วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

     

สังคมไทย

"ไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยมนุษย์ มนุษย์ทำลายโลกตลอดเวลา"
=ก็อตซิลล่า(Ghidorah the three headed monster ฉายปี 1964)
*เพิ่มบาปของคนไทยเข้าไปในอีก1ข้อในโพสต์ฉบับปรับปรุงนี้
สังคมไทยก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากสังคมโง่ๆในหนังที่ตัวร้ายชนะเรื่องsaw เหมือนกับแอปเปิ้ลเน่าที่น่ารังเกียจ เต็มไปด้วยแก๊สพิษแห่งความวิบัติ แก๊สพิษแห่งหายนะ แก๊สพิษแห่งการทำลาย ไม่ได้ทำลายชีวิตสัตว์พืชจุลินทรีย์ชนิดใด ไม่แม้กระทั่งทำลายธรรมชาติแต่ทำลายตัวเอง ทำลายตัวพวกมึงเองนั่นแหละ ญี่ปุ่นโดนระเบิดเคลียร์เปื้อนรังสีถึงสองครั้ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ต้องพูดถึง"ปัจจัยสี่" ไม่ต้องพูดถึง"ของกิน" ไม่ต้องพูดถึง"ของใช้" (ว่าแต่กูจะแบ่งคำว่า"ของกินของใช้"ออกจากกันทำไม? ทำไมไม่พิมพ์เป็นคำเดียวกัน?) เอาแค่ "ความคิด" "ตรรกะ" "ระบบประมวลผล" ญี่ปุ่นเจริญกว่าไทยเหมือนไทยเป็นร่องลึกสมุทรมาเรียนาส่วนญี่ปุ่นเป็นสถานีอวกาศนานาชาติ(นับเฉพาะภาพรวมของญี่ปุ่นที่ดุจดั่งสาวงามนางไซซีแห่งยุคชุนชิว ความชั่วร้ายในมุมมืดที่เป็นเพียงแค่"เศษส่วน"ของญี่ปุ่นไม่นับ) หรือเพราะว่าชนชาติไทยเราเป็นชนชาติไม่คิดมาก อยู่ไปวันๆ หาเช้ากินค่ำ พอเศรษฐกิจคะมำก็ด่าแหลก ตั้งแต่รัฐบาลยันเพื่อนบ้าน ด่ากราดไปทั่วยกเว้นตนเอง? ทำเป็นตัวเองดีหนักหนาทั้งที่ตัวเองชั่วช้ากว่าคนอื่น รอรัฐบาลสังคมนิยม(สังคมนิยม=ไม่มีใครมีสิทธิ์ในทรัพย์สินใดๆเลยแต่ทุกอย่างเป็นของรัฐบาล)ถูกกำจัดอำนาจถอนรากถอนโคนตั้งแต่ตัวเบี้ยยันผู้กุมอำนาจสูงสุดผู้เป็นบอสใหญ่จนสิ้นมลายสูญดุจโดนล้างด้วยไฟบรรลัยกัลป์ของพระศิวะเสียก่อนเถิด แล้วรอพระผู้มาโปรดมาดูแลประเทศนี้เสียก่อนเถอะ รอให้ภาษีถูกจนเหมือนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าภาษี รอให้การศึกษาไทยห้องเรียนหนึ่งห้องผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ยี่สิบคนโรงเรียนหนึ่งแห่งผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ห้าพันคนโรงเรียนทั่วทั่งพื้นที่เทพีแห่งปฐพีไกอาผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ครองโลกนี้ได้ รอให้ประเทศไทยไม่มีภาวะเงินฝืนเงินเฟ้อเงินขาดดุลเงินเกินดุล รอให้เงินบาทไทยมีค่ามากที่สุดในโลกแทนที่จะเป็นสามสิบบาทเท่ากับหนึ่งดอลลาร์กลายเป็นสองล้านล้านดอลลาร์เท่ากับหนึ่งบาทไทยแทน เจริญซะขนาดนั้นแต่พวกมึงทุกคนยังเหมือนเดิมมันจะต่างไปจากยุคนี้ที่รัฐบาลเผด็จการสมบูรณ์ยึดครองแผ่นดินมั๊ย? สามัคคีคล้อยตามเห็นพ้องต้องกันเพียงแค่ชั่วคราวแล้วก็แตกแยกเหมือนเดิมเหมือนประวัติศาสตร์จีน สุดท้ายแล้วพวกมึงทุกคนก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก"ไวรัส"ชั่วร้ายพอกันหรืออาจจะ"ชั่วร้ายน่ารังเกียจน่ากลัวยิ่งกว่าไวรัส"เสียอีก ยึดความคิดตนเป็นใหญ่ ใครเถียงก็ไม่ได้ เหมือนเอาแต่ใจ เคร่งเครียดชอบหยิบโน่นนี่นั่นมาคิดแล้วก็นึกอะไรไม่ออกเลยตีโพยตีพายเหมือนเด็กๆ ใครขัดใจมีเคืองหรือตอบโต้แรงๆเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่น ก่อนอื่นก็ขอกล่าวโทษ "บาปในคนไทย"ก่อนแล้วกัน  ราคะ (ละติน: luxuria ลุกซุริอา; อังกฤษ: lust)
การคิดในทางเสื่อม ความต้องการเป็นที่สนใจจากผู้อื่น ความต้องการความเร้าใจ หมกมุ่นทางเพศที่มากจนเกินไป หรือที่ผิดมนุษย์ปกติ ความใคร่ที่เกิดขึ้นในทางทุจริต เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ กับพ่อแม่หรือลูกหลานตัวเอง การข่มขืน การมีชู้ ตะกละ=การสนองความต้องการโดยไม่ยั้งคิด มุ่งร้ายเอาของคนอื่น บริโภคสิ่งต่างๆจนขาดการไตร่ตรอง บริโภคจนมากเกินไป มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหาร รวมถึงการบริโภคสิ่งๆ ต่างๆ โดยไม่คำนึงสนใจ หรือเห็นใจคนอื่น กินเร็วเกินไป กินแพงเกินไป กินมากเกินไป กินอย่างกระตือรือร้นเกินไป กินอย่างประณีตเกินไป กินอย่างแรงกล้าเกินไป โลภ=ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าในการให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงแนวทางหรือคุณธรรมในการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น โดยไม่แบ่งปันหรือช่วยเหลือผู้อื่น และสามอันสุดท้ายอันดับที่หนึ่งแห่งบาปของคนไทยทั้งมวล(มีสามอันครองอันดับร่วมกัน) อัตตา/โทสะ=ต้องการเป็นผู้ที่มีความสำคัญและอำนาจเหนือผู้อื่นการที่รักตนเองมากจนเกินไป หลงในอำนาจและรูปลักษณ์ของตัวเองความโกรธเคืองและพยาบาทที่ขาดความเหมาะสม การทนรับสภาพในบางสิ่งบางอย่างไม่ได้คนที่มีความโอหังจะสนใจเฉพาะตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร กับข้อสุดท้าย "เกียจคร้าน= ความไม่สนใจใยดีต่อการเปลี่ยนแปลง ต่อสิ่งรอบข้าง ใช้เวลาอย่างไร้ค่า ความไม่ต้องการที่จะทำอะไร โดยปล่อยให้ผู้อื่นเป็นผู้ทำงานหนักเพื่อตนเองเท่านั้น การปล่อยปละละเลยต่อหน้าที่ของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเลยที่จะทำดีรวมถึงการละเลยที่จะเคารพต่อพระเจ้าด้วย ผู้ที่เกียจคร้านจะอยู่เฉยๆ รักษาสภาพความเป็นอยู่ของตนเองในภาวะเดิมตลอดเวลา ไม่ทำอะไรมาก แต่ก็ไม่ใช้อะไรมากเช่นกัน แค่ยืนเฉยๆก็พบบาปทุกข้อที่กล่าวมานี้จนหมดสิ้น เต็มไปด้วยคนน่ารังเกียจ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตคนตั้งแต่ชีวิตเด็กเล็กยันชีวิตลูกแมวเป็นของไร้ค่ายกเว้นตัวเองกับเงินสิ่งของของตัวเองที่มีค่ามิอาจประมาณได้ที่ต้องสู้ตายเพียงเพื่อมัน เพื่ออะไรกัน? ทำตัวไร้สาระ สนุกสนานไปกับโต๊ะจีน แม้แต่ชีวิตของลูกแมวก็ถูกทิ้งขว้าง กินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมา วิจารณ์วิพากษ์ติเตียนตำหนินินทาซุบซิบ แส่ยุ่งเสือกเรื่องคนอื่น ชอบสิ่งที่ดูดีทั้งๆที่คิดไปเอง ไม่เชื่อความจริงแต่เชื่อมายากลภาพลวงตา เห็นอะไรก็ตัดสินแล้ววิจารณ์วิพากษ์เตียนติตำหนินินทาซุบซิบ ไม่ชอบเรื่องจริงจังชอบเสือกเรื่องขี้ประติ๋ว มักง่าย เห็นแก่ตัว คนอื่นไม่พูดอะไร คนอื่นไม่ทำอะไร "พอไม่พูดก็พูดว่า'เป็นไบ้ไง'" ด่าเขาแล้วก็โดนเขาใช้กฎหมายข้อหมิ่นประมาทมาเล่นงานโดนค่าเสียหายกันคนละล้าน รักษาภาพผู้ช่วยเหลือมนุษยชาติแบบเดียวกับเล่าปี่แต่ก็ไปช่วยรัฐบาลสังคมนิยม ยุคสงครามเย็นสู้รบกับพวกคอมมิวนิสต์(คอมมิวนิสต์เป็นสาขาหนึ่งของสังคมนิยม)แต่ยุคปัจจุบันรัฐบาลกลับฮุบกลืนยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของประชาชน ไอ้พวกอยู่เบื้องหลังรัฐบาลนี้ก็น่ารังเกียจเดียดฉันท์ฆ่าคนได้ไม่ลังเลไม่น่าให้มีเงินใช้แม้แต่ยี่สิบห้าสตางค์ไม่น่าให้มีเครื่องบินใช้ไม่น่าให้มีรถใช้น่าเอาเสื้อผ้าหรูๆพวกนั้นไปเผาทิ้งด้วยซ้ำ ในหนังสือเรียนเขียนไว้ซะดิบดีว่าป่าสงวนมีไว้เพื่อรักษาป่าไม้กับสัตว์ป่าให้ไม่สูญพันธุ์ให้คงอยู่สืบไปแต่เข้าไปฆ่าเสือดำ?ตัดไม้สักเอาไปขายด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมาย? อุตส่าห์ดังได้เป็นนักร้องอุตส่าห์มีค่ายเพลงเป็นของตัวเองก็โกงค่าตัว ด่ารัฐบาลกันสนุกแต่กูรู้นะว่าสองส่วนห้าของจำนวนคนที่ด่ารัฐบาลมีคนที่ชั่วช้าสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่ารวมอยู่ด้วยอย่าด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วช้ายิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าหยุดด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วร้ายกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าเลิกด่ารัฐบาลถ้าตัวเองสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า เลิกด่ารัฐบาลแล้วด่าพวกมึงเองให้ได้ก่อนเลิกโทษรัฐบาลแล้วโทษพวกมึงเองให้ได้ก่อนถ้าพวกมึงยังคงสามานย์ชั่วช้าชั่วร้ายยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า ต่อให้คนที่ไร้ซึ่งความต้องการทุกอย่างให้แก่ตัวเองแม้กระทั่งอากาศจะหายใจให้ตัวเองแล้งมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมึงทุกคนต้องการให้ดูแลพวกมึงทุกคน แต่พวกมึงทุกคนยังคงชั้นต่ำสถุลไร้สกุลรุนชาติเลวทรามต่ำช้าสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า ถามหน่อยมันจะแตกต่างไปจากกลียุคยุคนี้ที่เรียกว่ายุครัฐบาลมืดเรืองอำนาจหรือ? พวกมึงเองเป็นแบบนี้ไม่แตกต่างไปจากรัฐบาลแต่ก็ยังจะโทษรัฐบาลอย่างเดียวแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ตัวพวกมึงเองทำตัวเหมือนรัฐบาลแล้วกูถามหน่อยประเทศไทยมันจะพัฒนามั๊ย? รัฐบาลโกงกินเอารัดเอาเปรียบยึดทุกอย่างไปเป็นของตัวเองประชาชนมักง่ายเห็นแก่ตัวสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้าเอาแต่ใจตัวเองกินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมาติเตียนตำหนิวิจารณ์วิพากษ์นินทาซุบซิบเสือกเรื่องคนอื่น กูถามหน่อยชนชั้นล่างสุดของประเทศเป็นแบบนี้กันทั้งหมดแล้วมึงยังหวังพึ่งรัฐบาลอยู่อีกเหรอ?มึงยังหวังว่าจะมีคนดีมาดูแลประเทศและประชาชนอีกเหรอ?