เขียนเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2025 20:35
หยุด: 11 พฤศจิกายน 2025 08:34
เรื่องสั้น: kill
ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
นักฆ่านิรนาม ชายหนุ่ม สูง180เซนติเมตร หน้าผากกว้าง คิ้วหนาใหญ่ จมูกใหญ่ ผมสั้นสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวคล้ำเพราะตากแดด มีปานที่คอหนึ่งปาน มีปานที่ข้อมือซ้ายหนึ่งปาน น้ำหนัก60กิโลกรัม ใส่เสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำ รองเท้าสีดำ เดินออกมาจากสนามบินที่ญี่ปุ่นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาของญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากติดมือมา นักฆ่านิรนามขึ้นรถแท็กซี่แล้วไปถึงซอยๆหนึ่งในเวลาสามทุ่ม นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่รถแท็กซี่ขับจากไป นักฆ่านิรนามเดินไปหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วสวมแว่นตา เลนส์ทั้งสองข้างของแว่นตานั้นไม่ใช่ทั้งเลนส์ของคนสายตาสั้น,สายตายาวหรือสายตาเอียงแต่เป็นเลนส์แว่นขยาย นักฆ่านิรนามสวมแว่นนั้นดูบ้านหลังนั้นแทนกล้องส่งทางไกล นักฆ่านิรนามหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างเดียวกันขึ้นมาถ่ายรูปบ้านหลังหนึ่ง(ไม่เปิดแฟลชกล้องโทรศัพท์) นักฆ่านิรนามเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรูดซิป นักฆ่านิรนามถอดแว่นออกครู่หนึ่ง จากนั้นนักฆ่านิรนามหยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วเดินไปยังโรงแรมในย่านนั้นแล้ว ระหว่างทางนักฆ่านิรนามใส่แว่นแล้วถอดแว่นสลับกันไปสลับกันมา เมื่อมาถึงโรงแรมนักฆ่านิรนามก็รูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายเปิดออกหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาหยิบเงินเยนจ่ายให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วนักฆ่านิรนามก็เช็คอินที่โรงแรม หลังจากเข้าห้องพัก นักฆ่านิรนามก็เช็กรูปถ่ายบ้านหลังนั้นซ้ำไปซ้ำมา วางแผนที่ลงบนเตียง เช็กแผนที่ กลับไปเช็กรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ นักฆ่านิรนามเดินไปเปิดหน้าต่างโรงแรม ใช้กล้องส่องทางไกลส่องหาบ้านหลังนั้นแม้จะอยู่ไกลลับ แต่นักฆ่านิรนามก็ 'เก็บข้อมูล' ผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วก็กลับไปเช็กแผนที่อีก จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปซอยซอยนั้นที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ทั้งจากมุมมองจากหน้าต่างโรงแรมทั้งจากมุมมองจากปากซอยหลังจากลงรถแท็กซี่วาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างซ้ายของซอยวาดรูปบ้านแต่ละหลังที่ข้างขวาของซอย วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปซอย,บ้านข้างซ้ายและข้างขวาของซอย,บ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านพร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป จากนั้นนักฆ่านิรนามก็ชาร์จโทรศัพท์แล้วเล่นเกมยิงฆ่าเวลาไปจนถึงตีหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามเปิดกระเป๋าเดินทางออก-ตรงฐานกระเป๋าเดินทางนักฆ่านิรนามเปิดฐานกระเป๋าออกเผยให้เห็นปืนพก Walther PPK 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนเปล่าที่ไม่มีลูกกระสุนบรรจุอยู่จำนวน5แม็กที่ซ่อนเอาไว้ และที่เก็บเสียงแบบทำเอง1แท่ง ปืน Walther PPK กระบอกนั้นยังไม่ได้บรรจุแม็กกาซีนและไม่มีกระสุนในรังเพลิง ที่จับกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางนั้นสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ มีกระสุน.30ACPจำนวน14นัด อย่างละ7นัดในแต่ละข้าง นักฆ่านิรนามบรรจุกระสุน.30ACPลงในแม็กกาซีน7นัดจากนั้นบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนWalther PPKขึ้นลำพร้อมยิง ที่ตัวกระเป๋านั้นมีสองชั้น นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกออกเผยให้เห็นชั้นที่สอง มีขวดยานอนหลับอยู่หลายขวดและเข็มฉีดยาหลายอัน จากนั้นนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องแต่งกายออกจากกระเป๋าเดินทางใส่ชุดสูทธุรกิจ เสื้อสีขาวติดกระดุม เสื้อนอกสีดำ เสื้อคลุมตัวยาวสีดำ กางเกงยาวสีดำ ใส่ถุงมือสีดำ มีซองปืนแบบมีสายสะพายทับเสื้อในอยู่ใต้เสื้อนอก ซองใส่ปืนสะพายคล้องไหล่ขวาไว้ นักฆ่านิรนามเอาปืนWalther PPKใส่ไว้ซองปืน หยิบที่เก็บเสียงมาซ่อนไว้ที่หลังเข็มขัดตรงบริเวณหัวเข็มขัด หยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยัดเข้าไปที่ข้างในกางเกงตรงบริเวณก้นซ่อนเอาไว้ แล้วนักฆ่านิรนามเอาขวดยานอนหลับมาห้าขวดใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย เอาเข็มฉีดยาสองอันใส่ไว้ที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวา หยิบกล่องไม้ขีดไฟจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนักฆ่านิรนามก็ลงจากห้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วเดินไปหาที่แอบตรงตรอกซอยหลังมุมตึกตึกหนึ่งปัดผมไปด้านขวา หยิบแว่นตาดำจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ หยิบไม้ขีดไฟจากกล่องไม้ขีดไฟจากในกระเป๋ากางเกงคาบไว้ที่ปาก แต่งตัวเป็นเสี่ยวหม่าที่โจวเหวินฟะรับบทในหนังโหดเลวดีของผู้กำกับจอห์น วู แล้วเดินไปยังบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้หลังนั้น นักฆ่านิรนามกวาดตามองไปรอบด้าน บ้านทุกหลังปิดไฟ ไม่มีแสงหรือไฟอะไรนอกแสงจากเสาไฟบนถนน บ้านหลังอื่นรอบๆบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ไม่มีหมา และบ้านที่เขาถ่ายรูปไว้ก็ไม่มีหมาเช่นกัน นักฆ่านิรนามเดินไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นหยิบเอาผ้าขี้ริ้วสองผืนที่ก้นออกมาพันรอบรองเท้าแล้วผูกเอาไว้ที่รองเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามก็ปีนประตู(ไม่มีเสียงเพราะผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าและเพราะถุงมือ)แล้วเข้าไปที่บ้านหลังนั้นเดินเข้าไปที่ตัวบ้าน นักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามใช้มือขวาล้วงเขาไปข้างใต้เสื้อนอกไปถึงตรงด้ามปืนWalther PPKที่อยู่ในซองปืนที่สะพายขวาทับเสื้อในหยิบปืนWalther PPKออกมา ใช้นิ้วสี่นิ้วของมือซ้ายจุ่มลงไปที่ช่องว่างระหว่างหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดกับกางเกงล้วงนิ้วทั้งสี่เข้าไปไปโดนที่เก็บเสียงก็หยิบที่เก็บเสียงออกมา แล้วใช้มือซ้ายติดที่เก็บเสียงเข้ากับปืนWalther PPKที่ถืออยู่ในมือขวา นักฆ่านิรนามใช้มือซ้ายลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก นักฆ่านิรนามก็เดินเข้าไปในบ้าน เดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นประตูห้องนอนอยู่ นักฆ่านิรนามก็เอาผ้าขี้ริ้วที่หุ้มรองเท้าข้างขวาอยู่คลายออกมาพันลูกบิดประตูไว้จนหุ้มทั้งลูกบิดไปทั้งลูกแล้วหมุนลูกบิดช้าๆเปิดประตูเข้าไป เห็นอิชิกามิ ชิซูกะ สาวญี่ปุ่น หน้ากลม ผมเรียบตรงสั้นสีน้ำตาล ตาชั้นเดียว จมูกเต็มอิ่มได้รูป คิ้วเรียวยาว สูง151เซนติเมตร นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม มีชายคนหนึ่งเป็นสามีของอิชิกามิ ชิซูกะนอนอยู่ใต้ผ้าห่มข้างเธอ นักฆ่านิรนามยิงปืนWalther PPKติดที่เก็บเสียงโดนหน้าผากสามีของอิชิกามิ ชิซูกะจนเลือดปะทุออกจากหน้าผากของสามีอิชิกามิ ชิซูกะจนตาย อิชิกามิ ชิซูกะ ตกใจตื่น นักฆ่านิรนามก็วิ่งกระโดดทับตัวเธอ ใช้มือซ้ายเอาผ้าห่มยัดเข้าปากเธอแล้วพันรอบปากเธอจนผ้าห่มทั้งผืนพันรอบปากเธอตัวเธอไม่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกต่อไปใน นักฆ่านิรนามใช้ขาทั้งสองข้างกอดโอบรัดตัวอิชิกามิ ชิซูกะ มือขวาทิ้งปืนWalther PPKลงบนเตียง นักฆ่านิรนามใช้มือขวาปิดปากและใช้ทั้งแขนขวาและแขนซ้ายโอบรัดรอบคอเธอไว้ อิชิกามิ ชิซูกะพยายามกรีดร้องแบบไม่มีเสียงและเธอไม่ได้ดิ้น จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เลื่อนมือขวาลงจากปากเธอแล้วใช้แขนขวารัดรอบคอเธอไว้ เธอยังคงกรีดร้องโดยไม่มีเสียงแต่อย่างใด และเธอก็ไม่สามารถดิ้นได้ นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเลื่อนลงไปหยิบขวดยานอนหลับขวดหนึ่งออกมาจากหลังเข็มขัดตรงเอวด้านซ้าย นักฆ่านิรนามใช้เพียงมือซ้ายข้างเดียวเปิดฝาออกแล้ววางลง แล้วนักฆ่านิรนามก็เลื่อนแขนซ้ายไปที่หลังเข็มขัดตรงเอวด้านขวาแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาอันหนึ่งแล้วก็เอาเข็มฉีดยานั้นจุ่มลงไปในขวดยานอนหลับดึงเข็มฉีดยาขึ้นยานอนหลับก็เต็มกระบอกเข็มฉีดยานั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้เข็มฉีดยาฉีดยานอนหลับตรงหลังคอ แล้วนักฆ่านิรนามก็เก็บเข็มฉีดยาเข้าที่เดิม ปิดฝาขวดยานอนหลับแล้วเก็บขวดยานอนหลับเข้าที่เดิม ทั้งหมดนี้นักฆ่านิรนามใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น อิชิกามิ ชิซูกะตาปิดลง คอพับ แล้วเธอก็หลับไป นักฆ่านิรนามก็พยุงตัวเธอลุกขึ้นจากเตียงคลายผ้าห่มที่พันรอบปากและคอของอิชิกามิ ชิซูกะให้ห่มไหล่เธอแล้วนักฆ่านิรนามก็ใช้แขนซ้ายโอบรอบตัวเธอ จากนั้นนักฆ่านิรนามก็เตะสามีของอิชิกามิ ชิซูกะลงจากเตียง แล้วก็ใช้มือขวาดึงเอาผ้าปูที่นอนออกมาแล้วเขาก็เอาผ้าปูที่นอนนั้นห่มให้อิชิกามิ ชิซูกะไปอีกชั้น แล้วก็มีรถSUVสีดำคันหนึ่งซึ่งปิดไฟหน้าและไฟท้ายวิ่งมาจอดหน้าบ้านของอิชิกามิ ชิซูกะ นักฆ่านิรนามก็ใช้มือขวาหยิบWalther PPKจากบนเตียงใช้ปากเป่าลมที่เก็บเสียงรอบด้านใช้มือซ้ายถอดที่เก็บเสียงออกแล้วใส่ลงไปในหลังเข็มขัดตรงหัวเข็มขัดแล้วใช้มือขวาที่ตอนนี้ถือปืนWalther PPKที่ถอดที่เก็บเสียงออกแล้วล้วงเข้าไปเก็บในซองปืนใต้เสื้อนอกแล้วก็พยุงตัวอิชิกามิ ชิซูกะเดินออกไปที่ตรงประตูรั้วบ้าน มีผู้ชายในชุดดำเปิดประตูลงออกมาจากรถSUVแล้วใช้กุญแจผีเปิดประตูรั้วที่ล็อกอยู่แบบช้าๆไม่รีบเร่งและเปิดประตูรั้วให้เงียบที่สุด นักฆ่านิรนามก็พาชิซูกะขึ้นรถSUV นักฆ่านิรนามขึ้นรถSUV ผู้ชายในชุดดำก็ขึ้นรถ แล้วรถก็ขับออกไป
ชายชุดดำพานักฆ่านิรนามและอิชิกามิ ชิซูกะมาถึงบ้านของผู้จ้างวานรายหนึ่งของนักฆ่านิรนามในเวลาตีห้าครึ่ง ผู้จ้างวานนั้นเป็นชายวัยกลางคน เมื่อนักฆ่านิรนามพาอิชิกามิ ชิซูกะมาส่งให้ผู้จ้างวาน พอดีอิชิกามิ ชิซูกะตื่นขึ้น อิชิกามิ ชิซูกะหันหลังจะวิ่งเพื่อหนี อิชิกามิ ชิซูกะโดนนักฆ่านิรนามยกขาขึ้นเตะใบหน้าจนเธอเสียหลักไปด้านหลังแล้วนักฆ่านิรนามก็ยกขาเตะอกเธอล้มหงายหลังลงบนพื้นไถลเข้าไปในบ้านของผู้จ้างวาน ผู้จ้างวานของนักฆ่านิรนามก็ย่อตัวลงนั่งทับตัวอิชิกามิ ชิซูกะ ใช้มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดลงกับพื้นแล้วก็ล้มตัวลงนอนเอาตัวแนบแน่นกับตัวอิชิกามิ ชิซูกะแล้วถูร่างกายที่อยู่ใต้เอวลงไปเตรียมตัวจะข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะ อิชิกามิ ชิซูกะหันหน้ามาที่นักฆ่านิรนามแล้วเธอก็พูดว่า "私をころせ!(วะทะชิโว้ะโคโรเซะ!=ฆ่าฉันซะเลยสิ!)" นักฆ่านิรนามตอบกลับไปว่า "僕はあなたを殺すを命令しせさません、僕はだけあなたのおっとを殺すそしてここにあなたをもたらすのために彼があなたを強姦を命令しろせよます (โบคุวะดาเข้อานาตะโว้ะโคโรสุโว้ะเมเรชิเซะซะมาเซน, โบคุวะอานาตะโน้ะโอ๊ตโตะโว้ะโคโรสุโซชิเตะโคโคนีอานาตะโง้โมทาราสึโน้ะทาเมนีคาเรกะอานาจะโว้ะโกวคันโว้เมเรชิโรเซะโย้ะมัส=ผมไม่ได้รับคำสั่งให้มาฆ่าคุณ, ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าสามีคุณแล้วพามานี่ให้เขาข่มขืนคุณเท่านั้น)" แล้วนักฆ่านิรนามพูดว่า"賃金は一百万四十万八万七千六百十五円です。(ชินกินวะอิจิเฮียคุยนจูมันฮาจิมันชิจิเซนโรคุเฮียคุจูโกะเอนเด๊ส=ค่าจ้างหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าครับ)" ผู้จ้างวานรายนั้นพยักหน้าแล้วบอกให้คนขับรถSUVสองคนเตรียมเงินไปจ่ายให้นักฆ่านิรนามที่หน้าโรงแรมที่นักฆ่านิรนามพักอยู่ แล้วนักฆ่านิรนามก็หันหลังเดินไปหารถSUV ในขณะที่ชายคนนั้นลงมือข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องกรี๊ดดังลั่นดังว้ายดังอ๊า นักฆ่านิรนามยังคงหันหลังให้เดินไปที่รถSUVแล้วก็ขึ้นรถSUV แล้วคนขับก็ขับรถ SUVไปส่งนักฆ่านิรนามที่โรงแรมที่นักฆ่านิรนามเช็คอินอยู่ มาถึงโรงแรมในเวลาเก้าโมงเช้าสามสิบนาที