเจ้าไม่ชอบอุปมาอุปไมยในทุกรูปแบบ และเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดตั้งแต่ข้าพเจ้าแก่ตัวลงและระมัดระวังมากพอที่จะตรวจจับการมีอยู่ของมันได้ ข้าพเจ้าชอบประวัติศาสตร์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายกับความคิดและประสบการณ์ของผู้อ่าน ข้าพเจ้าคิดว่าหลายคนสับสนระหว่างการประยุกต์ใช้กับอุปมาอุปไมย แต่การประยุกต์ใช้ขึ้นอยู่กับอิสรภาพของผู้อ่าน และอุปมาอุปไมยขึ้นอยู่กับการควบคุมโดยเจตนาของผู้เขียน" [ 28 ]

โทลคีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับข้อเสนอแนะที่ว่า แหวนวงเดียวในหนังสือซึ่งมอบพลังมหาศาลให้แก่ผู้ครอบครองนั้น ตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์แทนอาวุธนิวเคลียร์เขาตั้งข้อสังเกตว่า หากนั่นเป็นเจตนาของเขา หนังสือเล่มนี้จะไม่จบลงด้วยการทำลายแหวน แต่จะจบลงด้วยการแข่งขันด้านอาวุธที่มหาอำนาจต่างๆ จะพยายามครอบครองแหวนดังกล่าว จากนั้นโทลคีนก็ร่างโครงเรื่องทางเลือกสำหรับ "ลอร์ดออฟเดอะริงส์" ในแบบที่ควรจะเป็นหากเขาตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์แทนอาวุธนิวเคลียร์ และซึ่งจะทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นเรื่องราว ในโลกดิสโทเปีย แม้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่างานเขียนของโทลคีนจะไม่ถูกมองว่ามีธีมเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตีความใหม่ผ่านมุมมองแบบหลังสมัยใหม่ แต่มันก็แสดงให้เห็นอย่างน้อยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้มีธีมเชิงสัญลักษณ์ในงานเขียนของเขา สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความคิดเรื่องการใช้สัญลักษณ์แทนอาวุธอย่างจงใจ เพราะสัญลักษณ์แทนอาวุธมักเป็นเรื่องของการตีความ และบางครั้งก็เป็นเพียงเจตนาทางศิลปะดั้งเดิมเท่านั้น

เช่นเดียวกับนิทานเชิงเปรียบเทียบ บทกวีเชิงเปรียบเทียบก็มีสองความหมาย คือ ความหมายตามตัวอักษรและความหมายเชิงสัญลักษณ์

ตัวอย่างอันเป็นเอกลักษณ์ของการใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบสามารถพบได้ในผลงานต่อไปนี้:

ศิลปะ

แก้ไข

ตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบที่ซับซ้อนและประสบความสำเร็จบางส่วน สามารถพบได้ในงานเขียนต่อไปนี้ ซึ่งเรียงลำดับตามลำดับเวลาโดยประมาณ:

