วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567

กฎหมายไว้ใช้ในแผน

 มาตรา๓๙๐ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๙๑ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๙๒ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๙๓ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา๓๙๗ผู้ใด ในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๘๔ผู้ใดแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๘๑ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๘๒ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร หรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วยเจ็บ ชรา หรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๗๘ผู้ใดเสพย์สุราหรือของเมาอย่างอื่น จนเปนเหตุให้ตนเมา ประพฤติวุ่นวาย หรือครองสติไม่ได้ ขณะอยู่ในถนนสาธารณหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา๓๗๙ผู้ใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๗๒ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณหรือสาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา๓๐๙ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจทำ ถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใด ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

มาตรา๓๒๐ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกพาหรือส่งไปนั้นตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือเพื่อละทิ้งให้เป็นคนอนาถา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

มาตรา๒๙๐ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี

มาตรา๒๙๔ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ถึงแก่ความตายโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นแสดงได้ว่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้นั้น หรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

มาตรา๒๙๕ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๒๙๖ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๒๙๗ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี

อันตรายสาหัสนั้น คือ

(๑)ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท

(๒)เสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถสืบพันธุ์

(๓)เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด

(๔)หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว

(๕)แท้งลูก

(๖)จิตพิการอย่างติดตัว

(๗)ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต

(๘)ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน

มาตรา๒๙๘ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๒๙๗ ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี

มาตรา๒๙๙ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ รับอันตรายสาหัสโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู่นั้นแสดงได้ว่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้นั้น หรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

มาตรา๓๓๐ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่า ข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

มาตรา๓๓๒ในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ศาลอาจสั่ง

(๑)ให้ยึดและทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่มีข้อความหมิ่นประมาท

(๒)ให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับหรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

มาตรา๓๓๔ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท

มาตรา๓๓๕ผู้ใดลักทรัพย์

(๑)ในเวลากลางคืน

(๒)ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิดอุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟหรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกัน หรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใด ๆ

(๓)โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ

(๔)โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้

(๕)โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอบหน้า หรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้

(๖)โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน

(๗)โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป

(๘)ในเคหสถาน สถานที่ราชการ หรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้น ๆ

(๙)ในสถานที่บูชาสาธารณ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณ

(๑๐)ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

(๑๑)ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

(๑๒)ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์ หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท

ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

มาตรา๓๓๖ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสองหมื่นบาท

ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท

มาตรา๓๓๗ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย

(๑)ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ

(๒)มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

มาตรา๓๓๘ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับ ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท

มาตรา๓๓๙ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

(๑)ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป

(๒)ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น

(๓)ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้

(๔)ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ

(๕)ให้พ้นจากการจับกุม

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา ๓๓๕ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท

มาตรา๓๔๖ผู้ใด เพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ชักจูงผู้หนึ่งผู้ใดให้จำหน่ายโดยเสียเปรียบซึ่งทรัพย์สิน โดยอาศัยเหตุที่ผู้ถูกชักจูงมีจิตอ่อนแอหรือเป็นเด็กเบาปัญญาและไม่สามารถเข้าใจตามควรซึ่งสาระสำคัญแห่งการกระทำของตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๕๘ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา๓๒๒ผู้ใดเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมายโทรเลขหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ถ้าไม่เกิดดราม่าแสดงว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าเกิดดราม่าแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง ถ้าทุกคนปฏิเสธแสดงว่าเป็นเรื่องจริง ถ้ามีทั้งคนปฏิเสธและยอมรับแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง ถ้าทุกคนยอมรับแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง

 ถ้าไม่เกิดดราม่าแสดงว่าเป็นเรื่องจริง

ถ้าเกิดดราม่าแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง

ถ้าทุกคนปฏิเสธแสดงว่าเป็นเรื่องจริง

ถ้ามีทั้งคนปฏิเสธและยอมรับแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง

ถ้าทุกคนยอมรับแสดงว่าเป็นเรื่องไม่จริง

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567

จดหมายแนะนำตัวจากโลลิฮิริว(ต้นฉบับภาษาไทย)

 จูกัดเหลียงตั้งสำนักงานรัฐปรับปรุงกังหันน้ำกระดูกงูชลประทานยกเกษตรกรรมต้มเกลือชาวไร่ชาวนาน้ำไม่ขาดใช้เลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ตั้งยุ้งฉางวัวไม้ม้าไหลรวมความคิดส่งคำแนะนำยอมรับความผิดยอมรับความพลาดผู้ภักดีได้รับบำเหน็จแม้เป็นศัตรูฝ่าฝืนละกฎหมายถูกลงทัณฑ์แม้เป็นญาติโครงสร้างพื้นฐานพยุหแปดทิศห้าตีเฉาเว่ยอาวุธแหลมคมมากกองหนุนประชุมไม่ฟุ่มเฟือยเศรษฐกิจก้าวหน้าราษฎรปลอดภัยกองทัพไม่เห็นแก่ตัวแปดทิศพิชัยสงครามยอดวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดเฉาเว่ยเคารพราษฎรสู่ฮั่นเชิดชูสิ้นบุญอาณาประชาจึงตั้งวัดวาสุมาอี้ว่าอัจฉริยะแห่งโลกทุกชนชั้นก็นิยม


ฮั่นสลายกังฉินขโมยฮ่องเต้ถูกฝุ่นคลุมไม่สนกำลังเชื่อในความชอบธรรมไร้ปัญญาไร้ฝีมือหาหนทางฮั่นเสื่อมถอยไม่คำนึงความสามารถตัวสร้างยุติธรรมให้โลกไร้ปัญญาไร้ฝีมือพระองค์เล่าปี่กล่อมดังนี้ฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งจึงยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตกำเนิดหลงจงตุ่ยผูกกวนต้านโฉชนะเซ็กเพ็กมีเกงจิ๋วได้เสฉวนมิเพียงซงหนูไม่ใช่เวลาปักหลักปราบกบฏครบส่งกลับบ้านเกิดปลูกหม่อนปลูกนาเสฉวนทรัพย์สินราษฎรพระองค์เล่าปี่ทำตามจูล่งดังนี้ชนะใจเสฉวนไม่แสดงอารมณ์ไม่โกรธอ่อนน้อมถ่อมตนเคารพน้ำใจเมตตาตรงข้ามโหดร้ายอาฆาตแค้นปกป้องผู้ใต้บัญชาครอบครัวถึงพูดว่าจูล่งจะเข้าโจโฉพระองค์เล่าปี่มิได้เชื่อสั่งเล่าเสี้ยนคุณธรรมเป็นรากโจโฉว่าพระองค์เล่าปี่เป็นวีรบุรุษ


โจโฉสู้จระเข้เมื่อสิบขวบหลี่ซานว่าถึงคราวุ่นวายวีรบุรุษมีแต่เพียงเฉาเชาอ่านยุทธศิลป์คัดลอกพิชัยสงครามอธิบายซุนจื่อกลายเป็นเมิ่งเต๋อเซินซูยี่สิบขวบได้เลื่อนตำแหน่งประหารขันทีละเมิดกฎหมายเขียนจดหมายถึงเลนเต้ถึงราชวงศ์ฮั่นผู้ซื่อสัตย์สุจริตถูกตราบาปกังฉินประจบประแจงสอพลอเสแสร้งคนทรยศเต็มราชสำนักคนดีภักดีจริงใจไม่ถูกใช้อย่างจริงใจไม่ได้รับการยอมรับประท้วงมากมายหลายครั้งฮั่นจะล้มฮั่นไม่ฟังโจโฉแม่ทัพทหารม้าปราบกบฏปลดแปดผู้พิพากษาทุจริตห้ามความเชื่อโชคลางศาสนาชวนล้มฮั่นโจโฉปฏิเสธหองจูเปียนหองจูเหียบเหี้ยนเต้ตั๋งโต๊ะตั๋งโต๊ะมอบตำแหน่งแม่ทัพโจโฉโจโฉไม่เอาออกจากลั่วหยางสละทรัพย์สมบัติระดมนักรบมีช่างตีมีดเป็นของตัวตีดาบให้ปะทะตั๋งโต๊ะลั่วหยางไหม้เพลิงสิบแปดเมืองพันธมิตรไม่ตามตีตั๋งโต๊ะโจโฉแต่ผู้เดียวบุกตะวันตกตีตั๋งโต๊ะตีตั๋งโต๊ะแต่ผู้เดียวจึงแพ้กลับมาสิบแปดพันธมิตรทุกวันแต่ฉลองดื่มกินโฉเสนอสี่ข้อตีเหมิงจินเฝ้าฉางเกาคุมอ่าวฉางปิดเซอหยวนปิดไท่กู่เข้าอู่กวนทำป้อมค่ายกองโจรตัดตั๋งโต๊ะสิบแปดพันธมิตรไม่ทำไปหยางโจวเกิดกบฏเผาค่ายโจโฉโจโฉสังหารหมดขุนศึกแตกแถวอำนาจเป็นหนึ่งปกปักฮ่องเต้รวมภาคเหนือรบเซ็กเพ็กตีสู่ฮั่นสร้างบทกวีสะท้อนฮั่นวุ่นวายปณิธานรวมโลกเป็นหนึ่งกวีเรียบง่ายตรงไปตรงมาโศกเศร้าเร่าร้อนอุปมาอุปไมยเฉียบแหลมตื่นตัวทรงพลังกล้าหาญไม่มุ่งเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งวีรบุรุษผู้พิเศษเข้มงวดสังหารผลาญอาชญากรมีปัญญาด้านการเมืองเชี่ยวพิชัยสงครามเชี่ยวกลยุทธ์เชี่ยวยุทธวิธีเชี่ยวยุทธศิลป์หนอนหนังสือเชี่ยววรรณกรรมโบราณอธิบายยุทธศิลป์กลางวันอ่านคัมภีร์กลางคืนเชี่ยวต่อสู้เชี่ยวดาบเชี่ยวธนูไร้ปราณีต่อภัยคุกคามประหยัดมัธยัสถ์ไม่หรูหราไม่เชื่อผีเทพเจ้าจูกัดเหลียงว่าปัญญาแผนการไม่ด้อยใครใช้ทหารดังซุนจื่อ


