ชื่อเรื่อง: KILL
บทภาพยนตร์โดย: [ชื่อของคุณ/Gemini]
เขียน: 1 มกราคม พ.ศ.2569 ค.ศ.2026 เวลา09:02น.-09:26น.
อ้างอิงจากเรื่องสั้นของ: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
ฉากที่ 1: หน้าสนามบินญี่ปุ่น - เวลาเย็น
ท้องฟ้าสีส้มอมม่วงในเวลาหกโมงเย็น นักท่องเที่ยวพลุกพล่าน
นักฆ่านิรนาม เดินออกมาจากประตูทางออกสนามบิน เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูง (180 ซม.) ผิวคล้ำแดด ใบหน้าดุดันด้วยคิ้วหนาและจมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำตัดรับกับหน้าผากกว้าง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำติดกระดุมเรียบร้อย กางเกงขายาวสีดำที่มีกระเป๋าซิป และรองเท้าหนังสีดำเข้ม
เขาลากกระเป๋าเดินทางเดินตรงไปที่จุดจอดรถแท็กซี่ด้วยท่าทีเรียบเฉย
ฉากที่ 2: ซอยเปลี่ยวในโตเกียว - เวลาสามทุ่ม
แท็กซี่จอดส่งนักฆ่านิรนามที่หน้าปากซอยแห่งหนึ่ง รถขับจากไปทิ้งความเงียบไว้ เขาเดินลากกระเป๋าไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านเป้าหมายหลังหนึ่ง
นักฆ่ารูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวา หยิบแว่นตาเลนส์ขยายขึ้นมาสวม เขามองผ่านเลนส์เพื่อสำรวจโครงสร้างบ้านแทนการใช้กล้องส่องทางไกล จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพบ้าน (ไม่เปิดแฟลช) แล้วเก็บเข้ากระเป๋าอย่างรัดกุม
เขาสลับสวมและถอดแว่นขยายเป็นระยะขณะเดินตามแผนที่ในมือเพื่อไปยังโรงแรมใกล้เคียง
ฉากที่ 3: ห้องพักในโรงแรม - ต่อเนื่อง
ภายในห้องพักเรียบง่าย นักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางออก เผยให้เห็น สมุดไดอารี่เล่มยักษ์
เขาเริ่มลงมือวาดผังพื้นอย่างละเอียด:
* มุมมองจากหน้าต่างโรงแรม (เขาส่องกล้องทางไกลไปที่บ้านเป้าหมายที่อยู่ไกลลิบ)
* มุมมองจากปากซอย
* รายละเอียดประตูรั้ว, ผนัง, หลังคา และลานบ้าน
เขาเขียนข้อความกำกับด้วยลูกศรยุ่งเหยิงแต่เป็นระเบียบ: "ทางหนี", "จุดอับสายตา", "ผลกระทบหากมีพยาน"
ตัดสลับภาพ: นักฆ่านอนเล่นเกมยิงในมือถือฆ่าเวลาจนถึงเวลา 01:00 น.
ฉากที่ 4: การเตรียมอาวุธ - เวลาตีหนึ่ง
นักฆ่าเปิดฐานลับของกระเป๋าเดินทางออก เผยให้เห็น:
* ปืน Walther PPK 1 กระบอก
* แม็กกาซีนเปล่า 5 อัน
* ที่เก็บเสียงทำเอง 1 อัน
เขาดึงที่จับกระเป๋าเดินทางแยกออก เผยให้เห็นกระสุน .32 ACP (7 นัดในแต่ละข้าง) เขาบรรจุกระสุนลงแม็กกาซีนและขึ้นลำปืนอย่างชำนาญ
เขารื้อชั้นที่สองของกระเป๋า หยิบ ยานอนหลับและเข็มฉีดยา ออกมา
ฉากที่ 5: การลงมือครั้งที่ 1 (บ้านของชิซูกะ) - คืนเดียวกัน
นักฆ่าปรากฏตัวในชุดสูททับด้วยเสื้อคลุมยาวสีดำ สวมถุงมือและแว่นดำ มีไม้ขีดไฟคาบอยู่ที่ปาก (เลียนแบบตัวละครเสี่ยวหม่าจาก A Better Tomorrow)
ที่หน้าบ้านเป้าหมาย เขาหยิบผ้าขี้ริ้วสองผืนมาพันรอบรองเท้าเพื่อเก็บเสียง เขาปีนข้ามรั้วเข้าไปในบ้านอย่างเงียบเชียบ ประตูไม่ได้ล็อก
ภายในห้องนอนชั้น 2:
อิชิกามิ ชิซูกะ นอนหลับอยู่ข้างสามี
ฟึ่บ! เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเจาะหน้าผากสามีของเธอจนเลือดสาดกระจาย ชิซูกะสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ แต่นักฆ่าพุ่งกระโดดทับตัวเธอทันที!
เขายัดผ้าห่มเข้าปากเธอ ใช้แขนรัดคอ และใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียวหยิบเข็มฉีดยาออกมาจุ่มขวดยานอนหลับที่เข็มขัด ก่อนจะฉีดเข้าที่หลังคอของเธออย่างรวดเร็ว
ชิซูกะคอพับและหลับไปในอ้อมแขนของเขา
ฉากที่ 6: การส่งมอบ - เวลาตีห้าครึ่ง
รถ SUV สีดำมารับนักฆ่าและร่างที่หมดสติของชิซูกะไปส่งที่คฤหาสน์ของผู้จ้างวาน
เมื่อถึงที่หมาย ชิซูกะได้สติและพยายามวิ่งหนี แต่นักฆ่าตวัดขาเตะเข้าที่ใบหน้าและหน้าอกจนเธอล้มไถลเข้าไปในบ้าน ผู้จ้างวานวัยกลางคนพุ่งเข้าตะครุบตัวเธอเพื่อหวังข่มขืน
ชิซูกะ (ตะโกนเสียงสั่น):
“私をころせ! (ฆ่าฉันซะเลยสิ!)”
นักฆ่านิรนาม (เสียงเรียบเฉย):
“ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ... ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพาคุณมาที่นี่เพื่อให้เขาข่มขืนเท่านั้น”
เขาหันไปบอกตัวเลขค่าจ้างกับผู้จ้างวาน: 1,487,615 เยน ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปขึ้นรถ SUV โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่ดังไล่หลังมา
ฉากที่ 7: ภารกิจใหม่ - เวลาสิบโมงเช้า
นักฆ่ากลับมาที่โรงแรม เช็กเอาท์ และรับถุงเงินเยนจากลูกน้องผู้จ้างวาน เขาตรวจสอบเงินในกล่องกระดาษสีน้ำตาลจนพอใจ
เขารูดซิปกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือเปิดแอปพลิเคชัน TOR Browser และเข้า ProtonMail
มีอีเมลใหม่หัวข้อ: [ขอใช้บริการฆ่า - ญี่ปุ่น]
เนื้อหา: สังหารแก๊งชาย 19 คน (รวมหัวหน้า) พร้อมแนบรูปถ่ายและที่อยู่
นักฆ่ากดตอบตกลงทันที เขาค้นหา Google Maps และวางแผนการเดินทางไปยังพิกัดใหม่ที่บ้านพักใกล้จุดนัดพบของเป้าหมาย
ฉากที่ 8: การอำพรางตัวและการสำรวจ - ช่วงบ่าย
ที่บ้านพักแห่งใหม่ นักฆ่าเริ่มทำการ "เปลี่ยนโฉม"
เขาสวมเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ต สวมกางเกงผู้หญิงไว้ด้านในทับด้วยกางเกงลำลอง และสวมวิกผมหยักศกสีน้ำตาลแดง
เขาเดินสำรวจรอบบ้านเป้าหมาย (บ้านของ ยูคิ อาโออิ) สลับการถอดและสวมชุดอำพรางในจุดอับสายตาหลังต้นไม้ใหญ่ เพื่อตรวจดูทางเข้าออกและจุดรักษาความปลอดภัยอย่างละเอียด
เขากลับมาที่ห้องพัก วาดผังบ้านของยูคิ อาโออิ ลงในสมุดไดอารี่ และจัดเตรียมอาวุธหนัก:
* Brügger & Thomet APC PRO 2 กระบอก (พร้อมแม็กกาซีน 10mm กลม 50 นัด)
* Beretta 93R (ต่อพานท้ายโพลีเมอร์, โหมด Burst)
เขาลองฟังไฟล์เสียง "เสียงปืน 1 นัด" จากเครื่องเล่น MP3 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือล่อหลอก
ฉากที่ 9: วันลงมือ - เวลาเที่ยง
ภายในบ้านของยูคิ อาโออิ:
แก๊ง 19 คนบุกเข้ามาในบ้าน ยูคิ อาโออิ (นักพากย์สาวร่างเล็ก) กำลังจะเดินเข้าห้องนั่งเล่น แต่ถูกหัวหน้าแก๊งพุ่งเข้าล็อคตัวจากด้านหลังจนตัวลอย เธอถูกโยนลงบนเตียงในห้องนอนชั้นล่าง
สมาชิกแก๊งกระจายกำลังเฝ้าตามจุดต่างๆ: บันได, ห้องน้ำ, ประตูหน้า และห้องครัว
ภายนอกบ้าน:
นักฆ่านิรนามในชุดสูทเต็มยศ สวมเสื้อคลุมยาวที่ซ่อนปืน APC PRO และ Beretta ไว้ด้านใน เขาเสียบหูฟัง MP3 เดินเลียบกำแพงมาที่หลังบ้าน
เขาเปิดเครื่องเล่น MP3 เสียงปืนปลอมดังขึ้น! "ปัง!"
คนเฝ้าหลังบ้านหลงกลเดินมาดู นักฆ่าปีนกำแพงขึ้นมาพร้อม APC PRO ติดที่เก็บเสียง
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
กระสุนเจาะกะโหลกคนเฝ้าหลังบ้านทั้งสองฝั่งล้มลงขาดใจ นักฆ่าโดดลงสู่ลานหลังบ้านอย่างแผ่วเบา
เขามุ่งหน้าไปที่หน้าต่างห้องครัว ยิงแสกหน้าคนเฝ้าครัวที่โผล่หน้าออกมาดู จากนั้นปีนเข้าไปในบ้าน ยิงเก็บคนที่เฝ้าประตูหน้าและคนเฝ้าหน้าห้องนอนอีกสองคนด้วยความเร็วระดับพระกาฬ
ภายในห้องนอน:
หัวหน้าแก๊งกำลังคร่อมร่างยูคิ อาโออิที่พยายามดิ้นรน ทั้งคู่ชะงักเมื่อเสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตู
ปัง! (เสียงปืนเก็บเสียง)
กระสุนเจาะกลางกบาลหัวหน้าแก๊ง เลือดสาดกระเด็นลงบนผ้าห่มข้างหูของอาโออิ ร่างหนาฟุบลงแน่นิ่ง
ยูคิ อาโออิ กรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว เธอมองร่างไร้วิญญาณสลับกับชายชุดดำที่ยืนถือปืนจ่อมาทางเธอ
นักฆ่านิรนาม (มองด้วยสายตาเย็นชา):
“てつだうな
い (ไม่ได้มาช่วยหรอกนะ)”
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 10: ภายในห้องนอนชั้นหนึ่ง - ต่อเนื่อง
ยูคิ อาโออิ ตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างของหัวหน้าแก๊งที่เพิ่งถูกเป่ากระหม่อมยังคงทับขาเธออยู่ครึ่งหนึ่ง นักฆ่านิรนามไม่แม้แต่จะปรายตาชื่นชมผลงาน เขาขยับนิ้วชี้ออกจากไกปืน Brügger & Thomet APC PRO แล้วสอดมันกลับเข้าไปใต้เสื้อคลุมยาวอย่างใจเย็น
อาโออิ (เสียงสั่นเครือ):
"คุณ... คุณเป็นใคร... ใครส่งคุณมา?"
นักฆ่าไม่ตอบ เขาหยิบเครื่องเล่น MP3 ขึ้นมา กดหยุดไฟล์เสียง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องนอนไปที่โถงทางเดินกลางบ้าน
ฉากที่ 11: โถงทางเดินและบันไดบ้าน - ต่อเนื่อง
เสียงตะโกนด่าทอเป็นภาษาญี่ปุ่นดังลงมาจากชั้นสอง สมาชิกแก๊งอีก 13 คนที่เหลือเริ่มรู้ตัวว่าเกิดความผิดปกติ พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องของอาโออิและเสียงของหนักตกพื้น
นักฆ่าหยุดยืนอยู่ที่เชิงบันได เขาล้วงเข้าไปใต้เสื้อคลุมฝั่งซ้าย หยิบ Beretta 93R ที่ต่อพานท้ายโพลีเมอร์ออกมาด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายคว้า APC PRO อีกกระบอกขึ้นมาถือเตรียมพร้อม
คนร้ายคนที่ 6 (ตะโกนจากข้างบน):
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นข้างล่างวะ? หัวหน้า!"
นักฆ่าแหงนหน้ามองเพดาน เขาเห็นเงาร่างคน 3-4 คนกำลังชะโงกหน้าลงมาที่ราวบันได
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
นักฆ่ากดไก Beretta ในโหมด Burst เสียงปืนที่ติดที่เก็บเสียงดังเหมือนเสียงแส้ฟาดอากาศ กระสุน 9 มม. พุ่งเข้าเจาะคอและหน้าอกของชายสองคนที่ชะโงกหน้าลงมา ร่างของพวกมันร่วงหล่นลงจากชั้นสองกระแทกพื้นเสียงดัง ตุ้บ!
เขาก้าวเท้าขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างมั่นคง
ฉากที่ 12: ชั้นสองของบ้าน - ต่อเนื่อง
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง นักฆ่าเผชิญหน้ากับสมาชิกแก๊งที่เหลือที่แตกตื่นและพยายามชักอาวุธ สองคนที่เฝ้าหน้าห้องน้ำพยายามจะยกปืนลูกซองขึ้นเล็ง
นักฆ่ากางแขนออกทั้งสองข้าง ยิงปืนสองกระบอกพร้อมกัน!
* มือขวา (APC PRO): สาดกระสุน 10mm เข้าใส่กลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าห้องนอน
* มือซ้าย (Beretta 93R): ยิงเก็บคนเฝ้าหน้าห้องน้ำในระยะเผาขน
ปลอกกระสุนกระเด็นร่วงกราวลงบนพื้นพรม เสียงฝีเท้าของเขาที่ก้าวข้ามศพเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าสยดสยอง เขาไม่ได้ยิงกราดแบบไร้ทิศทาง แต่ยิงเข้าจุดตายอย่างแม่นยำตามที่วาดไว้ในสมุดไดอารี่
เหลืออีก 6 คน... พวกมันเริ่มถอยร่นเข้าไปในห้องนอนใหญ่ชั้นบนและพยายามปิดประตู
ฉากที่ 13: หน้าห้องนอนใหญ่ชั้นสอง - ต่อเนื่อง
นักฆ่าเดินมาหยุดที่หน้าประตูไม้บานหนา เขาเก็บ Beretta เข้าช่องซองปืน แล้วหยิบแม็กกาซีนกลม (50 นัด) ออกมาเปลี่ยนใส่ APC PRO ทั้งสองกระบอก
เขาเตะประตูโครมเดียวจนบานพับหลุด!
ข้างในนั้น ชายฉกรรจ์ 6 คนที่เหลือหลบอยู่หลังเตียงและตู้เสื้อผ้า พวกมันสาดกระสุนสวนกลับมาด้วยปืนพกและมีดบิน นักฆ่าเอี้ยวตัวหลบเข้าหลังกรอบประตูอย่างรวดเร็ว เขาหยิบเครื่องเล่น MP3 ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขากดปุ่มเปิดไฟล์เสียง "ระเบิดสังหาร" แล้วโยนเครื่องเล่นเข้าไปในห้อง
คนร้ายคนที่ 15:
"ระเบิด!!! หมอบลง!!!"
พวกมันพากันมุดหัวลงต่ำด้วยความเข้าใจผิด นักฆ่าอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นพุ่งตัวออกไปพร้อมปืนกลมือคู่ในมือ!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้อ
งการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 14: ภายในห้องนอนใหญ่ชั้นสอง - ต่อเนื่อง
ท่ามกลางความสับสนของพวกมันที่หมอบลงเพราะหลงกลเสียงระเบิดปลอม นักฆ่านิรนามพุ่งตัวสไลด์ไปกับพื้นพรม มือทั้งสองข้างที่ถือ Brügger & Thomet APC PRO กางออกเป็นรูปตัววี (V)
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
กระสุน 10mm พุ่งออกจากปากกระบอกปืนที่ติดที่เก็บเสียงอย่างต่อเนื่อง สองคนแรกที่กำลังหมอบอยู่หลังโซฟาถูกกระสุนเจาะเข้าที่กลางหลังจนร่างกระตุกแน่นิ่ง นักฆ่าดีดตัวลุกขึ้นยืนในท่ากึ่งนั่งกึ่งคุกเข่า เอี้ยวตัวยิงสกัดคนที่พยายามจะคว้าปืนลูกซองข้างเตียงจนมันกระเด็นหงายหลังไป
เหลืออีก 3 คน... พวกมันเริ่มตระหนักว่าไม่มีระเบิดจริง หนึ่งในนั้นกัดฟันลุกขึ้นหมายจะกระโจนเข้าใส่พร้อมมีดเดินป่า
นักฆ่าไม่ลดปืนลง เขาใช้พานท้ายปืน APC PRO ในมือซ้ายกระแทกเข้าที่ยอดอกของชายคนนั้นจนเสียหลัก แล้วจ่อปากกระบอกปืนเข้าที่ใต้คางก่อนจะกดไกหนึ่งนัด... ร่างนั้นล้มตึงลงทันที
ฉากที่ 15: ภายในห้องนอนใหญ่ - ต่อเนื่อง
สองคนสุดท้ายที่เหลือหวาดกลัวจนสติหลุด พวกมันทิ้งอาวุธและพยายามจะกระโดดออกทางหน้าต่าง แต่นักฆ่านิรนามเร็วกว่า เขาเก็บ APC PRO ลงข้างลำตัวอย่างรวดเร็วแล้วคว้า Beretta 93R ออกมาสะบัดยิงในโหมด Burst เข้าที่ขาของพวกมันทั้งคู่จนร่วงลงไปกองกับพื้นหน้าหน้าต่าง
เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเขม่าปืนและคาวเลือด นักฆ่าเดินเข้าไปหาพวกมันทีละคนอย่างไม่รีบร้อน
เขากดปลายกระบอกปืนลงที่ขมับของคนแรกที่พยายามจะอ้อนวอนขอชีวิต... ฟึ่บ! ...เงียบสนิท
จากนั้นเขาก็หันไปหาคนสุดท้ายที่พยายามจะคลานหนี... ฟึ่บ! ...ภารกิจบนชั้นสองเสร็จสิ้น
ฉากที่ 16: ห้องโถงชั้นล่าง - เวลาถัดมา
นักฆ่าเดินกลับลงมาที่ชั้นล่างอย่างใจเย็น ชุดสูทของเขายังคงดูเรียบกริบแทบไม่มีรอยยับ เขาเดินกลับไปที่ห้องนอนที่ ยูคิ อาโออิ ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง
เธอมองดูเขาด้วยสายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความขอบใจและความสยองขวัญ ร่างของหัวหน้าแก๊งที่นอนตายอยู่ข้างเธอเริ่มมีเลือดไหลนองลงพื้นจนถึงเท้าของเธอ
นักฆ่าเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเตียง เขาหยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมาจากใต้เสื้อคลุม เปิดไปยังหน้าที่มีผังบ้านหลังนี้ แล้วใช้ปากกาขีดเครื่องหมาย 'X' ทับลงบนรูปบ้านและรายชื่อเป้าหมายทั้ง 19 คนที่เขาเพิ่งจัดการไป
อาโออิ (เสียงสั่น):
"คุณ... คุณฆ่าพวกมันหมดแล้วเหรอ?"
นักฆ่าปิดสมุดไดอารี่เสียงดัง ปึ่ก! เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่เขากลับเดินไปที่หน้าต่างห้องนอน เปิดมันออก แล้วมองออกไปที่ถนนด้านนอกอย่างใช้ความคิด
ฉากที่ 17: มุมมองจากหน้าต่าง - ต่อเนื่อง
ที่ปากซอยห่างออกไป... รถยนต์คันหนึ่งกำลังขับเข้ามาอย่างช้าๆ มันไม่ใช่รถตำรวจ และไม่ใช่รถของผู้จ้างวานที่เขาคุ้นเคย
นักฆ่ารูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา มีอีเมลใหม่เด้งเข้ามาใน ProtonMail อีกหนึ่งฉบับ หัวเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า: [ข้อมูลเพิ่มเติม: เป้าหมายที่ 20]
เขานิ่งไปครู่หนึ่งเมื่ออ่านเนื้อหาในอีเมล... ก่อนจะปรายตาไปมอง ยูคิ อาโออิ ที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียง
นักฆ่านิรนาม (พึมพำกับตัวเอง):
"แผนสำรอง... เริ่มทำงาน"
เขาหยิบขวดยานอนหลับที่เหลือและเข็มฉีดยาออกมาจากหลังเข็มขัดอีกครั้ง
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 18: ภายในห้องนอนของยูคิ อาโออิ - ต่อเนื่อง
ยูคิ อาโออิ ถอยกรูดไปจนหลังชนหัวเตียงเมื่อเห็นนักฆ่านิรนามหยิบเข็มฉีดยาออกมา แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนกับไซริงค์แก้วดูเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัว
อาโออิ (ตะโกน):
"ไม่! อย่าทำอะไรฉัน! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!"
นักฆ่าไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาพุ่งตัวเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน อาโออิพยายามจะขัดขืนด้วยการคว้าโคมไฟข้างเตียงฟาดใส่ แต่เขารับมันได้ด้วยมือเปล่าก่อนจะบิดข้อมือเธอเบาๆ จนโคมไฟหลุดมือ เขาใช้มวลร่างกายกดทับร่างเล็กของเธอไว้เหมือนที่เคยทำกับชิซูกะ
เขาใช้มือซ้ายที่สวมถุงมือบีบกรามของเธอให้เผยอออกเล็กน้อยเพื่อให้หายใจลำบากและลดการส่งเสียง จากนั้นจึงปักเข็มลงที่เส้นเลือดบริเวณลำคออย่างแม่นยำ
นักฆ่านิรนาม (กระซิบข้างหู):
"หลับซะ... งานนี้มันเริ่มซับซ้อนกว่าที่ตกลงกันไว้"
ดวงตาของอาโออิเริ่มพร่ามัว เรี่ยวแรงที่พยายามผลักไสเลือนหายไป จนกระทั่งคอของเธอพับลงและเข้าสู่ภวังค์แห่งการหลับไหล นักฆ่าประคองร่างเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาจัดท่าทางให้เธอเหมือนคนนอนหลับปกติ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเธอจนถึงอก
ฉากที่ 19: บริเวณโถงหน้าบ้าน - ต่อเนื่อง
นักฆ่าเดินออกมาที่ห้องโถง เขาหยิบปืน Walther PPK จากซองปืนใต้เสื้อนอกขึ้นมาเช็กดูอีกครั้ง เขาถอดที่เก็บเสียงจาก Beretta 93R มาสวมเข้ากับ Walther แทนเพื่อความคล่องตัวในที่แคบ
รถยนต์ลึกลับคันนั้นดับไฟหน้าและมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูรั้ว
เขาเดินไปที่มุมมืดข้างประตูบ้าน รูปร่างที่สูงใหญ่หายลับไปกับเงาของผ้าม่านหนาหนัก เขาเริ่มนับจังหวะในใจ... หนึ่ง... สอง... สาม...
แกร๊ก...
เสียงกุญแจผีสะเดาะกลอนประตูรั้วดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่มากกว่าหนึ่งคู่เดินลัดเลาะผ่านลานบ้านตรงมายังตัวตึก นักฆ่านิรนามไม่ได้ตื่นตระหนก เขาเปิดสมุดไดอารี่ในมือขึ้นมาดูหน้า "แผนสำรองที่ 4" ซึ่งเขาวาดลูกศรชี้ไปยังท่อระบายอากาศและช่องเซอร์วิสบนเพดาน
เขากระโดดขึ้นคว้าขอบช่องเซอร์วิสบนเพดานโถงทางเดิน แล้วดึงตัวหายวับขึ้นไปด้านบนอย่างเงียบเชียบ พร้อมปิดฝาครอบกลับเข้าที่เดิมพอดีกับที่ประตูบ้านถูกผลักเข้ามา
ฉากที่ 20: ภายในโถงบ้าน (มุมมองจากช่องเพดาน) - ต่อเนื่อง
ชายชุดสูทสีเทาสองคนเดินเข้ามาในบ้าน พวกเขาไม่ได้แต่งตัวเหมือนแก๊งนักเลง 19 คนแรก แต่ดูเหมือน "เจ้าหน้าที่" หรือ "มืออาชีพ" มากกว่า ทั้งคู่ถือปืนพกติดที่เก็บเสียงรุ่นมาตรฐาน และมีวิทยุสื่อสารที่หู
ชายชุดสูทเทา 1 (พูดใส่วิทยุ):
"สถานะ: เคลียร์ชั้นหนึ่ง... พบศพเป้าหมายกลุ่มแรกทั้งหมดแล้ว ดูเหมือนฝีมือ 'นิรนาม' จริงตามที่สายรายงาน"
ชายชุดสูทเทา 2:
"แล้วผู้หญิงล่ะ? นายใหญ่กำชับว่าห้ามให้ 'นิรนาม' รู้ว่าเป้าหมายที่ 20 คือตัวมันเองหลังจากงานนี้จบ"
นักฆ่านิรนามที่ซุ่มอยู่บนเพดานขมวดคิ้ว คิ้วหนาของเขาชนกันใต้หน้าผากกว้าง เขาเปิดดูอีเมลในโทรศัพท์อีกครั้ง หัวข้อ [เป้าหมายที่ 20] ที่เขาเพิ่งได้รับ... ไฟล์แนบที่เขายังไม่ได้เปิดดูคือ รูปถ่ายตัวเขาเอง ในชุดที่ใส่ลงจากสนามบิน!
