วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

 World of the wars

ประตูมีกลอน คนคอนมีอะไร? คงไม่ต้องบอกหรอกมั้ง ก่อนหน้าปีคริสตศักราช1939เรายังไม่มีความขัดแย้งที่เปลี่ยนโลก ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องพูดว่า ก่อนหน้าปีคริสตศักราช1914เรายังไม่มีความขัดแย้งที่เปลี่ยนโลก เพราะของปีคริสตศักราช1939มันครั้งที่สองแล้ว ก่อนหน้านั้นเป็นยุควิคตอเรีย จักรวรรดิอังกฤษล่าอาณาคม มีพวกอังกฤษซึ่งก็ไม่ใช่พวกชั้นดีมาแต่ไหน นักโทษทั้งนั้น มาตั้งถิ่นฐานบนเกาะออสเตรเลีย และ'โลกใหม่ที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสไปเจอแต่คิดว่าเป็นอินเดีย' ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการกำเนิดของชาวอเมริกา+ทวีปอเมริกา ชาวออสเตรเลีย+ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียในเวลาต่อไป แต่แล้วไง? ถึงจักรวรรดิอังกฤษจะล่าอาณานิคมไปทั่วโลก หลายประเทศในซีกโลกตะวันออกรับของของตะวันตกไปใช้ มีการตั้งสถานีสินค้าในอาณานิคม ประเทศซีกโลกตะวันออกสร้างแหล่งกำเนิดไฟฟ้า สร้างรถไฟ สร้างโทรสาร แต่แล้วไง? ทุนนิยมครองโลกเหมือนในตอนนี้หรือเปล่า? ก็เปล่า ศักดินาในหลายประเทศก็ยังอยู่รอดได้อยู่เลย ยุควิคตอเรียหรือ ก็มีนิยายแวมไพร์เลสเบี้ยนเรื่องคาร์มิลล่าของเลอ ฟานูที่เป็นอิทธิพลต่อแดรกคิวล่าของบราม สโตกเกอร์ที่จะถูกเขียนในอีก27ปีต่อมาหลังเลอ ฟานูเขียนคาร์มิลล่า แต่มีใครรู้จักคาร์มิลล่าไหม? ไม่ มีคนเอาคาร์มิลลาร์ไปทำละครเวทีไหมหรือก็เปล่า ทั้งที่เป็นนิยายแวมไพร์เลสเบี้ยนเรื่องแรกของโลกแท้ๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดถึง'แวมไพร์เลสเบี้ยนชื่อคาร์มิลล่า'เลย จนกระทั่ง ปีคริสตศักราช1914 วันที่ทุกอย่างเปลี่ยนโลก โดยมีชนวนเป็น'โศกนาฏกรรมที่คุณก็รู้ว่าเหตุการณ์อะไร' เมื่อบทละครโศกนาฏกรรมที่ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นในยุคกรีกโบราณและไม่ได้ถูกเขียนโดยชาวกรีกโบราณ แต่ถูกเขียนโดยชาวฝรั่งเศส ชาวอังกฤษ ชาวรัสเซียในยุคที่ยังไม่เป็นโซเวียต ชาวอิตาลี ชาวอเมริกา ชาวญี่ปุ่น ชาวเยอรมนี ชาวออสเตรีย-ฮังการี ชาวออตโตมัน ชาวบัลแกเรีย จบลง ใครจะไปคิดว่า มีใครก็ไม่รู้ที่ก็ไม่ใช่นักเขียนโศกนาฏกรรม ก็แค่คนที่อยากเป็นจิตรกร แล้วก็วาดรูปขาย ที่เข้าเยอรมนีมาได้ไงไม่รู้ ต้องการจะเขียนภาคต่อแถมยังเปลี่ยนแนวเป็นละครแนวมหากาพย์ด้วยแล้วก็เปิดแสดงครั้งแรกในปีคริสตศักราช1914 โดยมีชาวโปแลนด์ร่วมเขียนบทและรับบทเหยื่อในฉากเปิดเรื่องด้วย ผู้เขียนบทที่เหลือก็ได้แก่ ชาวเยอรมนี ชาวอิตาลี ชาวญี่ปุ่น ชาวอเมริกา ชาวอังกฤษ ชาวโซเวียต  ละครโศกนาฏกรรมที่มีสองภาคนี้แหละ 'ที่เปลี่ยนโลก' ให้กำเนิด'อุปกรณ์พล็อตเรื่อง(Plot Device)'และ'เทคนิคเล่าเรื่อง(Narrative Method)'ใหม่ๆเพียบ ซึ่งนักเขียนบทละครทุกคนยังคงใช้อุปกรณ์พล็อตเรื่องและเทคนิคเล่าเรื่องเหล่านั้นทุกวันมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้ามีตัวร้ายตัวหนึ่งที่อุปกรณ์พล็อตเรื่องและเทคนิคเล่าเรื่องทั้งหมดใช้ไม่ได้ผลล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้นกับคนดู? แล้วตัวร้ายนั้นก็มาเยือน มีคนๆหนึ่งใช้กล้องโทรทรรศน์ลองส่องดูไปที่กลุ่มดาวนายพราน เขามองเห็นเนบิวล่าM78ในกลุ่มดาวนายพราน เนบิวล่าM78ห่างจากโลกไปเท่าไหร่? ไม่ใช่หลักสิบล้านกิโลเมตรหรอก ไม่ใช่ร้อยล้านกิโลเมตรด้วย แต่ต้องพูดคำว่าล้านสิบครั้ง และสิบครั้งที่ว่านี้คือ'อย่างน้อย'เท่านั้นด้วย แต่ใครจะไปคิด จะมีแสงอะไรออกมาจากเนบิวล่าM78เร็วมากราวกับว่าอยู่ใกล้แค่นิดเดียว กินพื้นที่เต็มเลนส์กล้องโทรทรรศน์แล้วมันก็หายไป คนที่ส่องกล้องโทรทรรศน์อยู่ผละออกจากกล้องตัวเอง แล้วก็มีวงกลมสีขาวขนาดเล็กมากบนท้องฟ้ายามกลางคืนทั้งผืนอันเป็นพื้นหลัง พุ่งลงสู่เส้นขอบฟ้าเหมือนดาวตกแล้วก็มีแสงแฟลชเหมือนฟ้าแลบ แล้วเสียงดังกึกก้องกัมปนาทที่เหมือนเสียงฟ้าผ่าก็เริ่มต้น เสียงครืนๆส่งผลให้บ้านสั่น ต้นไม้ที่แขวนอยู่ก็แกว่งไกวไปมา มีแสงสีส้มติดๆดับๆปรากฏขึ้นที่ท้องฟ้ากลางคืนอันเป็นพื้นหลัง เสียงค่อยๆ'เพิ่มจำนวนขึ้น' หลังจากมีดาวตกนับสิบดวง เสียงไซเรนของรถดับเพลิงและรถฉุกเฉินก็เริ่มขึ้น และเสียงก็ดังขึ้น เมื่อขับรถออกจากบ้านไปขึ้นถนนใหญ่ เริ่มมีรถคันแล้วคันเล่าขับไปด้วยความเร็วสูงขับไปบนถนนเส้นเดียวกัน ทุกคนตื่นนอน แล้วก็เริ่มเก็บข้าวของ สิ่งที่พวกเขาทำเป็นอย่างสุดท้ายคือ ขึ้นรถแล้วรถก็ถูกขับออกไป เมื่อคนที่ส่องกล้องโทรทรรศน์ขับรถผ่านเกาะเมืองอยุธยา เขาก็เห็นว่ามนุษย์โลกใช้'อุปกรณ์พล็อตเรื่อง'กับตัวร้ายรายนั้น โดยตัวประกอบนับร้อยนับพันที่ในtitle credit opening