(เรื่องสั้นประชดมนุษย์)
""""""""""""""""""" """"""""""""""""""" """"""""""""""""""" """""""""""""""""""ศาสนาทำให้คนหยุดคิด Ray Bradbury นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ยุค1950ชาวอเมริกัน
การแข่งขันคือกฎของป่าดง การร่วมมือคือกฎของอารยธรรม
สังคมที่คนคิดว่าทุกคนต้องสนใจปัญหาของตัวเองก่อน คือสังคมที่รอวันล่มสลาย
สังคมที่ทุกคนคิดกันว่าทุกคนต่างก็มีปัญหากันทั้งนั้น คือสังคมที่รอวันล่มสลาย
สังคมที่บอกว่า 'ถ้าเธอเจ็บหรือเหนื่อย อย่าหวังว่าคนอื่นจะเข้าใจเธอ ทุกคนต่างก็มีปัญหาของตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าเธอไม่ช่วยตัวเอง ใครจะช่วยล่ะ' คนที่ปล่อยประโยคนี้ออกมามีแต่คนเห็นแก่ตัวเท่านั้น สังคมที่พูดประโยคนี้ สังคมที่เชื่อประโยคนี้ แทนที่จะช่วยเหลือกันและกัน คือสังคมที่รอวันล่มสลาย
ตามผู้ที่โศกเศร้า อย่าตามผู้กระตือรือร้น ผู้กระตือรือร้นคือผู้กดขี่ในวันพรุ่งนี้
มีอยู่ยุคหนึ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่ได้ฆ่าคน แต่ศาสนาฆ่าล้างบางผู้คนไปจำนวนมาก เราเรียกยุคนั้นว่า ยุคมืด
การจ้างงานคือรูปแบบการเป็นทาสในยุคใหม่ Karl Marx นักปรัชญาชาวเยอรมัน
สวรรค์ของคนรวยสร้างจากนรกของคนจน
นักวิจารณ์คือคนที่ดูสงครามจากที่สูง แล้วฆ่าผู้รอดชีวิต Ernest Hemingway นักเขียนชาวอเมริกัน
คนที่พูดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง มีแต่คนรวยที่ไม่รู้จักพอ
คนที่พูดว่าเงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ถ้าแก้ไม่ได้แสดงว่าไม่มากพอ มีแต่คนรวยที่ไม่รู้จักพอ
คนที่พูดว่าคนที่พูดว่าเงินซื้อความสุขไม่หรือเงินไม่สำคัญใช่พวกมึงรวยแล้วไงก็เลยพูดได้ แท้ที่จริงมันเองนั่นแหละที่เป็นคนรวย คนรวยที่ไม่รู้จักพอ
การเมืองคือแผนกบันเทิงของอุตสาหกรรมทหาร Frank Zappa นักดนตรีขาวอเมริกัน
ระบบไม่ได้พังแล้วต้องแก้ไข แต่ระบบถูกสร้างมาอย่างงี้อยู่แล้ว
ระบบไม่ได้พังแล้วต้องแก้ไข แต่ระบบทำงานได้ดีตามที่ตั้งใจ และมันต้องถูกทำลาย
ศาสนาไม่เคยเป็นกฎสากลในธรรมชาติ
นกกาเหว่าทิ้งลูกตัวเองให้นกตัวอื่นเลี้ยง พร้อมเขี่ยฆ่าลูกนกอื่น นี่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมหรือ
ถ้าสวรรค์นรกมีอยู่จริง แมว หมา เสือ ตกนรกกันไปหมดทุกตัวแล้ว ไม่มีวันได้กลับชาติมาเกิดหรอก
เราทุกคนก็ต้องตกนรกด้วยกันหมดทุกคนด้วยเหมือนกัน เพราะพวกเรายังกินหมู ไก่ วัว ไข่ ปลา กุ้ง หอย ปู ปลาหมึกกันอยู่เลย ไม่สงสารพวกมันบ้างหรือ
ถ้าศาสนาคือกฎสากลของธรรมชาติ ทำไมกินแต่ผักล้วนๆ ไม่กินเนื้อสัตว์ เราถึงจะตายล่ะ (วีแกนคนหนึ่งได้ตายเพราะกินแต่ผักล้วนๆมาแล้ว)
ธรรมชาติไม่สนใจศาสนา
ธรรมชาติไม่สนใจมารยาท