สุมาอี้ฉลาดมีเหตุผลเด็ดขาดเป็นวีรบุรุษกระตือรือร้นเรียนรู้เป็นหมาป่ายับยั้งโจโฉย้ายเมืองหลวงซุนกวนกวนอูสู้กันเฉาเว่ยปลอดภัยเฉาเว่ยรอดพ้นโจผีสิ้นซุนกวนตีสุมาอี้ชนะจูกัดกิ๋นปราบกบฏเบ้งตัดประหารเบ้งตัดตีฮั่นจงต้านจูกัดเหลียงจนมังกรหลับลาลับล้อมเมืองตัดหัวกองซุนเอี๋ยนสลายวงล้อมฟ่านเฉิงเปิดคลองก้วยหยางไป่ชี่สร้างค่ายทหารเหนือใต้นับหมื่นปราบกบฏหวางหลิงทำไร่นาในชางกุ้ยถลุงเหล็กในจิงจ้าวเทียนซุยขุดคลองสร้างค่ายทหารชลประทานน้ำโอนย้ายข้างฟ่างไปกวนตงทัดทานฮ่องเต้สร้างพระราชวังทำเกษตรกรรมซุนกวนว่าสุมาอี้เก่งใช้ทหารเปลี่ยนแปลงดั่งเทพไม่ย่อท้อ


กวนจงแบ่งเขตแบ่งเมืองตั้งข้าราชใหญ่น้อยน้อยหลายขึ้นต่อใหญ่หนึ่งใหญ่หนึ่งขึ้นต่อใหญ่ยิ่งกว่าตั้งผู้ดูแลเรือกนาไร่สวนปศุสัตว์ตั้งผู้ดูแลการเมืองทั่วไปเดือนแรกทุกปีข้าราชการรายงานฉีหวนกงฉีหวนกงบำเหน็จรางวัลลงโทษตามสภาพครอบหนึ่งคนเป็นทหารทัพเล็กกองร้อยสองพันกองพลหนึ่งหมื่นสิบห้าเมืองสามทัพยามว่างฝึกยามสงครามรบผู้ก่ออาชญากรรมให้เกราะให้ของ้าวผู้ก่ออาชญากรรมเล็กให้โลหะลดภาษีเก็บภาษีธุรกิจเก็บภาษีพ่อค้าเกษตรกรค้าขายอิสระเคารพกษัตริย์ปฏิเสธคนเถื่อนฉีหวนกงจึงขึ้นเป็นห้าอธิราช


จิ้นเหวินกงรับฟังโปตีเปิดโปงกบฏค้ำจุนกษัตริย์ปรับปรุงการเมืองจัดกองทัพตัดฉู่พิชิตโจพิชิตเว่ยช่วยซ่งชนะฉู่ตีเจิ้ง จิ้นเหวินกงขึ้นเป็นห้าอธิราช


โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่ออทิสติกเข้าสังคมไม่ได้หยิ่งเย่อทะนงถือตัวตนอวดรู้อวดฉลาดอวดสามารถอวดดีคิดว่าตัวฉลาดที่สุดในโลกคนอื่นทั้งโลกโง่กว่าแต่ไม่แท้ที่จริงกลับโง่ไร้สามารถโง่ต่ำตมออกแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่เป็นทำกังหันน้ำกระดูกงูไม่เป็นไม่เคยนึกถึงชลประทานรังเกียจไม่ทำเกียจคร้านจะทำเกษตรกรรมไม่สามารถต้มเกลือไม่สามารถทำไร่ทำนาเลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมม้วนไหมทอผ้าไม่สามารถปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ระดมความคิดไม่ให้คำแนะนำไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับความผิดไม่ยอมรับโทษจะรับแต่รางวัลไม่อาจเทียบเคียงฮกหลงมังกรหลับจูกัดเหลียงขงเบ้งไม่อาจทำให้ใครยอมรับใช้จวบจนสิ้นชีวิตไม่มีมังกรหลับข้างกายทำตรงข้ามคำจูล่งจะเอาแต่ทรัพย์สินเป็นของตนปรากฏอารมณ์จนทุกคนรับรู้มีแต่โกรธโกรธเอาโกรธเอาเต็มไปด้วยความโกรธความโกรธรุนแรงโกรธไม่อ่อนน้อมไม่ถ่อมตนไม่เคารพน้ำใจไม่เมตตาไม่ปกป้องใดไม่เคยปกป้องใดไม่คิดปกป้องใดไม่เคยคิดปกป้องใดมิอาจเทียบเคียงเล่าปี่มิเคยสู้จระเข้มิใช่วีรบุรุษไม่เข้าใจพิชัยสงครามไม่เข้าใจซุนจื่อมิเคยทัดทานใครมิเคยรวมทัพพันธมิตรมิเคยไล่ตามตีกังฉันมิเคยปกปักผู้ใดไม่เฉียบแหลมไม่ตื่นตัวไม่ทรงพลังไม่กล้าหาญมิใช่วีรบุรุษมิใช่ผู้พิเศษไม่เข้มงวดไร้ปัญญาด้านการเมืองไร้ปัญญาด้านพิชัยสงครามไร้ปัญญาด้านกลยุทธ์ไร้ปัญญาด้านยุทธวิธีไร้ปัญญาด้านยุทธศิลป์มิใช่หนอนหนังสือไร้ปัญญาด้านวรรณกรรมโบราณกลางวันไม่อาจอ่านไม่อาจอธิบายไม่อาจเข้าใจยุทธศิลป์กลางคืนไม่อ่านไม่อาจสู้ไม่อาจดาบไม่อาจธนูไม่ประหยัดไม่มัธยัสถ์ติดหรูติดหราไร้ปัญญาไร้แผนมิอาจเข้าใจซุนจื่อมิอาจใช้ซุนจื่อใช้ซุนจื่อไม่เป็นไม่อาจเทียบเคียงโจโฉไม่ฉลาดไม่มีเหตุผลไม่เด็ดขาดไม่เป็นวีรบุรุษไม่เป็นหมาป่าไม่เคยยับยั้งผู้ใดไม่เคยสร้างปกปักพิทักษ์ความปลอดภัยไม่เคยชนะใดไม่สามารถทำไร่นาไม่สามารถถลุงเหล็กไม่เคยคิดขุดคลองไม่เคยคิดสร้างค่ายทหารไม่เคยคิดชลประทานน้ำไม่เก่งใช้ทหารไม่เปลี่ยนแปลงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่เคยปรับปรุงตัวเองไม่เคยคิดปรับปรุงตัวเองไม่อาจเทียบเคียงสุมาอี้ไม่อาจรวมเล็กไม่อาจรวมใหญ่ไม่เคยจัดสรรการขึ้นต่อไม่จัดระเบียบไม่เคยคิดจัดระเบียบเป็นคนไม่มีระเบียบไม่เคยดูแลเรือกไม่เคยดูแลนาไม่เคยดูแลไร่ไม่เคยดูแลสวนไม่อาจจัดสรรกำลังคนบำเหน็จบำนาญรางวัลโทษค่าปรับสินไหมมิอาจทำให้ใครขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงกวนจงไม่รับฟังใครไม่อาจเปิดโปงตัวร้ายไม่อาจค้ำจุนผู้ใดไม่เคยปรับปรุงมิอาจตัดใดมิอาจพิชิตใดมิอาจช่วยใดมิอาจขึ้นเป็นอธิราชมิอาจเทียบเคียงจิ้นเหวินกงวรรณกรรมประดิษฐ์อักษรรูปวาดบทกวีไม่อาจวางชั้นจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางชั้นเดียวกันกับจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางข้างจูกัดเหลียงไม่อาจวางเคียงจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงข้างจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางเคียงคู่จูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางร่วมจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจวางด้วยจูกัดเหลียงโจโฉไม่อาจเลยข้าพเจ้าโลลิฮิริวตัวน้อยนี้เต็มไปด้วยอัตตาสูงเต็มไปด้วยริษยาเต็มไปด้วยเกียจคร้านเต็มไปด้วยโทสะเต็มไปด้วยราคะเต็มไปด้วยโลภเต็มไปด้วยตะกละเต็มไปด้วยอวดดีเต็มไปด้วยอวดรู้เต็มไปด้วยอวดฉลาดเต็มไปด้วยโง่เต็มไปด้วยเขลาเต็มไปด้วยมั่นใจในตัวสูงเต็มไปด้วยดูถูกผู้อื่นเต็มไปด้วยไม่รับฟังใครเต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความคิดของคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือความโง่เต็มไปด้วยคิดว่าความคิดของคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่ที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือคนโง่เต็มไปด้วยคิดว่าคนอื่นคือโง่เต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเต็มไปด้วยฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลกเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคือยอดคนฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะกว่าอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ไอแซคนิวตันกาลิเลโอกาลิเลอีโยฮันเคปเลอร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัสอาร์คีมีดีสนิโคล่าเทสล่าเลโอนาร์โด้ดาวินชี่สแตนลีย์คูบริกจูกัดเหลียงวิลเลี่ยมเช็กสเปียร์สุนทรภู่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพันล้านเท่าเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองคืออัจฉริยะเต็มไปด้วยคิดว่าตัวเองอัจฉริยะโลลิฮิริวตัวน้อยนี้มิใช่ผู้ที่ดีมิใช่คนที่ดีมิใช่ผู้ชายที่ดีมิใช่ชายที่ดีมิใช่ลูกที่ดีมิใช่นักเรียนที่ดีมิใช่แฟนที่ดีมิใช่คู่ครองที่ดีมิใช่สามีที่ดีมิใช่พ่อที่ดีมิใช่เด็กที่ดีมิใช่วัยรุ่นมิใช่ผู้ใหญ่ทีดีมิใช่ข้าราชการที่ดีมิใช่ผู้ตามที่ดีมิใช่หัวหน้าที่ดีมิใช่ผู้นำที่ดีมิใช่ผู้ปฏิบัติที่ดีมิใช่ผู้ทำที่ดีมิใช่ที่ดีโลลิฮิริวตัวน้อยนี้ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็นผูกถุงไม่เป็นซักผ้าไม่เป็นล้างจานไม่เป็นหวีผมไม่เป็นกางมุ้งไม่เป็นผูกมุ้งไม่เป็นใส่ที่นอนไม่เป็นใส่หมอนข้างไม่เป็นรัดหนังไม่เป็นผูกเงื่อนไม่เป็นไม่รู้ระบบราชการไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลือกตั้งไม่เป็นเข้าสังคมไม่เป็นพูดคุยไม่เป็นรักใครไม่เป็นจีบใครไม่เป็นโรแมนติกไม่เป็นเขียนหนังสือไม่เป็นเขียนนิยายไม่เป็นเขียนเรื่องสั้นไม่เป็นเขียนไม่เคยเว้นวรรคเขียนไม่เคยย่อหน้าผูกเชือกไม่เป็นทำกับข้าวไม่เป็นหั่นผักไม่เป็นสับเนื้อไม่เป็นไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายผูกเชือกกางเกงไม่เป็นใส่เชือกกางเกงไม่เป็นผูกเชือกไม่เป็นผูกเปลไม่เป็นตามคนไม่ทันคนอื่นพูดอะไรก็ฟังไม่เข้าใจใดๆเรียนไม่เป็นเนียนแย่เรียนกากสอบตกซ้ำชั้นเรียนไม่จบและเป็นคนเรียนไม่จบใช้ไม้ถูพื้นไม่เป็นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวถูพื้นไม่เป็นกวาดบ้านไม่เป็นไม่รดน้ำต้นไม้ไม่ถางหญ้าพูดไม่เป็นไม่มีปากเด็กพูดไม่รู้เรื่องกลัวดอกพิกุลร่วงเด็กนิสัยเสียนิสัยไม่ดีเด็กสันดานไม่ดีเด็กสันดานเสียสันดานเด็กสันดานไม่เอาอะไรเลยซักอย่างไม่ฝึกอะไรเลยไม่ฝึกเอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ตะแบงมิอาจเขียนภาษาไทยได้ดังสุนทรภู่มิอาจเขียนภาษาอังกฤษได้ดังเช็กสเปียร์หารู้ญี่ปุ่นไม่หารู้จีนไม่มิอาจทำหนังได้ดังสแตนลีย์คูบริกมิอาจดนตรีดังบีโทเฟนมิอาจคณิตดังไอแซคนิวตันมิอาจศิลปะดังเลโอนาร์โดดาวินชี่มิอาจนักแสดงดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจผู้ชายดังฮามาดะทัตสึโอมิมิอาจทำให้บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงภูมิใจได้ไม่เป็นที่อับอายของสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงหาเป็นเชื้อสายที่เป็นประโยชน์แด่บิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจเป็นที่ภาคภูุมิของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่ได้ไม่มิอาจแบกรับภาระของบิดามารดาพี่ชายปู่ย่าตายายป้าน้าอาสกุลวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจรับผิดชอบบิดามารดาวงษ์วงษาคณาญาติตระกูลโคตรทั้งปวงได้ไม่มิอาจมีครอบครัวได้ไม่มิอาจมีคู่ครองได้ไม่มิอาจมีบุตรได้ไม่มิอาจสู้ตาแลปู่แลพี่เจมส์ที่อยู่บนสวรรค์ได้ไม่มิอาจสู้หน้าวิญญาณปู่ตาแลพี่เจมส์ที่ตายขึ้นสวรรค์ไปแล้วได้ไม่ไม่เป็นทำใดใดไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่เป็นไม่อะไรเลยหลงตัวเองเป็นแต่ด่าอ้าปากก็มีแต่คำด่าน่ารังเกียจน่ารังเกียจไร้ความอดทนหามีความอดทนแต่อย่างใดไม่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้เป็นแต่อัตตาสูงเป็นแต่อวดฉลาดเป็นแต่อวดรู้เป็นแต่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปแต่แท้ที่จริงแล้วไร้ฉลาดไร้ปัญญาไร้ความสามารถในทุกด้านในสิ้นเชิงในใดใดในใดมิอาจเป็นคนได้ไม่นี้เป็นจดหมายฉบับแรกของโลลิฮิริวตัวน้อยนี้โลลิฮิริวตัวน้อยนี้จะเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายในวันที่โลลิฮิริวตัวน้อยนี้ต้องจากลา

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

แผน(ปรับปรุง)

 

แผน#2(ปรับปรุง)

เบื้องบนเบื้องล่างไม่ร่วมใจ ✅ ไม่ร่วมเป็น✅ ไม่ร่วมตาย✅ กลัวตาย✅ กลัวอันตราย✅ ใกล้✅ ต่ำ✅ ราบเรียบ✅ กว้าง✅ เป็น✅ ไร้สติปัญญา✅ ไร้ศรัทธา✅ ไร้เมตตา✅ ไร้กล้าหาญ✅ ไร้เข้มงวด✅ ไร้ระบบจัดกำลัง✅ ไร้ระบบยศตำแหน่ง✅ ไร้ระบบพลาธิการ✅ 

ไร้คุณธรรม✅ ไร้สามารถ✅ ฟ้าดินอำนวยครึ่งไม่อำนวยครึ่ง✅ ไร้วินัยเข้มงวด✅ ไร้เข้มแข็ง✅ ไร้ฝึกดี✅ ไร้รางวัลแจ่มชัด✅ ไร้ลงโทษแจ่มชัด✅

ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ ชนะ19ส่วนครึ่ง แพ้ครึ่งส่วน

-ใช้ความคิดตน -ใช้ทุกอย่างจากคนอื่น -เอาทุกอย่างจากคนอื่น -เอาทุกอย่างจากคนอื่นเท่ากับเรามีไว้อนันต์ -{อุบาย=ขายวัตถุดิบตอบสนองความเห็นแก่ตัวที่ทุกคนต้องใช้ } -{อุบาย=เอาทุกอย่างจากคนอื่นแล้วขายให้เจ้าของ} -น้อยกว่าก็เลี่ยงหนี -ไม่ทัดเทียมก็หลบหลีก -เรารู้ว่าควรรบไม่ควรรบ -เราเข้าใจการรบในภาวะกำลังมากกำลังน้อย -เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน -เราพร้อมรบ -อีกฝ่ายไม่พร้อมรบ -เรามีปัญญา -เราไม่มีใครยุ่งเกี่ยว

พื้นที่→วินิจฉัย=เห็นแก่ตัว→คำนวณ=โง่อวดฉลาดอัตตาสูงตาบอดมองไม่เห็นความจริง กับ เรามีปัญญาไร้อัตตามองเห็นความจริง→ปริมาณ=อีกฝ่ายเห็นแก่ตัว เราไม่เห็นแก่ตัว→เปรียบเทียบ=เห็นแก่ตัว<ไม่เห็นแก่ตัว=เราชนะ

