วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568











 


 

 “โลกมันโหดร้าย“ ไม่ได้แปลว่า ”บ้าน“ ต้อง Toxic หยุดสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแบบผิดๆ ก่อนจะสายเกินไป
เคยได้ยินมั้ยคะ? คำพูดที่ว่า...
“ต้องเลี้ยงลูกให้อึด โลกข้างนอกมันโหดร้าย” 
“เราต้องซ้อมลูกให้ชินกับการถูกเปรียบเทียบ เขาจะได้แข็งแกร่ง” 
“โดนแค่นี้ร้องไห้เหรอ ออกไปเจอของจริงจะไหวได้ยังไง”
วันนี้แม่อิ๊บขอพูดตรงๆ และชัดๆ เลยนะคะว่า... นี่คือ
❌ “ความเข้าใจผิดแบบมหันต์” ค่ะ
เรากำลังสับสนอย่างรุนแรงระหว่างการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” (Resilience) กับการสร้าง “บาดแผล” (Trauma) ให้กับลูก
การสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก ไม่ได้หมายความว่าเราในฐานะพ่อแม่จะต้องกลายเป็น…
❌ “ยาพิษ” 
หรือ
❌ “จำลองโลก” ที่โหดร้ายนั้นมาไว้ในบ้านเสียเอง 
ตรงกันข้าม... หน้าที่ของเราคือ
✅ การสร้างสิ่งที่ตรงข้ามกับโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
เรากำลัง “ซ้อมลูก” หรือ “ทำร้ายลูก” กันแน่⁉️
มีพ่อแม่หลายคนกำลัง “ฝึก” ลูกด้วยวิธีที่เจ็บปวด โดยคิดว่านั่นคือความหวังดี เรากำลังทำอะไรกับลูกเราอยู่คะ? 
❌ ลด “คุณค่า” ในตัวลูกแบบไม่จำเป็น
“ทำไมไม่เก่งเหมือนลูกบ้านนั้น” 
❌ “แปะป้าย” ตราหน้าลูก
“เด็กดื้อ” “เด็กขี้เกียจ” “เด็กขี้แย” 
❌ ซ้ำเติม “ความล้มเหลว”
“บอกแล้วใช่ไหมว่าทำไม่ได้หรอก” 
❌ ใช้ “คำพูด” เสียดสีความรู้สึก
“แค่นี้ต้องร้องไห้ด้วยเหรอ อ่อนแอจัง”
แม่อิ๊บขอถามคำถามง่ายๆ แค่คำถามเดียวค่ะ
“ตัวคุณที่เป็นผู้ใหญ่ ชอบมั้ยคะ? หากมีใครมาพูดแบบนี้กับคุณทุกวัน?”
ถ้าเรายังไม่ชอบ... แล้วหัวใจดวงเล็กๆ ของลูกจะรับไหวได้ยังไงคะ?
นี่คือรากเหง้าของปัญหาที่น่ากลัวที่สุด
ความน่ากลัวมันอยู่ตรงนี้ค่ะ... ปัญหาสังคมที่รุนแรงอย่างการที่เด็กๆ…
✅ “ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง” 
หรือแม้กระทั่งการ “คิดสั้น” ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากรากเหง้าเดียวกัน 
นั่นคือ…
✅ การขาด Self-esteem 
หรือ
✅ การเคารพตัวเอง
และรากเหง้านี้มันถูกทำลายจากที่ไหนได้บ้าง⁉️ (แค่ตัวอย่าง)
1️⃣ บ้านที่ “Toxic”
ที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและการด้อยค่า
2️⃣ บ้านที่ “สายสัมพันธ์ไม่มั่นคง”
ที่ลูกรู้สึกว่าพึ่งพาใครไม่ได้
3️⃣ บ้านที่ “ไม่ปลอดภัย”
ที่หันกลับไป ไม่เจอใครที่ไว้ใจ หรือวางใจได้เลย
ภูมิคุ้มกันที่แท้จริง…
❌ ไม่ได้สร้างจาก “ยาพิษ”
ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ไม่ได้มาจากโลกภายนอกค่ะ แต่มันถูกสร้างมาจาก… 
✅ “ภายใน” ตัวเด็กเอง
เด็กที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง (Resilient) ไม่ใช่เด็กที่ไม่เจ็บปวด แต่คือเด็กที่เมื่อถูกโลกภายนอกทำร้าย เขาสามารถล้มลงและลุกขึ้นใหม่ได้ เพราะเขารู้ว่า...
...“เขามีคุณค่าพอที่จะลุกขึ้น”...
เด็กที่รู้ว่าตัวเองมี “คุณค่า” จากที่บ้าน เมื่อเขาออกไปเจอสังคมข้างนอก ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เปรียบเทียบเขาแบบไหน เขาก็จะไม่สะเทือนกับคำพูดที่ไม่ให้เกียรติตัวตนของเขา และเขาจะไม่ให้ค่ากับคำพูดแย่ๆ เหล่านั้น
การสร้างภูมิต้านทานที่ดีให้ลูก คุณแม่คุณพ่อ 
❌ ไม่จำเป็นต้อง “Toxic” ค่ะ
บางคนอาจจะเถียงว่า…“แล้วการตีล่ะ?” 
“การตี” ไม่ช่วยให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นค่ะ 
“การตี” ไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย แถมยังสร้างปัญหาใหม่ คือ ลูกเรียนรู้ที่จะใช้กำลัง และไปตีเด็กคนอื่นหรือคนในครอบครัวต่อ 
“การตี” ไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว แต่คือการสร้างบาดแผลในใจไปตลอดชีวิต
สิ่งที่แก้ปัญหาระยะยาวได้ คือ “ปัญญา” ค่ะ เราสามารถสอนให้ลูกสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ด้วย “เหตุผล”
ลูกของเราต้องการ “บ้าน” ที่สงบสุขไม่ใช่ “สนามรบ”
อย่าเป็นครอบครัว Toxic เพื่อหวังจะสร้างภูมิต้านทานให้ลูกเลยนะคะ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการ
สิ่งที่ลูกต้องการที่สุดในโลกใบนี้ คือ…
✅ “พ่อแม่” ที่เขาวางใจได้ 
คือ…
✅ บ้านที่เป็น “ศาลาพักใจ” ที่ปลอดภัยที่สุดให้เขา 
คือ…
✅ อ้อมกอดที่เขาจะกลับมาซบได้เสมอ 
…ในยามที่เขาเหนื่อย ท้อ ล้า จากการต่อสู้กับโลกภายนอก
หน้าที่ของเราคือ…
✅ การเติม “คุณค่า” ให้เขาจนเต็มจากภายใน 
…เพื่อให้เขาแข็งแกร่งพอที่จะออกไปยืนหยัดด้วยตัวเอง 
❌ ไม่ใช่ “การทุบทำลาย” เขาซ้ำเติมจากในบ้านค่ะ
ด้วยรักและห่วงใยจากใจ ❤️
แม่อิ๊บ เลี้ยงลูกแบบมอนเตสซอรี่ | Playworker ระดับประถม in UK | Gentle Sleep Consultant 0-6 ขวบ in UK
#เลี้ยงลูกแบบมอนเตสซอรี่ #มอนเตสซอรี่ #เลี้ยงลูกเชิงบวก #โฮมสคูล #montessori #montessoriathome #montessorihomeschool #homeschool #positiveparenting #homeschool #เปิดค่าการมองเห็น
===============
สนใจติดต่อสอบถามคoร์สออนไลน์
ส่งข้อความ inbox ได้เลย
คoร์ส “🏡บ้านมอนเตสซอรี่”
คoร์ส “➕เลี้ยงลูกเชิงบวกแบบมอนเตสซอรี่“
คoร์ส “💤สอนลูกนอนเอง”
คู่มือ “🗓️ 28 วันแม่เปลี่ยน ลูกเปลี่ยน | ลด ละ เลิกตะคอก เปลี่ยนโลกทั้งใบให้”