นี่คือแผน "ฆ่าปิดปากนักฆ่า" หลังจากที่เขากำจัดแก๊ง 19 คนที่เป็นเสี้ยนหนามของผู้จ้างวานเสร็จสิ้น
ฉากที่ 21: บนช่องเพดาน - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงเก็บโทรศัพท์ เขาหยิบ ไม้ขีดไฟ ก้านใหม่ขึ้นมาคาบที่ปาก สายตาเปลี่ยนเป็นเย็นชาและดุดันกว่าเดิม
เขารู้ดีว่าเป้าหมายที่ 20 ไม่ใช่ยูคิ อาโออิ... แต่คือ ตัวเขาเอง และชายสองคนที่อยู่ข้างล่างนี้คือ "ผู้เก็บกวาด" ที่ถูกส่งมาจัดการเขา
เขามองผ่านช่องว่างของฝาเพดาน เล็งไปที่กลางศีรษะของชายสูทเทาที่ยืนอยู่ตรงตำแหน่งพอดี
นักฆ่านิรนาม (คิดในใจ):
ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนเยนนั่น... สงสัยต้องบวกค่าทำศพเพิ่มอีกหน่อย
เขาขยับตัวเตรียมพุ่งลงไปจากเพดานเพื่อเปิดฉากสังหารระลอกใหม่...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 22: โถงทางเดินชั้นหนึ่ง - ต่อเนื่อง
ปัง! (เสียงปืนติดที่เก็บเสียงจาก Walther PPK)
ฝาเพดานแง้มออกเพียงนิดเดียว กระสุนเจาะเข้ากลางกะโหลกของชายชุดสูทเทาคนที่หนึ่งจนเขาล้มลงทั้งยืนโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ชายคนที่สองชะงักและรีบหันปืนขึ้นไปที่เพดาน แต่ทว่า... นักฆ่านิรนามไม่ได้อยู่ที่ช่องเดิมแล้ว
เขาเคลื่อนที่ไปตามช่องเซอร์วิสอย่างรวดเร็วเหมือนสัตว์ป่าที่คุ้นเคยกับพื้นที่ ก่อนจะถีบฝาเพดานอีกจุดที่อยู่ด้านหลังชายคนที่สองจนหลุดกระแทกพื้น นักฆ่าทิ้งตัวลงมาอย่างแผ่วเบาเหมือนแมวในขณะที่ชายคนนั้นยังหันหลังจ่อปืนค้างไว้ที่รูเพดานจุดแรก
นักฆ่าใช้มือซ้ายคว้าคอเสื้อสูทเทาของมันจากด้านหลัง แล้วใช้มือขวาที่ถือ Walther PPK กระแทกพานท้ายเข้าที่ขมับอย่างแรงจนมันมึนงง เขาไม่ได้ยิงซ้ำทันที แต่ล็อคคอของมันไว้เป็นโล่กำบังสายตาจากหน้าประตู
นักฆ่านิรนาม (กระซิบด้วยเสียงเย็นเยียบ):
"ใครส่งแกมา? ตอบให้ตรงกับที่ฉันเขียนไว้ในไดอารี่... แล้วฉันจะฉีดยานอนหลับให้แทนกระสุน"
ฉากที่ 23: บริเวณลานบ้านและทางเข้า - ต่อเนื่อง
ชายชุดสูทเทาคนที่สองสำลักเลือด พยายามจะเอื้อมมือไปกดปุ่มวิทยุสื่อสาร แต่นักฆ่าบิดข้อมือของมันจนกระดูกแตกเสียงดัง กร๊อบ!
ชายชุดสูทเทา 2 (กัดฟันตอบ):
"นายใหญ่... เขาไม่ต้องการให้มีพยานเรื่องแก๊งสิบเก้าคน... แกมันก็แค่เบี้ยที่ใช้งานเสร็จแล้ว..."
นักฆ่าไม่เปลี่ยนสีหน้า เขาหยิบเข็มฉีดยาอันสุดท้ายที่เหลืออยู่ออกมา แต่มันไม่ใช่ยานอนหลับ... มันคือของเหลวสีใสที่เขาเตรียมไว้สำหรับแผนสำรองฉุกเฉิน เขาปักเข็มเข้าที่โคนขาของชายคนนั้นแล้วเดินถอยหลังออกมา
ชายชุดสูทเทาคนนั้นเริ่มดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดก่อนจะแน่นิ่งไปในเวลาไม่กี่วินาที นักฆ่าเก็บ Walther PPK เข้าซองปืน แล้วหันไปมองร่างของ ยูคิ อาโออิ ที่ยังคงหลับสนิทอยู่ในห้องนอน
เขาเดินกลับไปที่ห้องนอนของเธออีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เขาหยิบสมุดไดอารี่ออกมาวาดเส้นทางหลบหนีใหม่ที่เขาเพิ่งตัดสินใจสดๆ ร้อนๆ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด TOR Browser อีกครั้งเพื่อตรวจสอบที่อยู่ของผู้จ้างวานที่ส่งเป้าหมายที่ 20 มาให้เขา
ฉากที่ 24: ภายในห้องนอน - ต่อเนื่อง
นักฆ่าถอดเสื้อคลุมตัวยาวออก เผยให้เห็นชุดสูทธุรกิจที่ยังคงสะอาดสะอ้าน เขาหยิบเป้ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออกมาบรรจุแม็กกาซีนที่เหลือและกระสุนสำรอง เขาเดินไปที่ข้างเตียง ย่อตัวลงมองหน้ายูคิ อาโออิครู่หนึ่ง
เขารู้ว่าถ้าทิ้งเธอไว้ที่นี่ เธอจะเป็นเหยื่อรายต่อไปของ "ผู้เก็บกวาด" ที่กำลังจะแห่กันมาเพิ่ม
เขารูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปใบหน้าของอาโออิเก็บไว้ จากนั้นเขาก็อุ้มร่างเล็กของเธอพาดบ่า มือขวาคว้ากระเป๋าเดินทางล้อลากที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก
นักฆ่านิรนาม (พึมพำ):
"แผนหลักพัง... แผนสำรองเริ่มล้มเหลว... ถึงเวลาสำหรับแผนสุดท้าย"
เขาเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน เลียบกำแพงไปทางทิศตะวันออกที่เขาวาดไว้ในไดอารี่ว่าเป็นจุดที่รถแท็กซี่จะมาถึงในอีก 3 นาทีตามการจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันที่เขาตั้งเวลาไว้
ฉากที่ 25: ถนนหน้าซอย - เวลาบ่ายโมงสิบห้านาที
รถแท็กซี่สีเหลืองจอดรออยู่ที่มุมถนน นักฆ่าในชุดสูทอุ้มอาโออิที่ห่มผ้าคลุมยาวสีดำ (เสื้อคลุมของเขา) เดินขึ้นรถไปเหมือนนักธุรกิจที่กำลังพาภรรยาที่ป่วยไปโรงพยาบาล
คนขับแท็กซี่:
"ไปไหนครับท่าน?"
นักฆ่าไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ส่งโทรศัพท์ที่เปิดพิกัด Google Maps ให้ดู มันเป็นที่อยู่ของ "เซฟเฮาส์" นอกเมืองที่เขาไม่เคยเขียนไว้ในสมุดไดอารี่เล่มไหนเลย
ในขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไป นักฆ่าเปิดโทรศัพท์ดูอีเมลฉบับล่าสุดอีกครั้ง คราวนี้มีอีเมลใหม่ถูกส่งมาจากผู้จ้างวานคนแรก (คนที่จ้างเขาฆ่าสามีชิซูกะ) มีข้อความสั้นๆ ว่า:
[ยินดีด้วยที่รอดมาได้... สนใจงานกำจัด 'ผู้จ้างวานคนที่สอง' ไหม?]
นักฆ่านิรนามขยับไม้ขีดไฟในปาก แววตาของเขาสะท้อนกับแสงแดดที่ลอดผ่านกระจกรถ เขาเริ่มหยิบปากกาขึ้นมาเขียนหน้าใหม่ในไดอารี่ที่ว่างเปล่า...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 26: บนรถแท็กซี่ - ระหว่างทางออกนอกเมือง
บรรยากาศภายในรถเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ นักฆ่านิรนามนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น สายตามองตรงไปยังถนนข้างหน้า มือซ้ายของเขายังคงประคองร่างที่หลับใหลของ ยูคิ อาโออิ ให้พิงกับไหล่เพื่อไม่ให้คนขับแท็กซี่สงสัย
เขากดนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ตอบกลับอีเมลของผู้จ้างวานคนแรกสั้นๆ:
[ราคาเดิม... บวกค่าเหนื่อยจากแผนที่ผิดพลาดอีกสองเท่า]
ไม่นานนัก ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมา:
[ตกลง เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีลับทันทีที่งานจบ... เป้าหมายกำลังรอแกอยู่ที่โกดังเก็บไวน์ย่านชิบุยะ]
นักฆ่าหรี่ตาลง เขาหยิบสมุดไดอารี่ขึ้นมาเปิดหน้าว่าง พลิกหาข้อมูลย่านชิบุยะที่เขาเคยสเก็ตช์ภาพไว้คร่าวๆ เมื่อหลายปีก่อน เขาเริ่มลากเส้นปากกาเป็นทางเข้าและทางออกของโกดังไวน์อย่างรวดเร็ว แม้รถจะสั่นสะเทือนแต่เส้นปากกาของเขายังคงนิ่งและแม่นยำ
ฉากที่ 27: เซฟเฮาส์ลับ ชานกรุงโตเกียว - เวลาบ่ายสามโมง
แท็กซี่จอดส่งเขาที่บ้านไม้เก่าๆ หลังหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังดงไม้หนาทึบ นักฆ่าอุ้มอาโออิลงจากรถและลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปข้างใน เมื่อล็อกประตูแน่นหนา เขาจึงวางเธอลงบนเตียงไม้ที่ปกคลุมด้วยฝุ่นบางๆ
เขาเปิดกระเป๋าเดินทางชั้นที่สอง หยิบอุปกรณ์ชุดใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในฉากก่อนหน้าออกมา:
* มีดพกสปริง (Switchblade) สองเล่ม
* เครื่องดักฟังขนาดจิ๋ว
* ระเบิดควันทำเอง 2 ลูก (ลักษณะคล้ายกระป๋องสเปรย์)
เขาถอดชุดสูทธุรกิจออก เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีดำรัดรูปทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีเข้มที่ดูทะมัดทะแมงขึ้น เขาหยิบ แว่นตาดำ มาสวม และไม่ลืมที่จะหยิบไม้ขีดไฟก้านใหม่มาคาบไว้ที่ปาก
เขาหันไปมองอาโออิที่เริ่มขยับตัวเล็กน้อยเพราะฤทธิ์ยาเริ่มอ่อนลง เขาหยิบกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเขียนข้อความทิ้งไว้ข้างตัวเธอ: "อยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะกลับมา ถ้าอยากรอดห้ามเปิดประตูให้ใคร"
ฉากที่ 28: ย่านชิบุยะ โกดังเก็บไวน์ - เวลาหกโมงเย็น
แสงไฟนีออนของชิบุยะเริ่มทำงาน แต่นักฆ่านิรนามเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกมืดด้านหลังโกดังขนาดใหญ่ เขาหยุดเช็กหน้าต่างระบายอากาศที่อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 3 เมตร
เขาใช้ทักษะการปีนป่ายที่ฝึกฝนมาอย่างดี เหวี่ยงตัวขึ้นไปเกาะขอบหน้าต่างแล้วแทรกตัวเข้าไปข้างในอย่างรัดกุม
ภายในโกดัง:
กลิ่นไวน์และไม้โอ๊คอบอวลไปทั่ว บริเวณโถงกลางมีโต๊ะไม้ตัวใหญ่ตั้งอยู่ ผู้จ้างวานคนที่สอง (ชายวัยกลางคนสวมสูทหรู) กำลังนั่งสูบซิการ์อย่างสบายอารมณ์ รอบตัวเขามีบอดี้การ์ดสวมชุดดำพร้อมอาวุธครบมือไม่ต่ำกว่า 10 คน
ผู้จ้างวานคนที่สอง (พูดใส่โทรศัพท์):
"หาศพมันไม่เจอหมายความว่ายังไง? มันโดนล้อมขนาดนั้น ไม่รอดหรอก! ไปตรวจดูที่บ้านพักมันอีกรอบ!"
นักฆ่านิรนามที่ซุ่มอยู่บนคานไม้ด้านบน มองลงมาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า เขาค่อยๆ ดึง ที่เก็บเสียง ออกมาหมุนใส่เข้ากับปากกระบอกปืน Brügger & Thomet APC PRO ทั้งสองกระบอก
ฉากที่ 29: บนคานไม้โกดังไวน์ - ต่อเนื่อง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้ไม้ขีดไฟสั่นไหวอยู่ที่มุมปากเบาๆ เขาไม่ได้เริ่มยิงทันที แต่หยิบเครื่องเล่น MP3 ขึ้นมาเลือกไฟล์เสียงใหม่ที่ชื่อว่า "เสียงสัญญาณไฟไหม้"
เขาโยนเครื่องเล่น MP3 ไปที่มุมห้องฝั่งตรงข้าม
วี้ดดดดด! วี้ดดดดด!
เสียงสัญญาณดังลั่น บอดี้การ์ดสี่คนแยกตัวออกไปตรวจดูต้นทางเสียงทันทีตามสัญชาตญาณ นักฆ่านิรนามอาศัยจังหวะที่การป้องกันเบาบางลง พุ่งตัวลงจากคานไม้ลงมาบนชั้นวางถังไวน์ที่ซ้อนกันอยู่สูงลิบ
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
กระสุน 10mm เจาะทะลุถังไวน์และพุ่งเข้าใส่หน้าอกของบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนร่างทรุดฮวบ ไวน์แดงสีเลือดไหลทะลักออกมาผสมกับเลือดจริงที่นองเต็มพื้น
ผู้จ้างวานคนที่สองสะดุ้งสุดตัว ทิ้งซิการ์ลงพื้นและพยายามจะวิ่งหนีไปที่ประตูทางออกลับ
นักฆ่านิรนาม (ตะโกนเสียงกร้าว):
"เป้าหมายที่ยี่สิบ... มาส่งงานแล้ว!"
เขากระโดดลงสู่พื้นโถงกลาง ท่ามกลางเสียงปืนที่เริ่มระดมยิงสวนมาจากบอดี้การ์ดที่เหลือ...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 30: ภายในโกดังเก็บไวน์ - ต่อเนื่อง
เสียงปืนจากฝั่งบอดี้การ์ดสาดกระสุนเข้าใส่จุดที่นักฆ่านิรนามเพิ่งกระโดดลงมาจนเศษไม้จากถังไวน์กระจุยกระจาย นักฆ่าม้วนตัวหลบเข้าหลังเสาเหล็กขนาดใหญ่ได้อย่างหวุดหวิด เขาเปลี่ยนแม็กกาซีนปืน APC PRO อย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญที่ฝึกมานับพันครั้ง
บอดี้การ์ดคนที่ 3 (ตะโกน):
"ล้อมมันไว้! มันมีคนเดียว!"
บอดี้การ์ดสามคนกระจายกำลังโอบล้อมเสาเหล็กที่นักฆ่าซ่อนตัวอยู่ อีกสองคนคุ้มกันผู้จ้างวานคนที่สองที่กำลังพยายามกดรหัสผ่านที่ประตูเหล็กหนาหลังโกดัง
นักฆ่านิรนามเหลือบมองกระจกเงาเล็กๆ ที่เขาแอบติดไว้ที่ปลายรองเท้าเพื่อดูมุมอับสายตา (เทคนิคที่เขาเขียนไว้ในไดอารี่หน้าแผนสำรองที่ 12) เขาเห็นบอดี้การ์ดคนหนึ่งกำลังขยับเข้ามาทางขวาในระยะห้าก้าว
เขาคว้า ระเบิดควันทำเอง ออกมาแล้วปาลงพื้นทันที!
ฟู่!!!
ควันสีขาวหนาทึบพุ่งกระจายเต็มพื้นที่บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด นักฆ่าไม่ได้หนี แต่เขาใส่แว่นตาที่มีระบบ Thermal (ตรวจจับความร้อน) ซึ่งเขาดัดแปลงไว้ในกรอบแว่นดำ (ชิ้นส่วนที่เขาซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงซิปข้างซ้าย)
ฉากที่ 31: ภายในม่านควัน - ต่อเนื่อง
ผ่านเลนส์แว่นพิเศษ นักฆ่าเห็นร่างสีส้มแดงของบอดี้การ์ดที่กำลังเงอะงะอยู่ในกลุ่มควัน เขาก้าวเท้าออกไปอย่างเงียบเชียบเหมือนวิญญาณ
ฟึ่บ!
มีดพกสปริงในมือซ้ายพุ่งเข้าปักที่ลำคอของบอดี้การ์ดคนแรกอย่างแม่นยำ ก่อนที่มันจะทันได้เหนี่ยวไก ในขณะที่มือขวาเขายก APC PRO ขึ้นยิงแสกหน้าบอดี้การ์ดอีกคนที่อยู่ห่างออกไปสามเมตร
เขายังคงเคลื่อนที่ต่อไปตามจังหวะที่เขาวาดไว้ในหัว ผู้จ้างวานคนที่สองเริ่มกรีดร้องด้วยความลนลานเพราะประตูเหล็กยังไม่ยอมเปิด
ผู้จ้างวานคนที่สอง:
"เปิดสิวะ! ไอ้พวกโง่! เข้าไปฆ่ามันสิ!"
นักฆ่าสลัดควันออกมาโผล่ที่ด้านหลังของกลุ่มคุ้มกันหน้าประตู เขาไม่ใช้ปืน แต่ใช้พานท้ายปืนกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของบอดี้การ์ดคนหนึ่งจนสลบ แล้วคว้าตัวมันมาล็อคคอไว้ ชายชุดดำที่เหลืออีกสองคนหันปืนมาแต่ไม่กล้ายิงเพราะกลัวโดนพวกเดียวกัน
นักฆ่านิรนาม (เสียงเหี้ยม):
"พวกแกได้ค่าแรงเท่าไหร่? พอค่าทำศพไหม?"
เขาเหวี่ยงร่างบอดี้การ์ดในมือเข้าใส่พวกมัน แล้วสาดกระสุน APC PRO ชุดสุดท้ายใส่ขาของพวกมันจนล้มลงกองกับพื้น
ฉากที่ 32: หน้าประตูเหล็กหลังโกดัง - ต่อเนื่อง
ม่านควันเริ่มจางลง นักฆ่านิรนามเดินเข้าไปหาผู้จ้างวานคนที่สองที่ตอนนี้ทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าประตูเหล็ก ใบหน้าที่เคยอวดดีเต็มไปด้วยเหงื่อและความหวาดกลัว
นักฆ่าใช้เท้าถีบปืนพกที่ตกอยู่ใกล้ๆ มือผู้จ้างวานออกไปไกลๆ แล้วจ่อปลายกระบอกปืนที่ยังร้อนระอุไปที่หน้าผากของเขา
ผู้จ้างวานคนที่สอง (ละล่ำละลัก):
"ดะ... เดี๋ยวก่อน! ฉันจะจ่ายให้แกมากกว่าเดิมสามเท่า... ห้าเท่าเลยก็ได้! อย่าฆ่าฉัน!"
นักฆ่าขยับไม้ขีดไฟในปากไปอีกมุมหนึ่งของริมฝีปาก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด TOR Browser แล้วยื่นหน้าจอที่มีรูป ยูคิ อาโออิ ให้ชายคนนั้นดู
นักฆ่านิรนาม:
"งานที่แกจ้างให้ฆ่าสิบเก้าคนน่ะ จบไปแล้ว... แต่งานที่แกส่งรูปฉันมาเป็นเป้าหมายที่ยี่สิบ... ฉันยังไม่ได้คิดบัญชี"
เขาเอื้อมมือไปหยิบ เครื่องดักฟังขนาดจิ๋ว ที่เขาแอบติดไว้ที่ตัวชายคนนี้ตอนที่พุ่งลงมาจากคานไม้ (ซึ่งเขาทำได้สำเร็จตอนที่พุ่งผ่านไปในฉากที่ 29) เขาเปิดเสียงย้อนหลังที่ชายคนนี้สั่งฆ่าปิดปากเขาให้เจ้าตัวฟัง
นักฆ่านิรนาม:
"ในไดอารี่ของฉัน... คนที่หักหลังคนทำงาน จะไม่มีแผนสำรองให้รอดชีวิต"
เขาขยับนิ้วเข้าหาไกปืนอย่างช้าๆ ในขณะที่เสียงไซเรนรถตำรวจเริ่มดังแว่วมาจากที่ไกลๆ...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 33: บริเวณหน้าประตูเหล็กหลังโกดัง - ต่อเนื่อง
เสียงไซเรนรถตำรวจดังใกล้เข้ามาทุกขณะ แสงสีแดงน้ำเงินสะท้อนวับแวมลอดผ่านช่องหน้าต่างสูงของโกดัง นักฆ่านิรนามนิ่งสนิทราวกับเวลาหยุดหมุน นิ้วของเขาสัมผัสไกปืน APC PRO อย่างแผ่วเบา แต่กลับไม่เหนี่ยวไกในทันที
ผู้จ้างวานคนที่สองหลับตาปี๋ ตัวสั่นงันงกจนฟันกระทบกัน เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาดังก้องในความเงียบ
นักฆ่านิรนาม (ลดปืนลงเล็กน้อย):
"ตำรวจมาเร็วเกินไป... ใครเรียก?"
เขาขมวดคิ้ว คิ้วหนาชนกันเป็นปม แผนในไดอารี่ของเขาคำนวณไว้ว่าตำรวจจะใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาทีหลังจากเสียงปืนนัดแรก แต่นี่เพิ่งผ่านไปไม่ถึง 7 นาที เขาหันไปมองเครื่องดักฟังในมือ แล้วตระหนักได้ทันทีว่าสัญญาณนั้นไม่ได้ส่งไปที่เขาคนเดียว แต่มันถูก 'พ่วง' สัญญาณส่งพิกัดไปที่สถานีตำรวจโดยใครบางคน
เขารู้ทันที... ผู้จ้างวานคนแรก (คนที่จ่ายเงินให้เขาฆ่าสามีชิซูกะ) ไม่ได้แค่ต้องการกำจัดศัตรูทางธุรกิจ แต่มันต้องการกำจัดทั้งคู่ไปพร้อมกันในที่เดียว
ฉากที่ 34: ทางออกฉุกเฉินและลานจอดรถด้านหลัง - ต่อเนื่อง
นักฆ่ากระชากคอเสื้อผู้จ้างวานคนที่สองให้ลุกขึ้นอย่างแรง
นักฆ่านิรนาม:
"เปิดประตู! เดี๋ยวนี้!"
เขากดปืนเข้าที่สีข้าง ชายวัยกลางคนรีบกดรหัสผ่านตัวเลขสี่หลักอย่างรวดเร็ว ประตูเหล็กเปิดออกเสียงดัง ครืด... นักฆ่าเหวี่ยงร่างผู้จ้างวานออกไปข้างนอกก่อนจะพุ่งตัวตามออกมา แสงไฟสปอตไลท์จากรถตำรวจหลายคันสาดส่องเข้ามาที่ลานจอดรถด้านหลังทันที
ตำรวจ (ตะโกนผ่านลำโพง):
"วางอาวุธลง! ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ!"
นักฆ่าไม่ได้ทำตาม เขามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว แผนสำรองที่ 18: "ความโกลาหลคือทางรอด" เขาหยิบระเบิดควันก้อนสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงซิปข้างขวาออกมา แต่มันไม่ใช่ควันสีขาวธรรมดา มันคือควันผสมสารระคายเคืองที่เขาปรุงขึ้นเอง
เขาปามันลงพื้นระหว่างรถตำรวจกับจุดที่เขายืนอยู่ ควันสีเหลืองหม่นพุ่งกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
ฉากที่ 35: ท่ามกลางหมอกควันสีเหลือง - ต่อเนื่อง
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในพริบตา ตำรวจหลายคนเริ่มไอและแสบตา นักฆ่าใช้จังหวะนี้กระโดดขึ้นหลังรถ SUV คันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้ เขาไม่ได้หนีออกไปที่ถนนใหญ่ แต่เขากลับมุ่งหน้าไปยัง ตู้คอนเทนเนอร์ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างโกดัง
เขาเหวี่ยงร่างผู้จ้างวานคนที่สองเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดอ้าไว้ลูกหนึ่ง ก่อนจะมุดตามเข้าไปแล้วปิดล็อกประตูจากด้านใน
ภายในตู้คอนเทนเนอร์:
ความมืดมิดปกคลุม มีเพียงแสงสลัวที่ลอดผ่านรอยแยก นักฆ่านิรนามคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแอปพลิเคชันพิเศษที่ใช้ควบคุมโดรนจิ๋วที่เขาแอบปล่อยทิ้งไว้บนหลังคาโกดังตั้งแต่ตอนเข้ามา
หน้าจอแสดงภาพจากมุมสูง: ตำรวจกำลังล้อมโกดังไว้หมด แต่มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างออกไปสองบล็อก คนขี่สวมชุดหนังสีดำสนิทและกำลังมองดูความวุ่นวายผ่านกล้องส่องทางไกล
นักฆ่านิรนาม (พึมพำผ่านไม้ขีดไฟ):
"เก็บกวาดระลอกที่สามสินะ..."
เขารู้วิธีแก้เผ็ดผู้จ้างวานคนแรกแล้ว เขาหันไปหาผู้จ้างวานคนที่สองที่นั่งกองอยู่บนพื้น
นักฆ่านิรนาม:
"ถ้าอยากรอด... บอกรหัสบัญชีลับของแกมา แล้วฉันจะส่งแกไปให้ตำรวจในฐานะ 'พยานสำคัญ' ที่จะลากคอไอ้คนแรกเข้าคุก"
ฉากที่ 36: เซฟเฮาส์ลับ - เวลาเดียวกัน
ในขณะที่นักฆ่ากำลังติดอยู่กลางวงล้อม ที่เซฟเฮาส์... ยูคิ อาโออิ เริ่มขยับเปลือกตา ดวงตาชั้นเดียวของเธอเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เธอมองเห็นเพดานไม้เก่าๆ และได้กลิ่นฝุ่น
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง รู้สึกมึนงงที่ศีรษะ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตที่นักฆ่าทิ้งไว้ แต่เธอกลับเห็นบางอย่างที่มากกว่านั้น... สมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อ ของนักฆ่านิรนามวางลืมไว้ที่ปลายเตียง เพราะความรีบร้อนในแผนสุดท้ายทำให้เขาทิ้ง 'หัวใจ' ของงานเขาไว้ที่นี่
อาโออิเอื้อมมือไปเปิดสมุดเล่มนั้น หน้าที่เปิดค้างไว้คือ รูปวาดใบหน้าของเธอ ที่มีข้อความกำกับด้วยลูกศรว่า: "เป้าหมายที่ต้องปกป้อง - ลำดับความสำคัญสูงสุด (เหนือกว่าชีวิตตนเอง)"
ทันใดนั้นเอง... เสียงรถยนต์ขับมาจอดที่หน้าบ้านไม้เก่าหลังนั้น อาโออิสะดุ้งสุดตัว เธอจำเสียงเครื่องยนต์นั้นได้... มันคือรถ SUV สีดำแบบเดียวกับที่ลักพาตัวเธอมา
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 37: ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ย่านชิบุยะ - ต่อเนื่อง
ผู้จ้างวานคนที่สองหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นสายตาที่จริงจังของนักฆ่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นจึงรีบกระซิบเลขรหัสบัญชีสวิสและพาสเวิร์ดให้นักฆ่าได้ยิน นักฆ่านิรนามพิมพ์ข้อมูลลงในโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดส่งไฟล์เสียงดักฟังการจ้างวานทั้งหมดเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ของกรมตำรวจโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันนิรนาม
"นั่นสำหรับค่าเหนื่อยที่แกคิดจะฆ่าฉัน" นักฆ่ากล่าวจบก็ใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยของผู้จ้างวานจนสลบเหมือด
เขาไม่ได้รอนับวินาทีถัดไป นักฆ่าเปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ออกเพียงช่องเล็กๆ เล็งปืน APC PRO ไปที่ถังน้ำมันของรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจที่จอดว่างอยู่ห่างออกไป 50 เมตร
ฟึ่บ!
