วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

 "คลั่งดารา ระวัง! สมองถดถอย"

ดาราขายอะไร ก็ซื้อหมด ตามดาราจนเค้าทำอะไรก็เห็นคล้อย สมองติดหนึบ ยังกับแตงเม ขายอาหารเสริม ขายครีม ซื้อมา ดีจริงเปล่า เนี่ย ไม่ได้คิด 

ติดดารา ดูเหมือน ไม่มีอะไร เนอะ แต่พอดี อ่าน article อันนึง แล้ว มันมีแฮะ มันทำให้สมองมันถดถอย 

คนก็คงคิดว่า แปลก แต่มันจริงนะ

การชื่นชมศิลปินที่เราเรียกว่า "ติ่ง" นั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นความสุขทางใจที่ช่วยหลั่งโดพามีนให้ชีวิตมีสีสัน แต่ถ้าความรักนั้นพุ่งสูงจนถึงขั้น "คลั่งไคล้" (Celebrity Worship) สมองกำลังถูกยึดพื้นที่ จนอาจทำให้ทักษะการตัดสินใจในชีวิตจริงถดถอยลงได้

รักไม่คิด ทำตามเป็นสาวก สมองเลือกใช้ "ทางลัด" ทุ่มเทให้คนดังมากเกินมัน เชื่อมโยงกับการตัดสินใจที่บกพร่อง? คำตอบซ่อนอยู่ในธรรมชาติของสมองที่มักเป็น "สมองขี้เกียจ" (Cognitive Miser) 

ต้องเข้าใจ สมองของเราชอบทางลัดเพื่อประหยัดพลังงานในการคิดวิเคราะห์ เมื่อเราคลั่งไคล้ใครมากๆ มักเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Halo Effect" หรือ "ปรากฏการณ์แสงรัศมี" คือเราจะเหมาเข่งไปว่า: "ในเมื่อเขาหน้าตาดี มีชื่อเสียง สิ่งที่เขาเลือก สิ่งที่เขาพูด หรือสิ่งที่เขาสนับสนุน ก็ต้องถูกต้องและดีงามที่สุดด้วย" ดาราพูดอะไร ก็ดี ดาราทำอะไรก็งาม ไม่ต้องไปคิดแล้ว

การตัดสินใจโดยอาศัย "ความเชื่อมั่นในตัวดารา" เป็นทางลัดที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เหมือนคุณใช้ "GPS ดารา" นำทางตลอดเวลา จนลืมไปแล้วว่าถ้าต้องอ่านแผนที่ด้วยตัวเอง คุณต้องเริ่มจากตรงไหน 

งานวิจัยนี้ ชี้: สมองส่วนคิดวิเคราะห์กำลังถูกบั่นทอน การศึกษาในวารสาร BMC Psychology ที่พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับความคลั่งไคล้คนดังสูง กับ คะแนนการทดสอบความสามารถในการรู้คิด (Cognitive Performance) ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ 

มาดูข้อมูลกัน

ชื่องานวิจัยว่า Celebrity worship and cognitive skills revisited: applying Cattell’s two‑factor theory of intelligence in a cross‑sectional study

เผยแพร่ในวารสาร BMC Psychology ปี 2021

เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง “การคลั่งไคล้คนดัง” กับ “ทักษะด้านสติปัญญา” (Cognitive skills)

ใช้ทฤษฎีความฉลาด 2 ด้านของ Cattell คือ

ความรู้เชิงถาวร (Crystallized Intelligence) → วัดด้วยแบบทดสอบคำศัพท์ และ ความฉลาดเชิงกระบวนการ (Fluid Intelligence) → วัดด้วยแบบทดสอบสัญลักษณ์ตัวเลข

ใช้แบบสอบถามออนไลน์กับกลุ่มตัวอย่างชาวฮังการี 1,763 คน

อายุเฉลี่ย 37 ปี เพศชาย ~66%

ทุกคนทำแบบทดสอบ 2 ด้าน: Vocabulary Test (วัดความรู้/คำศัพท์)