-ตอบสนองความเห็นแก่ตัว -ความจำเป็น(ความเห็นแก่ตัวที่จำเป็น)ของอีกฝ่าย -เรารวมศูนย์-อีกฝ่ายกระจัดกระจาย -แลกผลประโยชน์ให้อีกฝ่ายตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเอง

-ยุทธภูมิยื้อแย่งอย่าฝืน -ยุทธภูมิยื้อแย่งเราพึงอ้อมไปหลังข้าศึก -ยุทธภูมิคาบเกี่ยวพึงหนุนเนื่อง -ยุทธภูมิคาบเกี่ยวเราพึงรักษาให้เข้มงวด

-ขั้นสุดท้าย=เสริมให้มั่นคง

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

แผน#2

แผน#2

เบื้องบนเบื้องล่างไม่ร่วมใจ ✅ ไม่ร่วมเป็น✅ ไม่ร่วมตาย✅ กลัวตาย✅ กลัวอันตราย✅ ใกล้✅ ต่ำ✅ ราบเรียบ✅ กว้าง✅ เป็น✅ ไร้สติปัญญา✅ ไร้ศรัทธา✅ ไร้เมตตา✅ ไร้กล้าหาญ✅ ไร้เข้มงวด✅ ไร้ระบบจัดกำลัง✅ ไร้ระบบยศตำแหน่ง✅ ไร้ระบบพลาธิการ✅ 

ไร้คุณธรรม✅ ไร้สามารถ✅ ฟ้าดินอำนวยครึ่งไม่อำนวยครึ่ง✅ ไร้วินัยเข้มงวด✅ ไร้เข้มแข็ง✅ ไร้ฝึกดี✅ ไร้รางวัลแจ่มชัด✅ ไร้ลงโทษแจ่มชัด✅

ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ ชนะ19ส่วนครึ่ง แพ้ครึ่งส่วน

-ใช้ความคิดตน -ใช้ทุกอย่างจากคนอื่น -เอาทุกอย่างจากคนอื่น -เอาทุกอย่างจากคนอื่นเท่ากับเรามีไว้อนันต์ -{อุบาย=ขายวัตถุดิบตอบสนองความเห็นแก่ตัวที่ทุกคนต้องใช้ } -{อุบาย=เอาทุกอย่างจากคนอื่นแล้วขายให้เจ้าของ} -น้อยกว่าก็เลี่ยงหนี -ไม่ทัดเทียมก็หลบหลีก -เรารู้ว่าควรรบไม่ควรรบ -เราเข้าใจการรบในภาวะกำลังมากกำลังน้อย -เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน -เราพร้อมรบ -อีกฝ่ายไม่พร้อมรบ -เรามีปัญญา -เราไม่มีใครยุ่งเกี่ยว

พื้นที่→วินิจฉัย=เห็นแก่ตัว→คำนวณ=โง่อวดฉลาดอัตตาสูงตาบอดมองไม่เห็นความจริง กับ เรามีปัญญาไร้อัตตามองเห็นความจริง→ปริมาณ=อีกฝ่ายเห็นแก่ตัว เราไม่เห็นแก่ตัว→เปรียบเทียบ=เห็นแก่ตัว<ไม่เห็นแก่ตัว=เราชนะ

-ตอบสนองความเห็นแก่ตัว -ความจำเป็น(ความเห็นแก่ตัวที่จำเป็น)ของอีกฝ่าย -เรารวมศูนย์-อีกฝ่ายกระจัดกระจาย -แลกผลประโยชน์ให้อีกฝ่ายตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเอง

-ยุทธภูมิยื้อแย่งอย่าฝืน -ยุทธภูมิยื้อแย่งเราพึงอ้อมไปหลังข้าศึก

-ขั้นสุดท้าย=เสริมให้มั่นคง

แผน

  

 แผน

เบื้องบนเบื้องล่างไม่ร่วมใจ ✅ ไม่ร่วมเป็น✅ ไม่ร่วมตาย✅ กลัวตาย✅ กลัวอันตราย✅ ใกล้✅ ต่ำ✅ ราบเรียบ✅ กว้าง✅ เป็น✅ ไร้สติปัญญา✅ ไร้ศรัทธา✅ ไร้เมตตา✅ ไร้กล้าหาญ✅ ไร้เข้มงวด✅ ไร้ระบบจัดกำลัง✅ ไร้ระบบยศตำแหน่ง✅ ไร้ระบบพลาธิการ✅ 
ไร้คุณธรรม✅ ไร้สามารถ✅ ฟ้าดินอำนวยครึ่งไม่อำนวยครึ่ง✅ ไร้วินัยเข้มงวด✅ ไร้เข้มแข็ง✅ ไร้ฝึกดี✅ ไร้รางวัลแจ่มชัด✅ ไร้ลงโทษแจ่มชัด✅
ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ ชนะ19ส่วนครึ่ง แพ้ครึ่งส่วน
-ใช้ความคิดตน -ใช้ทุกอย่างจากคนอื่น -เอาทุกอย่างจากคนอื่น -เอาทุกอย่างจากคนอื่นเท่ากับเรามีไว้อนันต์ -{อุบาย=ขายวัตถุดิบตอบสนองความเห็นแก่ตัวที่ทุกคนต้องใช้ } -น้อยกว่าก็เลี่ยงหนี -ไม่ทัดเทียมก็หลบหลีก -เรารู้ว่าควรรบไม่ควรรบ -เราเข้าใจการรบในภาวะกำลังมากกำลังน้อย -เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน -เราพร้อมรบ -อีกฝ่ายไม่พร้อมรบ -เรามีปัญญา -เราไม่มีใครยุ่งเกี่ยว
พื้นที่→วินิจฉัย=เห็นแก่ตัว→คำนวณ=โง่อวดฉลาดอัตตาสูงตาบอดมองไม่เห็นความจริง กับ เรามีปัญญาไร้อัตตามองเห็นความจริง→ปริมาณ=อีกฝ่ายเห็นแก่ตัว เราไม่เห็นแก่ตัว→เปรียบเทียบ=เห็นแก่ตัว<ไม่เห็นแก่ตัว=เราชนะ
-ตอบสนองความเห็นแก่ตัว -ความจำเป็น(ความเห็นแก่ตัวที่จำเป็น)ของอีกฝ่าย -รวมศูนย์อีกฝ่ายที่กระจัดกระจาย -แลกผลประโยชน์ให้อีกฝ่ายตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเอง
-ยุทธภูมิยื้อแย่งอย่าฝืน -ยุทธภูมิยื้อแย่งเราพึงอ้อมไปหลังข้าศึก
-ขั้นสุดท้าย=เสริมให้มั่นคง

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

円谷英二

 

