วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568

 ศัตรูของทุกรัฐคือประชากรที่โง่เขลา (ignorant)
(The enemy of every state is an ignorant population)
..... ignorant คำนี้ไม่ถึงกับโง่ อยู่แถวๆความเขลา คือไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่มี/ไม่รู้ข้อมูลมากพอในเรื่องนั้นๆ) 
.
รศ.ดร. รอย คาซากรานดา จาก Austin Community College บอกว่า 
ที่เป็นแบบนี้เพราะอินเตอร์เน็ต ทำให้ง่ายสำหรับกลุ่มคนที่ไร้การศึกษาหรือคนที่ไม่ความรู้ในเรื่องนั้นๆ ที่พอใช้อินเตอร์เน็ตแล้วหลงเชื่อทฤษฎีสมคบคิดแปลกประหลาดพิศดารแบบหัวปักหัวปำ(ข่าวลือก็อยู่ในหมดนี้นะ) ทำให้มุมมองของพวกเค้าที่มีต่อโลกถูกบิดเบือน เป็นการทำให้คนกลุ่มนี้ไม่เข้าใจโลกที่พวกเค้าอาศัยอยู่ขึ้นมา
หรือจะพูดอีกอย่างนึงก็คือ คุณอยู่ในรัฐที่ให้สวัสดิการที่ดีมากกับคุณอยู่แล้ว แต่สาธารณะหรือคนจำนวนมากไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนกำลังได้รับอยู่นี่ดีมาก พวกเค้าไม่รู้ตัวแล้วบอกว่าไม่ชอบ ไม่เอาแบบนี้
.
ดร. รอย ยกตัวอย่างการเลือกตั้งสหรัฐปี 2024
ในยุคของไบเดน กลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งล่าง 50% ของประเทศ มีรายได้เพิ่มขึ้น 7% หลังหักอัตราเงินเฟ้อ
ในขณะที่รายได้ของกลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งบนของประเทศ 50% ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ก็แปลว่า ไบเดนมีผลงานในด้านเศรษฐกิจต่อกลุ่มกลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งล่าง 50% ของประเทศ
.
ส่วนทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรก การบริหารของเค้าส่งผลดีต่อกลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งบน 50% มากกว่า
แต่ในเลือกตั้ง พรรคเดโมแครตได้คะแนน 48% ส่วนทรัมป์ได้ไป 50% ..... ซึ่งเหตุผลอันดับ1 ที่กลุ่มประชากรที่มีรายได้ครึ่งล่าง 50% ของประเทศเทคะแนนให้ทรัมป์ พวกเค้าบอกว่าเพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจ
ถ้าพวกเค้าลงคะแนนให้ทรัมป์เพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจจริงๆ ก็แปลว่าพวกเค้าตีความเศรษฐกิจผิดอย่างสิ้นเชิง
ส่วนรัฐบาลไบเดนก็ไม่ได้รางวัลตอบแทนจากผลงานในส่วนนี้
.
แล้วจะแก้ปัญกานี้ยังไง? ..... ดร. รอย แนะนำว่า
สังคมต้องการสาธารณชนที่มีการศึกษาดี ที่สามารถมองทะลุความไร้สาระพวกนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐที่มีความเสี่ยงจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นราชอาณาจักรหรือสาธารณรัฐ ไม่ว่าจะในระบอบไหนก็ไม่ต้องการสาธารณชนที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเป็นจริง
สังคมควรต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่ทางความคิด ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ก็ด้วยการสอนให้ผู้คนมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking Skills) ด้วยการสอนวิชาปรัชญา และ ญาณวิทยา ให้แก่ประชากรแค่เพียง 20% ก็จะเป็นพื้นฐานในการอัดฉีดทักษะ วิธีการคิดแบบนี้ ให้ประชากรซึมซับวิธีคิดและความเป็นจริง จากการพูดคุยในที่สาธรณะ    
.
***ตรงนี้สำคัญ อ่านก่อนที่จะเม้นอะไรครับ***
1. โพสต์นี้นำความเห็นของ ดร.รอย มาให้อ่าน เพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่เกิดจากประชากรที่ "ignorant" และ ให้รู้ว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ในบ้านเรา แม้แต่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเค้าก็มีปัญหาแบบนี้ 
เพราะฉะนั้นต่อให้รู้ภาษา แต่ไม่สนใจ ไม่ขวนขวายที่จะหาข้อมูลความรู้ อาศัยแต่จินตนาการและอคติ เป็นฝรั่งก็ "ignorant" ได้เหมือนกันหมด
ฝรั่งไม่ได้มีอะไรวิเศษกว่าคนเอเซียหรอก ..... ฝรั่งจำนวนหนึ่งมี "Superiority complex" ต่อคนเอเซีย ประจวบเหมาะกับคนเอเซียจำนวนหนึ่งดันไปให้ค่ายกย่องเกินจริง จนเกิด "inferiority complex" ต่อฝรั่ง ..... ในหลายกรณี คนเอเซียจะไปโดนฝรั่งมันดูถูก ก็ไม่แปลกหรอก
.
2. โพสต์นี้ ซิริอุสไม่มีเจตนาจะเจาะจงไปที่คนกลุ่มไหน fc กลุ่มการเมือง หรือนักการเมืองคนไหน ..... พูดตรงๆเลยว่า คนที่ "ignorant" ซิริอุสก็เห็นมีอยู่ในทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอะไร ..... ส่วนในด้านจำนวน จะมากน้อยก็เป็นอีกเรื่อง
แต่หากใครรู้สึกว่า เอ๊ะ คับคล้ายคับคลา เป็นอัตลักษณ์ของคนกลุ่มนั้น คนกลุ่มนี้ชัดๆ ..... รู้สึกทนไม่ไหว ก็แชร์ไปด่าที่กลุ่ม ที่หน้าเฟสตัวเองกันตามสบายเลยครับ
.
3. ใครจะมีปัญหากับความคิดนี้ของ ดร.รอย ก็ไปเถียง ไปโต้แย้งกับเค้าโดยตรงเลย จะเอาข้อมูลที่ได้จากการนั่งเทียน นั่งทางใน ถอดกายทิพย์ จากจินตนาการกับอคติ หรืออ้างอิงความเห็นจากคนส่วนใหญ่ในกะลาที่สิงกัน นำไปเถียงกับเค้าก็ตามสะดวก ..... ซิริอุสไม่เกี่ยว
.
4. ดร. รอย อาจจะไม่รู้ว่าสำหรับหลายประเทศ จะอาศัยการอัดฉีดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์สู่สาธารณะจากคนที่มีความรู้เพียง 20% คงไม่พอ ..... ประชากรในหลายประเทศ "dense" มากเกิน ..... คน 20% นี้เห็นแล้วคงเบื่อหน่ายกัน กรูอยู่เฉยๆอย่างสงบสุขของกรูดีกว่า
ที่สำคัญเลยคือ ดร. รอย ต้องไม่เคยรู้จักทัวร์ชาวเน็ตไทยแหง๋ๆ หึๆ 
.
ภาพประกอบ ..... ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ..... แค่จะบอกว่า ความรัก ความหลงไหล มันน่ากลัว ..... เมื่อเรารักเราหลงใครไปแล้ว ไม่ว่าเค้าจะทำหน้าตาไม่น่าดูยังไง สำหรับเราแล้วก็จะรู้สึกว่าเป็นหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดในสามโลกเลย ..... ตอนนี้ ซิริอุสเกอเกอก็กำลังรู้สึกกับคนรักที่ชื่อแบมบี้แบบนี้เป๊ะๆเลยคนับ 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น