ธรรมชาติไม่สนใจศีลธรรม
ธรรมชาติไม่สนใจคุณธรรม
ธรรมชาติสนใจว่าผสมพันธุ์สำเร็จไหมต่างหาก
ผสมพันธุ์คือเรื่องสำคัญที่สุดของธรรมชาติ ผสมพันธุ์คือเรื่องที่สำคัญที่สุดของโลกนี้ ผสมพันธุ์คือเรื่องสำคัญที่สุดของจักรวาล
ปัญหาไม่ใช่การขาดเงิน ขาดอาหาร ขาดน้ำ หรือขาดดินแดน ปัญหาคือมอบการควบคุมสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนี้ให้กลุ่มคนโรคจิตที่โลภที่ผู้แคร์การคงไว้ซึ่งอำนาจของตัวเองมากกว่าช่วยมนุษยชาติ Bill Hicks เดี่ยวไมโครโฟน-นักวิจารณ์สังคมชาวอเมริกัน
การศึกษา ปริญญาเป็นเพียงเศษกระดาษ การศึกษาของจริงเห็นได้ในพฤติกรรม
ศาสนานี่แหละที่ทำให้คนเห็นแก่ตัวได้ดี คนรวยรวยเอารวยเอา คนจนก็จนเกมือนเดิมไม่อาจเจือจุนตัวเองได้ ศาสนานี่อหละที่ทำให้มีคนทุจริตคอรัปชั่นเต็มไปหมด ศาสนาคือผู้สร้างฆาตกร ศาสนานี่แหละที่ทำให้พวกเราทุกคนตกอยู่ในความทุกข์ยาก ศาสนานี่แหละที่ทำให้คนเราฆ่ากัน ศาสนานี่แหละที่ทำให้คนเป็นฆาตกรเกลื่อนโลก ศานานี่แหละที่ทำให้อาชญากรรมในโลกนี้ไม่มีวันจบสิ้น ทำให้คนที่เกิดมาจนจนไปจนตาย คนที่เกิดมารวยรวยไปจนตาย
ถ้าอยากให้โลกนี้ก้าวหน้า ทำตรงกันข้ามกับศาสนาซะ
เพียงแค่ต้นไม้ต้นสุดท้ายตาย เพียงแค่แม่น้ำสุดท้ายถูกวางพิษ และเพียงแค่ปลาตัวสุดท้ายถูกจับ เราจะตระหนักไหมว่าเรากินเงินไม่ได้
บางทีเราซึมเศร้า เจ็บป่วย เสียสติ เพราะเราออกจากธรรมชาติ และมุ่งสู่โลกประดิษฐ์ อาหารปลอม ไฟนีออน ยาสังเคราะห์ งาน บางทีเราไม่ได้ป่วย บางทีเราแค่พยายามทำให้ตัวเองพอดีกับความจริงที่ไม่ได้มีไว้ให้เราอาศัยอยู่ บางทีคำตอบคือกลับสู่ธรรมชาติ ง่ายๆ
คนที่พูดว่า คนพิการไม่มีแขนไม่ขายังทำงานได้เลย โดยเนื้อแท้เป็นคนมีปมในใจ จึงromanticize ทำให้ชีวิตคนพิการสวยหรู ยกย่องคนพิการเกินความเป็นจริง เผินๆเหมือนจะดี แต่มันคือการบังคับให้คนพิการทำในสิ่งที่พวกเขาห้ามทำ เพราะหากให้พวกเขาทำ พวกเขาอาจมีโอกาสตายได้ทุกเมื่อ คนพิการไม่ควรทำงานทิใช่หรือ? ขืนให้พวกเขาทำ พวกเขาจะปลอดภัยหรือ? เอาสถานการณ์ของคนพิการมาเทียบกันคนปกติมันยุติธรรมตรงไหน? มันปกติตรงไหน? แต่ใจตัวเองพิการ จึงเหยียบย่ำคนร่างกายสมบูรณ์ ชอบเอาคนพิการมาเปรียบเทียบว่ายังทำงานเท่ากับคนปกติ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรคนพิการเลย ทั้งที่มันเปรียบเทียบกันไม่ได้เพราะทุกสถานการณ์ของทุกคนมันตรงกันข้ามกันทั้งหมด ไม่สามารถเอาตัวอย่างอะไรไปสอนคนอื่นเขาได้ทั้งนั้น คนที่สอนคนอื่นมีแต่คนโง่เท่านั้น เพราะคิดไปเองว่าตัวเองฉลาดจึงเอาแต่สอนคนอื่น