円谷英二

ตอน
ภาคเรียน
ซึบุรายะเป็นผู้บัญญัติคำว่า "สเปเชียลเอฟเฟกต์" จนกระทั่งถึงตอนนั้น มันถูกเรียกว่า ``การถ่ายภาพหลอกๆ'' เมื่อซาดามาสะ อาริกาวะ กลายเป็นผู้กำกับสเปเชียลเอฟเฟกต์รุ่นที่สอง เขากล่าวว่า ``มันดูโอ้อวดที่จะเรียกตัวเองว่าเป็น ``ผู้กำกับเอฟเฟกต์พิเศษ'' ต่อหน้าพ่อของฉัน'' และส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาชื่นชมชื่อเดียวกันที่เขาเรียกตัวเอง แม้แต่ที่ Tsuburaya Productions ผู้เล่นรุ่นเยาว์อย่าง Koichi Takanoก็ยังติดตามตัวอย่างนี้
สึบุรายะเป็นผู้บัญญัติคำว่าระบบบลูแบ็คซึ่งเป็นเทคนิคการประกอบหน้าจอที่ใช้ในภาพยนตร์ก่อนการผลิตภาพยนตร์เอฟเฟกต์สีเรื่องแรกของญี่ปุ่น ` `White Lady's Love '' ในปี 1956 Tsuburaya ได้ไปเยี่ยมชมToyo Photo Studio เป็นครั้งแรกพร้อมกับทีมงานกล้องของเขา และ ดำเนินการวิจัยภาคปฏิบัติเกี่ยวกับฟิล์ม สี Eastman นอกจากนี้ จากการสนทนากับKaoru Yachigusaผู้ซึ่งเดินทางไปยุโรปเพื่อรับบทนำใน ภาพยนตร์ร่วมผลิตเรื่อง Madame Butterfly ของญี่ปุ่นและอิตาลี เมื่อปีที่แล้วเธอได้เปิดเผยว่าเธอเคยแสดงต่อหน้าเส้นขอบฟ้า สีน้ำเงิน และนี่คือ กระบวนการติดตามหนี้โดยใช้ ฟิล์มสี กระบวนการติดตามหนี้ ) และตั้งชื่อสิ่งนี้ว่า "ระบบบลูแบ็ค" "ระบบ Dunning (เสื่อเดินทาง)" ในงานขาวดำเกิดขึ้นจริงใน ``ยุทธการที่ฮาวายและแหลมมลายา'' แต่นี่เป็นครั้งแรกที่สึบุรายะใช้ฟิล์มสีของอีสต์แมนและหลังจากทำ การวิจัยของตัวเอง Tsuburaya สามารถสร้างมันขึ้นมาได้
อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงเวลานี้Yoshio WatanabeและYonezaburo Tsukijiประสบ ความสำเร็จในการทดลองเรื่องการพัฒนาสีที่ Daieiและ Tsuburaya ได้รับรายงานจาก Watanabe ร่วมกับ Hiroshi Mukaiyamaเขาไปที่ Daiei เพื่อขอคำแนะนำจาก Tsukiji และสึบุรายะได้สอนเทคนิคทั้งหมดในการพัฒนาสีสำหรับวัสดุคอมโพสิตให้สึบุรายะ ซึ่งซึกิจิเพิ่งประสบความสำเร็จ
เทคโนโลยีบุกเบิก
ตามคำบอกเล่าของคาซึโอะ ซากา ว่า ซึ่งเป็นนักวิจัยที่สถาบันวิจัยเทคโนโลยีพิเศษสึบุรายะ ในช่วงเวลาของ `` Wings of the Pacific '' ห้องปฏิบัติการดังกล่าว ใช้วิธีการถ่ายทำที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย Zero Fighter ขนาดจิ๋ว และกล้องที่ติดอยู่กับแขน ในลักษณะเหลื่อมเวลา เขากล่าวว่า เป็น `` กล้องควบคุมการเคลื่อนไหวแบบแมนนวล' ' ซึ่งอยู่หน้า ``กล้องควบคุมการเคลื่อนไหวที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์'' นอกจากนี้ การควบคุมการเคลื่อนไหวในรูปแบบของ ``การเคลื่อนย้ายกล้องบนรางโดยใช้โซ่ขับเคลื่อน'' ได้ถูกนำมาใช้ใน ` `Gorath '' และเกมอื่นๆ แล้ว
โทโมยูกิ ทานากะ โปรดิวเซอร์ของ Toho กล่าวว่าในขณะนั้น อุปกรณ์ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และแม้ว่าเขาจะรู้ตามทฤษฎีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาไม่ประนีประนอมว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนด้วยพลังที่พวกเขามีอยู่ มีและพยายามสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ขึ้นมา ซึบุรายะบอกว่าเป็นสึบุรายะที่รักษาความปรารถนาที่จะสร้างมันขึ้นมา
แสงสว่าง
การเตรียมการใช้เวลานาน และเพื่อที่จะรักษาพลังงานไว้เพื่อรองรับแสงปริมาณมหาศาลในชุดเอฟเฟกต์พิเศษ โดยปกติแล้วตารางการถ่ายทำของสึบุรายะ-กุมิจะเริ่มในเวลา 18.00 น. เลยเวลาที่กำหนด จากนั้นจึงดำเนินการถ่ายทำจริงตั้งแต่เที่ยงคืนถึง เมื่อเช้าก็กลายเป็น การเปิดไฟทั้งหมดพร้อมกันจะทำให้ ฟิวส์ในแผงสวิตช์ ขาด และปริมาณไฟฟ้าที่ใช้นั้นสูงมากจนต้องเปิดแหล่งพลังงานเกือบทุกแห่งในสตูดิโอ การถ่ายทำมักจะจบลงประมาณตี 5 และมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทีมงานแลกเปลี่ยนคำพูดกัน เช่น ``ก็อดซิลล่าอยู่ตอน 5 โมงเย็น'' ด้วยเหตุนี้ เมื่อตั้งค่าภาพขนาดจิ๋วในระหว่างวัน จึงมักจะทำในแสงสลัวโดยเปิดไฟเพียงดวงเดียว ในทางกลับกัน กลุ่มคุโรซาวะซึ่งกำกับโดยอากิระ คุโรซาวะผูกขาดไฟฟ้าในสตูดิโอถ่ายทำในเวลากลางวันในเวลานั้น เป็นธรรมเนียมภายในสตูดิโอ Toho ที่สตูดิโอที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองแห่งนี้จะต้องแข่งขันกันในเรื่องการกระจายพลังงาน
อิทธิพลจาก “คิงคอง”
ซึบุรายะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง ``คิงคอง'' ในปี 1933 และต้องตกใจกับเทคโนโลยีเอฟเฟกต์พิเศษของมัน และได้ใช้มันเป็นแบบอย่างสำหรับทุกสิ่งที่เขาทำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กล่าวกันในประวัติศาสตร์ว่าเขายืมภาพยนตร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้มาเป็นพิเศษ และพิมพ์ซ้ำเฉพาะฉากเอฟเฟกต์พิเศษเท่านั้น และศึกษาทีละเฟรม หลังสงคราม ช่างกล้องรุ่นเยาว์ เช่น อาริกาวะ และ โทมิโอกะ ก็บอกเขาว่า "ดูคิงคองสิ “ ฉันแสดงสิ่งนี้ให้เขาดูเป็นครั้งคราว ตัวเขาเองบอกว่าเขาดูหนังเรื่องนี้เกือบทุกวัน เมื่อ ฮารุโอะ นากาจิมะถูกขอให้รับบทเป็นก็อดซิลล่าในภาพยนตร์เรื่องแรก ซึบุรายะได้ชักชวนเขาว่า ``ถ้าเราสร้างก็อดซิลล่าให้เป็นแอนิเมชั่นหุ่นเชิด คงต้องใช้เวลาเจ็ดปี แต่ถ้าคุณรับบทนี้ เราก็สามารถทำได้ในเดือนมีนาคม .'' นั่นคือสิ่งที่มันหมายถึง. และนากาจิมะก็ได้รับแจ้งเช่นเดียวกัน: ``Watch King Kong'' เนื่องจากปัญหาในทางปฏิบัติ วิธีการทำแอนิเมชั่นหุ่นเชิดที่ก็อดซิลล่าหวังไว้แต่แรกจึงไม่ถูกนำมาใช้ แต่สึบุรายะยังคงมองว่าคิงคองเป็นแบบอย่าง ``คิงคอง'' คือหนังสือเรียนของสึบุรายะ-กุมิ ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดเรื่องสุดท้ายที่ซึบุรายะกำกับเองคือ ` `King Kong Strikes Back '' ซึ่งบังเอิญนำเสนอก้อง
คำแนะนำในการถ่ายภาพ
เมื่อถ่ายภาพจำลอง ก่อนการแสดงจริง Tsuburaya ได้ประกาศความเร็วของฟิล์มสำหรับการถ่ายภาพความเร็วสูง (สโลว์โมชัน) เป็นครั้งแรก โดยกล่าวว่า "คราวหน้า ○bee! ('Bee' แปลว่าสองเท่า เป็นสำเนียงฟุกุชิมะ) บอกตากล้องและเริ่มถ่ายทำ โดยทั่วไปแล้ว Tsuburaya จะใช้ 4 เท่าในการถ่ายภาพสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ เช่น Godzilla และ 2 เท่าในการถ่ายภาพขนาดจิ๋ว เช่น การถล่มของจิ๋วหรือยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ และอื่นๆ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเร็วที่เหมาะสมที่ Tsuburaya ฝึกฝนมาโดยตลอดประสบการณ์หลายปี การใช้การถ่ายภาพความเร็วสูงอย่างกว้างขวางเป็นเรื่องยากสำหรับกล้อง แต่เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในขณะที่ควบคุมกล้อง
การตั้งค่าภาพสามมิติ
เขามี ``ความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง'' สำหรับงานขนาดจิ๋ว (ยาสุยูกิ อิโนอุเอะ) ในฉากใน `` Frankenstein vs. the Underground Monster '' เมื่อ บารากอนโจมตีปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ถามว่า ``ทำไมไม่ใช้ปศุสัตว์จริงล่ะ'' และเขาก็ตอบว่า ``น่าสนใจกว่าที่จะทำอะไรแบบนี้ใน จิ๋ว.' มี. เขาพิถีพิถันมากจนสร้างเครื่องบิน ตู้รถไฟ และอื่นๆ ขึ้นมาจิ๋ว และ ดูเหมือนว่าเขาจะชอบภาพสามมิติที่เกินงบประมาณสึบุรายะค้นหาเทคโนโลยีคอมโพสิตที่สามารถนำฉากย่อส่วนและฉากจริงมารวมกันบนหน้าจอ และเขาก็แนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ความมุ่งมั่นในการวาดภาพ