มึงยังหวังว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะมีคนดีช่วยชาติดูแลประเทศและประชาชนทำให้ภาษีถูกมีแต่คนรวยทั่วแผ่นดินไร้ซึ่งคดีอาชญากรรมคดีอาชญากรรม=0ได้อีกหรือ? ไอ้พวกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. นายอำเภอ อบจ. ทหารทุกตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งทหารเลวยันตำแหน่งแม่ทัพ รัฐมนตรีทุกกรมทบวงกระทรวง รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มังกรห้าเล็บ(ที่อยู่เหนือพวกนี้นี่อีกที)พวกมึงทุกคนลืมกันไปหมดแล้วใช่มั๊ยว่าก่อนที่พวกมึงจะมีชื่อเรียกด้วยชื่อตำแหน่งนั่นพวกมึงทุกคนเคยเป็นประชาชนมาก่อนบรรพบุรุษพวกมึงเคยเป็นประชาชนเป็นชาวบ้านกากเดนมาก่อน?กูอยู่เท่ากับมึงมึงไม่ได้สูงไปกว่ากูกูไม่ได้อยู่ใต้เท้ามึงและมึงไม่ได้อยู่เหนือหัวกู มึงคิดว่ามึงเป็นผู้สร้างโลกใบนี้หรือ?มึงคิดว่ากูต้องจงรักภักดีต่อมึงตลอดเวลาหรือ?มึงคิดว่ากูต้องทำทุกอย่างให้มึงทำตามที่มึงบอกทำตามที่มึงพูดทำตามที่มึงสั่งทุกอย่างหรือ? ทำไมมึงถึงอยู่เหนือนัก? ทำไมมึงถึงเอารัดเอาเปรียบประชาชน? ทำไมมึงถึงเอาทุกอย่างไปจากประชาชน? ทำไมมึงถึงฆ่าประชาชน? อะไรนะ? ตอนเป็นประชาชนเคยลำบากมาก่อน? อ้อเหรอ ก็เลยพยายามยึดทุกอย่างที่มึงอยากได้ทั้งๆที่ประชาชนคนอื่นก็อยากได้สิ่งที่มึงยึดไปเหมือนกันเนี่ยนะ? น่ารังเกียจ ประวัติศาสตร์ก็น่ารังเกียจ สงครามโลกนี่บอกจังว่าฮิตเลอร์ชั่ว เออ ฮิตเลอร์ชั่ว ใช่ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ทำลายล้างชีวิตคนไปมากมาย ใช่ ฮิตเลอร์ชั่ว ญี่ปุ่นฆ่าข่มขืนชาวจีนผู้บริสุทธิ์ อันนี้ก็ชั่ว แต่อเมริกาไม่ใช่คนชั่วเหรอวะ? ไอ้อินทรีหัวขาวตัวน้ำตาลนี่มีดีอะไร? มีดีแค่ประเทศใหญ่กว่า มีดีแค่ประชากรเยอะ มีดีแค่เทคโนโลยีขั้นสูงที่เหนือชั้น เป็นชาติอภิมหาอำนาจ แต่กูถามหน่อยเถอะถ้ามึงไม่มีเทคโนโลยีอะไรซักอย่างมึงจะชนะซุนจื่อ+ซุนปิน+หานซิ่น+กาเซี่ยง+กุยแก+โจโฉ+สุมาอี้ผนึกกำลังทำงานด้วยกันมั๊ย?อเมริกาจะชนะมั๊ย? มีดีแต่ใช้เทคโนโลยีเอาชนะคนอื่น มีแต่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เอาชนะคนอื่น ไอ้ขี้โกง เป็นได้แค่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว เป็นได้แค่หมาลอบกัดที่น่ารังเกียจ แม่งไม่กล้าไปสู้กับลิโป้แบบตัวต่อตัว1ต่อ1เลยด้วยซ้ำมั้ง โปรโมทตัวเองงว่าเป็นฮีโร่ พิทักษ์ผู้บริสุทธิ์ในโลกนี้ ส่งทหารไปตะวันออกกลาง มึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? กูเชื่อมึงได้มากน้อยแค่ไหนว่ามึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? มึงแน่ใจหรือว่ามึงปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยเพื่อนร่วมโลกช่วยผู้บริสุทธิ์ช่วยผู้เดือดร้อนไม่ได้เอารัดเอาเปรียบพวกนั้น?ไม่ได้แย่งยึดทุกสิ่งทุกอย่างจากพวกนั้น? ไม่ได้ทำให้พวกนั้นเดือดร้อน? แน่ใจหรือ? กูจะแน่ใจได้แล้วหรือ? เรื่องในโรงเรียนบอกเลยกูไม่เคยคิดเลยว่านั่นคือการเรียนรู้ที่แท้จริง กูไม่เคยคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว สำหรับกูมันก็แค่การเดินทางไปที่ใหญ่ๆฟังคนแก่พูดพร้อมกับทำการบ้านที่โคตรยาก ทำไม่เสร็จหรือทำไม่ได้หรือถ้าไม่ส่งก็โดนลงโทษสารพัด กลับบ้านแบบโง่ๆ แล้วก็ต้องไปสอบทั้งๆที่กูจำอะไรแทบไม่ได้ ทั้งๆที่กูไม่ชอบอ่านหนังสือก่อนสอบ(และบอกเลยตั้งแต่ป.1ยันกศน.กูอ่านหนังสือก่อนสอบแค่เล่มละ2-3หน้าเท่านั้นแล้วก็เลิก เล่นเกม) เด็กแกล้งกันทุกชั้นเรียนทุกชั้นห้องกูก็เคยโดนและกูก็เคยเห็นเด็กคนอื่นโดนแกล้งด้วย เหยียดเพศทางเลือก แล้วก็เป็นแบบนี้ทุกรุ่น สู้ก็ไม่ได้เดี๋ยวฟ้องพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่ชายพี่สาวญาติกัลญาณมิตรผู้ปกครอง ครูเรียกขึ้นห้องปกครอง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับพวกผู้ปกครองมึง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับครู แต่ถามหน่อยเด็กมันเลิกแกล้งกันมั๊ย? พวกผู้ปกครองมึงนี่ยังกับเทพารักษ์ของมึงเลยนะ เด็กคนอื่นทำอะไรลูกมึงไม่ได้ แต่ลูกมึงทำอะไรกับเด็กคนอื่นก็ได้ พวกมึงทั้งหมดก็น่ารังเกียจเหมือนกันแหละ แด่คนที่ชอบแกล้งคนอื่นกูขอบอกเลยว่าถ้ามึงถูกฆ่าตายกูจะไม่เสียน้ำตาให้มึงกูจะไม่เสียใจให้มึงกูจะไม่สงสารมึง เพราะกูสังเวชมึง ผู้ปกครองของพวกมึงครอบครัวของพวกมึงถ้าสูญเสียมึงกูก็จะไม่สงสารผู้ปกครองของมึงกูก็จะไม่สงสารครอบครัวของมึง เพราะกูสังเวชผู้ปกครองของมึง เพราะกูสังเวชครอบครัวของมึง อย่างที่บอกคนอื่นทำอะไรลูกพวกมึงไม่ได้ แต่ลูกพวกมึงทำอะไรกับใครก็ได้ น่าสังเวช พวกมึงก็น่ารังเกียจ พวกมึงทุกคนนั่นแหละ เด็กแกล้งกันตลอดเวลาก็ไม่ได้แก้ปัญหาถาวรมีดีแต่แก้ปัญหาชั่วคราวแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม เป็นจ่าเฉยเหรอ? คนที่โดนแกล้งจะทำอะไรก็ไม่ได้เหมือนคนที่โดนแกล้งเป็นคนชั่ว พวกมึงไม่มีดีอะไรซักอย่าง การลงโทษก็เหมือนกัน มีแต่ความรุนแรง ใช้สารสสารวัตถุสิ่งของฟาดตี ทุบตบดี ด่า กูถามจริงๆเถอะว่ามึงลงโทษไปทำไม? มึงลงโทษไปเพื่ออะไร? กูถามหน่อยเถอะการลงโทษมันสร้างคนดีได้เหรอวะ? หรือเป็นการสร้างความโกรธแค้นในความมืด? แล้วทำให้พวกมึงโดนสงครามละเลงเลือดล้างแค้นในภายหลัง? เห็นแก่ตัว กูอยากได้อะไรกูต้องได้ กูใช้ใครให้ทำอะไร ต้องทำให้กู คนไทยเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก ไม่มีใครเทียบเทียมได้ นี่ก็มีเหตุผลมากพอให้กูฆ่าพวกมึงทุกคนเหมือนกัน
การออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆเช่นยิงปืนขี่ม้าหรือเดินนั้นเป็นปัญหาสำหรับคนเหล่านี้เพราะเป็นการเกินความสามารถของเขา[{("'และที่สำคัญก็คือถ้าใครออกไปเดินเล่นคราวละครึ่งไมล์ก็จะถูกหาว่าเป็นบ้า'")}]ทั้งๆที่เขามีอย่างอื่นที่จะทำได้ดีกว่าเช่นพายเรือในระยะทางที่เท่าๆกันแล้วนั่งสบายๆอยู่ในเรือ
                                                                                   เฟรริค อาเธอร์ นีล(Narrative of a Residence in Siam)
แหม คนไทยนี่น่ารังเกียจมาตั้งแต่ยุคโบราณ อย่างที่บอกว่าคนไทยเป็นคนขี้เสือก ชอบสาระแน ชอบสอดรู้สอดเห็นไปทั่ว ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ด่ากราดใส่คนอื่นโดยที่ไม่เคยด่าตัวเอง วันๆเอาแต่เสือกเรื่องชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิจารณ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิพากษ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่ซุบซิบชาวบ้าน นึกถึง1ใน3บาปหนักสุดของคนไทยข้อ "เกียจคร้าน" ไว้ไอ้โง่ วันๆไม่ทำอะไร คนไทยล้วนแต่ขี้เกียจ ถ้าเงินไม่ใช่ปัจจัยที่5ของชีวิตคนไทยไม่ทำงานอะไรกันหรอก กูอยากจะฆ่าคนไทยให้หมดทั้งประเทศด้วยซ้ำ เพราะฆ่าไปก็เหมือนไม่ได้ ฆ่าไปก็เหมือนพยายามฆ่าศพ ประเทศเป็นประเดียวในโลกที่คนข้างชาติเป็นศพ กูไม่เคยมองว่าประเทศนี้มีคนเป็นอยู่เลย มีแต่ศพเต็มไปหมด คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว แล้วก็นินทาชาวบ้านเขาไปทั่ว คนไทยทุกคนล้วนแต่มองว่าคนที่นอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลยเป็นคนปกติ คนที่ทำทุกอย่างเต็มที่เป็นคนบ้า ความคิดชั่วช้าชั่วร้ายแบบนี้มีน้ำหนักมากพอให้กูฆ่าพวกมึงได้แล้วหรือยัง? ถ้าไม่มีระบบเงินตราคนไทยทุกคนก็ไม่ทำงานกันหรอก คนไทยทุกคนเอาแต่นอนอย่างเดียว การประท้วงรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเป็นหลักฐานยืนยันชั้นดีว่าคนไทยขี้เกียจ คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว คนไทยสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า งอมืองอตีน ปล่อยให้รัฐบาลทำอย่างเดียวตัวเองไม่ทำ เลิกประท้วงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกด่ารัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไล่รัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงยังเป็นแบบนี้อยู่ หรือถ้าไม่ต่อต้านรัฐบาลและเข้าร่วมรัฐบาลพวกมึงทุกคนควรสำเหนียกตัวเองได้แล้วนะว่าพวกมึงถูกเกลียดมากขนาดไหน ต่อให้พวกมึงทุกคนเป็นกลาง พวกมึงทุกคนก็โดนกูเกลียด กูจะล้างแค้นพวกมึงทุกคนให้ดูเป็นขวัญตาเอง เอาแต่บ่นว่าNew Normalมันไม่ปกติ แล้วสิ่งที่พวกมึงทุกคนทำก่อนหน้าโควิดจะมามันปกติมากมั้ง เอาแต่พูดว่า"มึงมันผิดปกติ"แล้วพวกมึงทุกคนปกติมากมั้ง ตอนแรกกูว่าจะสั่งสอนพวกมึง ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว สั่งสอนไปก็โง่มากกว่าเดิมมีแต่เข้าข้างตัวเอง เหมือนกับสั่งสอนเด็กที่แกล้งเด็กอื่นสั่งสอนไปก็มีแต่จะแกล้งหนักขึ้นมากกว่าสั่งสอนไปก็มีแต่โกรธแค้น   พอมึงทำผิด มึงก็โทษรัฐบาล
พอมึงทำผิด มึงก็โทษพ่อ
พอมึงมำผิด มึงก็โทษแม่
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเมียน้อย
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเพื่อน
พอมึงทำผิด มึงก็โทษลูก
มึงไม่โทษตัวเองเลย
มึงเป็นควยอะไร? มึงเป็นเหี้ยอะไร? แหม่ แต่ก็ดี เพราะมีผลพลอยได้ที่กูจะได้ล้างแค้นคนที่แกล้งกูด้วยตั้งแต่เพื่อนสมัยประถมยันเพื่อนสมัยมัธยม ในเมื่อมึงเป็นขยะกูก็จะเอามึงไปทิ้งเอง กูขอประกาศเจตนารมณ์ล้างแค้นนับแต่นี้เป็นต้นไป
ปล.กูไม่ได้เก่งอะไรหรอกนะ สัตว์อัญมณีกูยังแพ้เด็คบลูอายส์ไวท์ดราก้อนเลย 
(ส่วนในรูปคือตอนกูแพ้เด็คsalamangreat)