กระสุนเจาะเข้าถังน้ำมันจนเกิดการรั่วไหล จากนั้นเขาหยิบ กล่องไม้ขีดไฟ ออกมา จุดไฟแช็กแล้วดีดก้านไม้ขีดที่ติดไฟพุ่งลงไปในแอ่งน้ำมันที่ไหลมาตามร่องระบายน้ำ
บึ้ม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องดึงความสนใจของตำรวจทั้งหมดไปที่ทิศทางตรงกันข้าม นักฆ่าอาศัยจังหวะควันไฟและเสียงโวยวาย พุ่งตัวออกจากตู้คอนเทนเนอร์หายเข้าไปในเงามืดของตึกข้างๆ เขาวิ่งลัดเลาะด้วยความเร็วที่เขาคำนวณไว้ในหัวจนถึงจุดจอดมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำที่เขาแอบซ่อนไว้ก่อนเริ่มงาน
ฉากที่ 38: เซฟเฮาส์ลับ - ต่อเนื่อง
ยูคิ อาโออิ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เมื่อเห็นเงาร่างของชายชุดดำสองคนเดินลงมาจากรถ SUV สีดำที่จอดหน้าบ้าน พวกมันถือปืนเก็บเสียงและเดินตรงมาที่ประตูไม้เก่าๆ
อาโออิมองไปที่สมุดไดอารี่ในมือ เธอจำภาพสเก็ตช์หน้า "ทางหนีฉุกเฉินของเซฟเฮาส์" ได้ทันที เธอรีบมุดลงใต้เตียง เปิดแผ่นไม้กระดานที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ในรูปวาด มันคืออุโมงค์แคบๆ ที่ลาดลงไปใต้ดิน
ปัง!
เสียงประตูหน้าถูกถีบจนพังพินาศ อาโออิรีบมุดลงไปในช่องนั้นและปิดแผ่นไม้กลับที่เดิมอย่างแผ่วเบา เธอคลานไปตามทางมืดๆ ในใจนึกถึงใบหน้าของนักฆ่านิรนามและคำถามที่ว่าทำไมเขาถึงเขียนว่าต้องปกป้องเธอเหนือชีวิตของตนเอง
ฉากที่ 39: บนถนนมุ่งหน้าสู่ชานเมือง - เวลาหนึ่งทุ่มสิบห้านาที
นักฆ่านิรนามบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์พุ่งทะยานไปบนทางด่วน แววตาใต้แว่นดำดูเคร่งเครียดกว่าปกติ เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก มือขวาของเขากดปุ่มเปิดระบบสื่อสารที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่เขาทิ้งไว้ที่เซฟเฮาส์
ภาพในมือถือที่ติดอยู่กับแฮนด์รถแสดงให้เห็นภาพชายชุดดำสองคนกำลังรื้อค้นในเซฟเฮาส์
นักฆ่านิรนาม (กัดไม้ขีดไฟจนหัก):
"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย... พวกมันไปที่นั่นจริงๆ"
เขาบิดคันเร่งจนสุดเข็มไมล์ เสียงเครื่องยนต์แผดคำรามก้องไปตามทางด่วนที่ทอดยาว ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์ชุดหนังสีดำคันที่เขาเห็นที่โกดังไวน์ก็โผล่ออกมาจากมุมมืดข้างทางด่วน และเริ่มไล่กวดเขามาติดๆ
คนขับมอเตอร์ไซค์ลึกลับนั่นชักปืนพกออกมาและเริ่มยิงใส่เขาในขณะที่รถกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง!
ฉากที่ 40: การไล่ล่าบนทางด่วน - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามเอี้ยวตัวหลบกระสุนอย่างช่ำชอง เขาปล่อยมือข้างหนึ่งจากแฮนด์รถ ล้วงเข้าไปใต้แจ็คเก็ตหยิบ Walther PPK ออกมาสวนกลับโดยไม่ต้องเสียเวลาเล็งยาว กระสุนเฉียดไหล่ของนักล่าลึกลับไปเพียงนิดเดียว
ทั้งสองฝ่ายซิ่งรถสลับกันรุกและรับท่ามกลางรถคันอื่นๆ บนทางด่วน จนกระทั่งถึงจุดที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำ นักฆ่านิรนามตัดสินใจใช้แผนเสี่ยงตาย เขาเบรกกระทันหันจนล้อหลังยกขึ้นและสะบัดรถขวางลำกลางถนน
เขากระโดดลงจากรถในขณะที่มันยังไม่หยุดนิ่งสนิท ม้วนตัวไปกับพื้นถนนและชัก Beretta 93R ออกมายิงถล่มใส่ล้อหน้าของรถคู่กรณีจนมันเสียหลักพลิกคว่ำไถลไปกับพื้นถนนเกิดประกายไฟยาวเหยียด
เขารีบวิ่งเข้าไปหาคนขับที่นอนคว่ำหน้าอยู่เพื่อจะดูว่าใครอยู่เบื้องหลังการตามล่าระลอกที่สามนี้ แต่เมื่อเขาพลิกตัวชายคนนั้นขึ้นมา... เขากลับพบว่าคนขับคือ คนขับรถ SUV ที่เคยนำถุงเงินมาให้เขาที่โรงแรมเมื่อตอนเช้า!
ในกระเป๋าเสื้อของชายคนนั้นมีวิทยุสื่อสารที่ส่งเสียงแว่วออกมา:
"เก็บยัยเด็กนั่นได้หรือยัง? นายใหญ่สั่งว่าถ้า 'นิรนาม' กลับมา ให้ระเบิดเซฟเฮาส์ทิ้งไปพร้อมกันเลย"
นักฆ่าตาโตด้วยความตกใจ เขาไม่รอช้า รีบกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตนเองที่ยังสตาร์ทติดอยู่แล้วบึ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 41: เส้นทางสายเปลี่ยวสู่เซฟเฮาส์ - เวลาหนึ่งทุ่มสี่สิบนาที
สายลมปะทะใบหน้าของนักฆ่านิรนามอย่างรุนแรงจนไม้ขีดไฟในปากแทบจะหลุดออก แววตาของเขาเปลี่ยนจากน้ำตาลนิ่งเป็นประกายดุดันเย็นชา เขาบิดคันเร่งจนเข็มไมล์ค้างอยู่ที่ความเร็วสูงสุด สมองของเขาทำงานดั่งเครื่องจักรประมวลผล ภาพผังเซฟเฮาส์ในสมุดไดอารี่ผุดขึ้นมาในหัวทีละหน้า
จุดติดตั้งระเบิดที่เป็นไปได้... ใต้คานบ้าน... ถังแก๊สหลังครัว...
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาขณะขับรถ กดเข้าแอปพลิเคชัน Tor เพื่อส่งสัญญาณรบกวน (Signal Jammer) ไปยังพิกัดเซฟเฮาส์ หวังจะตัดวงจรการจุดชนวนระเบิดผ่านรีโมทหรือสัญญาณมือถือเท่าที่ทำได้
ฉากที่ 42: อุโมงค์ใต้ดินและป่าหลังเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
ยูคิ อาโออิ คลานมาจนถึงทางออกที่ปลายอุโมงค์ซึ่งซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้หนาทึบห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เธอมุดตัวออกมาได้สำเร็จ ร่างกายมอมแมมไปด้วยฝุ่นและเศษใบไม้ ในมือยังคงกอด สมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อ ไว้แน่นราวกับเป็นเครื่องรางช่วยชีวิต
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายชุดดำสองคนเดินวนเวียนอยู่ในบ้านด้านบน พร้อมเสียงรื้อค้นสิ่งของที่ดังโครมคราม
ชายชุดดำ 1 (ตะโกน):
"มันไม่อยู่ที่นี่! ช่องใต้เตียงนี่มันเป็นทางลับ! มันหนีไปแล้ว!"
ชายชุดดำ 2 (เสียงเหี้ยม):
"ช่างหัวมัน นายใหญ่บอกว่าถ้าไม่เจอตัว ก็ให้ตั้งเวลาไว้ 5 นาที แล้วเผาที่นี่ให้ราบ!"
อาโออิที่แอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ใจกระตุกวูบ เธอรู้ว่าถ้านักฆ่านิรนามกลับมา เขาจะเดินเข้าสู่กองเพลิงทันที เธอต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ในฐานะนักพากย์สาวร่างเล็ก เธอไม่มีอาวุธ ไม่มีทักษะการต่อสู้ สิ่งเดียวที่เธอมีคือ... ความรู้จากสมุดเล็มนี้
เธอกลั้นใจเปิดสมุดไปยังหน้า "การติดตั้งกับดักในเซฟเฮาส์" เธอพบว่านักฆ่าแอบฝังถังน้ำมันสำรองไว้ใต้ลานหน้าบ้าน และมีสายชนวนซ่อนอยู่ใต้กระถางต้นไม้ใกล้จุดที่เธออยู่
ฉากที่ 43: หน้าเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของนักฆ่านิรนามพุ่งเข้าทางโค้งสุดท้ายก่อนถึงบ้าน แสงไฟหน้าสาดส่องไปเห็นรถ SUV ของพวกมันจอดนิ่งอยู่ เขาเห็นเงาร่างคนกำลังติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างที่ถังแก๊สข้างผนังบ้าน
นักฆ่าไม่เบรกรถ แต่เขากลับ ปล่อยมือจากแฮนด์ แล้วชัก Brügger & Thomet APC PRO ออกมาทั้งสองกระบอก!
เขายิงถล่มเข้าใส่ตัวรถ SUV เพื่อดึงความสนใจ กระสุนเจาะเข้าถังน้ำมันจนเกิดไฟลุกท่วมทันที ชายชุดดำสองคนที่อยู่ในบ้านพุ่งตัวออกมาทางหน้าต่างและประตูพร้อมสาดกระสุนสวนกลับมา
นักฆ่ากระโดดลงจากรถที่ยังวิ่งอยู่ ปล่อยให้บิ๊กไบค์พุ่งเข้าชนชายชุดดำคนที่หนึ่งจนล้มกลิ้งไป ส่วนตัวเขาม้วนตัวเข้าหลังกำแพงหินเก่าๆ
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ! อยู่ที่ไหน!"
เขาร้องเรียกเสียงหลง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ความเยือกเย็นของเขาสั่นคลอน
ฉากที่ 44: ลานหน้าบ้าน - ต่อเนื่อง
ชายชุดดำคนที่สองเล็งปืนไปที่นักฆ่า แต่ทันใดนั้นเอง... "ตูม!!!"
พื้นดินบริเวณใต้เท้าของชายชุดดำระเบิดออก (เป็นเพียงระเบิดเพลิงขนาดเล็กจากกับดักที่อาโออิกดสวิตช์ตามแผนในไดอารี่) แรงอัดทำให้มันกระเด็นหงายหลัง นักฆ่าไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาพุ่งตัวออกไปพร้อม Beretta 93R ยิงชุด Burst สามนัดเข้าที่กลางอกของมันจนแน่นิ่ง
เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านท่ามกลางกลุ่มควันที่เริ่มหนาตา โดยไม่รู้เลยว่าชายชุดดำคนที่หนึ่งที่ถูกมอเตอร์ไซค์ชนยังไม่ตาย มันลุกขึ้นมาพร้อมรีโมทคอนโทรลในมือ และกดปุ่ม "Instant Detonate" (จุดระเบิดทันที)
นักฆ่านิรนาม (มองเห็นระเบิดที่ถังแก๊ส):
"บ้าเอ๊ย!"
เขากระโจนเข้าหาถังแก๊สเพื่อจะตัดสายชนวน แต่เวลานับถอยหลังบนหน้าปัดกลายเป็น 00:01
ฉากที่ 45: ชายป่าหลังบ้าน - ต่อเนื่อง
อาโออิเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากระยะไกล เธอเห็นนักฆ่าพุ่งเข้าไปในบ้านที่กำลังจะระเบิด เธอหลับตาแน่นและกรีดร้องสุดเสียง
อาโออิ:
"อย่าเข้าไป!!!"
บึ้มมมมมมมมม!!!
แรงระเบิดมหาศาลฉีกกระชากตัวบ้านไม้เก่าๆ จนกลายเป็นจลน์เพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน เศษไม้และเปลวไฟกระจายไปทั่วบริเวณ ร่างของนักฆ่านิรนามหายลับไปในกองเพลิงนั้นต่อหน้าต่อตาเธอ
อาโออิเข่าอ่อนล้มลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอได้แต่กอดสมุดไดอารี่ไว้แน่น ท่ามกลางเสียงไฟที่ลุกโชนและเสียงไซเรนที่เริ่มแว่วมาอีกครั้งจากไกลๆ...
แต่แล้ว... ท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ เงาร่างหนึ่งที่โชกไปด้วยเลือดและเขม่าดำค่อยๆ ตะเกียกตะกายออกมาจากซากกองไม้ที่หักพัง...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 46: ซากกองเพลิงเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
เปลวไฟสีส้มฉานยังคงลุกโชนสะท้อนในดวงตาของ ยูคิ อาโออิ เธอจ้องมองเงาร่างที่ขยับเขยื้อนอยู่อย่างไม่วางตา ร่างนั้นไม่ใช่การเดินออกมาอย่างสง่างามเหมือนในหนัง แต่มันคือการคลานอย่างทุลักทุเล มือที่สวมถุงมือสีดำที่ตอนนี้ขาดวิ่นคว้าเศษไม้ที่ติดไฟเพื่อพยุงตัวขึ้น
นักฆ่านิรนามไอออกมาเป็นควันสีดำ เสื้อนอกสีดำตัวยาวของเขาถูกเผาจนแหว่งและโชกไปด้วยเลือดที่ไหลซึมจากบาดแผลสะเก็ดระเบิดที่แผ่นหลัง เขาใช้ Walther PPK ยันพื้นแทนไม้เท้า แว่นดำของเขาแตกละเอียดไปข้างหนึ่ง เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลที่ฉายแววความเจ็บปวดแต่ยังคงมุ่งมั่น
อาโออิ (วิ่งเข้าไปหา):
"คุณ! อย่าขยับนะ! คุณบาดเจ็บหนักมาก!"
นักฆ่าเงยหน้ามองเธอ เขาพยายามจะพูดแต่กลับกลายเป็นเสียงสำลักเลือด ไม้ขีดไฟที่เคยคาบไว้หายไปแล้ว เหลือเพียงริมฝีปากที่แตกยับ เขาชี้มือที่สั่นเทาไปทางรถ SUV ที่ไฟกำลังลุกท่วม เพราะเขารู้ดีว่า... "มัน" ยังไม่จบ
ฉากที่ 47: ลานหน้าเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
ชายชุดดำคนที่หนึ่งที่ถูกมอเตอร์ไซค์ชนตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพงหญ้า ใบหน้าของมันอาบไปด้วยเลือดและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง มันชักปืนสำรองที่ซ่อนอยู่ข้างเอวขึ้นมาเล็งไปที่อาโออิที่กำลังพยุงนักฆ่าอยู่
ชายชุดดำ 1 (คำราม):
"ไอ้นักฆ่าเฮงซวย! แกทำแผนพังหมด! ตายไปพร้อมกับยัยนี่ซะ!"
กริ๊ก!
เสียงไกปืนดังขึ้น แต่นักฆ่านิรนามเร็วกว่าในสัญชาตญาณสุดท้าย เขาใช้แรงเฮือกใหญ่ผลักอาโออิให้ล้มลงทับสมุดไดอารี่ แล้วใช้อีกมือหนึ่งสะบัดมีดพกสปริงเล่มสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อพุ่งออกไป
มีดบินปักเข้าที่ข้อมือของชายชุดดำจนปืนหลุดมือ นักฆ่าไม่ปล่อยจังหวะ เขากดไก Walther PPK ในมือขวา
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
กระสุนสองนัดสุดท้ายเจาะเข้าที่กลางอกและลำคอของมัน ร่างของชายชุดดำหงายหลังลงไปในกองไฟที่กำลังลุกลามจากรถ SUV เสียงหวีดร้องของมันถูกกลบด้วยเสียงระเบิดของถังน้ำมันรถ
ฉากที่ 48: ริมป่าข้างทาง - เวลาสองทุ่มสิบนาที
นักฆ่านิรนามทรุดตัวลงพิงโคนต้นไม้ใหญ่ ลมหายใจของเขาดังหวีดหวิวเหมือนเครื่องยนต์ที่พังยับเยิน อาโออิรีบเปิดกระเป๋าเดินทางที่นักฆ่าลากออกมาได้ทันก่อนบ้านระเบิด (ซึ่งตกอยู่ใกล้ๆ) เธอหาชุดปฐมพยาบาลตามที่เคยเห็นในไดอารี่
นักฆ่านิรนาม (เสียงแหบพร่า):
"ใน... กระเป๋า... ช่องลับข้างขวา... มียาฉีด... สีแดง..."
อาโออิทำตามอย่างรวดเร็ว เธอพบหลอดฉีดยาขนาดเล็กที่เป็นยาโด๊ปกระตุ้นประสาทและระงับปวดฉุกเฉิน เธอปักเข็มลงที่ต้นแขนของเขา นักฆ่ากัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเริ่มมีแรงพยุงตัวนั่งตรงได้อีกครั้ง
เขามองดูอาโออิที่มือสั่นเทขณะพันแผลให้เขา
นักฆ่านิรนาม:
"ทำไม... ไม่หนีไป..."
อาโออิ (น้ำตาคลอแต่เสียงแข็ง):
"ก็ในสมุดนี่... คุณเขียนว่าฉันเป็นเป้าหมายที่ต้องปกป้องลำดับสูงสุดไม่ใช่เหรอ? แล้วถ้าคนคุ้มครองตาย... ฉันจะรอดได้ยังไง!"
นักฆ่านิ่งไป เขาเหลือบมองสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อที่ตอนนี้หน้ากระดาษบางส่วนมีรอยไหม้
ฉากที่ 49: ถนนลูกรังห่างจากที่เกิดเหตุ - ต่อเนื่อง
แสงไฟจากรถยนต์หลายคันเริ่มปรากฏขึ้นที่ถนนทางเข้า แต่ไม่ใช่รถตำรวจ... มันคือรถตู้สีขาวสามคันที่ติดสัญลักษณ์ของบริษัทรักษาความปลอดภัยบังหน้า แต่นักฆ่ารู้ดีว่านี่คือ "กองกำลังส่วนตัว" ของผู้จ้างวานคนแรกที่ส่งมาปิดงานให้เงียบที่สุด
เขารูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกยับขึ้นมาดู ข้อมูลการโอนเงินที่เขาขู่มาจากผู้จ้างวานคนที่สองถูกโอนเข้าบัญชีเขาเรียบร้อยแล้ว แต่มันไม่มีความหมายถ้าเขาออกไปจากที่นี่ไม่ได้
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ... ฟังนะ แผนสำรองสุดท้าย... ไม่ใช่การหนี"
เขาเปิดกระเป๋าเดินทางชั้นล่างสุดที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย เผยให้เห็นชิ้นส่วนปืนยาวสไนเปอร์ Accuracy International AXMC ที่ถูกถอดแยกส่วนอยู่
นักฆ่านิรนาม:
"ฉันจะยันพวกมันไว้... เธอต้องวิ่งไปที่ท้ายสวน มีมอเตอร์ไซค์คันเล็กซ่อนอยู่ในพงหญ้า... ขี่มันไปที่พิกัดที่ฉันเขียนไว้หน้าสุดท้ายของสมุด"
อาโออิ:
"แล้วคุณล่ะ?"
นักฆ่าไม่ตอบ เขาเริ่มประกอบปืนยาวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อแม้จะบาดเจ็บ นิ้วของเขาคลิกล็อกพานท้ายและลำกล้องอย่างแม่นยำ
นักฆ่านิรนาม:
"ฉันมีนัดเก็บค่าจ้างงวดสุดท้าย... กับคนที่ส่งพวกมันมา"
เขามองไปที่ขบวนรถตู้ที่กำลังใกล้เข้ามา แล้วยกปืนสไนเปอร์ขึ้นพาดกับโคนต้นไม้ เล็งผ่านกล้องที่ปรับระยะไปที่คนขับรถตู้คันหน้าสุด
ฉากที่ 50: ชายป่า - ต่อเนื่อง
อาโออิกำสมุดไดอารี่แน่น เธอรู้ว่าการโต้เถียงไม่มีประโยชน์ เธอโน้มตัวลงจูบที่หน้าผากที่เปื้อนเขม่าของนักฆ่าเบาๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปทางท้ายสวนตามที่เขาบอก
นักฆ่านิรนามขยับไม้ขีดก้านใหม่ที่เขาหยิบมาจากซองเล็กข้างปืนมาคาบไว้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่อันตรายที่สุด
นักฆ่านิรนาม (พึมพำ):
"หนึ่งล้านสี่แสนเยน... สำหรับชีวิตพวกแกทุกคน... ถือว่าฉันแถมให้"
ปัง!!!
เสียงปืนไรเฟิลขนาด .338 Magnum แผดคำรามก้องป่า กระสุนพุ่งทะลุกระจกหน้ารถตู้คันแรก เจาะเข้ากลางกะโหลกคนขับจนรถเสียหลักพลิกคว่ำขวางถนน สงครามครั้งสุดท้ายของนักฆ่านิรนามได้เริ่มขึ้นแล้ว...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 51: บริเวณแนวป่าข้างเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
แรงสะท้อนของปืนกระแทกไหล่ที่บาดเจ็บของนักฆ่านิรนามจนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อไม่ให้เสียงครางแห่งความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา ควันจากปากกระบอกปืนไรเฟิลลอยอ้อยอิ่งในอากาศที่หนาวเย็น รถตู้คันที่สองและสามเบรกจนล้อลากยาว เสียงยางเสียดสีกับถนนลูกรังดังแสบแก้วหู
พวกมันเปิดประตูรถก้าวลงมาพร้อมอาวุธหนัก มีทั้งปืนไรเฟิลจู่โจมและโล่กันกระสุน พวกมันไม่ใช่แค่นักเลงทั่วไป แต่เป็นหน่วยคอมมานโดรับจ้างที่มีระเบียบวินัย
หัวหน้าหน่วยจู่โจม (ตะโกน):
"กระจายกำลัง! ยิงกดดันไปที่ชายป่า! อย่าให้มันตั้งตัวได้!"
กระสุนนับร้อยนัดสาดซัดเข้าใส่แนวต้นไม้ที่นักฆ่าซ่อนตัวอยู่ กิ่งไม้และเปลือกไม้กระเด็นว่อน นักฆ่าม้วนตัวหลบหลังโขดหินใหญ่ เขาถอดแม็กกาซีนปืนไรเฟิลออกแล้วบรรจุกระสุนนัดใหม่เข้าไปอย่างใจเย็น สายตาเขายังคงจ้องมองผ่านกล้องเล็งที่มีระบบจับความร้อน
ฉากที่ 52: ท้ายสวนหลังเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
ยูคิ อาโออิ วิ่งฝ่าความมืดไปตามทางที่ระบุไว้ในไดอารี่ เสียงปืนไรเฟิลที่ดังสนั่นตามหลังมาทำให้ใจเธอสั่นสะท้าน เธอมาถึงพงหญ้าคาที่สูงท่วมหัว และพบกับมอเตอร์ไซค์คันเล็ก (Honda Super Cub) สีดำด้านที่ซ่อนอยู่ตามที่เขาบอก
เธอกระโดดขึ้นคร่อม เสียบกุญแจที่ห้อยอยู่ที่แฮนด์ แต่ก่อนจะสตาร์ทเครื่อง สายตาเธอเหลือบไปเห็นหน้าสุดท้ายของสมุดไดอารี่ที่เปิดทิ้งไว้ตามที่นักฆ่าสั่ง
หน้าสุดท้ายไม่ใช่พิกัดของสถานที่... แต่เป็น แผนผังการทำงานของระเบิดที่ฝังอยู่ใต้ถนนเส้นที่รถตู้จอดอยู่ พร้อมข้อความตัวใหญ่ว่า: "ในกรณีที่ถูกล้อมเกิน 10 คน ให้ใช้รีโมทในกระเป๋าเสื้อคลุม"
อาโออิชะงัก เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมยาวที่เธอสวมอยู่ (ซึ่งเป็นเสื้อของนักฆ่า) แล้วพบกับรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กที่มีปุ่มสีแดงเพียงปุ่มเดียว
อาโออิ (พึมพำ):
"คุณตั้งใจจะตายไปพร้อมกับพวกมันเหรอ..."
ฉากที่ 53: แนวป่าหน้าบ้าน - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามยิงสวนกลับไปอีกสองนัด กระสุนเจาะทะลุโล่กันกระสุนของพวกมันคันแรกจนมือปืนร่วงลงไปกอง แต่กระสุนของเขาก็ใกล้จะหมดลงเต็มที บาดแผลที่หลังเริ่มมีเลือดซึมออกมาจนเสื้อชุ่มไปด้วยสีแดงฉาน
หน่วยจู่โจมขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พวกมันใช้ระเบิดแฟลช (Flashbang) ปาเข้าใส่ชายป่า
ตูม!!!
แสงสีขาววาบทำให้นักฆ่าตาพร่ามัวไปชั่วขณะ เขาเสียหลักล้มลงข้างปืนไรเฟิล ชายชุดดำสามคนพุ่งเข้าหาเขาพร้อมปืนพกจ่อมาที่ศีรษะ
หัวหน้าหน่วยจู่โจม:
"จบนึกเสียทีนะ 'นิรนาม' นายใหญ่สั่งว่าถ้าแกขัดขืนมากนัก ก็ให้เอาหัวกลับไปอย่างเดียวพอ"
นักฆ่าแสยะยิ้มที่มุมปาก เลือดไหลซึมตามร่องฟัน เขาไม่ได้มองไปที่ปากกระบอกปืน แต่เขามองไปที่ท้องฟ้าเหนือถนนที่พวกมันยืนอยู่
ฉากที่ 54: ถนนลูกรังหน้าเซฟเฮาส์ - ต่อเนื่อง
อาโออิ ไม่ได้สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์เพื่อหนี เธอปีนขึ้นไปบนเนินดินสูงที่มองเห็นถนนได้ชัดเจน เธอเห็นชายชุดดำกลุ่มใหญ่ยืนล้อมนักฆ่าอยู่เหนือจุดที่ในไดอารี่ระบุว่าเป็น "กับดักหลัก"
เธอหลับตาลง นึกถึงคำพูดของนักฆ่าที่บอกว่าเขาจะปกป้องเธอเหนือชีวิตตนเอง
อาโออิ (ตะโกนสุดเสียง):
"ถ้าคุณอยากปกป้องฉัน... คุณก็ต้องรอดกลับมาเขียนไดอารี่เล่มนี้ต่อสิ!!!"
เธอตัดสินใจกดปุ่มสีแดงบนรีโมททันที!
ครืนนนนนนนน!!!!
เสียงคำรามจากใต้ดินดังขึ้นก่อนที่เปลวเพลิงมหาศาลจะระเบิดออกมาจากใต้ถนนลูกรังยาวไปตามแนวรถตู้ แรงระเบิดรุนแรงจนแผ่นดินสะเทือน รถตู้ทั้งสามคันถูกยกตัวลอยขึ้นฟ้าก่อนจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
ฉากที่ 55: จุดปะทะชายป่า - ต่อเนื่อง
แรงอัดจากระเบิดที่ถนนทำให้พวกที่ล้อมนักฆ่าอยู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง นักฆ่านิรนามที่กึ่งคุกเข่าอยู่ใช้จังหวะที่พวกมันเสียขวัญ ชัก มีดสั้น ที่ซ่อนอยู่ที่ข้อเท้าออกมาสะบัดเข้าที่ลำคอของคนที่อยู่ใกล้ที่สุด
เขากลิ้งตัวไปคว้าปืนไรเฟิลจู่โจมที่ตกอยู่บนพื้นของพวกมันขึ้นมา แล้วกราดยิงใส่ร่างที่เหลือท่ามกลางฝุ่นควันและเปลวเพลิงที่ม้วนตัวอยู่บนถนน
เมื่อทุกอย่างเงียบลง เหลือเพียงเสียงไฟที่ปะทุจากซากรถตู้ นักฆ่ายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของศพและซากปรักหักพัง เขาหอบหายใจอย่างรุนแรง เลือดไหลอาบใบหน้าซีกซ้าย เขาหันไปมองทิศทางที่อาโออิอยู่
เขามองเห็นมอเตอร์ไซค์คันเล็กขับพุ่งออกมาจากป่า อาโออิเบรกมอเตอร์ไซค์ข้างตัวเขา เธอลงมาพยุงเขาด้วยไหล่เล็กๆ ของเธอ
นักฆ่านิรนาม (เสียงสั่น):
"เธอ... กดปุ่มนั่น..."