เกี่ยวกับเอฟเฟกต์พิเศษ เขาหลีกเลี่ยงสิ่งที่โหดร้ายหรือพิสดารเกินไปให้มากที่สุด และไม่ชอบการนองเลือดมากเกินไป สิ่งนี้สอดคล้องกับนโยบายของ Toho ในช่วงเวลาของ ``ภาพยนตร์ Toho ที่สดใสและสนุกสนาน'' และเป็นหนึ่งในความรู้สึกอ่อนไหวด้านสุนทรียศาสตร์ของ Tsuburaya ในการผลิตร่วมระหว่างชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ``Sanda vs. Gaira'' อาจเนื่องมาจากธรรมชาติของงาน มีฉากที่น่าตกใจที่ Gaira กินมนุษย์ แต่ Tsuburaya เลี่ยงที่จะบรรยายภาพนั้นโดยตรง นอกจากนี้ ใน ``King Kong Strikes Back'' ฝ่ายอเมริกาต้องการให้เลือดสดไหลออกจากปากของไดโนเสาร์ที่กรามของเขาถูกกงฉีกออกในขั้นตอนบท แต่สึบุรายะก็ไม่อนุญาตให้มีเลือดไหลที่นี่เช่นกันโกโรซอรัสที่ถูกตีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพ่นฟองสบู่แทนเลือด ใน `` Dogora สัตว์ประหลาดอวกาศผู้ยิ่งใหญ่ '' การใช้เอฟเฟ็กต์พิเศษที่ตัดท้องฟ้าโดยแบ่งเซลล์อวกาศนั้นเป็นพิษเกินไป เขาจึงตะโกนว่า `` คุณใช้ฟิล์มประเภทนี้ไม่ได้!'' และฉีกขาด ฟิล์มต่อหน้าพนักงานทั้งหมด
ตามคำกล่าวของอาริกาวะ เจ้าหน้าที่ที่เรียนรู้เชือกโดยการพันสายไฟรอบฉากจิ๋วของก็อดซิลล่าเริ่มสร้างเฉพาะสิ่งที่เห็นได้จากกล้องเท่านั้น แต่สึบุรายะกล่าวว่า ``สิ่งที่ฉันต้องการคือนอกจอ'' [ ]
ท้องฟ้าสีครามในงานของ Tsuburaya นั้นเป็นสีฟ้าสดใสที่ไม่สมจริง แต่ได้รับการคำนวณเพื่อสร้างสีที่เหมาะสมโดยการเพิ่มหมอกเพื่อสร้างความรู้สึกของเปอร์สเป็คทีฟ ตามคำพูดของ นิเซ็นโรกุ ชิมาคุระซึ่งอยู่เบื้องหลัง ได้มีการตัดสินใจทาสีท้องฟ้าสีครามนี้ก่อนที่เขาจะเข้าไปในอาคาร
ตามที่ นักแสดงMitsuru Sato กล่าว ไว้ Tsuburaya ต้องการกำกับเรื่องราวหลักในภาพยนตร์เรื่องสงคราม และบางครั้งก็ให้คำแนะนำด้านการแสดงแก่นักแสดง แม้ว่าซาโตะจะสงสัยว่าซึบุรายะซึ่งไม่ใช่ผู้กำกับหลักจะเข้ามาแทรกแซง แต่เขาบอกว่าเขารู้สึกถึงความผูกพันของสึบุรายะกับเครื่องบิน65]
ในปีต่อๆ มาโคอิจิ คาวาคิตะซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้กำกับสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ของโทโฮกล่าวถึงสึบุรายะว่าเขาน่าทึ่งในฐานะผู้กำกับมากกว่าเป็นคนที่รับผิดชอบด้านเทคนิคพิเศษ
โหยหาเอฟเฟกต์พิเศษใหม่ๆ
เขามักจะคิดไอเดียเกี่ยวกับเอฟเฟกต์พิเศษใหม่ๆ ในหัวอยู่เสมอ และ มักจะคิดเคล็ด ลับเมฆเห็ด ขึ้นมา ขณะกวนซุปมิโซะ หรือค้นพบมันในชีวิตประจำวันของเขา18]เมื่อผู้กำกับสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ดูเหมือนจะมีความกดดันอย่างมากที่จะต้องสร้างสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่ผสมผสานแนวคิดใหม่ๆ และเข้าฉายภายในงบประมาณที่จำกัด และในทศวรรษ 1950 เราอยู่ในยุคที่นิยายสามารถกลายเป็น ความเป็นจริงก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายด้วยซ้ำ และเมื่อพูดถึงความกดดันเหล่านี้ เขาพูดว่า ``ถ้าคุณไม่คิดถึงมันจนกว่าคุณจะรู้สึกจุกในท้อง มันก็จะไม่ได้ผล'' '' (บรรยาย) โดยอากิโยชินากาโนะ) ต้องการอ้างอิง ]ตามที่Ushio Souji กล่าว ในช่วงของ `` Mighty Jack '' ซึบุรายะมักจะ ปรากฏตัวที่ P-Proและพักผ่อนบนโซฟาในห้องทำงานของประธานาธิบดีเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงพร้อมกับบ่นเกี่ยวกับ `` Mighty Jack '' ที่ต่ำลง การ ให้คะแนนผู้ชมต้องการอ้างอิง ]
สำหรับวัสดุการสร้างแบบจำลองที่ตกแต่งเอฟเฟกต์พิเศษเราใช้วัสดุที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น เช่นใยแก้วFRPโฟมไตโรโฟมและโฟม ยูรีเทน เมื่อพูดถึงกรงเล็บและเขี้ยวของสัตว์ประหลาด เขามักจะพูดเสมอว่า ``ฉันอยากให้มันคมกว่านี้'' และ เมื่อ Keizo Murase เจ้าหน้าที่ฝ่ายศิลป์ ใช้โพลีเรซินสำหรับเขี้ยวของสัตว์ประหลาด Magma ใน ``Gorath '' เขาพูด '' พวกเขาพบงาช้างแบบนี้ที่ไหน? "ใช่แล้ว" เขาพูดด้วยความยินดีอย่างยิ่ง สำหรับ ``Space Monster Dogora'' Murase แสดงให้เขาเห็นวัสดุ ไวนิลเนื้อนุ่มที่ยังไม่ได้ออกสู่ตลาดและเมื่อเขาอธิบายว่าการสร้างบางสิ่งบางอย่างตั้งแต่เริ่มต้นจะมีราคาแพงมาก เขากล่าวว่า `` คุณไม่ทำ ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น'' ฉันจะเป็นคนจ่ายค่ามันเอง!'' และตัดสินใจจ้างเขาทันที ระบบการผลิตเป็นแบบที่ทีมงานทำงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อจับภาพของสึบุรายะและนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเมื่อ ปี 1959 [ 66]
ในบรรดาแนวคิดใหม่ๆ มากมายของสึบุรายะ ฮอนด้าอ้างว่า `` ทะเล วุ้น '' เป็นเทคนิคพิเศษที่ทำให้เขาประหลาดใจมาก ที่สุด[17]
ผู้กำกับศิลป์ ยาสุยูกิ อิ โนอุเอะ แสดงความคิดเห็นว่าสึบุรายะเผชิญกับความท้าทายด้านภาพใหม่ๆ ในแต่ละงาน และอิโนอุเอะเองก็จำได้ว่าแม้ว่าบางครั้งเขาจะต่อสู้กับเทคนิคใหม่ๆ แต่เขาพบว่ามันคุ้มค่า67 ]
อาริกาวะแสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับชื่อเสียงของสึบุรายะในฐานะคนมีความคิด โดยกล่าวว่าสึบุรายะจดจำสิ่งต่าง ๆ และคิดอย่างมีเหตุผลโดยการรวมเข้าด้วยกัน แต่เขาไม่ได้คิดเพียงข้อสรุปก่อนเท่านั้น [62]เฉียบแหลม
ทัศนคติต่อเด็ก
ตามที่ วิศวกรด้านแสงเก็นฟูมิ เรียวกล่าวไว้ สึบุรายะกำลังคิดจากข้างตัวเด็ก และระวังไม่ให้เด็กรู้สึกวิตกกังวล เหตุผลที่เขาหลีกเลี่ยงการพรรณนาถึงเลือดก็เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเห็นเลือด
ตามคำกล่าวของ โยชิฮิโระ โมริซึ่งเป็นผู้ช่วยกล้องในบทความในหนังสือพิมพ์ที่ครอบคลุมฉากสเปเชียลเอฟเฟกต์ของ ``การกำเนิดของญี่ปุ่น'' ซึบุรายะได้เพิ่มสายเปียโนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในภาพถ่ายของงูแปดง่าม และสึบุรายะ กล่าวว่า ``ฉันกำลังทำลายความฝันของเด็ก'' [ ]
นอกจาก นี้เขายังคาดการณ์ว่างานนี้จะยังคงได้รับการเห็นและได้รับความนิยมเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของรุ่นเด็ก
คนอื่น
ตามคำบอกเล่าของอาริกา วะสึบุรายะไม่ชอบแนวคิดที่ว่าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ถูกเรียกว่า ``เวทมนตร์แห่งภาพยนตร์'' และเป็นพยานว่าเขากล่าวว่าการทำให้ภาพขนาดจิ๋วดูใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามความเป็นจริงถือเป็นสิ่งสำคัญ
ตามที่ Kenji Saharaกล่าว เมื่อ Tsuburaya เสนอให้ก่อตั้ง Tsuburaya Tokugi Productions ก็เกิดความโกลาหลในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่แห่งโลกภาพยนตร์แห่งนี้ และมีความกังวลว่า Tsuburaya จะไม่ทำงานร่วมกับ Toho อีกต่อไปหรือว่าเขาจะไม่ มีส่วนร่วมในการผลิตภาพยนตร์อีกต่อไป ว่ากันว่ามีข่าวลือมากมายไม่เพียงแต่ในหมู่ทีมงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักแสดงด้วย เช่น พวกเขาจะทำการแสดงในเวอร์ชันของตัวเอง
ครั้งหนึ่ง เมื่อเธอตะโกน ``พร้อม เริ่มเลย!'' ระหว่างการแสดง เธอก็ตะโกน ``พร้อมแล้ว
กระโปรง !'' และทั้งสตูดิโอก็ตกตะลึง จน เงียบงัน และสึบุรายะเองก็ยิ้มอย่าง ขมขื่น จนกระทั่งต่อมา สึบุรายะมองย้อนกลับไปและสงสัยว่า ``ทำไมฉันถึงพูดแบบนั้น?''
ฉันกำลัง สำรวจสถานที่สำหรับเอฟเฟกต์พิเศษในพื้นที่ที่สร้างขึ้นและฉันกำลังพูดคุยกับทีมงานเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ เช่น ``ครั้งต่อไป (ในหนัง) เราควรทำลายอาคารนั้น (ด้วยเอฟเฟกต์พิเศษ)'' และ ` `มาเผาตึกนั้นกันเถอะ'' ครั้งหนึ่งฉันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนฉันด้วยท่าทีน่าสงสัย