และ Digit Symbol Test (วัดความเร็ว/ความแม่นยำเชิงกระบวนการคิด)

ประเมินระดับ “การคลั่งดารา” ด้วย Celebrity Attitude Scale

คนที่มีระดับ Celebrity Worship สูง → มีแนวโน้มได้คะแนนต่ำกว่าในแบบทดสอบทั้งสองด้าน

หมายความว่า: ความคลั่งไคล้ดารา อาจสัมพันธ์กับ “การคิดวิเคราะห์ที่ลดลงเล็กน้อย” จริง

แม้ไม่ถึงขั้น “โง่ลง” แต่ก็เป็นสัญญาณว่า สมองกำลังถูกใช้ทรัพยากรไปในทางที่ไม่สร้างสรรค์เท่าไหร่

....

สมองส่วนหน้า ที่ใช้คิดตัดสินใจ มันมี capacity จำกัด หากสนใจเรื่องหนึ่งมาก ๆ มัน overload ก็ทำงานอื่น ช้า สมองเฉื่อย ไม่โง่ แต่เฉื่อย ตัดสินใจแย่

ดังนั้น หาก ยึดติดอะไรมาก ๆ ความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility) ในการเปลี่ยนมุมมองหรือปรับวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตจริงจึงลดลงตามไปด้วย คือ แล้ว มันจะไปแก้ปัญหาอื่น ได้ดีเหรอ สมองมันเต็มไปแล้ว

จากแฟนคลับสู่ "เหยื่อไม่ยั้งคิด" 

ปัญหาใหญ่คือ การตัดสินใจที่บกพร่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกซื้อเครื่องสำอางตามดารา แต่รวมถึงเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง เช่น: 1. การลงทุน: ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการลงทุนที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือซื้อเหรียญดิจิทัลตามที่ดารา/อินฟลูเอนเซอร์แนะนำ โดยไม่ได้ตรวจสอบความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบด้าน 2. สุขภาพ: ลองอาหารเสริมที่โฆษณาเกินจริง หรือทำตามคำแนะนำด้านสุขภาพที่ไม่ได้รับการรับรองจากแพทย์ เพราะถูกชักจูงด้วยความน่าเชื่อถือที่ถูกสร้างขึ้น (Halo Effect) คือ สมองโดนยึดอำนาจการตัดสินใจไปแล้ว เหตุผลจะลดลง 

 3 วิธี "กู้คืน" อำนาจการตัดสินใจให้สมอง การชื่นชอบศิลปินเป็นเรื่องที่สวยงามครับ เราแค่ต้อง "ติ่งอย่างมีสติ" โดยการฝึกสมองให้กลับมาเป็นอิสระดังนี้

1. หยุด (Pause) และตั้งคำถาม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหรือเชื่อตามอะไรก็ตาม ลองถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆ ว่า "ถ้าคนนี้ไม่เป็นดารา เราจะยังเชื่อ/ยังซื้อไหม?" การหยุดคิดสั้นๆ นี้จะช่วยดึงสมองส่วนเหตุผลกลับมาทำงานทันที 

2. แยก "บทบาท" ให้ออก จงชื่นชมเขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความบันเทิงและการแสดง แต่จงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในเรื่องสำคัญอื่นๆ (เช่น ปรึกษาหมอเรื่องสุขภาพ ปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินเรื่องการลงทุน) 

3. ลงทุนกับ "ตัวเอง" หากคุณใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการติดตามชีวิตคนดัง ลองจัดสรรเวลาเพียง 15 นาที เพื่อทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้สมองคุณโดยตรง เช่น การอ่านหนังสือ การนั่งสมาธิ หรือการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

ไม่ใช่บอกว่า ไม่ต้องติดตามนะ อจ ก็ติดตาม แต่ มีสตินิดนึง ไม่ใช่ เออ ออ ไปหมด ยิ่งวัยรุ่น ยิ่งแล้ว เพราะอารมณ์มันเยอะกว่าเหตุผลไง สมองเอ๋อไปหมด ไม่ดีครับ 

- อจ สุรัตน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น