     

สังคมไทย

"ไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยมนุษย์ มนุษย์ทำลายโลกตลอดเวลา"
=ก็อตซิลล่า(Ghidorah the three headed monster ฉายปี 1964)
*เพิ่มบาปของคนไทยเข้าไปในอีก1ข้อในโพสต์ฉบับปรับปรุงนี้
สังคมไทยก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากสังคมโง่ๆในหนังที่ตัวร้ายชนะเรื่องsaw เหมือนกับแอปเปิ้ลเน่าที่น่ารังเกียจ เต็มไปด้วยแก๊สพิษแห่งความวิบัติ แก๊สพิษแห่งหายนะ แก๊สพิษแห่งการทำลาย ไม่ได้ทำลายชีวิตสัตว์พืชจุลินทรีย์ชนิดใด ไม่แม้กระทั่งทำลายธรรมชาติแต่ทำลายตัวเอง ทำลายตัวพวกมึงเองนั่นแหละ ญี่ปุ่นโดนระเบิดเคลียร์เปื้อนรังสีถึงสองครั้ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ต้องพูดถึง"ปัจจัยสี่" ไม่ต้องพูดถึง"ของกิน" ไม่ต้องพูดถึง"ของใช้" (ว่าแต่กูจะแบ่งคำว่า"ของกินของใช้"ออกจากกันทำไม? ทำไมไม่พิมพ์เป็นคำเดียวกัน?) เอาแค่ "ความคิด" "ตรรกะ" "ระบบประมวลผล" ญี่ปุ่นเจริญกว่าไทยเหมือนไทยเป็นร่องลึกสมุทรมาเรียนาส่วนญี่ปุ่นเป็นสถานีอวกาศนานาชาติ(นับเฉพาะภาพรวมของญี่ปุ่นที่ดุจดั่งสาวงามนางไซซีแห่งยุคชุนชิว ความชั่วร้ายในมุมมืดที่เป็นเพียงแค่"เศษส่วน"ของญี่ปุ่นไม่นับ) หรือเพราะว่าชนชาติไทยเราเป็นชนชาติไม่คิดมาก อยู่ไปวันๆ หาเช้ากินค่ำ พอเศรษฐกิจคะมำก็ด่าแหลก ตั้งแต่รัฐบาลยันเพื่อนบ้าน ด่ากราดไปทั่วยกเว้นตนเอง? ทำเป็นตัวเองดีหนักหนาทั้งที่ตัวเองชั่วช้ากว่าคนอื่น รอรัฐบาลสังคมนิยม(สังคมนิยม=ไม่มีใครมีสิทธิ์ในทรัพย์สินใดๆเลยแต่ทุกอย่างเป็นของรัฐบาล)ถูกกำจัดอำนาจถอนรากถอนโคนตั้งแต่ตัวเบี้ยยันผู้กุมอำนาจสูงสุดผู้เป็นบอสใหญ่จนสิ้นมลายสูญดุจโดนล้างด้วยไฟบรรลัยกัลป์ของพระศิวะเสียก่อนเถิด แล้วรอพระผู้มาโปรดมาดูแลประเทศนี้เสียก่อนเถอะ รอให้ภาษีถูกจนเหมือนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าภาษี รอให้การศึกษาไทยห้องเรียนหนึ่งห้องผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ยี่สิบคนโรงเรียนหนึ่งแห่งผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ห้าพันคนโรงเรียนทั่วทั่งพื้นที่เทพีแห่งปฐพีไกอาผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ครองโลกนี้ได้ รอให้ประเทศไทยไม่มีภาวะเงินฝืนเงินเฟ้อเงินขาดดุลเงินเกินดุล รอให้เงินบาทไทยมีค่ามากที่สุดในโลกแทนที่จะเป็นสามสิบบาทเท่ากับหนึ่งดอลลาร์กลายเป็นสองล้านล้านดอลลาร์เท่ากับหนึ่งบาทไทยแทน เจริญซะขนาดนั้นแต่พวกมึงทุกคนยังเหมือนเดิมมันจะต่างไปจากยุคนี้ที่รัฐบาลเผด็จการสมบูรณ์ยึดครองแผ่นดินมั๊ย? สามัคคีคล้อยตามเห็นพ้องต้องกันเพียงแค่ชั่วคราวแล้วก็แตกแยกเหมือนเดิมเหมือนประวัติศาสตร์จีน สุดท้ายแล้วพวกมึงทุกคนก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก"ไวรัส"ชั่วร้ายพอกันหรืออาจจะ"ชั่วร้ายน่ารังเกียจน่ากลัวยิ่งกว่าไวรัส"เสียอีก ยึดความคิดตนเป็นใหญ่ ใครเถียงก็ไม่ได้ เหมือนเอาแต่ใจ เคร่งเครียดชอบหยิบโน่นนี่นั่นมาคิดแล้วก็นึกอะไรไม่ออกเลยตีโพยตีพายเหมือนเด็กๆ ใครขัดใจมีเคืองหรือตอบโต้แรงๆเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่น ก่อนอื่นก็ขอกล่าวโทษ "บาปในคนไทย"ก่อนแล้วกัน  ราคะ (ละติน: luxuria ลุกซุริอา; อังกฤษ: lust)
การคิดในทางเสื่อม ความต้องการเป็นที่สนใจจากผู้อื่น ความต้องการความเร้าใจ หมกมุ่นทางเพศที่มากจนเกินไป หรือที่ผิดมนุษย์ปกติ ความใคร่ที่เกิดขึ้นในทางทุจริต เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ กับพ่อแม่หรือลูกหลานตัวเอง การข่มขืน การมีชู้ ตะกละ=การสนองความต้องการโดยไม่ยั้งคิด มุ่งร้ายเอาของคนอื่น บริโภคสิ่งต่างๆจนขาดการไตร่ตรอง บริโภคจนมากเกินไป มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหาร รวมถึงการบริโภคสิ่งๆ ต่างๆ โดยไม่คำนึงสนใจ หรือเห็นใจคนอื่น กินเร็วเกินไป กินแพงเกินไป กินมากเกินไป กินอย่างกระตือรือร้นเกินไป กินอย่างประณีตเกินไป กินอย่างแรงกล้าเกินไป โลภ=ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าในการให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงแนวทางหรือคุณธรรมในการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น โดยไม่แบ่งปันหรือช่วยเหลือผู้อื่น และสามอันสุดท้ายอันดับที่หนึ่งแห่งบาปของคนไทยทั้งมวล(มีสามอันครองอันดับร่วมกัน) อัตตา/โทสะ=ต้องการเป็นผู้ที่มีความสำคัญและอำนาจเหนือผู้อื่นการที่รักตนเองมากจนเกินไป หลงในอำนาจและรูปลักษณ์ของตัวเองความโกรธเคืองและพยาบาทที่ขาดความเหมาะสม การทนรับสภาพในบางสิ่งบางอย่างไม่ได้คนที่มีความโอหังจะสนใจเฉพาะตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร กับข้อสุดท้าย "เกียจคร้าน= ความไม่สนใจใยดีต่อการเปลี่ยนแปลง ต่อสิ่งรอบข้าง ใช้เวลาอย่างไร้ค่า ความไม่ต้องการที่จะทำอะไร โดยปล่อยให้ผู้อื่นเป็นผู้ทำงานหนักเพื่อตนเองเท่านั้น การปล่อยปละละเลยต่อหน้าที่ของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเลยที่จะทำดีรวมถึงการละเลยที่จะเคารพต่อพระเจ้าด้วย ผู้ที่เกียจคร้านจะอยู่เฉยๆ รักษาสภาพความเป็นอยู่ของตนเองในภาวะเดิมตลอดเวลา ไม่ทำอะไรมาก แต่ก็ไม่ใช้อะไรมากเช่นกัน แค่ยืนเฉยๆก็พบบาปทุกข้อที่กล่าวมานี้จนหมดสิ้น เต็มไปด้วยคนน่ารังเกียจ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตคนตั้งแต่ชีวิตเด็กเล็กยันชีวิตลูกแมวเป็นของไร้ค่ายกเว้นตัวเองกับเงินสิ่งของของตัวเองที่มีค่ามิอาจประมาณได้ที่ต้องสู้ตายเพียงเพื่อมัน เพื่ออะไรกัน? ทำตัวไร้สาระ สนุกสนานไปกับโต๊ะจีน แม้แต่ชีวิตของลูกแมวก็ถูกทิ้งขว้าง กินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมา วิจารณ์วิพากษ์ติเตียนตำหนินินทาซุบซิบ แส่ยุ่งเสือกเรื่องคนอื่น ชอบสิ่งที่ดูดีทั้งๆที่คิดไปเอง ไม่เชื่อความจริงแต่เชื่อมายากลภาพลวงตา เห็นอะไรก็ตัดสินแล้ววิจารณ์วิพากษ์เตียนติตำหนินินทาซุบซิบ ไม่ชอบเรื่องจริงจังชอบเสือกเรื่องขี้ประติ๋ว มักง่าย เห็นแก่ตัว คนอื่นไม่พูดอะไร คนอื่นไม่ทำอะไร "พอไม่พูดก็พูดว่า'เป็นไบ้ไง'" ด่าเขาแล้วก็โดนเขาใช้กฎหมายข้อหมิ่นประมาทมาเล่นงานโดนค่าเสียหายกันคนละล้าน รักษาภาพผู้ช่วยเหลือมนุษยชาติแบบเดียวกับเล่าปี่แต่ก็ไปช่วยรัฐบาลสังคมนิยม ยุคสงครามเย็นสู้รบกับพวกคอมมิวนิสต์(คอมมิวนิสต์เป็นสาขาหนึ่งของสังคมนิยม)แต่ยุคปัจจุบันรัฐบาลกลับฮุบกลืนยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของประชาชน ไอ้พวกอยู่เบื้องหลังรัฐบาลนี้ก็น่ารังเกียจเดียดฉันท์ฆ่าคนได้ไม่ลังเลไม่น่าให้มีเงินใช้แม้แต่ยี่สิบห้าสตางค์ไม่น่าให้มีเครื่องบินใช้ไม่น่าให้มีรถใช้น่าเอาเสื้อผ้าหรูๆพวกนั้นไปเผาทิ้งด้วยซ้ำ ในหนังสือเรียนเขียนไว้ซะดิบดีว่าป่าสงวนมีไว้เพื่อรักษาป่าไม้กับสัตว์ป่าให้ไม่สูญพันธุ์ให้คงอยู่สืบไปแต่เข้าไปฆ่าเสือดำ?ตัดไม้สักเอาไปขายด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมาย? อุตส่าห์ดังได้เป็นนักร้องอุตส่าห์มีค่ายเพลงเป็นของตัวเองก็โกงค่าตัว ด่ารัฐบาลกันสนุกแต่กูรู้นะว่าสองส่วนห้าของจำนวนคนที่ด่ารัฐบาลมีคนที่ชั่วช้าสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่ารวมอยู่ด้วยอย่าด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วช้ายิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าหยุดด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วร้ายกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าเลิกด่ารัฐบาลถ้าตัวเองสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า เลิกด่ารัฐบาลแล้วด่าพวกมึงเองให้ได้ก่อนเลิกโทษรัฐบาลแล้วโทษพวกมึงเองให้ได้ก่อนถ้าพวกมึงยังคงสามานย์ชั่วช้าชั่วร้ายยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า ต่อให้คนที่ไร้ซึ่งความต้องการทุกอย่างให้แก่ตัวเองแม้กระทั่งอากาศจะหายใจให้ตัวเองแล้งมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมึงทุกคนต้องการให้ดูแลพวกมึงทุกคน แต่พวกมึงทุกคนยังคงชั้นต่ำสถุลไร้สกุลรุนชาติเลวทรามต่ำช้าสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า ถามหน่อยมันจะแตกต่างไปจากกลียุคยุคนี้ที่เรียกว่ายุครัฐบาลมืดเรืองอำนาจหรือ? พวกมึงเองเป็นแบบนี้ไม่แตกต่างไปจากรัฐบาลแต่ก็ยังจะโทษรัฐบาลอย่างเดียวแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ตัวพวกมึงเองทำตัวเหมือนรัฐบาลแล้วกูถามหน่อยประเทศไทยมันจะพัฒนามั๊ย? รัฐบาลโกงกินเอารัดเอาเปรียบยึดทุกอย่างไปเป็นของตัวเองประชาชนมักง่ายเห็นแก่ตัวสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้าเอาแต่ใจตัวเองกินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมาติเตียนตำหนิวิจารณ์วิพากษ์นินทาซุบซิบเสือกเรื่องคนอื่น กูถามหน่อยชนชั้นล่างสุดของประเทศเป็นแบบนี้กันทั้งหมดแล้วมึงยังหวังพึ่งรัฐบาลอยู่อีกเหรอ?มึงยังหวังว่าจะมีคนดีมาดูแลประเทศและประชาชนอีกเหรอ?