วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568

 วิธีขจัดไฮโดรเจนไซยาไนด์ออกจากใบมันสำปะหลัง

แน่นอนครับ วิธีการขจัดไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide, HCN) หรือกรดไฮโดรไซยานิค (Prussic Acid) ออกจากใบมันสำปะหลังเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค


สารนี้เป็นสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในใบมันสำปะหลัง เพื่อป้องกันตัวเองจากสัตว์กินพืช แต่มนุษย์สามารถจัดการเพื่อลดหรือขจัดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นี่คือวิธีการหลักๆ โดยละเอียด:


1. การต้ม (Boiling)


เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดและแนะนำให้ใช้ที่สุด


· ขั้นตอน:

  1. ล้างใบมันสำปะหลังให้สะอาด

  2. ต้มน้ำในหม้อให้เดือด

  3. นำใบมันสำปะหลังลงไปต้มในน้ำเดือดเป็นเวลาอย่างน้อย 10-15 นาที

  4. สำคัญ: อย่าปิดฝาหม้อ ในช่วงแรกๆ เพื่อให้สารพิษระเหยออกไปกับไอน้ำ

  5. หลังจากต้มเสร็จ,แนะนำให้เทน้ำทิ้งและไม่นำมาปรุงอาหารต่อ

  6. บางสูตรอาจแนะนำให้ต้มซ้ำ 2 ครั้ง เพื่อความปลอดภัยสุดๆ

· เหตุผล: ความร้อนจากการต้มจะช่วยทำให้เอนไซม์ที่ชื่อลินามาริน (Linamarase) ซึ่งมีอยู่ในใบเอง ย่อยสลายสารตั้งต้น (Linamarin และ Lotaustralin) และปล่อยกรดไฮโดรไซยานิคออกมา ซึ่งจะระเหยเป็นไอไปกับน้ำ การเปิดฝาทำให้สารพิษระเหยออกไปได้ง่าย ไม่กลับมาคondensed ในหม้อ


2. การตากแดด (Sun Drying)


เหมาะสำหรับการเก็บรักษาไว้ใช้ในระยะยาว


· ขั้นตอน:

  1. นำใบมาขยี้หรือบดหยาบๆ ก่อนเพื่อช่วยให้เอนไซม์ทำงานได้ดี

  2. นำไปตากแดดจัดๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 วัน จนใบแห้งสนิท

  3. ในกระบวนการนี้ สารพิษจะค่อยๆ สลายตัวและระเหยไป

· เหตุผล: กระบวนการขยี้ใบช่วยให้เอนไซม์ภายในเซลล์ถูกปล่อยออกมาและย่อยสลายสารตั้งต้นได้ จากนั้นความร้อนและรังส UV จากแดดจะช่วยเร่งการสลายตัวและระเหยของกรดไฮโดรไซยานิค


3. การหมัก (Fermentation)


เป็นการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์


· ขั้นตอน:

  1. บดหรือขยี้ใบมันสำปะหลัง

  2. นำไปหมักในภาชนะปิดเป็นเวลาหลายวัน (ประมาณ 3-5 วัน)

  3. ในระหว่างการหมัก จุลินทรีย์จะผลิตเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายสารพิษ

· เหตุผล: กระบวนการหมักช่วยย่อยสลายสารตั้งต้นของไซยาไนด์ และสารพิษที่หลงเหลืออยู่ก็可能会ระเหยออกไปหรือถูกเปลี่ยนรูป


4. การแช่น้ำ (Soaking/Wetting)


มักใช้ร่วมกับวิธีการอื่น


· ขั้นตอน:

  1. แช่ใบในน้ำสะอาดเป็นเวลาหลายชั่วโมง (อย่างน้อย 3-4 ชม. หรือแช่ข้ามคืน)

  2. หลังจากแช่แล้ว,必须ต้องเทน้ำทิ้ง และนำใบไปปรุงอาหารด้วยความร้อนต่อไป

· เหตุผล: สารพิษประเภท glycoside บางส่วนจะละลายออกมาในน้ำ


---


สรุป: วิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุด


"การต้มในน้ำเดือดแบบเปิดฝา" เป็นวิธีที่ประสิทธิภาพสูงสุดและปฏิบัติได้ง่ายที่สุดในครัวเรือน เพราะความร้อนช่วยเร่งปฏิกิริยาและการเปิดฝาช่วยให้สารพิษระเหยออกไป ไม่ได้สะสมอยู่ในอาหาร


ข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญ:


· เลือกพันธุ์: ปัจจุบันมีพันธุ์มันสำปะหลังที่ผ่านการปรับปรุงให้มีปริมาณสารพิษต่ำกว่า (พันธุ์หวาน) ซึ่งปลอดภัยกว่าพันธุ์ป่า (พันธุ์ขม) ในการนำใบมาปรุงอาหาร

· ส่วนที่ใช้: ใบอ่อนมีปริมาณสารพิษสูงกว่าใบแก่ แต่นิยมนำมาทำอาหารเพราะนุ่มกว่า ดังนั้นการจัดการกับสารพิษในใบอ่อนจึงต้องเคร่งครัดกว่า

· ปริมาณการบริโภค: 即使ผ่านการปรุงแล้ว也不ควรบริโภคใบมันสำปะหลังในปริมาณที่มากเกินไปในหนึ่งมื้อ


ข้อควรระวัง: ห้ามรับประทานใบมันสำปะหลังดิบ เป็นอันขาด เนื่องจากมีสารพิษสูง อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา、อาเจียน、หายใจลําบาก、หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


การนำใบมันสำปะหลังมาปรุงอาหารอย่างถูกวิธีจะทำให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์จากโปรตีนและสารอาหารอื่นๆ ที่มีอยู่สูงมากครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น