วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568
Confident Ignorant" ..... เพราะมีคนลักษณะนี้เยอะ โสกราตีสนักปรัชญาชาวกรีกโบราณ จึงไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
.
วันก่อนเขียนเกียวกับ "ignorant population" หรือประชากรที่โง่เขลาฯ ใครยังไม่ได้อ่าน ถ้ามีเวลาก็แนะนำให้อ่านโพสต์นั้นก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านโพสต์นี้ ครับ
"Confident Ignorants" คือคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่มี/ไม่รู้ข้อมูลมากพอในเรื่องนั้นๆ แต่กลับมั่นใจสูงมากว่าตัวเองรู้จริง รู้มาก รู้ลึก สิ่งที่ตัวเองรู้คือถูกต้องที่สุด ..... พูดง่ายๆว่า อาการหนักกว่า ignorant ขึ้นไปอีก
.
ตัวอย่าง
คนที่เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยรู้เรื่องโรคระบาด ไวรัสวิทยา แต่พอเกิดโรคระบาดก็ได้บทอ่านบทความไม่กี่ชิ้น หรือ ความเห็นของใครก็ไม่รู้ไม่กี่ความเห็น ก็ทำให้เค้าเชื่อมั่นในตัวเองได้ว่าตรูนี่เก่งกว่า รู้ลึกรู้จริงมากกว่า รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ในระดับที่กล้าสอน กล้าแย้ง กล้าตำหนิ กล้าเหยียด ศาสตราจารย์ นายแพทย์ที่่เชียวชาญด้านนี้โดยตรง อย่างเปิดเผย ..... ตอนนั้นยังไม่มี Open AI นะ ซิริอุสไม่แน่ใจว่าถ้าตอนนั้นมีแล้ว ศ.นพ.ท่านนี้จะโดนหนักกว่าหรือเบากว่านี้
หรือ
เกิดมาไม่เคยรู้เรื่องนั้นๆมากพอ ไม่รู้ประวัติศาสตร์ ไม่รู้ความเป็นมา ไม่ได้ติดตาม ไม่มีข้อมูลตัวเลข แยกแยะความหมายหนักเบาในคำจำกัดความของศัพท์ในด้านการทูต การเมืองระหว่างประเทศ ฯลฯ ไม่ออก
แต่พอมีประเด็นอะไรขึ้นมา สมมุติว่าเป็นเรื่องไต้หวันก็แล้วกัน ก็ถาม Open AI ง่ายๆด้วยประโยคสั้นๆ ..... หลังได้อ่านข้อมูลจาก Open AI ไม่ถึงห้านาที ก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ได้ในทันที
หรือ
ในโลกยุคใหม่ที่มีอินเตอร์เน็ต มีโซเชียลฯ ฯลฯ
..... เกิดภัยพิบัติ หรือ เหตุการณ์อะไรสักอย่าง โดเรม่อนบอกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากรัฐไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ตัวเลขผู้เสียชีวิตจริง ต้องมากกว่านี้เป็น 10 เท่า 100 เท่า
เชื่อม่อนดิ ม่อนนั่งไทม์แมชชีน ใช้ประตูไปไหนก็ได้ ติดคอปเตอร์ไม้ไผ่บินวนดูหลายรอบแล้ว อะโด่ววววววว
แต่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าการใช้ประตูไปไหนก็ได้ ฯลฯ
พอๆกับประเภทเค้าเล่าว่า ใช้จินตนาการ อคติ ตั้งสมมุติฐานขึ้นมา แล้วเสกเหตุขึ้นมารองรับเอง ฯลฯ