มึงยังหวังว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะมีคนดีช่วยชาติดูแลประเทศและประชาชนทำให้ภาษีถูกมีแต่คนรวยทั่วแผ่นดินไร้ซึ่งคดีอาชญากรรมคดีอาชญากรรม=0ได้อีกหรือ? ไอ้พวกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. นายอำเภอ อบจ. ทหารทุกตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งทหารเลวยันตำแหน่งแม่ทัพ รัฐมนตรีทุกกรมทบวงกระทรวง รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มังกรห้าเล็บ(ที่อยู่เหนือพวกนี้นี่อีกที)พวกมึงทุกคนลืมกันไปหมดแล้วใช่มั๊ยว่าก่อนที่พวกมึงจะมีชื่อเรียกด้วยชื่อตำแหน่งนั่นพวกมึงทุกคนเคยเป็นประชาชนมาก่อนบรรพบุรุษพวกมึงเคยเป็นประชาชนเป็นชาวบ้านกากเดนมาก่อน?กูอยู่เท่ากับมึงมึงไม่ได้สูงไปกว่ากูกูไม่ได้อยู่ใต้เท้ามึงและมึงไม่ได้อยู่เหนือหัวกู มึงคิดว่ามึงเป็นผู้สร้างโลกใบนี้หรือ?มึงคิดว่ากูต้องจงรักภักดีต่อมึงตลอดเวลาหรือ?มึงคิดว่ากูต้องทำทุกอย่างให้มึงทำตามที่มึงบอกทำตามที่มึงพูดทำตามที่มึงสั่งทุกอย่างหรือ? ทำไมมึงถึงอยู่เหนือนัก? ทำไมมึงถึงเอารัดเอาเปรียบประชาชน? ทำไมมึงถึงเอาทุกอย่างไปจากประชาชน? ทำไมมึงถึงฆ่าประชาชน? อะไรนะ? ตอนเป็นประชาชนเคยลำบากมาก่อน? อ้อเหรอ ก็เลยพยายามยึดทุกอย่างที่มึงอยากได้ทั้งๆที่ประชาชนคนอื่นก็อยากได้สิ่งที่มึงยึดไปเหมือนกันเนี่ยนะ? น่ารังเกียจ ประวัติศาสตร์ก็น่ารังเกียจ สงครามโลกนี่บอกจังว่าฮิตเลอร์ชั่ว เออ ฮิตเลอร์ชั่ว ใช่ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ทำลายล้างชีวิตคนไปมากมาย ใช่ ฮิตเลอร์ชั่ว ญี่ปุ่นฆ่าข่มขืนชาวจีนผู้บริสุทธิ์ อันนี้ก็ชั่ว แต่อเมริกาไม่ใช่คนชั่วเหรอวะ? ไอ้อินทรีหัวขาวตัวน้ำตาลนี่มีดีอะไร? มีดีแค่ประเทศใหญ่กว่า มีดีแค่ประชากรเยอะ มีดีแค่เทคโนโลยีขั้นสูงที่เหนือชั้น เป็นชาติอภิมหาอำนาจ แต่กูถามหน่อยเถอะถ้ามึงไม่มีเทคโนโลยีอะไรซักอย่างมึงจะชนะซุนจื่อ+ซุนปิน+หานซิ่น+กาเซี่ยง+กุยแก+โจโฉ+สุมาอี้ผนึกกำลังทำงานด้วยกันมั๊ย?อเมริกาจะชนะมั๊ย? มีดีแต่ใช้เทคโนโลยีเอาชนะคนอื่น มีแต่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เอาชนะคนอื่น ไอ้ขี้โกง เป็นได้แค่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว เป็นได้แค่หมาลอบกัดที่น่ารังเกียจ แม่งไม่กล้าไปสู้กับลิโป้แบบตัวต่อตัว1ต่อ1เลยด้วยซ้ำมั้ง โปรโมทตัวเองงว่าเป็นฮีโร่ พิทักษ์ผู้บริสุทธิ์ในโลกนี้ ส่งทหารไปตะวันออกกลาง มึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? กูเชื่อมึงได้มากน้อยแค่ไหนว่ามึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? มึงแน่ใจหรือว่ามึงปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยเพื่อนร่วมโลกช่วยผู้บริสุทธิ์ช่วยผู้เดือดร้อนไม่ได้เอารัดเอาเปรียบพวกนั้น?ไม่ได้แย่งยึดทุกสิ่งทุกอย่างจากพวกนั้น? ไม่ได้ทำให้พวกนั้นเดือดร้อน? แน่ใจหรือ? กูจะแน่ใจได้แล้วหรือ? เรื่องในโรงเรียนบอกเลยกูไม่เคยคิดเลยว่านั่นคือการเรียนรู้ที่แท้จริง กูไม่เคยคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว สำหรับกูมันก็แค่การเดินทางไปที่ใหญ่ๆฟังคนแก่พูดพร้อมกับทำการบ้านที่โคตรยาก ทำไม่เสร็จหรือทำไม่ได้หรือถ้าไม่ส่งก็โดนลงโทษสารพัด กลับบ้านแบบโง่ๆ แล้วก็ต้องไปสอบทั้งๆที่กูจำอะไรแทบไม่ได้ ทั้งๆที่กูไม่ชอบอ่านหนังสือก่อนสอบ(และบอกเลยตั้งแต่ป.1ยันกศน.กูอ่านหนังสือก่อนสอบแค่เล่มละ2-3หน้าเท่านั้นแล้วก็เลิก เล่นเกม) เด็กแกล้งกันทุกชั้นเรียนทุกชั้นห้องกูก็เคยโดนและกูก็เคยเห็นเด็กคนอื่นโดนแกล้งด้วย เหยียดเพศทางเลือก แล้วก็เป็นแบบนี้ทุกรุ่น สู้ก็ไม่ได้เดี๋ยวฟ้องพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่ชายพี่สาวญาติกัลญาณมิตรผู้ปกครอง ครูเรียกขึ้นห้องปกครอง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับพวกผู้ปกครองมึง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับครู แต่ถามหน่อยเด็กมันเลิกแกล้งกันมั๊ย? พวกผู้ปกครองมึงนี่ยังกับเทพารักษ์ของมึงเลยนะ เด็กคนอื่นทำอะไรลูกมึงไม่ได้ แต่ลูกมึงทำอะไรกับเด็กคนอื่นก็ได้ พวกมึงทั้งหมดก็น่ารังเกียจเหมือนกันแหละ แด่คนที่ชอบแกล้งคนอื่นกูขอบอกเลยว่าถ้ามึงถูกฆ่าตายกูจะไม่เสียน้ำตาให้มึงกูจะไม่เสียใจให้มึงกูจะไม่สงสารมึง เพราะกูสังเวชมึง ผู้ปกครองของพวกมึงครอบครัวของพวกมึงถ้าสูญเสียมึงกูก็จะไม่สงสารผู้ปกครองของมึงกูก็จะไม่สงสารครอบครัวของมึง เพราะกูสังเวชผู้ปกครองของมึง เพราะกูสังเวชครอบครัวของมึง อย่างที่บอกคนอื่นทำอะไรลูกพวกมึงไม่ได้ แต่ลูกพวกมึงทำอะไรกับใครก็ได้ น่าสังเวช พวกมึงก็น่ารังเกียจ พวกมึงทุกคนนั่นแหละ เด็กแกล้งกันตลอดเวลาก็ไม่ได้แก้ปัญหาถาวรมีดีแต่แก้ปัญหาชั่วคราวแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม เป็นจ่าเฉยเหรอ? คนที่โดนแกล้งจะทำอะไรก็ไม่ได้เหมือนคนที่โดนแกล้งเป็นคนชั่ว พวกมึงไม่มีดีอะไรซักอย่าง การลงโทษก็เหมือนกัน มีแต่ความรุนแรง ใช้สารสสารวัตถุสิ่งของฟาดตี ทุบตบดี ด่า กูถามจริงๆเถอะว่ามึงลงโทษไปทำไม? มึงลงโทษไปเพื่ออะไร? กูถามหน่อยเถอะการลงโทษมันสร้างคนดีได้เหรอวะ? หรือเป็นการสร้างความโกรธแค้นในความมืด? แล้วทำให้พวกมึงโดนสงครามละเลงเลือดล้างแค้นในภายหลัง? เห็นแก่ตัว กูอยากได้อะไรกูต้องได้ กูใช้ใครให้ทำอะไร ต้องทำให้กู คนไทยเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก ไม่มีใครเทียบเทียมได้ นี่ก็มีเหตุผลมากพอให้กูฆ่าพวกมึงทุกคนเหมือนกัน
การออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆเช่นยิงปืนขี่ม้าหรือเดินนั้นเป็นปัญหาสำหรับคนเหล่านี้เพราะเป็นการเกินความสามารถของเขา[{("'และที่สำคัญก็คือถ้าใครออกไปเดินเล่นคราวละครึ่งไมล์ก็จะถูกหาว่าเป็นบ้า'")}]ทั้งๆที่เขามีอย่างอื่นที่จะทำได้ดีกว่าเช่นพายเรือในระยะทางที่เท่าๆกันแล้วนั่งสบายๆอยู่ในเรือ
                                                                                   เฟรริค อาเธอร์ นีล(Narrative of a Residence in Siam)
แหม คนไทยนี่น่ารังเกียจมาตั้งแต่ยุคโบราณ อย่างที่บอกว่าคนไทยเป็นคนขี้เสือก ชอบสาระแน ชอบสอดรู้สอดเห็นไปทั่ว ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ด่ากราดใส่คนอื่นโดยที่ไม่เคยด่าตัวเอง วันๆเอาแต่เสือกเรื่องชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิจารณ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิพากษ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่ซุบซิบชาวบ้าน นึกถึง1ใน3บาปหนักสุดของคนไทยข้อ "เกียจคร้าน" ไว้ไอ้โง่ วันๆไม่ทำอะไร คนไทยล้วนแต่ขี้เกียจ ถ้าเงินไม่ใช่ปัจจัยที่5ของชีวิตคนไทยไม่ทำงานอะไรกันหรอก กูอยากจะฆ่าคนไทยให้หมดทั้งประเทศด้วยซ้ำ เพราะฆ่าไปก็เหมือนไม่ได้ ฆ่าไปก็เหมือนพยายามฆ่าศพ ประเทศเป็นประเดียวในโลกที่คนข้างชาติเป็นศพ กูไม่เคยมองว่าประเทศนี้มีคนเป็นอยู่เลย มีแต่ศพเต็มไปหมด คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว แล้วก็นินทาชาวบ้านเขาไปทั่ว คนไทยทุกคนล้วนแต่มองว่าคนที่นอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลยเป็นคนปกติ คนที่ทำทุกอย่างเต็มที่เป็นคนบ้า ความคิดชั่วช้าชั่วร้ายแบบนี้มีน้ำหนักมากพอให้กูฆ่าพวกมึงได้แล้วหรือยัง? ถ้าไม่มีระบบเงินตราคนไทยทุกคนก็ไม่ทำงานกันหรอก คนไทยทุกคนเอาแต่นอนอย่างเดียว การประท้วงรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเป็นหลักฐานยืนยันชั้นดีว่าคนไทยขี้เกียจ คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว คนไทยสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า งอมืองอตีน ปล่อยให้รัฐบาลทำอย่างเดียวตัวเองไม่ทำ เลิกประท้วงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกด่ารัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไล่รัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงยังเป็นแบบนี้อยู่ หรือถ้าไม่ต่อต้านรัฐบาลและเข้าร่วมรัฐบาลพวกมึงทุกคนควรสำเหนียกตัวเองได้แล้วนะว่าพวกมึงถูกเกลียดมากขนาดไหน ต่อให้พวกมึงทุกคนเป็นกลาง พวกมึงทุกคนก็โดนกูเกลียด กูจะล้างแค้นพวกมึงทุกคนให้ดูเป็นขวัญตาเอง เอาแต่บ่นว่าNew Normalมันไม่ปกติ แล้วสิ่งที่พวกมึงทุกคนทำก่อนหน้าโควิดจะมามันปกติมากมั้ง เอาแต่พูดว่า"มึงมันผิดปกติ"แล้วพวกมึงทุกคนปกติมากมั้ง ตอนแรกกูว่าจะสั่งสอนพวกมึง ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว สั่งสอนไปก็โง่มากกว่าเดิมมีแต่เข้าข้างตัวเอง เหมือนกับสั่งสอนเด็กที่แกล้งเด็กอื่นสั่งสอนไปก็มีแต่จะแกล้งหนักขึ้นมากกว่าสั่งสอนไปก็มีแต่โกรธแค้น   พอมึงทำผิด มึงก็โทษรัฐบาล
พอมึงทำผิด มึงก็โทษพ่อ
พอมึงมำผิด มึงก็โทษแม่
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเมียน้อย
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเพื่อน
พอมึงทำผิด มึงก็โทษลูก
มึงไม่โทษตัวเองเลย
มึงเป็นควยอะไร? มึงเป็นเหี้ยอะไร? แหม่ แต่ก็ดี เพราะมีผลพลอยได้ที่กูจะได้ล้างแค้นคนที่แกล้งกูด้วยตั้งแต่เพื่อนสมัยประถมยันเพื่อนสมัยมัธยม ในเมื่อมึงเป็นขยะกูก็จะเอามึงไปทิ้งเอง กูขอประกาศเจตนารมณ์ล้างแค้นนับแต่นี้เป็นต้นไป
ปล.กูไม่ได้เก่งอะไรหรอกนะ สัตว์อัญมณีกูยังแพ้เด็คบลูอายส์ไวท์ดราก้อนเลย 
(ส่วนในรูปคือตอนกูแพ้เด็คsalamangreat)



