วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
สังคมไทย
พิชัยสงครามจอห์นนี่ พิชัยสงครามปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ how to win war
First person story telling short story
เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?
มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?
น่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?
จอห์นนี่ ดาร์กเนส
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ
การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี!
[รอแป๊บนึงนะ อีตาคนเขียนนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อ]
{Break the 4th wallได้ดีนี่จอห์นนี่ ดาร์กเนส}
[ดูเหมือนแม่งจะคิดออกละ]
คณะราษฎรไม่เคยทำไปเพื่อประชาชน คณะราษฎรทำไปเพื่อตัวเอง คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงอำนาจ คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ต่างหาก! ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล อยากรู้วิธีทำให้เป็นประชาธิปไตยไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีเสรีภาพไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีสิทธิ์ให้มากที่สุดไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีอิสรภาพไหม? กดขี่ให้มากที่สุด ทำให้ไร้เสรีภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีสิทธิ์ให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีอิสรภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีประชาธิปไตย ทำให้ไม่มีเสรีภาพ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ ทำให้ไม่มีอิสรภาพ ทำให้ไร้ประชาธิปไตย ทำให้ไร้เสรีภาพทำให้ไร้สิทธิ์ ทำให้ไร้อิสรภาพ นั่นแหละวิธีทำให้โลกเป็นประชาธิปไตย นั่นแหละวิธีทำให้โลกนี้มีเสรีภาพมีอิสรภาพมีสิทธิ์ การเรียกร้องเสรีภาพคือการเรียกร้องให้กดขี่ตัวเอง ระบบ โรงเรียน รัฐบาล การเมือง ประชาชน สื่อ ข่าว ข้อมูล ผู้ร่วมขบวนการ ผู้เข้าร่วมแนวร่วม ลูกค้า คนจน คนตาดำๆ โครงสร้าง ข้าราชการ ราชการ รัฐสภา ทหาร การทหาร กระทรวงทุกกระทรวง ก็แค่ไพ่ใบหนึ่ง ที่จะทิ้งทั้งหมดก็ได้ ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล ระบอบการปกครองมันตอแหล ระบบมันตอแหล ระบบไม่ได้พังและไม่ได้ต้องแก้ไข แต่ระบบทำงานตรงตามที่ออกแบบเอาไว้และต้องถูกทำลาย ไม่มีความสุข? ไม่ได้มีความสุข? ทุกข์? โดนนอกใจ? จน? ไม่มีเงินจะใช้? ทำงานมาเลี้ยงกู? ทำงานหาเงินมาใช้ไปวันๆ? ปัญหามันเยอะ? มันเหนื่อย? เหนื่อย? เหนื่อย?? เหนื่อยเหรอ??????!!!!!! ตอแหล!!!!!!!!! มึงต้องออกไปทำงานทั้งๆที่ไม่อยากไป? มึงต้องออกไปทำงานงกงกงกทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? ทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? อีตอแหล!!!!!!! ออกไปทำงานมันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? อีตอแหล!!!!!!! มันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? ไม่ได้มีความสุขเลยนะ? มึงต้องไปทำงานหาเลี้ยงกู? มึงต้องออกไปทำงาน? ทั้งที่มึงไม่อยากไป? มึงต้องออกไปทำงานทั้งที่มึงไม่อยากไป? ตอแหล!!!!!!! อีตอแหล!!!!!!! กูไม่ได้สงสารมึงเลย กูไม่ได้เห็นใจมึงเลย กูอยากฆ่ามึง กูไม่สงสารมึงเลย กูยิ่งไม่เห็นใจ กูยิ่งอยากฆ่ามึงให้ตายด้วยซ้ำ ทำตัวเองจน เห็นแก่ตัว โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง ไม่มีความสำนึกผิดเลย สมควรโดนนอกใจแล้ว เพราะมึงทำตัวไม่สมเป็นเหยื่อเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าเห็นใจเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าสงสารเลย พฤติกรรมมึงไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าเห็นใจ น่ารังเกียจด้วยซ้ำ กูรู้ว่ามึงเห็นแก่ตัวตอนกูขึ้นกศน.