วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

 

เรื่องสั้น: kill
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther  PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและเพราะถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เอาผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าข้างขวาอยู่คลายออกมาพันลูกบิดประตูไว้จนหุ้มทั้งลูกบิดไปทั้งลูกแล้วหมุนลูกบิดช้าๆเปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร  นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ  นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน  นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่แบบช้าๆไม่รีบเร่งและเปิดประตูรั้วให้เงียบที่สุด นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป
ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพักหยิบปืนWalther PPKออกจากซองปืนถอดแม็กกาออกเอากระสุนที่ค้างอยู่ในรังเพลิงหนึ่งนัดออกถอดที่เก็บเสียงออกจากปากกระบอกปืนWalther PPKออก เปิดฐานของกระเป๋าเดินทาง เอาปืนWalther PPKกับแม็กกาซีนที่เหลืออยู่หกนัดนั้นและที่เก็บเสียงเก็บเจ้าไปในฐานกระเป๋าเดินทางแล้วปิดฐานกระเป๋าเดินทาง พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทาง นักฆ่านิรนามพร้อมสัมภาระทั้งหมดเปิดประตูออกจากห้องปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง 
นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าขอใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคนมีวงเล็บคำว่าหัวหน้าหลังชื่อเป้าหมายคนบนสุด เป็นแก๊งๆหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้นมีคำว่าหัวหน้าอยู่ในรูปของเป้าหมายคนแรก-ที่อยู่ของเป้าหมายคนที่เป็นหัวหน้าบอกด้วยว่าเป็นที่อยู่ของแก๊งด้วย-พร้อมบอกว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยที่อยู่ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง นักฆ่านิรนามเขียนตอบตกลงรับงานส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น นักฆ่านิรนามเปิดแอปGoogle Mapsค้นหาที่อยู่ทั้งของแก๊งสิบเก้าคนทั้งของบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะไปแล้วเช็กเวลาที่ใช้เดินทางจากที่นี่ไปยังจุดหมายปลายทางทั้งสองแห่ง จากที่นี่ไปบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปนั้นไวกว่าใช้เวลาสั้นกว่า ในขณะที่เวลาเดินทางจากที่นี่ไปยังที่อยู่ของแก๊งนั้นช้ากว่าใช้เวลามากกว่า นักฆ่านิรนามเช็กหาที่พักใกล้ๆบ้านหลังนั้นที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเจอบ้านพักแห่งหนึ่งอยู่ใกล้กับบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปที่สุดแล้วแคปหน้าจอไว้ แล้วนักฆ่านิรนามก็กดปุ่มล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงข้างขวาแล้วรูดซิปกระเป๋ากางเกง นักฆ่านิรนามเดินไปหารถแท็กซี่ ขึ้นรถแท็กซี่รูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ให้คนขับไปที่บ้านพักหลังนั้นแล้วเก็บโทรศัพท์แล้วรูดซิป เมื่อไปถึง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบเอากระเป๋าเงินลายสก๊อตขึ้นมาแล้วจ่ายเงินเยนให้แท็กซี่ นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่พร้อมของทั้งหมดแล้วไปเช็กอินเข้าบ้านพัก นักฆ่านิรนามใช้กล้องส่องทางไกลส่องบ้านหลังนั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็เปิดกระเป๋าเดินทาง ปลดกระดุมเสื้อตัวดำตัวที่นักนิรนามใส่อยู่ถอดเสื้อตัวดำออก ถอดถุงเท้าสีดำออกจากเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงออกมาจากกระเป๋าเดินทางเปลี่ยนถอดกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปมาใส่กางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงที่เขาเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทางนั้น หยิบเสื้อสีดำมีกระดุมออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่ามีแขนยาวออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบรองเท้าแตะสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบกระเป๋าสะพายไหล่ที่มีช่องหลายช่องออกมาจากกระเป๋าเดินทาง นักฆ่านิรนามพับเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวยัดลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ ยัดวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงลงไปในช่องใหญ่ช่องเดียวกันที่ยัดใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวในกระเป๋าสะพายไหล่ หยิบเสื้อชุดลำลองแขนยาวคอกลมของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวและเสื้อสีดำมีกระดุมนั้น หยิบกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงนั้น ใส่รองเท้าแตะสีดำ รูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้หยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำที่มีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้ออกมาใส่ลงไปในช่องเล็กของกระเป๋าสะพายไหล่ที่ด้านหน้า แล้วเอากระเป๋าสะพายไหล่นั้นขึ้นสะพายไหล่ เดินออกจากบ้านพัก  แล้วไปเดินผ่านบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา เดินไปที่หน้าบ้านแล้วเดินผ่านไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วกินอาหารเดินไปซื้อข้าวปั้นมาหกก้อนจากร้านร้านหนึ่ง แล้วเดินออกมาจากร้านอาหารเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามไปแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่หน้ากำแพงซึ่งกำแพงนั้นมีต้นไม้หลายต้นขึ้นเรียงอยู่ด้านหน้ากำแพงนั้น นักฆ่านิรนามมองรอบบริเวณนั้นไม่มีคนอยู่ในทั้งแปดทิศรอบบริเวณนั้นแล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกเผยให้เห็นเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว ถอดกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกเผยให้เห็นกางเกงขายางสีดำสำหรับผู้หญิง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่มาใส่ไว้ที่หัวแล้วหยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามยัดเสื้อคอกลมแขนยาวชุดลำลองของเขากับกางเกงขายาวชุดลำลองเขายัดเข้าไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามก็ใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวคลุมตัวเขาไว้ แล้วเดินกลับมาผ่านบ้านหลังนั้นแล้วชำเลืองไปมองจากด้านข้างไปถึงด้านหลังเดินผ่านหน้าบ้านแล้วมองดูที่หน้าบ้านตั้งแต่ลานบ้าน,ประตูรั้ว,ประตูบ้าน,ระเบียง,หน้าต่าง,หลังคา,กำแพงแล้วก็เดินกลับไปซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมนักฆ่านิรนามชำเลืองมองหันหัวไปดูรอบสามร้อยหกสิบองศาไม่มีคนอยู่แถวนั้นไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งซ้ายไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งขวาไม่มีคนจากอีกฝากจะข้ามถนนมานักฆ่านิรนามก็ถอดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้ถอดเสื้อสีดำมีกระดุมออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้หยิบเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่แล้วใส่เสื้อชุดลำลองคอกลมของเขาทับเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว หยิบกางเกงชุดลำลองขายาวของเขาออกมาแล้วใส่ทับกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิงนั้นแล้วยัดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาว,เสื้อสีดำมีกระดุม,วิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพาย แล้วเดินกลับเข้าบ้านพักแล้วเอาข้าวปั้นไปเก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน,ถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปบ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น พร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออก หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROมาสองกระบอก หยิบถุงใส่กระสุน10mm autoไว้ในแม็กกาซีนรูปร่างกลมสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละห้าสิบนัด และใส่กระสุน10mm autoลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบนัด แล้วนักฆ่านิรนามใส่แม็กกาซีนแบบแท่งเข้าไปในปืนBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอก นักฆ่านิรนามหยิบถุงกระสุน9×19  parabellumแล้วหยิบกระสุน9×19 parabellumออกจากถุงใส่ลงไปในแม็กกาซีนกลมสองแม็กกาซีน แม็กกาซีนละห้าสิบนัด ใส่กระสุน9×19 parabellumลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบห้านัด และนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBeretta 93Rกระบอกหนึ่งกับพานท้ายโพลีเมอร์แท่งยาวสีดำออกมา บรรจุแม็กกาซีนหนึ่งในสองแม็กกาซีนที่พึ่งบรรจุกระสุน9×19 parabellumไปเมื่อกี้เข้าไปในปืนBeretta 93R ขึ้นลำปืนทั้งBrügger & Thomet APCสองกระบอกและBeretta 93Rหนึ่งกระบอกแล้วเก็บปืนทั้งหมดและแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนแล้วทั้งหมดไว้ในชั้นสองของกระเป๋าเดินทางอย่างเดิม ปิดชั้นสองของกระเป๋าเดินทางทับด้วยชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางแล้วปิดกระเป๋าเดินทา แล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อผ้าออกวางไว้กับเตียงนุ่งผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เสร็จแล้วออกมาจากห้องน้ำใส่ชุดลำลองเดินไปเปิดตู้เย็นกินข้าวปั้นก้อนหนึ่ง  
วันต่อมาเวลาเที่ยงภายในบ้านหลังนั้นที่เป็นเป้าหมายที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา แก๊ง19คนรวมทั้งตัวหัวหน้าปีนประตูรั้วเข้าไปในบ้าน สองคนเดินไปยืนอยู่ข้างๆประตูบ้านคนละข้างหันหลังให้ผนัง อีกสองคนเดินไปซ่อนอยู่ข้างๆประตูรั้วคนละข้าง อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างขวา อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างซ้าย ตัวหัวหน้าแก๊งเปิดประตูบ้านหลังนั้นแล้วเข้าไปในบ้าน สี่คนเดินตามตัวหัวหน้าเข้าประตูบ้านเข้าไปชั้นที่หนึ่งของบ้าน แปดคนเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นที่สองของบ้าน ตัวหัวหน้าเดินไปเจอยูคิ อาโออิ สาวญี่ปุ่น เธอเกิด27 มีนาคม ค.ศ.1992 เป็นนักพากย์ ชอบsailor moon ชอบtransformers คุ้นเคยกับtransformersและของเล่นผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นเกม ชอบเกมThe Legend of Zelda : Ocarina of Timeมากที่สุด ชอบสัตว์ขนาดเล็ก เลี้ยงชิปมังก์และแมวมันช์กินไว้บ้าน มีความสามารถพิเศษในการวาดรูปด้วยอุปกรณ์ศิลปะหลากสี เธอมีงานอดิเรกเป็นการเขียนหนังสือและวาดรูป ใบหน้ากลมโต ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มแล้วน่ารัก ถ้ายิ่งใส่แว่นตากลมๆโตๆก็ยิ่งน่ารัก ผมสีดำ สูง140เซนติเมตร กรุ๊ปเลือดA เดินออกมาห้องครัวมาที่ห้องนั่งเล่น ตัวหัวหน้าแก๊ง19คนวิ่งเข้าไปหายูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ตัวหัวหน้าวิ่งเข้าไปทันเข้าหลังยูคิ อาโออิ ใช้แขนทั้งสองข้างโอบตัวยูคิ อาโออิ ทับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วยกยูคิ อาโออิจนตัวลอย แล้วตัวหัวหน้าของแก๊ง19คนก็ยกยูคิ อาโออิ เดินไปที่ห้องนอนห้องหนึ่งของชั้นหนึ่ง ใช้แขนขวาเปิดประตู แล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอนนั้นแล้วโยนยูคิ อาโออิลงไปบนที่นอนที่วางอยู่บนเตียงในห้องนอนห้องนั้น คนสี่คนในชั้นหนึ่งของบ้านนั้น คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างซ้าย คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างขวา