วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568
รู้จัก Moral Licensing
เมื่อ 'ผู้พิทักษ์' บนโลกออนไลน์มักเป็น 'วายร้าย' ในชีวิตจริง
.
ในสังคมออนไลน์คุณสามารถพบ นักบุญ, นักปราชญ์ และ ผู้พิทักษ์ ที่น่าเลื่อมใสได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่เพราะสังคมของเราก้าวหน้าขึ้น แต่เป็นเพราะขีดความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ใครก็สามารถสถาปนาตัวเองเป็นผู้หยั่งรู้ ผู้บรรลุ หรือผู้มาก่อนกาลได้ ส่วน 'นิสัย' และ 'พฤติกรรม' ในชีวิตจริงของพวกเขาอาจต้องพิจารณาให้ลึกมากไปกว่านั้น
.
ครั้งหนึ่งพิธีกรชื่อดัง 'เอลเลน ดีเจนเนอเรส' (Ellen DeGeneres) ผู้ที่ใครต่างก็เชื่อว่าเธอจริงใจและใจดี กลับถูกโจมตีว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นคนใจร้าย ไม่แคร์ใคร และมีพฤติกรรมที่เป็นพิษในที่ทำงาน ขณะที่ 'แซม แบงก์แมน-ฟรีด' (Sam Bankman-Fried) อดีตมหาเศรษฐีคริปโตผู้ก่อตั้ง FTX ที่พยายามนำเสนอว่าตัวเองเป็นคนสมถะ และแนะนำผู้คนไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จในโลกธุรกิจ กลับถูกตัดสินโทษจำคุก 25 ปี และปรับ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ฐานฉ้อโกงและยักยอกเงินลูกค้า
.
คำถามคือ ทำไมหลายครั้งคนที่มักแสดงตนว่า "เป็นคนดี" โดยเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์ มักซุกซ่อนนิสัยร้าย ๆ ที่ขัดกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อและศรัทธา?
.
🟣 โพสต์ 'ดี' แล้ว ทำ 'ชั่ว' ได้
.
ในทางจิตวิทยาให้คำจำกัดความปรากฏการณ์ในลักษณะนี้ว่า 'Moral Licensing' หรือ 'ใบอนุญาตทางศีลธรรม' เป็นอคติทางความคิดที่ทำให้เราเชื่อว่า หากทำความดีหรือเป็นคนดีแล้ว (ในความคิดของตนเอง) จะสามารถทำตัวแย่แค่ไหนก็ได้ กลไกนี้เปรียบเสมือนการสะสม 'แต้มบุญ' ภายในใจ เมื่อเราทำสิ่งที่รู้สึกว่าดีหรือถูกต้องไปแล้ว เราจะแอบให้รางวัลตัวเองด้วยการอนุญาตให้ทำสิ่งที่ไม่ดีหรือขัดกับศีลธรรมในภายหลัง โดยที่ยังรู้สึกถึงความเป็น 'คนดี' ของตัวเองอยู่
.
ในทำนองเดียวกัน เมื่อคนเหล่านี้ได้ "แสดงออก" ถึงการทำดีบางอย่าง เช่น รณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ แสดงทัศนะความก้าวหน้าด้านสังคม ผ่านการโพสต์ยาวเหยียด มันจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองได้ "ทำดี" ให้กับสังคมไปแล้ว ที่สำคัญคือเป็นสังคมใหญ่ด้วย ดังนั้นมันจึงดูไม่รู้สึกแย่สักเท่าไหร่หากจะทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเฮงซวยในสายตาคนกลุ่มน้อย อาทิ วีนลูกน้อง โบ้ยงานคนอื่น ขาดความรับผิดชอบ หรือบางครั้งก็ทำสวนทางกับสิ่งที่ตัวเองโพสต์ไปเลย
.
🟣 เมื่อทำดีแล้วก็จะคำนึงถึงศีลธรรมน้อยลง
.