ตอนปี2015แล้ว แล้วกูพึ่งมารู้ตอนนี้ว่ามึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง รู้ตัวว่าผิดก็ไม่มีความสำนึกผิดเลย ไม่มีความสำนึกผิดเลย น่ารังเกียจ คนจน คนรวย เพราะอย่างงี้กูถึงไม่เห็นใจพวกคนจนเลยซักนิด คนจน ตอแหล!!!!!! กูไม่เชื่อแล้ว!!!!!!! ข้ออ้าง รู้ไหมว่ายายเอียดด่ามึงว่าอีควาย อย่าว่าแต่เขาเลย กูยังด่ามึงโง่เลย เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังใครนินทามา เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังกูนินทามา เขาด่ามึงทั้งๆที่กูไม่ได้นินทามึงให้เขาฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามึงให้กูฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามา กูด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังเขานินทามา แสดงว่ากูคิดถูกแล้ว แสดงว่าจริงแล้ว มึงมันควายจริงๆ มึงมันโง่จริงๆ เขาด่ามึงควายกูไม่แปลกใจ กูเองก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่ พวกคนรวยมันไม่ช่วยอะไรหรอก ปัญหาเหรอ? รวยนับล้านคิดว่าคนพวกนั้นยังมีปัญหาอีกเหรอ? คนรวยพวกนั้นไม่ช่วยคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่สนใจคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาให้คนจนหรอก พวกคนรวยมันไม่มีปัญหาห่าเหวอะไรหรอก พวกคนรวยมันไม่เคยมีปัญหาหรอก ปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้มาจากคนรวยทั้งนั้นแหละ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทุกปัญหาบนโลกนี้ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้ คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน กลับฆ่ากันและกัน คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ไม่ช่วยกันและกัน ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็สามารถที่จะล้มรัฐบาลได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ทุกคนก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน คงไม่มีคนจนแล้ว ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็ทำลายระบบได้เลย กูโคตรเกลียดศาสนาเลย กูโคตรเกลียดแนวคิดกตัญญูเลย กูเกลียดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง กูเกลียดการปฏิวัติ กูเกลียดการรัฐประหาร กูเกลียดการแย่งชิงอำนาจ กูเกลียดสงคราม กูไม่อยากให้มีระบอบการปกครอง กูไม่อยากให้มีระบบ กูไม่อยากให้มีโรงเรียน กูไม่อยากให้มีทหาร กูไม่อยากให้มีเงินตรา แต่กูไม่ได้อยากเรียนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ความฝันกูคือนักวิทยาศาสตร์ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการไม่เชื่อใครง่ายๆแล้วล่ะก็ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการตั้งคำถามกับวิทยาศาสตร์แล้วล่ะก็ การไปเข้าโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน การไปโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน การไปเชื่อคนอื่น การที่ต้องเรียนในโรงเรียนให้จบปริญญาตรี นั่นไม่ใช่วิถีของนักวิทยาศาสตร์ กูไม่ได้อยากเรียนมาตั้งแต่แรกแล้ว กูไม่ได้อยากเรียนจบปริญญาตรีมาตั้งแต่แรก กูไม่ได้อยากเรียนจบปริญญาตรีมาตั้งแต่แรกแล้ว กูไม่ได้อยากเป็นคนที่เรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จได้แบบบิล เกตส์ หรือ สตีฟ จ็อบส์ กูไม่ได้อยากเลียนแบบเขา กูไม่ได้อยากเดินตามรอยเท้าเขา ไม่อยากได้เหรอ??????!!!!!! มีแต่ความตอแหล!!!!!!!!!!!!!! มึงไม่น่าสงสารเลย มึงไม่น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้น่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงมันไม่มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่มีความน่าสงสารเลย มึงไม่มีความน่าเห็นใจเลย ไม่มีความน่าสงสารเลย ไม่มีความน่าเห็นใจเลย มีแต่ความน่ารังเกียจ น่ารังเกียจ มึงเห็นแก่ตัว มึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง มึงไม่มีความสำนึกผิดเลย มึงทำผิด แต่มึงกลับไม่มีความสำนึกผิดเลย คิดว่ากูจะไว้ชีวิตมึงเหรอ? คิดว่ากูจะให้มึงมีชีวิตรอดเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปเหรอ? คิดว่ากูจะไม่ฆ่ามึงเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยให้มึงรอดชีวิตเหรอ?
