ทิศทางชนะความเร็ว: ศิลปะของการลงมือทำอย่างฉลาด
ต่อยอดจาก content นี้ค่า
[https://www.facebook.com/share/p/19gV1FEgLj/](https://www.facebook.com/akharavat/posts/pfbid024Gp4eyffNUy3yDUgqhv3Q16K3cbj1DLyGdXxeA7HAf7kkVdzQu8nWKSao5WciLJhl?__cft__[0]=AZVVMnqbsUnuIf9wQauLmbHHKcduECU9Xs6w6hN1e1mH98jqhajxlz0_OlOk1XcRc-pfCgHnMNGcxz1_6RtYlqOnxUc7UnSJ2tJ8XScqHBY0yEnB9e-mnGkrHiDoPAEUm9M9xKtAIzx7ejo3KxclajRJ3fMFkMtlfyNTLsekaowW7UOYRLwtVx8KUmPqwzyIO9QegsN13dW2k66BQBrL0vBrk_Gb37NMyPTBmIepMx37vQ&__tn__=-UK-y-R)
เห็นด้วยสุดๆ กับเรื่องการต้อง "ลงมือทำ" เพราะไม่ทำ = ไม่มีผลลัพธ์
แต่เองอยากเสริมอีกมุมนึง ที่มัน "ลึกซึ้ง" กว่าที่คิด
ความเร็วดี แต่ทิศทางสำคัญกว่า
ลองนึกภาพ: คุณขับรถไป 200 กม./ชม. แต่เข้าทางด่วนสายผิด
VS
ขับ 80 กม./ชม. แต่ไปถูกทาง
ใครถึงเป้าก่อนคะ ?
----------------------------
ปัญหาของการ "ทำโง่ๆ ไปก่อน" แล้วค่อยฟัง feedback ทีหลัง
1. Data ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด
ยกตัวอย่าง:
- แอพคุณมี conversion 30%
- อีก 70% หายไปไหน? ทำไมไม่ซื้อ?
- Data แค่บอกว่า "เขาไม่ซื้อ" แต่ไม่บอกว่า "ทำไม" = สาเหตุลึกๆในใจของลูกค้า
เพราะ Data เห็นแค่พฤติกรรม ไม่เห็น Motivation
2. Feedback ผิวๆ นำไปสู่ทางตัน
ถามลูกค้าเอง ได้คำตอบแบบนี้:
- "แพงไป" (แพงเท่าไหร่? เทียบกับอะไร?)
- "ของไม่ดี" (ไม่ดียังไง? ด้านไหน?)
- "ร้านอาหารไม่หลากหลาย" (เพิ่มอีก 100 ร้าน แต่ไม่ตรง taste ก็ไร้ประโยชน์)
Garbage Question = Garbage Answer = Garbage Strategy = Disaster
3. วนอยู่ในเขาวงกตไม่รู้จบ
เคยเห็นไหมคะ คนที่:
- ทำมา 2-3 ปี ยอดไม่โต
- เปลี่ยนโฆษณาทุกอาทิตย์ แต่ยังไม่ work
- ลองทุกอย่างแล้ว แต่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
เพราะไม่รู้ Root Cause แก้แค่ Symptom
เหมือนพวกปวดหัว กินแค่พารา ปรากฎว่าเป็นโรคชนิดอื่นๆ มีคนเป็นแบบนี้เยอะมากๆๆๆๆๆๆ
-------------------------------
คำตอบคือ: Speed + Direction คือสิ่งที่สำคัญ
-------------------------------
อย่าทำ:
- นั่งวางแผน หลายปี ไม่ลงมือ = ช้าเกินไป
- รีบลงมือทำแต่ไม่คิดวิเคราะห์อะไร = เร็วแต่ตาบอด = หายนะ
ให้ทำแบบนี้:
1. ใช้เวลา 20% ทำการบ้านก่อน
- Consumer Insight แค่พอเข้าใจ Pain Points จริงๆ
- ดูคู่แข่งทำอะไร ทำไมเขาชนะ/แพ้
- หา Positioning ที่ชัดเจน
2. ใช้เวลา 80% ลงมือทำและปรับ
- Launch MVP เร็ว แต่มี Direction
- เก็บ Feedback อย่างเป็นระบบ
- ถามคำถามที่ขุดลึก ไม่ใช่คำถามผิวๆ
-----------------------------
เปรียบเทียบง่ายๆ
นักมวยมือใหม่ 2 คน:
คนที่ 1: "ไอ้โง่"
- ขึ้นเวที ชกสุ่มเลย
- ไม่ศึกษาคู่ต่อสู้
- ไม่มีแผน
- โดนน็อครอบแรก ไม่มีโอกาสแก้ตัว
คนที่ 2: "ฉลาดแบบมีสมอง"
- ดูคลิปคู่ต่อสู้ 2 ชั่วโมง (ไม่ใช่ 2 เดือน)
- รู้จุดอ่อนพื้นฐาน
- มีแผนหยาบๆ
- มีโอกาสชนะ หรือแพ้แบบมีสติ รู้ว่าจะปรับอะไรได้ทัน
Fail Fast, Learn Fast... แต่อย่า Fail Stupid !!!!
ตัวอย่างสมมุติ:
Startup A (Fail Stupid):
- ลงทุน 5 ล้าน ทำแอพ delivery อาหาร
- ไม่ศึกษาว่าตลาดอิ่มตัวแล้ว
- ไม่มี Unique Value
- ล้มเหลวภายใน 6 เดือน เสียเงิน เสียเวลา
Startup B (Fail Smart):
- ใช้เวลา 1 สัปดาห์ สัมภาษณ์ลูกค้าเชิงลึก
- พบว่า Pain Point จริงคือ "ส่งช้า" ไม่ใช่ "ราคา"
- ทดลองด้วย MVP แค่ 200k
- ล้มเหลวใน 3 เดือน แต่รู้ว่าทำไม พร้อม Pivot
ทั้งคู่ล้ม แต่ใครได้บทเรียนมากกว่า?
------------------
กติกาแห่งชัยชนะ
1. Direction ก่อน Speed
- ใช้เวลาหาทิศทางคร่าวๆ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ
2. Speed เมื่อเจอทิศทาง
- พอรู้ทางแล้ว วิ่งเต็มสปีด
3. Insight เข้าใจสาเหตุ Data เข้าใจอาการ
- Data บอกว่า "อะไรเกิดขึ้น"
- Insight บอกว่า "ทำไมมันเกิด"
4. ถามคำถามที่ใช่
- ไม่ใช่ "ทำไมไม่ซื้อ?"
- แต่เป็น "อะไรที่ทำให้คุณลังเลก่อนซื้อ? อะไรทึ่สำคัญในชีวิตคุณ อะไรที่เป็นปัญหาที่คุณอยากแก้ที่สุด เกี่ยวกับการใช้ product?"
--------------------
บทสรุป: จงเป็นทั้งไอ้โง่และคนฉลาด
- เป็นไอ้โง่ ---- ในการกล้าลงมือทำเร็ว
- เป็นคนฉลาด---- ในการเลือกทิศทางที่ถูก
คำถามสุดท้าย:
คุณจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ 300%
หรือจะรีบลงมือเลย แล้วเสี่ยงขาดทุนหลายล้าน?
เองเลือกข้อแรก
เพราะเวลา 1 สัปดาห์ถูกกว่าเงินหลายล้านค่ะ
-------
ช่วยส่งให้คนที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจเถอะ :
ลงมือทำเลยนั้นสำคัญ... แต่อย่าลืมเปิด Google Maps ก่อนออกจากบ้านนะคะ !!!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น