พื้นที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณ
เสียงล้อเหล็กบดบดรางรถไฟค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทที่ชานชาลาต่างจังหวัดซึ่งไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อสถานีที่สมบูรณ์ ตัวอักษรสีขาวหลุดลอกจนอ่านไม่ออกว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ช่างมันเถอะ... นั่นไม่ใช่สาระ สิ่งเดียวที่สำคัญในตอนนี้ ที่นี่ไม่มีใครรู้จักผม
ผมก้าวลงจากขบวนรถไฟชั้นสามพร้อมกระเป๋าเป้ใบเดียวที่บรรจุเสื้อผ้าสองสามชุด กลิ่นไอดินหลังฝนตกโชยมาปะทะจมูก ท้องฟ้าสีเทาหม่นไม่ได้ดูเศร้าหมอง มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนผ้าห่มผืนใหญ่ที่กำลังกางคลุมเพื่อปิดบังผมจากสายตาของโลกภายนอก
โทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ไม่ได้สนใจ ผมจงใจทิ้งสายชาร์จไว้ที่คอนโดในกรุงเทพฯ
หลายปีที่ผ่านมา ผมสวมหมวกหลายใบเกินไป เป็นใครที่ต้องเข้มแข็ง เป็นลูกชายที่ต้องสมบูรณ์แบบ เป็นคนรักที่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ที่แตกร้าว ต้องเป็น 'คนเก่ง' ที่ห้ามล้มห้ามเหนื่อย หมวกเหล่านั้นมันหนัก... หนักจนผมลืมไปแล้วว่ารอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการฝืนทำเพื่อรักษามารยาททางสังคมนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร
ผมเดินทอดน่องไปตามถนนเส้นเล็ก ๆ ที่ขนาบข้างด้วยตึกแถวไม้เก่า ๆ ไม่มีสายตาคาดหวังจากใคร ไม่มีเสียงถอนหายใจของคนรัก ไม่มีใบแจ้งหนี้ ไม่มีตารางงาน ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นแอ่งน้ำขัง รู้สึกเหมือนกำลังค่อย ๆ ถอดเศษเหล็กที่ถ่วงแขนขาออกทีละชิ้น
ร้านบะหมี่เกี๊ยวรถเข็นที่มุมถนน คุณป้าเจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมองผมแวบหนึ่งด้วยสายตาว่างเปล่า "บะหมี่น้ำครับ ไม่ใส่กระเทียมเจียว" ผมสั่งเสียงเรียบ "สามสิบห้าบาท น้ำดื่มตักเองเลยลูก" ป้าตอบกลับโดยไม่ได้สนใจจะมองหน้าผมด้วยซ้ำ เธอแค่ก้มหน้าลวกเส้นต่อไป
มันเป็นบทสนทนาที่แห้งแล้งและจืดชืดที่สุด แต่น้ำตาของผมกลับเอ่อรื้นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ที่นี่... ผมไม่ต้องฉีกยิ้มการค้า ไม่ต้องแนะนำตัว ไม่ต้องสร้างความประทับใจให้ใคร คุณป้าคนนี้ไม่รู้ว่าผมเพิ่งถูกโปรเจกต์ใหญ่ปฏิเสธ ไม่รู้ว่าผมเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักในห้องน้ำออฟฟิศ เธอรู้แค่ว่าผมคือ 'ลูกค้าที่สั่งบะหมี่น้ำไม่ใส่กระเทียมเจียว'
ผมตักน้ำซุปร้อน ๆ เข้าปาก รสชาติของมันกลมกล่อมและอบอุ่น ไอความร้อนลอยขึ้นมากระทบใบหน้าที่ด้านชา หมาจรจัดตัวสีน้ำตาลเดินมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้พลาสติก มันมองหน้าผม ไม่ได้เห่าขู่ ไม่ได้กระดิกหางประจบ มัน ทิ้งตัวลงนอนคางเกยเท้าของผม แล้วหลับตาลงอย่างสงบ
มันกับผม เราต่างเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่กำลังพักเหนื่อย
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก... ลึกที่สุดในรอบหลายเดือน สัมผัสได้ถึงซี่โครงที่ขยายออกและมวลอากาศที่ไหลเวียนเข้าไปเติมเต็มปอดที่ตีบตัน
โลกใบนี้ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ ที่อนุญาตให้เรากลายเป็นแค่ใครคนหนึ่ง ไม่มีชื่อ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอดีต และยังไม่ต้องรีบมีอนาคต เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา
ที่กำลังนั่งกินบะหมี่น้ำท่ามกลางสายฝนปรอย
ผมค่อย ๆ เคี้ยวเส้นบะหมี่ ซึมซับความเงียบงันที่กำลังโอบกอดตัวตนที่แหว่งวิ่นของผมไว้ และรู้ตัวดีว่า... เมื่อถึงเวลาที่บาดแผลเริ่มสมานตัว ผมจะมีแรงลุกขึ้นเดินกลับไปเผชิญหน้ากับโลกใบเดิมอีกครั้ง
แต่ตอนนี้... ขอผมเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ไม่มีใครรู้จักต่อไปอีกสักพักเถอะนะ.
มอบให้ จอนนี่
จากคุณทองคำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น