ถ้าคนเราคิดกันว่าต้องสนใจปัญหาของตัวเองก่อนกันหมดทุกคน โลกนี้คงล่มสลาย ทุกวันนี้โลกนี้ก็ใกล้จะล่มสลายอยู่แล้ว
ทุกวันนี้ ทฤษฎีสมคบคิดสมเหตุสมผลกว่าความจริงที่เรารู้ๆกันมาซะอีก
ความมืดทำให้มองไม่เห็น แต่ไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง คนอื่นเดินไปผิดทางเองต่างหาก ความมืดเป็นที่อยู่อาศัยของภูติผีปีศาจ แต่ความมืดไม่ได้สั่งการไม่ได้รู้เห็นไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบการกระทำของภูติผีปีศาจ ภูติผีออกจากความมืดไม่ได้ ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่อยู่อาศัย ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่หลบซ่อนตัว ปีศาจไม่ได้ใช้กลางคืนเป็นที่อยู่อาศัยตลอด ความมืดไม่เกี่ยวกับการกระทำของปีศาจ แต่ปีศาจมันอยู่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นเดินไปผิดทาง ปีศาจทำให้คนอื่นทำผิด ปีศาจทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง แต่ความมืดไม่ได้เป็นแบบนั้น ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิดเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทางเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทาง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริง แต่ถ้าไม่มีความมืด แสงสว่างก็คงสะท้อนจนมองไม่เห็นความจริง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริงได้99% แต่ถ้าไม่มีความมืด ในแสงสว่าง ก็ไม่มีทางมองเห็นความจริง1%ได้เลย เพราะแสงสว่างคงสะท้อนออกมาหมดจนทำให้ความจริงล่องหนไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริง1%ได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง คนอื่นทำผิดเอง คนอื่นไปผิดทางเอง ผมเป็นความมืด แต่ไม่ใช่ปีศาจ
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
First person story telling short story
เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?
มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?
น่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?
จอห์นนี่ ดาร์กเนส
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ
การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี!
[รอแป๊บนึงนะ อีตาคนเขียนนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อ]
{Break the 4th wallได้ดีนี่จอห์นนี่ ดาร์กเนส}
[ดูเหมือนแม่งจะคิดออกละ]
คณะราษฎรไม่เคยทำไปเพื่อประชาชน คณะราษฎรทำไปเพื่อตัวเอง คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงอำนาจ คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ต่างหาก! ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล อยากรู้วิธีทำให้เป็นประชาธิปไตยไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีเสรีภาพไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีสิทธิ์ให้มากที่สุดไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีอิสรภาพไหม? กดขี่ให้มากที่สุด ทำให้ไร้เสรีภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีสิทธิ์ให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีอิสรภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีประชาธิปไตย ทำให้ไม่มีเสรีภาพ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ ทำให้ไม่มีอิสรภาพ ทำให้ไร้ประชาธิปไตย ทำให้ไร้เสรีภาพทำให้ไร้สิทธิ์ ทำให้ไร้อิสรภาพ นั่นแหละวิธีทำให้โลกเป็นประชาธิปไตย นั่นแหละวิธีทำให้โลกนี้มีเสรีภาพมีอิสรภาพมีสิทธิ์ การเรียกร้องเสรีภาพคือการเรียกร้องให้กดขี่ตัวเอง ระบบ โรงเรียน รัฐบาล การเมือง ประชาชน สื่อ ข่าว ข้อมูล ผู้ร่วมขบวนการ ผู้เข้าร่วมแนวร่วม ลูกค้า คนจน คนตาดำๆ โครงสร้าง ข้าราชการ ราชการ รัฐสภา ทหาร การทหาร กระทรวงทุกกระทรวง ก็แค่ไพ่ใบหนึ่ง ที่จะทิ้งทั้งหมดก็ได้ ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล ระบอบการปกครองมันตอแหล ระบบมันตอแหล ระบบไม่ได้พังและไม่ได้ต้องแก้ไข แต่ระบบทำงานตรงตามที่ออกแบบเอาไว้และต้องถูกทำลาย