 






 


 

  

 พิชัยสงครามจอห์นนี่ พิชัยสงครามปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ how to win war

เขียนครั้งแรก: วันพุธ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2567(ค.ศ.2024) เวลา:21นาฬิกา29นาที
เขียนครั้งที่2: วันพฤหัสบดี 1 สิงหาคม พ.ศ.2567(ค.ศ.2024) เวลา:05นาฬิกา22นาที


หากขาดแหล่งน้ำอาจแพ้สงคราม หากมีแหล่งน้ำอาจชนะสงคราม อย่าให้อีกฝ่ายมีแหล่งน้ำ ให้เรามีหรือใช้แหล่งน้ำ ในสงครามอุมมาลากาซ ลากาซเปลี่ยนเส้นทางน้ำ อุมมาจึงขาดน้ำ ทัพอุมมาแพ้สงครามในเวลาต่อมา สงครามสิบกษัตริย์ในแคว้นปัญจาบ สุทัศพังเขื่อนให้น้ำท่วมจึงชนะ มากใช่ว่าจะชนะ ยิ่งใหญ่ใช่ว่าจะชนะ เกรียงไกรใช่ว่าจะชนะ ปราการธรรมชาติกั้นขวาง หากจะบุกย่อมต้องสูญเสียมาก แม่น้ำเชี่ยวกราก ลมมรสุมพัดแรง น้ำกว้างใหญ่และลึก ไร้ทางข้ามไป หากคิดจะข้ามไป แม้จะชนะ ก็อาจสูญเสียมาก มากใช่ว่าจะชนะน้อย มากกว่าใช่ว่าจะชนะน้อยกว่า สงครามไม่ควรรอ สงครามควรทันที เมื่อโจมตีควรโจมตีทันที ไม่ควรรอ ไม่ควรรอใครมาช่วย ไม่ควรใช้กำลังเสริม ควรใช้แต่กำลังของตัวเองฝ่ายเดียว ขจัดการรอเวลา กำจัดศัตรูทันที เราไม่เสียเวลา ฝ่ายตรงข้ามไม่มีเวลาตั้งตัว เมื่อเราไม่รอ เราจึงไม่เสียเวลา เมื่อเราไม่เสียเวลา กำลังเราจึงไม่เสียหาย ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามล้อมเรา ชนะ ใช่ว่าสงครามครั้งต่อไปจะชนะ ชนะหลายครั้ง ใช่ว่าสงครามครั้งต่อไปจะชนะ ชนะหลายครั้ง ใช่ว่าจะชนะทุกครั้ง เหตุนี้ ซุนจื่อจึงว่า รบร้อยชนะร้อย ไม่ใช่ยอดเยี่ยมในยอดเยี่ยม ไม่รบแต่ชนะฝ่ายตรงข้ามคือยอดเยี่ยมในยอดเยี่ยม สงครามไม่ได้มีอย่างน้อยสองคือแพ้ชนะ แต่สงครามมีอย่างน้อยสี่คือ แพ้ ชนะ เป็น ตาย เหตุนี้ แม่ทัพไร้ความสามารถ ไม่ฟังคำผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถ จึงแพ้ จึงตาย แม่ทัพไร้ความสามารถ ฟังคำผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถ จึงชนะ จึงเป็น น้อยก็ชนะได้ ด้อยกว่าก็ชนะได้ วิธีรบด้อยกว่าก็ชนะได้ อาวุธด้อยกว่าก็ชนะได้ วิทยาการด้อยกว่าก็ชนะได้ มากก็แพ้ได้ เหนือกว่าก็แพ้ได้ วิธีรบเหนือกว่าก็แพ้ได้ อาวุธเหนือกว่าก็แพ้ได้ วิทยาการเหนือกว่าก็แพ้ได้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า มากใช่ว่าจะดี ไม่สุ่มไม่เสี่ยง ไม่สุ่มเสี่ยง คาดคะเนฝ่ายตรงข้ามแม่นยำเที่ยงตรง ก็ชนะได้ ผู้ใต้บังคับบัญชาแม้มีความสามารถ ก็ไม่ควรใช้ผู้ที่อยู่ตรงข้ามเรา ไม่ควรใช้ผู้ที่ไม่มีจิตใจฝักใฝ่ด้วยเรา ไม่ควรใช้ผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามเรา ไม่ควรใช้ผู้ที่เคยเป็นฝ่ายตรงข้ามเรา ไม่ควรใช้ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายตรงข้ามเรา หากใช้จะแพ้ เหตุนี้ พึงเลือก ผู้มีความสามารถที่อยู่กับเรา ผู้มีความสามารถที่มีจิตใจฝักใฝ่ด้วยเรา ผู้มีความสามารถที่เป็นฝ่ายเดียวกับเรา ผู้มีความสามารถที่ไม่เคยเป็นฝ่ายตรงข้ามเรา ผู้มีความสามารถที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายตรงข้ามเรา มาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา หากมีแหล่งน้ำอาจชนะสงคราม หากขาดแหล่งน้ำอาจแพ้สงคราม เหตุนี้ จึงห้ามทำสงครามในที่ขาดแหล่งน้ำ เหตุนี้ จึงห้ามทำสงครามในที่แล้ง ฝ่ายเราแจ้งข่าว แจ้งข้อมูลสำคัญ จะไม่ใช้ข่าวนั้น จะไม่ใช้ข้อมูลนั้น จะไม่ให้ความสำคัญ ไม่ได้ หากเป็นการขอความช่วยเหลือ จะเพิกเฉยไม่ได้ หากไม่มีโอกาสตอบโต้กลับได้จะแพ้ หากฝ่ายตรงข้ามไม่มีช่องว่างเราจะแพ้ หากฝ่ายตรงข้ามมีผู้คนหน้าที่ต่างกันความสามารถต่างกันประสานงานกันอย่างดีเป็นคนๆเดียวกัน เราจะแพ้ วิธีการรบแม้จะดี ใช่ว่าจะชนะ วิธีการรบแม้จะดี ใช่ว่าจะมีประสิทธิภาพ วิธีการรบแม้จะชนะ ใช่ว่าจะชนะทุกครั้ง เหตุนี้ ทุกวิธีการรบจึงล้วนมีช่องว่างทั้งหมด ไม่มีวิธีการรบใดไม่มีช่องว่าง เหตุนี้ หากฝ่ายตรงข้ามรู้วิธีการรบของเรา เราจะแพ้ เหตุนี้ จึงพึงเปลี่ยนวิธีการรบไปตามสถานการณ์ ไม่ควรใช้วิธีการรบในอดีตเป็นหลัก ควรใช้ความคิดตัวเอง หากไม่อาจชนะวิธีการรบของฝ่ายตรงข้ามได้ จะแพ้ หากไม่อาจเปลี่ยนวิธีการรบของเราตามวิธีการรบของฝ่ายตรงข้าม จะแพ้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า รบอย่างสามัญ ชนะอย่างพิสดาร เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า สามัญพิสดารพลิกผัน เห็นไม่รู้จบ เหมือนวงกลมไม่มีจุดเริ่มต้น จะมีจุดสิ้นสุดได้ยังไง เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ชัยชนะไม่ซ้ำซาก แต่ไม่รู้จบตามรูปลักษณ์ หากตัดสินใจรอให้อีกฝ่ายหมดปัจจัย เราจะแพ้ หากฝ่ายตรงข้ามไม่ขาดแคลน หากฝ่ายตรงข้ามลำเลียงอย่างดี หากฝ่ายตรงข้ามส่งบำรุงอย่างดี เราจะแพ้ ฝ่ายตรงข้ามถอยทัพอย่าได้ตาม เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า แสร้งถอยอย่าไล่ อ่อยเหยื่ออย่ากิน คืนถิ่นอย่าขวาง หากฝ่ายตรงข้ามตัดกำลังเรา หากฝ่ายตรงตัดเส้นทางเรา เราจะแพ้ หากฝ่ายตรงข้ามโจมตีไม่หยุด เราจะแพ้ หากฝ่ายตรงข้ามมาจากทุกทิศทาง เราจะแพ้ หากเราสับสน เราจะแพ้ หากไร้ความสามารถ หากพาพวกเราไปแพ้ พวกเราจะไม่อยู่ฝ่ายเดียวกับเรา หากพวกเราไม่อยู่ฝ่ายเดียวกับเรา หากพวกเราต่อต้านเรา เราจะแพ้ หรือ เราจะถูกสังหาร เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยังไม่สนิท จะกระด้างกระเดื่อง กระด้างกระเดื่องแล้วจะใช้ยาก ผู้ใต้บังคับบัญชาสนิท ไม่ยอมรับการลงโทษ ไม่ควรใช้ กล่อมเกลาด้วยคุณธรรม ให้พร้อมเพรียงด้วยวินัย เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนทารก จะร่วมลุยห้วยเหว ใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนลูกรัก จะร่วมเป็นร่วมตาย ถนอมแต่ใช้ไม่ได้ รักแต่สั่งไม่ได้ ผิดแต่คุมไม่ได้ ก็เหมือนเด็กดื้อเอาแต่ใจใช้ไม่ได้ แผนถึงดี หากไม่อาจดำเนินการ ก็เปล่าประโยชน์ เหตุนี้ จึงควรใช้แผนที่ดำเนินการได้ ไม่ควรใช้แผนที่ดำเนินการไม่ได้ เมื่อทำสงคราม ควรทำสงครามทันทีโดยไม่มีกำหนดการ ควรทำสงครามทันทีโดยไม่นัดหมายล่วงหน้า ควรทำสงครามทันทีโดยไม่บอกฝ่ายเราล่วงหน้า ควรทำสงครามทันทีโดยไม่บอกผู้ใต้บังคับบัญชาล่วงหน้า ไม่บอกแผนให้กับฝ่ายเรา ไม่บอกแผนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่มีกำหนดการล่วงหน้า ไม่มีนัดหมายล่วงหน้า ทำสงครามทันที ทำสงครามกะทันหัน จึงจะรู้แพ้รู้ชนะ การเตรียมการสงคราม ควรเป็นการเตรียมการเสร็จในทันที ควรเป็นการเตรียมการที่ไม่ใช้เวลา ไม่ควรเป็นการเตรียมการที่ใช้เวลา ไม่ควรเป็นการเตรียมการที่รอเวลา หากไม่อาจชนะใจพวกเราได้ หากไม่อาจครองใจพวกเราได้  หากพวกเราต่อต้านเรา อาจนำเราไปสู่ความตาย เราไม่ควรมีศัตรู เราไม่ควรมีผู้ต่อต้าน เราไม่ควรมีฝ่ายตรงข้าม ไม่ควรมีใครเสียประโยชน์เพราะเรา เราไม่ควรได้ประโยชน์ ทุกคนได้ประโยชน์เพราะเรา ไม่มีใครแพ้เพราะเรา ไม่มีใครเสียอำนาจเพราะเรา ไม่มีใครเสียผลประโยชน์เพราะเรา ไม่มีใครเสียประโยชน์เพราะเรา ไร้ความขัดแย้ง เราจึงไม่ตาย มีชื่อเสียงใช่ว่ามีความสามารถ เหตุนี้ ถึงมีชื่อเสียงว่าไร้พ่ายใช่ว่าไร้พ่าย ไม่ควรถูกยั่วยุด้วยข้อมูลข่าวสารที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยออกมาเอง ไม่ควรเคลื่อนไหวด้วยข้อมูลข่าวสารที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยออกมาเอง ไม่ควรกำหนดวิธีรบด้วยข้อมูลข่าวสารที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยออกมาเอง เหตุนี้ จึงพึงปล่อยข้อมูลข่าวสารลวงให้ฝ่ายตรงข้าม เหตุนี้ หากฝ่ายตรงข้ามต้องการรู้ข้อมูลข่าวสารเรา จึงพึงให้ข้อมูลข่าวสารลวงให้ฝ่ายตรงข้าม  ผ่านดินแดนมาได้โดยไร้การต่อต้าน ผ่านมาได้โดยฝ่ายตรงข้ามไม่ป้องกัน ใช่ว่าอีกฝ่ายไม่เตรียมพร้อม ไร้การต่อต้านจากฝ่ายตรงข้าม ใช่ว่าเราจะชนะ พาหนะไม่อาจขึ้นเขาได้ พาหนะไม่อาจรบบนเขตเขาได้ พาหนะไม่อาจชนะเขตเขาได้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ที่สูงอย่าบุก อิงเนินอย่ารุก เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ข้ามเขาให้ข้ามหุบห้วย ตั้งทัพที่สูงโล่งแจ้ง อย่าบุกที่สูง นี้คือการบัญชาทัพในเขตเขา เหตุนี้ จึงห้ามโจมตีเขตเขา เหตุนี้ จึงห้ามโจมตีที่สูง เหตุนี้ หม่าซู่ตั้งทัพบนภูเขา ทัพเว่ยไม่โจมตีภูเขา ทัพเว่ยล้อมเขาไว้ เหตุนี้ หม่าซู่จึงแพ้ ทัพเว่ยจึงชนะ การถอยทัพโดยมากเป็นการกลับไปที่เดิม การถอยทัพโดยมากเป็นการใช้เส้นทางเดิม เหตุนี้ฝ่ายตรงข้ามใช้เส้นทางใด ตอนถอยทัพก็ใช้เส้นทางนั้น เหตุนี้ หากรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามใช้เส้นทางใดบุก ก็ใช้เส้นทางนั้นกำหนดวิธีรบ ปิดฉากการถอยทัพของฝ่ายตรงข้าม เหตุนี้ หากรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามใช้เส้นทางใดบุก จึงควรปิดต้นทางนั้นไว้ เหตุนี้ การถอยทัพ ห้ามใช้เส้นทางเดิม เหตุนี้ การถอยทัพ ขาไปต้องเป็นคนละเส้นทางกับขากลับ หากเราไม่มีปัญหา ฝ่ายตรงข้ามจะไม่โจมตี หากเราไม่ขัดแย้ง ฝ่ายตรงข้ามจะไม่โจมตี หากถูกโจมตีตลบหลังจะแพ้ ไม่ควรแบ่งออกเป็นหลายขบวน ไม่ควรแบ่งออกเป็นหลายกอง ไม่ควรมีใครนำหน้า ไม่ควรมีใครตามหลัง ทัพต้องไม่ยืดยาว ทุกขบวนควรเป็นขบวนเดียวกัน ทุกกองควรเป็นกองเดียวกัน ไม่มีใครถึงก่อน ไม่มีใครถึงทีหลัง ไม่ควรมีใครอยู่หน้า ไม่ควรมีใครอยู่หลัง ไม่มีกองหน้า ไม่มีกองหลัง ไม่มีกองซ้าย ไม่มีกองขวา ทุกอย่างสำหรับสงครามรวมอยู่ในกองเดียว ทุกอย่างสำหรับสงครามรวมอยู่ในกองเดียว เดินทัพพร้อมกัน ไม่ใช้คนละเส้นทาง ใช้เส้นทางเดียวกัน เราจึงไม่สูญเสีย หากเราเหนื่อย เราจะแพ้ หากเราสูญเสีย เราจะแพ้ หากไม่อาจชนะธรรมชาติได้ หากไม่อาจควบคุมธรรมชาติ หากไม่อาจปรับตัวตามธรรมชาติได้ เราจะสูญเสีย เราจะแพ้ สภาพอากาศลำบาก เดินทางลำบาก เราจะแพ้ เราควรทำสงครามเดียว หากทำหลายสงครามพร้อมกัน เราจะแพ้ สูญเสียโอกาสชนะ หากเราไม่เป็นที่นิยม เราจะถูกแทรกแซง หากเราเป็นที่นิยม เราจะไม่ถูกแทรกแซง ธรรมชาติที่ลำบาก เราจะแพ้ ความเห็นแก่ตัว จะทำให้ทุกคนต่อต้าน ความเห็นแก่ตัว จะทำให้เราแพ้ ความเห็นแก่ตัว จะทำให้เราตาย เหตุนี้ เห็นแก่ผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว จะชนะใจคน ซ้อมรบทุกวัน ผู้ใต้บังคับบัญชาจะพร้อมรบ ซ้อมรบทุกวัน จะชนะ ไร้โรคภัยไร้ความเจ็บป่วยไร้ความเจ็บปวดไร้ความเจ็บ จะชนะ หากอยู่รอดได้ในธรรมชาติ จะชนะ หากอยู่รอดได้ในธรรมชาติของที่รบ จะชนะ ทำสงครามแม้ควรทำสงครามกะทันหัน ก็ควรเตรียมพร้อมก่อนทำสงคราม ไม่ได้เตรียมพร้อม ทำสงครามกะทันหัน จะแพ้ เตรียมพร้อมทันที ทำสงครามกะทันหันหลังเตรียมพร้อมเสร็จ จะชนะ เสบียงอาหารสำคัญ หากขาดจะแพ้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า เสบียงสมบูรณ์ชัยภูมิมั่นคงไพร่พลจักปราศจากโรคภัย เหตุนี้ พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามชิงเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามตัดเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายโจมตีเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีแหล่งเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามทำลายเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามรู้เส้นทางเสบียง พึงอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ที่อยู่เสบียง เหตุนี้ พึงชิงเสบียงจากฝ่ายตรงข้าม เหตุนี้จึงพึงชิงเสบียงจากที่รบ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า เอาข้าวข้าศึกหนึ่งจงเท่ากับของเราสิบจง เอาอาหารสัตว์หนึ่งสือเท่ากับของเรายี่สิบสือ เหตุนี้ หากชิงเสบียงข้าศึกไม่ได้ หากชิงเสบียงจากที่รบไม่ได้ พึงปลูกเสบียง พึงเลี้ยงเสบียง อย่าให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ ซุนจื่อว่า ข่มศัตรูด้วยแสนยานุภาพ ยึดเมือง ล่มประเทศได้ ซุนจื่อว่า ชนะได้ดินแดน ไม่เสริมให้มั่นคงแกร่งเข้มงวดกวดขัน สิ้นเปลืองอย่างสูญเปล่า เหตุนี้ หากกำลังไม่พอรักษาดินแดน พึงทำให้พอ เหตุนี้ หากกำลังไม่พอรักษาดินแดน พึงทำให้ดินแดนพอรักษาได้ด้วยกำลังของเรา พึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้ประโยชน์จากการยอมแพ้เรา พึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นอันตรายจากการไม่ยอมแพ้เรา ฝ่ายตรงข้ามจะกลายเป็นฝ่ายเรา พึงรบในที่อุดมสมบูรณ์ พึงรบในที่ไม่ขาดแคลน กำลังไม่มีความสามารถครบทุกด้าน กำลังมีความสามารถไม่ครบทุกด้าน กำลังไม่มีประสบการณ์ จะแพ้ กำลังมีความสามารถครบทุกด้าน กำลังมีประสบการณ์ กำลังผ่านศึก กำลังชาญศึก จะชนะ หากแพ้ กำลังเสียกำลังใจ เสียใจสู้รบ หวาดกลัว ตื่นตระหนก อกสั่น ขวัญแขวน สับสน ตึงเครียด ไม่รู้จะทำยังไง วิตกกังวล ขวัญกำลังใจตกต่ำ จะแพ้ เหตุนี้ พึงโจมตีผู้แพ้ พึงโจมตีผู้เสียกำลังใจ พึงโจมตีผู้เสียใจสู้รบ พึงโจมตีผู้หวาดกลัว พึงโจมตีผู้ตื่นตระหนก พึงโจมตีผู้อกสั่น พึงโจมตีผู้ขวัญแขวน พึงโจมตีผู้สับสน พึงโจมตีผู้ตึงเครียด พึงโจมตีผู้ไม่รู้จะทำยังไง พึงโจมตีผู้วิตกกังวล พึงโจมตีผู้ขวัญกำลังใจตกต่ำ จะชนะ หากกระจายกำลัง ไม่อาจรับศึกในทันที ไม่อาจเตรียมตัวรับศึก ไม่อาจเตรียมพร้อมรับศึก ไม่อาจรวมกำลัง จะแพ้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า เราพึงรวม แต่ข้าศึกกระจาย เรารวมเป็นหนึ่ง แต่ข้าศึกแยกเป็นสิบ หากเราถูกปล้น เราจะแพ้ หากผู้บัญชาการแข่งขันกัน หากผู้บัญชาการขัดแย้งกัน หากผู้บัญชาการอิจฉาริษยากัย หากผู้บัญชาการแย่งชิงกัน หากผู้บัญชาการเอาชนะกัน เราจะแพ้ หากเราเป็นที่นิยมมากไปจนเป็นคู่แข่งผู้อื่น หากเรามีอิทธิพลมากไปจนเป็นคู่แข่งผู้อื่น หากเราพัวพันกับการต่อต้านฝ่ายใด เราจะตาย หากเราไม่เป็นที่นิยมเป็นคู่แข่งคนอื่น หากเราไม่มีอิทธิพลเป็นคู่แข่งคนอื่น หากเราไม่พัวพันกับการต่อต้านฝ่ายใด เราจะไม่ตาย เหตุนี้ จึงมิแสดงตัว เหตุนี้ จึงมิพึงแสดงออก เหตุนี้ จึงมิพึงประกาศตัวเอง ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แลกกันแพ้แลกกันชนะ การทำสงครามแบบกล้าแลก กล้าได้กล้าเสีย ใช่ว่าจะชนะ หากกำลังขาดแคลน จะแพ้ หากขาดกำลัง จะแพ้ ไม่สนิทชิดใกล้กับใคร ไม่มีอิทธิพล เราจึงไม่ตาย ชำนาญอย่างเดียว จะแพ้ ชำนาญทุกอย่าง จะชนะ เหตุนี้ กำลังต้องชำนาญทุกอย่าง เหตุนี้ กำลังต้องทำได้ทุกอย่าง เหตุนี้ กำลังจึงไม่ควรประกอบด้วยผู้ที่รบเป็นอย่างเดียว พึงรวมผู้คนทั่วไปจากทุกด้านรวมเป็นกำลังเดียวกัน พึงรวมผู้ชำนาญจากทุกอาชีพรวมเป็นกำลังเดียวกัน พึงรวมผู้ชำนาญจากทุกด้านรวมเป็นกำลังเดียวกัน พึงรวมผู้ชำนาญจากทุกงานรวมเป็นกำลังเดียวกัน ไม่ควรใช้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว ทุกเวลาคือเวลาทำสงคราม หากไม่เตรียมตัวรบ หากไม่เตรียมตัวทำสงคราม หากไม่เตรียมตัวรบตลอดเวลา หากไม่เตรียมตัวทำสงครามตลอดเวลา ฝ่ายตรงข้ามทำสงครามกะทันหัน เราจะแพ้ หากทำสงครามในตอนที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เตรียมพร้อม หากทำสงครามตอนที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ทำสงคราม หากทำสงครามในตอนที่ฝ่ายตรงข้ามไม่คิดทำสงคราม เราจะชนะ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า อย่าหวังข้าศึกไม่มา เราพึงเตรียมตัวให้พร้อม อย่าหวังข้าศึกไม่ตี เราพึงทำให้มิอาจโจมตี ไม่ควรมั่นใจว่าเราจะชนะ ไม่ควรมั่นใจว่าหากเราโจมตีเราจะชนะ หากน้ำท่วม หากเขื่อนถูกทำลาย หากทุกที่เต็มไปด้วยน้ำ หากทุกที่เต็มไปด้วยโคลน หากทุกที่เต็มไปด้วยหล่ม หากติดหล่ม ทั้งหมดเหล่านี้ จะทำให้การเดินทัพถูกขัดขวาง เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ข้ามน้ำพึงรีบผละห่าง ข้าศึกข้ามน้ำอย่าตี อย่าออกปะทะกลางน้ำ พึงนำทัพแสร้งถอยให้ข้าศึกข้ามน้ำกึ่งหนึ่ง จึงตี จักได้ อย่ารับศึกใกล้น้ำ อย่าตั้งค่ายใต้น้ำ นี้คือการบัญชาทัพในเขตน้ำ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ที่ราบลุ่มโคลนตม พึงเร่งจากไปอย่าใช้ หากจำเป็นต้องรบในที่ราบลุ่มโคลนตม พึงยึดแหล่งน้ำมีหญ้าหลังอิงแมกไม้ นี้คือการบัญชาทัพในที่ราบลุ่มโคลนตม ไม่มีใครรู้เรื่องฝ่ายตรงข้ามดีกว่าฝ่ายตรงข้ามเอง หากต้องการรู้ข้อมูลฝ่ายตรงข้าม พึงหาข้อมูลจากฝ่ายตรงข้ามเอง เมื่อรู้ฝ่ายตรงข้าม ก็กำหนดวิธีรบได้ กำหนดวิธีรบได้ ก็ชนะได้ หากต้องการได้พวกฝ่ายตรงข้ามมาเป็นพวกเรา พึงหาผู้ที่ได้ประโยชน์หากเราชนะ พึงหาผู้ที่เสียประโยชน์หากฝ่ายตรงข้ามชนะ พึงหาผู้ที่ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับฝ่ายตรงข้าม พึงหาผู้ที่ขัดแย้งกับฝ่ายตรงข้าม พึงหาผู้ที่ไม่ลงรอยกับฝ่ายตรงข้าม พึงหาผู้ที่คิดแตกต่างกับฝ่ายตรงข้าม พึงหาผู้ที่คิดไม่เหมือนฝ่ายตรงข้าม ไม่ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เสียผลประโยชน์หากฝ่ายตรงข้ามชนะ ไม่ได้ผลประโยชน์หากเราชนะ เข้ามาหาเรากะทันหัน อย่าได้ไว้ใจ หากพวกเราทรยศเรา ให้ฆ่าเสีย อย่าได้ให้มีชีวิตรอด เหตุนี้ พึงทำให้พวกเราได้ผลประโยชน์หากเราชนะ เหตุนี้พึงทำให้พวกเราไม่เสียผลประโยชน์หากเราชนะ เหตุนี้พึงทำให้พวกเราเสียผลประโยชน์หากฝ่ายตรงข้ามชนะ เหตุนี้พึงทำให้พวกเราไม่ได้ผลประโยชน์หากฝ่ายตรงข้ามชนะ เหตุนี้ จึงพึงทำให้พวกเรารู้ว่าหากเราชนะพวกเราได้ผลประโยชน์ หากฝ่ายตรงข้ามชนะเราเสียผลประโยชน์ ดังนี้ จะไม่มีผู้ทรยศ ดังนี้ จะไม่พวกเราไปเข้าฝ่ายตรงข้าม ไม่ควรทำลายเสบียงอาหารทรัพยากรในที่รบ พึงเก็บเสบียงอาหารทรัพยากรในที่รบในทันทีไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวตั้งตัวติดได้ทัน เหตุนี้ หากฝ่ายตรงข้ามทำลายเสบียงอาหารทรัพยากรของฝ่ายตรงข้ามเองเสียเอง พึงปลูกพืชพึงเลี้ยงสัตว์พึงสร้างทรัพยากรใหม่ขึ้นมาแทนที่ อาวุธหมด เราจะแพ้ วิทยาการหมด เราจะแพ้ เสบียงอาหารทรัพยากรหมด เราจะแพ้ เครื่องมือหมด เราจะแพ้ เหตุนี้ พึงอย่าให้อีกฝ่ายได้อาวุธเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายทำลายอาวุธเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายได้วิทยาการเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายทำลายวิทยาการเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายได้เสบียงอาหารทรัพยากรเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายทำลายเสบียงอาหารทรัพยากรเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายได้เครื่องมือเรา พึงอย่าให้อีกฝ่ายทำลายเครื่องมือเรา เหตุนี้ จึงพึงชิงอาวุธฝ่ายตรงข้าม พึงทำลายอาวุธฝ่ายตรงข้าม พึงชิงวิทยาการฝ่ายตรงข้าม พึงทำลายวิทยาการฝ่ายตรงข้าม พึงชิงเสบียงอาหารทรัพยากรฝ่ายตรงข้าม พึงทำลายเสบียงอาหารทรัพยากรฝ่ายตรงข้าม พึงชิงเครื่องมือฝ่ายตรงข้าม พึงทำลายเครื่องมือฝ่ายตรงข้าม ตีเมืองใช่ว่าจะชนะ มีเครื่องมือ มีวิทยาการใช่ว่าจะชนะ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า เลวสุดคือตีเมือง เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ตีเมืองเป็นเรื่องสุดวิสัย เพราะการเตรียมรถโล่ การเตรียมยุทโทปกรณ์ สามเดือนจึงแล้วเสร็จ การถมเนินเข้าตีเมือง ต้องสามเดือนจึงลุล่วง แม่ทัพจักกลั้นโทสะมิได้ ทุ่มทหารเข้าตีดุจมดปลวก ทหารต้องล้มตายหนึ่งในสาม แต่เมืองก็มิแตก นี้คือความวิบัติจากการตีเมือง เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า การบัญชาทัพชั้นเอกคือชนะด้วยอุบาย ล้อมเมืองไว้นาน โจมตีเมืองไว้นาน ทำสงครามไว้นาน แม้จะชนะ ใช่ว่าไม่สูญเสีย หากฝ่ายอื่นโจมตีเราในตอนนั้นทันที เราก็จะแพ้ สงครามที่ใช้เวลานาน หากฝ่ายเราสูญเสียไปจำนวนมาก ถึงชนะ ก็ไม่อาจเสริมดินแดนที่ยึดมาได้ให้มั่นคง ไม่อาจรักษาดินแดนไว้ได้ ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องสูญเสียไปจำนวนมาก ผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะต่อต้าน พันธมิตรก็จะต่อต้าน พันธมิตรก็ทิ้ง มิตรก็หาย ห้ามเดินทัพผ่านเส้นทางที่ธรรมชาติอาจทำให้เราตาย ห้ามเดินทัพผ่านเส้นที่ภูมิประเทศอาจทำให้เราตาย ห้ามเดินทัพผ่านเส้นทางที่พื้นที่อาจทำให้เราตาย เส้นทางลำบากอย่าเดินทัพผ่าน หากหมดกำลังใจจะแพ้ หากสิ้นหวังจะแพ้ หากเราถูกล้อม เราจะแพ้ ในระหว่างการเตรียมการ ในระหว่างการเตรียมพร้อม หากเราถูกโจมตี หากเราถูกขัดขวาง เราจะแพ้ หากเราถูกซุ่มโจมตี เราจะแพ้ เหตุนี้จึงพึงซุ่มโจมตีฝ่ายตรงข้าม สงครามยาวนาน เผชิญความวุ่นวาย ทั้งภายในภายนอก สงครามภายนอก สงครามกลางเมือง เศรษฐกิจตกต่ำ เงินของแผ่นดินสูญเสีย เงินของแผ่นดินน้อยลง หากถูกโจมตีทันทีในตอนนั้นก็จะแพ้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า ที่ว่ารบยืดเยื้อเป็นผลดีแก่ประเทศชาติก็ไม่มีมาก่อน เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า การทำศึกจึงสำคัญที่รวดเร็ว ใช่ที่ยืดเยื้อ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า พึงทำศึกรวดเร็ว เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า กรีทาทัพสิบหมื่น ออกรบพันลี้ ฝ่ายราษฎร์ต้องจ่าย ฝ่ายหลวงต้องใช้ สิ้นเปลืองวันละพันตำลึงทอง ดังนี้จึงกรีธาทัพสิบหมื่นได้ เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง หาใช่ความยอดเยี่ยมในความยอดเยี่ยมที่แท้ไม่ มิต้องรบแต่สยบทัพข้าศึกได้ จึงจะเป็นความยอดเยี่ยมในความยอดเยี่ยม เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า การบัญชาทัพชั้นเอกคือชนะด้วยอุบาย รองมาคือการทูต รองมาคือการรบ เลวสุดคือตีเมือง หากกำลังหมด หากกำลังมีไม่พอ ไม่อาจเอาชนะ จะแพ้ จะไม่อาจยึดดินแดนได้ พื้นที่น้ำ อาจทำให้พวกเราตาย เหตุนี้ซุนจื่อว่า ป่าเขาห้วยหนองคลองบึง ที่คับขันอันตรายเหล่านี้ เรียกว่ายุทธภูมิวิบาก ในยุทธภูมิวิบากพึงรีบผ่าน ในยุทธภูมิวิบากเราพึงเร่งเดินทัพให้พ้น หากเส้นทางถูกตัดขาด หากเส้นทางถูกปิด หากทางเข้าเข้าไม่ได้ หากทางออกออกไม่ได้ ไร้ทางเข้า สิ้นทางออก เราจะแพ้ เหตุนี้ เส้นทางเดินทัพ พึงควรรักษา ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามตัด ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามปิด ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามทำลาย เหตุนี้ พึงตัดเส้นทางฝ่ายตรงข้าม พึงปิดเส้นทางฝ่ายตรงข้าม พึงทำลายเส้นทางฝ่ายตรงข้าม ปิดทางเข้าฝ่ายตรงข้าม ตัดทางออกฝ่ายตรงข้าม ปิดทางเข้า ตัดทางออก เราจะชนะ รบกับฝ่ายตรงข้ามใช่ว่าจะชนะ เหตุนี้ จึงพึงชนะด้วยอุบาย หากไม่เชื่อฟังคำเตือนของผู้มีความสามารถ จะแพ้ ทำสงครามรวดเร็ว โจมตีรวดเร็ว บุกรวดเร็ว ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันตั้งตัว เราจะชนะ ระหว่างทำการ ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเราได้ทุกเมื่อ เหตุ ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ พึงเตรียมการไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเราระหว่างทำการ หากฝ่ายตรงข้ามแบ่งแยกเรา หากฝ่ายตรงข้ามตัดหน้าตัดหลังตัดซ้ายตัดขวาตัดเหนือตัดใต้ตัดออกตัดตกตัดเฉียงเหนือตัดเฉียงใต้ตัดบนตัดล่างเรา เราจะแพ้ เหตุนี้ ทุกกำลังของเราต้องเดินทางไปถึงกันได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลา เหตุนี้ เราจึงพึงตัดหน้าตัดหลังตัดซ้ายตัดขวาตัดหน้าตัดหลังตัดเหนือตัดใต้ตัดออกตัดตกตัดเฉียงเหนือตัดเฉียงใต้ตัดบนตัดล่างแบ่งแยกฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายตรงข้ามตัดเรา เราพึงทำลายทุกกำลังรบของฝ่ายตรงข้ามให้ราบคาบเสียในคราวเดียว หากการตัดกำลังไม่ได้ผล หากการล้อมไม่ได้ผล จะแพ้ หากไม่มีเงื่อนไขที่ทำให้ชนะจะแพ้ หากถูกสถานการณ์บังคับ หากถูกเงื่อนไขบังคับ หากถูกปัจจัยบังคับ จะแพ้ หากไม่พร้อมทำสงคราม จะแพ้ ทำสงครามกับฝ่ายไม่พร้อมทำสงคราม จะชนะ หากเราถูกล้อม จะแพ้ หากเราถูกโจมตีทุกทิศทาง จะแพ้ การเดินทัพของเราไม่ควรถูกสกัดกั้น การทำศึกของเราไม่ควรถูกสกัดกั้น การทำการของเราไม่ควรถูกสกัดกั้น หากถูกสกัดกั้น จะแพ้ เหตุนี้ พึงสกัดกั้นการเดินทัพฝ่ายตรงข้าม พึงสกัดกั้นการทำศึกฝ่ายตรงข้าม พึงสกัดกั้นการทำการฝ่ายตรงข้าม เหตุนี้ ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามรู้การเดินทัพเรา ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามรู้การทำศึกเรา ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามรู้การทำการเรา หากฝ่ายตรงข้ามรู้ เราจะแพ้ ทำการทันที ไม่มีผู้ใดรู้ จะชนะ ลมพัด ระวังการโจมตีด้วยไฟ ลมพัด พึงโจมตีด้วยไฟ โจมตีในที่ที่ไม่มีฝ่ายตรงข้าม จะชนะ ถึงชนะ ใช่ว่าจะไม่ถูกโจมตี เหตุนี้ เมื่อชนะจึงมิพึงฉลอง เหตุนี้ หากปราบฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ทั้งหมด กลับฉลอง จะแพ้ เหตุนี้ หากปราบฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ทั้งหมด จึงมิพึงฉลอง พึงปราบฝ่ายตรงข้ามให้ได้ทั้งหมด ฝ่ายตรงข้ามติดศึกติดพันที่ด้านหนึ่ง เราโจมตีที่ด้านอื่น จะชนะ เหตุนี้ จึงไม่ควรทำศึกติดพัน เหตุนี้ เมื่อทำสงคราม จึงไม่ควรมุ่งไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง ต้องมุ่งไปทุกด้าน ระวังการโจมตีที่จะมาจากทุกด้าน พึงอยู่ในที่รบอยู่ก่อนแล้ว พึงไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ พึงให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าจะมีสงคราม แต่ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่ามาจากเรา ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าเราอยู่ในที่รบอยู่ก่อนแล้ว ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่ามีสงคราม ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่ามาจากเรา ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่าเราอยู่ในที่รบอยู่ก่อนแล้ว เราจะชนะ ไม่รู้ข้อมูลฝ่ายตรงข้าม เราจะแพ้ เหตุนี้ พึงรู้ข้อมูลฝ่ายตรงข้าม เหตุนี้ ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ข้อมูลเรา พึงกระทำฝ่ายตรงข้ามก่อน ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามกระทำ หน้าผาสูงชัน ยอดเขาเทือกเขาสูง เดินทัพยากลำบากจนอาจถึงตาย หากฝ่ายตรงข้ามโจมตีต้องสูญเสียล้มตายมากมาย เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า พื้นที่ซึ่งเป็นห้วยเหว เป็นก้นกระทะ เป็นปลักโคลนตม เป็นหุบผาขาด เป็นขุนเขาโอบ เป็นป่ารกชัฎ ให้รีบหลีกเร้น อย่าได้กล้ำกราย เราพึงห่างออกให้ข้าศึกชิด เราพึงหันหน้าหาให้ข้าศึกพิง รบหลายที่รบมากไป จะแพ้ เมื่อมีสายลับในพวกเรา เมื่อมีไส้ศึกในพวกเรา เมื่อมีผู้ทรยศในพวกเรา ให้ฆ่าทิ้งให้ตายกันให้หมดทุกคน แล้วให้ฆ่าพวกเดียวกันกับสายลับหรือไส้ศึกหรือผู้ทรยศทั้งหมดให้ตายกันให้หมดทุกคนด้วย เหตุนี้ซุนจื่อจึงว่า แผนจารชนยังมิทันใช้ มีผู้ล่วงรู้ก่อน ให้ตายทั้งจารชนและผู้รู้ การแทรกแซงจากภายนอกจะทำให้สงครามจบยากขึ้น เหตุนี้จึงมิพึงขอความช่วยเหลือจากภายนอก  ทำสงครามไม่ควรมีผู้ใดล่วงรู้การทำสงคราม ไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่าเราทำสงคราม ไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่าเราโจมตี ไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่าเราทำการ ไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่าเราเตรียมการ ไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่าเราเตรียมพร้อม ไม่มีผู้ใดตระหนัก ไม่ผู้ใดเตรียมพร้อม ไม่มีผู้ใดเตรียมการ ไม่มีผู้ใดป้องกัน ไม่มีผู้ใดทำสงคราม ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามีสงคราม ไม่มีผู้ใดรู้สงคราม เหตุนี้จึงชนะ ความขัดแย้งนำไปสู่การล่มสลาย เหตุนี้ หากไร้ความขัดแย้ง จะชนะ ซุนจื่อว่า ผู้ที่ชนะรู้ว่าชนะก่อนจึงออกรบ ผู้แพ้ออกรบก่อนแล้วหวังว่าจะชนะ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งหาใช่ความยอดเยี่ยมในความยอดเยี่ยมไม่ มิต้องรบแต่สยบทัพข้าศึกได้จึงจะเป็นความยอดเยี่ยมในความยอดเยี่ยม


