ถ้าเราดุบ่อย จนลูกเราเป็นเด็กเงียบ ๆ พูดอะไรก็ไม่มีขัดไม่มีเถียง ยอมเราทุกอย่าง … . ลูกอาจไม่ใช่เด็กดีหรือเด็กเรียบร้อย แต่อาจเป็นเด็กที่ปิดประตูความรู้สึก คิดอะไรก็ไม่กล้าบอก ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเครียด ซึมเศร้า เรื่อยมาจนถึงปัญหาการถูกบุลลี่ และยอมให้คนในครอบครัวทำร้ายเมื่อโตขึ้น . … พวกเราคงไม่อยากได้ลูกที่เรียบร้อย แต่โตไปมีปัญหาแบบนี้จริงมั้ยคะ . หมออยากบอกว่า ความเงียบของเด็ก ๆ อาจไม่ได้หมายถึงความสงบเสมอไป … จริง ๆ แล้วเด็ก ๆ อาจจะมีอะไรในใจอยากพูดอยากบอกอีกมากมาย แต่เพราะเค้าเจ็บและกลัวเกินกว่าที่จะแสดงความรู้สึกออกมา เค้าจึงเลือกที่จะเงียบดีกว่า . เค้าอาจจะจำว่า… ถ้าฉันเถียง ฉันจะโดนลงโทษ … ถ้าฉันร้องไห้ จะโดนบอกให้เงียบและไม่มีใครปลอบ … ถ้าฉันบอกว่าอยากได้ พ่อแม่จะดุและไม่รักฉัน . หมอเลยไม่อยากให้พวกเราเลี้ยงลูก โดยคาดหวังให้เค้าเป็นเด็กที่เงียบ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่ายขนาดนั้น (แต่ก็ไม่ใช่พูดไม่รู้เรื่องเลยนะคะ) . แล้วเราจะเลี้ยงยังไง ให้ยังน่ารัก สุภาพ แต่ก็ยังกล้าแสดงความคิดเห็น … คำตอบคือ เราต้องรับฟังความเห็นของเค้าเสมอ แต่อาจต้องสอนเวลาที่เค้าแสดงความเห็นอย่างผิดวิธี . เช่นครั้งหน้า หากลูกเดินเถียงๆๆๆเป็นไฟ ตะโกนลั่น … ต่อให้ใช้กิริยาไม่ดีแค่ไหน ดูไม่น่ารักแค่ไหน … อย่าตี อย่าตะคอก หรืออย่าด่าทอเสีย ๆ หาย ๆ . แต่ให้เราหายใจลึก ๆ และพูดว่า แม่อยากฟังความเห็นลูกนะ ลองพูดใหม่ให้ดีกว่านี้ … และหากโอกาสสอนกันบ่อย ๆ ว่าลูกแสดงความเห็นได้เสมอ แค่ต้องพูดอย่างสุภาพ . เพราะเป้าหมายสูงสุด ไม่ใช่การสร้างเด็กที่เงียบ เรียบร้อย สงบ แต่คือเด็กที่กล้าคิด กล้าพูด และเข้าใจว่าขอบเขตที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน … โลกภายนอกรอทำลายความมั่นใจของลูกเราอยู่เสมอ … แต่เราต้องรักษามันไว้ให้ได้ในบ้านของเรานะคะ . หากชอบบทความนี้ ลองตามอ่านเพิ่มจากหนังสือ “รู้แค่นี้ เข้าใจ คนทั้งโลก” ได้นะคะ ทักสอบถามทาง inbox ได้เลยค่ะ : ) #ลูกเถียง #ลูกดื้อ #ลูกเรียบร้อย #รู้แค่นี้เข้าใจคนทั้งโลก #คำคมหมอพลอย #หมอพลอยลูกอัจฉริยะสร้างได้
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568
ถ้าเราดุบ่อย จนลูกเราเป็นเด็กเงียบ ๆ พูดอะไรก็ไม่มีขัดไม่มีเถียง ยอมเราทุกอย่าง … . ลูกอาจไม่ใช่เด็กดีหรือเด็กเรียบร้อย แต่อาจเป็นเด็กที่ปิดประตูความรู้สึก คิดอะไรก็ไม่กล้าบอก ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเครียด ซึมเศร้า เรื่อยมาจนถึงปัญหาการถูกบุลลี่ และยอมให้คนในครอบครัวทำร้ายเมื่อโตขึ้น . … พวกเราคงไม่อยากได้ลูกที่เรียบร้อย แต่โตไปมีปัญหาแบบนี้จริงมั้ยคะ . หมออยากบอกว่า ความเงียบของเด็ก ๆ อาจไม่ได้หมายถึงความสงบเสมอไป … จริง ๆ แล้วเด็ก ๆ อาจจะมีอะไรในใจอยากพูดอยากบอกอีกมากมาย แต่เพราะเค้าเจ็บและกลัวเกินกว่าที่จะแสดงความรู้สึกออกมา เค้าจึงเลือกที่จะเงียบดีกว่า . เค้าอาจจะจำว่า… ถ้าฉันเถียง ฉันจะโดนลงโทษ … ถ้าฉันร้องไห้ จะโดนบอกให้เงียบและไม่มีใครปลอบ … ถ้าฉันบอกว่าอยากได้ พ่อแม่จะดุและไม่รักฉัน . หมอเลยไม่อยากให้พวกเราเลี้ยงลูก โดยคาดหวังให้เค้าเป็นเด็กที่เงียบ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่ายขนาดนั้น (แต่ก็ไม่ใช่พูดไม่รู้เรื่องเลยนะคะ) . แล้วเราจะเลี้ยงยังไง ให้ยังน่ารัก สุภาพ แต่ก็ยังกล้าแสดงความคิดเห็น … คำตอบคือ เราต้องรับฟังความเห็นของเค้าเสมอ แต่อาจต้องสอนเวลาที่เค้าแสดงความเห็นอย่างผิดวิธี . เช่นครั้งหน้า หากลูกเดินเถียงๆๆๆเป็นไฟ ตะโกนลั่น … ต่อให้ใช้กิริยาไม่ดีแค่ไหน ดูไม่น่ารักแค่ไหน … อย่าตี อย่าตะคอก หรืออย่าด่าทอเสีย ๆ หาย ๆ . แต่ให้เราหายใจลึก ๆ และพูดว่า แม่อยากฟังความเห็นลูกนะ ลองพูดใหม่ให้ดีกว่านี้ … และหากโอกาสสอนกันบ่อย ๆ ว่าลูกแสดงความเห็นได้เสมอ แค่ต้องพูดอย่างสุภาพ . เพราะเป้าหมายสูงสุด ไม่ใช่การสร้างเด็กที่เงียบ เรียบร้อย สงบ แต่คือเด็กที่กล้าคิด กล้าพูด และเข้าใจว่าขอบเขตที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน … โลกภายนอกรอทำลายความมั่นใจของลูกเราอยู่เสมอ … แต่เราต้องรักษามันไว้ให้ได้ในบ้านของเรานะคะ . หากชอบบทความนี้ ลองตามอ่านเพิ่มจากหนังสือ “รู้แค่นี้ เข้าใจ คนทั้งโลก” ได้นะคะ ทักสอบถามทาง inbox ได้เลยค่ะ : ) #ลูกเถียง #ลูกดื้อ #ลูกเรียบร้อย #รู้แค่นี้เข้าใจคนทั้งโลก #คำคมหมอพลอย #หมอพลอยลูกอัจฉริยะสร้างได้
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น