วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568

 

เรื่องสั้น short story

สัตว์ประหลาดเมฆสัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ


ผู้เขียน: ฝน คือน้ำ
เวลา 13.40 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2013ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาในเขตที่อยู่อาศัยของชนเผ่าปกาเกอะญอ หลังฝนหยุดตกเมฆฝนเหล่านั้นก็ลอยผ่านไปที่อื่น ทว่า ได้มี"เมฆสีแดง"กลุ่มใหญ่ลอยผ่านมา....
ฝนสีแดงได้ตกลงมาจากเมฆสีแดงกลุ่มนั้น น้ำสีแดงที่ตกลงบนพื้นมันค่อยคืบคลานเข้ารวมตัวกันกับหยดน้ำกลายเป็นผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่ค่อยๆคืบคลานเข้าไปดูดกลืนวัตถุสิ่งของผู้คนและสัตว์ในหมู่บ้านแห่งนั้น
"เมี๊ยว!!!!!!" "โฮ่งๆๆๆๆๆ!!!!!โฮ่ง!!!!โฮ่ง!!!!!" "ว๊าย!!!!" "ช่วยด้วย!!!!" "อ๊าก!!!!" เมื่อหมู่บ้านถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้ารวมตัวกับเมฆสีแดงตามเดิม แล้วลอยหายไปจากท้องฟ้า
.....2 มกราคม 2013 19นาฬิกา 00นาที
หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ได้มีฝนตกในตอนนั้น....
และเมื่อฝนหยุดตก เมฆสีแดงได้โจมตีที่นั่น มันดูดกลืนทุกอย่างในนั้นจนหมดสิ้นทั้งหมู่บ้าน
   บ้านของอัศวิน และ อลินดา วันที่3 มกราคม 2013 เวลา 9นาฬิกา 00นาที
ซ ร ซ ร ฟ ฟ ร ด ซ ร ดรด ฟฟม มซร (<---โน๊ตเพลงของเพลงของรายการหนึ่งของโทรทัศน์ช่องหนึ่ง)
"อลินดา เราไปเที่ยวอควาเรี่ยมกันมั๊ย"
"หนูไม่ใช่แฟนพี่นะ....."
"เอ่อ....เดี๋ยวนะ..." ที่น่าตลกคืออัศวินหน้าแดงเฉย
เวลา 12นาฬิกา 45นาที ของวันเดียวกัน
ณ อควาเรียมในจังหวัดชลบุรี
อัศวินและอลินดาเดินผ่านอ่างดาวทะเลไป...  โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าน้ำในอ่างดาวทะเลเป็นน้ำสีแดง
เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปในอควาเรียม ทุกคนในที่นั่นต่างก็แตกตื่นวิ่งหนีกันกระจัดกระจาย อลินดาเห็นดังนั้นจึงว่า"เขาหนีอะไรกันน่ะ" อัศวินเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปข้างนอกกับอลินดาและภาพที่อยู่ต่อหน้าทั้งสองคนนั้นคือ ผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่กำลังดูดกลืนสิ่งก่อสร้างและผู้คนจำนวนหนึ่งถนนซีเมนต์,ตึกที่ก่อด้วยปูน,รูปปั้นคอนกรีต อัศวินและอลินดาตกใจกลัวเป็นอันมากจึงพากันไปหนีไปที่อื่นจนรอดพ้นผืนน้ำสีแดงมาได้
เวลา 13 นาฬิกา 38นาที เมฆสีแดงลอยอยู่เหนือจังหวัดกรุงเทพและฝนสีแดงก็ตกที่นั่นแล้วเข้ากลืนกินทุกสิ่งในนั้นเหล่าผู้คนและสัตว์แตกตื่นป็นอันมาก ถุงลอยปลิวว่อนไปทั่วฟ้า รถคว่ำชนกันเอง ผู้คนเหยียบกันตายบนผืนน้ำสีแดงที่หลั่งไหลอยู่บนพื้นผิวโลก ของใช้ของกินทุกสิ่งอยู่บนถนนสิ้น ตึกรามบ้านช่องสิ่งมีชีวิตนั้นถูกดูดกลืนไปเสียสิ้น ที่คลังแสงกองทัพอากาศประเทศไทย น้ำสีแดงได้กลืนเครื่องบินรบGrippenไปลำหนึ่ง แต่เครื่องบินลำนั้นเกิดระเบิดขึ้นน้ำสีแดงที่คลังแสงของกองทัพอากาศจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้า ขณะเดียวกัน จากการโจมตีของน้ำสีแดงทำให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งเกิดระเบิดขึ้นทั่วทั้งกรุงเทพ น้ำสีแดงจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงรวมตัวกับเมฆสีแดงบนฟ้าแล้วลอยหายไป
รายการข่าวโทรทัศน์ทุกช่องต่างออกมารายงานข่าวเรื่องการโจมตีของเมฆสีแดงและน้ำสีแดงภายหลังจากเกิดเหตุเพียงแค่5นาที
"ครับ ตอนนี้เราอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยนะครับ เมฆและฝนสีแดงได้โจมตีที่นี่ อย่างที่เห็นนะครับข้างหลังผมท่านผู้ชมจะเห็นว่า อนุสาวรีย์ชัยได้หายไปแล้วนะครับ และบนพื้นจะพบกกับซากสิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตจากการโจมตีของน้ำสีแดง ตอนนี้พบยอดผู้เสียชีวิต3,058ราย และผู้บาดเจ็บ180,000ราย..........  .........."
วันที่4 มกราคม 2013
ตอนนี้ก็ยังคงมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับเมฆฝนสีแดงและข่าวนี้ต่างก็ดังไปทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์จากทุกด้านแม้กระทั่งผู้ที่ทำงานค้นหาสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวจากทุกประเทศทั่วโลกต่างมารวมตัวกันที่ประเทศไทยเพื่อค้นหาคำตอบเรื่องที่เมฆฝนสีแดงออกอาละวาด โดยจัดตั้งทีมกันที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจัดประชุมกันที่ที่ประชุมที่นักวิทยาศาสตร์ชาวไทยคนหนึ่งสร้างมันขึ้นมา โดยมีล่าม20คนคอยแปลภาษาต่างๆให้
"เรื่องเมฆฝนสีแดงนั่น เป็นปรากฏการณ์ลึกลับทางธรรมชาติแบบหนึ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจอธิบายได้ ถ้าเราไขความลับเรื่องเมฆฝนสีแดงนี้ได้ก็จะไขปริศนาทางธรรมชาติที่ยังอธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาตร์บนโลกนี้ได้"นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันพูดขึ้น
"เมฆฝนสีแดงนั่น....อาจเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลก"นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกล่าวตาม
"โทษนะครับ ผมไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือเป็นเพราะสภาพอากาศแปรปรวนหรอกนะครับ ถ้าดูจากการกระทำของเมฆฝนสีแดงเราสามารถสรุปได้ทันทีว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต ครับ" ดร.ปฏิพัทธิ์ ชื่อเล่น จอห์นนี่ นักวิทยาศาสตร์ชาวไทยแย้งขึ้น
"เอ่อ ขอโทษนะครับ แต่....คุณมีหลักฐานอะไรครับ?" นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาเอ่ย
"เหตุการณ์ไงครับ เหตุการณ์คือหลักฐานชั้นยอด เรารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต มันดูเป็นสิ่งมีชีวิตมากเกินไปซึ่งขัดกับลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิตอย่างน้ำ"ดร.ปฏิพัทธิ์ตอบ
"ถ้าอย่างนั้น ที่มันดูดกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งชีวิต....มันต้องการอาหาร....."นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียกล่าวขึ้น
"แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต.....?...." นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษพูดขึ้น
"เรื่องนั้นผมจะหาหลักฐานและข้อมูลมาให้ดูเองครับ ตอนนี้เวลา12นาฬิกาตรงแล้วครับ ต้องเลิกประชุมแล้วละครับ ถ้าต้องประชุมอีกเมื่อไหร่ผู้ดูแลการประชุมจะแจ้งไปให้ทุกท่านทราบนะครับ ขอบคุณครับ"
เมื่องานประชุมเลิก จอห์นนี่เตรียมตัวไปหมู่บ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งในแถบทางภาคเหนือ
วันที่ 5 มกราคม 2013 เวลา6นาฬิกา 00นาที
จอห์นนี่เดินทางมาถึงหมูบ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกันกับที่ถูกเมฆฝนสีแดงโจมตีเป็นที่แรก สิ่งที่เขาเห็นก็คือทุกสิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ได้หายไปทั้งหมดเหลือเพียงบ้านที่พังไปแล้ว10หลังเท่านั้น
เขาถ่ายวีดีโอสภาพของหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ เมื่อเขาเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเขาเห็นน้ำสีแดงเกาะอยู่บนหม้อ เมื่อเขาจะถ่ายวีดีโอหยดน้ำสีแดงค่อยๆไหลมาหาเขา เขาหยิบมะเขือบนพื้นลูกหนึ่งมาวางไว้ข้างหน้าน้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงก็ดูดกลืนมะเขือเข้าไป แล้วมันก็ค่อยๆตรงมาหาเขา เขาจึงจุดไม้ขีดไฟที่ร่วงลงบนพื้นในบ้านหลังแล้วทิ้งใส่น้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงนั้นก็ค่อยระเหยกลายเป็นไอสีแดงอยู่บนพื้น จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ออกมาข้างนอก ไอสีแดงนั้นก็ลอยออกมาจากบ้านแล้วขึ้นฟ้าไป