คนที่พูดว่าโลกนี้ไม่มีที่สำหรับคนอ่อนแอ มันเองนั่นแหละที่อ่อนแอ ถึงได้พูดประโยคใส่คนอื่นที่มันมองว่าอ่อนแอไปทั่ว เพราะมันเองเป็นคนอ่อนแอแต่ไม่ยอมรับว่าอ่อนแอจึงเอาประโยคนี้ด่าคนอื่นไปทั่ว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบที่ไม่ดี แต่การมีอยู่ของระบบเองเลยที่เป็นปัญหา
โลกนี้ไม่ควรมีโรงเรียน โลกนี้ไม่ควรมีการเมือง โลกนี้ไม่ควรมีเงิน โลกนี้ไม่ควรมีขั้นตอน โลกนี้ไม่ควรมีระเบียบ โลกนี้ไม่ควรมีแบบแผน โลกนี้ไม่ควรมีวิธีการ โลกนี้ไม่ควรมีกฎหมาย
โลกนี้ไม่ควรมีระบบ
ใช่ ทุกอย่างที่โลกใบนี้มีอยู่ปัจจุบัน ไม่ควรมีอยู่เลยทุกอย่าง
เพราะระบบนี่แหละคือตัวกดขี่
การมีอยู่ของระบบคือตัวปัญหา
ระบบการโรงเรียนเป็นแค่การเสียเวลา ต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อให้ผ่านการสอบหรือได้ปริญญาทางวิชาการ บางคนอาจทำได้แต่บางคนก็ทำไม่ได้ นำมาซึ่งความเครียด ความซึมเศร้า ความกังวล วิตกกังวล และความเหน็ดเหนื่อยแบบที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ บางคนยังต้องเรียนอยู่ในระบบโรงเรียนไปจนตายเพราะระบบแบบนี้ แม้จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ก็หางานทำไม่ได้ ทำในสิ่งที่รักก็ไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่รอดก็ยาก เพราะ "ระบบ" บังคับให้ต้องสะสมและใช้เงินเพื่อการดำรงชีวิต ถึงจะจบมหาวิทยาลัยแต่กลับทำอะไรไม่เป็น
โลกนี้ไม่ควรมีโรงเรียน
เพราะการมีอยู่เงินนี่แหละที่ทำให้เราจน เราไม่ได้จนเพราะเราจน เราจนเพราะการมีอยู่ของเงินต่างหาก
ถ้าไม่เงินตั้งแต่แรก เราคงไม่ลำบากกันถึงขนาดนี้ เราคงไม่ถูกกดขี่กันถึงขนาดนี้ เราทุกคนคงมีโอกาส เราทุกคนคงประสบความเร็จ เราทุกคนคงไม่มีใครประสบความล้มเหลว
คนดังเห็นแก่ตัวกันหมดทุกคน
คนดังเห็นหัวเราไหมล่ะ? ถ้ายังลอกว่าคนดังไม่ได้เห็นแก่ตัวอีกแสดงว่าคุณโง่
โลกนี้ต้องไม่มีระบบเงินตรา โลกนี้ต้องไม่มีระบบโรงเรียน โลกนี้ต้องไม่มีระบบการเมือง
ระบบเงินตราต้องถูกทำลาย ระบบโรงเรียนต้องถูกทำลาย ระบบการเมืองต้องถูกทำลาย
การเมืองที่ควบคุมความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ การเมืองที่สร้างคนไม่เห็นแก่ตัว การเมืองที่ปราบคนเห็นแก่ตัว การเมืองที่ขจัดความทุกข์ร้อน การเมืองที่กำจัดความลำบาก การเมืองที่สร้างความสบาย การเมืองที่สร้างความสุข การเมืองที่สร้างความเท่าเทียม การเมืองที่สร้างความเสอภาค การเมืองที่กำจัดการกดขี่ ไม่มีอยู่จริง
การเมืองมีไว้ตอบสนองความเห็นแก่ตัว การเมืองมีไว้สร้างความทุกข์ร้อน การเมืองมีไว้สร้างความลำบาก การเมืองมีไว้กำจัดความสบาย การเมืองมีไว้กำจัดความสุข การเมืองมีไว้กำจัดความเท่าเทียม การเมืองมีไว้กำจัดความเสอภาค การเมืองมีไว้กดขี่