อาโออิ:
"ฉันจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้นจนกว่างานนี้จะจบจริงๆ ขึ้นรถ! เราต้องไปจากที่นี่ก่อนตำรวจชุดใหญ่จะมา!"
นักฆ่ามองดูสาวร่างเล็กที่ตอนนี้ดูเข้มแข็งกว่าเขาเสียอีก เขายิ้มออกมาเล็กน้อย (เป็นรอยยิ้มครั้งแรกในเรื่อง) เขาปีนขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ Super Cub คันจิ๋ว
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะออกรถ... โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาก็ดังขึ้น เป็นข้อความเสียงจาก ผู้จ้างวานคนแรก
"เก่งมาก... ที่รอดจากระเบิดทั้งสองรอบได้ แต่แกลืมแผนสำรองของฉันไปหรือเปล่า? ดูที่คอของยัยเด็กนั่นสิ"
นักฆ่าชะงัก เขาคว้าคอของอาโออิมาดู และพบกับ จุดสีแดงเล็กๆ ที่หลังใบหูของเธอ... มันไม่ใช่ปาน... แต่มันคือ ชิปฝังระเบิดขนาดจิ๋ว ที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่ตอนที่เธอถูกจับไปส่งให้ผู้จ้างวานคนที่สอง!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 56: บนถนนลูกรังอันมืดมิด - ต่อเนื่อง
ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของนักฆ่านิรนาม ยิ่งกว่าตอนที่เขาถูกระเบิดบ้านใส่เสียอีก มือที่สั่นเทาของเขาค่อยๆ ลูบไปที่หลังใบหูของ ยูคิ อาโออิ สัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังบางๆ มันส่งแสงสีแดงกระพริบเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับเสียงเตือนจากนรก
อาโออิ (หน้าซีด):
"มัน... มันคืออะไรคะ? คุณทำไมทำหน้าแบบนั้น?"
นักฆ่าไม่ตอบ เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เสียงของผู้จ้างวานคนแรกหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่งผ่านสาย
ผู้จ้างวานคนแรก:
"มันคือระเบิดแรงดันขนาดไมโคร... ถ้าฉันกดปุ่ม หรือถ้าแกพยายามจะผ่ามันออกโดยไม่มีรหัสหยุดการทำงาน... ตูม! คอของยัยนั่นจะหายไปทันที ตอนนี้แกเหลือทางเดียวคือพายัยนั่นมาหาฉันที่ดาดฟ้าตึกระฟ้าในชินจูกุภายใน 30 นาที... ไม่อย่างนั้นฉันจะกดปุ่มส่งท้ายให้แกเอง"
สายถูกตัดไป นักฆ่ามองดูอาโออิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
ฉากที่ 57: บนท้องถนนมุ่งสู่ชินจูกุ - เวลาสองทุ่มสี่สิบนาที
นักฆ่านิรนามตัดสินใจทิ้งรถมอเตอร์ไซค์คันเล็ก เขาโบกรถตู้ขนส่งสินค้าที่ขับผ่านมาพอดีโดยใช้ปืนขู่ให้คนขับลงไป แล้วเขาก็ขึ้นไปขับเองโดยมีอาโออี้นั่งข้างๆ
ภายในรถตู้ นักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางชั้นลับที่สุด เขาหยิบชุดอุปกรณ์ผ่าตัดสนามขนาดเล็กและ กล้องขยาย ที่เขาเคยใช้ส่องบ้านเป้าหมายออกมา เขาติดตั้งไฟฉายแรงสูงให้ส่องไปที่คอของอาโออิ
นักฆ่านิรนาม:
"นิ่งไว้นะอาโออิ... ฉันต้องดูวงจรของมัน"
เขาใช้แว่นขยายส่องดูจุดสีแดงนั่นอย่างละเอียด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผากกว้างของเขา เขาพบว่าวงจรนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด มันเชื่อมต่อกับอัตราการเต้นของหัวใจของเธอด้วย ถ้าเธอตกใจจนหัวใจเต้นเร็วเกินไป หรือถ้าเขาทำให้หัวใจเธอหยุดเต้น ระเบิดจะทำงานทันที
นักฆ่านิรนาม (พึมพำ):
"แผนสำรองที่ 99... การผ่าตัดในสภาวะวิกฤต"
เขาไม่มีเวลาพอจะไปถึงชินจูกุ และเขาไม่โง่พอจะเดินเข้าไปในกับดักของผู้จ้างวานคนแรกโดยไม่มีอาวุธในมือ
ฉากที่ 58: ดาดฟ้าตึกระฟ้า ย่านชินจูกุ - เวลาสามทุ่มสิบนาที
ผู้จ้างวานคนแรก ยืนถือแก้วไวน์อยู่ริมขอบดาดฟ้า มองลงไปที่แสงไฟของโตเกียวเบื้องล่าง รอบตัวเขามีมือสังหารฝีมือดีอีก 5 คนที่สวมชุดเกราะเต็มยศพร้อมปืนกลมือ
เสียงลิฟต์ดังขึ้น "ติ๊ง"
ประตูลิฟต์เปิดออก นักฆ่านิรนามเดินออกมาในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าฉีกขาด เขาอุ้มร่างของยูคิ อาโออิที่ดูเหมือนคนหมดสติไว้ในอ้อมแขน
ผู้จ้างวานคนแรก:
"มาตรงเวลาดีนี่ 'นิรนาม' ไหนดูลูกไก่ในกำมือฉันหน่อยซิ... วางยัยนั่นลง แล้วคุกเข่าซะ"
นักฆ่าทำตามอย่างว่าง่าย เขาวางร่างของอาโออิลงบนพื้นดาดฟ้าที่เย็นเยียบ แล้วคุกเข่าลงช้าๆ ชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ
นักฆ่านิรนาม:
"ฉันมาแล้ว... ปล่อยเธอไปซะ รหัสหยุดทำงานอยู่ไหน?"
ฉากที่ 59: บนดาดฟ้าตึกระฟ้า - ต่อเนื่อง
ผู้จ้างวานคนแรกเดินเข้ามาใกล้ ใช้เท้าเขี่ยหน้าของอาโออิที่นอนแน่นิ่ง เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบคอนโทรลเลอร์ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาแสดงให้ดู
ผู้จ้างวานคนแรก:
"รหัสเหรอ? ไม่มีหรอก... ฉันกะจะให้มันระเบิดทันทีที่แกมาถึงอยู่แล้ว เพื่อให้แกเห็นความล้มเหลวที่สุดในชีวิตก่อนตาย"
เขากดปุ่มสีแดงบนคอนโทรลเลอร์ทันที!
...เงียบสนิท...
ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีแสงสีแดงที่คอของอาโออิ ผู้จ้างวานคนแรกขมวดคิ้ว กดปุ่มซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่ง
ผู้จ้างวานคนแรก:
"ทำไม! ทำไมมันไม่ทำงาน!"
ทันใดนั้น ร่างของอาโออิที่นอนนิ่งอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาพริบตาเดียว! เธอไม่ได้หมดสติ และที่สำคัญ... จุดสีแดงที่คอของเธอหายไปแล้ว
ฉากที่ 60: บนดาดฟ้าตึกระฟ้า - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาพุ่งตัวขึ้นจากท่าคุกเข่าด้วยความเร็วปานสายฟ้า มือขวาชัก มีดสั้น ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อปาดเข้าที่ข้อมือของผู้จ้างวานจนคอนโทรลเลอร์หลุดมือ
นักฆ่านิรนาม:
"แกประเมิน 'เลนส์แว่นขยาย' ของฉันต่ำไป... และแกก็ประเมิน 'ยาชาแบบเข้มข้น' ของฉันต่ำไปด้วย"
ภาพย้อนหลัง (Flashback): ในรถตู้ นักฆ่าใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อหยุดความรู้สึกที่คออาโออิ และใช้ความแม่นยำระดับศัลยแพทย์ผ่าเอาชิปนั่นออกมา แล้วนำไปแปะไว้ที่ ใต้ฝ่าเท้าของบอดี้การ์ดคนหนึ่ง ที่เขาลอบฆ่าตายไปก่อนหน้านี้ในลิฟต์!
ตูม!!!!
เสียงระเบิดดังขึ้นจากในลิฟต์ที่เพิ่งเลื่อนลงไปด้านล่าง แรงสั่นสะเทือนทำเอาบอดี้การ์ดที่เหลือเสียหลัก นักฆ่านิรนามคว้าปืน Beretta 93R จากด้านหลังเอวออกมา เตรียมปิดบัญชีครั้งสุดท้าย
แต่ทว่า... ประตูชั้นดาดฟ้ากลับถูกถีบออกอีกครั้ง พร้อมกับชายในชุดสูทสีเทาจำนวนมากที่ถือตรา "กรมตำรวจสืบสวนพิเศษ" พุ่งเข้ามาล้อมทุกคนไว้!
ตำรวจ:
"ทุกคนหยุด! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ! วางอาวุธเดี๋ยวนี้!"
นักฆ่านิรนามยืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้จ้างวานที่กำลังเลือดโชกและปืนของตำรวจนับสิบกระบอก เขาเหลือบมองอาโออิที่กำสมุดไดอารี่ไว้แน่น... แผนหลบหนีในที่สูงแบบนี้ เขาไม่ได้เขียนไว้ในสมุดเสียด้วย
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 61: บนดาดฟ้าตึกระฟ้า ชินจูกุ - ต่อเนื่อง
แสงจากเฮลิคอปเตอร์ตำรวจสาดส่องลงมาจนดาดฟ้าสว่างจ้าเหมือนกลางวัน ลมจากใบพัดตีเศษฝุ่นและกลิ่นเขม่าปืนให้คลุ้งไปทั่ว นักฆ่านิรนามยืนนิ่ง ปลายกระบอกปืน Beretta 93R ยังคงจ่อไปที่หน้าผากของผู้จ้างวานคนแรกที่ตอนนี้นอนร้องโอดครวญอยู่ที่พื้น
ผู้จ้างวานคนแรก (ตะโกน):
"คุณตำรวจ! ช่วยด้วย! มันจะฆ่าผม! มันคือนักฆ่าที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน!"
ตำรวจชุดสืบสวนพิเศษค่อยๆ กระชับวงล้อมเข้ามา ทุกคนเล็งปืนไปที่จุดศูนย์กลางคือตัวนักฆ่า
สารวัตรตำรวจ (ตะโกนผ่านลำโพง):
"วางปืนลง 'นิรนาม' ! เรามีหลักฐานการโอนเงินและไฟล์เสียงทั้งหมดที่แกส่งให้กรมตำรวจแล้ว แกลากพวกมันลงนรกได้สำเร็จ แต่ตอนนี้แกต้องมากับเรา!"
ฉากที่ 62: บนดาดฟ้าตึกระฟ้า - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามไม่ลดปืนลง เขาเหลือบมอง ยูคิ อาโออิ ที่ยืนอยู่ห่างออกไปห้าก้าว เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวตำรวจ แต่สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่จ้องมองบาดแผลโชกเลือดบนตัวเขา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นเลือดและดินปืนกระตุ้นให้สมองที่อ่อนล้ากลับมาทำงาน เขาไม่มีแผนหลบหนีจากตึกนี้ในสมุด... แต่นั่นคือความเข้าใจผิดของคนอื่น
นักฆ่านิรนาม (พูดเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน):
"อาโออิ... จำรูปวาดหน้า 102 ได้ไหม? ที่ฉันวาดรูป 'นกอินทรี' ไว้ที่มุมกระดาษน่ะ"
อาโออิชะงัก เธอรีบเปิดสมุดไดอารี่ไปที่หน้านั้นทันที ในรูปสเก็ตช์ระบุว่า "ตึกนี้มีกระเช้าเช็ดกระจกแบบไร้คนขับที่ควบคุมด้วยรีโมทจากระยะไกล" และมีลูกศรชี้ไปที่ขอบดาดฟ้าทิศตะวันตก
ฉากที่ 63: การเผชิญหน้าบนดาดฟ้า - ต่อเนื่อง
นักฆ่าลดปืนลงช้าๆ แต่เขาไม่ได้วางมันลงที่พื้น เขากลับใช้มือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบ กล่องไม้ขีดไฟ ออกมา ดีดไม้ขีดก้านสุดท้ายเข้าปากแล้วจุดไฟแช็ก
นักฆ่านิรนาม:
"ผมมีเงื่อนไขเดียว... ปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป เธอเป็นแค่เหยื่อ"
สารวัตรตำรวจ:
"เราจะคุ้มครองพยานทุกคน วางปืนซะ!"
ในเสี้ยววินาทีที่ไฟจากไม้ขีดสว่างขึ้น นักฆ่าไม่ได้ขว้างปืนทิ้ง แต่เขาขว้าง เครื่องรบกวนสัญญาณ (Signal Jammer) ที่เขาแอบประกอบไว้จากซากชิปในรถตู้ออกไปที่พื้นกลางวงตำรวจ!
วี้ดดดดดด!!!!
เสียงรบกวนความถี่สูงดังแสบแก้วหูจนวิทยุสื่อสารและไฟฉายของตำรวจดับวูบและส่งเสียงหวีดแหลม ตำรวจหลายคนยกมือขึ้นปิดหูด้วยความเจ็บปวด
ฉากที่ 64: ขอบดาดฟ้าทิศตะวันตก - ต่อเนื่อง
นักฆ่าพุ่งตัวเข้าหาอาโออิ คว้าเอวเธอไว้แล้วกระโดดพรวดเดียวข้ามขอบรั้วดาดฟ้าลงไปในความมืด!
ตำรวจ:
"มันกระโดดตึกหนีไปแล้ว! ส่องไฟลงไปเร็ว!"
แต่เมื่อแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์สาดลงไป พวกเขาไม่ได้เห็นร่างของทั้งสองตกลงสู่พื้นดิน แต่กลับเห็นทั้งคู่นั่งอยู่ใน กระเช้าเช็ดกระจก ที่กำลังเลื่อนลงด้วยความเร็วสูงเกินพิกัดปกติ เพราะนักฆ่าใช้รีโมทแฮ็กระบบสั่งการให้มันดิ่งลงเหมือนลิฟต์ที่สายเคเบิลขาด
นักฆ่าใช้ปืน Beretta ยิงทำลายตัวล็อกรหัสของหน้าต่างชั้น 40 ของตึกฝั่งตรงข้ามที่อยู่ใกล้พอที่กระเช้าจะเหวี่ยงไปถึง
ฉากที่ 65: ภายในสำนักงานที่ว่างเปล่า ชั้น 40 - เวลาสี่ทุ่มสิบห้านาที
ทั้งคู่กระโดดทะลุหน้าต่างที่แตกละเอียดเข้ามาในตัวตึกข้างๆ ได้สำเร็จ นักฆ่าทรุดตัวลงกับพื้นพรม เลือดไหลโชกจนพรมสีเทากลายเป็นสีดำ
อาโออิรีบเข้ามาประคองเขา เธอเห็นว่ากระสุนนัดหนึ่งจากตำรวจช่วงชุลมุนถากเข้าที่สีข้างของเขาด้วย
อาโออิ (เสียงสั่น):
"คุณต้องไปโรงพยาบาล... ไม่สิ ไปไม่ได้... เราจะทำยังไงดี?"
นักฆ่านิรนามไอออกมาเป็นเลือด เขาหยิบโทรศัพท์ที่ใกล้จะดับขึ้นมา เขาไม่ได้กดโทรหาใคร แต่เขากดเข้าไปที่บัญชีธนาคารลับที่เพิ่งได้รับเงินโอนมาจำนวนมหาศาล เขาพิมพ์รหัสโอนเงินทั้งหมดไปที่บัญชีของ ยูคิ อาโออิ
นักฆ่านิรนาม:
"เงินนี่... พอกับการที่เธอต้องเปลี่ยนชื่อและย้ายไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง... ไปซะอาโออิ งานของฉันจบแล้ว"
เขาส่งสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อคืนให้เธอ โดยมีรอยเลือดประทับอยู่ที่หน้าปก
อาโออิ:
"แล้วคุณดูลำดับความสำคัญในสมุดหน้าสุดท้ายหรือยัง? คุณเขียนว่าถ้าฉันรอด คุณก็ต้องรอดด้วย... คุณเขียนเองกับมือนะ!"
เธอกระชากเสื้อเชิ้ตของเธอออกมาฉีกเป็นแถบยาวเพื่อห้ามเลือดให้เขา สายตาของนักพากย์สาวเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นอย่างที่นักฆ่าไม่เคยเห็น
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหน่วยจู่โจมที่ตามลงมาดังก้องอยู่ในโถงทางเดินหน้าห้องทำงานที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 66: ภายในสำนักงานชั้น 40 - ต่อเนื่อง
แสงไฟฉายจากโถงทางเดินลอดผ่านกระจกฝ้าหน้าห้องเข้ามาเป็นลำขนานไปกับพื้น นักฆ่านิรนามพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ขาซ้ายเขากลับไร้ความรู้สึก บาดแผลที่สีข้างร้อนผ่าวเหมือนถูกถ่านแดงจี้ เขาหันไปมอง ยูคิ อาโออิ ที่กำลังใช้แถบผ้าพันแผลรอบเอวเขาอย่างลนลานแต่หนักแน่น
นักฆ่านิรนาม (กระซิบ):
"อาโออิ... ฟังนะ ในไดอารี่... หน้ากลางที่เป็นแผนผังท่อส่งลมของตึกนี้..."
อาโออิรีบเปิดสมุดที่เปื้อนเลือด นิ้วของเธอสั่นระริกจนไปหยุดอยู่ที่แผนผังระบบปรับอากาศส่วนกลาง
อาโออิ:
"ช่องระบายอากาศฝั่งทิศเหนือ... มันเชื่อมกับลิฟต์ขนส่งสินค้าสายตรงสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน!"
นักฆ่านิรนาม:
"ใช่... แต่มันมีเซนเซอร์ตรวจจับน้ำหนัก... ถ้าคนสองคนเข้าไปพร้อมกัน เครื่องจะหยุดทำงานและล็อคตัวเองทันที"
เขามองสบตาเธอ แววตาที่เคยว่างเปล่ากลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
ฉากที่ 67: โถงทางเดินหน้าห้องทำงาน - ต่อเนื่อง
หน่วยจู่โจมตำรวจสืบสวนพิเศษ (SIT) ในชุดเกราะเต็มยศพร้อมโล่กันกระสุนเดินสลับฟันปลาเข้ามาที่ประตูห้องทำงานที่ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่
ตำรวจ 1:
"ตรวจพบรอยเลือดหน้าประตู เตรียมระเบิดแฟลช... นับ 3... 2..."
ปัง!!!
จังหวะที่ตำรวจกำลังจะพังประตู เสียงปืน Beretta 93R ดังขึ้นหนึ่งนัดจากภายในห้อง กระสุนพุ่งทะลุลูกบิดประตูออกมา ตำรวจต้องล่าถอยกลับไปตั้งหลักที่มุมทางเดิน
ฉากที่ 68: ภายในห้องทำงาน - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามไม่ได้ยิงเพื่อฆ่า แต่เขายิงเพื่อถ่วงเวลา เขาใช้แรงที่เหลือทั้งหมดพยุงตัวอาโออิขึ้นไปที่ช่องระบายอากาศบนเพดานที่เขาเปิดเตรียมไว้แล้ว
นักฆ่านิรนาม:
"เธอไปก่อน... พอลงไปถึงชั้นใต้ดิน จะมีรถส่งจดหมายจอดอยู่ตรงล็อค B-12 กุญแจอยู่ในท่อไอเสีย"
อาโออิ:
"ไม่! คุณจะอยู่เป็นตัวล่อใช่ไหม? แผนนี้ไม่มีในไดอารี่! ฉันไม่ยอม!"
เธอคว้าคอเสื้อเขาแน่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มจนเป็นทางยาวผ่านรอยเขม่าดำบนหน้า
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ... งานของนักฆ่าคือการ 'เก็บข้อมูล' และงานชิ้นสุดท้ายของฉันคือการเก็บรักษา 'เป้าหมายที่สำคัญที่สุด' ของฉันไว้ให้ได้... เธอคือคนเดียวที่ทำให้ไดอารี่เล่มนี้มีความหมาย"
เขาส่งยิ้มที่ดูอ่อนโยนที่สุดให้เธอ ก่อนจะหยิบ เครื่องเล่น MP3 ที่ยังเหลืออยู่เครื่องสุดท้ายขึ้นมา
ฉากที่ 69: ช่องระบายอากาศ - ต่อเนื่อง
นักฆ่าผลักอาโออิเข้าไปในช่องระบายอากาศและปิดฝาครอบจากด้านนอกทันที อาโออิร้องเรียกเขาผ่านตะแกรงเหล็กแต่เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าของตำรวจที่พังประตูเข้ามาในห้องได้สำเร็จ
ตำรวจ:
"วางอาวุธ! คุกเข่าลง!"
นักฆ่านิรนามนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานกลางห้อง มือขวาของเขาถือปืนที่ไม่มีกระสุนแล้ว ส่วนมือซ้ายถือเครื่องเล่น MP3 เขาคาบไม้ขีดไฟที่ดับมอดไปแล้วไว้ที่ริมฝีปาก
นักฆ่านิรนาม (พูดเบาๆ):
"แผนสำรองที่ 103... 'การอพยพผ่านความว่างเปล่า' "
เขากดปุ่มบนเครื่องเล่น MP3 แต่มันไม่ได้เล่นเสียงปืนหรือระเบิด... คราวนี้มันคือ สัญญาณรบกวนคลื่นวิทยุแรงสูง (EMP Pulse) ที่เขาดัดแปลงไว้สำหรับระยะประชิด
เปรี้ยะ!!!
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ในห้องทั้งหมดลัดวงจร ไฟเพดานดับวูบและระเบิดออก กล้องวงจรปิดดับสนิท วิทยุสื่อสารของตำรวจส่งเสียงหวีดแหลมจนทุกคนต้องทิ้งอาวุธลงมาปิดหู
ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงรบกวน นักฆ่าใช้จังหวะที่ทุกคนตาพร่ามัวจากการระเบิดของหลอดไฟ หายวับไปจากเก้าอี้ตัวนั้นราวกับปีศาจ
ฉากที่ 70: ชั้นใต้ดินล็อค B-12 - เวลาห้าทุ่มสามสิบนาที
อาโออิลงมาถึงชั้นใต้ดินอย่างปลอดภัย เธอวิ่งไปที่รถส่งจดหมายตามที่เขาบอก และพบกุญแจซ่อนอยู่ที่ท่อไอเสียจริงๆ เธอสตาร์ทรถและเตรียมจะพุ่งออกไป แต่แล้วเธอก็หยุดรถ...
เธอมองไปที่กระจกหลัง หวังจะเห็นเงาร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากลิฟต์หรือทางบันได
ที่มุมมืดของลานจอดรถ เธอเห็นเงาร่างหนึ่งเดินโอนเอนออกมา... แต่นั่นไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่นักฆ่านิรนาม...
ชายคนนั้นสวมชุดสูทธุรกิจสีดำเรียบกริบ ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ดวงตาเย็นเฉียบกว่าผู้จ้างวานทุกคนที่เธอเคยเห็น ในมือของเขาถือ แว่นขยายแบบเลนส์เดียว ที่นักฆ่าเคยใช้
ชายลึกลับ:
"เขาสอนเธอเก่งนี่... แต่เขาลืมบอกเธอไปหรือเปล่า ว่าไดอารี่เล่มนั้น... จริงๆ แล้วมันคือ 'บัญชีดำ' ขององค์กรเรา และเขาก็แค่ขโมยมันมา"
ชายคนนั้นยกปืนพกติดที่เก็บเสียงขึ้นเล็งไปที่กระจกหน้ารถของอาโออิ
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 71: ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ล็อค B-12 - ต่อเนื่อง
อาโออิจ้องมองผ่านกระจกหน้ารถ ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป ชายลึกลับคนนั้นก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องไปทั่วลานจอดรถที่เงียบสงัด เขาไม่ได้ดูเร่งรีบ ราวกับรู้ดีว่านกน้อยในกรงนี้ไม่มีทางหนีพ้น
ชายลึกลับ:
"เขาส่งต่อ 'มรดก' ที่อันตรายที่สุดให้เธอ... เงินนั่น ข้อมูลนั่น... มันมีกลิ่นคาวเลือดที่ล้างไม่ออกหรอก ยูคิ อาโออิ"
อาโออิกำพวงมาลัยรถส่งจดหมายแน่นจนมือขาวซีด เธอเหลือบมองสมุดไดอารี่ที่วางอยู่เบาะข้างๆ ในใจของเธอตะโกนเรียกชื่อนักฆ่านิรนาม แต่มีเพียงความเงียบและเสียงหายใจที่สั่นพร่าของตัวเธอเอง
ฉากที่ 72: ช่องระบายอากาศชั้น 40 - เวลาเดียวกัน
ท่ามกลางความมืดสนิทหลังการทำงานของ EMP นักฆ่านิรนามไม่ได้หายไปไหน เขาไม่ได้หนี แต่เขากำลังหมอบนิ่งอยู่บนฝ้าเพดานที่ห่างจากพวกตำรวจเพียงไม่กี่ฟุต เลือดของเขาหยดลงบนพื้นพรมทีละหยดอย่างช้าๆ เขาใช้มือที่สั่นเทาหยิบ เข็มฉีดยาชุดสุดท้าย ออกมา มันคือ "อะดรีนาลีนบริสุทธิ์" สำหรับการรีดเรี่ยวแรงครั้งสุดท้ายของชีวิต
เขารู้ดีว่า "องค์กร" จะต้องส่ง 'ผู้ตรวจสอบ' มาเก็บกวาดงานที่เขาทิ้งไว้ และเป้าหมายแรกคือสมุดเล่มนั้น
เขากดเข็มลงที่ต้นขา... ร่างกายเขากระตุกวาบ ความเจ็บปวดหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่สูบฉีดไปทั่วร่าง เขาถีบฝ้าเพดานจนพังลงมาอีกครั้ง แต่อยู่คนละฝั่งกับพวกตำรวจ
นักฆ่านิรนาม (คิดในใจ):
แผนสำรองที่ 0... 'ยอมแลกทุกอย่างเพื่อหมากตัวสุดท้าย'
เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปหาอาโออิ แต่เขาวิ่งสวนไปทางบันไดหนีไฟที่มุ่งสู่ห้องควบคุมระบบสื่อสารของตึก
ฉากที่ 73: ลานจอดรถชั้นใต้ดิน - ต่อเนื่อง
ชายลึกลับหยุดยืนอยู่หน้ากระโปรงรถ เขาขยับแว่นขยายเลนส์เดียวในมือ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ที่สวมถุงมือหนังแตะที่กระจกหน้า
ชายลึกลับ:
"ส่งสมุดนั่นมา แล้วฉันจะทำให้เธอหลับไปโดยไม่รู้สึกเจ็บ... เหมือนที่ 'นิรนาม' เคยทำกับเป้าหมายของเขาไง"
อาโออิ (ตะโกน):
"ไม่! เขาบอกว่าฉันคือลำดับความสำคัญสูงสุด... และสมุดเล่มนี้คือคำสั่งของเขา!"
เธอตัดสินใจเหยียบคันเร่งจนมิด! เครื่องยนต์รถส่งจดหมายคำรามลั่น ล้อรถหมุนฟรีจนเกิดควันสีขาวพุ่งเข้าใส่ชายลึกลับคนนั้น แต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดายราวกับล่วงรู้ล่วงหน้า เขาเล็งปืนไปที่ยางรถ เตรียมจะหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น แต่ไม่ใช่จากปืนของชายลึกลับ...