Moral Licensing ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด แต่ได้รับการพิสูจน์จากนักจิตวิทยาแล้วว่า มนุษย์มีกลไกการจัดการกับความรู้สึกของตนเองในลักษณะนี้จริง ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) ที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการทำความดีและศีลธรรม พบว่า ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ในความคิดเท่ากับทำความดี) มีแนวโน้มที่จะมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่น้อยลง และมีแนวโน้มที่จะโกงและขโมยมากขึ้น เพราะพวกเขารู้สึกว่าตนเองเป็น "คนดีที่รักษ์โลก" ไปแล้ว จึงลดความระมัดระวังเรื่องศีลธรรมด้านอื่นลง
.
🟣 แล้วทำไมบนโลกออนไลน์ถึงกลายเป็น 'สนามแห่งความดี' ที่คนร้าย ๆ เลือกมาชุบตัว?
.
ในสังคมออนไลน์นั้นหอมหวานสำหรับนักบุญซ่อนบาป นักปราชญ์ซ่อนปืน เพราะบนโซเชียลมีเดียเราสามารถสร้างภาพว่าตนเองเป็นอะไรได้ง่ายกว่าในชีวิตจริง เพียงแค่โพสต์แสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันกับกระแสสังคม แสดงทัศนะส่วนตัวว่าตนเองหัวก้าวหน้าผ่านอักษรที่ไร้เสียง ไม่ว่าใครก็สามารถรู้สึก "อิ่มเอมทางศีลธรรม" ได้ง่าย และเมื่ออิ่มเอมใจแล้ว พวกเขาก็จะลดทอนความเข้มงวดกับพฤติกรรมในชีวิตจริง ทำให้กลายเป็นคนที่ "ปากว่าตาขยิบ" ในที่สุด
.
พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามองเรื่องนี้เป็นการลงทุน การเสียเวลาโพสต์แสดงความคิดเห็นของตนบนโลกโซเชียล แล้วรอให้มีคนมาสรรเสริญความดีเพื่อตอกย้ำว่าตัวเองเป็นคนมีศีลธรรม มันเป็นการลงทุนที่ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับการที่ต้องออกไปเหน็ดเหนื่อยลงพื้นที่ คอยรณรงค์ให้ผู้คนหันมารักษ์โลก สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ หรือลงแรงในกิจกรรมต่าง ๆ จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เราเห็นคนดีหัวก้าวหน้าผุดขึ้นมาในสังคมเยอะยิ่งกว่าดอกเห็ด
.
แต่ถึงกระนั้นก็ยังเชื่อว่า ต่อให้ทฤษฎีจะกล่าวอย่างไร แต่คนที่คิดดีและทำดีนั้นมีอยู่จริงแน่นอน การเหมารวมแบบมองมุมเดียวอาจไม่สามารถตัดสินหรืออนุมานเรื่องใดได้ ในทำนองเดียวกัน เราก็ไม่อาจตัดสินใครเพียงแค่เขาโพสต์อะไรลงโซเชียลมีเดียแล้วดูดี
.
เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์
ภาพ : มณฑล ชลสุข
----------
อย่าลืมกด 'FOLLOW' 👆 เพื่อติดตาม SUM UP
จะได้ไม่พลาด 'ความรู้' และ 'ข่าวสาร' ที่สนุกและเป็นประโยชน์
อ่านทุกเรื่องบนเว็บไซต์ https://www.sumupth.com/
----
#MoralLicensing
#ใบอนุญาตทางศีลธรรม
#ผู้พิทักษ์
#คนดี
#วายร้าย
#ทำความชั่ว
#ศีลธรรม
#โซเชียลมีเดีย
#โลกออนไลน์
#MentalHealth
#SUMUPTaste
#SUMUPTH
วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568
และควรมีช่องให้เลือกคืนพระราชอำนาจ เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบพ่อปกครองลูก.. เพราะตั้งแต่มีประชาธิปไตยมา.. ประเทศชาติวุ่นวาย ไม่เป็นเอกภาพ ไม่จบไม่สิ้น.. เป็นการทำหมันนักการเมือง.. ให้ทรงเลือกเพียงผู้เชี่ยวชาญ มีการตรวจสอบ และลงโทษอย่างเด็ดขาด.. มันน่าจะเหมาะกับประเทศไทยมากกว่า..เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้อารมณ์ เหนือปัญญาและเหตุผล.. ลุ่มหลงวาทกรรม.. จนกลายเป็นคนดีอยู่ยาก.. พวกมากลากไป.. ใครคุมสื่อได้ คือผู้ชนะ..
