วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568








 

            บทหนัง: หีบใส่สิ่งที่มีมูลค่าสองหมื่นล้าน

ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากต่อเนื่อง

ในป่าแห่งหนึ่ง ตอนกลางวัน ชายวัยกลางคน#1กำลังใช้จอบขุดดินจนกระทั่งเห็นหีบ ชายวัยกลางคน#1ทิ้งจอบใช้มือขุดดินแล้วยกเอาหีบออกมา ชาย#1 วัยรุ่นชาย#1ออกมาจากดงต้นไม้ใช้ปืนลูกโม่คนละกระบอกยิงใส่ชายวัยกลางคน#1ตาย แล้ววัยรุ่นชาย#1กับชาย#1ก็หันหน้าเข้าหากันยิงปืนลูกโม่ใส่กัน ชาย#1ยิงไม่ทันถูกวัยรุ่นชาย#1ฆ่าตาย แล้ววัยรุ่นชาย#1ก็ยกหีบไป วัยรุ่นชาย#2ยิงปืนลูกโม่ใส่วัยรุ่นชาย#1ตาย แล้ววัยรุ่นชาย#2เดินเข้าไปหาหีบ ชายวัยกลางคน#2เดินออกมาจากดงต้นไม้ใช้ปืนพกยิงใส่วัยรุ่นชาย#2ตาย แล้วชายวัยกลางคน#2ก็เดินไปยกหีบขึ้นมา

                         ชายวัยกลางคน#2

                          "สองหมื่นล้านกู"

แล้วชายวัยกลางคน#2ก็เดินไปตามทาง ก็มีวัยรุ่นชาย5คนออกมาจากข้างทางด้านซ้ายยิงปืนลูกโม่พร้อมกันใส่ชายวัยกลางคน#2 ชายวัยกลางคนอีก5คนออกมาจากข้างทางด้านขวายิงปืนพกพร้อมกันใส่ชายวัยกลางคน#2 จนชายวัยกลางคน#2ล้มลงไปบนถนน แล้วก็มีชายอีก5คนออกเดินมาจากทางเดินด้านหลังยิงใส่ชายวัยกลางคน#2 ชายวัยกลางคน#2ตาย วัยรุ่นชาย#2ยิงใส่วัยรุ่นชาย#3ตาย ชายวัยกลางคน#3ยิงใส่วัยรุ่นชาย#2ตาย วัยรุ่นชาย#4ยิงใส่ชายวัยกลางคน#3 ชายวัยกลางคน#3ก็ยิงวัยรุ่นชาย#4กลับ ชายวัยกลางคน#3กับวัยรุ่นชาย#4ตายพร้อมกัน วัยรุ่นชาย#5หันปืนไปจะยิงชายวัยกลางคน#4แต่ไม่ทัน ชายวัยกลางคน#4ยิงวัยรุ่นชาย#5ตาย ชายวัยกลางคน#4 ชายวัยกลางคน#5 ชายวัยกลางคน#6 ชายวัยกลางคน#7ยิงใส่วัยรุ่นชาย#6พร้อมกัน วัยรุ่นชาย#6ตาย ชายวัยกลางคน#4กับชายวัยกลางคน#5ยิงชายวัยกลางคน#6ตาย ชายวัยกลางคน#4ยิงชายวัยกลางคน#5ตาย ชายวัยกลางคน#7ยิงชายวัยกลางคน#4ตาย ชาย#1#2ชาย#3ชาย#4ชาย#5ยิงใส่กันเองจนตายทั้งหมด ชายวัยกลางคน#7ยกหีบแล้วเดินไปจนถึงท่าเรือเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งที่มีเรือพายทำจากไม้จอดอยู่

                          ชายวัยกลางคน#7

                           "สองหมื่นล้านกู"

ชายวัยกลางคน#7ลงเรือพร้อมหีบ แล้วก็มีวัยรุ่นชาย#7ยิงปืนลูกโม่จากบนตลิ่งยิฃใส่ชายวัยกลางคน#7ตาย แล้วชาย#6ก็ยิงปืนลูกซองใส่วัยรุ่นชาย#7จากด้านหลัง วัยรุ่นชาย#7ตาย ชาย#6ลงเรือเอาหีบขึ้นมาแล้วขึ้นไปบนตลิ่งแล้วไปที่บ้าน

ฉากภายใน: บ้านของชาย#6

ชาย#6วางหีบลงบนโต๊ะ

                                     ชาย#6

                             "สองหมื่นล้านกู"