ฉากที่ 74: ห้องควบคุมสื่อสารชั้น 38 - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามพุ่งตัวเข้าใส่เซิร์ฟเวอร์หลัก เขาไม่ได้ใช้ปืน แต่ใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ฉุกเฉินต่อพ่วงเข้ากับระบบกระจายเสียงของตึกระฟ้าทั้งหมด เขากดรหัสบางอย่างที่เขาจำได้จาก "สมุดบัญชีดำ" เล่มนั้น
ทันใดนั้น ลำโพงทุกตัวในตึก รวมถึงวิทยุสื่อสารของตำรวจ และโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในบริเวณชินจูกุ ก็ส่งเสียงออกมาเป็นไฟล์เสียงลับ... มันคือเสียงการเจรจาระหว่าง "องค์กร" กับ "นักการเมืองระดับสูง" หลายคน
นักฆ่านิรนาม (พูดผ่านไมโครโฟนควบคุม):
"ถ้าผมตาย... ข้อมูลทั้งหมดในบัญชีดำจะถูกส่งเข้าสำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลกโดยอัตโนมัติ... ถอยไปจากเธอซะ 'ผู้ตรวจสอบ' "
ฉากที่ 75: ลานจอดรถชั้นใต้ดิน - ต่อเนื่อง
ชายลึกลับชะงัก มือที่ถือปืนสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของนักฆ่าดังมาจากลำโพงติดเพดานในลานจอดรถ เขาเงยหน้ามองลำโพงด้วยสายตาอาฆาต
ชายลึกลับ:
"แกมันบ้าไปแล้ว 'นิรนาม'... แกกำลังทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมาเพื่อยัยเด็กคนเดียวเนี่ยนะ?"
นักฆ่านิรนาม (เสียงดังผ่านลำโพง):
"คนขับรถส่งจดหมาย... ออกรถเดี๋ยวนี้! แผนสำรองที่ 104... 'ทางด่วนสายที่ไม่มีใครรู้จัก' !"
อาโออิได้ยินเสียงนั้น เธอไม่รอช้า หักพวงมาลัยรถพุ่งชนไม้กั้นลานจอดรถจนหักสะบั้น ขับหนีออกสู่ถนนใหญ่ท่ามกลางแสงไฟสลัวของโตเกียวยามรุ่งสาง
ในกระจกหลัง เธอเห็นชายลึกลับคนนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดบางอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในขณะที่บนยอดตึกระฟ้า... แสงไฟในห้องควบคุมเริ่มระเบิดออกทีละดวง
นักฆ่านิรนามทรุดตัวลงหน้าแผงควบคุม กระแสไฟฟ้าลัดวงจรเริ่มลุกลามมาที่แขนของเขา เขาคาบไม้ขีดไฟที่ไม่มีหัวขึ้นมา ยิ้มเยาะให้กับหน้าจอที่กำลังอัปโหลดข้อมูลสุดท้าย
แต่ทว่า... ในสมุดไดอารี่ที่อาโออิกำไว้ หน้าสุดท้ายที่เธอเพิ่งพลิกไปเจอ... มีตัวอักษรสีแดงที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาเพราะอุณหภูมิความร้อนจากมือของเธอ:
"ระวัง... ผู้ตรวจสอบไม่ได้มีคนเดียว"
ที่เบาะหลังของรถส่งจดหมาย... มีใครบางคนซ่อนตัวอยู่ใต้กองพัสดุ และค่อยๆ ชักสายรัดคอออกมาอย่างเงียบเชียบ...
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 76: ภายในรถส่งจดหมาย - ต่อเนื่อง
อาโออิมุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่ถนนเบื้องหน้า ใจของเธอพองโตด้วยความหวังเมื่อได้ยินเสียงนักฆ่านิรนามสั่งการผ่านลำโพงตึก แต่ในจังหวะที่รถเลี้ยวโค้งเข้าสู่ถนนเลียบทางด่วน แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดส่องเข้ามาในกระจกมองหลังแวบหนึ่ง
เธอเห็นดวงตาคู่หนึ่ง... เย็นเยียบและไร้แวว ยืนกรานอยู่ท่ามกลางกองพัสดุที่เบาะหลัง
ฉับ!
สายรัดคอ (Garrote wire) ที่ทำจากลวดเปียโนอาบเทฟลอนถูกตวัดคลุมรอบคอของอาโออิจากด้านหลังในพริบตา! รถส่งจดหมายเสียหลักส่ายไปมา อาโออิปล่อยมือจากพวงมาลัยเพื่อตะเกียกตะกายคว้าลวดที่กำลังบาดเข้าไปในเนื้อคอ
ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 (กระซิบข้างหู):
"สมุดอยู่ที่ไหน... บอกมาแล้วฉันจะให้เธอตายเร็วขึ้น"
ฉากที่ 77: ห้องควบคุมสื่อสารชั้น 38 - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามที่กึ่งนอนพิงแผงควบคุมสังเกตเห็นความผิดปกติผ่านหน้าจอตรวจสอบพิกัด GPS ของรถส่งจดหมาย รถหยุดนิ่งอยู่บนฟุตบาทห่างจากตึกไปไม่ถึงสองกิโลเมตร เขากัดฟันจนกรามแทบแตก เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่จากอะดรีนาลีนกำลังจะหมดลง
เขาคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมา แต่อยู่ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์รอบตัวเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมข้อความ: [System Override: Unauthorized Access Interrupted]
ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 (เสียงดังผ่านระบบสื่อสาร):
"แกคิดว่าแกควบคุมระบบได้คนเดียวเหรอ 'นิรนาม'? องค์กรของเราสร้างตึกนี้มา... และเราก็สร้างแกมาด้วย"
เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุม ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 เดินเข้ามาพร้อมปืนพกกระบอกสั้นที่ติดตั้งลำกล้องยาวพิเศษ เขาเล็งไปที่หัวใจของนักฆ่าที่ตอนนี้นั่งอย่างไร้ทางสู้
ฉากที่ 78: ริมถนนข้างทางด่วน - ต่อเนื่อง
อาโออิเริ่มขาดอากาศใบหน้ากลายเป็นสีม่วงคล้ำ ในวินาทีที่เธอกำลังจะหมดสติ มือของเธอคลำไปโดน สมุดไดอารี่ ที่วางอยู่เบาะข้างๆ เธอไม่ได้หยิบมันมาเพื่อป้องกันตัว แต่เธอจำ "แผนสำรองฉุกเฉินระดับ 1" ในหน้าแรกสุดได้
“ในยามที่มือทั้งสองข้างไม่ว่าง... ให้ใช้สิ่งที่อยู่ใกล้เท้าที่สุด”
เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ใช้ส้นรองเท้าส้นเข็มที่เธอสวมมาตั้งแต่โรงแรม กระแทกเข้าที่คันเร่งจนจมมิดในเกียร์ว่าง เครื่องยนต์แผดคำรามเสียงดังลั่นจนเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาล และก่อนที่ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 จะทันตั้งตัว เธอตัดสินใจดึงเบรกมือขึ้นสุดแรงและหักพวงมาลัยพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าข้างทาง!
โครม!!!
ถุงลมนิรภัยทำงานพุ่งออกมากระแทกตัวอาโออิและคนร้ายที่อยู่ด้านหลังจนกระเด็นลวดหลุดออกจากคอ
ฉากที่ 79: ห้องควบคุมสื่อสาร - ต่อเนื่อง
เสียงระเบิดจากหน้าจอ GPS ดังขึ้นพร้อมกับสัญญาณที่หายไป ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 ชะงักไปครู่หนึ่ง
นักฆ่านิรนาม (ยิ้มที่มุมปากพร้อมคราบเลือด):
"เธอ... เธอไม่ได้เป็นแค่เป้าหมาย... เธอเป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดของฉัน"
นักฆ่าไม่ได้ยิงปืน แต่เขาดึงคันโยก "ปลดปล่อยก๊าซฮาลอน" (ก๊าซดับไฟที่ใช้ในห้องเซิร์ฟเวอร์ซึ่งจะไล่ออกซิเจนออกทั้งหมด) ที่เขาแอบพ่วงสายชนวนไว้ใต้เก้าอี้ตั้งแต่แรก
ฟู่!!!
หมอกก๊าซพุ่งกระจายเต็มห้องในพริบตา ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 พยายามจะเหนี่ยวไกแต่เขามองไม่เห็นเป้าหมาย และเริ่มสำลักเพราะขาดอากาศ นักฆ่านิรนามซึ่งเตรียม "หน้ากากออกซิเจนจิ๋ว" ไว้ในกระเป๋าเสื้อ (ตามแผนหน้า 44) สวมมันเข้าที่ปากแล้วพุ่งตัวเข้าหาศัตรูในม่านหมอก
ฉากที่ 80: ซากรถส่งจดหมาย - ต่อเนื่อง
อาโออิตะเกียกตะกายออกมาจากซากรถที่พังยับเยิน เลือดไหลจากหน้าผากเข้าตาจนมองเห็นเป็นสีแดง เธอหันไปมองในรถ เห็นผู้ตรวจสอบคนที่ 2 กำลังถีบประตูหลังออกมาด้วยท่าทางโกรธจัด
เธอกอดสมุดไดอารี่ไว้แนบอก แล้วเริ่มออกวิ่งเข้าไปในเขตก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ใกล้ๆ
ในความมืดของเขตก่อสร้าง เธอเปิดสมุดหน้าสุดท้ายอีกครั้งเพื่อหาทางรอด แต่หน้ากระดาษที่เคยมีตัวอักษรสีแดงกลับเปลี่ยนเป็นรูปวาดใหม่... เป็นรูป แผนที่ลับใต้ดินของโตเกียว ที่เชื่อมต่อกับห้องนิรภัยของธนาคารที่อยู่ถัดไปสองบล็อก
แต่ที่มุมกระดาษ มีข้อความเล็กๆ เขียนด้วยลายมือที่เร่งรีบว่า:
"ถ้าเธออ่านถึงตรงนี้... แสดงว่าฉันอาจจะตามไปไม่ได้... แผนสำรองสุดท้ายที่แท้จริง อยู่ในปกหลังของสมุด"
อาโออิใช้นิ้วลูบไปที่ปกหนังสีดำหนาๆ ของไดอารี่ เธอรู้สึกถึงวัตถุแข็งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน... มันไม่ใช่ปืน หรือเงิน... แต่มันคือ ชิปหน่วยความจำ ที่บรรจุรหัสผ่านทั้งหมดของ "องค์กร"
ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 (ตะโกนก้องเขตก่อสร้าง):
"แกหนีไม่พ้นหรอก! ส่งมรดกนั่นมา!"
เสียงฝีเท้าของคนร้ายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อาโออิหยุดยืนอยู่ที่หน้าลิฟต์ขนของขนาดยักษ์ของเขตก่อสร้าง เธอต้องเลือกระหว่างการหนีต่อไป หรือการใช้ "มรดก" ในมือเพื่อโต้กลับ
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 81: เขตก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน - ต่อเนื่อง
อาโออิหอบหายใจรัวริน แผ่นหลังของเธอพิงกับผนังลิฟต์ขนของที่เย็นเฉียบ มือของเธอสั่นเทาขณะพยายามแกะปกหลังของสมุดไดอารี่ออก เธอพบชิปหน่วยความจำสีทองเหลืองอร่ามซ่อนอยู่ด้านในตามที่นักฆ่าบอก แต่มันไม่ได้มาแค่ชิป... ข้างๆ กันนั้นยังมี สลักนิรภัยขนาดจิ๋ว ที่เชื่อมต่อกับสายไฟบางเฉียบซึ่งพาดผ่านสันสมุดไปทั่วทั้งเล่ม
"นี่มันไม่ใช่แค่สมุด..." เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความตระหนักรู้ที่น่าหวาดหวั่น "มันคือกับระเบิดเล่มสุดท้าย"
หากใครพยายามกระชากสมุดเล่มนี้ไปจากมือเธอโดยไม่รู้วิธีปลดสลัก ไดอารี่ทั้งเล่ม—รวมถึงข้อมูลและชิป—จะทำลายตัวเองทันที
ฉากที่ 82: ภายในห้องควบคุมสื่อสารชั้น 38 - ต่อเนื่อง
ท่ามกลางหมอกก๊าซฮาลอนที่ขาวโพลน นักฆ่านิรนามและผู้ตรวจสอบคนที่ 1 ปะทะกันด้วยมือเปล่า เสียงปั้นจั่นปะทะเนื้อและเสียงหักของกระดูกดังก้องในความเงียบที่ไร้ออกซิเจน
ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 พยายามใช้ด้ามปืนกระแทกขมับนักฆ่า แต่นักฆ่าเบี่ยงหลบแล้วใช้เทคนิค "ข้อต่อมรณะ" บิดข้อมือศัตรูจนปืนหลุดมือไปในม่านหมอก ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปบนพื้นเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังช็อตจนเกิดประกายไฟ
ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 (เสียงอู้อี้ใต้หน้ากาก):
"แก... แกปกป้องยัยนั่นไม่ได้หรอก... องค์กรมี 'คนเก็บกวาด' อยู่ทั่วทุกมุมเมือง..."
นักฆ่าไม่ตอบ เขาใช้มือซ้ายที่สวมถุงมือขาดวิ่นคว้าคอเสื้อศัตรูไว้ แล้วใช้มือขวาดึง หัวพ่นไฟขนาดจิ๋ว (ที่เขาใช้จุดไม้ขีด) ออกมา เขาไม่ได้ใช้มันเผาศัตรู แต่เขาจ่อมันไปที่ ถังดับเพลิงสำรอง ที่ติดตั้งอยู่ข้างแผงควบคุม
เขารู้ดีว่าความดันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ถังระเบิด และสร้างแรงอัดมหาศาลพอที่จะทะลวงหน้าต่างนิรภัยของห้องนี้ให้แตกออกเพื่อดึงอากาศภายนอกเข้ามา... และเพื่อเป็นทางออกสุดท้ายของเขา
ฉากที่ 83: ลิฟต์ขนของเขตก่อสร้าง - ต่อเนื่อง
กริ๊ก!
เสียงปืนของผู้ตรวจสอบคนที่ 2 จ่อเข้าที่ขมับของอาโออิจากทางด้านข้าง เธอชะงักนิ่งไปพร้อมกับสมุดไดอารี่ในมือที่เผยให้เห็นชิปหน่วยความจำ
ผู้ตรวจสอบคนที่ 2:
"ขอบใจที่หาชิปนั่นให้จนเจอ... ทีนี้ส่งสมุดมา แล้วฉันจะปรานีให้เธอตกไปตายในช่องลิฟต์แทนการโดนเป่าหัว"
อาโออิไม่ได้ส่งสมุดให้ตามคำสั่ง แต่เธอกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากนักฆ่านิรนามอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
อาโออิ:
"นักฆ่าคนนั้นบอกฉันว่า... ข้อมูลจะมีค่าก็ต่อเมื่อมันอยู่ในมือของคนที่รู้วิธีใช้... และเขาก็สอนฉันแล้วว่า สลักระเบิดทำลายตัวเองมันอยู่ตรงไหน"
เธอใช้นิ้วโป้งเกี่ยวสลักที่สันสมุดไว้แน่น หากเธอปล่อยมือ หรือหากเขายิงเธอ สมุดจะระเบิดและทำลายหลักฐานทั้งหมดที่องค์กรต้องการปกป้อง
ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 ชะงักไป แววตาที่เคยนิ่งเฉียบเริ่มฉายแววความกังวล
ฉากที่ 84: บนถนนสายหลักชินจูกุ - เวลาเที่ยงคืนห้านาที
รถตู้สีดำนับสิบคันพุ่งตรงมาที่เขตก่อสร้าง ตำรวจสืบสวนพิเศษและกองกำลังขององค์กรเริ่มเปิดฉากยิงกันกลางเมืองเพื่อชิงตัวอาโออิ ความวุ่นวายกระจายตัวไปทั่วย่านธุรกิจที่สว่างไสว
ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่น เงาร่างหนึ่งพุ่งทะลุหน้าต่างชั้น 38 ลงมา!
นักฆ่านิรนามใช้สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตที่แข็งแรงพิเศษพันรอบเอว เหวี่ยงตัวลงมาจากตึกเหมือนลูกตุ้มยักษ์ ร่างของเขากระแทกผ่านป้ายไฟนีออนจนไฟช็อตแตกกระจาย ก่อนจะเหวี่ยงตัวเข้าไปในรถเครนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเขตก่อสร้างที่อาโออิซ่อนตัวอยู่
เขารีบปีนลงมาตามโครงเหล็ก กระแสเลือดในกายเดือดพล่านด้วยอะดรีนาลีนนัดสุดท้าย เขามองเห็นลิฟต์ขนของที่อาโออิกำลังถูกต้อนให้จนมุม
ฉากที่ 85: ภายในลิฟต์ขนของ - ต่อเนื่อง
"วางสมุดลง!" ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 ตะโกนท่ามกลางเสียงปืนที่ดังมาจากด้านบน
"อาโออิ! หมอบลง!!!"
เสียงคำรามที่คุ้นเคยดังมาจากความมืดด้านบนลิฟต์ อาโออิไม่รอช้า เธอทิ้งตัวลงพื้นพร้อมกอดสมุดไว้นิ่งที่สุด
ปัง! ปัง! ปัง!
นักฆ่านิรนามที่โหนตัวลงมาด้วยมือเดียว สาดกระสุนจากปืน Walther PPK ที่เขาเก็บคืนมาได้เข้าใส่ไหล่และขาของผู้ตรวจสอบคนที่ 2 จนล้มคว่ำลง นักฆ่าทิ้งตัวลงบนพื้นลิฟต์ข้างตัวอาโออิ สภาพของเขาเหมือนปีศาจที่กลับมาจากนรก แต่สายตาที่มองเธอยังคงมั่นคง
นักฆ่านิรนาม:
"แผนสำรองที่ 105... 'การหายตัวไปท่ามกลางแสงไฟ' "
เขาคว้าสมุดจากมือเธอมา แล้วเสียบชิปเข้ากับเครื่องส่งสัญญาณความถี่วิทยุที่เขาถือมาด้วย เขาไม่ได้จะทำลายมัน... แต่เขากำลังจะ "ถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่โดรนขนาดเล็ก" ที่บินอยู่รอบตึกนับร้อยลำ ซึ่งเขาตั้งเวลาให้กระจายตัวออกไปทั่วโตเกียว
"ถ้าพวกมันฆ่าเรา ข้อมูลจะถูกปล่อย... ถ้าพวกมันปล่อยเรา ข้อมูลจะถูกลบ" นักฆ่ากระซิบ "แต่นั่นคือสิ่งที่ฉันบอกพวกมัน..."
เขาหันไปมองอาโออิ แล้วยัดกระดาษแผ่นเล็กๆ เข้าไปในมือเธอ
นักฆ่านิรนาม:
"นี่คือรหัสเปิดบัญชีธนาคารที่มีเงินพอจะซื้อเกาะได้ทั้งเกาะ... แต่อย่าเพิ่งใช้จนกว่าจะถึงเวลา"
ทันใดนั้น ลิฟต์ขนของเริ่มเคลื่อนที่ขึ้นสู่ด้านบน แต่ไม่ใช่ฝีมือของพวกเขา... แต่เป็นฝีมือของ 'ผู้ตรวจสอบคนที่ 3' ที่นั่งรออยู่ที่ห้องควบคุมปั้นจั่น!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 86: ภายในลิฟต์ขนของที่กำลังทะยานขึ้น - ต่อเนื่อง
ลิฟต์กระชากตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนร่างของนักฆ่านิรนามและอาโออิกระแทกเข้ากับขอบตะแกรงเหล็ก ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 ที่นอนบาดเจ็บอยู่พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าปืน แต่นักฆ่าใช้เท้าเตะอาวุธนั่นร่วงลงสู่ช่องลิฟต์ที่ลึกสุดลูกหูลูกตาเบื้องล่าง
นักฆ่าเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน เขาเห็นเงาร่างของ ผู้ตรวจสอบคนที่ 3 ยืนอยู่บนแท่นบังคับปั้นจั่นเหนือช่องลิฟต์ แสงสปอตไลท์จากไซต์ก่อสร้างทำให้ร่างนั้นดูเหมือนพยายมที่กำลังดึงวิญญาณพวกเขาขึ้นสู่ลานประหาร
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ... จับราวไว้ให้แน่น! พวกมันจะหยุดลิฟต์กะทันหันเพื่อให้เราเสียหลัก!"
ฉึด!
เป็นไปตามคาด ลิฟต์หยุดกะทัดหันที่ความสูงกว่า 50 เมตร ร่างของทั้งคู่ลอยหวือขึ้นตามแรงเฉื่อย นักฆ่ารีบใช้แขนข้างที่ยังพอมีแรงโอบรัดตัวอาโออิไว้กับเสาเหล็กกลางลิฟต์
ฉากที่ 87: แท่นบังคับปั้นจั่นเหนือเขตก่อสร้าง - ต่อเนื่อง
ผู้ตรวจสอบคนที่ 3 สวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาขัดกับสภาพแวดล้อมที่สกปรก เขาสวมหูฟังบลูทูธและกำลังคุยกับใครบางคนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ผู้ตรวจสอบคนที่ 3:
"พบ 'นิรนาม' และพยานแล้ว กำลังจะทำการ 'กำจัดทิ้งทั้งระบบ' ... ยืนยันรหัสทำลายล้าง: ซีโร่-วัน"
เขากดปุ่มสีแดงบนแผงควบคุม ไม่ใช่เพื่อเดินเครื่องลิฟต์ แต่เพื่อสั่งให้ "สลักล็อกเคเบิล" ดีดตัวออก!
กึก! กึก! กึก!
เสียงโลหะขัดกันดังสนั่น สายสลิงขนาดใหญ่เริ่มรูดออกจากรอกทีละเส้น ลิฟต์เริ่มสั่นสะเทือนและเอียงวูบไปข้างหนึ่ง
ฉากที่ 88: ภายในลิฟต์ที่กำลังจะร่วง - ต่อเนื่อง
อาโออิ (ตะโกนแข่งกับเสียงลม):
"สายสลิงจะขาดแล้ว! เราต้องกระโดด!"
นักฆ่านิรนาม:
"ยังก่อน! ถ้ากระโดดตอนนี้สไนเปอร์ข้างนอกจะเก็บเราทันที... รอจังหวะที่ฉันบอก!"
นักฆ่าคว้าสมุดไดอารี่ที่อาโออิถือไว้มาเปิดหน้ากลาง เขาฉีกหน้ากระดาษที่มี แผนผังความร้อน ออกมา แล้วแปะมันเข้ากับแบตเตอรี่สำรองที่เหลืออยู่ เขาพึมพำกับตัวเอง: "แผนสำรองที่ 106... 'ร่มชูชีพจากเงามืด' "
เขาหยิบแผ่นพลาสติกโพลีเมอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้คลุมเครื่องจักรในลิฟต์มาพันรอบเอวเขาและอาโออิเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา
นักฆ่านิรนาม:
"นับหนึ่งถึงสาม... แล้วฉันจะตัดสายสลิงเอง!"
ฉากที่ 89: ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือชินจูกุ - ต่อเนื่อง
เคร้ง!!!
นักฆ่าใช้กระสุนนัดสุดท้ายใน Walther PPK ยิงอัดเข้าที่รอยแตกของรอกสายสลิง ลิฟต์หลุดจากรางและร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างทันที!
ท่ามกลางแรงจี (G-force) ที่กดทับ นักฆ่าดีดตัวออกจากลิฟต์พร้อมกับอาโออิในจังหวะที่ลิฟต์ร่วงผ่านชั้นที่มีนั่งร้านขนาดใหญ่ เขาใช้มือที่สวมถุงมือเหล็กคว้าขอบนั่งร้านไว้ได้เพียงเสี้ยววินาทีเพื่อชะลอความเร็ว ก่อนจะปล่อยตัวลงสู่ตาข่ายกันฝุ่นขนาดมหึมาที่ขึงอยู่ด้านข้างตึก
พรึ่บ!
ตาข่ายรับร่างของทั้งคู่ไว้ได้ แต่มันกลับไม่หยุดอยู่แค่นั้น แรงดึงทำให้นั่งร้านส่วนหนึ่งถล่มลงมาทับพวกเขา ผู้ตรวจสอบคนที่ 3 มองลงมาจากข้างบนด้วยสายตาเหยียดหยาม เขาหยิบระเบิดมือออกมาและดึงสลักเตรียมจะโยนลงมาปิดฉาก
ฉากที่ 90: บนตาข่ายกันฝุ่น - ต่อเนื่อง
อาโออิสะบัดตัวออกจากกองผ้าคลุม เธอเห็นระเบิดที่กำลังจะถูกโยนลงมา เธอเหลือบไปเห็น ปืนยิงตะปูไฟฟ้า ที่วางทิ้งไว้บนนั่งร้านใกล้ๆ
เธอไม่รอให้นักฆ่าสั่ง อาโออิกระโจนไปคว้าปืนยิงตะปู เล็งขึ้นไปที่แท่นบังคับปั้นจั่นด้วยทักษะการกะระยะที่เธอแอบเรียนรู้จากการสังเกตนักฆ่ามาตลอดทั้งวัน
ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!
ตะปูเหล็กยาว 4 นิ้วพุ่งเจาะเข้าที่แผงวงจรควบคุมไฟสปอตไลท์เหนือหัวผู้ตรวจสอบคนที่ 3 จนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรระเบิดใส่หน้าเขา ระเบิดมือหลุดจากมือและตกลงไปในห้องควบคุมปั้นจั่นแทน!
บึ้มมมมม!!!
ปั้นจั่นยักษ์ระเบิดเสียงดังสนั่นและเริ่มเอนเอียงลงมาทิศทางที่พวกเขานอนอยู่
นักฆ่านิรนาม (คว้าร่างอาโออิ):
"วิ่ง!!! ไปที่ท่อระบายน้ำทิ้งฝั่งทิศตะวันออก!"
ขณะที่พวกเขากำลังจะมุดลงท่อระบายน้ำ... แสงไฟสีเขียวประหลาดก็วาบขึ้นมาจากสมุดไดอารี่ที่ตกอยู่บนพื้น ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษที่โดนความร้อนจากระเบิด:
"ผู้ตรวจสอบคนที่ 3 เป็นแค่เหยื่อล่อ... ตัวจริงนั่งอยู่ในรถคันที่เธอขโมยมา"
อาโออิชะงัก... เธอจำได้ว่าเธอยังไม่ได้ทำลาย โทรศัพท์มือถือ ที่เชื่อมต่อกับบลูทูธในรถส่งจดหมายคันนั้น!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 91: หน้าปากท่อระบายน้ำทิ้ง - ต่อเนื่อง
อาโออิยืนนิ่งค้างเหมือนถูกสาป เสียงระเบิดของปั้นจั่นยังดังก้องอยู่ในหู แต่ความหนาวเหน็บที่แล่นพล่านในใจกลับน่ากลัวกว่า เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วพบว่าโทรศัพท์มือถือที่เธอหยิบติดมือมาจากรถส่งจดหมายกำลังส่องแสงสว่างวาบ หน้าจอแสดงสถานะ "Connected" พร้อมพิกัด GPS ที่ระบุตำแหน่งของเธออย่างแม่นยำ
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ! ทิ้งมันไป! เดี๋ยวนี้!"