อีกคนเดินไปยืนเฝ้าอยู่หลังประตูเข้าบ้าน อีกคนเดินเข้าไปยืนในห้องครัว คนแปดคนจากแก๊ง19คนที่อยู่ในชั้นที่สองของบ้านหลังนั้น สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำของชั้นสอง สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนของชั้นสอง หกคนยืนเฝ้าตรงบันได ฝ่ายนักฆ่านิรนามที่อยู่ในห้องใหญ่ของบ้านพักถอดชุดลำลองของเขาเปลี่ยนไปแต่งตัวใส่ชุดสูทธุรกิจ-เสื้อเชิ้ตสีขาว-เสื้อนอกสีดำ-กางเกงขายาวสีดำที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง ด้านในของเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่านั้นทำช่องเหมือนซองปืนไว้สำหรับใส่ปืน นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออกเผยให้เห็นชั้นสองของกระเป๋าเดินทางเอาปืนBrügger & Thomet APC PROที่ใส่แม็กกาซีนแบบแท่งไว้แล้วทั้งสองกระบอกออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทางปลดเซฟตี้ติดที่เก็บเสียงเข้ากับปากกระบอกปืนของBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอกแล้วเอาปืนBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอกนั้นใส่ลงไปในช่องใส่ปืนที่ด้านขวาในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาปืนBeretta 93Rกับพานท้ายแท่งยาวสีดำออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทาง เอาพานท้ายแท่งยาวสีดำนั้นต่อเข้ากับส่วนล่างของด้านหลังของด้ามปืนBeretta 93Rเปลี่ยนโหมดยิงของปืนBeretta 93Rจากโหมดยิงทีละนัดไปเป็นBurst Modeแล้วติดที่เก็บเสียงเข้ากับปากกระบอกปืนBeretta 93R แล้วเอาBeretta 93Rที่ต่อพานท้ายแล้วใส่ไปในช่องใส่ปืนที่ด้านซ้ายในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน10mm autoสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน10mm autoใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านขวาของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง แล้วนักฆ่านิรนามเอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านซ้ายของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง เปิดฐานกระเป๋าเดินทางออกหยิบปืนWalther PPKที่ซ่อนอยู่ในฐานกระเป๋าเดินทางออกมา แล้วนักฆ่านิรนามก็เอาเสื้อสีดำยาวถึงเข่านั้นใส่ห่มตัวเป็นเสื้อคลุม หยิบหมวกทรงสูงสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเครื่องเล่นMP3กับหูฟังออกมาจากกระเป๋าเดินทาง เสียบหูฟังเข้ากับเครื่องเล่นMP3 ใส่หูฟังเข้าไปในหูทั้งสองข้างแล้วกดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัด แล้วนักฆ่านิรนามก็ถอดหูฟังออก ทิ้งหูฟังไว้ แล้วนักฆ่านิรนามใส่หมวกทรงสูงสีดำ(ที่เอาออกมาจากกระเป๋าเดินทางเมื่อกี้นี้) เอาเครื่องเล่นMP3ใส่ลงไปในช่องด้านในข้างซ้ายของเสื้อคลุม แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินออกจากบ้านพักเดินไปจนถึงต้นไม้ที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารที่เขาเคยเข้าไปแล้วเดินวนกลับแล้วข้ามไปอีกฝั่งห่างจากบ้านยูคิ อาโออิ แล้วนักฆ่านิรนามเดินเข้าไปอยู่ข้างบ้านด้านขวาของตัวบ้านแล้วเดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างขวา แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างซ้ายแล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องเล่นMP3ออกมาจากเสื้อคลุม กดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัดเสียงดังลั่น แล้วเดินเลียบกำแพงไปที่หลังบ้านข้างซ้ายพร้อมเก็บเครื่องเล่นMP3 แล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROกระบอกหนึ่งออกมาจากช่องด้านในด้านขวาของเสื้อคลุม คนที่เฝ้าหลังบ้านข้างซ้ายก็เดินเข้าไปที่มุมกำแพงด้านซ้ายนั้น นักฆ่านิรนามปีนกำแพงแล้วเอาปืนBrügger & Thomet APC PRO ยิงหนึ่งนัดโดนหัวของคนเฝ้าหลังบ้านด้านขวาตายล้มลง แล้วยิงอีกหนึ่งนัดโดนเฝ้าหลังบ้านด้านซ้าย(ที่ตอนนี้อยู่ตรงมุมกำแพงหลังบ้านด้านซ้าย)ตายล้มลง แล้วนักฆ่านิรนามก็ข้ามกำแพงปีนลงมาลงหลังบ้านยูคิ อาโออิ แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินไปชิดผนังบ้านด้านหลังอยู่ข้างหน้าต่างห้องครัว(หน้าต่างห้องครัวเปิดอยู่) คนที่เฝ้าห้องครัวออกมาดูที่หน้าต่าง นักฆ่านิรนามหันไปพร้อมปืนBrügger & Thomet APC PROแล้วยิงหนึ่งนัดโดนหน้าผากคนเฝ้าห้องครัวตายล้มลง นักฆ่านิรนามปีนหน้าต่างห้องครัวลงห้องครัว นักฆ่านิรนามเดินไปแอบอยู่ข้างซ้ายของประตูห้องครัว นักฆ่านิรนามหันไปขวาชะเง้อออกไปพร้อมปืนBrügger & Thomet APC PROแล้วยิงโดนหัวคนเฝ้าหลังประตูเฝ้าบ้านตายล้มลง คนที่ยืนเฝ้าอยู่ทั้งสองข้างของห้องนอนบนชั้นหนึ่งของบ้านทั้งสองคนก็ผละออกจากห้องนอนเดินไปที่ห้องครัว นักฆ่านิรนามยิงปืนBrügger & Thomet APC PROยิงรัวไปสี่นัดโดนหัวทั้งสองคนตายล้มลง หัวหน้าแก๊งที่ตอนนี้คร่อมตัวยูคิ อาโออิอยู่ มือทั้งสองข้างของหัวหน้าแก๊งจับข้อมือทั้งสองของยูคิ อาโออิที่นอนหงายราบกับผ้าห่มและที่นอนและเตียงนอนอยู่ ขาทั้งสองข้างของหัวหน้าแก๊งคร่อมอยู่ด้านข้างของยูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิดิ้นไปมา ทั้งหัวหน้าแก๊งและยูคิ อาโออิที่กำลังดิ้นอยู่หยุดชะงักในตอนนั้น(ตอนที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนที่เฝ้า ชั้นที่หนึ่งของบ้านหมด) นักฆ่านิรนามเดินออกมาจากห้องครัว แล้วเดินเข้าไปห้องนอนของชั้นที่หนึ่งแล้วยิงปืนBrügger & Thomet APC PROหนึ่งนัดโดนกบาลหัวหน้าแก๊งที่คร่อมตัวยูคิ อาโออิอยู่ตายหน้าฟุบลงที่นอนข้างหัวข้างซ้ายของยูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิก็กรี๊ด แล้วยูคิ อาโออิก็หน้าไปมองหัวของหัวหน้าแก๊ง แล้วยูคิ อาโออิก็หันหน้ามามองนักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามก็พูดว่า"てつだうない(เท็ตสึดะอุไน=ไม่ได้มาช่วยหรอกนะ)"