ชาย#6หยิบค้อนออกมาจะทุบแม่กุญแจที่ล็อกหีบอยู่ แต่ก็มีวัยรุ่นชาย#8เปิดประตูบ้านยิงปืนลูกโม่ใส่ชาย#6 แล้วก็มีชายวัยกลางคน#8ปีนหน้าต่างเข้ามายิงปืนพกใส่ชาย#6 ชาย#6ยิงปืนลูกซองใส่ชายวัยกลางคน#8 วัยรุ่นชาย#8ยิงใส่ชาย#6ตาย ชายวัยกลางคน#8ยิงใส่วัยรุ่นชาย#8ตาย ชายวัยกลางคน#8ในสถาพบาดเจ็บจนเดินเป๋อย่างทุลักทุเลก็ยกหีบออกไป

ฉากภายใน: โกดังร้าง

ชายวัยกลางคน#8ลากขาเดินมาที่นี่ วางหีบลงกับพื้น วัยรุ่นชาย5คนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในโกดัง ชายวัยกลางคน#8ยิงใส่วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#1ตาย มอเตอร์ไซค์ล้มแล้วลื่น วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#2ขี่มาเหยียบมอเตอร์ไซค์คันนั้นจนล้มไปอีกคัน วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#3ขี่วิ่งตรงดิ่งไปหาชายวัยกลางคน#8แล้วยกปืนลูกโม่ในมือเล็งไปที่ชายวัยกลางคน#8 แต่เสียหลักล้มลง มอเตอร์ไซค์ของวัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#3ไถลไปชนกับชายขี่มอเตอร์ไซค์#และชายขี่มอเตอร์ไซค์#5 ชายวัยกลางคน#8ยิงใส่วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#2วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#3วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#4วัยรุ่นชายขี่มอเตอร์ไซค์#5ตาย แล้วก็มีชาย#7เดินเข้ามายิงปืนลูกโม่ใส่ชายวัยกลางคน#8ตายแล้วชาย#7ก็ยกหีบเดินออกไป

ฉากภายใน: บ้านร้าง


น่าเย็ด



 


