วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

 คัมภีร์ "สามกลยุทธ์ของหวงสือ" หวงสือมองว่าการกระทำต่อ "คนดี" หรือ "ผู้มีความสามารถ" เพียงคนเดียวนั้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเสื่อมหรือความเจริญของรัฐ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

1. ผลกระทบระยะยาวถึง "สามชั่วอายุคน" 

หวงสือได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "หากใครทำร้ายคนดี ความหายนะจะแผ่ขยายไปถึงสามชั่วคน"

• เหตุผล: การทำร้ายคนดีเพียงคนเดียวเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังคนเก่งคนอื่นๆ ทั้งแผ่นดิน เมื่อคนดีถูกทำร้าย คนเก่งคนอื่นจะหวาดกลัวและหลีกหนี ส่งผลให้รัฐขาดแคลนบุคลากรคุณภาพในการบริหารไปอย่างยาวนาน

2. คนดีคือ "ลำต้น" ของรัฐ 

คัมภีร์เปรียบเทียบว่า "คนที่มีบุคลิกภาพและความกล้าหาญคือลำต้นของรัฐ" ส่วนประชาชนทั่วไปคือราก

• การทำลายหรือทำร้ายคนดีเพียงคนเดียวจึงเปรียบเสมือนการทำลายแกนหลักที่ค้ำจุนรัฐ หากลำต้นถูกทำลาย รัฐย่อมไม่อาจตั้งอยู่ได้

3. การปิดบังคนดีนำมาซึ่งภัยแก่ตนเอง 

นอกจากการทำร้ายแล้ว หวงสือยังเตือนว่า "หากใครปกปิดคนดี เขาจะได้รับอันตรายเอง หากใครอิจฉาคนดี ชื่อเสียงของเขาจะไม่สมบูรณ์"

ในทางกลับกัน ผู้นำที่เร่งส่งเสริมและยกย่องคนดี จะได้รับพรที่ไหลไปสู่ลูกหลาน เพราะเป็นการสร้างรากฐานความศรัทธาและความมั่นคงให้กับราชวงศ์

4. สมการ "หนึ่งคน" กับ "คนหมู่มาก" 

หวงสือใช้หลักการเปรียบเทียบผลกระทบระหว่าง "คนเดียว" กับ "มวลชน" เพื่อชี้ให้เห็นความเสื่อมของรัฐ:

• ถ้าให้ประโยชน์คนเพียงคนเดียว (คนชั่ว/คนโปรด) แต่ทำร้ายคนร้อยคน ประชาชนจะหนีออกจากเมือง

• ถ้าให้ประโยชน์คนเพียงคนเดียว แต่ทำร้ายคนหมื่นคน ประชาชนในรัฐจะคิดเรื่องการแตกแยกกระจัดกระจาย

• ในทางกลับกัน หาก "กำจัดคน (ชั่ว) เพียงคนเดียว" เพื่อให้ประโยชน์แก่คนหมื่นคน รัฐบาลจะไม่เกิดความวุ่นวาย

ในมุมมองของหวงสือ "คนดีเพียงคนเดียว" ไม่ใช่แค่ปัจเจกบุคคล แต่เป็น สัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมและระบบคุณธรรมของรัฐ การทำร้ายคนดีเพียงหนึ่งคนจึงเท่ากับการทำลายระบบดึงดูดคนเก่งทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมถอยที่แก้ไขไม่ได้ในระยะยาว



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น