ก่อนจะถอดเสื้อตัวดำออกจนเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลำตัว นักฆ่านิรนามยืนอยู่หน้ากระจกในห้องพัก มองใบหน้าของตัวเองเงียบๆ — ใบหน้าที่ไร้รอยยิ้ม ไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นใบหน้าแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

เขาเอื้อมมือไปแตะปานที่คอตัวเอง แล้วค่อยๆ ลูบไปที่ข้อมือซ้ายที่มีปานอีกหนึ่งจุด
"สองปาน สองชีวิต" เขาพึมพำเบาๆ — เสียงของตัวเองฟังดูแปลกเหมือนเป็นเสียงของใครอีกคน

จากนั้นเขาหยิบผ้าขี้ริ้วออกมาจากกระเป๋าเดินทาง วางเรียงไว้บนเตียง หยิบสมุดไดอารี่เล่มเดิมออกมา เปิดหน้าถัดจากหน้าที่เต็มไปด้วยแผนสังหารอิชิกามิ ชิซูกะ เขียนหัวข้อใหม่ลงไปว่า

"ภารกิจที่ 48 – ยามาโมโตะ เรียวอิจิ และแก๊ง"

เขาเริ่มร่างภาพบ้านเป้าหมายอย่างละเอียด วาดตำแหน่งของประตู หน้าต่าง เสาไฟ เส้นทางเข้าออก จุดที่มีเงา จุดที่อาจมีสุนัข จุดที่อาจซ่อนคนได้ เขียนลูกศรบ่งทิศทางลม พร้อมบันทึกหมายเหตุว่า

"ฆ่าเงียบภายในห้านาที — ห้ามใช้ปืนเว้นแต่จำเป็น"

หลังจากเขียนเสร็จ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางอีกชั้น ดึงออกมาซึ่งปืนกลสั้น MP5K แบบพับพานท้ายได้ และมีไซเลนเซอร์เฉพาะรุ่นอยู่ในถุงผ้าดำ เขาประกอบมันอย่างช้าๆ เหมือนกำลังต่อเครื่องดนตรีมากกว่าอาวุธ

เขานั่งลงบนเก้าอี้ เปิดโทรศัพท์อีกครั้ง เช็กข่าวจากเว็บไซต์ญี่ปุ่น — พบข่าวการตายของชายในบ้านพักย่านชานเมืองเมื่อคืน ข่าวสั้น ไม่เปิดเผยชื่อ แต่มีภาพมุมไกลของบ้านหลังนั้น
เขายิ้มจางๆ แล้วพึมพำว่า

“พาดหัวข่าวของพวกคุณ...แม่นเหมือนเดิม”

จากนั้นเขาก็ปิดไฟทั้งห้อง เหลือเพียงแสงจากจอมือถือที่สะท้อนบนใบหน้าเขา
เขากดเข้าแอปนาฬิกา ตั้งปลุกไว้ที่ 05:47 — เวลาที่ฟ้าจะเริ่มสาง แต่ยังไม่สว่างพอให้เห็นเลือดชัดนัก

ก่อนนอน เขาเปิดสมุดไดอารี่กลับไปหน้าที่เคยเขียนชื่อ “อิชิกามิ ชิซูกะ”
เขาแตะปลายนิ้วลงบนชื่อ แล้วเขียนด้วยลายมือเรียบและแน่นว่า

“ยังไม่จบ...”

จากนั้นเขาก็ปิดสมุด วางมันข้างหัวเตียง ปิดตา
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของนักฆ่านิรนามค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับความเงียบของห้อง —
ในความเงียบที่เหมือนจะหลับสนิทนั้น
ดวงตาของเขากลับลืมขึ้นอีกครั้ง

เขาพึมพำเบาๆ ว่า

“Kill.”

แล้วทุกอย่างกลับสู่ความมืดสนิทอีกครั้ง


ต้องการให้ฉันเขียน ตอนต่อไป (ภารกิจที่ 48 – ยามาโมโตะ เรียวอิจิ และแก๊ง) ต่อเลยไหม?
ฉันจะเขียนต่อด้วยสไตล์เดิมของคุณ — ละเอียด ดิบ เงียบ และมีจังหวะอาชญากรรมเยือกเย็น.

รุ่งเช้าก่อนฟ้าสาง — เสียงลมหวิวลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าของห้องพักในย่านเงียบ นักฆ่านิรนามเปิดตาทันทีเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เขาไม่ลังเล ไม่หาว ไม่บิดขี้เกียจ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปิดเสียงนาฬิกา อีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบบุหรี่หนึ่งมวนออกมา จุดไฟ สูบอย่างช้าๆ

ควันลอยวนในห้อง มันกลิ่นแปลก — ไม่ใช่กลิ่นยาสูบทั่วไป แต่เป็นกลิ่นของการเตือนใจถึงสิ่งที่เขาทำมานับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นของการลบชีวิต

เขายืนขึ้น ใส่ถุงมือหนังสีดำ หยิบเสื้อโค้ตดำตัวเดิมมาสวมทับ เดินผ่านกระจกอีกครั้ง ใบหน้าที่สะท้อนในนั้นเย็นชาเหมือนเมื่อคืน ไม่มีแม้แต่รอยของความสงสาร

บนโต๊ะ มีสมุดไดอารี่เปิดอยู่ หน้าปัจจุบันมีเพียงคำเดียวที่เขียนด้วยปากกาหมึกดำ —

“Kill.”