 ศัตรูของทุกรัฐคือประชากรที่โง่เขลา (ignorant)
(The enemy of every state is an ignorant population)
..... ignorant คำนี้ไม่ถึงกับโง่ อยู่แถวๆความเขลา คือไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่มี/ไม่รู้ข้อมูลมากพอในเรื่องนั้นๆ) 
.
รศ.ดร. รอย คาซากรานดา จาก Austin Community College บอกว่า 
ที่เป็นแบบนี้เพราะอินเตอร์เน็ต ทำให้ง่ายสำหรับกลุ่มคนที่ไร้การศึกษาหรือคนที่ไม่ความรู้ในเรื่องนั้นๆ ที่พอใช้อินเตอร์เน็ตแล้วหลงเชื่อทฤษฎีสมคบคิดแปลกประหลาดพิศดารแบบหัวปักหัวปำ(ข่าวลือก็อยู่ในหมดนี้นะ) ทำให้มุมมองของพวกเค้าที่มีต่อโลกถูกบิดเบือน เป็นการทำให้คนกลุ่มนี้ไม่เข้าใจโลกที่พวกเค้าอาศัยอยู่ขึ้นมา
หรือจะพูดอีกอย่างนึงก็คือ คุณอยู่ในรัฐที่ให้สวัสดิการที่ดีมากกับคุณอยู่แล้ว แต่สาธารณะหรือคนจำนวนมากไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนกำลังได้รับอยู่นี่ดีมาก พวกเค้าไม่รู้ตัวแล้วบอกว่าไม่ชอบ ไม่เอาแบบนี้
.
ดร. รอย ยกตัวอย่างการเลือกตั้งสหรัฐปี 2024
ในยุคของไบเดน กลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งล่าง 50% ของประเทศ มีรายได้เพิ่มขึ้น 7% หลังหักอัตราเงินเฟ้อ
ในขณะที่รายได้ของกลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งบนของประเทศ 50% ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ก็แปลว่า ไบเดนมีผลงานในด้านเศรษฐกิจต่อกลุ่มกลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งล่าง 50% ของประเทศ
.
ส่วนทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรก การบริหารของเค้าส่งผลดีต่อกลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งบน 50% มากกว่า
แต่ในเลือกตั้ง พรรคเดโมแครตได้คะแนน 48% ส่วนทรัมป์ได้ไป 50% ..... ซึ่งเหตุผลอันดับ1 ที่กลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งล่าง 50% ของประเทศเทคะแนนให้ทรัมป์ พวกเค้าบอกว่าเพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจ
ถ้าพวกเค้าลงคะแนนให้ทรัมป์เพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจจริงๆ ก็แปลว่าพวกเค้าตีความเศรษฐกิจผิดอย่างสิ้นเชิง
ส่วนรัฐบาลไบเดนก็ไม่ได้รางวัลตอบแทนจากผลงานในส่วนนี้
.
แล้วจะแก้ปัญกานี้ยังไง? ..... ดร. รอย แนะนำว่า
สังคมต้องการสาธารณชนที่มีการศึกษาดี ที่สามารถมองทะลุความไร้สาระพวกนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐที่มีความเสี่ยงจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นราชอาณาจักรหรือสาธารณรัฐ ไม่ว่าจะในระบอบไหนก็ไม่ต้องการสาธารณชนที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเป็นจริง
สังคมควรต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่ทางความคิด ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ก็ด้วยการสอนให้ผู้คนมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking Skills) ด้วยการสอนวิชาปรัชญา และ ญาณวิทยา ให้แก่ประชากรแค่เพียง 20% ก็จะเป็นพื้นฐานในการอัดฉีดทักษะ วิธีการคิดแบบนี้ ให้ประชากรซึมซับวิธีคิดและความเป็นจริง จากการพูดคุยในที่สาธรณะ    
.
***ตรงนี้สำคัญ อ่านก่อนที่จะเม้นอะไรครับ***
1. โพสต์นี้นำความเห็นของ ดร.รอย มาให้อ่าน เพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่เกิดจากประชากรที่ "ignorant" และ ให้รู้ว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ในบ้านเรา แม้แต่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเค้าก็มีปัญหาแบบนี้ 
เพราะฉะนั้นต่อให้รู้ภาษา แต่ไม่สนใจ ไม่ขวนขวายที่จะหาข้อมูลความรู้ อาศัยแต่จินตนาการและอคติ เป็นฝรั่งก็ "ignorant" ได้เหมือนกันหมด
ฝรั่งไม่ได้มีอะไรวิเศษกว่าคนเอเซียหรอก ..... ฝรั่งจำนวนหนึ่งมี "Superiority complex" ต่อคนเอเซีย ประจวบเหมาะกับคนเอเซียจำนวนหนึ่งดันไปให้ค่ายกย่องเกินจริง จนเกิด "inferiority complex" ต่อฝรั่ง ..... ในหลายกรณี คนเอเซียจะไปโดนฝรั่งมันดูถูก ก็ไม่แปลกหรอก
.
2. โพสต์นี้ ซิริอุสไม่มีเจตนาจะเจาะจงไปที่คนกลุ่มไหน fc กลุ่มการเมือง หรือนักการเมืองคนไหน ..... พูดตรงๆเลยว่า คนที่ "ignorant" ซิริอุสก็เห็นมีอยู่ในทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอะไร ..... ส่วนในด้านจำนวน จะมากน้อยก็เป็นอีกเรื่อง
แต่หากใครรู้สึกว่า เอ๊ะ คับคล้ายคับคลา เป็นอัตลักษณ์ของคนกลุ่มนั้น คนกลุ่มนี้ชัดๆ ..... รู้สึกทนไม่ไหว ก็แชร์ไปด่าที่กลุ่ม ที่หน้าเฟสตัวเองกันตามสบายเลยครับ
.
3. ใครจะมีปัญหากับความคิดนี้ของ ดร.รอย ก็ไปเถียง ไปโต้แย้งกับเค้าโดยตรงเลย จะเอาข้อมูลที่ได้จากการนั่งเทียน นั่งทางใน ถอดกายทิพย์ จากจินตนาการกับอคติ หรืออ้างอิงความเห็นจากคนส่วนใหญ่ในกะลาที่สิงกัน นำไปเถียงกับเค้าก็ตามสะดวก ..... ซิริอุสไม่เกี่ยว
.
4. ดร. รอย อาจจะไม่รู้ว่าสำหรับหลายประเทศ จะอาศัยการอัดฉีดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์สู่สาธารณะจากคนที่มีความรู้เพียง 20% คงไม่พอ ..... ประชากรในหลายประเทศ "dense" มากเกิน ..... คน 20% นี้เห็นแล้วคงเบื่อหน่ายกัน กรูอยู่เฉยๆอย่างสงบสุขของกรูดีกว่า
ที่สำคัญเลยคือ ดร. รอย ต้องไม่เคยรู้จักทัวร์ชาวเน็ตไทยแหง๋ๆ หึๆ 
.
ภาพประกอบ ..... ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ..... แค่จะบอกว่า ความรัก ความหลงไหล มันน่ากลัว ..... เมื่อเรารักเราหลงใครไปแล้ว ไม่ว่าเค้าจะทำหน้าตาไม่น่าดูยังไง สำหรับเราแล้วก็จะรู้สึกว่าเป็นหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดในสามโลกเลย ..... ตอนนี้ ซิริอุสเกอเกอก็กำลังรู้สึกกับคนรักที่ชื่อแบมบี้แบบนี้เป๊ะๆเลยคนับ 



 “Most civilization is based on cowardice. It's so easy to civilize by teaching cowardice. You water down the standards which would lead to bravery. You restrain the will. You regulate the appetites. You fence in the horizons. You make a law for every movement. You deny the existence of chaos. You teach even the children to breathe slowly. You tame.”
― Frank Herbert