ในหลายองค์กรและสังคมการทำงาน เรามักเห็นปรากฏการณ์คล้ายกัน คนที่มีตำแหน่งสูง มีชื่อเสียง หรือได้รับการยอมรับในวงกว้าง มักแสดงความมั่นใจอย่างชัดเจน และความมั่นใจนั้นก็ค่อยๆ ถูกตีความ ทั้งจากคนรอบข้างและจากตัวเขาเองว่าเป็นหลักฐานของ “ความสามารถที่เหนือกว่า”
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เปลี่ยนไปก่อนอาจไม่ใช่ความเก่ง หากเป็น บริบททางสังคม ที่รายล้อมตัวบุคคลนั้น
เมื่อใครก็ตามก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น วิธีที่คนอื่นปฏิบัติต่อเขาจะเปลี่ยนไปทันที ความเห็นเริ่มได้รับการรับฟังมากขึ้น การคัดค้านลดลง คำถามเชิงท้าทายหายไปอย่างเงียบๆ สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ส่งสัญญาณซ้ำๆ ว่า “คุณคิดถูก” หรืออย่างน้อย “ไม่มีใครกล้าบอกว่าคุณคิดผิด” และสัญญาณเช่นนี้ทรงพลังมากพอที่จะบิดเบือนการประเมินตัวเองได้โดยไม่รู้ตัว
ตำแหน่งและชื่อเสียงยังสร้างแรงจูงใจให้แสดงความมั่นใจอย่างหนักแน่น เพราะในโลกของอำนาจ ความมั่นใจมักถูกมองว่าเป็นภาวะผู้นำ คนที่พูดชัด พูดแรง และตัดสินใจเร็ว มักได้รับการยกย่องมากกว่าคนที่ลังเลหรือเปิดพื้นที่ให้ความไม่แน่นอน เมื่อพฤติกรรมแบบนี้ “ได้ผล” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความมั่นใจจึงค่อยๆ ขยายเกินขอบเขตของความสามารถจริง และกลายเป็นความเชื่อว่าตนเองตัดสินใจได้ดีกว่าคนอื่นโดยธรรมชาติ
ปัญหานี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อระบบรอบตัวทำหน้าที่เป็นห้องสะท้อนเสียง ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่อยากเสี่ยงแย้ง ผู้ร่วมงานเลือกความปลอดภัยมากกว่าความจริง คำติเตือนจึงถูกกรองออกตั้งแต่ต้น ในขณะที่คำชมยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ภาพสะท้อนที่ผู้นำเห็นจึงเป็นภาพที่เรียบเกินจริง สวยเกินจริง และไม่มีรอยแตกให้ตั้งคำถามกับตัวเอง
เมื่อความสำเร็จเกิดขึ้น ไม่ว่าจะจากจังหวะ โอกาส ระบบ หรือทีม มนุษย์มีแนวโน้มจะอธิบายมันด้วย “ความสามารถส่วนตัว” มากกว่าปัจจัยอื่น ตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นจึงถูกใช้เป็นหลักฐานย้อนหลังว่า “เรามาถูกทางเพราะเราเก่ง” ทั้งที่ในหลายกรณี ความสำเร็จนั้นอาจไม่สามารถทำซ้ำได้ภายใต้เงื่อนไขเดิม
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่การมีความมั่นใจ แต่คือการที่ชื่อเสียงและตำแหน่งค่อยๆ ปิดกั้นกลไกการเรียนรู้ เมื่อคนเชื่อว่าตัวเองเก่งอยู่แล้ว คำถามจะหายไป การฟังจะลดลง และการปรับตัวจะช้าลง ในระยะสั้น องค์กรอาจยังเดินหน้าได้ด้วยแรงอำนาจ แต่ในระยะยาว การตัดสินใจที่ไม่ถูกท้าทายย่อมสะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
ท้ายที่สุด ชื่อเสียงและตำแหน่งไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความเก่ง หากเป็น แรงกดดันรูปแบบหนึ่ง ที่ทดสอบว่ายังรักษาความถ่อมตนทางปัญญาได้หรือไม่ ผู้นำที่แข็งแรงจริง ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผิด แต่คือคนที่ยังยอมให้ตำแหน่งของตนเองถูกท้าทายได้ แม้ในวันที่ไม่มีใครกล้าพูดก็ตาม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น