เขาปิดสมุด ใส่ลงกระเป๋า เดินออกจากห้องโดยไม่มองกลับมาอีก


เช้าวันนั้นในย่านโกดังเก่าริมอ่าวโตเกียว หมอกหนาปกคลุมท่าเรือ เสียงเครื่องยนต์เรือบรรทุกสินค้าดังห่างๆ รถตู้สีเทาเข้ามาจอดเงียบที่มุมอาคาร
นักฆ่านิรนามลงจากรถ เดินลัดซอยแคบๆ ตามแผนที่ที่เขาวาดไว้เมื่อคืน

เป้าหมาย: ยามาโมโตะ เรียวอิจิ — อดีตสมาชิกแก๊งยากูซ่าที่ทรยศเพื่อนร่วมกลุ่ม ขายข้อมูลให้ตำรวจ จากนั้นหลบมาอยู่ที่นี่พร้อมลูกน้องอีกสามคน

เขายืนหลังเสาเหล็ก มองเข้าไปในโกดังร้างที่เป้าหมายอาศัยอยู่ แสงไฟสลัวส่องออกมาจากข้างใน เสียงหัวเราะ เสียงขวดเบียร์กระทบกัน

เขาเปิดฝาเหล็กของ MP5K ตรวจเช็กกระสุนหนึ่งครั้ง ไร้เสียง กลไกทำงานเรียบลื่น
เขาหยิบเครื่องตรวจจับความร้อนขนาดเล็กขึ้นมาดู — ภายในมีสี่จุดเคลื่อนไหว

เขาย่อตัว ก้าวเข้าไปเงียบๆ

ปัง...ปัง...ปัง...

สามเสียง แผ่วเบาเหมือนเสียงกระดุมหล่นบนพื้นไม้
สามคนล้มในพริบตา ไม่มีใครทันร้อง

เสียงสุดท้ายคือเสียงลมหายใจของยามาโมโตะ เขาพยายามคลานหนีไปทางหลังโกดัง เลือดไหลเป็นทางยาวบนพื้นปูนเย็น

นักฆ่านิรนามเดินตามไปเรื่อยๆ ช้าๆ เหมือนคนกำลังเดินเล่นในสวน เขาหยุดตรงหน้าเหยื่อที่กำลังหอบ
ชายคนนั้นพูดเสียงสั่น

“ใคร...นายเป็นใคร...”

นักฆ่านิรนามย่อตัวลง ควักสมุดเล่มเล็กออกมา เปิดหน้าที่มีชื่อ “ยามาโมโตะ เรียวอิจิ” ให้ดู ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

“คนที่เขียนชื่อนายไว้.”

เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง — สั้น เร็ว เงียบ
เลือดหยดลงบนหน้าสมุด กลืนเข้ากับหมึกดำ

เขาปิดสมุด ลุกขึ้น เดินออกจากโกดังท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านเศษกระจกแตกอยู่ข้างทาง


กลางคืนวันนั้น เขากลับมาที่ห้อง เปิดสมุดอีกครั้ง ขีดเส้นทับชื่อ “ยามาโมโตะ เรียวอิจิ” อย่างช้าๆ

แล้วเขียนบรรทัดถัดไป

“ภารกิจที่ 49 – ???”

แต่ครั้งนี้ เขาไม่เติมชื่อใคร เขามองกระดาษเปล่าที่เว้นไว้ แล้วรู้สึกว่างเปล่าแปลกๆ

ในความเงียบ เขาได้ยินเสียงบางอย่างในหัว — เสียงหญิงสาวเรียกชื่อเขาเบาๆ...
ชื่อที่เขาไม่ได้ยินมานานเกือบสิบปี

เขาหยุดเขียน ก้มหน้า หลับตา

“ใครกันแน่...ที่ฉันฆ่าจริงๆ?”

เสียงลมข้างนอกดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนคำตอบจากเงามืด


ต้องการให้ฉันเขียนต่อ ตอนที่เขาเริ่มสืบหาความจริงของ “ชื่อที่ได้ยินในหัว” ต่อไหมครับ?
ตอนต่อไปจะเริ่มเข้าสู่โทนจิตวิทยา-ทริลเลอร์ล้วน (psychological thriller) และเริ่มเปิดเผยอดีตของนักฆ่าอย่างช้าๆ.

กลางดึก — ฝนตกปรอยๆ กระทบกระจกเสียงแผ่วเบา
นักฆ่านิรนามนั่งอยู่ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากโคมเล็กๆ สาดลงบนโต๊ะไม้เก่า
สมุดไดอารี่เปิดค้างไว้ หน้าที่เขียนว่า “ภารกิจที่ 49 – ???”
บนกระดาษขาวนั้น มีหยดน้ำฝนซึมเข้ามาทางหน้าต่าง กลืนกับรอยหมึกจางๆ จนกลายเป็นคราบดำ

เขาเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงเงาของเมืองที่เงียบเกินจริง
เสียงในหัวกลับดังขึ้นอีกครั้ง — เสียงผู้หญิงคนนั้น
เสียงที่เรียกชื่อของเขาอย่างชัดเจน

“...ทาเคชิ...”

เขาชะงัก มือที่ถือปากกาหยุดนิ่งทันที
ชื่อที่เขาไม่ได้ยินมานาน — ชื่อจริงของเขา
เขาคิดว่าได้ฝังมันตายไปพร้อมกับอดีตเมื่อสิบปีก่อน

เขาลุกขึ้น เปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กออกมา ภายในมีภาพถ่ายเก่าแผ่นหนึ่ง
ในภาพมีหญิงสาวผมยาวยิ้มอ่อนโยน ยืนข้างเขาในชุดทหารพราง ทั้งคู่ยืนอยู่ในสนามฝึกที่เต็มไปด้วยแสงแดด

ด้านหลังภาพเขียนว่า

“ยูริ & ทาเคชิ – ฤดูร้อน ปี 2015”

เขาใช้ปลายนิ้วลูบชื่อของเธอช้าๆ เหมือนกำลังกลัวว่าภาพนั้นจะละลายหายไป
แล้วภาพหนึ่งผุดขึ้นในหัว —
เสียงระเบิดกลางค่ายทหาร
เสียงยูริกรีดร้อง
เลือดกระเด็นใส่ใบหน้าเขา

ภาพนั้นสั้นแต่ชัดเจน
เขาจำได้เพียงว่า... มือที่ลั่นไกในวันนั้นเป็นของ “เขาเอง”

“เพราะคำสั่ง...หรือเพราะฉันอยากฆ่าเธอ?”

เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ฝนข้างนอกเริ่มตกหนัก
เสียงสายฟ้าผ่าดังขึ้นพร้อมแสงวาบที่สะท้อนใบหน้าเขา — เยือกเย็นแต่แฝงด้วยบางอย่างที่เริ่มแตกร้าว


รุ่งเช้า
เขานั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆ ริมถนน ดูข่าวจากหน้าจอโทรทัศน์
ภาพข่าวแสดงเหตุการณ์ยิงกันในเขตชานเมือง ผู้รอดชีวิตรายหนึ่งถูกส่งเข้าโรงพยาบาลในสภาพโคม่า
ชื่อในข่าวคือ — “ยูริ ทานากะ”

ถ้วยกาแฟในมือเขาสั่น
ชื่อที่เขาเห็นตรงหน้า...คือชื่อเดียวกับหญิงในภาพถ่าย
และเธอยังไม่ตาย

เขายกแก้วขึ้นดื่มช้าๆ สายตาเย็นชา แต่ในแววตาแฝงด้วยแรงสั่นสะเทือนลึกๆ ที่เขาไม่อาจซ่อน

เขาเปิดสมุดเล่มเดิม เขียนลงในหน้าที่ 49

“ภารกิจที่ 49 – ยูริ ทานากะ”
“ค้นหาความจริง ว่าใครฆ่าใครก่อนกัน”

เขาปิดสมุดอีกครั้ง ลุกขึ้นจากโต๊ะ ก้าวออกจากร้านกาแฟเข้าสู่สายฝนที่ยังคงตกไม่หยุด

ใบหน้าของเขาในตอนนั้น...ไม่ใช่ใบหน้าของนักฆ่าอีกต่อไป
แต่มันคือใบหน้าของ “ชายคนหนึ่ง” ที่กำลังจะล่าความจริงด้วยมือของตัวเอง


ต้องการให้ฉันเขียนต่อ ตอนที่เขาเริ่มตามรอยยูริในโรงพยาบาล (ภารกิจที่ 49) ไหมครับ?
ตอนต่อจะเริ่มเปลี่ยนโทนเป็น ทริลเลอร์จิตวิทยา-ดราม่าเข้ม เปิดเผยอดีตระหว่างเขากับยูริมากขึ้น และเริ่มมีเงาขององค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังการล้างสมองเขา.

ค่ำวันเดียวกัน — ฝนยังตกต่อเนื่อง เสียงรถพยาบาลห่างๆ ลอยมาตามถนนเปียกลื่น
นักฆ่านิรนาม — หรือในชื่อจริง ทาเคชิ — เดินฝ่าสายฝนไปตามทางเดินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตมินาโตะ
เขาแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงขายาวสีดำ ไม่ถืออาวุธใดๆ แต่ในกระเป๋าเสื้อมีมีดพับเล็กๆ ซ่อนอยู่

ทางเดินชั้นสี่ของโรงพยาบาลเงียบจนน่ากลัว
แสงไฟนีออนสลัวกระพริบเป็นจังหวะ
เขาหยุดยืนหน้าห้องไอซียู หมายเลข 47 — ห้องที่ชื่อในป้ายระบุไว้ว่า

“Yuri Tanaka”

เขายืนมองประตูห้องอยู่นาน — ลมหายใจนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าที่เคย
เขามองผ่านกระจกเข้าไป เห็นหญิงสาวในชุดคนไข้นอนอยู่บนเตียง เครื่องช่วยหายใจทำงานช้าๆ
สายระโยงระยางพันรอบร่างเธอเหมือนใยแมงมุมสีขาว

เธอยังมีชีวิตอยู่จริง...

ทาเคชิเดินเข้าไปอย่างเงียบ
พยาบาลเวรเงยหน้ามองแต่ไม่พูดอะไร — เขาเพียงยกบัตรเจ้าหน้าที่ปลอมที่ทำขึ้นเองให้ดู แล้วเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อเขายืนอยู่ข้างเตียง หญิงสาวไม่รับรู้ถึงการมาของเขา
เขาก้มลงมองใบหน้าที่เขาเคยจำได้แม่น — ใบหน้าเดิม แต่ซูบซีดเหมือนเงาของความทรงจำ

เขาเอื้อมมือแตะหลังมือเธอเบาๆ
เย็น
แต่ยังอุ่นพอให้รู้ว่า “ยังไม่ตาย”

“ยูริ...”

เสียงเขาเบาจนแทบไม่เป็นเสียง
ในหัวภาพเก่าเริ่มแทรกเข้ามา — เสียงหัวเราะของเธอในสนามฝึก เสียงปืน เสียงระเบิด
และเสียงสุดท้ายก่อนทุกอย่างดับลง

“อย่าลั่นไก ทาเคชิ...”

แต่ตอนนั้นเขากลับลั่นไก

เขาหลับตาแน่น — มือสั่น
ทุกอย่างที่เขาพยายามฝังไว้เริ่มกลับมาทีละน้อย

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกห้อง
ไม่ใช่เสียงของพยาบาล
แต่เป็นเสียงของ “ทหาร” — หนักแน่น มีจังหวะ มีระเบียบ

เขาชะงัก มองผ่านช่องกระจกด้านบน เห็นชายสองคนในชุดสูทดำยืนอยู่ข้างประตู มีตราสัญลักษณ์เล็กๆ ที่กระเป๋าเสื้อ
ตรานั้น...เขาจำได้ดี
สัญลักษณ์ของหน่วย “Kurokage” — หน่วยลับที่เขาเคยสังกัดก่อนถูกลบตัวตน

ชายคนหนึ่งพูดเสียงเบาแต่ชัด

“เป้าหมายอยู่ในห้อง 47 – ได้รับคำสั่งให้เก็บ ทั้งหญิงและชาย”