เธอกำลังจะเหวี่ยงโทรศัพท์ทิ้งลงไปในกองเพลิง แต่ทันใดนั้น เสียงนุ่มนวลที่ฟังดูสุภาพทว่าแฝงความอำมหิตก็ดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์โดยที่เธอไม่ได้กดรับสาย
เสียงจากโทรศัพท์:
"อย่าเพิ่งทิ้งสิครับ... ผมอุตส่าห์ส่ง 'ของขวัญ' ไปรอที่ปลายอุโมงค์นั่นแล้วนะ"
ฉากที่ 92: ภายในท่อระบายน้ำทิ้งใต้ดิน - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามกระชากโทรศัพท์จากมืออาโออิแล้วบดมันจนละเอียดด้วยส้นเท้า แต่มันสายเกินไป เขาพยุงร่างกายที่โชกเลือดพาเธอวิงฝ่าความมืดเข้าไปในอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ กลิ่นอับชื้นและเสียงน้ำไหลวนสร้างบรรยากาศที่น่าขนลุก
เขาหยุดพักที่ทางแยกรูปตัวที (T) แสงไฟจากกระบอกไฟฉายจิ๋วในมือเขาสั่นไหวตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด
นักฆ่านิรนาม (เสียงแหบ):
"แผนสำรองที่ 107... 'ทางผ่านลวงตา' ... อาโออิ ฟังนะ พวกมันไม่ได้ต้องการแค่สมุด แต่มันต้องการ 'รหัสเสียง' ของเธอเพื่อเปิดเซิร์ฟเวอร์สุดท้ายขององค์กร"
อาโออิ (ตกใจ):
"รหัสเสียงของฉัน? แต่ฉันเป็นแค่พนักงานพากย์เสียง..."
นักฆ่านิรนาม:
"นั่นแหละคือเหตุผลที่พวกมันเลือกเธอ... เสียงของเธอคือ 'กุญแจ' ที่ถูกโปรแกรมไว้ตั้งแต่เด็กโดยที่เธอไม่รู้ตัว พ่อของเธอ... เคยเป็นหัวหน้าโปรแกรมเมอร์ขององค์กร"
ความจริงที่พรั่งพรูออกมาทำให้อาโออิตัวสั่น เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมชีวิตที่แสนธรรมดาของเธอถึงพังทลายลงในคืนเดียว
ฉากที่ 93: ลึกเข้าไปในอุโมงค์ - ต่อเนื่อง
จู่ๆ เสียงเพลงคลาสสิกแผ่วเบาก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงจากลำโพง แต่มันคือเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณที่ตั้งอยู่กลางอุโมงค์
ที่นั่น... ชายในชุดสูทสีเทาเกลี้ยงเกลาที่อาโออิเห็นที่ลานจอดรถ (ผู้ตรวจสอบคนที่ 1 ที่เธอคิดว่านักฆ่าจัดการไปแล้ว หรืออาจจะเป็นฝาแฝด) นั่งอยู่บนเก้าอี้พับลวดลายวิจิตร ในมือถือแก้วไวน์สีแดงเข้ม
ผู้ตรวจสอบ:
"เซอร์ไพรส์ไหม 'นิรนาม'? การมีชีวิตอยู่ของแกมันเกินงบประมาณที่ฉันตั้งไว้มากจริงๆ"
เขาวางแก้วไวน์ลง แล้วดีดนิ้วหนึ่งครั้ง แสงสปอตไลท์จากโดรนจิ๋วนับสิบตัวที่บินเงียบๆ อยู่บนเพดานอุโมงค์สาดลงมาล้อมรอบทั้งคู่ไว้
ฉากที่ 94: การประจันหน้าใต้ดิน - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามดันอาโออิไปไว้ข้างหลัง เขาชัก มีดสั้นใบหยัก ออกมาถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม แม้ร่างกายจะแทบยืนไม่อยู่ แต่สัญชาตญาณนักฆ่ายังคงแหลมคม
ผู้ตรวจสอบ:
"ไม่ต้องฝืนหรอก ยาระงับปวดของแกกำลังจะหมดฤทธิ์ในอีก 3 นาที... หลังจากนั้นแกจะขยับนิ้วไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ส่งตัว 'กุญแจ' มาให้ฉัน แล้วฉันจะให้แกตายในฐานะตำนาน"
นักฆ่านิรนาม:
"ตำนาน... ไม่เคยตายง่ายๆ แบบนั้น"
เขาหยิบ สมุดไดอารี่ ขึ้นมา แล้วจุดไฟแช็กจ่อไปที่สันสมุดซึ่งบรรจุระเบิดทำลายตัวเองไว้
นักฆ่านิรนาม:
"ถอยไป... ไม่อย่างนั้น 'กุญแจ' และ 'บัญชีดำ' จะหายไปพร้อมกันที่นี่"
ฉากที่ 95: วินาทีวิกฤต - ต่อเนื่อง
ผู้ตรวจสอบยิ้มอย่างใจเย็น เขาไม่ได้ขยับตัว แต่โดรนจิ๋วบนเพดานเริ่มเปลี่ยนโหมด เลเซอร์สีแดงนับสิบเส้นเล็งไปที่จุดตายบนตัวนักฆ่าและอาโออิ
ผู้ตรวจสอบ:
"แกไม่กล้าหรอก... เพราะถ้าแกทำ ยัยเด็กนี่ก็ต้องตายไปด้วย แผนของแกคือ 'การปกป้อง' ไม่ใช่หรือไง?"
ในจังหวะที่สถานการณ์ถึงทางตัน อาโออิกลับก้าวออกมาข้างหน้านักฆ่า เธอหยิบสมุดไดอารี่มาจากมือเขา แล้วจ้องมองไปที่ผู้ตรวจสอบด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
อาโออิ:
"คุณบอกว่าเสียงของฉันคือ 'กุญแจ' ใช่ไหม? งั้นลองฟัง 'คำสั่ง' นี้ดูหน่อยเป็นไง?"
เธอสูดลมหายใจลึก ใช้ทักษะการดัดเสียงระดับสูงที่เธอฝึกฝนมาทั้งชีวิต เลียนแบบน้ำเสียงและคลื่นความถี่ของผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่เธอเคยได้ยินในไฟล์เสียงลับ
อาโออิ (เสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและทรงอำนาจ):
"รหัสอนุมัติ: โอเมก้า-ไนน์... สั่งการโดรนทุกตัว... ทำลายเป้าหมายเบื้องหน้า!"
โดรนจิ๋วที่เคยเล็งมาที่พวกเธอ หมุนควงสว่านกลับไปหาผู้ตรวจสอบในพริบตา!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 96: ภายในอุโมงค์ระบายน้ำ - ต่อเนื่อง
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะก่อนที่เสียงเครื่องยนต์ใบพัดขนาดเล็กจะคำรามลั่น โดรนจิ๋วนับสิบเครื่องหันเหวิถีเลเซอร์จากหน้าอกของนักฆ่า พุ่งเป้าไปที่ ผู้ตรวจสอบ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พับ แววตาที่เคยนิ่งเฉียบของชายชุดสูทสีเทาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ผู้ตรวจสอบ:
"เป็นไปไม่ได้... รหัสนั่นมัน..."
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
กระสุนขนาดไมโครจากโดรนพุ่งเข้าใส่พื้นที่รอบตัวผู้ตรวจสอบจนฝุ่นปูนฟุ้งกระจาย เขาต้องกระโดดหลบลงไปหลังแผ่นคอนกรีตอย่างเสียลุค นักฆ่านิรนามอาศัยจังหวะที่ระบบป้องกันของศัตรูตีกันเอง คว้าข้อมืออาโออิแล้วออกวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที
นักฆ่านิรนาม (กระซิบขณะวิ่ง):
"เธอ... เลียนแบบเสียงนั่นได้ยังไง?"
อาโออิ (หอบ):
"ฉันฟังมันซ้ำไปซ้ำมาจากไฟล์ที่ยอดตึก... ฉันคือนักพากย์นะ ลืมไปแล้วเหรอ!"
ฉากที่ 97: ทางแยกใต้ดินที่มืดมิด - ต่อเนื่อง
พวกเขาวิ่งลึกเข้ามาจนถึงส่วนที่เป็นทางระบายน้ำเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน ผนังเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและความชื้น นักฆ่าทรุดตัวลงพิงผนังทันทีที่พ้นระยะสายตาของโดรน ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม ยาระงับปวดหมดฤทธิ์ลงอย่างสมบูรณ์ ความเจ็บปวดมหาศาลจู่โจมจนเขาแทบจะหมดสติ
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ... แผนสำรองที่ 108... 'กุญแจที่แท้จริง' "
เขาชี้ไปที่สมุดไดอารี่ในมือเธอ
"สมุดนั่น... มันมีกลไกซ่อนอยู่ที่สัน... ถ้าเธอบิดมันสามครั้งทางขวาและกดลง... มันจะกลายเป็นเครื่องส่งสัญญาณรบกวนถาวรที่จะลบข้อมูลทุกอย่างในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร... รวมถึงชิปที่คอเธอ... ไม่ใช่สิ ชิปที่เธอเคยมี และข้อมูลในโดรนพวกนั้นด้วย"
อาโออิมองสมุดในมือ "แต่นั่นหมายความว่าคุณจะไม่มีหลักฐานไปต่อรองกับองค์กรอีกแล้วนะ!"
ฉากที่ 98: เสียงฝีเท้าในความมืด - ต่อเนื่อง
เสียงเพลงคลาสสิกเริ่มดังแว่วมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดังมาจากลำโพงของโดรนที่กำลังค้นหาพวกเขา ผู้ตรวจสอบเดินตามมาอย่างช้าๆ ในมือถือปืนไรเฟิลจู่โจมขนาดกะทัดรัด เขารู้ดีว่านักฆ่าไปไหนไม่ได้ไกล
ผู้ตรวจสอบ:
"การแสดงจบลงแล้วอาโออิ! เสียงที่เธอเลียนแบบน่ะ มันมีรหัสยืนยันตัวตนชั้นที่สอง... และโดรนพวกนั้นเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก"
แสงเลเซอร์สีแดงเริ่มกวาดผ่านปากทางเข้ารูระบายน้ำที่พวกเขาสะบักสะบอมอยู่
ฉากที่ 99: วินาทีตัดสินใจ - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามพยายามยันตัวลุกขึ้น เขาหยิบไม้ขีดไฟที่เปียกชื้นขึ้นมาพยายามจะจุด แต่มันไม่ติด เขาหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างแห้งแล้ง
"อาโออิ... ส่งสมุดนั่นมาให้ฉัน เธอวิ่งไปที่บันไดเหล็กทางซ้าย... มันจะทะลุออกไปที่ศาลเจ้าเล็กๆ กลางเมือง"
อาโออิ:
"แล้วคุณล่ะ?"
นักฆ่ามองตาเธอ แววตาของเขาในวินาทีนี้ไม่ใช่ของนักฆ่า แต่เป็นของคนที่กำลังจะทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์
"ฉันคือเป้าหมายที่ยี่สิบ... และเป้าหมายสุดท้ายคือการทำให้เธอกลายเป็นคนที่ 'ไม่มีตัวตน' สำหรับพวกมัน"
เขารับสมุดคืนมา บิดสันสมุดตามที่บอก เสียงกลไกภายในดัง คลิก... ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ตำรวจและเสียงไซเรนดังกระหึ่มจากด้านบนตึกเหนืออุโมงค์ ตำรวจสืบสวนพิเศษกำลังทลายทางเข้าใต้ดินเข้ามาจากทุกทิศทาง องค์กรและกฎหมายกำลังจะปะทะกันโดยมีพวกเขาอยู่ตรงกลาง
ฉากที่ 100: ปากทางบันไดเหล็ก - ต่อเนื่อง
อาโออิปีนขึ้นไปบนบันไดเหล็ก เธอหันกลับมามองนักฆ่านิรนามที่นั่งนิ่งอยู่ในเงาข้างล่าง แสงเลเซอร์สีแดงจากโดรนสาดเข้ามาใกล้ร่างของเขาเรื่อยๆ
นักฆ่านิรนาม:
"อย่าลืมนะอาโออิ... ในไดอารี่หน้า 109... ฉันเขียนเบอร์โทรศัพท์ร้านราเมงที่อร่อยที่สุดในโตเกียวไว้... ถ้าเธอรอดไปได้... ไปกินซะ"
เขากดปุ่มทำลายล้างบนสมุดไดอารี่ แสงสีฟ้าหม่นเริ่มส่องประกายออกมาจากสันสมุด พร้อมเสียงสัญญาณเตือนความถี่สูงที่ทำให้แก้วหูแทบระเบิด
ผู้ตรวจสอบพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมปืนในมือ แต่เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นนักฆ่านิรนามนั่งยิ้มพร้อมกับสมุดที่กำลังจะกลายเป็นระเบิดข้อมูลมหาศาล
นักฆ่านิรนาม:
"ลาก่อน... คู่สัญญา"
บึ้มมมมมม!!!!
แรงอัดมหาศาล (ที่ไม่ใช่ระเบิดเพลิงแต่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) กระแทกจนทุกอย่างดับวูบลง อาโออิถูกแรงอัดส่งตัวขึ้นไปตามท่อเหล็กจนทะลุออกสู่พื้นดินเบื้องบน...
เธอนอนหอบอยู่บนพื้นหญ้าหน้าศาลเจ้าเก่าแก่ใจกลางชินจูกุ แสงแดดแรกของวันเริ่มจับขอบฟ้า ท่ามกลางความเงียบสงัด เธอพบว่าในมือของเธอไม่ได้มีสมุดไดอารี่เล่มใหญ่เล่มนั้นอีกต่อไป...
แต่มีเพียง ก้านไม้ขีดไฟเพียงก้านเดียว ที่ยังไม่ถูกจุด ซึ่งนักฆ่าแอบยัดใส่มือเธอไว้ตอนที่ส่งเธอขึ้นบันได
เธอมองไปที่ก้านไม้ขีดนั่น แล้วพลิกดูที่ตัวไม้... มีตัวเลขขนาดจิ๋วถูกสลักไว้ด้วยปลายมีด: "01-01-2026"
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 101: บริเวณศาลเจ้าใจกลางชินจูกุ - เวลาเช้าตรู่
เสียงระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP) จากใต้ดินยังคงทำให้หูของ ยูคิ อาโออิ อื้ออึง แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องลงมาดูไม่เข้ากับความโหดร้ายที่เธอเพิ่งผ่านมา เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง เสื้อผ้าขาดวิ่นและเปื้อนคราบเขม่า เธอกำก้านไม้ขีดที่มีตัวเลข "01-01-2026" ไว้แน่น ราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับชายคนนั้น
เธอมองไปรอบๆ ลานศาลเจ้าที่เงียบสงบ ไม่มีร่องรอยของนักฆ่า ไม่มีร่องรอยของผู้ตรวจสอบ มีเพียงฝาปิดท่อระบายน้ำเหล็กกล้าที่บิดเบี้ยวจากแรงอัดเบื้องล่าง
อาโออิพยายามตั้งสติ ตัวเลขบนก้านไม้ขีด... มันคือวันที่ของวันนี้! 1 มกราคม 2026 วันขึ้นปีใหม่ที่ควรจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ แต่มันหมายถึงอะไรกันแน่? เป็นรหัสผ่าน? พิกัด? หรือเป็นเพียงการย้ำเตือนว่าเธอมีชีวิตรอดมาถึงวันแรกของปี?
ฉากที่ 102: ห้องควบคุมใต้ดินที่พังพินาศ - ต่อเนื่อง
ควันจางๆ ลอยคลุ้งอยู่เหนือแผงวงจรที่ไหม้เกรียม ผู้ตรวจสอบ นอนสลบเหมือดอยู่ห่างออกไปเพราะแรงกระแทก แสงไฟฉุกเฉินสีแดงกระพริบช้าๆ เป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะดับสนิท
ที่มุมห้อง... ร่างของนักฆ่านิรนามหายไปแล้ว เหลือเพียงรอยเลือดที่ลากยาวไปทางช่องระบายอากาศสำรองที่ซ่อนอยู่หลังกองตู้เหล็ก สมุดไดอารี่เล่มสำคัญบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ไร้ข้อมูล แต่นักฆ่ารู้ดีว่า "ความทรงจำ" ของเขาไม่ได้อยู่ในสมุด แต่มันอยู่ในทุกก้าวของแผนการที่เขาวางไว้ล่วงหน้าหลายปี
เขาตะเกียกตะกายผ่านอุโมงค์มืด บาดแผลที่สีข้างเริ่มกลับมาเจ็บปวดอย่างรุนแรงอีกครั้งเมื่ออะดรีนาลีนหมดฤทธิ์ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องสุดท้าย (เครื่องสำรองของสำรอง) ออกมา หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ: [เป้าหมายที่ 20: สถานะ - ยังไม่สิ้นสุด]
ฉากที่ 103: ย่านการค้าชินจูกุ - เวลาแปดโมงเช้า
อาโออิเดินปะปนไปกับกลุ่มฝูงชนที่เริ่มออกมาฉลองวันปีใหม่ เธอสวมเสื้อคลุมยาวที่ขโมยมาจากราวตากผ้าเพื่อปกปิดรอยเลือด เธอเดินมาจนถึงร้านราเมงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตรอกลึกตามที่นักฆ่าบอก ร้านที่มีป้ายไม้เก่าๆ เขียนว่า "นกอินทรีสีเงิน"
เธอก้าวเข้าไปข้างใน กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูหอมอบอวลช่วยปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำ เจ้าของร้านเป็นชายชราสายตาฝ้าฟางที่กำลังเช็ดโต๊ะอย่างใจเย็น เขาเงยหน้าขึ้นมองอาโออิแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง
เจ้าของร้าน:
"ปีใหม่ปีนี้... มีแขกมาหาคนแรกเลยนะ แม่หนู... จะรับอะไรดี? หรือจะรับ 'เมนูพิเศษ' ที่ต้องจ่ายด้วยไม้ขีดไฟ?"
อาโออิหัวใจเต้นแรง เธอค่อยๆ วางก้านไม้ขีดนั้นลงบนเคาน์เตอร์ไม้ ชายชราหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูตัวเลข 01-01-2026 แล้วพยักหน้าช้าๆ
ฉากที่ 104: หลังร้านราเมง - ต่อเนื่อง
ชายชราเดินนำอาโออิเข้าไปในห้องเก็บของหลังร้าน เขาผลักลังไม้ใบใหญ่ออก เผยให้เห็นบันไดทางลงสู่ห้องลับใต้ดินที่ทันสมัยผิดกับหน้าร้าน ภายในห้องนั้นมีหน้าจอมอนิเตอร์นับสิบเครื่องที่กำลังดักฟังความเคลื่อนไหวของกรมตำรวจและองค์กร
ชายชรา:
"เจ้านั่นบอกว่าถ้ามีคนส่งไม้ขีดนี้ให้ แสดงว่าเขาอาจจะมาช้า... หรืออาจจะไม่มาอีกเลย"
เขาส่งแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งให้อาโออิ บนหน้าจอคือแผนที่โลกพร้อมจุดสีเขียวที่กำลังกระพริบอยู่ในย่านอาคิฮาบาระ
ชายชรา:
"เขาทิ้ง 'ของขวัญปีใหม่' อีกชิ้นไว้ให้เธอที่นั่น... มันคือตัวตนใหม่ของเธอ ยูคิ อาโออิ... แต่ก่อนจะไป เธอต้องดูนี่"
ชายชราเปิดไฟล์วิดีโอหนึ่งขึ้นมา มันคือภาพจากกล้องหน้ารถส่งจดหมายที่เธอขับชนเสาไฟฟ้า ในจังหวะที่รถกระแทก... มีเงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากเงามืดข้างทางด่วนและลากตัว ผู้ตรวจสอบคนที่ 2 ออกไปจากซากรถก่อนที่จะเกิดระเบิด เงาร่างนั้นสวมแจ็คเก็ตหนังสีเข้มและมีท่าทางการเคลื่อนไหวที่อาโออิจำได้ติดตา
เขายังไม่ตาย... และเขากำลังทำความสะอาด "งานที่เหลือ"
ฉากที่ 105: สถานีรถไฟอาคิฮาบาระ - เวลาเก้าโมงครึ่ง
อาโออิเดินทางมาถึงสถานีตามพิกัด เธอเดินไปที่ล็อคเกอร์หมายเลข 1109 (เลขหน้าไดอารี่ที่เขาบอก) เธอใช้รหัสจากวันที่ 01012026 เปิดมันออก
ภายในล็อคเกอร์มี:
* พาสปอร์ตเล่มใหม่ในชื่อ "นานามิ ฮารุกะ"
* ตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวบินบ่ายวันนี้
* และ ไม้ขีดไฟก้านใหม่ ที่มีหัวไม้ขีดสีแดงสด
แต่ขณะที่เธอกำลังจะปิดล็อคเกอร์ มือข้างหนึ่งที่สวมถุงมือหนังสีดำก็เอื้อมมาจับประตูล็อคเกอร์ไว้จากด้านหลัง อาโออิสะดุ้งสุดตัวและกำลังจะร้องเรียก แต่เธอก็ได้กลิ่นหอมจางๆ ของยาสูบและน้ำมันปืนที่คุ้นเคย
เสียงทุ้มต่ำ (กระซิบข้างหู):
"เครื่องบินกำลังจะออก... แต่เธอยังมีเวลาพอจะกินราเมงอีกชามนะ"
เธอหันกลับไปมอง แต่เห็นเพียงแผ่นหลังของชายที่สวมเสื้อโค้ทสีดำเดินหายเข้าไปในฝูงชนทิ้งไว้เพียงควันจากไม้ขีดไฟที่เพิ่งถูกจุด... และในมือของเธอตอนนี้มีกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขาแอบยัดไว้ให้ในจังหวะที่เดินผ่าน
ข้อความในกระดาษ:
"ผู้ตรวจสอบคนสุดท้าย... คือคนที่ส่งพาสปอร์ตนี้ให้เธอ อย่าเพิ่งไปที่เกต"
อาโออิชะงัก เธอเริ่มมองไปรอบๆ สถานีอาคิฮาบาระที่มีผู้คนนับพัน... ใครคือเพื่อน? ใครคือศัตรู? และนักฆ่านิรนามกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่?
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 106: สถานีรถไฟอาคิฮาบาระ - ต่อเนื่อง
อาโออิยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกระแสฝูงชนที่เดินขวักไขว่ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก คำเตือนในกระดาษแผ่นนั้นทำให้อากาศรอบตัวเธอดูหนาวเยือกขึ้นมาทันที
"ผู้ตรวจสอบคนสุดท้าย... คือคนที่ส่งพาสปอร์ตนี้ให้เธอ"
เธอหันกลับไปมองที่ล็อคเกอร์หมายเลข 1109 อีกครั้ง พาสปอร์ตชื่อ "นานามิ ฮารุกะ" วางอยู่นิ่งๆ ในนั้น ใครเป็นคนเอามาวางไว้? ชายชราที่ร้านราเมง? หรือองค์กรแอบสวมรอยแผนการของนักฆ่า? เธอเริ่มตระหนักว่า หากเธอเดินไปที่เกตสนามบินตามคำแนะนำในตอนแรก เธออาจจะเดินเข้าสู่กรงขังที่ไม่มีทางออก
เธอตัดสินใจทิ้งพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินใบนั้นไว้ในล็อคเกอร์ แล้วก้าวเท้าเดินตามทิศทางที่ชายเสื้อโค้ทสีดำเพิ่งเดินหายไป เธอไม่ได้วิ่ง แต่ใช้วิธีเดินตาม "จังหวะ" ที่เขาเคยสอนในไดอารี่—การเดินให้กลมกลืนกับฝูงชน แต่สายตาต้องคมกริบดั่งเหยี่ยว
ฉากที่ 107: ตรอกข้างสถานีอาคิฮาบาระ - เวลาสิบโมงเช้า
เธอเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มือสอง ที่นั่นเธอเห็นเขา... นักฆ่านิรนามยืนพิงกำแพงอิฐเก่าๆ เขาสวมหมวกแก๊ปสีดำปิดบังใบหน้าซีกซ้ายที่มีรอยแผลเป็นจากระเบิด มือของเขากำลังจุดไม้ขีดไฟก้านใหม่จากกล่องที่เธอเพิ่งได้รับมา
นักฆ่านิรนาม (พูดโดยไม่หันมามอง):
"ช้าไปสามวินาที... แต่ถือว่าสอบผ่านที่สังเกตเห็นข้อความในกระดาษ"
อาโออิ:
"นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? ชายชราคนนั้นทำงานให้พวกมันเหรอ?"
นักฆ่านิรนาม:
"เปล่า... เขาทำงานให้ฉัน แต่เขาถูก 'บังคับ' ให้ส่งของชิ้นนั้นให้เธอ องค์กรเปลี่ยนรหัสผ่านพาสปอร์ตดิจิทัลให้เป็นเครื่องส่งสัญญาณติดตามตัวทันทีที่เธอสแกนที่สนามบิน... ถ้าเธอไปที่นั่น ทุกอย่างจะจบ"
เขาหันมาหาเธอ แววตาของเขาดูเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ฉากที่ 108: ร้านซ่อมอุปกรณ์สื่อสารใต้ดิน - ต่อเนื่อง
นักฆ่าพาอาโออิมุดเข้าไปในร้านซ่อมวิทยุเล็กๆ ที่ดูเหมือนรังหนู เขาปิดประตูเหล็กม้วนลงและล็อกกลอนแน่นหนา เขาหยิบโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งออกมาแล้วเสียบชิปหน่วยความจำที่อาโออิเก็บมาจากปกสมุดไดอารี่
นักฆ่านิรนาม:
"ข้อมูลในนี้ไม่ใช่แค่บัญชีดำ... แต่มันคือ 'โปรโตคอลล้างกระดาน' ถ้าฉันอัปโหลดมันเข้าสู่เครือข่ายหลักขององค์กร ระบบการเงินและฐานข้อมูลสายลับทั้งหมดของพวกมันจะถูกแช่แข็ง"
อาโออิ:
"งั้นก็รีบทำสิคะ! เราจะได้จบเรื่องนี้เสียที"
นักฆ่านิรนาม:
"มันทำไม่ได้จากที่นี่... รหัสชุดสุดท้ายต้องถูกป้อนผ่านเทอร์มินัลหลักที่ตั้งอยู่ใน 'หอคอยโตเกียวเมโทรโพลิแทน' และที่นั่นคือที่ที่ผู้ตรวจสอบคนสุดท้ายรออยู่"
เขาหยุดพูดแล้วมองไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ของร้าน ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดข่าวเช้า ภาพที่ปรากฏคือเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงกำลังแถลงข่าวการจับกุมผู้จ้างวานคนแรกและคนที่สอง... แต่คนที่เป็นคนแถลงข่าวกลับคือชายที่อาโออิเห็นที่ร้านราเมงในคราบของ "ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนพิเศษ"
ฉากที่ 109: ภายในร้านซ่อม - ต่อเนื่อง
อาโออิอ้าปากค้าง ชายชราที่ดูใจดีคนนั้นคือเบอร์ใหญ่ของตำรวจ... และอาจจะเป็นเบอร์ใหญ่ขององค์กรด้วย
นักฆ่านิรนาม:
"แผนสำรองที่ 110... 'การเจรจาในแดนประหาร' ... อาโออิ ฉันต้องให้เธอทำหน้าที่ที่ยากที่สุด"
เขาส่งไมโครโฟนไร้สายขนาดจิ๋วให้เธอ พร้อมกับชุดแต่งกายใหม่ที่ดูเหมือนพนักงานทำความสะอาดของตึกราชการ
นักฆ่านิรนาม:
"เธอต้องเข้าไปที่นั่นในฐานะ 'คนแปลกหน้า' ใช้เสียงของเธอพากย์เป็นคนพนักงานคนไหนก็ได้ที่คุณเจอ แล้วเข้าไปที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้น 52 ส่วนฉัน... ฉันจะเดินเข้าประตูหน้าในฐานะ 'เป้าหมายที่ยี่สิบ' เพื่อดึงความสนใจทั้งหมดมาที่ฉัน"
ฉากที่ 110: หน้าหอคอยโตเกียวเมโทรโพลิแทน - เวลาเที่ยงตรง
แสงแดดจ้าสะท้อนกับกระจกตึกสูงเสียดฟ้า นักฆ่านิรนามในชุดสูทสีดำเต็มยศ (ชุดเดียวกับฉากเปิดเรื่องในโรงแรม) เดินลงจากรถแท็กซี่ เขาคาบไม้ขีดไฟไว้ที่ปาก แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาเดินตรงไปที่ประตูด้านหน้าที่มีบอดี้การ์ดและตำรวจล้อมหน้าล้อมหลัง
เขาชูมือขึ้นสองข้าง ในมือซ้ายมีรีโมทคอนโทรล และมือขวามีสมุดไดอารี่เล่มใหม่ที่เขาเพิ่งเขียนขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
นักฆ่านิรนาม (ตะโกน):
"ฉันคือนิรนาม! ฉันมาเพื่อส่งงานชิ้นสุดท้าย!"