แก้ไข

ดูเพิ่มเติม

แก้ไข

เอกสารอ้างอิง

แก้ไข
  1.  Stephen A. Barney (1989). "อุปมาอุปไมย".พจนานุกรมยุคกลางเล่ม 1. ISBN 0-684-16760-3.
  2.  Wheeler, L. Kip (11 มกราคม 2018). "คำศัพท์และคำจำกัดความทางวรรณกรรม: A" . คำศัพท์ทางวรรณกรรม . มหาวิทยาลัยคาร์สัน-นิวแมน. สืบค้นเมื่อ19 พฤษภาคม 2020 .
  3.  Tran, Thanh Tu (2025). บินเหนือการสอนแบบเดิมๆ: วิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมเชิงสร้างสรรค์ของ 'Wild Wise Weird'เสียงแห่งวิทยาศาสตร์จากคนรุ่นใหม่
  4.  ชวาร์ตซ์, ลิเลีย มอริตซ์ (1998)ดังที่ barbas ทำจักรพรรดิ์: D. Pedro II, um monarca nos trópicos. เซาเปาโล: Companhia das Letras. พี 181. ไอเอสบีเอ็น 85-7164-837-9.
  5.  ἀλληγορία , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , on Perseus Digital Library
  6. "ที่มาของคำว่า allegory โดย etymonline" . etymonline.com . สืบค้นเมื่อ2024-07-04 .
  7.  ἄλλος , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , on Perseus Digital Library
  8.  ἀγορεύω , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , on Perseus Digital Library
  9.  ἀγορά , Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon , ใน Perseus Digital Library.
  10. Frye, Northrop (1957). "บทความที่สอง: การวิจารณ์เชิงจริยธรรม: ทฤษฎีสัญลักษณ์" ในDamrosch, David (บรรณาธิการ). กายวิภาคของการวิจารณ์: บทความสี่เรื่อง . Princeton Classics. เล่มที่ 70. Princeton, New Jersey: Princeton University Press (ตีพิมพ์ 2020). หน้า 89 เป็นต้นไป. ISBN 9780691202563.
  11.  Small, SGP (1949). "ว่าด้วยอุปมาอุปไมยในโฮเมอร์". The Classical Journal 44 (7): 423.
  12.  Domaradzki, M. (2017). "จุดเริ่มต้นของ Allegoresis ของกรีก". โลกคลาสสิก 110 (3):301
  13.  เอช. ไดลส์ และ ดับเบิลยู. ครานซ์ (1951) Die Fragmente der Vorsokratiker, ฉบับที่ 1. ฉบับที่ 6 เบอร์ลิน: ไวด์มันน์, 126–138.
  14.  เอช. ไดลส์ และ ดับเบิลยู. ครานซ์ (1951) Die Fragmente der Vorsokratiker, ฉบับที่ 1. ฉบับที่ 6 เบอร์ลิน: ไวด์มันน์, 51–52.
  15.  เอลเลียต, อาร์เค (1967) "โสกราตีสและถ้ำของเพลโต" คานท์-สตูเดียน . 58 (2): 138. ดอย : 10.1515/kant.1967.58.1-4.137 . S2CID 170201374 . 
  16. มาร์ติอานัส คาเปลลา และศิลปศาสตร์ทั้งเจ็ด – การแต่งงานของภาษาศาสตร์และปรอทเล่มที่ 2 แปลโดย สตาล, วิลเลียม แฮร์ริส; จอห์นสัน, ริชาร์ด; เบอร์จ, อีแอล (ฉบับพิมพ์) นิวยอร์ก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย 1977
  17.  แลมเบอร์ตัน, โรเบิร์ต (1986). โฮเมอร์นักเทววิทยา: การอ่านเชิงอุปมาอุปไมยแบบนีโอเพลโตนิสต์และการเติบโตของประเพณีมหากาพย์สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียISBN 9780520066076JSTOR  10.1525/j.ctt1ppp1k .
  18.  , Florin George (2013), Dolealová, Lucie; ไรเดอร์, เจฟฟ์; ซิโรนี่, อเลสซานโดร (บรรณาธิการ),"'คำชี้แจง' ของความสับสน: การอ่านเชิงเปรียบเทียบของ Proclus เกี่ยวกับ Parmenides ของ Plato" , Medium Aevum Quotidianum , Krems: Institut für Realienkunde des Mittelalters und der frühen Neuzeit, หน้า  15– 31 , ดึงข้อมูลแล้ว2019-11-06
  19.  เคนเนดี, จอร์จ เอ. (1999). วาทศิลป์คลาสสิกและประเพณีคริสเตียนและฆราวาสตั้งแต่สมัยโบราณถึงสมัยใหม่ (ฉบับที่ 2). สำนักพิมพ์ UNC. หน้า 142. ISBN 0-8078-4769-0สืบค้นข้อมูลเมื่อ วัน ที่7 สิงหาคม 2552
  20.  โจนส์, อเล็กซานเดอร์, บรรณาธิการ (1968). พระคัมภีร์เยรูซาเลม (ฉบับผู้อ่าน). ดับเบิลเดย์ แอนด์ คอมพานี. หน้า  1186, 1189. ISBN 0-385-01156-3.