 

 อีดอกทองนั่น: มึงเดินทำไม

อีดอกทองชุติมา วงษ์สุภา: กูเวียนหัวกับมึงว่ะ

    First person story telling short story

เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?

มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?

น่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ

การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี! 

[รอแป๊บนึงนะ อีตาคนเขียนนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อ]

{Break the 4th wallได้ดีนี่จอห์นนี่ ดาร์กเนส}

[ดูเหมือนแม่งจะคิดออกละ]

คณะราษฎรไม่เคยทำไปเพื่อประชาชน คณะราษฎรทำไปเพื่อตัวเอง คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงอำนาจ คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ต่างหาก! ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล อยากรู้วิธีทำให้เป็นประชาธิปไตยไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีเสรีภาพไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีสิทธิ์ให้มากที่สุดไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีอิสรภาพไหม? กดขี่ให้มากที่สุด ทำให้ไร้เสรีภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีสิทธิ์ให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีอิสรภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีประชาธิปไตย ทำให้ไม่มีเสรีภาพ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ ทำให้ไม่มีอิสรภาพ ทำให้ไร้ประชาธิปไตย ทำให้ไร้เสรีภาพทำให้ไร้สิทธิ์ ทำให้ไร้อิสรภาพ นั่นแหละวิธีทำให้โลกเป็นประชาธิปไตย นั่นแหละวิธีทำให้โลกนี้มีเสรีภาพมีอิสรภาพมีสิทธิ์   การเรียกร้องเสรีภาพคือการเรียกร้องให้กดขี่ตัวเอง ระบบ โรงเรียน รัฐบาล การเมือง ประชาชน สื่อ ข่าว ข้อมูล ผู้ร่วมขบวนการ ผู้เข้าร่วมแนวร่วม ลูกค้า คนจน คนตาดำๆ โครงสร้าง ข้าราชการ ราชการ รัฐสภา ทหาร การทหาร กระทรวงทุกกระทรวง ก็แค่ไพ่ใบหนึ่ง ที่จะทิ้งทั้งหมดก็ได้ ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล ระบอบการปกครองมันตอแหล ระบบมันตอแหล ระบบไม่ได้พังและไม่ได้ต้องแก้ไข แต่ระบบทำงานตรงตามที่ออกแบบเอาไว้และต้องถูกทำลาย ไม่มีความสุข? ไม่ได้มีความสุข? ทุกข์? โดนนอกใจ? จน? ไม่มีเงินจะใช้? ทำงานมาเลี้ยงกู? ทำงานหาเงินมาใช้ไปวันๆ? ปัญหามันเยอะ? มันเหนื่อย? เหนื่อย? เหนื่อย?? เหนื่อยเหรอ??????!!!!!! ตอแหล!!!!!!!!! มึงต้องออกไปทำงานทั้งๆที่ไม่อยากไป? มึงต้องออกไปทำงานงกงกงกทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? ทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? อีตอแหล!!!!!!! ออกไปทำงานมันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? อีตอแหล!!!!!!! มันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? ไม่ได้มีความสุขเลยนะ? มึงต้องไปทำงานหาเลี้ยงกู? มึงต้องออกไปทำงาน? ทั้งที่มึงไม่อยากไป? มึงต้องออกไปทำงานทั้งที่มึงไม่อยากไป? ตอแหล!!!!!!! อีตอแหล!!!!!!! กูไม่ได้สงสารมึงเลย กูไม่ได้เห็นใจมึงเลย กูอยากฆ่ามึง กูไม่สงสารมึงเลย กูยิ่งไม่เห็นใจ กูยิ่งอยากฆ่ามึงให้ตายด้วยซ้ำ ทำตัวเองจน เห็นแก่ตัว โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง ไม่มีความสำนึกผิดเลย สมควรโดนนอกใจแล้ว เพราะมึงทำตัวไม่สมเป็นเหยื่อเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าเห็นใจเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าสงสารเลย พฤติกรรมมึงไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าเห็นใจ น่ารังเกียจด้วยซ้ำ กูรู้ว่ามึงเห็นแก่ตัวตอนกูขึ้นกศน.ตอนปี2015แล้ว แล้วกูพึ่งมารู้ตอนนี้ว่ามึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง รู้ตัวว่าผิดก็ไม่มีความสำนึกผิดเลย ไม่มีความสำนึกผิดเลย น่ารังเกียจ คนจน คนรวย เพราะอย่างงี้กูถึงไม่เห็นใจพวกคนจนเลยซักนิด คนจน ตอแหล!!!!!! กูไม่เชื่อแล้ว!!!!!!! ข้ออ้าง รู้ไหมว่ายายเอียดด่ามึงว่าอีควาย อย่าว่าแต่เขาเลย กูยังด่ามึงโง่เลย เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังใครนินทามา เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังกูนินทามา  เขาด่ามึงทั้งๆที่กูไม่ได้นินทามึงให้เขาฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามึงให้กูฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามา กูด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังเขานินทามา แสดงว่ากูคิดถูกแล้ว แสดงว่าจริงแล้ว มึงมันควายจริงๆ มึงมันโง่จริงๆ เขาด่ามึงควายกูไม่แปลกใจ กูเองก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่ พวกคนรวยมันไม่ช่วยอะไรหรอก ปัญหาเหรอ? รวยนับล้านคิดว่าคนพวกนั้นยังมีปัญหาอีกเหรอ? คนรวยพวกนั้นไม่ช่วยคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่สนใจคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาให้คนจนหรอก พวกคนรวยมันไม่มีปัญหาห่าเหวอะไรหรอก พวกคนรวยมันไม่เคยมีปัญหาหรอก ปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้มาจากคนรวยทั้งนั้นแหละ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทุกปัญหาบนโลกนี้ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้ คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน กลับฆ่ากันและกัน คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ไม่ช่วยกันและกัน ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็สามารถที่จะล้มรัฐบาลได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ทุกคนก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน คงไม่มีคนจนแล้ว  ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็ทำลายระบบได้เลย กูโคตรเกลียดศาสนาเลย กูโคตรเกลียดแนวคิดกตัญญูเลย กูเกลียดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง กูเกลียดการปฏิวัติ กูเกลียดการรัฐประหาร กูเกลียดการแย่งชิงอำนาจ กูเกลียดสงคราม กูไม่อยากให้มีระบอบการปกครอง กูไม่อยากให้มีระบบ กูไม่อยากให้มีโรงเรียน กูไม่อยากให้มีทหาร กูไม่อยากให้มีเงินตรา แต่กูไม่ได้อยากเรียนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ความฝันกูคือนักวิทยาศาสตร์ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการไม่เชื่อใครง่ายๆแล้วล่ะก็ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการตั้งคำถามกับวิทยาศาสตร์แล้วล่ะก็ การไปเข้าโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน การไปโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน  การไปเชื่อคนอื่น การที่ต้องเรียนในโรงเรียนให้จบปริญญาตรี นั่นไม่ใช่วิถีของนักวิทยาศาสตร์ กูไม่ได้อยากเรียนมาตั้งแต่แรกแล้ว กูไม่ได้อยากเรียนจบปริญญาตรีมาตั้งแต่แรก กูไม่ได้อยากเรียนจบปริญญาตรีมาตั้งแต่แรกแล้ว กูไม่ได้อยากเป็นคนที่เรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จได้แบบบิล เกตส์ หรือ สตีฟ จ็อบส์ กูไม่ได้อยากเลียนแบบเขา กูไม่ได้อยากเดินตามรอยเท้าเขา  ไม่อยากได้เหรอ??????!!!!!! มีแต่ความตอแหล!!!!!!!!!!!!!! มึงไม่น่าสงสารเลย มึงไม่น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้น่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงมันไม่มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่มีความน่าสงสารเลย มึงไม่มีความน่าเห็นใจเลย ไม่มีความน่าสงสารเลย ไม่มีความน่าเห็นใจเลย มีแต่ความน่ารังเกียจ น่ารังเกียจ มึงเห็นแก่ตัว มึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง มึงไม่มีความสำนึกผิดเลย มึงทำผิด แต่มึงกลับไม่มีความสำนึกผิดเลย คิดว่ากูจะไว้ชีวิตมึงเหรอ? คิดว่ากูจะให้มึงมีชีวิตรอดเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปเหรอ? คิดว่ากูจะไม่ฆ่ามึงเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยให้มึงรอดชีวิตเหรอ?




ถ้าคนเราคิดกันว่าต้องสนใจปัญหาของตัวเองก่อนกันหมดทุกคน โลกนี้คงล่มสลาย ทุกวันนี้โลกนี้ก็ใกล้จะล่มสลายอยู่แล้ว




ทุกวันนี้ ทฤษฎีสมคบคิดสมเหตุสมผลกว่าความจริงที่เรารู้ๆกันมาซะอีก




ความมืดทำให้มองไม่เห็น แต่ไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง คนอื่นเดินไปผิดทางเองต่างหาก ความมืดเป็นที่อยู่อาศัยของภูติผีปีศาจ แต่ความมืดไม่ได้สั่งการไม่ได้รู้เห็นไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบการกระทำของภูติผีปีศาจ ภูติผีออกจากความมืดไม่ได้ ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่อยู่อาศัย ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่หลบซ่อนตัว ปีศาจไม่ได้ใช้กลางคืนเป็นที่อยู่อาศัยตลอด ความมืดไม่เกี่ยวกับการกระทำของปีศาจ แต่ปีศาจมันอยู่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นเดินไปผิดทาง ปีศาจทำให้คนอื่นทำผิด ปีศาจทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง แต่ความมืดไม่ได้เป็นแบบนั้น ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิดเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทางเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทาง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริง แต่ถ้าไม่มีความมืด แสงสว่างก็คงสะท้อนจนมองไม่เห็นความจริง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริงได้99% แต่ถ้าไม่มีความมืด ในแสงสว่าง ก็ไม่มีทางมองเห็นความจริง1%ได้เลย เพราะแสงสว่างคงสะท้อนออกมาหมดจนทำให้ความจริงล่องหนไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริง1%ได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง คนอื่นทำผิดเอง คนอื่นไปผิดทางเอง ผมเป็นความมืด แต่ไม่ใช่ปีศาจ

 (เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน)
อีดอกทองนั่น: เรียกไม่อยากจะได้ยิน
 อีดอกทองนั่น: มึงเดินทำไม
อีดอกทองชุติมา วงษ์สุภา: กูเวียนหัวกับมึงว่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

   First person story telling short story

เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?

มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?

น่ารังเกียจใช่ไหมล่ะ?

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ

การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี! 

[รอแป๊บนึงนะ อีตาคนเขียนนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อ]

{Break the 4th wallได้ดีนี่จอห์นนี่ ดาร์กเนส}

[ดูเหมือนแม่งจะคิดออกละ]

คณะราษฎรไม่เคยทำไปเพื่อประชาชน คณะราษฎรทำไปเพื่อตัวเอง คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงอำนาจ คณะราษฎรทำไปเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ต่างหาก! ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล อยากรู้วิธีทำให้เป็นประชาธิปไตยไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีเสรีภาพไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีสิทธิ์ให้มากที่สุดไหม? อยากรู้วิธีทำให้มีอิสรภาพไหม? กดขี่ให้มากที่สุด ทำให้ไร้เสรีภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีสิทธิ์ให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีอิสรภาพให้มากที่สุด ทำให้ไม่มีประชาธิปไตย ทำให้ไม่มีเสรีภาพ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ ทำให้ไม่มีอิสรภาพ ทำให้ไร้ประชาธิปไตย ทำให้ไร้เสรีภาพทำให้ไร้สิทธิ์ ทำให้ไร้อิสรภาพ นั่นแหละวิธีทำให้โลกเป็นประชาธิปไตย นั่นแหละวิธีทำให้โลกนี้มีเสรีภาพมีอิสรภาพมีสิทธิ์   การเรียกร้องเสรีภาพคือการเรียกร้องให้กดขี่ตัวเอง ระบบ โรงเรียน รัฐบาล การเมือง ประชาชน สื่อ ข่าว ข้อมูล ผู้ร่วมขบวนการ ผู้เข้าร่วมแนวร่วม ลูกค้า คนจน คนตาดำๆ โครงสร้าง ข้าราชการ ราชการ รัฐสภา ทหาร การทหาร กระทรวงทุกกระทรวง ก็แค่ไพ่ใบหนึ่ง ที่จะทิ้งทั้งหมดก็ได้ ระบอบประชาธิปไตยมันตอแหล ระบอบการปกครองมันตอแหล ระบบมันตอแหล ระบบไม่ได้พังและไม่ได้ต้องแก้ไข แต่ระบบทำงานตรงตามที่ออกแบบเอาไว้และต้องถูกทำลาย ไม่มีความสุข? ไม่ได้มีความสุข? ทุกข์? โดนนอกใจ? จน? ไม่มีเงินจะใช้? ทำงานมาเลี้ยงกู? ทำงานหาเงินมาใช้ไปวันๆ? ปัญหามันเยอะ? มันเหนื่อย? เหนื่อย? เหนื่อย?? เหนื่อยเหรอ??????!!!!!! ตอแหล!!!!!!!!! มึงต้องออกไปทำงานทั้งๆที่ไม่อยากไป? มึงต้องออกไปทำงานงกงกงกทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? ทั้งๆที่ไม่ได้อยากไป? อีตอแหล!!!!!!! ออกไปทำงานมันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? อีตอแหล!!!!!!! มันไม่ได้มีความสุขเลยนะ? ไม่ได้มีความสุขเลยนะ? ตอแหล!!!!!!! อีตอแหล!!!!!!! กูไม่ได้สงสารมึงเลย กูไม่ได้เห็นใจมึงเลย กูอยากฆ่ามึง กูไม่สงสารมึงเลย กูยิ่งไม่เห็นใจ กูยิ่งอยากฆ่ามึงให้ตายด้วยซ้ำ ทำตัวเองจน เห็นแก่ตัว โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง ไม่มีความสำนึกผิดเลย สมควรโดนนอกใจแล้ว เพราะมึงทำตัวไม่สมเป็นเหยื่อเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าเห็นใจเลย เพราะมึงทำตัวได้ไม่น่าสงสารเลย พฤติกรรมมึงไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าสงสาร ไม่ได้น่าเห็นใจ น่ารังเกียจด้วยซ้ำ กูรู้ว่ามึงเห็นแก่ตัวตอนกูขึ้นกศน.ตอนปี2015แล้ว แล้วกูพึ่งมารู้ตอนนี้ว่ามึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง รู้ตัวว่าผิดก็ไม่มีความสำนึกผิดเลย ไม่มีความสำนึกผิดเลย น่ารังเกียจ คนจน คนรวย เพราะอย่างงี้กูถึงไม่เห็นใจพวกคนจนเลยซักนิด คนจน ตอแหล!!!!!! กูไม่เชื่อแล้ว!!!!!!! ข้ออ้าง รู้ไหมว่ายายเอียดด่ามึงว่าอีควาย อย่าว่าแต่เขาเลย กูยังด่ามึงโง่เลย เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังใครนินทามา เขาด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังกูนินทามา  เขาด่ามึงทั้งๆที่กูไม่ได้นินทามึงให้เขาฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามึงให้กูฟัง กูด่ามึงทั้งๆที่เขาไม่ได้นินทามา กูด่ามึงทั้งๆที่ไม่ได้ฟังเขานินทามา แสดงว่ากูคิดถูกแล้ว แสดงว่าจริงแล้ว มึงมันควายจริงๆ มึงมันโง่จริงๆ เขาด่ามึงควายกูไม่แปลกใจ กูเองก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่เหมือนกัน กูก็ด่ามึงโง่ พวกคนรวยมันไม่ช่วยอะไรหรอก ปัญหาเหรอ? รวยนับล้านคิดว่าคนพวกนั้นยังมีปัญหาอีกเหรอ? คนรวยพวกนั้นไม่ช่วยคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่สนใจคนจนหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาหรอก คนรวยพวกนั้นไม่คิดจะแก้ปัญหาให้คนจนหรอก พวกคนรวยมันไม่มีปัญหาห่าเหวอะไรหรอก พวกคนรวยมันไม่เคยมีปัญหาหรอก ปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้มาจากคนรวยทั้งนั้นแหละ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทุกปัญหาบนโลกนี้ คนรวยนั่นแหละที่สร้างปัญหาทั้งหมดบนโลกนี้ คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน กลับฆ่ากันและกัน คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ไม่ช่วยกันและกัน ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็สามารถที่จะล้มรัฐบาลได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ทุกคนก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน คงไม่มีคนจนแล้ว  ถ้า คนจนด้วยกัน คนระดับเดียวกัน ประชาชนด้วยกัน สามัญชนด้วยกัน ช่วยกันและกัน ก็ทำลายระบบได้เลย กูโคตรเกลียดศาสนาเลย กูโคตรเกลียดแนวคิดกตัญญูเลย กูเกลียดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง กูเกลียดการปฏิวัติ กูเกลียดการรัฐประหาร กูเกลียดการแย่งชิงอำนาจ กูเกลียดสงคราม กูไม่อยากให้มีระบอบการปกครอง กูไม่อยากให้มีระบบ กูไม่อยากให้มีโรงเรียน กูไม่อยากให้มีทหาร กูไม่อยากให้มีเงินตรา แต่กูไม่ได้อยากเรียนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ความฝันกูคือนักวิทยาศาสตร์ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการไม่เชื่อใครง่ายๆแล้วล่ะก็ ถ้าวิถีของนักวิทยาศาสตร์คือการตั้งคำถามกับวิทยาศาสตร์แล้วล่ะก็ การไปเข้าโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน การไปโรงเรียนแล้วเชื่อที่เขาสอน  การไปเชื่อคนอื่น  ไม่อยากได้เหรอ??????!!!!!! มีแต่ความตอแหล!!!!!!!!!!!!!! มึงไม่น่าสงสารเลย มึงไม่น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้น่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้น่าเห็นใจเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงมันไม่มีความน่าสงสารเลย มึงมันไม่มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่ได้มีความน่าสงสารเลย มึงไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย มึงไม่มีความน่าสงสารเลย มึงไม่มีความน่าเห็นใจเลย ไม่มีความน่าสงสารเลย ไม่มีความน่าเห็นใจเลย มีแต่ความน่ารังเกียจ น่ารังเกียจ มึงเห็นแก่ตัว มึงเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง มึงไม่มีความสำนึกผิดเลย มึงทำผิด แต่มึงกลับไม่มีความสำนึกผิดเลย คิดว่ากูจะไว้ชีวิตมึงเหรอ? คิดว่ากูจะให้มึงมีชีวิตรอดเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปเหรอ? คิดว่ากูจะไม่ฆ่ามึงเหรอ? คิดว่ากูจะปล่อยให้มึงรอดชีวิตเหรอ?