เวลา 6นาฬิกา 38นาที
จอห์นนี่กำลังจะเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทว่าพอกำลังจะลงเขาเมฆฝนสีแดงได้ค่อยๆลอยเข้ามาโจมตีที่นั่นและอัศวินกับอลินดาก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งคู่กำลังจะถูกเมฆฝนโจมตีจอห์นนี่ไปรับตัวทั้งคู่ไว้ได้ทันก่อนที่จะถูกเมฆฝนโจมตี
"คุณมาเที่ยวใช่ไหมครับ หลบเข้าไปในป่าก่อนครับ จะหลบเมฆฝนสีแดงได้ง่ายกว่า"จอห์นนี่กล่าวขึ้น แล้วทั้งสามคนก็เข้าไปในป่า หลบหนีเมฆฝนสีแดงไปเรื่อยๆจนกระทั่งพ้นเมฆฝนสีแดงแล้ว จอห์นนี่จึงกล่าวขึ้นมาว่า "ผมขอตัวไปก่อนนะครับ"
"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"
เวลา 21 นาฬิกา 58นาที
จอห์นนี่เดินทางกลับมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ดูแลการประชุมก็แจ้งเข้ามาว่า จะเริ่มการประชุมในวันพรุ่งนี้ เวลา15นาฬิกาตรง
6 มกราคม 2013 เวลา 15นาฬิกา 00นาที
"เอาละครับ ตอนนี้ผมมีหลักฐานและข้อมูลเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าเมฆฝนนั่นเป็นสิ่งมีชีวิตจริง" จอห์นนี่พูดขึ้นแล้วเปิดวีดีโอที่ตนบันทึกตั้งแต่สภาพหมู่บ้านที่เสียหายไปจนถึงน้ำสีแดงที่ยังตกค้างอยู่ระเหยกลายเป็นไอ
"การโจมตีครั้งแรกของเมฆฝนสีแดงเกิดขึ้นที่หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยแห่งหนึ่ง ครั้งต่อมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ครั้งที่สามที่ชลบุรี น่าประหลาดที่การโจมตีทั้งสามครั้งนั้นได้ลงในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์แต่กลับไม่มีใครแชร์ข่าวพวกนั้นเลย กลายเป็นข่าวที่ไม่ดังนักส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะลงในเว็บไซต์ที่ไม่ได้โด่งดังนักในขณะที่การโจมตีที่กรุงเทพกลับเป็นข่าวดังในทั่วโลก และแน่นอนว่าเมฆจะลอยกลับไปหาที่ๆมันเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ แต่ในขณะที่ผมไปถ่ายวีดีโอนี้อยู่นั้น มันโจมตีที่นั่นด้วย"
เมื่อทุกคนได้ยินจอห์นนี่พูดดังนั้นต่างฝ่ายต่างก็มองตากัน....
"หากดูจากแผนที่จะพบว่า มันโจมตีจากทางเหนือลงมาใต้ แล้วมันก็กลับจากทางใต้ขึ้นไปข้างบน ซึ่งดูไม่เหมือนกับว่ามันจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตแต่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากกว่า  นอกจากนี้ ในตอนท้ายของคลิปเมื่อมันโดนไฟมันก็มีปฏิกริยากลายเป็นไอ ซึ่งสิ่งไม่มีชีวิตโดยปกติแล้วมักจะไม่ตอบสนองต่อความร้อนหรือสิ่งเร้าทุกชนิด ในขณะที่สิ่งมีชีวิตมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น เช่นพืชเมื่อมันได้รับแสงน้อยก็จะเอนเข้าหาแสงเพื่อให้ได้รับแสงให้มากที่สุด นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ยืนยันได้ว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต"จอห์นนี่กล่าวต่อ
"แล้วถ้ามันเป็นเพียงแค่แก๊สหรือสสารอะไรบางอย่างขึ้นมาล่ะ?"นักวิทยาศาสตร์อเมริกากล่าวถาม
"ถ้ามันเป็นเพียงแค่สสารหรือแก๊สจริงๆมันจะไม่เป็นเหมือนอย่างที่น้ำฝนสีแดงเป็น ในวีดีโอจะเห็นว่า มันค่อยๆออกมาจากนอกบ้านแล้วขึ้นไปบนฟ้าทั้งหมด ซึ่งแก๊ซหรือสสารอะไรก็ตามต่อให้ระเหยกลายเป็นไอก็ไม่อาจขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ทั้งหมดนะครับ อันที่จริงต้องพูดว่า ใช่ว่ามันจะขึ้นไปบนฟ้าอย่างฉับพลันจนสังเกตุเห็นได้ชัดแบบน้ำฝนสีแดงนะครับ"จอห์นนี่กล่าวตอบ
"ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ"นักวิทยาศาสตร์รัสเซียพูดขึ้น
"แล้วมีโอกาสที่มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวหรือเปล่าครับ"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นถาม
"มีครับ เพราะเราไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ที่มีลักษณะเป็นแก๊สหรือเป็นน้ำที่มีชีวิตมาก่อน"จอห์นนี่ตอบ
"ถ้ามันมาจากต่างดาวจริงๆมันก็เป็นหลักฐานยืนยันว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง"นักวิทยาศาสตร์อังกฤษกล่าวขึ้น
"ใช่แล้ว" นักวิทยาศาสตร์เยอรมันกล่าวเสริม
ทันใดนั้นโทรทัศน์ก็รายงานข่าวด่วนเกี่ยวกับเรื่องเมฆฝนสีแดง ผู้ดูแลการประชุมเข้ามาแจ้ง จอห์นนี่จึงเปิดโทรทัศน์
"ตอนนี้เมฆฝนสีแดงกำลังมาที่เกาะเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วค่ะ สถานีรถไฟอยุธยาได้ถูกเมฆฝนสีแดงทำลายไปแล้วค่ะ........."
"ว่าไงนะ!!!?"นักวิทยาศาสตร์อเมริกากล่าวขึ้น
"กำลังมาที่นี่เนี่ยนะ!?"นักวิทยาศาสตร์บราซิลพูดออกมาด้วยความตกตะลึง
"เรารู้แค่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต แต่ไมรู้วิธีจัดการมันเนี่ยสิ"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นเอ่ย
"วิธีจัดการ....."เมื่อจอห์นนี่ได้ฟังนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นพูดขึ้นเขาจึงนึกบางอย่างขึ้นได้
"ขอข้อมูล ข่าว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตอนที่เมฆฝนสีแดงโจมตีกรุงเทพหน่อยครับ ผมได้ยินมาว่าก่อนที่เมฆฝนสีแดงจะหายไปมันกลายเป็นไอ ผมต้องการรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"จอห์นนี่พูดกับผู้ดูแลการประชุมผู้ดูแลการประชุมจึงเอาหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาให้ และจอห์นนี่ก็อ่านข่าวเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเมฆฝนสีแดงจนครบทุกฉบับ
"ผมรู้แล้ว"
"อะไรเหรอ?"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นถาม
"ก่อนที่น้ำสีแดงจะระเหยทั้งกรุงเทพ 10นาที เครื่องบินลำหนึ่งของกองทัพอากาศลำหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นหลังจากนั้นน้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอ 5นาทีหลังจากเครื่องบินลำนั้นระเบิด ปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วกรุงเทพเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน น้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอสีแดงในทันที และวีดีโอที่ผมบันทึกได้มันก็ระเหยกลายเป็นไอเพราะไฟจากไม้ขีดไฟ"
"นั่นก็หมายความว่า มันแพ้ความร้อน"นักวิทยาศาตร์รัสเซียพูดขึ้น
"ใช่แล้วครับ ถ้าเราให้ความร้อนให้กับมันเราต้องจัดการมันได้แน่"จอห์นนี่กล่าวตอบ
  "ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้เมฆฝนสีแดงเข้าไปในเกาะเมืองแล้วค่ะ....."
"บ้าเอ๊ย"นักวิทยาศาสตร์อเมริกากล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกบัดซบ
"ทุกท่านครับ เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดแล้วละครับ" เมื่อจอห์นนี่พูดขึ้นดังนั้นแล้ว ทุกคนจึงเตรียมตัวแล้วหนีออกจากเกาะเมืองพร้อมกัน แล้วฝนสีแดงก็ตกลงในที่แห่งนั้น มันดูดกลืนทุกอย่าง เมื่อผืนน้ำสีแดงเดินทางไปที่ใด ทุกสิ่งแถบนั้นก็ถูกดูดกลืน เหล่าผู้คนและสัตว์ต่างร้องเสียงโหยหวน จากนั้นผืนน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอขึ้นไปบนฟ้า บนพื้นมี.... เลือดสีแดงสดนองท่วมพื้น โครงกระดูกและหัวกะโหลกที่ยังมีอวัยวะเหลือข้างใน ดวงตา กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ฉีกขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนทุกหนแห่งเปี่ยมไปด้วยรอยเลือด
เวลา16นาฬิกา 00นาที นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้อพยพประชาชนและให้ทังสามเหล่าทัพเตรียมตัวต่อสู้กับเมฆฝนสีแดงและเรียกตัวทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาเมฆฝนสีแดงทุกคนไป
"ทุกท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรี"
"ที่ผมเรียกพวกคุณนักวิทยาศาสตร์จากทุกประเทศทั่วโลกมาพร้อมกันในวันนี้ คือ เนื่องจากเรื่องเมฆฝนสีแดงสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ผมอยากจะให้พวกคุณจัดการเรื่องนี้ให้ ก่อนอื่นนะครับ ผมอยากจะทราบข้อมูลเบื้องต้นของเมฆฝนสีแดงหน่อย"
"ครับท่าน ท่านครับ เมฆฝนสีแดงนั่นเป็นสิ่งมีชีวิต เนื่องจากมันมีปฏิกริยาตอบสนองเหมือนกับพวกสิ่งมีชีวิตมากกว่าสิ่งไม่มีชีวิตมากกว่าน้ำหรือสสารทั่วไป การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่สองที่ภาคกลาง ครั้งที่สามที่ภาคตะวันออก ครั้งที่สี่และครั้งที่ห้าคือภาคกลางและเหนืออีกครั้งค่อนข้างชัดเจนว่ามันคือสิ่งมีชีวิตแน่นอนเพราะมันมีความคิด และที่มันดูดกลืนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันอาจเป็นไปได้ว่ามันต้องอาหารครับ" จอห์นนี่กล่าวขึ้น
"อืม แล้วมันมีชื่อป่ะ ถ้ามันเป็นสิ่งมีชีวิตต้องมีชื่อ"
"โคโลยูโดะ ครับท่าน"
"อืม ถ้างานพวกคุณต้องทำงานกับกระทรวงกลาโหมนะ เริ่มงานวันนี้ได้เลย"
"ครับ"
7 มกราคม 2013 เวลา 6นาฬิกา 30นาที
ณ ที่ประชุมกระทรวงกลาโหม
"เมฆฝนสีแดงนั่นสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตเป็นอย่างมากอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เราต้องเตรียมมาตรการรับมือกับเมฆฝนสีแดงโดยเร็วที่สุด ข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่า โคโลยูโดะ แพ้ความร้อน แต่ว่าเราจะให้ความร้อนกับมันยังไง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวขึ้น
"อันที่จริง เราสามารถใช้ระเบิดธรรมดาจัดการกับมันได้ เรื่องที่เราควรทำในตอนนี้คือการค้นหา ตำแหน่งของมันมากกว่านะครับ" จอห์นนี่กล่าวขึ้น
"แล้วเราจะหาตำแหน่งมันยังไงได้ล่ะ" รองรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกล่าวถาม
"การพยากรณ์อากาศไงครับ โคโลยูโดะมีลักษณะเป็นเมฆฝนและลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศ นั่นหมายความว่าดาวเทียมพยากรณ์อากาศจะจับตำแหน่งของมันได้แน่นอน ในตอนนี้ที่เราต้องทำคือระบุตำแหน่งของมันแล้วค่อยคิดวิธีการจัดการกับมันต่อไปครับ"
   วันที่8 มกราคม 2013 เวลา 11นาฬิกา 50นาที
ด้วยการจับตำแหน่งโคโลยูโดะด้วยดาวเทียมพยากรณ์อากาศทางกองทัพจึงสามารถจับตำแหน่งมันได้ว่าตอนนี้ โคโลยูโดะ กำลังอยู่ที่ภูเขาหัวโล้นลูกหนึ่งในจังหวัดนครนายก ทางกองทัพจึงไปที่นั่น
เวลา 12 นาฬิกา 50นาที เมฆสีแดงก็ลอยลงมาบนพื้นดิน
"อะไรว่ะนะ"ทหารนายหนึ่งกล่าวขึ้น
"ทำไมมันไม่ตกลงมาเป็นฝนก่อนล่ะ?"นักวิทยาศาสตร์รัสเซียพูดขึ้นอย่างสงสัย
          จากนั้นกลุ่มเมฆสีแดงก็ค่อยเปลี่ยนรูปร่าง เป็นบ้านหลังหนึ่ง แล้วค่อยมีผู้คนวัวควายเพิ่มเข้ามาซึ่งตรงกับลักษณะของสิ่งที่มันดูดกลืนไปทั้งสิ้น
"นี่มันหมายความว่า.......เมฆสีแดงเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้เหรอเนี่ย"นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีกล่าวออกมา
"แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมมันต้องดูดกลืนอย่างอื่นด้วย"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นสงสัย
"แล้วมันจะเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองไปทำไมกัน"นักวิทยาศาสตร์อเมริกาพูดขึ้น
"หรือว่า...มีความเป็นไปได้ว่า มันต้องการมีรูปร่างที่แน่นอน.........?"จอห์นนี่เอ่ย
"รูปร่างที่แน่นอน?"นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียงุนงง
"โคโลยูโดะ มีรูปร่างที่ไม่แน่นอน.....นั่นหมายความว่าบางที...มันอาจจะอยากได้รูปร่างที่แน่นอนเลยดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป"จอห์นนี่ตอบ
"ก็หมายความว่าที่มันทำไป เพราะอยากจะมีรูปร่างที่แน่นอนเป็นของตัวเอง?"นักวิทยาศาสตร์รัสเซียกล่าว
"อาจใช่ ที่มันดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไปก็เพื่อจะได้สร้างเป็นรูปร่างที่แน่นอนของตัวเอง"
         ยังไม่ทันไร เมฆสีแดงที่เปลี่ยนรูปแล้วก็มุ่งหน้าตรงมาหาพวกเขา ทางกองทัพจึงตัดสินใจยิงใส่มัน        เต็มกำลัง
"ยิง!"
      สิ้นเสียงคำสั่ง ปืนใหญ่ของรถถังก็ยิงใส่กระหน่ำไปอย่างไม่ขาดสาย ระเบิดใส่เมฆสีแดงกลุ่มนั้น เมฆสีแดงหายไปส่วนหนึ่ง แต่ที่เหลือก็ลอยขึ้นฟ้าไปก่อน  แล้วลอยหายไป
"ให้ตายสิวะ เราจัดการเจ้าเมฆฝนบ้านั่นบนท้องฟ้าไปเลยไม่ได้เลยหรือไง!?"ทหารนายหนึ่งพูดขึ้นมา
"อาจได้"จอห์นนี่พูดตอบกลับ
"ถ้าเราเอาระเบิดติดไว้กับลูกโป่งให้มันลอยไปหาโคโลยูโดะ เราอาจจัดการมันบนท้องฟ้าได้"
วันที่ 9 มกราคม 2013 เวลา 15นาฬิกา 00นาที
ทางกองทัพจัดเตรียมระเบิดผูกไว้กับลูกโป่งแล้วใช้เชือกผูกระเบิดทุกลูกติดไว้กับเสาไม้ ที่ทุกรกร้างแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมพยากรณ์อากาศทำให้คาดเดาได้ว่าอีก 30นาทีโคโลยูโดะจะมาถึงที่นั่น
15นาฬิกา 31นาที
โคโลยูโดะมาถึงที่นั่น และลอยอยู่เหนือระเบิดที่ติดลูกโป่งไว้พอดี มือสไนเปอร์จึงยิงตัดเชือกทันที ระเบิดจึงลอยขึ้นไป และระเบิดขึ้น
         เมฆสีแดงค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ทว่า ทันใดนั้น เมฆสีแดงก็รวมตัวกันแล้วค่อยๆลอยเข้าไปโจมตีพวกเขา จึงต้องถอย
"ให้ตายสิ เกือบโดนมันฆ่าแล้ว"นายทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เจ้าเมฆเวรเอ๊ย จะฆ่ามนุษย์ให้หมดทุกคนเลยไงวะ!?"นายทหารอีกคนก็เอ่ยขึ้น
"สัตว์ประหลาดเมฆสัตว์ประหลาดฝนต่างหากล่ะครับ"จอห์นนี่ตอบ ทางกองทัพถอยไปยิงไปจนเมฆฝนสีแดงนั้นลอยกลับขึ้นฟ้าไปจนหมด
"เฮ้ย แล้วเราจะหนีไปไหนวะ?"นายทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้น
จอห์นนี่จึงตอบว่า"เมฆฝนสีแดงมันอยู่บนชั้นบรรยากาศจะลอยไปไหนมาไหนก็ได้ดังนั้นเรากลับไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพดีกว่าครับเราต้องเตรียมแผนใหม่" ทั้งหมดจึงเดินทางกลับกรุงเทพ
วันที่10 มกราคม 2013
ณ การประชุมการจัดการเมฆฝนสีแดง
"เจ้าเมฆนี่ฤทธิ์มันเยอะเกินแล้ว เราจะสู้มันได้ยังไง"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวขึ้น
"พวกเราก็ลองกันทุกวิถีทางแล้ว เจ้าโคโลยูโดะมันร้ายมาก เรารู้ว่าจุดอ่อนของมันคือความร้อนแต่ทุกครั้งที่เราใช้ความร้อนโจมตีมันมันก็โจมตีเรากลับทันที ทำยังไงเราถึงจะกำจัดโคโลยูโดะได้สิ้นซาก?"รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
"ผมว่านะ เราต้องรวมแสงอาทิตย์หรือแสงอะไรก็ได้ด้วยเลนส์นูนแล้วยิงลำแสงออกไปเผาเมฆฝนสีแดงนั้นให้ระเหยไปเลย"จอห์นนี่พูดขึ้น
"งั้นใช้วิธีนี้แล้วกัน เราต้องการเลนส์นูนที่ใหญ่ที่จะเผาโคโลยูโดะให้หมดได้ รีบทำเลนส์นูนที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้กันเลย"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพูดขึ้น
การประชุมจบลงทุกคนออกจากที่ประชุมและการผลิดเลนส์นูนที่ใหญ่ที่สุดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพักแต่พวกช่างเทคนิคทั้งหมดนั้นไปทำเลนส์นูนสำหรับจัดการโคโลยูโดะนั้นอยู่
ณ ห้องพักแรมของจอห์นนี่
จอห์นนี่อยู่ในห้องพักแล้วเขาก็เดินตรงไปหน้าต่างที่ปิดอยู่ เขาเห็นเมฆสีแดงอยู่บนท้องฟ้าและเห็นอัศวินกับอลินดาอยู่ที่ถนนจอห์นนี่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องพักไปหาอัศวินกับอลินดาทันที
"นั่น คุณคือคนที่มาช่วยเราเมื่อตอนนั้นนี่"อัศวินกล่าวขึ้น