sceneจะไม่มีชื่อนักแสดงปรากฏอยู่อย่างแน่นอนนั้นเป็นคนได้รับหน้าที่ใช้อุปกรณ์พล็อตเรื่องเหล่านั้น เมื่อเลยเกาะเมืองอยุธยา(แต่ยังไม่ออกจากจังหวัดอยุธยา) ก็เกิดเสียงดังคล้ายเสียงฟ้าผ่าเกิดขึ้น และมันดังขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมันดังขึ้นกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆก็ได้ยินเสียงหิน เสียงดิน เสียงฝุ่น เสียงเหล็ก เพิ่มเข้ามาด้วย คนที่เคยส่องกล้องโทรทรรศน์คนนั้นก็เร่งความเร็วรถขึ้นเรื่อยๆ และรถทุกคันบนถนนก็เร่งความเร็วขึ้นเหมือนกัน แล้วมันก็เริ่มโกลาหล เสียงรถแต่ละคันบนถนนเริ่มดังพอๆกับเสียงคล้ายฟ้าผ่าอันกึกก้องกัมปนาทอำมหิตนั้น เมื่อออกจากจังหวัดอยุธยาได้แล้ว จุดหมายปลายในหัวของเขาในตอนนี้คือบ้านป้าของเขาที่ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เขาสังเกตเห็นว่ามี'อุปกรณ์พล็อตเรื่องสีเขียว'กำลัง'ขับ'ไปบนถนนเส้นที่ว่างเปล่า เมื่ออุปกรณ์พล็อตเรื่องขับไปจนหมดแล้วเขาก็รีบขับไปที่บ้านป้าทันที แล้วก็ค้างคืนที่นั่นเลย แล้วในตอนเช้าข่าวในทีวีฉายภาพเกาะเมืองอยุธยาเหลือแต่ซาก(ถ้าไม่รวมโบราณสถานที่เป็นซากอยู่แล้วนะ) เขารีบออกจากจังหวัดปทุมธานีทันที กรุงเทพและปริมณฑลนั้นขึ้นชื่อลือชาเรื่องรถติด และมันติดหนักกว่าเดิมอีก และ มันติดหนักกว่าเมื่อวานอีก มีถนนสายหนึ่งถูกปิด ถึงเขาไม่ได้หันไปมอง แต่เขาได้ยินเสียงรถตีนตะขาบและเขารู้ดีว่ามันมาจากถนนเส้นนั้น และเสียงใบพัดและเสียงไอพ่นบนท้องฟ้าผ่านเหนือหัวเขาไป เขาใช้เส้นทางลัดและเส้นทางลับ ไม่ทันไร เสียงคล้ายเสียงฟ้าผ่าอันดังกึกก้องกัมปนาทอำมหิตดังขึ้นมาจากด้านหลังถนน แต่เขาถึงเส้นทางลัดและเส้นทางลับไว้แล้วจึงทันเวลา เขารีบขับรถแข่งกับเสียงบีบแตร เสียงกรีดร้อง เสียงรถชน เสียงหิน เสียงปูน เสียงดิน เสียงเหล็ก เสียงไฟช็อต เสียงฝุ่น เสียงรถเบรก เสียงรถคว่ำ เสียงกระจกแตก เสียงไฟไหม้ เสียงไฟไหม้จนไม้แตกหักดังเป๊าะ และเสียงคล้ายเสียงฟ้าผ่านั้น ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็ถึงจุดหมายปลายทางที่เขาเลือกไว้ จังหวัดชลบุรี ไปที่บ้านของเขาซึ่งอยู่กลางป่าบนภูเขาแห่งหนึ่ง วันรุ่งขึ้น เขาขับรถลงมาจากเขา ต้นไม้ข้างทางทุกต้นกลายเป็นถ่าน ตึกเหลือแต่ซาก ซึ่งไฟพึ่งจะมอดจากไฟไหม้เมื่อวานนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น