  21.  ฟอร์ทูนาเชียนัส อาควิเลเอนซิส (2017) ความเห็นเกี่ยวกับพระกิตติคุณ: การแปลและบทนำภาษาอังกฤษ (PDF ) เดอ กรอยเตอร์. พี สิบเก้าดอย : 10.1515/9783110516371 . ไอเอสบีเอ็น  978-3-11-051637-1จัดเก็บในรูปแบบ ไฟล์ PDFจากต้นฉบับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2022
  22. "ภาพเหมือนของสุภาพสตรีชื่อเอลิซาเบธ เลดี้แทนฟิลด์ โดยศิลปินนิรนาม" . ArtFund.org . กองทุนศิลปะ
  23. แฮร์ริสัน, ปีเตอร์ (2001). "บทนำ". พระคัมภีร์ โปรเตสแตนต์ และการกำเนิดของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ . สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ . หน้า  1–10 . ISBN 0-521-59196-1.
  24.  Nguyen, Minh-Hoang (2024). "นิทานเสียดสีสามารถนำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืนได้อย่างไร?"วิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืน 23 ( 11267): 323– 328. doi : 10.13135/2384-8677/11267 .
  25.  "บันทึกความ ทรงจำฉบับปรับปรุงของนิวตัน (ฉบับมาตรฐาน)"โครงการนิวตันสืบค้นเมื่อ13 มีนาคม 2017
  26.  Littlefield, Henry (1964). "The Wizard of Oz: Parable on Populism". American Quarterly , 16 (1): 47–58. doi : 10.2307/2710826 .
  27. Baum, L. Frank (2000). The Annotated Wizard of Oz: The Wonderful Wizard of Oz . Norton. หน้า  101. ISBN 978-0-393-04992-3.
  28.  Bogstad, Janice M.; Kaveny, Philip E., บรรณาธิการ (9 สิงหาคม 2011). Picturing Tolkien: Essays on Peter Jackson's The Lord of the Rings Film Trilogy . McFarland. หน้า 189. ISBN 978-0-7864-8473-7.
  29. "The Faerie Queene | ผลงานของ Spenser" . สารานุกรมบริแทนนิกา. สืบค้นเมื่อ2020-10-12 .
  30. "The Scarlet Letter | สรุป บทวิเคราะห์ ตัวละคร และข้อเท็จจริง"สารานุกรมบริแทนนิกาสืบค้นเมื่อ12 ตุลาคม 2020
  31. ""'Animal Farm': ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิทานเปรียบเทียบของจอร์จ ออร์เวลล์ กำกับโดยแอนดี้ เซอร์คิส ถูกซื้อลิขสิทธิ์โดย Netflix – ข่าวที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม" สืบค้นเมื่อ2020-10-12
  32.  Romm, Jake (2017-04-26). "ความทุกข์ชอบมีเพื่อนร่วมทุกข์" . The New Inquiry . สืบค้นเมื่อ2020-10-12 .
  33.  Roppolo, Joseph Patrick. "ความหมายและ 'หน้ากากแห่งความตายสีแดง'", รวบรวมอยู่ใน Poe: A Collection of Critical Essays, เรียบเรียงโดย Robert Regan. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall, Inc., 1967. หน้า 137.
  34.  ซัลลิแวน, เจมส์ (2 ตุลาคม 2020). "อะไรที่ทำให้ซาเลมกลายเป็นเมืองแม่มดอย่างแท้จริง – เดอะบอสตันโกลบ" . BostonGlobe.com . สืบค้นเมื่อ12 ตุลาคม 2020 .
  35.  Cäcilia Rentmeister : เหล่า Muses, ถูกห้ามจากอาชีพของตน: เหตุใดจึงมีสัญลักษณ์เปรียบเทียบเป็นผู้หญิงมากมาย?สรุปภาษาอังกฤษจาก Kvinnovetenskaplig Tidskrift, Nr.4 1981, ลุนด์, สวีเดนในรูปแบบ PDF สืบค้นเมื่อ 10.กรกฎาคม 2554ต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน: Berufsverbot für die Musen วารุม ตกลงกับ วิเอเล อัลเลโกเรียน ไวบลิช เหรอ?ใน: esthetik und Kommunikation, Nr. 25/1976, ส. 92–112. แลงฟาสซุงใน: Frauen und Wissenschaft. Beiträge zur Berliner Sommeruniversität für Frauen, กรกฎาคม 1976, เบอร์ลิน 1977, S.258–297 พร้อมภาพประกอบ.ตำราฉบับเต็มออนไลน์: Cäcilia (Cillie) Rentmeister: สิ่งพิมพ์

อ่านเพิ่มเติม

แก้ไข
แก้ไข