"ใช่ ผมสงสัยตั้งแต่ตอนไปภูเขานั่นแล้ว คุณไปทำอะไรที่นั่น? ไปที่นั่นยังไง? ที่นี่อีก คุณมาทำอะไรที่นี่?"จอห์นนี่พูด
"ตอนเราไปที่อควาเรียมในชลบุรี เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีเราที่นั่น เราเลยพยายามหนีแต่เจ้าน้ำสีแดงที่มาจากเมฆฝนสีแดงนั่นมันเกาะถนน ตึก ทุกที่เลย วิ่งไปซักพักมีถนนสายหนึ่งที่ไม่โดนน้ำสีแดงโจมตีเราเลยขึ้นรถประจำทางหนีไปเราไม่รู้จะไปไหนเราเลยเลือกไปที่ภูเขาลูกนั้นแต่เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นก็โจมตีเราที่นั่นอีกจนกระทั่งคุณมาช่วย มีคนๆหนึ่งขับรถมาเขาก็กำลังหนีเมฆฝนสีแดงนั่นเหมือนกันเราเลยติดรถเขามาตัดสินใจจะกลับบ้านแต่ที่บ้านของเรามีแอ่งน้ำสีแดงอยู่แล้วน้ำสีแดงในแอ่งนั่นก็ค่อยๆมาหาเรา เราก็ติดรถคนอื่นมาจนถึงตอนนี้แหละค่ะ"อลินดาตอบ
จอห์นนี่จึงว่า"โอเค เข้าใจล่ะ"
"เราขอพักห้องคุณได้ไหมคะ?"อลินดาตอบ
"ได้สิ"จอห์นนี่ตอบ
"ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ?"อลินดาถาม
จอห์นนี่จึงตอบว่า"จอห์นนี่น่ะ"
แล้วจอห์นนี่ก็พาอัศวินกับอลินดาไปที่ห้องพัก ส่วนเมฆสีแดงนั้นทางกองทัพยิงดอกไม้ไฟขึ้นไปบนฟ้าจนเมฆสีแดงลอยกลับไปยังทิศทางเดิมที่มันลอยมา
"เหตุการณ์เมฆฝนโจมตีนี่เหมือนธรรมชาติลงโทษเลยนะ"อัศวินพูดขึ้น
จอห์นนี่จึงพูดว่า"ธรรมชาติลงโทษมนุษย์มาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว"
"คุณจอห์นนี่คิดว่าเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่คือการลงโทษจากธรรมชาติจริงหรือเปล่าคะ?"อลินดาถามขึ้น
"ผมไม่รู้"จอห์นนี่ตอบ
"ถ้ามนุษย์โดนเมฆฝนสีแดงทำลายมนุษย์จนหมดอาจจะดีต่อโลกนี้มากกว่าก็ได้ มนุษย์ทำลายธรรมชาติจนยากจะแก้ไข คนที่ออกมาพูดอย่างงั้นอย่างงี้โจมตีพวกทำลายธรรมชาติก็ไม่เคยแก้ไขอะไรเลยแถมยังทำลายธรรมชาติซะเองอีกต่างหาก มนุษย์สูญพันธ์ซะได้ก็ดีถึงปัญหาจะไม่หายไปแต่ก็ไร้ซึ่งสิ่งที่จะก่อปัญหาต่อ"อลินดาพูดขึ้นอีก
"เชื่อสิ ว่าไอ้คนที่ว่าไอ้คนที่พูดต่างๆนาๆนั่นน่ะก็คือตัวการที่คอยทำลายธรรมชาติล่ะ คิดจะแก้ไขหรือเปล่า? ก็ไม่"จอห์นนี่พูดตอบกลับ
"คุณจอห์นนี่คะ คิดว่าการทำลายเมฆฝนสีแดงคือเรื่องดีแล้วเหรอคะ?"อลินดาถาม
อัศวินได้ฟังดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า"เราโดนเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีมานะ"
อลินดาจึงพูดขึ้นว่า"โธ่ พี่ก็ กองทัพโจมตีเมฆฝนสีแดงนี่ทีไรมันก็โต้กลับได้ทุกที หนูว่าถึงคราวที่ธรรมชาติอยากให้มนุษย์สูญพันธ์แล้วล่ะ"
ทันใดนั้นจอห์นนี่ก็พูดแทรกขึ้นมาว่า"ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า?"แล้วจอห์นนี่ก็พูดต่อว่า"มนุษย์ต่อสู้กับธรรมชาติหลายพันปีก่อนแล้ว"จากนั้นจอห์นนี่ก็พูดต่ออีก"ผมอยากรู้ว่า ทำยััังไงมนุษย์ทำยังไงมนุษย์กับธรรมชาติถึงจะเลิกสู้กันมากกว่า"
อลินดาฟังจอห์นนี่พูดแล้วจึงพูดขึ้นว่า"เป็นคำถามที่หาคำตอบยากจริงๆนะคะ"
วันเดียวกัน(10 มกราคม 2013) เวลา18นาฬิกา
ทางกองทัพสามารถผลิตเลนส์นูนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง1เมตรจำนวน3ชิ้นได้สำเร็จแล้วเตรียมพร้อมติดขาตั้งให้กับเลนส์ทุกอันปิดผ้าคลุมเอาไว้ก่อนและเตรียมพร้อมไฟฉายขนาดใหญ่สำหรับให้เลนส์นูนรวมแสง
ณ ห้องพักของจอห์นนี่
โทรศัพท์ของจอห์นนี่ดังขึ้น จอห์นนี่ก็รับโทรศัพท์
"ครับ     เข้าใจแล้วครับ    ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ"
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ/คะ?"อัศวินกับอลินดาถามจอห์นนี่ขึ้นพร้อมกัน
"ทางกองทัพทำเลนกองทัพทำเลนส์นูนขนาดใหญ่พิเศษสำหรับรวมแสงจัดการเมฆฝนสีแดงเสร็จแล้วน่ะ"
"ไปด้วยได้ไหมคะ?"อลินดาถามขึ้น
"โธ่เอ๊ย อลินดา"อัศวินพูดขึ้น
"โธ่เอ๊ย พี่ก็ เราเผชิญเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่กี่รอบแล้ว หนูเองก็เริ่มท้อ เจ้าเมฆฝนสีแดงนี่มันไปได้ทุกที่ หนูไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ยิ่งเจอเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่เท่าไหร่หนูก็รู้สึกว่าเรากำลังหนีธรรมชาติอยู่ เรากำลังสู้ธรรมชาติ นั่นมันเหมือนเราหนีตัวเองอยู่ นั่นมันเหมือนเราทำร้ายตัวเองอยู่ เพราะเราเองก็คือธรรมชาติ"อลินดาพูดตอบกลับ
จอห์นนี่จอห์นนี่ได้ยินอลินดาพูดดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า"นั่นสินะ เราสู้กับธรรมชาติมาโดยตลอดแต่ไม่มีใครตระหนักเลยซักคนต่อให้ตระหนักก็ไม่คิดจะแก้ไขอะไร"
แล้วจอห์นนี่ก็ไปยังที่ทำการกระทรวงกลาโหมเพราะกองทัพตัดสินใจเอาเลนส์นูนใหญ่พิเศษไปไว้ที่นั่นอลินดาก็ตามจอห์นนี่ไปอัศวินจึงตามน้องสาวของเขาไปด้วย
จอห์นนี่ อลินดา อัศวินไปถึงที่ทำการกระทรวงกลาโหมก็เป็นตอนที่ทุกคนในที่ประชุมกำลังรอฟังข้อมูลการเคลื่อนไหวของโคโลยูโดะจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุวิทยาอยู่พอดี
"เราได้ตำแหน่งมันแล้ว มันก็กำลังมาที่กรุงเทพนี่แหละ อีก1ชั่วโมง มันก็จะมาถึงสะพานพระราม8แล้ว รีบไปที่นั่นกันเถอะ ตอนนี้ถนนไร้รถพอดีเลยด้วย"
แล้วทางกองทัพก็ยกทัพไปสะพานพระราม8ทันทีพร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่มาสืบสวนเรื่องเมฆฝนสีแดงรวมทั้งจอห์นนี่อัศวินอลินดาก็ไปที่นั่นด้วย เมื่อไปถึงแล้วตอนนั้นท้องฟ้ายังไร้ซึ่งเมฆสีแดงอยู่แล้วเมฆสีแดงก็ลอยมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพมา
"เปิดผ้าคลุมเลนส์ออก"สิ้นคำสั่งนายทหารก็เปิดผ้าคลุมเลนส์ทั้งสามอันออกแล้วเปิดไฟฉายขนาดใหญ่ส่องใต้เลนส์นูนแล้วรวมลำแสงของเลนส์ทั้ง3อันไปยังจุดเดียวกันที่โคโลยูโดะจุดที่ลำแสงไปโดนเมฆสีแดงนั้น เมฆสีแดงก็ค่อยหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันใดนั้นก็มีฝนสีแดงตกลงมาจากเมฆสีแดง
"แย่ล่ะ มันกำลังกลายเป็นฝน"นายทหารคนหนึ่งพูดขึ้น
"มันกำลังโจมตีเมืองที่ฝั่งนั้นเอาเลนส์นูนสองอันไปทำลายเจ้าน้ำสีแดงที่ฝั่งนั้น อีกอันไว้ทำลายเมฆสีแดงจากฝั่งนี้"สิ้นสุดคำสั่งนายทหารทีี่คอยคุมเลนส์นูนสองอันก็ไปอีกฝั่งจนหมดแล้วทำการเปิดไฟฉายส่องเลนส์นูนให้รวมลำแสงทำลายน้ำสีแดงของอีกฝั่งนั้นจนน้ำสีแดงนั้นระเหยกลายเป็นไอไปรวมกับเมฆสีแดงบนท้องฟ้า
เมื่อเห็นเหตุการณ์ในขณะนั้นอลินดาก็ถามจอห์นนี่ว่า"เราจะกำจัดเมฆฝนสีแดงจริงใช่ใหมคะ?"
"ใช่"จอห์นนี่ตอบ
"นี่คือการกระทำที่ดีที่สุดแล้วจริงๆเหรอคะ?"อลินดาถาม
"ผมก็อยากแน่ใจเหมือนกัน"จอห์นนี่ตอบ
"อลินดา เธอคิดจริงเหรอว่าเมฆฝนสีแดงเป็นบทลงโทษจากธรรมชาติ?"อัศวินถาม
"คิดว่างั้นแหละค่ะ"อลินดาตอบ
แล้วอลินดาก็ถามจอห์นนี่ว่า"การที่มนุษย์เอาชนะธรรมชาติเนี่ยมันดีแล้วเหรอคะ?"
"นั่นสินะ"จอห์นนี่ตอบ แล้วจอห์นนี่ก็พูดว่า"เราทิ้งขยะลงทะเล เราทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไปทั่ว เราทำลายชั้นบรรยากาศ เราทำลายชั้นโอโซน เราปล่อยแก๊สพิษไว้ในอากาศเพื่อให้พวกเราหายใจเอาแก๊สพิษพวกนั้นเข้าไปเอง แต่ไมีใครสนใจ ไม่มีใครแก้ไขอะไรเลย เจ้าพวกโง่"
อีกฝั่งนั้นน้ำสีแดงถูกลำแสงยิงจนระเหยกลับไปรวมกับเมฆสีแดงจนหมดส่วนเมฆสีแดงก็ถูกลำแสงไปเรื่อยๆจนกระทั่งเมฆสีแดงนั้นหายไปจนหมดสิ้นจากท้องฟ้า
อลินดาถามจอห์นนี่ว่า"การทำลายเมฆฝนสีแดงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเหรอคะ? มันเหมือนกัมันเหมือนกับว่าเราพยายามเอาชนะธรรมชาติเลย"
จอห์นนี่จึงตอบไปว่า"ใช่ มันเหมือนเราพยายามเอาชนะธรรมชาติ แต่ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้องเปล่า ไม่รู้จริงๆ"
                                            จบ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568

