วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569


 


 


 


 

 เคยคิดไหมว่า

ใครมันเป็นคนคิดว่า

ลูกเป็นหนี้พ่อแม่ !?

หรือพ่อแม่คือผู้มีพระคุณ !?

ก็ไม่อยากจะเปรียบเทียบอะไรแบบนี้

แต่ก็ต้องทำ

เวลาหมามันเลี้ยงลูก

มันเลี้ยงด้วยความรักและ

'ไม่คาดหวัง' อะไรจากลูกตอบแทน

เพราะแม่หมาทำหน้าที่เสร็จ

แม่กับลูกก็แยกย้าย

หรือลูกคิดถึงแม่ ก็มาหาแม่

แล้วหมามันทำแบบมนุษย์

เรื่องทวงบุญคุณไหมล่ะ!!?

มีแต่มนุษย์นี่แหละที่ทำ

การบอกว่าลูกเป็นหนี้บุญคุณ

คือ รักแบบมีเงื่อนไข

เพราะมันให้ผลประโยชน์

กับพ่อแม่ 'ฝ่ายเดียว' !!

แล้วก็ทำเป็นเอาคำว่า

กตัญญูพ่อแม่ = เจริญ

มาหลอกเด็ก

แม่หมามันทำงั้นกับลูกที่ไหน !!?

มีแต่มนุษย์อะที่ 'รักไม่เป็น'

จน ขัดสน ไม่มีแดก

แล้วอยากจะหา 'ทางลัด'

แล้วเอาคำว่า 'รัก' มาแลก

นี่เป็นหนทางของคนกระจอกสิ้นดี

เพราะพ่อแม่แบบพวกมึง

พอลูกไม่สะดวกจะทำให้

เสือกโมโห ไม่พอใจ

ทำเป็นทวงเงิน

แหมมมมมมมมมมมม

แม่หมามันโมโหลูกมันมั้ง

ลูกไม่หาอาหารให้แดกอะ !!

แม่หมามันแยกเขี้ยวใส่มั้ง ฮะ!?

มีแต่มนุษย์แบบพวกมึงอะ

สรุปมึงรักผลประโยชน์

ไม่ได้รักลูก !!

มึงคาดหวังมาตลอดว่า

ลูกมันตอบแทนมึงใช่ไหม

แล้วคนที่ตั้งตารอแบบนั้น

คือ พวกขัดสน อยากผลักภาระ 

และไม่อยากรับผิดชอบตัวเอง

สิ่งที่พวกมึงทำ

มัน 'ต่ำกว่า' เดรัจฉาน

มีแค่มนุษย์นี่แหละที่นั่งรำเลิกบุญคุณ

พวกมึงแม่งไม่รักใครเลยเว้ย

มึงรักแต่ตัวเอง !!

คนแบบพวกมึงควรเกิดแล้วก็ตายไปคนเดียว

ไม่คู่ควรจะเป็นพ่อแม่ใครทั้งนั้น !! 

และสิ่งที่พวกมึงทำก็ทำให้คนไทย

ไม่มี Self-esteem, Self Confidence

ในการพูดภาษาอังกฤษ

จำใส่กะโหลกไว้ด้วย !!




 

เรื่องสั้น: ไอ้น้ำตาล



ไอ้น้ำตาลเป็นลูกแมวตัวเมียสีน้ำตาลทั้งตัว สีขนคล้ายเปลือกไม้เก่าที่ถูกแดดเผา ขาเล็กเท่าก้านธูป ดวงตากลมโตใสแจ๋วเหมือนหยดน้ำบนยอดหญ้ายามเช้า มันไม่มีแม่ ไม่มีพี่ ไม่มีเพื่อน มันมีเพียงตัวมันเองตัวเดียวเท่านั้นในโลกใบใหญ่ที่มืดหม่นกว่าเงาตะปุ่มตะป่ำใต้ถุนบ้านร้างที่มันอาศัยอยู่

ไอ้น้ำตาลตื่นตอนกลางคืนเหมือนทุกวัน มันเดินออกมาจากใต้ถุนบ้านร้าง หูตั้ง ส่ายหางไปมา ราวกับว่ามันกำลังรับรู้บางสิ่งที่ไม่มีใครได้ยิน มันมองสลับซ้ายทีขวาที ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ ออกไปบนถนนซีเมนต์เย็นเฉียบที่มีเพียงแสงไฟถนนสีส้มสลัว ๆ ทอดเงาทาบลงมาบนขนมันเหมือนคราบสนิมที่ค่อย ๆ คลืบคลานขึ้นเรื่อย ๆ

แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัวมัน
เสียงที่ไม่มีแมวตัวไหนเคยได้ยิน
เสียงที่ทึบ หนัก และเหมือนดังมาจากข้างบนมากกว่าข้างล่าง

“ตึง...”