ซึ่งตรงนี้ตัวโดเรม่อนเองจะมีวาระอะไรแอบแฝง หรือ เชื่ออย่างนั้นจริงๆก็ได้
แต่
ซานตาครอสที่ไปรับข้อมูลจากโดเรม่อนเชื่อเต็มๆ เอาไปถ่ายทอดต่อใน "Echo Chamber" (ในที่นี้ก็คือกลุ่มต่างๆในโลกโซเชียลฯ) ที่ตัวเองสิงอยู่ แล้วมีคนเห็นด้วย สนับสนุน เชื่อถือตัวเลขข้อมูลชุดนี้จำนวนมาก
แล้วยังร่วมกันตั้งสมมุติฐานขึ้นมา เสกเหตุผลที่มาจากจินตาการ อคติ ฯลฯ รองรับกันมากขึ้นไปอีก ฯลฯ
ก็ทำให้ซานตาครอสและกลุ่มคนใน "Echo Chambers" นั้นๆ ยิ่งมั่นใจว่าตัวเลขข้อมูลชุดนี้ต้องเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องไปหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก แล้วยึดข้อมูลตัวเลขชุดนี้เอาไว้เลย มันต้องจริงแท้แน่นอนกว่าตัวเลขที่ทางการประกาศ
การที่ซานตาครอสและกลุ่มคนที่สิงอยู่ใน "Echo Chamber" รับส่ง "เสก"เหตุผลมาสนับสนุน ร่วมกันประสานเสียงเห็นด้วย ฯลฯ เป็นการตีฟู ทำให้ข้อมูลตัวเลขที่ไม่มีที่มาที่ไปเป็น "ข้อเท็จจริง" สำหรับพวกเค้าขึ้นมาจริงๆ
..... อย่างนี้เป็นต้น
.
ถึงตรงนี้ ก็จะมี "confident ignorant" เกิดขึ้นมากมาย ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เป็นแพตเทิร์นที่จะวนลูปไปเรื่อยๆ คล้ายๆกับ "Snowball effect"
..... นั่นแหละครับ ดารา นักร้อง คนในวงการบันเทิง พนักงานบริษัท พ่อค้า เจ้าของเพจ อินฟลูเอนเซอร์ด้านเครื่องสำอางค์ กีฬา การ์ตูน AV แฟชั่น อาหารการกิน ฯลฯ
หลายคนถึงได้เก่งมาก กล้าสอน กล้าด่า กล้าแย้ง กล้าด้อยค่า ศาสตราจารย์ นายแพทย์ที่่เชียวชาญโรคระบาด ไวรัสวิทยา ฯลฯ ที่อยู่กับเรื่องพวกนี้มาทั้งชีวิต มีการทำวิจัยทดลอง มีผลการทางวิชาการ ได้รับการยอมรับในเวทีโลก
..... กล้าด่า กล้าสอน กล้าหาว่าเค้ามั่ว กันอย่างแบบเปิดเผยในโลกโซเชียลกันเลยทีเดียว OMG!!!
.
กลับมาที่โสกราตีส ..... โสกราตีสไม่เชื่อมั่นมากๆว่าการเลือกตั้งในระบอบประชาธิไตย ที่ใช้ระบบหนึ่งเสียงเท่ากันในการเลือกคนที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง โดยไม่สนใจว่าหนึ่งเสียงนั้นจะมีความรู้ มีการเตรียมตัวหาข้อมูล มีข้อมูลมากพอในการตัดสินใจเลือกฯ ฯลฯ จะทำให้ได้คนดี คนเก่งมีใครสามารถในการบริหาร มาบริหารบ้านเมืองได้
โสกราตีสเปรียบเปรยไว้ว่า ถ้าเราจะนำเรือออกทะเลเดินทาง เราจะเลือกใคร ผู้โดยสารคนไหนก็ได้? หรือ กัปตันที่มีความรู้ ได้รับการฝึกมาอย่างดี มีประสบการณ์ในการเดินเรือ?
คำตอบก็ชัดอยู่แล้วว่าต้องเลือกกัปตัน เพราะการเดินเรือเป็นทักษะที่ต้องใช้ความรู้
.