                                   เรื่องสั้น: นักฆ่านิรนาม

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

""""" คุณธรรมเป็นเรื่องของเงิน คนจนไม่สามารถเข้าถึงคุณธรรมได้ """"

นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther  PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร  นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ  นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน  นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่ นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป

ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าขอใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคนมีวงเล็บคำว่าหัวหน้าหลังชื่อเป้าหมายคนบนสุด เป็นแก๊งๆหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้นมีคำว่าหัวหน้าอยู่ในรูปของเป้าหมายคนแรก-ที่อยู่ของเป้าหมายคนที่เป็นหัวหน้าบอกด้วยว่าเป็นที่อยู่ของแก๊งด้วย-พร้อมบอกว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยที่อยู่ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง นักฆ่านิรนามเขียนตอบตกลงรับงานส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น นักฆ่านิรนามเปิดGoogle Mapsค้นหาที่อยู่ทั้งของแก๊งสิบเก้าคนทั้งของบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะไปแล้วเช็กเวลาที่ใช้เดินทางจากที่นี่ไปยังจุดหมายปลายทางทั้งสองแห่ง จากที่นี่ไปบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปนั้นไวกว่าใช้เวลาสั้นกว่า ในขณะที่เวลาเดินทางจากที่นี่ไปยังที่อยู่ของแก๊งนั้นช้ากว่าใช้เวลามากกว่า นักฆ่านิรนามเช็กหาที่พักใกล้ๆบ้านหลังนั้นที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเจอบ้านพักแห่งหนึ่งอยู่ใกล้กับบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปที่สุด แล้วนักฆ่านิรนามก็กดปุ่มล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงข้างขวาแล้วรูดซิปกระเป๋ากางเกง นักฆ่านิรนามเดินไปหารถแท็กซี่ ขึ้นรถแท็กซี่ให้คนขับไปที่บ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไป เมื่อไปถึง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบเอากระเป๋าเงินลายสก๊อตขึ้นมาแล้วจ่ายเงินเยนให้แท็กซี่ นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่พร้อมของทั้งหมด

 เรื่องสั้น: kill

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงสามีของผู้หญิงท้อง1เดือนคนหนึ่งตาย แล้วก็เอาตัวผู้หญิงคนนั้นส่งไปให้ลูกค้า ลูกค้าของเขาก็บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้ง แล้วข่มขืนเธอ ฝ่ายนักฆ่านิรนามก็ไปบ้านสาวหน้ากลมแว่นกลมผิวอย่างขาวชื่อยูคิ อาโออิ อาโออิโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืน นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงชายนั้นตาย อาโออิตัวสั่น นักฆ่านิรนามก็ลากตัวอาโออิไปด้วยกับตน แล้วซื้ออาหารกับน้ำให้กิน อาโออินั้นตัวสั่นนิ่งอยู่นานจึงกิน เข้าวันถัดไป นักฆ่านิรนามก็ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นจะเข้าไปบ้านแห่งหนึ่ง ลากอาโออิไปด้วย ครั้นถึง นักฆ่านิรนามก็เอาปืนยิงฆ่าพ่อบ้าน แม่บ้าน แม่ลูกอ่อน ลูกเด็กเล็กแดง ชายกลางคนเจ้าของบ้าน คนแก่ คนแก่ใช้ไม้เท้า คนแก่ใช้รถเข็น หญิงสาว หญิงวัยรุ่น หญิงกลางคน หญิงแก่ เด็กวัยรุ่น เด็กอ่อนวิ่งอยู่ เด็กทารกก็ไม่เว้น วัว ควาย ไก่ หมู ปลาดุก ปลาช่อน กบ ตายกันหมด ศพเกลื่อนกลาด เลือดกระเด็นโดนทุกอย่าง  เอาปืนยิงใส่ยันตู้ปลากราย ตู้ปลาทอง ตู้กุ้งแม่น้ำ แตกกระจุยกระจาย สัตว์น้ำทั้งนั้นก็ดิ้นอยู่พื้นแล้วก็ตาย แล้วนักฆ่านิรก็ลากอาโออิเดินออกไป นักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนในหมู่บ้าน ยิงเด็กวิ่งหนีทั้งชายทั้งหญิงตาย ยิงเจ้าของร้านชำตาย ยิงพนักงานเซเว่น ยิงใส่รถเร่ขายกับข้าว ยิงใส่คนขี่มอเตอร์ไซค์ ยิงพ่อค้าแม่ค้า ยิงลูกค้าที่มาซื้อของ ยิงพ่อครัวยิงแม่ครัว ทุกคนตายกันหมดทุกคนอย่างน่าอนาถ ขณะที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนอยู่นั้น อาโออิตัวสั่นกรีดร้องตลอด ครั้นนักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนจนไม่เหลือ อาโออิก็ตะโกนถามว่า "ทำไมถึงทำแบบนี้!? ทำไมถึงทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้!? ทำไมถึงต้องทำสยดสยองขนาดนี้!? ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ด้วย!?" นักฆ่านิรนามได้ยินดังนั้นก็โกรธตะโกนกราดด่าตอบกลับว่า "มึงคิดว่านักฆ่าเป็นอะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันคืออะไรเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงคืออะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นยังไงเหรอ!? การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก!! การฆ่ากันมันไม่เกียรติไม่มีศักดิ์ศรี!! มันมีแต่ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย มันมีแต่ความตายเท่านั้น สัจธรรมหนึ่งเดียวของโลกใบนี้มันมีแต่ความตายเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันต้องคิดแต่เรื่องการฆ่ากันเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงต้องคิดแต่เรื่องความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น มันมีแต่ความตาย มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีศักดิศรีเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีเกียรติหรือไง!? การฆ่ากันมันมีแต่ความเลวทราม การฆ่ากันมันมีแต่ความชั่วช้า การฆ่ากันมันไม่มีเกียรติ การฆ่ากันมันไม่มีศักดิ์ศรี การฆ่ากันมันไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นคนอะไรนั่นไม่มีหรอก อันที่จริง ความเป็นคนนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของการฆ่ากัน การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก การฆ่ากันมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว รู้ไหม อะไรคือสัจธรรมของโลกใบนี้? ธาตุแท้ของมนุษย์มันคือความเห็นแก่ตัว มนุษย์ไม่มีคุณธรรมในจิตใจ เราทุกคนเป็นตัวร้าย ไม่มีใครเป็นตัวเอกหรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นได้ ศาสนาไม่มีวันทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ คุณธรรมไม่มีอยู่จริง และมนุษย์ไม่มีวันมีคุณธรรม เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธาตุแท้ของมนุษย์ ธาตุแท้ของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว เราทุกคนเป็นฆาตกร มึงแหกตาดูหมูสิ ดูวัวสิ ดูไก่ ดูปลาสิ ดูหอยสิ เราทุกคนเป็นฆาตกร ต่อให้ไม่กินสัตว์เราทุกคนก็ต้องฆ่าต้นไม้เพื่อความอยู่รอด คุณธรรมบ้านพ่อมึงดิ บ้านมึงเรียกคุณธรรมเหรอ? เรายังฆ่าลูกน้ำฆ่ายุงกันอยู่เลย นี่เราไม่ใช่ฆาตกร ธรรมชาติของมนุษย์คือการฆ่ากัน ธรรมชาติของมนุษย์คือผสมพันธุ์ทุกผู้ไม่ใช่อยู่ด้วยกันถาวร ธรรมชาติของมนุษย์คือความเจ้าชู้ ธรรมชาติของมนุษย์คือความหื่นกาม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องเลวทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องต่ำช้าต่ำตม การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะไม่เป็นเรื่องจริงหรอก การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นเพราะคุณธรรมหรือศาสนา ศาสนาทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก คุณธรรมทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก ธรรมชาติของมนุษย์คือความน่ารังเกียจ ธรรมชาติคือความต่ำทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว การข่มขืน การโกงกิน การปล้น การขโมย การโกหก การปลิ้นปล้อนตลบตะแลง การหักหลังทรยศ ความหื่นกาม การฆ่ากัน นี่แหละธรรมชาติของมนุษย์ และธรรมชาติของมนุษย์นี่แหละความเป็นคน มันถึงได้มีการฆ่ากัน ขยันหมั่นเพียรมันไม่มีวันทำให้ประสบความสำเร็จได้หรอก ถ้าอยากประสบความสำเร็จ มันต้องปล้นเงิน มันต้องฆ่าคน ถ้าอยากสมหวังในรักก็ต้องข่มขืน อยากสบายก็ต้องโกงกิน ไอ้คนที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้วิธีพวกนี้มันมีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น คนจนไม่มีวันทำได้หรอก โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความน่ารังเกียจ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่อธรรม โลกแห่งความเป็นจริงอธรรมชนะธรรมะเสมอ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำช้า โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเลวทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำตม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว นี่แหละโลกแห่งความเป็นจริง ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" อาโออิพูดอะไรไม่ออกคิดอะไรไม่ออกด้วย แล้วนักฆ่านิรนามก็พูดว่า"คนที่ข่มขืนมึงเป็นรองหัวหน้าแก๊ง หัวหน้าแก๊งอยากข่มขืนมึง รองหัวหน้าต้องพามึงไปหาหัวหน้า แต่รองหัวหน้ามันจะข่มขืนมึงตัดหน้าซะก่อน" แล้วนักฆ่านิรนามก็พาอาโออิไปที่รังของหัวหน้าแก๊ง นักฆ่านิรนามให้ปืนกับอาโออิ อาโออินิ่งอยู่นานมาก แล้วอาโออิก็เอาปืนยิงหน้าผากหัวหน้าแก๊งจนตาย

จบ

                                  เรื่องสั้น: นักฆ่านิรนาม

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

""""" คุณธรรมเป็นเรื่องของเงิน คนจนไม่สามารถเข้าถึงคุณธรรมได้ """"

นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther  PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร  นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ  นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน  นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่ นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป

ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคน-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้น-ที่อยู่ของเป้าหมายพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์-ข่าวว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเขียนตอบกลับอีเมลนั้นไปว่า