ลองคิดกันเล่นๆ ถ้าเวลานี้.. ส้ม และ แดง เป็นรัฐบาล..
เราจะไม่เปลี่ยนเพื่อนบ้านเป็นศัตรู.. แต่เราจะเปลี่ยนเพื่อนบ้านเป็นเจ้านาย..
พฤติกรรมหน่อมแน้มของอุ๊งอิ๊ง.. แอบดีลกับอังเคิล.. ยังเป็นคลิปหลอนคนไทยที่ไม่หูหนวกตาบอด..
การบินไปเจรจาหยุดยิง.. โดยให้เขมรเป็นคนกำหนดเวลา.. ทั้งที่เรากำลังได้เปรียบ.. ทำให้เราเสียปราสาทตาควาย.. จนเขมรมีเวลาสะสมอาวุธ สร้างความแข็งแกร่ง.. มีเวลาฝังระเบิด.. ทำให้กองทัพต้องเสียวีรบุรุษตาควายและเนิน 350 ที่ตียากสุดๆ..
ทุกๆ ครั้งที่พรรคแดง ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล.. อนุมัติงบประมาณภาษีคนไทยพัฒนาโครงสร้างของเขมร.. และพัฒนาความรู้ความสามารถให้เด็กเขมร.. ช่วยเหลือเกษตรกรเขมร สวมสิทธิ์จำนำข้าว.. หักหลังชาวนาไทยที่เลือกเสื้อแดงมา ทรยศต่อคนที่ศรัทธาทักษิณ แม้ว่าคนพวกนั้นจะถูกทักษิณหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า..แต่ใจของพวกเขายังรักมั่น.. งมงาย.. เป็นเพียงแค่บันไดให้พรรคแดงก้าวสู่อำนาจเท่านั้น..
หากเวลานี้.. พรรคแดงยังเป็นรัฐบาล.. เงินภาษีคนไทยจะหลั่งไหลสู่ประเทศเพื่อนบ้าน.. และสู่กระเป๋านักการเมือง.. ใช้เงินตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ.. กินข้าวหรู อยู่แพง.. แต่งองค์แบรนด์แต่ดูเหมือนของก๊อป.. ไร้รสนิยมและกาละเทศะ.. ไร้เกียรติ.. ไร้ศักดิ์ศรี ในสายตาผู้นำต่างชาติและมหาอำนาจ.. การยืดระยะเวลาทุกโครงการที่สัญญากับประชาชน.. ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ทำไม่ทันไร ก็ถูกล้มแล้ว.. ทำค้างไว้ เลือกต่อ จะได้ทำสำเร็จ.. เป็นสูตรสำเร็จให้เลือกเข้ามาสานต่อ.. แต่กี่ปีที่ผ่านมา.. แทบไม่มีผลงานใดที่โดดเด่นจริงใจและเป็นรูปธรรม..
นั่นคือผลงานการบริหาร.. ซึ่งคนไทยลืมง่าย.. และยังคงเชื่อคำหวานต่อไป.. อยากจะเลือกเข้ามาใหม่.. มีคนอ้างบอกว่าพรรคแดงไม่ให้ร้ายใคร..
แต่ลืมแล้วหรือไร... ว่าใครให้ร้ายในหลวง? ทั้ง ร.9, ร.10, พระพันปีหลวง.. และทุกพระองค์.. ทุกอย่างเริ่มมาจากเสื้อแดง..