ในขณะที่ทุกคนพุ่งเป้าไปที่เขา... เงาร่างของพนักงานทำความสะอาดสาวตัวเล็กๆ ก็เดินเข็นรถอุปกรณ์ผ่านประตูด้านหลังของตึกไปอย่างเงียบเชียบ
อาโออิกดสวิตช์หูฟังเบาๆ เธอกลั้นใจพึมพำกับตัวเอง: "อย่ากลัวนะอาโออิ... นี่คือบทพากย์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต"
แต่ทว่า... ทันทีที่เธอเดินเข้าลิฟต์ขนของ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากลำโพงในลิฟต์:
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ คุณหนูอาโออิ... พ่อคุณรออยู่ที่ชั้น 52 นานแล้ว"
ลิฟต์เริ่มเคลื่อนที่ขึ้นด้วยความเร็วสูง และปุ่มกดทุกปุ่มในลิฟต์ก็ไม่ทำงานอีกต่อไป!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 111: ภายในลิฟต์ขนของ หอคอยโตเกียวเมโทรโพลิแทน - ต่อเนื่อง
ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของอาโออิเมื่อได้ยินเสียงที่เรียกเธอว่า "คุณหนู" ลิฟต์ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วตัวเลขชั้นบนหน้าจอดิจิทัลพุ่งผ่านหลักสิบไปอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามกดปุ่มหยุดฉุกเฉินแต่มันกลับไร้การตอบสนอง
เธอรีบแตะไมโครโฟนจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้คอเสื้อ "คุณคะ! แผนพังแล้ว! มีคนรู้ว่าฉันกำลังขึ้นไป และเขา... เขาเรียกฉันว่าคุณหนู!"
เงียบสนิท... ไม่มีเสียงตอบกลับจากนักฆ่านิรนาม มีเพียงเสียงซ่าของคลื่นรบกวน องค์กรได้ตัดสัญญาณสื่อสารในตึกนี้โดยสมบูรณ์แล้ว
ฉากที่ 112: ลานหน้าหอคอยฯ - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามยืนอยู่กลางวงล้อมของปลายกระบอกปืนนับสิบกระบอก แสงเลเซอร์สีแดงนับสิบจุดจับอยู่บนหน้าอกและหน้าผากของเขา แต่เขายังคงยืนนิ่ง คาบไม้ขีดไฟไว้อย่างใจเย็น
ผู้บัญชาการตำรวจ (ชายชราจากร้านราเมง):
"แกมาที่นี่เพื่อเป็นตัวล่อให้เด็กนั่นสินะ... ช่างเป็นนักฆ่าที่มีหัวใจอ่อนไหวเหลือเกิน 'นิรนาม' แต่น่าเสียดายที่แกคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง"
ชายชราเดินก้าวออกมาจากแนวตำรวจ ในมือไม่ได้ถือปืน แต่ถือ สมุดไดอารี่เล่มดั้งเดิม (เล่มที่อาโออิคิดว่าถูกเผาไปแล้วในอุโมงค์) เขาเปิดหน้ากลางที่ถูกไฟไหม้เกรียมให้ดู
ผู้บัญชาการ:
"สมุดที่แกให้ยัยเด็กนั่นทำลาย... มันคือของปลอมที่แกทำขึ้นมาเพื่อหลอกองค์กรสินะ? แต่แกหารู้ไม่ว่า 'ของจริง' น่ะ มันถูกสลับไปตั้งแต่ตอนที่ยัยนั่นหลับอยู่ที่เซฟเฮาส์คืนแรกแล้ว"
นักฆ่าหรี่ตาลง ไม้ขีดไฟในปากสั่นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของเขาแสดงความตระหนักรู้ออกมา... เขาถูกซ้อนแผนตั้งแต่วันแรก
ฉากที่ 113: ชั้น 52 ห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก - ต่อเนื่อง
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ห้องโถงกว้างขวางที่ล้อมรอบด้วยตู้เซิร์ฟเวอร์สีดำขลับ แสงไฟ LED สีฟ้าวิ่งผ่านสายเคเบิลประดุจเส้นเลือดของปีศาจ ที่ใจกลางห้องมีเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่หันหลังอยู่
อาโออิก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยขาที่สั่นเทา เธอถือชิปหน่วยความจำสีทองไว้ในมือกำแน่น
"พ่อ... เหรอคะ?" เธอเอ่ยเสียงสั่น
เก้าอี้ค่อยๆ หมุนกลับมา ชายที่นั่งอยู่บนนั้นไม่ได้ดูแก่ชราเหมือนที่เธอคิด เขาดูมีอายุประมาณ 50 ปี ใบหน้าเรียบเฉยและสวมแว่นตากรอบเหลี่ยมไร้อารมณ์ แต่ที่ทำให้เธอช็อกที่สุดคือ... ชายคนนี้มีใบหน้าเหมือนกับนักฆ่านิรนามแทบจะทุกประการ เพียงแต่ดูสูงวัยกว่าเท่านั้น
ชายปริศนา:
"ยินดีที่ได้พบกันจริงๆ เสียที อาโออิ... ฉันไม่ใช่พ่อของเธอหรอก พ่อของเธอตายไปนานแล้วในกองเพลิงนั่น"
เขาพยักหน้าไปทางรูปถ่ายเก่าๆ บนโต๊ะ ซึ่งเป็นรูปชายอีกคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนในพาสปอร์ตของเธอ
ชายปริศนา:
"ฉันคือ 'ต้นแบบ' ... และคนที่พาเธอมาที่นี่ ก็คือ 'รุ่นที่ยี่สิบ' ที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบระบบ"
ฉากที่ 114: ชั้น 52 - ต่อเนื่อง
อาโออิถอยหลังจนชนตู้เซิร์ฟเวอร์ "คุณหมายความว่ายังไง... รุ่นที่ยี่สิบ?"
ชายปริศนา (ต้นแบบ):
"นักฆ่าที่เธอไว้ใจ... เขาคือมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นจาก DNA ของฉัน เขาไม่มีชื่อ ไม่มีอดีต มีเพียงแผนการที่ถูกโปรแกรมไว้ในสมุดไดอารี่ที่เขาคิดว่าเขาเขียนเอง... งานของเขาคือพาเธอมาที่นี่ เพื่อให้ 'เสียง' ของเธอปลดล็อกระบบล้างกระดานที่พ่อของเธอแอบใส่รหัสป้องกันไว้"
เขาชี้ไปที่ไมโครโฟนบนโต๊ะ
"พูดรหัสออกมาอาโออิ... แล้วฉันจะปล่อยให้ 'รุ่นที่ยี่สิบ' มีชีวิตอยู่ต่อในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนต์สังหาร"
ฉากที่ 115: ลานหน้าหอคอยฯ - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามคุกเข่าลงกับพื้นตามคำสั่งของตำรวจ แต่ในจังหวะที่เขาก้มหน้าลง เขาแอบพึมพำกับไมโครโฟนจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใน ฟันปลอม ซี่ในสุด ซึ่งเป็นช่องสัญญาณสำรองที่องค์กรไม่เคยรู้
นักฆ่านิรนาม (กระซิบ):
"อาโออิ... อย่าเชื่อสิ่งที่มันพูด... แผนสำรองที่ 111... 'บทพากย์ที่ไม่มีในสคริปต์' ... ใช้มันเดี๋ยวนี้!"
บนชั้น 52 อาโออิได้ยินเสียงพร่ามัวนั้นลอดออกมาจากหูฟังที่เกือบจะดับไป เธอสูดลมหายใจลึก มองไปที่ "ต้นแบบ" ของนักฆ่าที่เธอนับถือ แล้วเธอก็ยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการที่เหนือกว่าการคาดหมาย
"คุณบอกว่าเสียงของฉันคือรหัสใช่ไหมคะ?" อาโออิถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "งั้นรหัสที่พ่อฉันทิ้งไว้... มันไม่ใช่คำพูดหรอกค่ะ"
เธอยกชิปหน่วยความจำสีทองขึ้นมา แล้วทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เธอกระแทกชิปนั้นลงกับขอบโต๊ะเหล็กจนมันแตกหัก!
ต้นแบบ: "แกทำอะไรลงไป! นั่นมันข้อมูลทั้งหมด!"
อาโออิ: "นักฆ่าของฉันบอกว่า... ข้อมูลที่อันตรายที่สุด คือข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง"
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยสีแดงสว่างวาบทั่วทั้งตึก ไม่ใช่เพราะระบบถูกล้าง... แต่เพราะเธอกำลังใช้เสียงของเธอส่งคลื่นความถี่สูงผ่านไมโครโฟนที่เปิดค้างไว้ เพื่อกระตุ้นให้ ระเบิดจิ๋ว ที่ฝังอยู่ในตู้เซิร์ฟเวอร์ทุกตู้ทำงานพร้อมกัน! (แผนที่นักฆ่าแอบวางไว้ตอนที่เขามาสำรวจตึกนี้ในฐานะช่างไฟเมื่อปีก่อน)
ตูม!!!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 116: ชั้น 52 ห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก - ต่อเนื่อง
แรงระเบิดจากตู้เซิร์ฟเวอร์รอบทิศทางทำให้กระจกนิรภัยหนาหลายนิ้วของหอคอยสั่นสะเทือนจนเกิดรอยร้าวรุกราม แสงไฟสีฟ้าจากสายเคเบิลถูกแทนที่ด้วยประกายไฟสีส้มที่ปะทุออกมาจากแผงวงจร "ต้นแบบ" กระเด็นตกจากเก้าอี้ด้วยแรงอัด แว่นตาของเขาแตกละเอียดเผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนก
ต้นแบบ (คำราม):
"นังเด็กบ้า! แกทำลายกุญแจดอกเดียวที่เหลืออยู่!"
อาโออิตัวปลิวไปกระแทกกับผนัง แต่เธอยังคงพยายามพยุงตัวขึ้น เธอไม่ได้มองที่ต้นแบบ แต่มองไปที่เพดานห้องซึ่งมีช่องพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ที่กำลังเริ่มหมุนย้อนกลับเนื่องจากระบบไฟฟ้าลัดวงจร
ฉากที่ 117: ลานหน้าหอคอยฯ - ต่อเนื่อง
เมื่อเสียงระเบิดจากยอดตึกดังลงมาถึงเบื้องล่าง ความชุลมุนวุ่นวายก็บังเกิดขึ้นทันที ตำรวจสืบสวนพิเศษและบอดี้การ์ดชะงักไปครู่หนึ่งเพราะแรงสั่นสะเทือน นักฆ่านิรนามใช้จังหวะที่ "เสี้ยววินาที" นั้นสลัดพันธนาการ
เขาไม่ได้หนีไปที่ถนน แต่เขากระโดดขึ้นไปบน รถบรรทุกขยะ ที่จอดอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเขาได้ "จัดวาง" ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ในถังขยะนั้นไม่มีขยะ แต่มี เครื่องยิงลวดสลิงแรงดันสูง
นักฆ่านิรนาม:
"แผนสำรองที่ 112... 'การย้อนกลับของแรงดึงดูด' "
เขากดปุ่มยิงสลิง สลิงเหล็กกล้าพุ่งทะยานขึ้นไปตามแนวผนังตึกด้วยความเร็วสูง หัวลูกศรแม่เหล็กไฟฟ้าปักหนึบเข้ากับขอบระเบียงชั้น 50 นักฆ่ารีบเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัยเข้ากับรอกไฟฟ้าที่กำลังดึงตัวเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางห่ากระสุนที่ตำรวจสาดตามหลังมา
ฉากที่ 118: ชั้น 52 - ต่อเนื่อง
ต้นแบบชักปืนพกสีเงินวาวออกมาเล็งไปที่อาโออิที่กำลังตะเกียกตะกายหนี แต่ก่อนที่เขาจะเหนี่ยวไก เงาร่างสีดำร่างหนึ่งก็พุ่งทะลุกระจกนิรภัยที่ร้าวอยู่เข้ามา!
เพล้ง!!!
นักฆ่านิรนามในสภาพโชกเลือดพุ่งเข้ากระแทกต้นแบบจนล้มกลิ้ง ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งกลางกองเพลิงที่กำลังลุกลาม ใบหน้าสองใบหน้าที่เหมือนกันเปี๊ยบปะทะกันอย่างดุเดือด คนหนึ่งคืออดีตที่เย็นชา อีกคนคือปัจจุบันที่กำลังดิ้นรนเพื่อความเป็นมนุษย์
ต้นแบบ (กัดฟันพูด):
"แกคือผลงานที่ล้มเหลวที่สุดของฉัน 'รุ่นที่ 20' ... แกมีความรู้สึกมากเกินไป!"
นักฆ่านิรนาม:
"นั่นไม่ใช่ความล้มเหลว... แต่มันคือ 'การอัปเกรด' "
นักฆ่าใช้จังหวะที่ต้นแบบเสียหลัก คว้าถังดับเพลิงที่อยู่ใกล้ๆ ฟาดเข้าที่สีข้าง แล้วหันไปหาอาโออิ
ฉากที่ 119: ริมหน้าต่างที่แตกละเอียด - ต่อเนื่อง
"อาโออิ! ไปที่เฮลิคอปเตอร์ดาดฟ้า!" นักฆ่าตะโกนแข่งกับเสียงไฟไหม้
อาโออิ:
"แล้วคุณล่ะ! ตึกนี้กำลังจะถล่มแล้วนะ!"
นักฆ่าหันกลับไปมองต้นแบบที่กำลังลุกขึ้นมาพร้อมระเบิดมือในมือ เขาหันมายิ้มให้อาโออิ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดที่เธอเคยเห็น
นักฆ่านิรนาม:
"ฉันต้องลบ 'ต้นฉบับ' ทิ้ง... เพื่อให้ 'ฉบับสำเนา' อย่างเธอมีชีวิตที่สมบูรณ์... ไปซะ!"
เขาผลักอาโออิเข้าไปในลิฟต์เล็กสำหรับพนักงานที่ระบบสำรองยังทำงานอยู่เพียงตัวเดียว อาโออิพยายามจะขัดขืนแต่ประตูก็ปิดลงเสียก่อน
ฉากที่ 120: ดาดฟ้าหอคอยฯ - เวลาเที่ยงสิบห้านาที
อาโออิพุ่งตัวขึ้นมาถึงดาดฟ้า เธอเห็นเฮลิคอปเตอร์สีดำที่ไม่มีเครื่องหมายใดๆ สตาร์ทเครื่องรออยู่ (ซึ่งเป็นเครื่องที่นักฆ่าแอบจ้างนักบินอิสระไว้ในไดอารี่หน้าพิเศษ) เธอปีนขึ้นไปบนเครื่องแล้วตะโกนบอกนักบินให้รอ
แต่แล้ว... แรงระเบิดมหาศาลก็ปะทุออกมาจากชั้น 52 เปลวไฟพวยพุ่งพุ่งออกจากทุกช่องหน้าต่าง ตึกทั้งหลังเริ่มเอียงวูบ
อาโออิจ้องมองลงไปที่กองเพลิงด้วยหัวใจที่แตกสลาย แต่ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำที่ม้วนตัวหนาทึบ เธอเห็นเงาร่างหนึ่งกระโดดออกมาจากทางต่างชั้น 52 ในจังหวะสุดท้าย ร่างนั้นไม่ได้ร่วงลงสู่พื้น... แต่กำลัง โหนสายเคเบิล ที่เชื่อมต่อกับตึกข้างๆ อยู่!
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ร่างนั้นกำลังจะถึงฝั่งที่ปลอดภัย สไนเปอร์จากเฮลิคอปเตอร์ตำรวจที่บินวนอยู่ก็เล็งเป้าไปที่สายเคเบิลเส้นนั้น
อาโออิ:
"ไม่นะ!!!"
เธอคว้าปืนส่งสัญญาณที่วางอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ ยิงออกไปที่หน้ากระจกของเฮลิคอปเตอร์ตำรวจเพื่อพรางตา แสงสีแดงวาบทำให้สไนเปอร์เสียจังหวะ กระสุนพลาดไปโดนแค่ขอบตึก
ร่างสีดำนั้นม้วนตัวลงบนดาดฟ้าตึกข้างๆ ได้สำเร็จ เขาเงยหน้าขึ้นมองเฮลิคอปเตอร์ของอาโออิ แล้วชูก้านไม้ขีดไฟที่ยังไม่ได้จุดขึ้นมาหนึ่งก้าน...
แต่ก่อนที่อาโออิจะได้ดีใจ... เธอก็รู้สึกถึงแรงกระแทกจากด้านหลัง มีใครบางคนแอบขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์ของเธอตั้งแต่แรก และตอนนี้ปลายกระบอกปืนเย็นๆ ก็จ่ออยู่ที่ต้นคอของเธอ
เสียงลึกลับ:
"การพากย์เสียงครั้งสุดท้าย... ต้องใช้ 'ความตาย' เป็นตอนจบนะคุณหนู"
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 121: เหนือน่านฟ้าชินจูกุ บนเฮลิคอปเตอร์ - ต่อเนื่อง
เสียงใบพัดฮีลิคอปเตอร์ที่ตัดกับลมแรงทำให้หัวใจของอาโออิเต้นรัวจนแทบระเบิด ปลายกระบอกปืนที่จ่ออยู่ที่ต้นคอของเธอเย็นเฉียบจนผิวหนังลุกซู่ เธอชำเลืองมองผ่านกระจกสะท้อน เห็นใบหน้าของผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชุดนักบินสำรอง... เขาคือ "ผู้ช่วยสืบสวน" ที่เคยเดินตามหลังชายชราที่ร้านราเมง แววตาของเขาไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
ผู้ช่วยสืบสวน:
"นักฆ่านั่นสอนเธอให้ดูแผนสำรองเป็นร้อยแผน... แต่เขาลืมบอกเธอหรือเปล่าว่า 'ตัวหมากที่อันตรายที่สุด' คือตัวหมากที่ถูกวางไว้ให้เรามองข้ามตั้งแต่ต้น"
เขากดปลายกระบอกปืนหนักขึ้น บังคับให้อาโออิปล่อยมือจากขอบประตูเฮลิคอปเตอร์
ฉากที่ 122: บนดาดฟ้าตึกข้างเคียง - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามที่เพิ่งม้วนตัวลงบนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามมองเห็นเหตุการณ์ผ่านกล้องส่องทางไกลจิ๋ว เขาเห็นร่างของอาโออิถูกควบคุมตัวอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังเชิดหัวขึ้นสูง มือของเขาคว้ากระเป๋าสัมภาระที่เขาแอบซ่อนไว้บนดาดฟ้านี้เมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนออกมา
ภายในมี ปืนไรเฟิลจู่โจม FN SCAR ที่ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ เขารีบประกอบพานท้ายและลำกล้องด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดมนุษย์ เลือดที่ไหลซึมจากบาดแผลที่ท้องหยดลงบนพื้นปูนดาดฟ้า แต่เขาไม่สนใจ
นักฆ่านิรนาม (พึมพำ):
"แผนสำรองที่ 113... 'การดิ่งพสุธาในแนวราบ' "
เขาไม่ได้เล็งไปที่คนร้าย แต่เขาเล็งไปที่ ถังน้ำมันสำรอง ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น!
ฉากที่ 123: บนเฮลิคอปเตอร์ - ต่อเนื่อง
อาโออิพยายามตั้งสติ เธอจำคำสอนในสมุดหน้า 72 ได้: 'เมื่ออาวุธอยู่ในมือศัตรู ให้เปลี่ยนร่างกายเราให้กลายเป็นอาวุธเสียเอง'
เธอกลั้นใจพูดย้ำรหัสด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงความถี่สูงตามที่เคยฝึกมา:
"รหัสยกเลิกภารกิจ... 9-9-9-เดลต้า... ทำลายทิ้งทั้งลำ!"
ผู้ช่วยสืบสวน (หัวเราะ):
"ไร้ประโยชน์ รหัสเสียงนั่นใช้ไม่ได้กับฉัน..."
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ เสียง "เปรี้ยง!" จากกระสุนไรเฟิลของนักฆ่าก็ดังขึ้น กระสุนไม่ได้ระเบิดถังน้ำมัน แต่มันเจาะเข้าที่ สายไฮดรอลิก ของระบบบังคับทิศทาง ทำให้เฮลิคอปเตอร์เริ่มหมุนควงสว่านอย่างรุนแรง
ฉากที่ 124: ช่วงจังหวะวิกฤตกลางอากาศ - ต่อเนื่อง
ร่างของผู้ช่วยสืบสวนเสียหลักกระแทกเข้ากับผนังเครื่อง ปืนหลุดจากมือ อาโออิอาศัยแรงเหวี่ยงเหวี่ยงตัวเองออกไปคว้า ร่มชูชีพฉุกเฉิน ที่ติดอยู่ที่เบาะข้างๆ เธอไม่ได้สวมมัน แต่เธอกอดมันไว้แน่นแล้วตัดสินใจกระโดดออกจากประตูเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังเสียการทรงตัว!
อาโออิ:
"คุณ!!! ช่วยด้วย!!!"
เสียงกรีดร้องของเธอหายไปในอากาศขณะที่ร่างของเธอดิ่งลงสู่หุบเหวระหว่างตึกระฟ้า
ฉากที่ 125: บนดาดฟ้าตึก - ต่อเนื่อง
นักฆ่านิรนามทิ้งปืนไรเฟิล เขาไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปที่ขอบตึกแล้วกระโดดตามลงไปทันที! เขากางแขนและขาออกเพื่อปรับสรีระให้เป็นท่า "Base Jump" เขาพุ่งตัวดิ่งลงไปหาร่างของอาโออิที่กำลังตกลงไปเร็วกว่า
เขาสามารถคว้าตัวเธอไว้ได้กลางอากาศท่ามกลางแสงแดดจ้าและลมพัดแรง ทั้งคู่โอบกอดกันแน่นขณะที่ภาพบ้านเมืองเบื้องล่างพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูง
นักฆ่านิรนาม (ตะโกนข้างหูเธอ):
"ดึงสลัก!!! เดี๋ยวนี้!!!"
อาโออิดึงสลักร่มชูชีพที่เธอกอดไว้ ร่มสีเหลืองทองกางพึ่บออกมา กระชากร่างของทั้งคู่ให้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเหนือทางด่วนชินจูกุ
แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะร่อนลงสู่พื้นที่ปลอดภัย... อาโออิเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ข้อมือของนักฆ่า มันมีเครื่องหมาย "นับถอยหลัง" สีแดงกระพริบอยู่ที่นาฬิกาของเขา
00:10... 00:09...
อาโออิ: "นั่นมันอะไรคะ? ทำไมมันนับถอยหลัง!"
นักฆ่านิรนามมองดูนาฬิกานั่นด้วยแววตาที่สงบนิ่งอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตอบเธอ แต่เขามองไปที่ท้องฟ้าทิศตะวันออกที่เครื่องบินรบสองลำกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 126: น่านฟ้าเหนือกรุงโตเกียว - ต่อเนื่อง
ร่มชูชีพพาทั้งคู่ลอยละล่องอยู่ท่ามกลางลมหนาวต้นปี ตัวเลขบนข้อมือของนักฆ่ายังคงนับถอยหลังอย่างไม่ปรานี 00:07... 00:06... เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก แต่กลับกระชับอ้อมกอดที่รัดตัวอาโออิให้แน่นขึ้น
"มันคือรหัสสลักสุดท้ายขององค์กร..." นักฆ่ากระซิบ เสียงของเขาถูกลมตีจนขาดห้วง "เมื่อ 'ต้นแบบ' ถูกทำลาย... 'รุ่นสำเนา' ทั้งหมดจะถูกปิดระบบอัตโนมัติ นาฬิกานี่ไม่ได้นับถอยหลังสู่การระเบิด... แต่มันคือการหยุดการทำงานของหัวใจเทียมในตัวฉัน"
อาโออิตาเบิกกว้าง "หัวใจเทียม? หมายความว่าไงคะ? คุณ... คุณเป็นมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่เหรอ!"
00:04... 00:03...
ฉากที่ 127: ทางด่วนสายชินจูกุ - ต่อเนื่อง
ร่มชูชีพของทั้งคู่ร่อนลงกระแทกกับหลังคารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่กำลังวิ่งอยู่บนทางด่วนอย่างแรง ทั้งคู่กลิ้งหลุนๆ ไปตามหลังคาเหล็กก่อนจะหยุดลงที่ขอบตู้ นักฆ่านิรนามนอนแน่นิ่งไปทันทีที่ตัวเลขกลายเป็น 00:00 อาโออิรีบคลานเข้าไปหาเขา เธอเขย่าร่างที่ไร้สติของเขาอย่างบ้าคลั่ง "ไม่นะ! คุณบอกว่าเราจะไปกินราเมงด้วยกันไง! ลืมตาขึ้นมาสิ!"
ในจังหวะนั้นเอง เครื่องบินรบสองลำที่มุ่งหน้ามาไม่ได้ทิ้งระเบิด แต่กลับปล่อย คลื่นความถี่รบกวน (Jamming Signal) ปกคลุมไปทั่วบริเวณ รถยนต์ทุกคันบนทางด่วนเริ่มเบรกกะทันหันจนเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นการตามล่าของตำรวจ
ฉากที่ 128: บนหลังคารถบรรทุก - ต่อเนื่อง
อาโออิสะอื้นไห้ เธอซบหน้าลงบนอกของนักฆ่า แต่แล้วเธอสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่นูนออกมาจากใต้เสื้อเกราะของเขา มันคือ ก้านไม้ขีดไฟก้านสุดท้าย ที่เขายัดกลับคืนมาให้เธอตอนอยู่บนดาดฟ้า เธอดึงมันออกมาและพบว่าที่หัวไม้ขีดไม่ได้เป็นสีแดงธรรมดา แต่มันคือ หัวเซนเซอร์ขนาดจิ๋ว
เธอจำคำสอนหน้าสุดท้ายของไดอารี่ได้: "ในวันที่โลกหยุดหมุน... ให้ใช้ 'ไฟ' ปลุกวิญญาณ"
อาโออิไม่รอช้า เธอใช้หัวไม้ขีดนั้นกดลงไปที่ตำแหน่งหัวใจของนักฆ่านิรนามแรงๆ!
เปรี้ยะ!!!
