คัมภีร์ "สามกลยุทธ์ของหวงสือ" หวงสือมองว่าการกระทำต่อ "คนดี" หรือ "ผู้มีความสามารถ" เพียงคนเดียวนั้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเสื่อมหรือความเจริญของรัฐ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้
1. ผลกระทบระยะยาวถึง "สามชั่วอายุคน"
หวงสือได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "หากใครทำร้ายคนดี ความหายนะจะแผ่ขยายไปถึงสามชั่วคน"
• เหตุผล: การทำร้ายคนดีเพียงคนเดียวเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังคนเก่งคนอื่นๆ ทั้งแผ่นดิน เมื่อคนดีถูกทำร้าย คนเก่งคนอื่นจะหวาดกลัวและหลีกหนี ส่งผลให้รัฐขาดแคลนบุคลากรคุณภาพในการบริหารไปอย่างยาวนาน
2. คนดีคือ "ลำต้น" ของรัฐ
คัมภีร์เปรียบเทียบว่า "คนที่มีบุคลิกภาพและความกล้าหาญคือลำต้นของรัฐ" ส่วนประชาชนทั่วไปคือราก
• การทำลายหรือทำร้ายคนดีเพียงคนเดียวจึงเปรียบเสมือนการทำลายแกนหลักที่ค้ำจุนรัฐ หากลำต้นถูกทำลาย รัฐย่อมไม่อาจตั้งอยู่ได้
3. การปิดบังคนดีนำมาซึ่งภัยแก่ตนเอง
นอกจากการทำร้ายแล้ว หวงสือยังเตือนว่า "หากใครปกปิดคนดี เขาจะได้รับอันตรายเอง หากใครอิจฉาคนดี ชื่อเสียงของเขาจะไม่สมบูรณ์"
ในทางกลับกัน ผู้นำที่เร่งส่งเสริมและยกย่องคนดี จะได้รับพรที่ไหลไปสู่ลูกหลาน เพราะเป็นการสร้างรากฐานความศรัทธาและความมั่นคงให้กับราชวงศ์
4. สมการ "หนึ่งคน" กับ "คนหมู่มาก"
หวงสือใช้หลักการเปรียบเทียบผลกระทบระหว่าง "คนเดียว" กับ "มวลชน" เพื่อชี้ให้เห็นความเสื่อมของรัฐ:
• ถ้าให้ประโยชน์คนเพียงคนเดียว (คนชั่ว/คนโปรด) แต่ทำร้ายคนร้อยคน ประชาชนจะหนีออกจากเมือง
• ถ้าให้ประโยชน์คนเพียงคนเดียว แต่ทำร้ายคนหมื่นคน ประชาชนในรัฐจะคิดเรื่องการแตกแยกกระจัดกระจาย
• ในทางกลับกัน หาก "กำจัดคน (ชั่ว) เพียงคนเดียว" เพื่อให้ประโยชน์แก่คนหมื่นคน รัฐบาลจะไม่เกิดความวุ่นวาย
ในมุมมองของหวงสือ "คนดีเพียงคนเดียว" ไม่ใช่แค่ปัจเจกบุคคล แต่เป็น สัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมและระบบคุณธรรมของรัฐ การทำร้ายคนดีเพียงหนึ่งคนจึงเท่ากับการทำลายระบบดึงดูดคนเก่งทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมถอยที่แก้ไขไม่ได้ในระยะยาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น