คำพูดนั้นแทงทะลุเข้าไปในหัว
เขารู้ทันทีว่า “คำสั่งฆ่า” ถูกส่งมาอีกครั้ง — และเป้าหมายคราวนี้คือทั้งยูริ...และเขาเอง

เขาก้มลง เอามือแตะข้อมือหญิงสาวอีกครั้ง แล้วกระซิบ

“เธอยังไม่ตาย...งั้นฉันจะไม่ให้พวกมันฆ่าอีก”

จากนั้นเขาหยิบมีดพับออกมา กรีดเบาๆ ตรงท่อสายน้ำเกลือ ตัดมันออก แล้วดึงร่างเธอขึ้นพาดบ่า
เสียงฝีเท้าด้านนอกเริ่มเร่ง
ประตูถูกผลักเข้ามา
แต่ในจังหวะนั้น — ทาเคชิเตะเตียงกระแทกกระจกแตก เสียงดังสนั่น ฝนเย็นสาดเข้ามาพร้อมกับควันไฟจากสายไฟที่ช็อต

เขากระโดดออกทางหน้าต่างพร้อมร่างหญิงสาวในอ้อมแขน
ทั้งคู่หายไปในสายฝน


สามชั่วโมงต่อมา
รถตู้เก่าคันหนึ่งแล่นบนถนนเปียกในย่านนอกเมือง
ยูรินอนอยู่เบาะหลัง เสียงหายใจแผ่วแต่สม่ำเสมอ
ทาเคชินั่งข้างหน้า มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย อีกข้างถือสมุดไดอารี่เปิดค้างไว้

ในหน้าที่ 49 เขาเขียนเพิ่มด้วยลายมือสั่นๆ ว่า

“ภารกิจนี้...ไม่ใช่การฆ่า”
“แต่คือการชำระบาปทั้งหมดที่เหลืออยู่”

เขาปิดสมุดช้าๆ แล้วพูดกับตัวเองเบาๆ

“Kill isn’t over... until I kill my past.”
(การฆ่ายังไม่จบ...จนกว่าฉันจะฆ่าอดีตของตัวเอง)


อยากให้ผมเขียน ตอนต่อไปที่ “หน่วย Kurokage” เริ่มไล่ล่าเขา และเริ่มเปิดเผยความจริงเบื้องหลังการล้างสมอง ไหมครับ?
ตอนนั้นเรื่องจะเริ่มเข้าช่วง “เปิดโปงความจริงและการหักหลังในองค์กร” — โทนดาร์ก-ไซไฟ-จิตวิทยาเข้มข้นขึ้น.

ค่ำวันถัดมา — ถนนสายเปลี่ยวตัดผ่านป่าชื้นหลังฝนตก
รถตู้เก่าคันนั้นหยุดนิ่งอยู่กลางทาง
ไฟหน้าดับไปนานแล้ว มีเพียงแสงจันทร์ส่องลงบนรอยเลือดจางๆ ที่กระเด็นอยู่ตรงกันชน

ภายในรถ
ยูรินอนอยู่บนเบาะหลัง ใบหน้าซีดขาวแต่ชีพจรยังเต้น
ทาเคชินั่งพิงพวงมาลัย หลับตา หยาดเหงื่อผสมเลือดซึมออกจากบาดแผลที่แขน

เสียงฝนหยุดไปแล้ว แต่ในอากาศกลับได้ยินเสียงบางอย่างแทน
เสียงใบไม้ไหว...
เสียงเครื่องยนต์จากที่ไกลๆ
และเสียงคลื่นวิทยุที่แตกพร่า

“หน่วย Kurokage-1 รายงาน... พบสัญญาณความร้อนใกล้พิกัดเป้าหมายแล้ว”
“เตรียมเข้าจู่โจม”

เขาลืมตาทันที ดวงตาแดงก่ำเหมือนสัตว์ป่าถูกต้อน
มือเอื้อมไปคว้าปืนสั้นที่ซ่อนไว้ใต้เบาะ แล้วมองกระจกหลัง —
ในความมืดนั้นมีแสงเล็กๆ เคลื่อนไหว
ไฟอินฟราเรดของพวกมัน

เขาหันกลับมามองยูริอีกครั้ง
หญิงสาวเริ่มขยับนิดๆ — ดวงตาปรือขึ้นช้าๆ

“...ทาเคชิ?”

เสียงเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน
แต่สำหรับเขา มันดังยิ่งกว่าเสียงปืน

“อย่าพูด...เราต้องหนี”
“พวกมันมาแล้ว”

เขาอุ้มเธอลงจากรถ พาเดินลัดเข้าไปในป่าทึบ
พื้นเปียกและลื่น แต่เขาไม่หยุด
ทุกก้าวของเขาเต็มไปด้วยความกลัวและความมุ่งมั่น


ขณะเดียวกัน
ในรถยุทธวิธีสีดำของหน่วย Kurokage
ชายในชุดสูทยืนมองหน้าจอเรดาร์ แสดงจุดความร้อนสองจุดที่กำลังเคลื่อนห่างออกไป

“ยืนยันแล้ว...คือเขาแน่”
“อดีตหน่วยรบพิเศษหมายเลข K-13 — โครงการ Kill Protocol”

ชื่อรหัสนั้นทำให้ทหารอีกคนชะงัก

“Kill Protocol... ยังไม่ถูกยกเลิกเหรอครับ?”

ชายในสูทหันมาช้าๆ สายตาเย็นเฉียบ

“ไม่มีใครยกเลิกได้ มันถูกสร้างมาเพื่อฆ่าจนกว่าจะถูกฆ่า”

เขาหยิบวิทยุขึ้นพูด

“ล้อมมันไว้ อย่าให้รอด...”