ระบบที่ควบคุมความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ระบบที่สร้างคนไม่เห็นแก่ตัว ระบบที่ปราบคนเห็นแก่ตัว ระบบที่ขจัดความทุกข์ร้อน ระบบที่กำจัดความลำบาก ระบบที่สร้างความสบาย ระบบที่สร้างความสุข ระบบที่สร้างความเท่าเทียม ระบบที่สร้างความเสอภาค ระบบที่กำจัดการกดขี่ ไม่มีอยู่จริง
ระบบมีไว้ตอบสนองความเห็นแก่ตัว ระบบมีไว้สร้างความทุกข์ร้อน ระบบมีไว้สร้างความลำบาก ระบบมีไว้กำจัดความสบาย ระบบมีไว้กำจัดความสุข ระบบมีไว้กำจัดความเท่าเทียม ระบบมีไว้กำจัดความเสอภาค ระบบมีไว้กดขี่
เราต้องทำลายระบบทุกระบบให้สิ้นซาก ระบบโรงเรียน ระบบการเงิน ระบบการเมือง เราต้องทำลายระบบทุกระบบให้สิ้นซาก โลกนี้ต้องไม่มีระบบ,
คนฉลาดไม่จำเป็นต้องใช้คำแนะนำ คนโง่ก็ไม่รับคำแนะนำ
คนที่วิจารณ์คนอื่นได้มีแต่คนที่เตรียมใจถูกวิจารณ์กลับแล้วเท่านั้น
คนที่บอกให้คนอื่นคิดมั่ง คือคนที่ไม่มีความคิด และเพราะไม่มีความคิดจึงบอกให้คนอื่นคิด
คนที่พยายามทำให้คนอื่นคิด คนที่พยายามทำให้คนอื่นคิดได้ คือคนที่ไม่มีความคิดเลย และเพราะไม่มีความคิด และเพราะไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงพยายามทำให้คนอื่นคิดได้ สอนเขาไปทั่ว
คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น คนทั่วไปเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง คนโง่มีคำตอบอยู่แล้ว
คนที่มีคำตอบอยู่แล้ว ไปตอบคนอื่นเขาไปทั่ว โดยเนื้อแท้แล้วคือคนโง่
คนฉลาดคือคนที่ไม่เชื่ออะไรเลย นั่นต่างหากคนฉลาด
นักวิจารณ์คือผู้ที่ทำลายความฝันของผู้อื่น
นักวิจารณ์มีไว้เพื่อทำลายความฝันของผู้อื่น
นักวิจารณ์ไม่ได้มีไว้ทำให้งานมีคุณภาพ
นักวิจารณ์ไม่ได้ทำให้งานมีคุณภาพ
นักวิจารณ์เป็นพวกดีแต่ปาก มีแต่ความโง่เขลา
นักวิจารณ์ไม่ได้ขับเคลื่อนศิลปะเลย
นักวิจารณ์ไม่ได้ทำให้ศิลปะก้าวหน้าเลย
นักวิจารณ์เป็นคนโง่อวดฉลาด
สอนเขาไปทั่ว เอาแต่สอนคนอื่น
เพราะถูกสอนมา
ความคิดหนึ่งหรือสองความคิดที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในโรงเรียนนั้นก่อตั้งขึ้นจากความเข้าใจผิด
เอาแต่เชื่อตามที่เขาบอกตามๆกันมา เอาแต่ทำตามที่เขาบอกตามๆกันมา เอาแต่เชื่อตามที่เขาสอนตามๆกันมา เอาแต่ทำตามที่เขาสอนตามๆกันมา เอาแต่เชื่อตามที่เขาสอน เอาแต่ทำตามที่เขาสอน คิดตามที่เขาบอกตามๆกันมา คิดตามที่เขาสอนตามๆกันมา ทำตามที่เขาบอกตามๆกันมา ทำตามที่เขาสอนตามๆกันมา คิดตามที่เขาบอก คิดตามที่เขาสอน ทำตามที่เขาบอก ทำตามที่เขาสอน