กระแสไฟฟ้าโวลต์สูงถูกปล่อยออกมาจากก้านไม้ขีดประดุจเครื่องกระตุกหัวใจฉุกเฉิน ร่างของนักฆ่ากระตุกเฮือก เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาวก่อนจะลืมตาขึ้นมา แววตาสีน้ำตาลนั้นกลับมาฉายประกายอีกครั้ง
ฉากที่ 129: เขตอุตสาหกรรมริมอ่าวโตเกียว - เวลาบ่ายสองโมง
รถบรรทุกพาทั้งคู่มาถึงโกดังร้างริมทะเล นักฆ่านิรนามเดินโอนเอนโดยมีอาโออิพยุงอยู่ เขาพาเธอเข้าไปในห้องนิรภัยใต้ดินของโกดังที่ดูเหมือนรังลับที่แท้จริงของเขา ภายในไม่มีอาวุธ แต่มี เครื่องแม่ข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และกำแพงที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายของอาโออิตั้งแต่เด็กจนโต
"คุณ... เฝ้ามองฉันมาตลอดเลยเหรอ?" อาโออิถามด้วยความสับสน
นักฆ่าทรุดตัวลงบนเก้าอี้ "ฉันไม่ได้แค่เฝ้ามอง... ฉันถูกสร้างมาเพื่อ 'เป็น' เธอในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่า พ่อของเธอรู้ว่าวันหนึ่งองค์กรจะมาตามหาเธอ เขาเลยสร้างฉันขึ้นมาเพื่อรับมือกับมันทุกรูปแบบ"
เขาเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เผยให้เห็นว่าข้อมูลที่อาโออิทำลายไปบนตึกนั้น จริงๆ แล้วถูกส่งมาสำรองไว้ที่นี่ทั้งหมดตั้งนานแล้ว
ฉากที่ 130: ริมอ่าวโตเกียว - ยามอาทิตย์อัสดง
แสงสีส้มทาบทับไปบนผิวน้ำ นักฆ่านิรนามเดินออกมายืนรับลมทะเล บาดแผลของเขาถูกทำแผลอย่างดีด้วยฝีมือของอาโออิ เขาหยิบไม้ขีดไฟขึ้นมาคาบ แต่คราวนี้เขาไม่ได้จุดมัน
"ตอนนี้องค์กรคิดว่าเราตายไปพร้อมกับหอคอยนั่นแล้ว..." เขาพูด "เธอเป็นอิสระแล้วอาโออิ... เงินในบัญชีนั่นจะทำให้เธอไปอยู่ที่ไหนก็ได้"
อาโออิก้าวเดินมาหยุดข้างๆ เขา "แล้วคุณล่ะ? 'เป้าหมายที่ 20' จบลงแล้ว คุณจะไปไหน?"
นักฆ่าหันมามองเธอ เขาหยิบสมุดเล่มใหม่ที่ว่างเปล่าออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นปากกาให้เธอ
"เป้าหมายที่ 21..." เขาพูดเสียงเรียบ "ให้เธอเป็นคนเขียน... ว่าเราจะไปที่ไหนต่อ"
อาโออิรับปากกามา เธอไม่ได้เขียนชื่อเมืองหรือพิกัด แต่เธอวาดรูป นกอินทรีตัวเล็กๆ สองตัว บินคู่กันไปบนขอบกระดาษ
แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวออกจากโกดัง... เสียงโทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งอยู่หน้าโกดังก็ดังขึ้น...
กริ๊งงงง... กริ๊งงงง...
ในสถานที่ที่มีเพียงพวกเขาที่รู้... ใครกันที่เป็นคนโทรมา? นักฆ่านิรนามชะงัก มือของเขาเอื้อมไปแตะที่ปืนข้างเอวโดยสัญชาตญาณ
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 131: หน้าโกดังร้างริมอ่าวโตเกียว - ต่อเนื่อง
เสียงโทรศัพท์สาธารณะยังคงแผดร้องท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่ง นักฆ่านิรนามและอาโออิสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นักฆ่าก้าวเดินไปที่ตู้โทรศัพท์อย่างระแวดระวัง เขาใช้ผ้าพันแผลที่เหลืออยู่พันมือเพื่อไม่ให้ทิ้งรอยนิ้วมือ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
เขายังไม่ทันพูดอะไร เสียงจากปลายสายกลับเป็นเสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ แต่มีจังหวะการพูดที่เขาคุ้นเคยจนน่าขนลุก
เสียงปลายสาย:
"ยินดีด้วยที่คุณรักษาระบบหัวใจไว้ได้ทันเวลา 'รุ่นที่ 20' ... แต่อย่าเพิ่งรีบเขียนตอนจบให้ตัวเอง เพราะ 'ความทรงจำ' ที่คุณได้ไปจากต้นแบบน่ะ... มันยังไม่สมบูรณ์"
นักฆ่าขมวดคิ้ว "แกเป็นใคร?"
เสียงปลายสาย:
"ฉันคือ 'รุ่นที่ 21' ... รุ่นที่ถูกปรับปรุงให้ไม่มีหัวใจแบบคุณ และตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่หน้าบ้านพักคนชราที่แม่ของ ยูคิ อาโออิ พักฟื้นอยู่จริงๆ"
ฉากที่ 132: ริมอ่าวโตเกียว - ต่อเนื่อง
อาโออิที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับหน้าซีดเผือด "แม่... แม่เหรอ? แต่พ่อบอกว่าแม่เสียไปแล้ว!"
นักฆ่านิรนามดึงหูโทรศัพท์ออกมาให้อาโออิได้ยินชัดๆ เสียงปลายสายหัวเราะเบาๆ
รุ่นที่ 21:
"พ่อของเธอโกหกเพื่อปกป้องเธอไงล่ะอาโออิ... แต่ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอ ถ้าอยากให้แม่มีชีวิตรอดข้ามผ่านคืนวันปีใหม่นี้ไปได้ ให้ 'รุ่นที่ 20' พาสมุดเล่มใหม่ที่เธอเพิ่งวาดรูปนกอินทรีนั่นมาที่ โรงละครคาบูกิซ่า ภายในหนึ่งชั่วโมง... อ้อ แล้วอย่าคิดจะเรียกตำรวจล่ะ เพราะตำรวจครึ่งสถานีตอนนี้... ก็คือคนของฉัน"
สายถูกตัดไป นักฆ่านิรนามกระแทกหูโทรศัพท์ลงกับแท่นอย่างแรงจนพลาสติกแตกกระจาย
ฉากที่ 133: ภายในรถสปอร์ตสีดำที่ซ่อนไว้ - เวลาบ่ายสามโมงสี่สิบนาที
รถพุ่งทะยานออกจากย่านอ่าวโตเกียวมุ่งหน้าสู่กินซ่าด้วยความเร็วสูง นักฆ่านิรนามบังคับพวงมาลัยด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือหนึ่งเขากำลังต่อสายลับเข้ากับระบบค้นหาข้อมูลเชิงลึก
นักฆ่านิรนาม:
"มันคือแผนซ้อนแผน... องค์กรไม่ได้มีแค่ต้นแบบคนเดียว แต่พวกมันสร้างระบบ AI ที่สามารถสั่งการรุ่นใหม่ๆ ได้แม้ต้นแบบจะตายไปแล้ว"
อาโออิ:
"แล้วเราจะทำยังไงคะ? ถ้าเราไปที่นั่น เราก็เดินเข้ากับดักอีกรอบนะ!"
นักฆ่ามองไปที่หน้าปัดดิจิทัลที่กำลังดาวน์โหลดไฟล์บางอย่าง "คราวนี้มันจะไม่ใช่แผนสำรองที่ฉันเขียน... แต่จะเป็นแผนที่ 'เธอ' ต้องเป็นคนนำ"
เขาส่งหูฟังตัดเสียงรบกวนให้อาโออิ "อาโออิ... ในโรงละครนั่นจะมีไมโครโฟนอยู่ทุกจุด เธอต้องใช้เสียงของเธอกลบเสียงสั่งการของ AI นั่น รบกวนความถี่ของมันให้ได้เหมือนที่เธอทำบนหอคอย แต่คราวนี้... เธอต้องพากย์เป็น 'แม่ของเธอเอง' "
ฉากที่ 134: หน้าโรงละครคาบูกิซ่า - เวลาสี่โมงครึ่ง
ผู้คนมากมายในชุดกิโมโนสวยงามกำลังเดินเข้าชมการแสดงรอบพิเศษวันปีใหม่ นักฆ่านิรนามเดินเข้าไปในโถงหน้าโรงละครด้วยท่าทางนิ่งสงบ เขาไม่ได้พกปืนใหญ่โต แต่ซ่อน เข็มพิษล่องหน ไว้ตามรอยตะเข็บเสื้อ
เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเขาทุกประการ—แต่ดูหนุ่มกว่าและมีดวงตาที่เป็นสีเทาเย็นเฉียบ—ยืนรออยู่ชั้นลอย ชายคนนั้นถือรีโมทที่เชื่อมต่อกับระบบพยุงชีพของใครบางคนในโรงพยาบาล
รุ่นที่ 21:
"พี่ชาย... คุณดูแก่ลงไปเยอะนะ หลังจากมีความรักน่ะ"
นักฆ่านิรนามไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวขึ้นบันไดไปช้าๆ "ปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป แล้วฉันจะส่งรหัสเข้าถึงสมุดเล่มใหม่ให้"
ฉากที่ 135: ห้องควบคุมเสียงของโรงละคร - ต่อเนื่อง
อาโออิแฝงตัวเข้ามาในห้องควบคุมเสียง เธอพบว่าเจ้าหน้าที่ในห้องนี้ถูกจัดการไปหมดแล้ว และถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรสังหารขนาดเล็กที่กำลังเฝ้าหน้าจอ
เธอหยิบปากกาที่นักฆ่าให้ไว้ ซึ่งจริงๆ แล้วคือ เครื่องยิงเลเซอร์คลื่นความถี่ เธอจัดการทำลายเครื่องจักรนั่นอย่างรวดเร็ว (ตามทักษะที่เริ่มซึมซับมา) แล้วคว้าไมโครโฟนหลักขึ้นมา
เธอกดเปิดสวิตช์หน้าจอที่แสดงภาพห้องพักคนชรา เธอเห็นหญิงวัยกลางคนนอนหลับอยู่อย่างสงบโดยไม่รู้ว่ามีปืนซุ่มยิงเล็งอยู่ที่หน้าต่าง
อาโออิหลับตาลง นึกถึงความทรงจำที่ลึกที่สุด... เสียงกล่อมเด็กที่เธอเคยได้ยินในความฝัน เธอเริ่มเปล่งเสียงออกมา ไม่ใช่เสียงพากย์การ์ตูน แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
ฉากที่ 136: ชั้นลอยโรงละคร - ต่อเนื่อง
รุ่นที่ 21 กำลังจะกดปุ่มสั่งการ แต่ทันใดนั้น เสียงเพลงกล่อมเด็กที่แสนอบอุ่นก็ดังกระหึ่มออกทางลำโพงขนาดยักษ์ของโรงละคร คลื่นเสียงนั้นถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อรบกวนการทำงานของชิปสั่งการในสมองของรุ่นที่ 21
"อั่ก... นังนั่น... มันทำอะไร!" รุ่นที่ 21 ทรุดตัวลงกุมขมับ ระบบประสาทที่ถูกปรับแต่งมาให้รับคำสั่งผ่านคลื่นความถี่เริ่มรวน
นักฆ่านิรนามพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ เขาไม่ได้ใช้เข็มพิษ แต่ใช้ ก้านไม้ขีดไฟ ที่เขาจุดไฟไว้ล่วงหน้าจ่อไปที่เซนเซอร์ที่คอของรุ่นที่ 21
นักฆ่านิรนาม:
"นี่คือบทเรียนสุดท้าย... อย่าประเมินพลังของ 'มนุษย์' ต่ำเกินไป"
ในขณะที่นักฆ่ากำลังจะเผด็จศึก... เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากด้านหลังเวทีคาบูกิ! ม่านโรงละครถูกฉีกออก เผยให้เห็นกลุ่มนักรบกิโมโนสีเลือดที่ชักดาบคะตานะออกมาพร้อมกัน
รุ่นที่ 21 (ยิ้มอย่างเลือดเย็นขณะเลือดไหลออกจากจมูก):
"คุณคิดว่ามีแค่รุ่นที่ 21 เหรอ? พี่ชาย... ยินดีต้อนรับสู่กองทัพ 'นิรนาม' "
เหล่านักฆ่าหน้าตาเหมือนกันนับสิบคนก้าวออกมาจากเงามืด เล็งอาวุธมาที่นักฆ่านิรนามและห้องควบคุมเสียงที่อาโออิซ่อนตัวอยู่!
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 137: โถงโรงละครคาบูกิซ่า - ต่อเนื่อง
ภาพตรงหน้าคือฝันร้ายที่กลายเป็นจริง เหล่านักฆ่าใบหน้าเดียวกันในชุดกิโมโนสีเลือดก้าวเรียงหน้ากระดานออกมาเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกถอดจิตวิญญาณออกไป แสงไฟสปอตไลท์บนเวทีสาดส่องกระทบใบหน้าเย็นชาเหล่านั้นจนดูเหมือนหน้ากากคาบูกิที่ไร้ชีวิต
นักฆ่านิรนาม ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมเพียงลำพัง มือที่โชกเลือดของเขาคว้าด้ามดาบคะตานะที่วางประดับอยู่ข้างผนังขึ้นมาตั้งท่าเตรียมรับมือ เขารู้ดีว่าลำพังฝีมือการต่อสู้เขาไม่อาจล้มกองทัพของตัวเองได้ทั้งหมดในสภาพร่างกายที่พังทลายเช่นนี้
รุ่นที่ 21 (ตะโกนฝ่าเสียงเพลงกล่อมเด็ก):
"ฆ่ามันซะ! แล้วชิงตัวผู้หญิงคนนั้นมา!"
ฉากที่ 138: ห้องควบคุมเสียง - ต่อเนื่อง
อาโออิ เห็นเหตุการณ์ผ่านจอมอนิเตอร์ มือของเธอที่กำไมโครโฟนสั่นสะท้าน เธอเห็นนักฆ่าหน้าตาเหมือนเขานับสิบคนพุ่งเข้าหาชายที่เธอรักเหมือนฝูงหมาป่ารุมขย้ำเหยื่อ เธอรู้ดีว่าเพลงกล่อมเด็กเพียงอย่างเดียวหยุดพวกมันไม่ได้
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นแผนผังระบบไฟฟ้าของโรงละครที่ติดอยู่ข้างผนัง นักฆ่านิรนามเคยสอนเธอไว้ใน "แผนสำรองที่ 114" ว่าโรงละครเก่าแก่แบบนี้มีระบบ "ดับไฟสำรองด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้มข้น" เพื่อป้องกันความเสียหายของผ้าม่านราคาแพง
อาโออิไม่รอช้า เธอเปลี่ยนคลื่นความถี่ของเสียงพากย์จากการเลียนแบบเสียงแม่ เป็นเสียงสังเคราะห์ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง (Resonance) ไปที่ตัวรับสัญญาณของระบบดับเพลิง
อาโออิ (ตะโกนใส่ไมโครโฟน):
"คุณคะ! ก้มลงให้ต่ำที่สุด!!!"
ฉากที่ 139: บนเวทีโรงละคร - ต่อเนื่อง
ฟู่!!!!!!!!
หมอกสีขาวหนาทึบจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พุ่งออกมาจากทุกทิศทางปกคลุมโถงโรงละครในพริบตา ก๊าซที่เย็นจัดและเข้มข้นทำให้ทัศนวิสัยกลายเป็นศูนย์ และที่สำคัญคือมันทำให้พวก "นิรนาม" รุ่นใหม่ๆ ที่ถูกปรับปรุงให้ใช้สายตาตรวจจับความร้อน (Thermal Vision) กลายเป็นตาบอดทันทีเพราะอุณหภูมิที่ลดฮวบ
นักฆ่านิรนามที่ก้มตัวลงต่ำและใช้เพียง "ประสาทสัมผัสของการฟัง" ที่ฝึกมาอย่างหนักเริ่มเคลื่อนไหวท่ามกลางหมอกขาว เขาเหวี่ยงดาบคะตานะออกไปเป็นวงกลม เสียงโลหะปะทะเนื้อและเสียงล้มลงของร่างนับสิบดังก้องอยู่ในความสลัว
เขามุ่งหน้าฝ่าหมอกไปหา รุ่นที่ 21 ที่กำลังพยายามคลำทางหนี
ฉากที่ 140: ทางเดินหลังเวที - ต่อเนื่อง
รุ่นที่ 21 หนีเข้ามาจนถึงเขตแคบๆ หลังเวทีที่มีเครื่องจักรยกฉากตั้งอยู่ เขาพยายามจะกดรีโมทสั่งการระเบิดที่บ้านพักคนชราเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก่อนที่นิ้วจะสัมผัสปุ่ม... ฉึก! เข็มทิศขนาดจิ๋วที่นักฆ่านิรนามขว้างมาก็ปักเข้าที่ข้อมือของเขาจนรีโมทกระเด็นหลุดมือ
นักฆ่านิรนามพุ่งออกมาจากหมอกสีขาว เสื้อผ้าโชกไปด้วยเลือดที่ไม่ใช่ของเขาเพียงอย่างเดียว เขาคว้าคอเสื้อของรุ่นที่ 21 แล้วกดกระแทกเข้ากับเครื่องจักร
นักฆ่านิรนาม:
"รหัสหยุดทำงานของระบบสั่งการทางไกล... บอกมา!"
รุ่นที่ 21 (ยิ้มเหี้ยม):
"รหัส... มันอยู่ในเสียงของยัยนั่นไง พี่ชาย... ถ้าเธอพูดคำว่า 'ลาก่อน' รหัสจะทำงานทันที แต่ไม่ใช่เพื่อหยุด... เพื่อเริ่มการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนในบ้านพักทั้งหมด!"
ฉากที่ 141: ห้องควบคุมเสียง - ต่อเนื่อง
อาโออิยังคงกุมไมโครโฟนไว้ แต่จู่ๆ หน้าจอมอนิเตอร์ทุกเครื่องก็เปลี่ยนเป็นภาพของแม่เธอที่ตื่นขึ้นมาแล้ว และมองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว ที่คอของแม่เธอมีแสงสีแดงกระพริบเหมือนที่เธอเคยมี!
เสียงของรุ่นที่ 21 ดังเข้ามาในหูฟังของเธอ:
"พากย์สิอาโออิ... พูดคำสุดท้ายออกมา เพื่อส่งแม่เธอไปลงนรกซะ"
อาโออิกัดริมฝีปากจนเลือดซึม เธอต้องเลือกระหว่างการนิ่งเงียบเพื่อรอความตาย หรือการพูดเพื่อทำลายล้าง เธอเหลือบมองไปที่ก้านไม้ขีดไฟในมือที่นักฆ่าให้ไว้... และเธอก็เห็นบางอย่างที่สลักไว้ที่ฐานของไม้ขีด เป็นตัวอักษรขนาดนาโนที่ต้องใช้แสงแฟลชส่องถึงจะเห็น:
"แผนสำรองสุดท้าย: ให้ใช้เสียงที่ไร้เสียง"
อาโออิชะงัก... เสียงที่ไร้เสียง? เธอเริ่มประมวลผลความรู้จากการเป็นนักพากย์ และความลับของพ่อเธอที่แอบซ่อนไว้ในเส้นเสียงของเธอ
ฉากที่ 142: โถงหลังเวที - ต่อเนื่อง
ในขณะที่นักฆ่านิรนามกำลังจะปลิดชีพรุ่นที่ 21 เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทั่วโรงละคร... แต่มันไม่ใช่เสียงพูด มันคือ คลื่นความถี่ต่ำ (Infrasound) ที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่มันทำให้โครงสร้างแก้วและโลหะสั่นสะเทือน
รุ่นที่ 21 เริ่มดิ้นทุรนทุราย ระบบสื่อสารในสมองของเขาเริ่มลัดวงจรเพราะคลื่นความถี่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อ "ล้างข้อมูล" โดยเฉพาะ
นักฆ่านิรนามมองไปที่ห้องควบคุมเสียง เขาเห็นอาโออิกำลังใช้คอของเธอสร้างความสั่นสะเทือนมหาศาลจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
แต่ทว่า... ท่ามกลางคลื่นเสียงนั้น ประตูโรงละครที่ถูกล็อคไว้กลับถูกพังทลายเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่คนหน้าเหมือน... แต่เป็น กองทัพหุ่นยนต์แมงมุมขนาดจิ๋ว นับพันตัวที่กำลังไต่ผนังมุ่งหน้าไปหาอาโออิ!
นักฆ่านิรนาม:
"อาโออิ!!! หนีไปจากห้องนั้นเร็ว!!!"
เขากระโจนขึ้นไปบนนั่งร้านเพื่อจะไปหาเธอ แต่ร่างของรุ่นที่ 21 กลับกอดขาเขาไว้แน่น พร้อมกับดึงสลักระเบิดที่ซ่อนอยู่ในหน้าอกออกมา!
รุ่นที่ 21:
"ถ้าผมตาย... เราทุกคนต้องตายด้วยกัน!"
[โปรดระบุคำสั่ง หากต้องการให้เขียนต่อจากจุดนี้...]
ฉากที่ 143: โถงหลังเวทีโรงละครคาบูกิซ่า - วินาทีวิกฤต
แสงสีแดงจากสลักระเบิดบนหน้าอกของรุ่นที่ 21 กระพริบถี่รัวจนกลายเป็นแสงค้าง นักฆ่านิรนามมองเห็นความตายในดวงตาสีเทาของร่างสำเนารุ่นน้องที่กอดขาเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
นักฆ่านิรนาม (คำราม):
"แผนสำรองสุดท้าย... ไม่ใช่การหนี!"
เขาไม่ได้พยายามสะบัดขาออก แต่กลับทิ้งตัวลงกอดร่างของรุ่นที่ 21 ไว้แล้วใช้แรงเหวี่ยงทั้งหมดม้วนตัวลงสู่ "ช่องกับดักบนเวที" (Suppon) ซึ่งเป็นกลไกยกตัวละครของโรงละครคาบูกิ ร่างของทั้งคู่ดิ่งลงสู่ห้องใต้เวทีที่ลึกและหนาแน่นด้วยโครงสร้างเหล็กเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ระเบิดจะทำงาน
บึ้มมมมมมมมม!!!
แรงระเบิดถูกกักกั้นไว้ใต้พื้นเวทีหนาหนัก เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมาตามร่องไม้ แต่อานุภาพส่วนใหญ่ถูกดูดซับด้วยกลไกไฮดรอลิกเบื้องล่าง
ฉากที่ 144: ห้องควบคุมเสียง - ต่อเนื่อง
อาโออิมองเห็นหุ่นยนต์แมงมุมนับพันตัวกำลังไต่ขึ้นมาถึงโต๊ะควบคุม เธอไม่ได้หนีตามที่นักฆ่าสั่ง แต่เธอหยุดส่งคลื่นเสียงความถี่ต่ำแล้วเปลี่ยนเป็นเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา
อาโออิ:
"ระบบแม่ข่าย... ยืนยันรหัสเสียง: 'นกอินทรีคืนรัง' ... ปิดสวิตช์ลูกๆ ของคุณซะ"
มันคือรหัสลับที่พ่อของเธอซ่อนไว้ในประโยคที่เธอมักจะพูดตอนเด็กๆ หุ่นยนต์แมงมุมทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็ง ก่อนจะร่วงลงพื้นเหมือนเศษเหล็กไร้ค่า ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดขององค์กรที่เชื่อมต่อกับโรงละครล่มสลายลงพร้อมกับการตายของรุ่นที่ 21
ฉากที่ 145: ซากปรักหักพังใต้เวที - ต่อเนื่อง
ท่ามกลางกลุ่มควันและกลิ่นไหม้ นักฆ่านิรนามพยายามยันตัวขึ้นจากซากเหล็ก ขาขวาของเขาผิดรูปและตามตัวเต็มไปด้วยแผลพุพอง ร่างของรุ่นที่ 21 แหลกสลายไม่เหลือเค้าเดิม
เขามองเห็นแสงสว่างจากช่องเพดานที่พังลงมา อาโออิวิ่งลงมาหาเขาพร้อมน้ำตาที่นองหน้า เธอกระโจนเข้ากอดเขาโดยไม่สนว่าเสื้อผ้าจะเปื้อนเลือดหรือเขม่า
อาโออิ:
"คุณยังไม่ตาย... คุณยังไม่ตายจริงๆ ด้วย!"
นักฆ่านิรนาม (เสียงแหบพร่า):
"งาน... งานจบแล้วอาโออิ... แม่ของเธอปลอดภัยแล้ว ฉันส่งรหัสลบเป้าหมายให้ทีมที่นั่นก่อนระเบิดจะทำงาน..."
เขาหยิบไม้ขีดไฟก้านสุดท้ายที่หักครึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วส่งให้เธอ
นักฆ่านิรนาม:
"ไม่มีแผนสำรองเหลือแล้ว... จากนี้ไป ชีวิตของเธอเป็นของเธอจริงๆ"
ฉากที่ 146: สนามบินนาริตะ - 1 สัปดาห์ต่อมา
อาโออิในชุดเดินทางที่เรียบง่ายยืนอยู่หน้าประตูทางออกพาสปอร์ต เธอหันไปมองหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นข้างๆ—แม่ของเธอที่เริ่มจำความได้ทีละนิด—และชายหนุ่มในชุดลำลองที่สวมแว่นตาดำและพันผ้าพันคอหนาเตอะเพื่อปกปิดรอยแผลที่คอ
เขายังดูเหมือน "นิรนาม" แต่แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของอาวุธ แต่เป็นสายตาของมนุษย์ที่กำลังสงสัยว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่แค่ไหน
อาโออิ:
"เราจะไปสวิตเซอร์แลนด์จริงๆ ใช่ไหมคะ?"
อดีตนักฆ่านิรนาม:
"ฉันจองบ้านพักริมทะเลสาบไว้... ที่นั่นไม่มีโรงละคร ไม่มีองค์กร และไม่มีใครรู้จักเราในฐานะเป้าหมาย"
เขาหยิบสมุดเล่มใหม่ที่เธอวาดรูปนกอินทรีไว้ขึ้นมาดู ตอนนี้มันมีข้อความเขียนเพิ่มด้วยลายมือของเธอว่า: "บทที่ 1: การเริ่มต้นของชีวิต"
ฉากที่ 147: ตอนจบ - ยามเย็นบนเครื่องบิน
ขณะที่เครื่องบินทะยานขึ้นเหนือเมฆ อาโออิกุมมือของเขาไว้แน่น เธอเอนหัวซบไหล่ชายที่เคยถูกสร้างมาเพื่อเป็นเงาของเธอ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นโลกทั้งใบของเธอ
ในกระเป๋าเดินทางของอาโออิ มีไม้ขีดไฟก้านหนึ่งที่เธอเก็บไว้เป็นที่ระลึก... เธอไม่ได้จุดมันเพื่อทำลายใครอีกต่อไป แต่มันคือสัญลักษณ์ของ "แสงสว่าง" ที่จะนำทางพวกเขาไปสู่เช้าวันใหม่ที่ไม่มีวันจบสิ้น
อาโออิ (กระซิบ):
"ขอบคุณนะ... ที่ยอมพากย์บท 'ฮีโร่' ให้ฉันจนจบ"
เขายิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด
อดีตนักฆ่านิรนาม:
"ไม่ใช่บทพากย์หรอก... มันคือเรื่องจริง"
เครื่องบินหายลับไปในกลีบเมฆสีทอง ทิ้งเบื้องหลังความวุ่นวายของโตเกียวไว้เป็นเพียงความทรงจำในไดอารี่ที่ถูกปิดตายลงตลอดกาล
--- จบบริบูรณ์ ---