ไอ้น้ำตาลเงยหน้าขึ้นทันที

ท้องฟ้ากำลังสั่นไหวเหมือนผืนน้ำ แสงไฟส่องลอดกลุ่มหมอกบาง ๆ เห็นเพียงเงาดำมหึมารูปทรงประหลาดคล้ายตึกสูงกำลังเคลื่อนตัว

“ตึง... ตึง...”

เงาดำนั้นเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งไอ้น้ำตาลเห็นว่า มันไม่ใช่ตึก
มันเป็นขา
ขาของอะไรสักอย่างที่สูงเสียดฟ้าจนเกินจะบรรยาย

ไอ้น้ำตาลร้อง “เหมียว” เบา ๆ ราวกับถามใครสักคนว่ามันคืออะไร
แต่มันไม่ได้รับคำตอบ
ได้รับมาเพียงเสียงลมกระแทกพื้นอย่างแรงเหมือนฟ้าพิโรธ

จากนั้นส่วนที่เป็นนิ้วมือของสิ่งนั้นก็เปิดออก
เผยให้เห็นมิสไซล์สีเงินเป็นแถว ๆ
เหมือนเล็บของปีศาจที่พร้อมจะจิกโลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ

ไอ้น้ำตาลขนฟู หูแนบศีรษะ มันเริ่มวิ่ง
วิ่งสุดกำลังของขาที่สั่นจนแทบรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว
แต่เสียงคำรามดังสนั่นก็ตามมาเหมือนผีอาฆาตที่ไม่เคยหยุดหายใจ

มิสไซล์พุ่งลงสู่พื้น
“ตูม!!!”

บ้านทั้งหลังลอยขึ้นไปบนฟ้า
ถนนแตกกระจายเป็นเศษฝุ่น
รถยนต์ถูกยกขึ้นเหมือนใบไม้ปลิวตามลม
ท่อประปา เสาไฟ รั้วเหล็ก ต้นไม้ ทุกอย่างลอยขึ้นเหนือหัวมัน

ไอ้น้ำตาลถูกแรงระเบิดยกตัวขึ้นด้วย
ลอยคลึงไปกลางอากาศ
ดวงตากลมโตมองเห็นเมืองทั้งเมืองค่อย ๆ ถูกฉีกออกจากพื้นโลก
ก่อนจะตกลงอย่างรุนแรงจนพื้นดินยุบเป็นหลุมมหึมา

เมื่อสิ่งต่าง ๆ เริ่มร่วงหล่น
ไอ้น้ำตาลที่ลอยอยู่บนนั้นก็ร่วงลงตามไปด้วย
มันพยายามเหยียดขาเล็ก ๆ ออก
เหมือนจะคว้าอะไรไว้ แต่คว้าไม่ได้เลยสักอย่าง

เสียงลมหวีดหวิวดังผ่านหู
ดวงตาของมันเบิกกว้าง
ภาพเมืองแตกเป็นเสี่ยงใหญ่สีดำฉาบไปทั่วท้องฟ้า
เหมือนโลกกำลังถูกกลืน

ร่างของไอ้น้ำตาลกระแทกลงไปบนเศษซากคอนกรีตที่แตกร้าว
เสียงเบา ๆ
เบาจนน้อยกว่าเสียงกระพริบตาของแมวด้วยซ้ำ

มันนอนนิ่ง
ดวงตากลมโตที่เคยใสแจ๋วค่อย ๆ ดับลง
ลมหายใจสุดท้ายหลุดออกมาเหมือนเงาจาง ๆ
และทุกอย่างเงียบลงในทันที

หลุมยักษ์ที่กำเนิดจากมิสไซล์มองลงมาราวกับปากมังกรกำลังอ้ารับเหยื่อ
เมืองทั้งเมืองดับสูญ
และชีวิตเล็ก ๆ ของลูกแมวสีน้ำตาลตัวหนึ่งก็จบลงไปพร้อมกับมัน

ไม่มีใครรู้ว่าเคยมีลูกแมวตัวน้อยชื่อไอ้น้ำตาลอยู่ในเมืองนี้
ไม่มีแม้แต่เงาให้จำว่าเคยมีมันอยู่

เหลือเพียงหลุมยักษ์เงียบสงัด
กับซากเมืองที่ไร้รูปทรงทับมันเอาไว้ตลอดกาล


ปล.แค่เขียนระบายอารมณ์ เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องสั้นขยะ เป็นแค่เรื่องสั้นกากๆของคนไร้ความสามารถไร้สติปัญญาคนหนึ่ง