ไม่มีความสุข? ไม่ได้มีความสุข? ทุกข์? โดนนอกใจ? จน? ไม่มีเงินจะใช้? ทำงานมาเลี้ยงกู? ทำงานหาเงินมาใช้ไปวันๆ? ปัญหามันเยอะ? มันเหนื่อย? เหนื่อย? เหนื่อย?? เหนื่อยเหรอ??????!!!!!! ตอแหล!!!!!!!!! มึงต้องออกไปทำงานทั้งๆที่ไม่อยากไป? มึงต้องออกไปทำงานงกงกงกทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? ทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? อีตอแหล!!!!!!! ออกไปทำงานมันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? อีตอแหล!!!!!!! มันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? ไม่ได้มีความสุขเลยนะ? ตอแหล!!!!!!! อีตอแหล!!!!!!! กูไม่ได้สงสารมึงเลย กูไม่ได้เห็นใจมึงเลย กูอยากฆ่ามึง กูไม่สงสารมึงเลย กูยิ่งไม่เห็นใจ กูยิ่งอยากฆ่ามึงให้ตายด้วยซ้ำ ทำตัวเองจน เห็นแก่ตัว โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง ไม่มีความสำนึกผิดเลย สมควรโดนนอกใจแล้ว เพราะมึงทำตัวไม่สมเป็นเหยื่อเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าเห็นใจเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าสงสารเลย พฤติกรรมมึงไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าเห็นใจ น่ารังเกียจด้วยซ้ำ กูรู้ว่ามึงเห็นแก่ตัวตอนกูขึ้นกศน.ตอนปี2015แล้ว แล้วกูพึ่งมารู้ตอนนี้ว่ามึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง รู้ตัวว่าผิดก็ไม่มีความสำนึกผิดเลย ไม่มีความสำนึกผิดเลย น่ารังเกียจ คนจน คนรวย เพราะอย่างงี้กูถึงไม่เห็นใจพวกคนจนเลยซักนิด คนจน ตอแหล!!!!!! กูไม่เชื่อแล้ว!!!!!!! ข้ออ้าง รู้ไหมว่ายายเอียดด่ามึงว่าอีควาย อย่าว่าแต่เขาเลย กูยังด่ามึงโง่เลย เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังใครนินทามา เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังกูนินทามา เขาด่ามึงทั้งๆที่กูไม่ได้นินทามึงให้เขาฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามึงให้กูฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามา กูด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังเขานินทามา แสดงว่ากูคิดถูกแล้ว แสดงว่าจริงแล้ว มึงมันควายจริงๆ มึงมันโง่จริงๆ เขาด่ามึงควายกูไม่แปลกใจ กูเองก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่ พวกคนรวยมันไม่ช่วยอะไรหรอก ปัญหาเหรอ? รวยนับล้านคิดว่าคนพวกนั้นยังมีปัญหาอีกเหรอ? คนรวยพวกนั้นไม่ช่วยคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่สนใจคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาให้คนจนหรอก พวกคนรวยมันไม่มีปัญหาห่าเหวอะไรหรอก พวกคนรวยมันไม่เคยมีปัญหาหรอก ปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้มาจากคนรวยทั้งนั้นแหละ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทุกปัญหาบนโลกนี้ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้ คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน กลับฆ่ากันและกัน คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ไม่ช่วยกันและกัน ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็สามารถที่จะล้มรัฐบาลได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ทุกคนก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน คงไม่มีคนจนแล้ว ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็ทำลายระบบได้เลย กูโคตรเกลียดศาสนาเลย กูโคตรเกลียดแนวคิดกตัญญูเลย กูเกลียดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง กูเกลียดการปฏิวัติ กูเกลียดการรัฐประหาร กูเกลียดการแย่งชิงอำนาจ กูเกลียดสงคราม กูไม่อยากให้มีระบอบการปกครอง กูไม่อยากให้มีระบบ กูไม่อยากให้มีโรงเรียน กูไม่อยากให้มีทหาร กูไม่อยากให้มีเงินตรา แต่กูไม่ได้อยากเรียนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ความฝันกูคือนักวิทยาศาสตร์ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการไม่เชื่อใครง่ายๆแล้วล่ะก็ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการตั้งคำถามกับวิทยาศาสตร์แล้วล่ะก็ การไปเข้าโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน การไปโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน การไปเชื่อคนอื่น ไม่อยากได้เหรอ??????!!!!!! มีแต่ความตอแหล!!!!!!!!!!!!!! มึงไม่น่าสงสารเลย มึงไม่น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้น่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงมันไม่มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่มีความน่าสงสารเลย มึงไม่มีความน่าเห็นใจเลย ไม่มีความน่าสงสารเลย ไม่มีความน่าเห็นใจเลย มีแต่ความน่ารังเกียจ น่ารังเกียจ มึงเห็นแก่ตัว มึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง มึงไม่มีความสำนึกผิดเลย มึงทำผิด แต่มึงกลับไม่มีความสำนึกผิดเลย คิดว่ากูจะไว้ชีวิตมึงเหรอ? คิดว่ากูจะให้มึงมีชีวิตรอดเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปเหรอ? คิดว่ากูจะไม่ฆ่ามึงเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยให้มึงรอดชีวิตเหรอ?
ถ้าคนเราคิดกันว่าต้องสนใจปัญหาของตัวเองก่อนกันหมดทุกคน โลกนี้คงล่มสลาย ทุกวันนี้โลกนี้ก็ใกล้จะล่มสลายอยู่แล้ว
ทุกวันนี้ ทฤษฎีสมคบคิดสมเหตุสมผลกว่าความจริงที่เรารู้ๆกันมาซะอีก
ความมืดทำให้มองไม่เห็น แต่ไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง คนอื่นเดินไปผิดทางเองต่างหาก ความมืดเป็นที่อยู่อาศัยของภูติผีปีศาจ แต่ความมืดไม่ได้สั่งการไม่ได้รู้เห็นไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบการกระทำของภูติผีปีศาจ ภูติผีออกจากความมืดไม่ได้ ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่อยู่อาศัย ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่หลบซ่อนตัว ปีศาจไม่ได้ใช้กลางคืนเป็นที่อยู่อาศัยตลอด ความมืดไม่เกี่ยวกับการกระทำของปีศาจ แต่ปีศาจมันอยู่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นเดินไปผิดทาง ปีศาจทำให้คนอื่นทำผิด ปีศาจทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง แต่ความมืดไม่ได้เป็นแบบนั้น ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิดเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทางเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทาง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริง แต่ถ้าไม่มีความมืด แสงสว่างก็คงสะท้อนจนมองไม่เห็นความจริง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริงได้99% แต่ถ้าไม่มีความมืด ในแสงสว่าง ก็ไม่มีทางมองเห็นความจริง1%ได้เลย เพราะแสงสว่างคงสะท้อนออกมาหมดจนทำให้ความจริงล่องหนไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริง1%ได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง คนอื่นทำผิดเอง คนอื่นไปผิดทางเอง ผมเป็นความมืด แต่ไม่ใช่ปีศาจ
เนื้อคู่ ลูกสาว ลูกหลาน สายเลือดเดียวกันของปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.
In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.
I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*
However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.
I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.
In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.
I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*
However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.
I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.
In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.
I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*
However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.
วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
First person story telling short story
เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะครับ?
จอห์นนี่ ดาร์กเนส
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ
การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี! ประชาธิปไตย
First person story telling short story
เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะครับ?