 เรื่องสั้น: kill

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงสามีของผู้หญิงท้อง1เดือนคนหนึ่งตาย แล้วก็เอาตัวผู้หญิงคนนั้นส่งไปให้ลูกค้า ลูกค้าของเขาก็บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้ง แล้วข่มขืนเธอ ฝ่ายนักฆ่านิรนามก็ไปบ้านสาวหน้ากลมแว่นกลมผิวอย่างขาวชื่อยูคิ อาโออิ อาโออิโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืน นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงชายนั้นตาย อาโออิตัวสั่น นักฆ่านิรนามก็ลากตัวอาโออิไปด้วยกับตน แล้วซื้ออาหารกับน้ำให้กิน อาโออินั้นตัวสั่นนิ่งอยู่นานจึงกิน เข้าวันถัดไป นักฆ่านิรนามก็ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นจะเข้าไปบ้านแห่งหนึ่ง ลากอาโออิไปด้วย ครั้นถึง นักฆ่านิรนามก็เอาปืนยิงฆ่าพ่อบ้าน แม่บ้าน แม่ลูกอ่อน ลูกเด็กเล็กแดง ชายกลางคนเจ้าของบ้าน คนแก่ คนแก่ใช้ไม้เท้า คนแก่ใช้รถเข็น หญิงสาว หญิงวัยรุ่น หญิงกลางคน หญิงแก่ เด็กวัยรุ่น เด็กอ่อนวิ่งอยู่ เด็กทารกก็ไม่เว้น วัว ควาย ไก่ หมู ปลาดุก ปลาช่อน กบ ตายกันหมด ศพเกลื่อนกลาด เลือดกระเด็นโดนทุกอย่าง  เอาปืนยิงใส่ยันตู้ปลากราย ตู้ปลาทอง ตู้กุ้งแม่น้ำ แตกกระจุยกระจาย สัตว์น้ำทั้งนั้นก็ดิ้นอยู่พื้นแล้วก็ตาย แล้วนักฆ่านิรก็ลากอาโออิเดินออกไป นักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนในหมู่บ้าน ยิงเด็กวิ่งหนีทั้งชายทั้งหญิงตาย ยิงเจ้าของร้านชำตาย ยิงพนักงานเซเว่น ยิงใส่รถเร่ขายกับข้าว ยิงใส่คนขี่มอเตอร์ไซค์ ยิงพ่อค้าแม่ค้า ยิงลูกค้าที่มาซื้อของ ยิงพ่อครัวยิงแม่ครัว ทุกคนตายกันหมดทุกคนอย่างน่าอนาถ ขณะที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนอยู่นั้น อาโออิตัวสั่นกรีดร้องตลอด ครั้นนักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนจนไม่เหลือ อาโออิก็ตะโกนถามว่า "ทำไมถึงทำแบบนี้!? ทำไมถึงทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้!? ทำไมถึงต้องทำสยดสยองขนาดนี้!? ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ด้วย!?" นักฆ่านิรนามได้ยินดังนั้นก็โกรธตะโกนกราดด่าตอบกลับว่า "มึงคิดว่านักฆ่าเป็นอะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันคืออะไรเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงคืออะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นยังไงเหรอ!? การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก!! การฆ่ากันมันไม่เกียรติไม่มีศักดิ์ศรี!! มันมีแต่ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย มันมีแต่ความตายเท่านั้น สัจธรรมหนึ่งเดียวของโลกใบนี้มันมีแต่ความตายเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันต้องคิดแต่เรื่องการฆ่ากันเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงต้องคิดแต่เรื่องความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น มันมีแต่ความตาย มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีศักดิศรีเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีเกียรติหรือไง!? การฆ่ากันมันมีแต่ความเลวทราม การฆ่ากันมันมีแต่ความชั่วช้า การฆ่ากันมันไม่มีเกียรติ การฆ่ากันมันไม่มีศักดิ์ศรี การฆ่ากันมันไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นคนอะไรนั่นไม่มีหรอก อันที่จริง ความเป็นคนนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของการฆ่ากัน การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก การฆ่ากันมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว รู้ไหม อะไรคือสัจธรรมของโลกใบนี้? ธาตุแท้ของมนุษย์มันคือความเห็นแก่ตัว มนุษย์ไม่มีคุณธรรมในจิตใจ เราทุกคนเป็นตัวร้าย ไม่มีใครเป็นตัวเอกหรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นได้ ศาสนาไม่มีวันทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ คุณธรรมไม่มีอยู่จริง และมนุษย์ไม่มีวันมีคุณธรรม เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธาตุแท้ของมนุษย์ ธาตุแท้ของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว เราทุกคนเป็นฆาตกร มึงแหกตาดูหมูสิ ดูวัวสิ ดูไก่ ดูปลาสิ ดูหอยสิ เราทุกคนเป็นฆาตกร ต่อให้ไม่กินสัตว์เราทุกคนก็ต้องฆ่าต้นไม้เพื่อความอยู่รอด คุณธรรมบ้านพ่อมึงดิ บ้านมึงเรียกคุณธรรมเหรอ? เรายังฆ่าลูกน้ำฆ่ายุงกันอยู่เลย นี่เราไม่ใช่ฆาตกร ธรรมชาติของมนุษย์คือการฆ่ากัน ธรรมชาติของมนุษย์คือผสมพันธุ์ทุกผู้ไม่ใช่อยู่ด้วยกันถาวร ธรรมชาติของมนุษย์คือความเจ้าชู้ ธรรมชาติของมนุษย์คือความหื่นกาม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องเลวทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องต่ำช้าต่ำตม การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะไม่เป็นเรื่องจริงหรอก การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นเพราะคุณธรรมหรือศาสนา ศาสนาทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก คุณธรรมทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก ธรรมชาติของมนุษย์คือความน่ารังเกียจ ธรรมชาติคือความต่ำทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว การข่มขืน การโกงกิน การปล้น การขโมย การโกหก การปลิ้นปล้อนตลบตะแลง การหักหลังทรยศ ความหื่นกาม การฆ่ากัน นี่แหละธรรมชาติของมนุษย์ และธรรมชาติของมนุษย์นี่แหละความเป็นคน มันถึงได้มีการฆ่ากัน ขยันหมั่นเพียรมันไม่มีวันทำให้ประสบความสำเร็จได้หรอก ถ้าอยากประสบความสำเร็จ มันต้องปล้นเงิน มันต้องฆ่าคน ถ้าอยากสมหวังในรักก็ต้องข่มขืน อยากสบายก็ต้องโกงกิน ไอ้คนที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้วิธีพวกนี้มันมีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น คนจนไม่มีวันทำได้หรอก โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความน่ารังเกียจ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่อธรรม โลกแห่งความเป็นจริงอธรรมชนะธรรมะเสมอ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำช้า โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเลวทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำตม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว นี่แหละโลกแห่งความเป็นจริง ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" อาโออิพูดอะไรไม่ออกคิดอะไรไม่ออกด้วย แล้วนักฆ่านิรนามก็พูดว่า"คนที่ข่มขืนมึงเป็นรองหัวหน้าแก๊ง หัวหน้าแก๊งอยากข่มขืนมึง รองหัวหน้าต้องพามึงไปหาหัวหน้า แต่รองหัวหน้ามันจะข่มขืนมึงตัดหน้าซะก่อน" แล้วนักฆ่านิรนามก็พาอาโออิไปที่รังของหัวหน้าแก๊ง นักฆ่านิรนามให้ปืนกับอาโออิ อาโออินิ่งอยู่นานมาก แล้วอาโออิก็เอาปืนยิงหน้าผากหัวหน้าแก๊งจนตาย

จบ

                                 เรื่องสั้น: นักฆ่านิรนาม

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

""""" คุณธรรมเป็นเรื่องของเงิน คนจนไม่สามารถเข้าถึงคุณธรรมได้ """"

นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther  PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร  นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ  นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน  นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่ นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป

ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคน-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้น-ที่อยู่ของเป้าหมายพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์-ข่าวว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเขียนตอบกลับอีเมลนั้นไปว่า