ถ้าคนเราคิดกันว่าต้องสนใจปัญหาของตัวเองก่อนกันหมดทุกคน โลกนี้คงล่มสลาย ทุกวันนี้โลกนี้ก็ใกล้จะล่มสลายอยู่แล้ว




ทุกวันนี้ ทฤษฎีสมคบคิดสมเหตุสมผลกว่าความจริงที่เรารู้ๆกันมาซะอีก




ความมืดทำให้มองไม่เห็น แต่ไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง คนอื่นเดินไปผิดทางเองต่างหาก ความมืดเป็นที่อยู่อาศัยของภูติผีปีศาจ แต่ความมืดไม่ได้สั่งการไม่ได้รู้เห็นไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบการกระทำของภูติผีปีศาจ ภูติผีออกจากความมืดไม่ได้ ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่อยู่อาศัย ถึงปีศาจจะใช้ความมืดเป็นที่หลบซ่อนตัว ปีศาจไม่ได้ใช้กลางคืนเป็นที่อยู่อาศัยตลอด ความมืดไม่เกี่ยวกับการกระทำของปีศาจ แต่ปีศาจมันอยู่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ปีศาจล่อลวงให้คนอื่นเดินไปผิดทาง ปีศาจทำให้คนอื่นทำผิด ปีศาจทำให้คนอื่นเดินไปผิดทาง แต่ความมืดไม่ได้เป็นแบบนั้น ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ล่อลวงให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิดเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทางเลย ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบที่คนอื่นไปผิดทาง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริง แต่ถ้าไม่มีความมืด แสงสว่างก็คงสะท้อนจนมองไม่เห็นความจริง แสงสว่างทำให้มองเห็นความจริงได้99% แต่ถ้าไม่มีความมืด ในแสงสว่าง ก็ไม่มีทางมองเห็นความจริง1%ได้เลย เพราะแสงสว่างคงสะท้อนออกมาหมดจนทำให้ความจริงล่องหนไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริง1%ได้เลย ถ้าแสงสว่างจ้าเกินไป ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไป ก็ไม่อาจมองเห็นความจริงได้เลย ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นทำผิด ความมืดไม่ได้ทำให้คนอื่นไปผิดทาง คนอื่นทำผิดเอง คนอื่นไปผิดทางเอง ผมเป็นความมืด แต่ไม่ใช่ปีศาจ

   เนื้อคู่ ลูกสาว ลูกหลาน สายเลือดเดียวกันของปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์


ไม่ใช้คนอื่น ไม่ด่าคนอื่น ไม่ประชดคนอื่น ไม่เสียดสีคนอื่น ไม่เหน็บแนมคนอื่น ไม่นึกจะพูดก็พูด ไม่พูดมาก ไม่บ่น ไม่เอะอะพูด ไม่พูดว่าคนอื่น ไม่ตำหนิคนอื่น ไม่คิดว่าตัวเองทำงานหนักกว่าคนอื่น   ไม่คิดว่าตัวเองเหนื่อยกว่าคนอื่น ไม่คิดว่าตัวเองทำงานเลี้ยงคนอื่น ไม่คิดว่าตัวเองลำบากกว่าคนอื่น ไม่เปรียบเทียบคนอื่นกับคนอื่น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายทำแบบที่ตัวเองทำไม่ได้ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายทำไม่ได้   ไม่คิดว่าอีกฝ่ายโง่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายใช้ไม่ได้ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้เรื่อง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายงี่เง่า ไม่เคยคิดว่าสิ่งใดๆไร้สาระ  ไม่คิดว่าตัวเองก็_เป็น    ไม่ห้ามคนอื่นโกรธ      ไม่คิดว่าต้องแก้ปัญหาตัวเองก่อน ไม่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมประชาธิปไตย ไม่จับผิดคนอื่น มองเห็นความไร้สาระของมนุษย์ มองเห็นความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ มองเห็นความน่ารังเกียจของมนุษย์ คิดว่าประวัติศาสตร์นั้นไร้สาระ ไม่เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต ไม่ดูถูกคนอื่น ไม่ทำให้ตัวเองน่าสงสาร ไม่ทำให้ตัวเองน่าเห็นใจ ไม่คิดว่าตัวเองไม่มีเวลา ไม่คิดว่าตัวเองไม่ว่าง ไม่คิดว่าตัวเองยุ่ง ไม่เรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง สำนึกผิด ไม่คิดว่าตัวเองทำงานหนัก ไม่ติดว่าตัวเองไม่ได้พัก ไม่คิดว่าคนอื่นจะอยู่ยังไงหลังตัวเองตาย ไม่ใช้คนอื่นจะอยู่ยังไงหลังตัวเองตายมาเรียกร้อง ไม่ใช้คนอื่นจะอยู่ยังไงหลังตัวเองตายมาถาม ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีความสบาย ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความสบายเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่เคยได้รับความสบายเลย ไม่คิดว่าตัวเองลำบาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองลำบาก ไม่คิดว่าตัวเองมีแต่ความลำบาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีแต่ความลำบาก ไม่คิดว่าตัวเองไม่สบายเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่สบายเลย ไม่คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความสบายเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความสบายเลย ไม่คิดว่าตัวเองไม่เคยสบายเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่เคยสบายเลย ไม่เรียกความสงสารจากคนอื่น ไม่เรียกความเห็นใจจากคนอื่น ไม่ทุกข์ ไม่ยาก ไม่ทุกข์ยาก ไม่เหนื่อย ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่เครียด ไม่เดือดร้อน มีความสุข ไม่ตะโกนเรียกคนอื่น ไม่เรียกคนอื่นจากที่ไกล ไม่เรียกคนอื่นจากระยะไกล ไม่เรียกคนอื่นจากที่ที่ไม่เห็นอีกฝ่าย ไม่เรียกคนอื่นจากที่ที่อีกฝ่ายไม่เห็น ไม่เรียกคนอื่นจากที่ที่ตัวเองไม่ได้ยินอีกฝ่าย ไม่เรียกคนอื่นจากที่ที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน ไม่ฝากอีกฝ่ายใช้อีกฝ่ายซื้ออะไรให้ ไม่ฝากอีกฝ่ายใช้อีกฝ่ายทำอะไรให้ ไม่ใช้ให้คนอื่นตอบแทนตัวเอง รู้ว่าทำผิดแก้เอง รู้ว่าทำให้มีปัญหาแก้ปัญหาเอง ไม่ยุ่งอีกฝ่าย ไม่ยุ่งวุ่นวายกับอีกฝ่าย ไม่พูดคำหยาบคาย ไม่หาว่าคนอื่นขึ้นเสียง ไม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง ไม่เรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง รู้ว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเสมอ รู้ว่ามนุษย์ซ้ำรอยเสมอ ไม่บ้าการเมือง ไม่ยุ่งการเมือง ไม่เสียดสีประชดประชันวิพากษ์วิจารณ์ด่าการเมือง ไม่ต้องการให้มีระบบ ไม่ต้องการให้มีเงินตรา เงินไม่ใช่พระเจ้า เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง เงินซื้อความสุขไม่ได้ ทุกอย่างแก้ปัญหาไม่ได้ด้วยเงิน เงินมากแค่ไหนก็แก้ปัญหาไม่ได้ เงินมากแค่ไหนก็แก้ทุกปัญหาไม่ได้ ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ทุกอย่างไม่ต้องใช้เงิน ทุกอย่างไม่ใช้เงิน ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบ ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่บอกให้คนอื่นเห็นแก่ตัวเอง ไม่พูดให้คนอื่นเห็นแก่ตัวเอง ไม่เรียกร้องให้คนอื่นเห็นแก่ตัวเอง ไม่เรียกร้องให้ผู้อื่นเห็นแก่ตัวเอง ไม่บอกให้คนอื่นเห็นแก่คนอื่น ไม่พูดให้คนอื่นเห็นแก่คนอื่น ไม่เรียกร้องให้คนอื่นเห็นแก่คนอื่น ไม่เรียกร้องให้ผู้อื่นเห็นแก่คนอื่น ไม่บอกให้ผู้อื่นเห็นแก่ผู้อื่น ไม่พูดให้ผู้อื่นเห็นแก่ผู้อื่น ไม่เรียกร้องให้ผู้อื่นเห็นแก่ผู้อื่น ไม่เรียกร้องให้คนอื่นเห็นแก่ผู้อื่น ไม่ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ไม่รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ทำทุกอย่างเอง ไม่ใช้ให้คนอื่นทำ ไม่บอกให้คนอื่นทำ พฤติกรรมไม่แย่ พฤติกรรมไม่แย่มาก ปากไม่แย่ ปากไม่แย่มาก ไม่พูดเรื่องที่ไม่ควรพูด ไม่พูดในเวลาที่ไม่ควรพูด ไม่พูดอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ เดินไม่กระทืบเท้า ทำอะไรไม่เสียงดัง ทำอะไรไม่เสียงดังโครมคราม ไม่เรื่องมาก ไม่สอนคนอื่น ไม่พูดสอนคนอื่น ไม่พูดจาสอนคนอื่น เห็นแก่ผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว

 


  I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.  


In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.  


I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*  


However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.




  I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.  


In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.  


I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*  


However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.




  I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.  


In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.  


I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*  


However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.




วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

 The plan was simple:Finish school, get a job, and get married at 25. But now, I don't understand anything anymore.

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

  First person story telling short story

เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะครับ?

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ

การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี! ประชาธิปไตย

 First person story telling short story

เรื่องสั้นด้วยวิธีการเล่าด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

เขียนสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มันน่ารังเกียจใช่ไหมล่ะครับ?

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

"วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568 คริสตศักราช 2025 เกิดสงครามโลกครั้งที่3ใหม่ๆ

การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ได้มีสาเหตุมาจากความอดอยาก แต่มาจากการต้องการกำจัดอำนาจของอังกฤษออกไปต่างหาก ทุกการแย่งชิงอำนาจไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชน มันทำไปเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวของตัวเองต่างหาก ไม่มีใครทำไปเพื่อประชาชน ไม่เคยมีใครชิงอำนาจเพราะความอดอยาก ไม่เคยมี! ประชาธิปไตย

 ทวงคืนทุกอย่างในชีวิตที่หายไปกลับมาเป็นของตัวเอง


 

 จงแปลเป็นภาษาอังกฤษ: ถ้าตอนหน้าSayukiในร่างอุลตร้าแมนในร่างเท่ามนุษย์ถูกจับตรึงกางเขน โดนดูดพลังงานจนคัลเลอร์ไทม์เมอร์กะพริบและSayukiพลังงานหมดคัลเลอร์ไทม์เมอร์ดับคลายการแปลงร่างกลับสู่ร่างมนุษย์ผมจะดีใจมากๆครับ

If in the next episode, Sayuki in his human-sized Ultraman form gets crucified, has his energy drained until his Color Timer blinks, and when he’s completely drained, the Color Timer shuts off, forcing him to revert back to his human form, I’d be over the moon!  


**Key details preserved:**  

- Human-sized Ultraman form (ร่างเท่ามนุษย์).  

- Crucifixion (ตรึงกางเขน).  

- Energy drain leading to Color Timer blinking (โดนดูดพลังงานจนคัลเลอร์ไทม์เมอร์กะพริบ).  

- Reversion to human form (คลายการแปลงร่างกลับสู่ร่างมนุษย์).  

- Strong emotional reaction (ดีใจมากๆ → "over the moon" to emphasize intensity).

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

 จอห์นนี่ ดาร์กเนส

 I have studied the concept of light cones, which Albert Einstein drew inspiration from and integrated into his theory of relativity. Building on this foundation, I propose that gravitational lenses could fold a light cone back onto itself. In my conceptual diagram, I positioned gravitational lenses on both sides of Earth, allowing the past and future light cones to fold inward. While this does not enable time travel, if my hypothesis is correct, it would cause the past, present, and future to overlap at a single point—potentially allowing the past or future to be altered.  


In my illustration, if point *E* emits matter particles, it triggers events in the future light cone. Conversely, if matter particles are directed toward *E*, they could influence events in the past light cone. If my theory holds, emitting particles toward *E* might enable corrections to the past.  


I have also attached my earlier draft on time, which I once submitted to the Royal Society. It was rejected for lacking scientific rigor and failing to reference prior work by earlier scientists (a criticism I agree with). Nonetheless, I included it here because I remain fond of one idea from it: *"We do not yet understand time well enough."*  


However, if this concept were to be experimentally tested, I might need to collaborate with NASA or relevant government agencies. To be honest, I do not fully trust government institutions, and I am uncertain whether NASA or any government body would even assist in conducting such an experiment.



 Time

By Patipat Pinrat

Abstract

No one study time directly they use time for other things or study other things although we measure the time but no one understand time clearly in this work i use my experiences and anything that connect with the time and i found time are not rounds of repeat of anything but are phase of change that is not the repeat of itself and time are abstraction and time are cotinuous and cannot separate and time are always move and never stop and we are living inside the time and energy of time are infinite and we can use time as the unit of measure and time are not both wave and particle and whatever anything are not affect time.

 What is time.

Time is classical topic in science and just not in only science but we all use time in anything we all use time in daily life we living with time clearly but are we living "inside time" or living "outside time"? Yes this is the point anyone do not think and when we realize this we should know we all do not know time do not know what is time do not know any definition of time are true or false even definition of time of Albert Einstein that is part of relativity theory and we should know we all are do not study time directly none of theory about time alone or explain time directly.

Because we all do not know time, because we do not study and explain time directly so that i will do anything i call it "restart from 0" i will define time again like anyone do not define time before.

Like i mention before we all living "with time" so that i will divide time in to 2 types.

1. Time by definition.

2. The real time.

1. Time by definition.

Time by definition are time we all use in daily life which first measure using rounds of swing of pendulum by Galileo Galilei based on thought of Galilei that the rounds of swing of pendulum are equal irrespective the rope connect with pendulum are short or long.

2. The real time.

Based on my thought the repeat of anything itself in equal rounds are not "the real time" so that i give the meaning of the real time following.

"Phase of changes that are equal and are not the repeat of itself."

I will use this mean of the real time as base to study time.

Time are abstraction.

Time are not concrete object, we all cannot see, cannot smell, cannot hear, cannot touch, cannot taste the time.

But although we not use meaning of time of time by definition we can feel "time are pass".

Measure "the real time."

Follow meaning of the real time we can use phase of changes that are equal that are not repeat itself as a unit of the real time.

Time are always continuous and are cannot separate.

Because the real time are phase of changes that are equal and are not the repeat of itself it mean time are continuous always and are cannot separate.

Time are always moving and never stop.

Irrespective anyting are move or rest the time never rest and are always moving but it do not mean time cannot stop.

We are living inside time.

If anything can be object and time are object and follow first law of Newton that state object at rest or moving continue its rest or moving until force from outside act to it the object will change its state of rest or moving then becasue we cannot act anything to the time it mean we are living inside the time.

Energy of time are infinite.

If energy are cannot create and are cannot be destroy and if energy can found in anything and if time are always moving and never rest energy of time are infinite.

Use time as the unit of measure.

Because time are phase of changes that are equal and are not the repeat of itself so we can use time as the unit of measure for measure anything.

Time are not both wave and particle

Because time are phase of changes that are not the repeat of itself so time are not both wave and particle.

Whatever anything are not affect time.

Whatever anything happen or do it are not affect time.

I will write my thought more actually but as i mention before we all are not study time directly before and my rest of thought about time may wrong all then i will end my this work here and i happy to send my thought about time to any other scientist and any scientist in royal society for use as base for study time directly after now althought my this work wrong it can use for study time directly and clearly in future


 จอห์นนี่ ดาร์กเนส


 


 พุทธศักราช 2568 (คริสตศักราช 2025)