จอห์นนี่ ดาร์กเนส
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ
การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี! ประชาธิปไตย
จงแปลเป็นภาษาอังกฤษ: ถ้าตอนหน้าSayukiในร่างอุลตร้าแมนในร่างเท่ามนุษย์ถูกจับตรึงกางเขน โดนดูดพลังงานจนคัลเลอร์ไทม์เมอร์กะพริบและSayukiพลังงานหมดคัลเลอร์ไทม์เมอร์ดับคลายการแปลงร่างกลับสู่ร่างมนุษย์ผมจะดีใจมากๆครับ
If in the next episode, Sayuki in his human-sized Ultraman form gets crucified, has his energy drained until his Color Timer blinks, and when he’s completely drained, the Color Timer shuts off, forcing him to revert back to his human form, I’d be over the moon!
**Key details preserved:**
- Human-sized Ultraman form (ร่างเท่ามนุษย์).
- Crucifixion (ตรึงกางเขน).
- Energy drain leading to Color Timer blinking (โดนดูดพลังงานจนคัลเลอร์ไทม์เมอร์กะพริบ).
- Reversion to human form (คลายการแปลงร่างกลับสู่ร่างมนุษย์).
- Strong emotional reaction (ดีใจมากๆ → "over the moon" to emphasize intensity).
วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.
In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.
I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*
However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.
Time
By Patipat Pinrat
Abstract
No one study time directly they use time for other things or study other things although we measure the time but no one understand time clearly in this work i use my experiences and anything that connect with the time and i found time are not rounds of repeat of anything but are phase of change that is not the repeat of itself and time are abstraction and time are cotinuous and cannot separate and time are always move and never stop and we are living inside the time and energy of time are infinite and we can use time as the unit of measure and time are not both wave and particle and whatever anything are not affect time.
What is time.
Time is classical topic in science and just not in only science but we all use time in anything we all use time in daily life we living with time clearly but are we living "inside time" or living "outside time"? Yes this is the point anyone do not think and when we realize this we should know we all do not know time do not know what is time do not know any definition of time are true or false even definition of time of Albert Einstein that is part of relativity theory and we should know we all are do not study time directly none of theory about time alone or explain time directly.
Because we all do not know time, because we do not study and explain time directly so that i will do anything i call it "restart from 0" i will define time again like anyone do not define time before.
Like i mention before we all living "with time" so that i will divide time in to 2 types.
1. Time by definition.
2. The real time.
1. Time by definition.
Time by definition are time we all use in daily life which first measure using rounds of swing of pendulum by Galileo Galilei based on thought of Galilei that the rounds of swing of pendulum are equal irrespective the rope connect with pendulum are short or long.
2. The real time.
Based on my thought the repeat of anything itself in equal rounds are not "the real time" so that i give the meaning of the real time following.
"Phase of changes that are equal and are not the repeat of itself."
I will use this mean of the real time as base to study time.
Time are abstraction.
Time are not concrete object, we all cannot see, cannot smell, cannot hear, cannot touch, cannot taste the time.
But although we not use meaning of time of time by definition we can feel "time are pass".
Measure "the real time."
Follow meaning of the real time we can use phase of changes that are equal that are not repeat itself as a unit of the real time.
Time are always continuous and are cannot separate.
Because the real time are phase of changes that are equal and are not the repeat of itself it mean time are continuous always and are cannot separate.
Time are always moving and never stop.
Irrespective anyting are move or rest the time never rest and are always moving but it do not mean time cannot stop.
We are living inside time.
If anything can be object and time are object and follow first law of Newton that state object at rest or moving continue its rest or moving until force from outside act to it the object will change its state of rest or moving then becasue we cannot act anything to the time it mean we are living inside the time.
Energy of time are infinite.
If energy are cannot create and are cannot be destroy and if energy can found in anything and if time are always moving and never rest energy of time are infinite.
Use time as the unit of measure.
Because time are phase of changes that are equal and are not the repeat of itself so we can use time as the unit of measure for measure anything.
Time are not both wave and particle
Because time are phase of changes that are not the repeat of itself so time are not both wave and particle.
Whatever anything are not affect time.
Whatever anything happen or do it are not affect time.
I will write my thought more actually but as i mention before we all are not study time directly before and my rest of thought about time may wrong all then i will end my this work here and i happy to send my thought about time to any other scientist and any scientist in royal society for use as base for study time directly after now althought my this work wrong it can use for study time directly and clearly in future


