本多猪四郎

本多猪四郎

สไตล์แก้ไข

รูปถ่ายแก้ไข

ในชุดของ "Godzilla" (1954) มีผู้เห็นอิชิโร ฮอนดะอยู่ด้านซ้ายสุด สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น เออิจิ สึบุรายะ อยู่ข้างๆ เขาโดยเอามือวางบนสะโพก คนที่อยู่ด้านหลังกล้องคือซาดามาสะ อาริกาวะ

แม้ว่าเขาจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ยังคงมีส่วนร่วมใน "เทคนิคพิเศษ" ในรูปแบบของภาพยนตร์และเอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์ เขายังผลิตผลงานมากมาย รวมถึง ละครเมโลดราม่าภาพยนตร์ตลกของคนออฟฟิศ และเพลงป๊อป Akira Kurosawa เป็นศิลปินประเภทหนึ่งที่ติดตามธีมและภาพที่น่าเชื่อถือ แม้จะใช้งบประมาณและเวลามากเกินไปสำหรับผลงานของเขาเอง ในขณะที่ผลงานของ Honda เป็นไปตามโครงการที่บริษัทของเขาร้องขอ โดยไม่คำนึงถึงงบประมาณหรือเวลา เขาเป็นช่างฝีมือประเภทนั้น ป้องกันและทำงานให้เสร็จ ``ก็อดซิลล่า'' เป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์ที่นำเสนอโดยบริษัทดังกล่าว มีคำบางคำที่แสดงถึงความแตกต่างระหว่างคุโรซาว่าและฮอนด้า ``เมื่อฉันพูดว่า ``ทำอาหารให้ฉันหน่อย'' คุโรซาวาจะเตรียมอาหารแบบฟูลคอร์สซึ่งฉันไม่สามารถทำให้เสร็จได้ Honda บรรจุมันอย่างประณีตในจูบาโกะ''

เขาได้รับฉายาว่า` `Honda Diastase '' เนื่องจากเขามีทักษะในการจัดการทุกอย่าง

การผลิตโดยทั่วไปจะสงบและมั่นคง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก้าวถอยหลังและไม่กระทบต่อฉากสเปเชียลเอฟเฟกต์ซึ่งเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์สเปเชียลเอฟเฟกต์ 

สิ่งที่ฮอนด้าให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการกำกับภาพยนตร์สเปเชียลเอฟเฟ็กต์คือการผสานมุมมองของนักแสดงเมื่อพวกเขาได้เห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเมื่อเลือกนักแสดง เขากล่าวว่า ``ถึงจะเป็นหนังสำหรับเด็ก แต่ถ้าแสดงจริงจังไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในหนังของผม'' ไม่ว่านักแสดงจะเก่งแค่ไหนเขาก็บอกว่าเขา ระบุว่าเขาไม่ได้ใช้มัน4] ตามคำบอก เล่า ของ เคนจิ ซาฮาราเมื่อพูดถึงการแสดงของนักแสดง เขาได้รับคำสั่งให้หลีกเลี่ยงการแสดงมากเกินไปซึ่งมักพบเห็นได้ในภาพยนตร์ที่ใช้เอฟเฟ็กต์พิเศษให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และให้แสดงในลักษณะที่ควบคุมได้และเป็นธรรมชาติ]

ภาพยนตร์เอฟเฟกต์พิเศษเช่น ``Godzilla'', ``Gas Man No. 1'' และ ``Mechagodzilla Strikes Back'' ก็โดดเด่นด้วยการพรรณนาองค์ประกอบที่โรแมนติก

ในกองถ่าย เขายิ้มแย้มอยู่เสมอและไม่เคยโกรธทีมงานหรือนักแสดงเลยไม่มีข้อโต้แย้งในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเขามีบุคลิกที่อ่อนโยนอย่างยิ่ง[ที่มา 18 ] ผู้อำนวยการด้านทักษะพิเศษอากิโยชิ นากาโนะให้การเป็นพยานว่าเขาจัดการกับเด็กและสัตว์ได้ดี

เขามักจะเขียนบทภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ว่ากันว่าเขาจะแก้ไขข้อความที่เขียนโดยผู้เขียนบทและทำให้เป็นของเขาเองอย่างละเอียด และว่ากันว่าบางครั้งเขาจะนั่งร่วมกับผู้เขียนบทและแก้ไข


วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ตำราพิชัยสงครามจอห์นนี่ ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ ฮิริว มังกรบิน สำหรับชีวิต

 ตำราพิชัยสงครามจอห์นนี่ ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ ฮิริว มังกรบิน สำหรับชีวิต

 ไม่มีใครชอบคนที่ถูกทำให้เสียเวลา ไม่มีใครชอบคนที่ถูกทำร้าย ไม่มีใครชอบคนที่ถูกทำลายความฝัน ไม่มีใครชอบคนที่เหนื่อย ไม่มีใครชอบคนที่พยายามเต็มที่จนหมดความพยายาม ไม่มีใครชอบคนที่อดทนเต็มที่จนหมดความอดทน ไม่มีใครชอบคนที่อดทนจนอดทนไม่ไหว ไม่มีใครชอบคนที่ทนจนทนไม่ไหว ไม่มีใครชอบคนที่เผชิญความวุ่นวายตามลำพัง ไม่มีใครชอบคนที่เผชิญความเลวร้ายตามลำพัง ไม่มีใครชอบคนที่เผชิญความเหลวแหลกตามลำพัง ไม่มีใครชอบคนที่เผชิญความสับสนตามลำพัง ไม่มีใครชอบคนที่เผชิญคนเห็นแก่ตัวตามลำพัง ไม่มีใครชอบคนที่หมาตายทั้งชีวิต ไม่มีใครชอบคนที่แมวตายทั้งชีวิต และไม่มีใครชอบคนที่ไม่เห็นแก่ตัว คนที่ถูกทำให้เสียเวลา คนที่ถูกทำร้าย คนที่ถูกทำลายความฝัน คนที่เหนื่อย คนที่พยายามเต็มที่จนหมดความพยายาม คนที่อดทนเต็มที่จนหมดความอดทน คนที่อดทนจนอดทนไม่ไหว คนที่ทนจนทนไม่ไหว คนที่เผชิญความวุ่นวายตามลำพัง คนที่เผชิญความเลวร้ายตามลำพัง คนที่เผชิญความเหลวแหลกตามลำพัง คนที่เผชิญความสับสนตามลำพัง คนที่เผชิญคนเห็นแก่ตัวตามลำพัง คนที่หมาตายทั้งชีวิต คนที่แมวตายทั้งชีวิต และคนที่ไม่เห็นแก่ตัว จะเจ็บปวด จะแตกสลาย จะร้องไห้ตอนหลับตาตอนนอนหลับทุกคืน จะร้องไห้เมื่อนึกถึงความหลัง จะร้องไห้เมื่อคิดถึงความหลัง จะเหนื่อย จะเหนื่อยมาก จะร้องไห้เมื่อนึกถึงอดีต จะร้องไห้เมื่อคิดถึงอดีต จะร้องไห้เมื่อนึกถึงสิ่งที่เคยเป็น จะร้องไห้เมื่อนึกคนที่เคยอยู่ จะร้องไห้เมื่อนึกถึงตอนที่เล่นการ์ดยูกิกับเพื่อน จะร้องไห้เมื่อนึกถึงตอนที่เคยคุยเรื่องresident evilกับเพื่อน จะร้องไห้เมื่อตอนดูทีวีช่องเดิมที่เคยดูในอดีต จะร้องไห้เมื่อดูหนังที่เคยดูในอดีต จะร้องไห้เมื่อดูรายการทีวีในอดีต จะร้องไห้เมื่อนึกถึงสิ่งที่เคยเล่นในอดีต จะร้องไห้เมื่อนึกถึงสมัยที่คุยกับเพื่อนในอดีต  ทุกคนจะรังเกียจ ทุกคนจะเกลียด ทุกคนจะเกลียดชัง ทุกคนจะทอดทิ้ง จะถูกครูทอดทิ้ง จะถูกครอบครัวทอดทิ้ง จะถูกญาติพี่น้องทอดทิ้ง จะถูกเพื่อนทอดทิ้ง จะถูกเพื่อนสนิททอดทิ้ง จะไม่เหลือใครในชีวิต จะลงเอยในความรักไม่ได้ หัวใจจะถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ จิตใจจะถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ หัวใจจะถูกทำลายไปแล้ว จิตใจจะถูกทำลายไปแล้ว สุดท้ายจะไม่มีอะไรในชีวิต ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยถูกทำให้เสียเวลา ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยถูกทำร้าย ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยถูกทำลายความฝัน ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยเหนื่อย ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยพยายาม ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยพยายามจนหมดความพยายาม ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยอดทน ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยอดทนจนหมดความอดทน ทุกคนชอบคนที่ไม่อดทนจนอดทนไม่ไหว ทุกคนชอบคนที่ไม่ทนจนทนไม่ไหว ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยเผชิญความวุ่นวายตามลำพัง ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยเผชิญความเลวร้ายตามลำพัง ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยเผชิญความเหลวแหลกตามลำพัง ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยเผชิญความสับสนตามลำพัง ทุกคนชอบคนที่ไม่เคยเผชิญคนเห็นแก่ตัวตามลำพัง ทุกคนชอบคนที่หมาไม่เคยตายทั้งชีวิต ทุกคนชอบคนที่แมวไม่เคยตายทั้งชีวิต ทุกคนชอบคนที่เห็นแก่ตัว ไม่เคยถูกทำให้เสียเวลา ไม่เคยถูกทำร้าย ไม่เคยถูกทำลายความฝัน ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยพยายาม ไม่เคยพยายามจนหมดความพยายาม ไม่เคยอดทน ไม่เคยอดทนจนหมดความอดทน ไม่อดทนจนอดทนไม่ไหว ไม่ทนจนทนไม่ไหว ไม่เคยเผชิญความวุ่นวายตามลำพัง ไม่เคยเผชิญความเลวร้ายตามลำพัง ไม่เคยเผชิญความเหลวแหลกตามลำพัง ไม่เคยเผชิญความสับสนตามลำพัง ไม่เคยเผชิญคนเห็นแก่ตัวตามลำพัง หมาไม่เคยตายทั้งชีวิต แมวไม่เคยตายทั้งชีวิต เห็นแก่ตัว จะประสบความสำเร็จ 