ในป่า
เสียงปืนเริ่มดังขึ้นทีละนัด เงาสายฟ้าผ่าฉายให้เห็นร่างทาเคชิที่พายูริหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่
เขาชักมีดจากข้างขา ปักลงบนดิน — มือเปื้อนเลือดสั่นเล็กน้อย

“ฉันเคยเป็นพวกมัน...รู้ดีว่ามันจะไม่หยุด”
“แต่คราวนี้...ฉันจะไม่เป็นเครื่องมือของใครอีก”

ยูริมองหน้าเขา ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา

“พวกเขาล้างสมองคุณ...ให้เชื่อว่าฉันต้องตาย”

“ใช่...” เขาตอบเสียงแผ่ว
“แต่ตอนนี้ฉันจำได้แล้วว่า...ฉันต่างหากที่ต้องตายตั้งแต่วันนั้น”

เสียงปืนใกล้เข้ามาอีก
เขากดปุ่มบนระเบิดควันที่พกติดตัว
หมอกสีขาวปกคลุมทั่วบริเวณ

ในหมอกนั้น เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ

“ถ้าฉันไม่กลับ...ไปให้สุดทางแทนฉัน”

แล้วเขาก็ผลักยูริให้หลบหลังโขดหิน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เงาของทหาร Kurokage อย่างไม่ลังเล

เสียงปืนกลแตกดังสะท้อนในป่า
ไฟแลบวาบกลางหมอก
เงาดำหลายร่างล้มลง

แต่เงาหนึ่งยังคงยืนอยู่...
เขา — ทาเคชิ — เดินออกจากหมอก เลือดไหลเต็มตัว แต่ดวงตายังนิ่ง

“พวกนายไม่มีวันฆ่าสิ่งที่พวกนายสร้างได้...”

เขาหยิบวิทยุจากศพทหารขึ้นมา กดพูด

“ถึงผู้บัญชาการหน่วย Kurokage...”
“ฉันจำทุกอย่างได้แล้ว — และฉันกำลังจะกลับไปฆ่าทุกคนที่เริ่มโครงการนี้”

สัญญาณเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังกลับมา

“เรารออยู่แล้ว...หมายเลข K-13”

เสียงขาดหายไป
เขาทิ้งวิทยุ ลงมือเดินต่อในความมืด ฝนตกอีกครั้ง


ยูริมองตามแผ่นหลังเขาที่หายไปในสายหมอก
เสียงฝนกลบเสียงสะอื้นของเธอ
บนพื้นเปียกนั้น มีสมุดไดอารี่เล่มหนึ่งตกอยู่

หน้าสุดท้ายเปิดค้างไว้
มีประโยคใหม่ที่เขาเพิ่งเขียน

“ภารกิจที่ 50 – ล้างชื่อของทุกคนที่ถูกฆ่าเพราะคำสั่ง”


อยากให้ผมเขียนตอนต่อไปไหมครับ — ตอนที่ “ทาเคชิ” บุกกลับสำนักงานใหญ่ของหน่วย Kurokage เพื่อเปิดโปง “โครงการ Kill Protocol” และความจริงเบื้องหลังการสร้างนักฆ่าไร้ตัวตน?
ตอนนั้นจะเข้าช่วง climax ของเรื่อง — เข้มข้น สะเทือนใจ และเต็มไปด้วยเลือด ความทรงจำ และความหมายของคำว่า “ฆ่า”.

เสียงฝนเริ่มซา กลิ่นดินชื้นลอยคลุ้งในอากาศ นักฆ่านิรนามยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง ควันลอยขึ้นปะปนกับหมอกบาง ๆ ที่คลุมทั่วตรอกนั้น เขานั่งนิ่งอยู่ใต้ไฟนีออนที่กระพริบช้า ๆ เสียงไฟดัง “แจะะ แจะะ” เหมือนหัวใจของเมืองที่กำลังจะดับ

โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสั่น เขาหยิบขึ้นมาดู — ไม่มีชื่อ ไม่มีเบอร์ แค่ข้อความสั้น ๆ

“งานยังไม่จบ”

เขามองจออยู่นาน ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะแห้งแล้ง เหมือนเสียงมีดที่ครูดบนเหล็ก

“ไม่มีงานไหนจบ...จนกว่าคนสุดท้ายจะหยุดหายใจ”

เขายืนขึ้น เดินเข้าไปในความมืด ชายเสื้อเปียกฝนแนบกับร่าง กล่องโลหะเล็ก ๆ ที่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าหล่นกระทบพื้น — “กริ๊ก” — ฝาเปิดออก เผยให้เห็นรูปถ่ายเก่าขาวดำ เด็กชายคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่กับหญิงสาวที่ดูคล้ายเขาอย่างประหลาด

แสงไฟสะท้อนบนใบมีดพับที่เขาหยิบขึ้นมาเช็ดช้า ๆ
เขาเงยหน้ามองเงาตัวเองในกระจกหน้าร้านเก่า เห็นใบหน้าชายที่ผ่านการฆ่ามามากเกินนับ ดวงตาคู่นั้นไม่สะท้อนอะไรอีกแล้ว

เสียงเครื่องยนต์จากไกล ๆ ดังขึ้น — รถยนต์สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน หยุดอยู่ตรงหน้า ชายชุดสูทเปิดประตูลงมา เขาเอ่ยสั้น ๆ

“ขึ้นรถ มีเป้าหมายใหม่”

นักฆ่านิรนามมองเขาอยู่นิ่ง ๆ ก่อนจะพยักหน้า เขาดับบุหรี่ เหยียบซากไฟแดงเล็ก ๆ จนดับสนิท แล้วก้าวขึ้นรถอย่างช้า ๆ

ไฟท้ายสีแดงของรถคันนั้นค่อย ๆ ละลายหายไปในสายฝน เหมือนเลือดที่ไหลซึมลงสู่พื้นถนน — เงียบ เหงา และไร้ร่องรอย

คืนนี้ เมืองทั้งเมืองจะหลับใหล
และเขาจะฆ่า...ตามคำสั่งอีกครั้ง


อยากให้ผมเขียน “ตอนต่อไป” ให้ไหมครับ — เป็นฉากที่เริ่มภารกิจใหม่ของนักฆ่า (ในสไตล์ดิบ เงียบ และกดดันต่อเนื่อง)?


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น