…
ไม่มีพ่อแม่คนไหนเลี้ยงลูกได้สมบูรณ์แบบ ทุกคนล้วนเคยทำพลาดระหว่างทาง แต่มีบางพฤติกรรมที่หากทำซ้ำ ๆ อาจกลายเป็นพิษต่อหัวใจและการเติบโตของลูกโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงการให้ลูกดูจอนานเกินไป หรือทำอาหารง่าย ๆ ให้กิน แต่คือรูปแบบการปฏิบัติที่เกิดซ้ำและส่งผลให้ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย อับอาย หรือหมดคุณค่าในตนเอง
พ่อแม่บางคนรักลูกมากจนอยากกำหนดทุกอย่างในชีวิตให้ ทั้งทางเรียน ทางกีฬา หรือทางอาชีพ แต่เมื่อรักกลายเป็นการควบคุม ลูกจะไม่มีโอกาสได้เติบโตตามทางของตนเอง การปล่อยให้ลูกได้เลือกและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขาเอง คือหนทางสร้างความมั่นใจและอิสรภาพภายในใจลูก
โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความขัดแย้งหรือหย่าร้าง การทำให้ลูกต้องเลือกข้างคือการสร้างบาดแผลที่ลึกที่สุด ลูกไม่ควรถูกดึงเข้าไปในปัญหาของผู้ใหญ่ เพราะจะทำให้เขาเต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกผิดโดยไม่จำเป็น
เมื่อพ่อแม่ปฏิเสธสิ่งที่ลูกเห็นหรือรู้สึก เช่น พูดว่า “หนูคิดมากไปเอง” หรือ “มันไม่ได้เกิดขึ้น” นั่นคือการทำให้ลูกสงสัยในความจริงของตัวเอง เด็กจะเริ่มไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของตนมีคุณค่าหรือไม่ และค่อย ๆ สูญเสียความไว้วางใจในตัวเอง
การเฝ้าติดตามทุกการเคลื่อนไหวของลูก หรือสั่งทุกอย่างให้เป็นไปตามที่เราต้องการ อาจดูเหมือนความห่วงใย แต่แท้จริงแล้วมันสะท้อนความกลัวและความไม่มั่นคงของพ่อแม่เอง สุดท้ายลูกจะเรียนรู้ที่จะปิดบัง แทนที่จะเปิดใจกว้าง
บางครั้งพ่อแม่อาจพยายามโน้มน้าวให้ลูกทำในสิ่งที่เห็นว่าถูก ด้วยการทำให้ลูก “รู้สึกผิด” แต่นั่นกลับทำให้เด็กไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง และเรียนรู้ที่จะซ่อนการตัดสินใจไว้ลึก ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหวังจากพ่อแม่
พ่อแม่ที่โกรธง่าย เงียบ ๆ หรือผลักไสลูกเวลาไม่พอใจ ทำให้เด็กไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง เพราะต้องคอยระวังอารมณ์ของผู้ใหญ่ ทั้งที่เด็กต้องการความมั่นคงทางอารมณ์ เพื่อเรียนรู้วิธีรับมือกับความรู้สึกในชีวิตจริงอย่างมีสติและไม่กลัว
คำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เช่น “วันนี้ดูดีจัง” หรือ “ชุดนี้ไม่เหมาะกับรูปร่างนะ” อาจกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้เด็กมองคุณค่าตัวเองผ่านรูปร่าง การส่งสายตาหรือพูดถึงการกินของลูกต่อหน้าใคร ๆ สามารถฝังความอับอายในใจ และนำไปสู่ปัญหาภาพลักษณ์ในอนาคต
เมื่อพ่อแม่เล่าปัญหาส่วนตัวให้ลูกฟังมากเกินไป หรือไม่เว้นพื้นที่ส่วนตัวให้เด็ก เด็กจะไม่รู้ว่าควรเว้นระยะอย่างไรให้รู้สึกปลอดภัย ทำให้ไม่รู้วิธีปกป้องตัวเอง และอาจกลายเป็นคนที่ยึดติดหรืออยากหนีห่างจากความสัมพันธ์ในอนาคต
คำพูดอย่าง “หนูทำให้ทุกคนไม่สบายใจ” หรือ “พอหนูอยู่ บรรยากาศก็แย่” ทำให้เด็กเชื่อว่าการมีอยู่ของเขาเป็นภาระ การเติบโตภายใต้เงาแบบนี้ทำให้ลูกมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
หากพ่อแม่พบว่าตัวเองมีพฤติกรรมบางข้อในนี้ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเกินไป เพราะการ “รู้ตัว” คือก้าวแรกของการแก้ไข การตั้งคำถามกับที่มาของพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งมักสืบเนื่องจากวัยเด็กของเราเอง ช่วยให้เราเข้าใจตนเองมากขึ้น และสามารถขอโทษลูกได้อย่างจริงใจ
เมื่อพ่อแม่กล้ายอมรับความผิดพลาด แสดงให้ลูกเห็นว่ากำลังพยายามเปลี่ยนแปลง และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น นั่นไม่เพียงเป็นการเยียวยาลูก แต่ยังเป็นการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกอย่างแท้จริงนะคะ
สรุปและเรียบเรียง โดย แม่ดวงค่ะ
…
ที่มา : 9 Toxic Parenting Habits That Are Hurting Your Child’s Development By Wendy Wisner - ParentCom

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น