 เรื่องสั้น: kill

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงสามีของผู้หญิงท้อง1เดือนคนหนึ่งตาย แล้วก็เอาตัวผู้หญิงคนนั้นส่งไปให้ลูกค้า ลูกค้าของเขาก็บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้ง แล้วข่มขืนเธอ ฝ่ายนักฆ่านิรนามก็ไปบ้านสาวหน้ากลมแว่นกลมผิวอย่างขาวชื่อยูคิ อาโออิ อาโออิโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืน นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงชายนั้นตาย อาโออิตัวสั่น นักฆ่านิรนามก็ลากตัวอาโออิไปด้วยกับตน แล้วซื้ออาหารกับน้ำให้กิน อาโออินั้นตัวสั่นนิ่งอยู่นานจึงกิน เข้าวันถัดไป นักฆ่านิรนามก็ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นจะเข้าไปบ้านแห่งหนึ่ง ลากอาโออิไปด้วย ครั้นถึง นักฆ่านิรนามก็เอาปืนยิงฆ่าพ่อบ้าน แม่บ้าน แม่ลูกอ่อน ลูกเด็กเล็กแดง ชายกลางคนเจ้าของบ้าน คนแก่ คนแก่ใช้ไม้เท้า คนแก่ใช้รถเข็น หญิงสาว หญิงวัยรุ่น หญิงกลางคน หญิงแก่ เด็กวัยรุ่น เด็กอ่อนวิ่งอยู่ เด็กทารกก็ไม่เว้น วัว ควาย ไก่ หมู ปลาดุก ปลาช่อน กบ ตายกันหมด ศพเกลื่อนกลาด เลือดกระเด็นโดนทุกอย่าง  เอาปืนยิงใส่ยันตู้ปลากราย ตู้ปลาทอง ตู้กุ้งแม่น้ำ แตกกระจุยกระจาย สัตว์น้ำทั้งนั้นก็ดิ้นอยู่พื้นแล้วก็ตาย แล้วนักฆ่านิรก็ลากอาโออิเดินออกไป นักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนในหมู่บ้าน ยิงเด็กวิ่งหนีทั้งชายทั้งหญิงตาย ยิงเจ้าของร้านชำตาย ยิงพนักงานเซเว่น ยิงใส่รถเร่ขายกับข้าว ยิงใส่คนขี่มอเตอร์ไซค์ ยิงพ่อค้าแม่ค้า ยิงลูกค้าที่มาซื้อของ ยิงพ่อครัวยิงแม่ครัว ทุกคนตายกันหมดทุกคนอย่างน่าอนาถ ขณะที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนอยู่นั้น อาโออิตัวสั่นกรีดร้องตลอด ครั้นนักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนจนไม่เหลือ อาโออิก็ตะโกนถามว่า "ทำไมถึงทำแบบนี้!? ทำไมถึงทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้!? ทำไมถึงต้องทำสยดสยองขนาดนี้!? ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ด้วย!?" นักฆ่านิรนามได้ยินดังนั้นก็โกรธตะโกนกราดด่าตอบกลับว่า "มึงคิดว่านักฆ่าเป็นอะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันคืออะไรเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงคืออะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นยังไงเหรอ!? การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก!! การฆ่ากันมันไม่เกียรติไม่มีศักดิ์ศรี!! มันมีแต่ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย มันมีแต่ความตายเท่านั้น สัจธรรมหนึ่งเดียวของโลกใบนี้มันมีแต่ความตายเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันต้องคิดแต่เรื่องการฆ่ากันเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงต้องคิดแต่เรื่องความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น มันมีแต่ความตาย มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีศักดิศรีเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีเกียรติหรือไง!? การฆ่ากันมันมีแต่ความเลวทราม การฆ่ากันมันมีแต่ความชั่วช้า การฆ่ากันมันไม่มีเกียรติ การฆ่ากันมันไม่มีศักดิ์ศรี การฆ่ากันมันไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นคนอะไรนั่นไม่มีหรอก อันที่จริง ความเป็นคนนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของการฆ่ากัน การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก การฆ่ากันมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว รู้ไหม อะไรคือสัจธรรมของโลกใบนี้? ธาตุแท้ของมนุษย์มันคือความเห็นแก่ตัว มนุษย์ไม่มีคุณธรรมในจิตใจ เราทุกคนเป็นตัวร้าย ไม่มีใครเป็นตัวเอกหรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นได้ ศาสนาไม่มีวันทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ คุณธรรมไม่มีอยู่จริง และมนุษย์ไม่มีวันมีคุณธรรม เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธาตุแท้ของมนุษย์ ธาตุแท้ของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว เราทุกคนเป็นฆาตกร มึงแหกตาดูหมูสิ ดูวัวสิ ดูไก่ ดูปลาสิ ดูหอยสิ เราทุกคนเป็นฆาตกร ต่อให้ไม่กินสัตว์เราทุกคนก็ต้องฆ่าต้นไม้เพื่อความอยู่รอด คุณธรรมบ้านพ่อมึงดิ บ้านมึงเรียกคุณธรรมเหรอ? เรายังฆ่าลูกน้ำฆ่ายุงกันอยู่เลย นี่เราไม่ใช่ฆาตกร ธรรมชาติของมนุษย์คือการฆ่ากัน ธรรมชาติของมนุษย์คือผสมพันธุ์ทุกผู้ไม่ใช่อยู่ด้วยกันถาวร ธรรมชาติของมนุษย์คือความเจ้าชู้ ธรรมชาติของมนุษย์คือความหื่นกาม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องเลวทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องต่ำช้าต่ำตม การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะไม่เป็นเรื่องจริงหรอก การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นเพราะคุณธรรมหรือศาสนา ศาสนาทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก คุณธรรมทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก ธรรมชาติของมนุษย์คือความน่ารังเกียจ ธรรมชาติคือความต่ำทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว การข่มขืน การโกงกิน การปล้น การขโมย การโกหก การปลิ้นปล้อนตลบตะแลง การหักหลังทรยศ ความหื่นกาม การฆ่ากัน นี่แหละธรรมชาติของมนุษย์ และธรรมชาติของมนุษย์นี่แหละความเป็นคน มันถึงได้มีการฆ่ากัน ขยันหมั่นเพียรมันไม่มีวันทำให้ประสบความสำเร็จได้หรอก ถ้าอยากประสบความสำเร็จ มันต้องปล้นเงิน มันต้องฆ่าคน ถ้าอยากสมหวังในรักก็ต้องข่มขืน อยากสบายก็ต้องโกงกิน ไอ้คนที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้วิธีพวกนี้มันมีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น คนจนไม่มีวันทำได้หรอก โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความน่ารังเกียจ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่อธรรม โลกแห่งความเป็นจริงอธรรมชนะธรรมะเสมอ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำช้า โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเลวทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำตม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว นี่แหละโลกแห่งความเป็นจริง ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" อาโออิพูดอะไรไม่ออกคิดอะไรไม่ออกด้วย แล้วนักฆ่านิรนามก็พูดว่า"คนที่ข่มขืนมึงเป็นรองหัวหน้าแก๊ง หัวหน้าแก๊งอยากข่มขืนมึง รองหัวหน้าต้องพามึงไปหาหัวหน้า แต่รองหัวหน้ามันจะข่มขืนมึงตัดหน้าซะก่อน" แล้วนักฆ่านิรนามก็พาอาโออิไปที่รังของหัวหน้าแก๊ง นักฆ่านิรนามให้ปืนกับอาโออิ อาโออินิ่งอยู่นานมาก แล้วอาโออิก็เอาปืนยิงหน้าผากหัวหน้าแก๊งจนตาย

จบ

                                 เรื่องสั้น: นักฆ่านิรนาม

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

""""" คุณธรรมเป็นเรื่องของเงิน คนจนไม่สามารถเข้าถึงคุณธรรมได้ """"

นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther  PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร  นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ  นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน  นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่ นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป

ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายคนหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายคนหนึ่ง-ที่อยู่ของเป้าหมายพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์-ข่าวว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเขียนตอบตกลงรับงาน

 เรื่องสั้น: kill

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงสามีของผู้หญิงท้อง1เดือนคนหนึ่งตาย แล้วก็เอาตัวผู้หญิงคนนั้นส่งไปให้ลูกค้า ลูกค้าของเขาก็บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้ง แล้วข่มขืนเธอ ฝ่ายนักฆ่านิรนามก็ไปบ้านสาวหน้ากลมแว่นกลมผิวอย่างขาวชื่อยูคิ อาโออิ อาโออิโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืน นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงชายนั้นตาย อาโออิตัวสั่น นักฆ่านิรนามก็ลากตัวอาโออิไปด้วยกับตน แล้วซื้ออาหารกับน้ำให้กิน อาโออินั้นตัวสั่นนิ่งอยู่นานจึงกิน เข้าวันถัดไป นักฆ่านิรนามก็ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นจะเข้าไปบ้านแห่งหนึ่ง ลากอาโออิไปด้วย ครั้นถึง นักฆ่านิรนามก็เอาปืนยิงฆ่าพ่อบ้าน แม่บ้าน แม่ลูกอ่อน ลูกเด็กเล็กแดง ชายกลางคนเจ้าของบ้าน คนแก่ คนแก่ใช้ไม้เท้า คนแก่ใช้รถเข็น หญิงสาว หญิงวัยรุ่น หญิงกลางคน หญิงแก่ เด็กวัยรุ่น เด็กอ่อนวิ่งอยู่ เด็กทารกก็ไม่เว้น วัว ควาย ไก่ หมู ปลาดุก ปลาช่อน กบ ตายกันหมด ศพเกลื่อนกลาด เลือดกระเด็นโดนทุกอย่าง  เอาปืนยิงใส่ยันตู้ปลากราย ตู้ปลาทอง ตู้กุ้งแม่น้ำ แตกกระจุยกระจาย สัตว์น้ำทั้งนั้นก็ดิ้นอยู่พื้นแล้วก็ตาย แล้วนักฆ่านิรก็ลากอาโออิเดินออกไป นักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนในหมู่บ้าน ยิงเด็กวิ่งหนีทั้งชายทั้งหญิงตาย ยิงเจ้าของร้านชำตาย ยิงพนักงานเซเว่น ยิงใส่รถเร่ขายกับข้าว ยิงใส่คนขี่มอเตอร์ไซค์ ยิงพ่อค้าแม่ค้า ยิงลูกค้าที่มาซื้อของ ยิงพ่อครัวยิงแม่ครัว ทุกคนตายกันหมดทุกคนอย่างน่าอนาถ ขณะที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนอยู่นั้น อาโออิตัวสั่นกรีดร้องตลอด ครั้นนักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนจนไม่เหลือ อาโออิก็ตะโกนถามว่า "ทำไมถึงทำแบบนี้!? ทำไมถึงทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้!? ทำไมถึงต้องทำสยดสยองขนาดนี้!? ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ด้วย!?" นักฆ่านิรนามได้ยินดังนั้นก็โกรธตะโกนกราดด่าตอบกลับว่า "มึงคิดว่านักฆ่าเป็นอะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันคืออะไรเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงคืออะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นยังไงเหรอ!? การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก!! การฆ่ากันมันไม่เกียรติไม่มีศักดิ์ศรี!! มันมีแต่ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย มันมีแต่ความตายเท่านั้น สัจธรรมหนึ่งเดียวของโลกใบนี้มันมีแต่ความตายเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันต้องคิดแต่เรื่องการฆ่ากันเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงต้องคิดแต่เรื่องความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น มันมีแต่ความตาย มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีศักดิศรีเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีเกียรติหรือไง!? การฆ่ากันมันมีแต่ความเลวทราม การฆ่ากันมันมีแต่ความชั่วช้า การฆ่ากันมันไม่มีเกียรติ การฆ่ากันมันไม่มีศักดิ์ศรี การฆ่ากันมันไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นคนอะไรนั่นไม่มีหรอก อันที่จริง ความเป็นคนนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของการฆ่ากัน การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก การฆ่ากันมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว รู้ไหม อะไรคือสัจธรรมของโลกใบนี้? ธาตุแท้ของมนุษย์มันคือความเห็นแก่ตัว มนุษย์ไม่มีคุณธรรมในจิตใจ เราทุกคนเป็นตัวร้าย ไม่มีใครเป็นตัวเอกหรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นได้ ศาสนาไม่มีวันทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ คุณธรรมไม่มีอยู่จริง และมนุษย์ไม่มีวันมีคุณธรรม เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธาตุแท้ของมนุษย์ ธาตุแท้ของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว เราทุกคนเป็นฆาตกร มึงแหกตาดูหมูสิ ดูวัวสิ ดูไก่ ดูปลาสิ ดูหอยสิ เราทุกคนเป็นฆาตกร ต่อให้ไม่กินสัตว์เราทุกคนก็ต้องฆ่าต้นไม้เพื่อความอยู่รอด คุณธรรมบ้านพ่อมึงดิ บ้านมึงเรียกคุณธรรมเหรอ? เรายังฆ่าลูกน้ำฆ่ายุงกันอยู่เลย นี่เราไม่ใช่ฆาตกร ธรรมชาติของมนุษย์คือการฆ่ากัน ธรรมชาติของมนุษย์คือผสมพันธุ์ทุกผู้ไม่ใช่อยู่ด้วยกันถาวร ธรรมชาติของมนุษย์คือความเจ้าชู้ ธรรมชาติของมนุษย์คือความหื่นกาม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องเลวทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องต่ำช้าต่ำตม การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะไม่เป็นเรื่องจริงหรอก การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นเพราะคุณธรรมหรือศาสนา ศาสนาทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก คุณธรรมทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก ธรรมชาติของมนุษย์คือความน่ารังเกียจ ธรรมชาติคือความต่ำทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว การข่มขืน การโกงกิน การปล้น การขโมย การโกหก การปลิ้นปล้อนตลบตะแลง การหักหลังทรยศ ความหื่นกาม การฆ่ากัน นี่แหละธรรมชาติของมนุษย์ และธรรมชาติของมนุษย์นี่แหละความเป็นคน มันถึงได้มีการฆ่ากัน ขยันหมั่นเพียรมันไม่มีวันทำให้ประสบความสำเร็จได้หรอก ถ้าอยากประสบความสำเร็จ มันต้องปล้นเงิน มันต้องฆ่าคน ถ้าอยากสมหวังในรักก็ต้องข่มขืน อยากสบายก็ต้องโกงกิน ไอ้คนที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้วิธีพวกนี้มันมีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น คนจนไม่มีวันทำได้หรอก โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความน่ารังเกียจ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่อธรรม โลกแห่งความเป็นจริงอธรรมชนะธรรมะเสมอ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำช้า โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเลวทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำตม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว นี่แหละโลกแห่งความเป็นจริง ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" อาโออิพูดอะไรไม่ออกคิดอะไรไม่ออกด้วย แล้วนักฆ่านิรนามก็พูดว่า"คนที่ข่มขืนมึงเป็นรองหัวหน้าแก๊ง หัวหน้าแก๊งอยากข่มขืนมึง รองหัวหน้าต้องพามึงไปหาหัวหน้า แต่รองหัวหน้ามันจะข่มขืนมึงตัดหน้าซะก่อน" แล้วนักฆ่านิรนามก็พาอาโออิไปที่รังของหัวหน้าแก๊ง นักฆ่านิรนามให้ปืนกับอาโออิ อาโออินิ่งอยู่นานมาก แล้วอาโออิก็เอาปืนยิงหน้าผากหัวหน้าแก๊งจนตาย