ปาร์ตี้ดินเนอร์เสื้อแดงกับเสื้อส้ม.. ที่กล่อมติ่งว่าในสภาคือศัตรูกัน.. งานคืองาน แต่ส่วนตัว เป็นมิตรกัน.. มันไม่ใช่แค่นั้น.. เพราะไม่ว่าพรรคแดงจะทำอะไร.. งบประมาณที่หายไปแบบปริศนา.. พรรคส้มไม่เคยแตะ.. อาจต้องแสดงว่ามีทะเลาะกันบ้าง.. แต่ตั้งแต่ทักษิณกลับมา.. ส้มไม่เคยค้าน หรือตรวจสอบอย่างเป็นจริงเป็นจัง.. ส่งหลักฐานเอาผิด.. มีแต่อภิปรายในสภา.. แต่คนที่ไม่พล่าม แต่ยื่นหลักฐาน.. คือประชาธิปัตย์..
และหากวันนี้ เรามีส้มเป็นรัฐบาล.. เราต้องดูพฤติกรรมที่ผ่านมา.. ในขณะยังไม่มีอำนาจเต็ม.. เพราะไม่ได้เป็นรัฐบาล.. แต่ในฐานะ สส. ได้ทำหน้าที่อย่างดีหรือยัง?.. ภูเก็ต ที่บอกจะเปลี่ยนให้เป็นไข่มุก.. แก้ไขดินถล่ม.. และที่สัญญาไว้กับลำพูน.. ได้ทำสำเร็จแล้วหรือยัง? ได้เงินเดือน เงินสนับสนุนจาก กกต. ยังมาขอเงินบริจาค ยอดที่แจ้งกับประชาชน กับ กกต. ก็คนละยอดกัน.. ยังไม่มีการชี้แจงว่าเงินไปไหนหมด.. แม้แต่ยามมีภัยพิบัติ.. เพิ่งจะมาควักก็ตอนใกล้เลือกตั้ง.. ที่ผ่านมานั้นมีแต่จ้องตา และด้อยค่าคนที่ช่วยเหลือประชาชน..
ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการเป็นผู้นำ.. มันสมอง การตัดสินใจ.. การทันเกม การบุก การถอย อย่างถูกที่ถูกเวลา.. ส้มยังอ่อนด้อยกว่ามาก.. และหากเป็นรัฐบาล.. การตัดสินใจล้วนมีเดิมพันใหญ่ คืองบประมาณภาษี และแผ่นดินของคนไทย.. ที่ต้องจ่ายจริง เจ็บจริง.. ไม่ใช่ห้องทดลอง.. ไม่ใช่แค่ขอโทษ แล้วเอากลับมาคืนได้.. ไม่ใช่อ่อนด้อยเพราะซื่อสัตย์ หรือมีอุดมการณ์มากเกินไป.. หากแต่โง่และโอหัง ไม่ฟังใคร.. ทำงานร่วมกับใครไม่ได้.. และตัวเองก็ใช่จะใสพอ..
วิสัยทัศน์ที่มองกองทัพอย่างดูแคลน.. มีทหารไว้ทำไม..รบไปก็ไม่ชนะ.. ภูมิใจกับการตัดงบประมาณ 30,000 ล้าน.. ขวางการซื้อเรือดำน้ำ.. ชูประเด็นการคอรัปชั่นในกองทัพ.. แต่หาเข้าใจว่ากองทัพมีความลับทางทหาร.. การจัดซื้ออาวุธที่ไม่เปิดเผยให้ข้าศึกรู้.. ทยอยเปิดตัวในสงครามกับเขมร.. กองทัพยอมโดนด่า ด้อยค่า.. ทั้งที่ทหารการเมือง.. มีน้อยกว่าทหารอาชีพที่รักชาติอยู่มาก.. การกระทำของพรรคส้ม.. มุ่งทำลายกองทัพทั้งระบบ..
และหากพรรคส้มกุมงบทหาร.. ทหารจะอ่อนแอลงแค่ไหน.. ณ บัดนี้ แสนยานุภาพที่เกรียงไกร.. ชัดเจนต่อสายตาชาวโลก.. จากผู้นำทุกเหล่าทัพที่มีวิสัยทัศน์ ซื้ออาวุธ.. ประดิษฐ์อาวุธ.. ซ้อมรบ พร้อมรบตลอดเวลา.. เปลี่ยนผู้ชายอ่อนแอที่กลัวการเกณฑ์ทหาร.. ให้กลับมาเข้มแข็ง รักชาติ.. ผลิตวีรบุรุษให้คนไทยได้ชื่นชมในวันนี้..
พรรคไหนล่ะที่มีแต่ห่วงใยชาวเขมร.. ขาทหารที่ขาดไม่มีค่า.. แต่เสียงผีสร้างความหวาดผวาให้เขมรเป็นเรื่องใหญ่กว่า.. หาเรื่องคุณกัน.. รั้งขาประวิงเวลา ขัดแข้งขัดขา ให้แตกแยกกับกองทัพ.. ขุดคุ้ยเรื่องคนอื่นเอาผลงาน.. แต่พรรคตัวเองคดีบาน.. เรื่องที่สังคมตั้งคำถาม.. ก็ตีเนียนเงียบๆ ไป ไม่ออกมาชี้แจงอย่างที่ตัวเองคาดคั้นคนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย.. โดยมีสื่อที่นายใหญ่มั่นหมายจะให้แก้กฎหมายล้างผิดให้ตัวเอง
คนที่ส้มโจมตี.. ล้วนแต่เป็นคนที่สร้างคุณประโยชน์ให้สังคม.. ไล่มาจากจุดสูงสุด.. ใส่สมองวัยรุ่นหาว่า ร.9 สร้างภาพ.. กล่าวหาว่าสถาบันใช้เงินภาษีประชาชน.. ไม่มีกษัตริย์ตายในสนามรบ.. คนที่อยากเห็นงานพระบรมศพเกิดขึ้นบ่อยๆ.. คนที่อยากทวงคืนสนามหลวงหลังสมเด็จพระพันปีสวรรคต.. คนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ม.112...
ลองคิดว่าพระมหากษัตริย์คือเสาหลัก.. เดินชนเสาเอง แล้วจะให้ล้มเสาออก.. เมื่อประชาชนต่างคิดว่าตนใหญ่.. ทะเลาะกันแล้วจะมีใคร เป็นที่ยึดมั่น.. ห้ามทัพ.. เวลามีภัยพิบัติ.. ใครคือคนแรกที่ช่วยเหลือ.. ใครที่ไม่เคยทิ้งประชาชน..ใครที่คอยเยียวยา.. ไม่เลือกฝักเลือกฝ่าย.. ไม่เลือกว่าใครจะรักหรือชังพระองค์.. คิดสิว่าพระราชอำนาจของพระองค์ มีไว้เพื่อค้ำจุนหรือทำลายแผ่นดิน?
ทหารทุกหมู่เหล่า.. ช่วยเหลือคนไทยในทุกสถานการณ์.. ภารกิจเสี่ยงตายทุกอย่าง.. มีกำลังใจอยู่ได้ เพราะนักการเมือง หรือเพราะความจงรักภักดีต่อจอมทัพไทย?.. พระองค์มีแต่สร้างความสามัคคีให้คนในชาติ.. แต่นักการเมืองมีแต่สาดความเกลียดชัง.. และด้อยค่าวัฒนธรรม ด้อยค่าบรรพบุรุษ และสนับสนุนภาคใต้ให้แบ่งแยกดินแดน...
คนที่อยากให้ประเทศไทยพัฒนาไปกว่านี้.. แต่ไม่เคยดูว่าใครคือคนที่พัฒนาประเทศจนถึงทุกวันนี้ได้.. ใครคือคนที่ย่ำไปทุกที่ทุรกันดาร.. เปลี่ยนดินที่แห้งแล้งที่กุลาร้องไห้..ให้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกได้.. ใครที่มีวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นครัวโลกที่ใครๆ ก็ต้องง้อ?