นักวิจารณ์เป็นสิ่งล้าสมัย นักวิจารณ์มีแต่พวกโง่ นักวิจารณ์สอนเขาไปทั่ว นักวิจารณ์เอาแต่สอนคนอื่น นักวิจารณ์ถูกสอนมา นักวิจารณ์ยึดมั่นแต่ในความรู้ในโรงเรียน นักวิจารณ์เอาแต่ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกสอนมา นักวิจารณ์เอาแต่ยึดมั่นในความคิดที่ถูกยัดฝังลงใส่หัวตัวเอง นักวิจารณ์เอาแต่ยึดมั่นในความรู้ที่ถูกยัดใส่หัวตัวเอง ปฏิบัติตามๆกันมา นักวิจารณ์เอาแต่ทำตามสิ่งที่ถูกและเลี่ยงสิ่งที่ผิด นักวิจารณ์เอาแต่บอกข้อผิดพลาดของคนอื่น นักวิจารณ์เอาแต่แนะนำคนอื่น นักวิจารณ์เอาแต่บอกข้อเสีย นักวิจารณ์เอาแต่บอกปัญหา แต่สิ่งที่ถูกบนโลกใบนี้ไม่มีอยู่จริง สิ่งที่ผิดบนโลกใบนี้ก็ไม่มีอยู่จริง ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องของคุณภาพ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องการทำให้ดี แต่ทุกอย่างคือเรื่องของความอยู่รอด คนฉลาดไม่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำ
อาชีพบรรณาธิการเป็นอาชีพที่โง่ที่สุด
ไม่มีบรรณาธิการหรือสำนักพิมพ์ที่ไหนเอาเรื่องดีๆหรือเรื่องที่มีคุณภาพไปตีพิมพ์หรอก
""""""""""""""""""" """"""""""""""""""""" """""""""""""""""""" """"""""""""""""""""
จอห์นนี่พูดแนวคิดอันยาวเหยียดของเขาออกมาจนหมด สมชายได้ฟังจนจบก็โกรธ ไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย แล้วพูดแนวคิดอันเหยีดยาวของสมชายออกมาเพื่อต่อต้าน และแสดงออกความไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดของจอห์นนี่
"""""""""""""""" """"""""""""""""""" """"""""""""""""""" """"""""""""""""""""
คนที่ไม่มีศาสนาต่างหากที่คิดไม่ได้
ลองคิดดูนะ คนไม่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ถ้าไม่มีศาสนาก็คงมีแต่คนอ่อนแอเต็มโลก
คนที่รอให้คนอื่นมาช่วยคือคนที่อ่อนแอ ถ้าทุกคนต้องมาช่วยคนอื่นเหมือนกันหมดก็ไม่ต้องทำมาหากินแล้ว
ถ้าทุกคนไม่สนใจปัญหาของตัวเองกันก่อน ป่านนี้คนทุกคนก็คงจนกันไปหมดทุกคนแล้ว
คนที่เอาแต่ร้องไห้จะมาเป็นผู้นำได้ยังไง มันจะพาพวกเราไปรอดได้ยังไง
ยุคนี้ วิทยาศาสตร์ฆ่าชีวิตสัตว์ไปตั้งกี่ชีวิต
ถ้าไม่มีงานก็ไม่มีเงิน
ถ้าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง ถ้าเงินแก้ไม่ได้ทุกอย่าง บอกซิ ทำไมทุกวันนี้เราต้องใช้เงิน
คนที่พูดว่าคนที่พูดว่าเงินซื้อความสุขไม่หรือเงินไม่สำคัญใช่พวกมึงรวยแล้วไงก็เลยพูดได้ รู้ได้ยังไงว่าคนพูดประโยคนี้ว่าเขารวย รู้ได้ยังไงว่าคนที่พูดประโยคนี้พวกเขาไม่ใช่คนจน
การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว บอกซิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าที่ดิน ค่าดาวน์ ค่าผ่อนบ้าน เงินซื้อกับข้าว เป็นเรื่องไกลตัวตรงไหน
ถ้าระบบตรงไปตรงถูกต้องทำงานได้ดี ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด มันก็ยังพอไปได้ แต่ถ้าระบบมันมั่วไปหมด ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด ก็ตัวใครตัวมัน มีระบบก็ยังดีกว่าไม่มี