ฉันใดฉันนั้น การบริหารบ้านเมืองก็ต้องใช้ทักษะพิเศษเป็นการเฉพาะ การปล่อยให้คนที่ไม่มีความรู้ ไม่มีข้อมูลมากพอ เลือกผู้นำหรือนโยบาย ก็โง่เขลาพอๆกับเลือกผู้โดยสารคนไหนก็ได้ให้มาทำหน้าที่กัปตันเดินเรือ
(โสกราตีนไม่ได้ใช้คำว่า confident ignorant นะ แต่ความหมายของเค้าก็คือผู้คนลักษณะนี้)
.
โสกราตีนเกรงว่าประชาธิปไตยที่อยู่ในมือประชากรที่โง่เขลา (ignorant) จะถูกนักการเมืองที่มีวาทะศิลป์(แต่ไม่มีความสามารถในการบริหารจริง)โน้มน้าว ชักจูก โดยการใช้ประโยชน์จากการเล่นกับอารมณ์ อคติ เอาความต้องการระยะสั้นๆของผู้คนมาล่อลวง ปลุกปั่น ล้างสมองประชาชน ..... ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องเพิ่มสร้างและปั่นกระแสทางโซเชียลฯเข้าไปด้วย ฯลฯ
เพื่อให้ผู้คนเลือกเค้า แทนที่จะถกและนำเสนอกันด้วยเหตุและผลว่าอะไรคือสิ่งดีที่สุด เหมาะสมกับประเทศที่สุด
.
โสกราตีสเชื่อว่า ภายใต้ระบอบนี้ นักการเมืองที่มีคุณธรรม มีสติปัญญา มีความสามารถจริงๆ จะไม่ถูกเลือก เพราะผู้คนจะไปเลือกนักการเมืองที่ยอมพูดในสิ่งที่พวกเค้าต้องการได้ยินมากกว่า
(อย่างการลด แลก แจก แถม ให้สวัสดิการเยอะๆ โดยไม่สนใจฐานะการเงินการคลังของประเทศ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหาเงินจากตรงไหนมาแจก แต่ให้สัญญาหาเสียงแบบส่งๆไปก่อน ได้รับเลือกแล้วค่อยว่ากัน)
.
ซึ่งก็เป็นผลจาก "confident ignorant" ที่มั่นใจว่าตัวเองมีความรู้ความเข้าใจ มีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจเลือกผู้นำหรือนโยบาย ..... แต่ไม่รู้ตัวว่า ตนเองได้ตัดสินใจเลือกฯเพราะตกเป็นเหยื่อของกลยุทธ์การสื่อสาร/การตลาด/การสร้างหรือปั่นกระแสที่กระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ เหนือการวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล
"confident ignorant" จะตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองที่หาเสียงด้วยวิธีแบบนี้ได้ง่ายครับ
.
สิ่งที่ต้องย้ำให้เข้าใจคือ โสกราตีสไม่ได้ปฎิเสธการมีส่วมร่วมในการสรรหาผู้บริหารของประชาชน เพียงแต่เค้าไม่เชื่อมั่นว่า ในระบอบประชาธิไตยที่ทุกคน ไม่ว่าจะมีความรู้ การศึกษา มีข้อมูล ฯลฯ แตกต่างกันมากแค่ไหนก็มีหนึ่งเสียงเท่ากัน จะสามารถทำให้ได้คนดี คนเก่งมาบริหารบ้านเมืองได้จริงครับ
วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568
การให้อภัยเป็นเรื่องยาก
แต่การมีชีวิตจิตใจที่โกรธแค้นพยาบาท
กลับเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่า
คนที่มีความโกรธเกลียดอัดแน่นเต็มหัวใจ
ย่อมไม่อาจพบความสุข
และความเบิกบานใจได้
ความเจ็บปวดที่เกิดเพราะคนบางคนนั้น
แท้จริงได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว
แต่ที่ยังอยู่
ก็เพราะใจเรานั้นเอง
ที่ไปรื้อฟื้นและทะนุถนอมมันเอาไว้
ด้วยความจงเกลียดจงชัง
หมายมั่นจะแก้แค้น
พระไพศาล วิสาโล
x
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