ทุกคนเกลียดคนฉลาดมากกว่าตัวเอง ทุกคนชอบคนที่ฉลาดเท่ากับตัวเอง ทุกคนชอบคนที่โง่กว่าตัวเอง แม้คนโง่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวงก็ตาม เพราะทุกคนโง่ เพราะทุกคนโง่ ทุกคนจึงบอกว่าตัวเองเดือดร้อนถูกกระทำถูกเอาเปรียบยากจนยากลำบาก ปัญหาของทุกคนก็เพราะทุกคนทำตัวเอง ไม่ใช่เวรไม่กรรม ไม่ใช่โชค ไม่ใช่เพราะรัฐบาล ไม่ใช่เพราะการเมือง ไม่ใช่เพราะถูกเอาเปรียบ ไม่ใช่เพราะด้อยโอกาส แต่เพราะทุกคนทำตัวเอง เพราะทุกคนโง่ เพราะทุกคนเห็นแก่ตัว โชคร้ายไม่มีจริง โชคดีก็ไม่มีจริงเช่นกัน มีกิน ไม่ใช่เพราะเงิน มีชีวิต ไม่ใช่เพราะเงิน มีกิน เพราะหากินได้ ไม่ใช่เพราะหาเงิน ทุกคนหาเงิน ทุกคนจึงไม่มีกิน มีชีวิต ไม่ใช่เพราะหาเงิน มีชีวิต เพราะมีชีวิต ทุกคนหาเงิน ไม่มีชีวิต ทุกคนจึงไม่มีชีวิต

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

แผนแรกสุด หนังเรื่องแรก หนังโปรเจ็กต์แรกสุด ประโยคสนทนาสำหรับใส่ในหนังเรื่องแรกสุด

 เด็กเหี้ย what a fuck child!

ไอ้ตัวเล็ก you little!

ดูเก็บดูทำ doing a fuck clean the objects now fuck you!

ไอ้สันดาน fuck you!

เหี้ยนี่ fuck!

สันดาน bitch!

มึงนี่ปัญญาอ่อน stupid child!

พูดจนปากเปียกปากแฉะ i eternal say!

มันเหนื่อย fuck you a bitch son i deadly tire!

หัดมีจิตสำนึกบ้าง you are selfish a bitch son!

ดูแต่โทรศัพท์ จ้องแต่หน้าจอ จ้องแต่โทรศัพท์ fuck, you only fuck see the fuck screen fuck son!

ใช้ไม่ได้ you are useless, you are never usable for me you never do anything for me you a fucking bitch son!

พึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้ why i can't fucking use you bitch son!

พอกูจะใช้ มึงก็ไปข้างบน when you will use you never fucking be there!

มึงเคยคิดบ้างไหมว่ากูอยากกิน กูก็ไม่ได้กิน don't you think i want to eat, i never eat the what i want to eat!

นิสัย fucking habit!

ดินเนี่ย แห้งหมดเลย you see soil are all dry you fucking son!

อยู่ไปวันๆ you never usable you only live to live your life your fucking worst habit!

ใช้อะไรไม่ได้ i never can use you you fucking a bitch son! You are not my son! Fuck you!

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

คำถามชั่วนิรันดร์ถึงอิชิกามิ ชิซูกะ

  คุณเป็นทอมบอยใช่ไหม?

あなたはtomboyですか?

คุณเป็นทอมบอยตั้งแต่เด็กหรือเปล่า?

あなたはからこどもがtomboyですか?

ตอนนี้คุณเลิกเป็นทอมบอยแล้วใช่ไหม?

あなたは現在tomboyをやめるますか?

ถ้าคุณเป็นทอมบอยตั้งแต่เด็กตอนนี้คุณเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ทอมบอยแล้วใช่ไหม?

どのあなたはからこどもがtomboy、現在あなたがtomboyないの女ですか?

คุณชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย?

あなたは女または雄を愛するますか?

คุณชอบอะไร?

あなたは何を愛するますか?

คุณไม่ชอบอะไร?

あなたは何を嫌悪ますか?

คุณทำอะไรในเวลาว่าง?

あなたは自由の何をするますか?

คนในสเปคของคุณ?

あなたはなにのタイプの人を愛するますか?

นิสัยคุณเป็นยังไง?

あなたの習慣は何ですか?

คุณเกลียดคนประเภทไหนบ้าง?

あなたはなにタイプの人を嫌悪ますか?

อยากแสดงในอุลตร้าแมนซีรีส์ไหมครับ?

あなたはウルトラマンシリーズに演するたいますか?

คุณมีลูกไหม?

あなたが子孫に所有するますか?

คุณมีแฟนไหม?

あなたがこいびとに所有するますか?

คุณอยากมีลูกไหม?

あなたが子孫に所有するたいますか?

คุณอยากแต่งงานไหม?

あなたが結婚するたいますか?

คุณอยากมีแฟนไหม?

あなたがこいびとに所有するたいますか?

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567

คำถามชั่วนิรันดร์ถึงอิชิกามิ ชิซูกะ

 คุณเป็นทอมบอยใช่ไหม?

あなたはtomboyですか?

คุณเป็นทอมบอยตั้งแต่เด็กหรือเปล่า?

あなたはからこどもがtomboyですか?

ตอนนี้คุณเลิกเป็นทอมบอยแล้วใช่ไหม?

あなたは現在tomboyをやめるますか?

ถ้าคุณเป็นทอมบอยตั้งแต่เด็กตอนนี้คุณเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ทอมบอยแล้วใช่ไหม?

どのあなたはからこどもがtomboy、現在あなたがtomboyないの女ですか?

คุณชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย?

あなたは女または雄を愛するますか?

คุณชอบอะไร?

あなたは何を愛するますか?

คุณไม่ชอบอะไร?

あなたは何を嫌悪ますか?

คุณทำอะไรในเวลาว่าง?

あなたは自由の何をするますか?

คนในสเปคของคุณ?

あなたはなにのタイプの人を愛するますか?

นิสัยคุณเป็นยังไง?

あなたの習慣は何ですか?

คุณเกลียดคนประเภทไหนบ้าง?

あなたはなにタイプの人を嫌悪ますか?

อยากแสดงในอุลตร้าแมนซีรีส์ไหมครับ?

あなたはウルトラマンシリーズに演するたいますか?