ถ้าไม่มีศาสนา จะมีคนชั่วเยอะกว่านี้ พวกสัตว์พวกนั้นก็ล้วนแต่ทำกรรมกันมาทั้งนั้น ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เกิดมาเป็นพวกมัน ดีแค่ไหนที่เกิดมาเป็นคน
มีความใคร่ก็ระบายมันออกมาสิ แต่ก็ยังสนองตัณกามมารมณ์อยู่ดี ไม่ได้ดีขึ้นมา
ถ้าไม่มีโรงเรียน โลกนี้จะมีแต่คนโง่
ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เกิดมาเป็นคนพิการ
โลกนี้ไม่มีที่สำหรับคนอ่อนแอ
ถ้าไม่เชื่อฟังคนอื่น ไม่เชื่อฟังพระศาสนา ไม่เชื่อฟังครูบาอาจารณ์ ไม่ฟังนักวิจารณ์ ก็จะเวียนว่ายตายเกิดอย่างงี้ไปไม่รู้จบ ก็จะมีแต่ผลงานห่วยๆ สร้างได้แต่ผลงานห่วยๆ มีแต่งานไม่มีคุณภาพ สร้างได้แต่งานไม่มีคุณภาพ จะไปมีผลงานดีๆได้ยังไง เป็นคนไม่มีคุณภาพ
"""""""""""""""" """""""""""""""""" """"""""""""""""" """""""""""""""'"'"
จอห์นนี่ได้ฟังสมชายพูดก็โกรธ จอห์นนี่ก็ประกาศสงครามกับสมชาย สมชายก็ทำสงครามกับจอห์นนี่ จอห์นนี่ไปตีสมชายชนะ สมชายก็ตีจอห์นนี่ชนะคืน แล้วสมชายก็ตีจอห์นนี่ต่อ จอห์นนี่พลิกกลับมาชนะสมชายได้แล้วจอห์นนี่ก็ไปตีสมชายแต่จอห์นนี่แพ้ แล้วสมชายก็มาตีจอห์นนี่ต่อจนจอห์นนี่แพ้ แล้วจอห์นนี่ก็ตีสมชายคืนจนชนะ แล้วจอห์นนี่ก็ถูกคนทรยศ สมชายก็ฉวยโอกาสตีจอห์นนี่ สมชายถูกคนทรยศ ทั้งจอห์นนี่และสมชายแพ้ให้กับคนทรยศทั้งคู่ แล้วคนทรยศสองคนก็สู้กัน คนทรยศคนแรกก็ถูกคนอื่นทรยศ คนทรยศคนที่สองก็ไปตีคนทรยศคนแรก แล้วดวงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พื้นผิวของอาทิตย์หลุดออก อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นล้านองศา น้ำก็เดือดทั้งโลกจนน้ำหมดโลก แผ่นเปลือกโลกทั้งดาวก็ไฟไหม้ ทุกสิ่งมีชีวิตก็ตายกันหมด จากนั้นดวงอาทิตย์ก็กลายเป็นดาวยักษ์แดงแล้วก็กลายเป็นดาวแคระดำ โลกก็กลายเป็นดาวเคราะห์แคระ ท้องฟ้าบนโลกหายไป โลกไม่มีท้องฟ้า หากอยู่บนพื้นโลกในตอนนี้ ก็อยู่ในอวกาศโดยไม่ต้องเดินทางไปอวกาศเลย
ทั้งจอห์นนี่ ทั้งสมชาย คิดว่าความคิดของตัวเองถูกทั้งคู่ ทั้งจอห์นนี่ ทั้งสมชาย ต่างบอกความคิดของตัวเองที่ต่างฝ่ายต่างคิดจริงให้อีกฝ่าย โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดของตัวเองเข้าไปอยู่ใยหัวของอีกงฝ่ายกันทั้งคู่ หวังว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าความคิดของตัวเองถูกกันทั้งคู่ หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมรับความคิดของตัวเองกันทั้งคู่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือตรงกันข้ามกับที่ตัวเองต้องการ ทั้งจอห์นนี่ทั้งสมชายไม่ยอมรับความคิดของอีกฝ่ายด้วยกันทั้งคู่ ทั้งจอห์นนี่ทั้งสมชายก็ยัดเยียดความคิดของตัวเองให้อีกฝ่ายกันทั้งคู่ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับความคิดของตัวเองก็บังคับให้คิดแบบเดียวกันกับตัวเองทั้งคู่ และหวังว่าจะทำสำเร็จกันทั้งคู่ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ทำไม่สำเร็จ