ผู้นำที่เก่งวาทกรรม.. มันต่างนักกับผู้นำด้วยการกระทำราวฟ้ากับเหว..
แม้วันนี้.. จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะรู้ว่า สส. ติดคดีมีเยอะ.. จึงค่อยมากลั่นกรองเพื่อลดกระแสต่อต้านทางสังคม.. แต่แก่นหลักของพรรคไม่เคยเปลี่ยน.. การตัดสินใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. การกระทำ ..การตั้งคำถามโง่ๆ ที่ไม่ดูกาละเทศะ.. การยึดประโยชน์ของตน มุ่งแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ ไม่เว้นแม้ท่ามกลางภัยพิบัติ.. ไม่เคยโทษความผิดตัวเอง. เอาแต่โทษคนอื่น.. สันดานของพรรคนี้ไม่เคยเปลี่ยนไป.. แม้จะเปลี่ยนหน้ากากให้สวยงามเพียงใด.. ความอาฆาตมาดร้ายสถาบันและกองทัพ.. ไม่เคยเปลี่ยนแปลง..
บริหารธุรกิจตนเองยังไม่รอด.. แต่อยากมาบริหารประเทศและกองทัพ.. อ้างว่าให้ประชาชนลองของใหม่.. เอาอารมณ์เบื่อของผู้คนมาประโคมว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย.. ฉันรู้ว่าเปลี่ยนได้.. แต่เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายเกินกว่าจะแก้ไขได้อย่างแน่นอน..
ฉันไม่คาดหวังผู้นำถือศีลขาวสะอาด.. ฉันไม่คาดหวังผู้นำเก่งกาจไปทุกด้าน.. ฉันรู้ว่าผู้นำดี ลูกน้องเลว ย่อมควบคุมยาก..
ฉันแค่คาดหวังผู้นำที่ฉลาด.. ทันเกมคนชั่ว.. รู้ทันความคิดคนในคนนอก.. ที่จ้องรุมทึ้งประเทศไทย.. และผู้นำที่จงรักภักดี.. ไม่อาจหาญจะคิดลดทอนพระราชอำนาจ และแย่งเอาพระราชสมบ้ติอันเป็นมรดกสืบทอดของสถาบัน.. มาเป็นของตนและพรรคพวกตน.. ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม.. ฉันคาดหวังให้ผู้นำเก่งพอ.. มีเล่ห์เหลี่ยมเพื่อนำชัยสู่ประเทศไทย.. ยอมโดนด่า ยอมเงียบ ให้ประชาชนเข้าใจผิดได้.. รู้จักขุดหลุมพรางหลอกล่อศัตรู..
จริงๆ ฉันอยากให้บัตรเลือกตั้ง.. ลงชื่อชัดไปเลยว่าใครเลือกใคร.. และร่วมรับผิดชอบกับความเสียหาย.. ตัดสิทธิ์ไม่ต้องให้เลือกอีกกี่ครั้งไป.. และควรมีช่องให้เลือกคืนพระราชอำนาจ เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบพ่อปกครองลูก.. เพราะตั้งแต่มีประชาธิปไตยมา.. ประเทศชาติวุ่นวาย ไม่เป็นเอกภาพ ไม่จบไม่สิ้น.. เป็นการทำหมันนักการเมือง.. ให้ทรงเลือกเพียงผู้เชี่ยวชาญ มีการตรวจสอบ และลงโทษอย่างเด็ดขาด.. มันน่าจะเหมาะกับประเทศไทยมากกว่า..เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้อารมณ์ เหนือปัญญาและเหตุผล.. ลุ่มหลงวาทกรรม.. จนกลายเป็นคนดีอยู่ยาก.. พวกมากลากไป.. ใครคุมสื่อได้ คือผู้ชนะ..
และใครที่คิดจะล้มเจัา.. ลดทอนพระราชอำนาจ.. ก็ควรถูกเนรเทศไปอยู่ประเทศที่ไม่มีพระมหากษัตริย์.. จะหน้าด้านอยู่บ้านท่านทำไม.. เมื่อเกลียดเจ้าของบ้านที่เมตตาตนเสมอมา..
