วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569

 นี่เป็นเรื่องราวนึงจากนักเรียนที่ดิฉันได้ยินแล้วอึ้ง

นักเรียน Ceo ท่านนี้เล่าว่า

สมัยก่อนที่เจ้าตัวเริ่มทำงาน 

เจ้าตัวก็ทำงานแล้วก็ส่งเงินให้พ่อแม่บ้าง

แล้วหลายๆ ครั้งมีวันนึง 

แม่เจ้าตัวก็โทรมาขอเงิน 

ซึ่งครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น

ดิฉันก็อึ้งมากเช่นกัน ตอนที่ได้ยิน

แม่นักเรียนบอกว่า 

'เนี่ย คนข้างบ้านแม่นะเงินเดือน 2 หมื่น

แต่รู้ไหมเขากตัญญูให้เงินแม่เขาตั้ง 15,000 !!!"

นักเรียนก็นึกในใจเลยว่า แล้วอีนั่นมันเอาไรแดกกกกกก

ซึ่งหลายครั้งที่ดิฉัน

นั่งฟังนักเรียนหลายคนพูด 

คือ ถ้าพ่อแม่เอาเงินเดือนหมดได้ก็คงเอาไปแล้ว

แล้วที่น่าเกลียดมาก

และพ่อแม่แบบนี้พูดแบบไม่อายปากกันคือ

ไม่คิดต่อเลยว่า ลูกจะอยู่ต่อยังไง 

ใช้ชีวิตยังไง ดำรงชีวิตต่อได้อย่างไม่เดือดร้อนไหม

นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่า 

พ่อแม่หลายคน

มองลูกเป็น 'สิ่งของ' หรือ 'ทรัพย์สิน' !!

เพราะสิ่งที่พ่อแม่แบบนี้แคร์คือ

 'เงิน' และ 'ความสบาย' ของตัวเอง

และการที่พ่อแม่แบบนี้

 กล้ามองลูกเป็นสิ่งของ

 ก็ชัดเจนว่า 'ไม่เคยมีความรัก' ให้กับลูก

คนที่สิ้นหวังเช่นพ่อแม่แบบนี้ 

สามารถทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ 'ปลอมว่ารัก' ก็ทำได้

เหมือนแฟนที่ชอบเกาะแดกเลยเนอะ

นี่ยังไม่รวมเคสคนอื่นๆ ที่ 

บอกให้ลูกไปใช้หนี้แทนตัวเองและคนอื่น

เพราะความรัก

ไม่เคยต้องแลกด้วย

การเอาชีวิตของอีกคนมาเป็นหลักประกัน

และความกตัญญู

ไม่ควรต้องแลกกับการที่ลูก “ไม่มีชีวิตของตัวเอง”

ถ้าการเป็นพ่อแม่

ต้องทำให้ลูกอยู่ไม่รอด

นั่นไม่ใช่ความรัก

แต่มันคือการเอาตัวรอดบนชีวิตของคนอื่น

หรือสำนวนที่ว่า

'ทำนาบนหลังคน'



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น