จบ

                                เรื่องสั้น: นักฆ่านิรนาม

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

""""" คุณธรรมเป็นเรื่องของเงิน คนจนไม่สามารถเข้าถึงคุณธรรมได้ """"

นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther  PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร  นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ  นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน  นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่ นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป

ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทางออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายคนหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายคนหนึ่ง-ที่อยู่ของเป้าหมายพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์-ข่าวว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยพิกัดภูมิศาสตร์ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเขียนตอบกลับอีเมลนั้นไปว่า

 เรื่องสั้น: kill

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงสามีของผู้หญิงท้อง1เดือนคนหนึ่งตาย แล้วก็เอาตัวผู้หญิงคนนั้นส่งไปให้ลูกค้า ลูกค้าของเขาก็บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้ง แล้วข่มขืนเธอ ฝ่ายนักฆ่านิรนามก็ไปบ้านสาวหน้ากลมแว่นกลมผิวอย่างขาวชื่อยูคิ อาโออิ อาโออิโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืน นักฆ่านิรนามเอาปืนยิงชายนั้นตาย อาโออิตัวสั่น นักฆ่านิรนามก็ลากตัวอาโออิไปด้วยกับตน แล้วซื้ออาหารกับน้ำให้กิน อาโออินั้นตัวสั่นนิ่งอยู่นานจึงกิน เข้าวันถัดไป นักฆ่านิรนามก็ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นจะเข้าไปบ้านแห่งหนึ่ง ลากอาโออิไปด้วย ครั้นถึง นักฆ่านิรนามก็เอาปืนยิงฆ่าพ่อบ้าน แม่บ้าน แม่ลูกอ่อน ลูกเด็กเล็กแดง ชายกลางคนเจ้าของบ้าน คนแก่ คนแก่ใช้ไม้เท้า คนแก่ใช้รถเข็น หญิงสาว หญิงวัยรุ่น หญิงกลางคน หญิงแก่ เด็กวัยรุ่น เด็กอ่อนวิ่งอยู่ เด็กทารกก็ไม่เว้น วัว ควาย ไก่ หมู ปลาดุก ปลาช่อน กบ ตายกันหมด ศพเกลื่อนกลาด เลือดกระเด็นโดนทุกอย่าง  เอาปืนยิงใส่ยันตู้ปลากราย ตู้ปลาทอง ตู้กุ้งแม่น้ำ แตกกระจุยกระจาย สัตว์น้ำทั้งนั้นก็ดิ้นอยู่พื้นแล้วก็ตาย แล้วนักฆ่านิรก็ลากอาโออิเดินออกไป นักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนในหมู่บ้าน ยิงเด็กวิ่งหนีทั้งชายทั้งหญิงตาย ยิงเจ้าของร้านชำตาย ยิงพนักงานเซเว่น ยิงใส่รถเร่ขายกับข้าว ยิงใส่คนขี่มอเตอร์ไซค์ ยิงพ่อค้าแม่ค้า ยิงลูกค้าที่มาซื้อของ ยิงพ่อครัวยิงแม่ครัว ทุกคนตายกันหมดทุกคนอย่างน่าอนาถ ขณะที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนอยู่นั้น อาโออิตัวสั่นกรีดร้องตลอด ครั้นนักฆ่านิรนามฆ่าทุกคนจนไม่เหลือ อาโออิก็ตะโกนถามว่า "ทำไมถึงทำแบบนี้!? ทำไมถึงทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้!? ทำไมถึงต้องทำสยดสยองขนาดนี้!? ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ด้วย!?" นักฆ่านิรนามได้ยินดังนั้นก็โกรธตะโกนกราดด่าตอบกลับว่า "มึงคิดว่านักฆ่าเป็นอะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันคืออะไรเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงคืออะไรวะ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นยังไงเหรอ!? การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก!! การฆ่ากันมันไม่เกียรติไม่มีศักดิ์ศรี!! มันมีแต่ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย ความตาย มันมีแต่ความตายเท่านั้น สัจธรรมหนึ่งเดียวของโลกใบนี้มันมีแต่ความตายเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงมันต้องคิดแต่เรื่องการฆ่ากันเท่านั้น การฆ่ากันในโลกแห่งความเป็นจริงต้องคิดแต่เรื่องความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น ความตายเท่านั้น มันมีแต่ความตาย มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีศักดิศรีเหรอ!? มึงคิดว่าการฆ่ากันมันมีเกียรติหรือไง!? การฆ่ากันมันมีแต่ความเลวทราม การฆ่ากันมันมีแต่ความชั่วช้า การฆ่ากันมันไม่มีเกียรติ การฆ่ากันมันไม่มีศักดิ์ศรี การฆ่ากันมันไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นคนอะไรนั่นไม่มีหรอก อันที่จริง ความเป็นคนนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของการฆ่ากัน การฆ่ากันมันไม่มีคุณธรรมอะไรหรอก การฆ่ากันมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว รู้ไหม อะไรคือสัจธรรมของโลกใบนี้? ธาตุแท้ของมนุษย์มันคือความเห็นแก่ตัว มนุษย์ไม่มีคุณธรรมในจิตใจ เราทุกคนเป็นตัวร้าย ไม่มีใครเป็นตัวเอกหรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นได้ ศาสนาไม่มีวันทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ คุณธรรมไม่มีอยู่จริง และมนุษย์ไม่มีวันมีคุณธรรม เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ เพราะคุณธรรมมันไม่ใช่ธาตุแท้ของมนุษย์ ธาตุแท้ของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว เราทุกคนเป็นฆาตกร มึงแหกตาดูหมูสิ ดูวัวสิ ดูไก่ ดูปลาสิ ดูหอยสิ เราทุกคนเป็นฆาตกร ต่อให้ไม่กินสัตว์เราทุกคนก็ต้องฆ่าต้นไม้เพื่อความอยู่รอด คุณธรรมบ้านพ่อมึงดิ บ้านมึงเรียกคุณธรรมเหรอ? เรายังฆ่าลูกน้ำฆ่ายุงกันอยู่เลย นี่เราไม่ใช่ฆาตกร ธรรมชาติของมนุษย์คือการฆ่ากัน ธรรมชาติของมนุษย์คือผสมพันธุ์ทุกผู้ไม่ใช่อยู่ด้วยกันถาวร ธรรมชาติของมนุษย์คือความเจ้าชู้ ธรรมชาติของมนุษย์คือความหื่นกาม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องเลวทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องต่ำช้าต่ำตม การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะไม่เป็นเรื่องจริงหรอก การทำตัวเองให้สูงส่งน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก โลกนี้ไม่มีทางดีขึ้นเพราะคุณธรรมหรือศาสนา ศาสนาทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก คุณธรรมทำให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ได้หรอก ธรรมชาติของมนุษย์คือความน่ารังเกียจ ธรรมชาติคือความต่ำทราม ธรรมชาติของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว การข่มขืน การโกงกิน การปล้น การขโมย การโกหก การปลิ้นปล้อนตลบตะแลง การหักหลังทรยศ ความหื่นกาม การฆ่ากัน นี่แหละธรรมชาติของมนุษย์ และธรรมชาติของมนุษย์นี่แหละความเป็นคน มันถึงได้มีการฆ่ากัน ขยันหมั่นเพียรมันไม่มีวันทำให้ประสบความสำเร็จได้หรอก ถ้าอยากประสบความสำเร็จ มันต้องปล้นเงิน มันต้องฆ่าคน ถ้าอยากสมหวังในรักก็ต้องข่มขืน อยากสบายก็ต้องโกงกิน ไอ้คนที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้วิธีพวกนี้มันมีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น คนจนไม่มีวันทำได้หรอก โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความน่ารังเกียจ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่อธรรม โลกแห่งความเป็นจริงอธรรมชนะธรรมะเสมอ โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำช้า โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเลวทราม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความต่ำตม โลกแห่งความเป็นจริงมันมีแต่ความเห็นแก่ตัว นี่แหละโลกแห่งความเป็นจริง ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" อาโออิพูดอะไรไม่ออกคิดอะไรไม่ออกด้วย แล้วนักฆ่านิรนามก็พูดว่า"คนที่ข่มขืนมึงเป็นรองหัวหน้าแก๊ง หัวหน้าแก๊งอยากข่มขืนมึง รองหัวหน้าต้องพามึงไปหาหัวหน้า แต่รองหัวหน้ามันจะข่มขืนมึงตัดหน้าซะก่อน" แล้วนักฆ่านิรนามก็พาอาโออิไปที่รังของหัวหน้าแก๊ง นักฆ่านิรนามให้ปืนกับอาโออิ อาโออินิ่งอยู่นานมาก แล้วอาโออิก็เอาปืนยิงหน้าผากหัวหน้าแก๊งจนตาย

จบ