 



 

 ในทางประสาทวิทยา “คำพูด” เป็นตัวกระตุ้นวงจรอารมณ์ได้รวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งเร้าอื่นจำนวนมาก เมื่อได้ยินประโยคที่มีน้ำหนัก สมองส่วน Amygdala ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับรู้อารมณ์ จะตอบสนองทันที ก่อนสมองส่วนเหตุผล (Prefrontal Cortex) จะเริ่มประมวลผล นั่นทำให้คำพูดสามารถส่งผลต่อความรู้สึกได้โดยตรง และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมในระดับที่ลึกกว่าที่เราคิด นอกจากนี้ ระบบ Mirror Neuron ภายในสมองทำหน้าที่สะท้อนอารมณ์ผ่านภาษา ทำให้ภาษาที่เลือกใช้สามารถส่งต่อบรรยากาศทางอารมณ์จากผู้พูดสู่ผู้ฟังได้ แม้ไม่มีเหตุการณ์จริงตรงหน้า คำพูดจึงทำหน้าที่มากกว่า “การสื่อสาร” แต่ทำงานในฐานะ “ตัวหล่อหลอมประสบการณ์ภายในของมนุษย์” ประโยคที่เลือกใช้ซ้ำ ๆ สามารถค่อย ๆ ก่อรูปเป็น “ภาพตัวตน” ภายในจิตใต้สำนึกได้ และคำพูดที่ได้รับจากผู้อื่น โดยเฉพาะจากบุคคลที่มีอิทธิพลในความหมายทางอารมณ์ เช่น พ่อแม่ คนรัก หรือผู้นำ สามารถสร้างรอยประทับทางจิตที่คงอยู่ยาวนาน คำพูดจึงเป็นพลังที่สามารถเยียวยา หรือทิ้งบาดแผลในใจได้ในระดับลึก และความแม่นยำของถ้อยคำ มักทรงพลังกว่าความดังของน้ำเสียงเสมอ