จักรวาลนี้ไม่ได้มีเวลามากพอให้เราไปสอนคนอื่น จักรวาลนี้ไม่ได้มีเวลามากพอให้เราบอกคนอื่นว่าความคิดของเราถูกต้อง จักรวาลนี้ไม่ได้มีเวลาให้เราบอกสิ่งที่ถูกให้คนอื่น จักรวาลนี้ไม่ได้มีเวลามากพอให้เราไปสอนคนอื่น ตามทฤษฎีบิ๊กแบง ซักวันหนึ่งจักรวาลนี้จะหดตัวกลับไปอยู่จุดเดิม ทุกสิ่งมีชีวิตจะตายกันหมด ดาวทุกดวงจะถูกทำลาย
กว่าจะถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ดับก็อีกห้าพันล้านปี ถึงตอนนั้นเราอาจมีวิทยการมากมายก้าวหน้ากว่าตอนนี้ มันอาจทำให้ดวงอาทิตย์ไม่มีวันดับได้ หรืออาจจะเดินทางไปดาวดวงอื่น แต่ดูจากสภาพมนุษย์ สภาพสังคมในตอนนี้ ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ คนรวยคนดังผูกขาดความสบาย ไม่มีคนรวยคนดังคนไหนคิดจะช่วยคนจนเลย ในความเป็นจริงแล้วไม่มีคนรวยคนดังคนไหนมีปัญหา รวยเอารวยเอา ต่อให้เป็นหนี้ก็ใช้หนี้ได้หมดในวันเดียวโดยขนหน้าแข้งไม่ร่วง ถ้าเป็นคนรวยคนดังที่ผ่านจุดสูงสุดของชีวิตไปแล้วแล้วตกต่ำลงก็ว่าไปอย่าง อีลอน มัสก์คิดวิทยาการที่น่าขนลุกสั่นประสาทอย่างการฝังชิปลงไปในสมองคน คิดว่าการกระทำแบบนั้นจะควบคุมจิตใจคนไม่ได้หรือ แล้ววิทยาการล้ำหน้าที่จะหลีกเลี่ยงจากจุดจบของจักรวาลหรือวันที่ดวงอาทิตย์ดับมันจะเป็นไปได้หรือ ในเมื่อแสวงหาแต่ผลประโยชน์ของตัวเองอยู่แบบนี้
หรือต่อให้ยังไม่ถึงวันที่ดวงอาทิตย์ดับหรือจุดจบของจักรวาล ความตายก็ไม่ได้ให้เวลามากพอให้เราไปสอนคนอื่น ความตายก็ไม่ได้ให้เวลามากพอให้เราบอกคนอื่นว่าความคิดของเราถูกต้อง ความตายก็ไม่ได้ให้เวลาให้เราบอกสิ่งที่ถูกให้คนอื่น ความตายก็ไม่ได้ให้เวลามากพอให้เราไปสอนคนอื่น คนยุคนี้สอนอะไรไปก็ไม่เชื่อฟังที่ถูกสอนกันแล้ว โรงเรียนใช่ว่าจะสั่งสอนคนยุคนี้ได้ คนยุคนี้เชื่อความคิดตัวเองมากกว่าสิ่งที่ถูกสอน สุดท้าย หากทำตามนั้นไม่ได้เลย เมื่อถึงตอนตายมันคงเสียเปล่า
โลกเป็นเพียงเศษฝุ่นที่รอวันถูกจักรวาลใช้ไม้กวาดกวาดทิ้ง
เมื่อคิดถึงดาว กาแล็กซี และขนาดของจักรวาล อัตตา ความภาคภูมิใจ ความอิจฉามันไร้สาระ
มนุษย์จะเลิกไร้สาระเมื่อดวงอาทิตย์จะดับ มนุษย์จะเลิกไร้สาระเมื่อจักรวาลถึงจุดจบ
มนุษย์จะเลิกไร้สาระเมื่อใกล้ตาย
จบ
(เขียนขึ้นด้วยความไม่พอใจ โกรธ อดทนไม่ไหวขึ้นมาล้วนๆ เลยเขียนประชด เลยเขียนด่า)
ไปตายซะ ไปตายกันให้หมดทั้งโลกนี่แหละ แล้วก็จะฆ่าตัวตายด้วย และผลงานผมมันห่วยทุกชิ้น ผลงานของผมทุกชิ้นเป็นผลงานขยะ
ผมเป็นขยะ
น่าขยะแขยง น่ารังเกียจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น