แค่คิดเล่นๆ นะ.. และแสนภูมิใจที่เลือกเชื่อมั่นในสถาบันและทหาร.. ที่ทำให้ทั่วโลกหันมามองไทยด้วยความชื่นชมและศรัทธาในความเป็นสุภาพบุรุษปราบผู้ร้าย.. ยึดความถูกต้อง ไม่หวาดกลัวมหาอำนาจ..
ธงชาติไทยได้โบกสะบัดไปในทุกหัวใจของคนไทย และของคนทั่วโลกที่มีคุณธรรม..
สนามรบจะยังคงอยู่ ทั้งชายแดน การทูต และการค้า..
4 ปีที่คนบอกไม่ดีก็เลือกใหม่.. เป็นความสิ้นคิดของคนที่ไร้ความรับผิดชอบ..
เพราะหากแม่ทัพอ่อนหัดถูกฆ่าตาย.. ความอัปยศและความเสียหาย มันจะไม่ใช่แค่ 4 ปี..
ผมอยากให้พวกคุณรู้จักแยกแยะข้อเท็จจริงกับความเชื่อและการฝักใฝ่ทางการเมืองหน่อย
ผมและคนอื่นๆทั้งประเทศเข้าใจดีว่าเวลาเกิดสงครามขึ้น มันเป็นโอกาสทองที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและนายพลในกองทัพจะใช้ในการสร้างคะแนน
ไม่มีใครโง่กว่าพวกคุณจนคิดเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอก
แต่ที่เขาสนับสนุนกองทัพให้เอาจริงกับฮุนเซ็นและกองทัพกัมพูชาเพราะเขาเห๊นว่ามันเป็นปัญหาที่จะคาราคาซัง เดือดร้อนชาวบ้านแถวนั้นทั้งคนไทยคนเขมร ตราบใดที่ฮุนเซ็นซึ่งเป็นตัวปัญหายังไม่ถูกจัดการ ชายแดนจะไม่มีทางสงบ เพราะขนาดผู้นำมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างทรัมป์เดืนทางมาจับเซ็นข้อตกลงหยุดยิง พร้อมทั้งให้รางวัลกัมพูชาด้วยอัตราภาษีระดับ A- เท่าไทย ฮุนเซ็นก็ยังไม่ยอมหยุด
วันก่อนผมถามว่าการเจรจาที่พวกคุณว่าต้องจบที่โต๊ะหน่ะ พวกคุณลองเสนอมาหน่อยว่าจะเอาอะไรไปเจรจากับหมาบ้าอย่างฮุนเซ็น?
ก็ไม่มีใครตอบได้
ก็ในเมื่อชนวนที่จุดสงครามครั้งนี้มันมาจากปัญหาเรื่องผลประโยชน์ศูนย์สแกมเมอร์ที่เป็นกระเป๋าของฮุนเซ็น คุณจะเอาอะไรไปเจรจากับมัน? ผมไม่เข้าใจ
คนที่เขาสนับสนุนให้จัดการให้สะเด็ดน้ำ เขาไม่ได้เชียร์กองทัพหรือเชียร์พรรคภูมิใจไทย แต่เขามองผลประโยชน์ของประเทศไทย ผลประโยชน์ระยะยาวของชาวบ้านทั้งสองฝั่งเป็นหลัก รวมทั้งความปลอดภัยในอนาคตจากสแกมเมอร์
เขาไม่ได้ไร้เดียงสาไร้สมองจนไม่รู้เท่าทันนักการเมืองและนายพลในกองทัพอย่างที่คุณคิด แต่มันเป็นสิ่งที่สมเหตุผลและจำเป็นต้องทำ
หยุดแสดงความอวดรู้ ทำเหมือนตัวเองเป็นคนเดียวในประเทศที่รู้เท่าทันนักการเมืองและกองทัพเสียที ผมเห็นแล้วจะอ้วก
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