นักฆ่านิรนามเอามือหยิบเอาไม้ขีดไฟออกจากปากถอดแว่นตาดำแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและเดินกลับเข้าไปในโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพักหยิบปืนWalther PPKออกจากซองปืนถอดแม็กกาออกเอากระสุนที่ค้างอยู่ในรังเพลิงหนึ่งนัดออกถอดที่เก็บเสียงออกจากปากกระบอกปืนWalther PPKออก เปิดฐานของกระเป๋าเดินทาง เอาปืนWalther PPKกับแม็กกาซีนที่เหลืออยู่หกนัดนั้นและที่เก็บเสียงเก็บเจ้าไปในฐานกระเป๋าเดินทางแล้วปิดฐานกระเป๋าเดินทาง พอสิบโมงนักฆ่านิรนามเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นเสื้อสีดำติดกระดุม ใส่กางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิป ถุงเท้าสีดำเหมือนชุดที่เขาใส่ตอนลงมาจากเครื่องบินครั้งแรกแต่เป็นคนละชุดกัน เก็บโทรศัพท์กับแว่นตาสีดำเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างขวาแล้วรูดซิปปิดเก็บกระเป๋าเงินลายสก๊อตลงไปในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่ข้างซ้ายแล้วรูดซิปปิด เก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าเดินทาง นักฆ่านิรนามพร้อมสัมภาระทั้งหมดเปิดประตูออกจากห้องปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องพักเช็กเอาท์คืนกุญแจรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปข้างซ้ายหยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตออกมาแล้วจ่ายเงินเยนให้พนักงานโรงแรมที่เคาน์เตอร์แล้วออกจากโรงแรม แล้วชายชุดดำหนึ่งในสองคนที่เป็นคนขับรถSUVเมื่อคืนนี้(ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกน้องของคนที่จ้างวานนักฆ่านิรนาม)ก็ขับรถSUVเดินลงจากรถมาพร้อมถุงพลาสติกขนาดใหญ่สีน้ำตาลมาให้นักฆ่านิรนาม ในถุงพลาสติกนั้นมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลอยู่หลายกล่อง นักฆ่านิรนามเอาใช้มือซ้ายถือถุงพลาสติก ปล่อยหูถุงพลาสติกไปข้างหนึ่งให้ถุงเปิดกว้าง ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในถุงพลาสติก ใช้มือเปิดกล่องออก เป็นธนบัตรเงินเยน แล้วนักฆ่านิรนามก็เอามือขวาออกจากถุง ใช้มือขวาดึงหูถุงพลาสติกข้างที่ถูกปล่อยเข้าไปประกบกับหูถุง
นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างขวาเปิดออกหยิบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกโทรศัพท์เข้าแอปพลิเคชันTOR browserล็อกอินเข้าprotonmail กล่องจดหมายขาเข้ามีอีเมลเข้าสองอีเมล อีเมลที่อยู่ด้านล่างเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานที่จ้างนักฆ่านิรนามให้ไปฆ่าสามีของอิชิกามิ ชิซูกะและให้ลักพาตัวอิชิกามิ ชิซูกะไปส่งที่บ้านของผู้จ้างวานให้ผู้จ้างวานข่มขืนอิชิกามิ ชิซูกะซึ่งส่งมายืนยันกับนักฆ่านิรนามว่าการว่าจ้างและการจ่ายเงินเสร็จสิ้นสมบูรณ์จำนวนเงินครบถ้วนในจำนวนเงินหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยสิบห้าเยน อีเมลที่อยู่ด้านบนเป็นอีเมลจากผู้จ้างวานรายใหม่ นักฆ่านิรนามใช้นิ้วแตะอีเมลนั้นเพื่อเปิดอ่านอีเมล อีเมลนั้นมีหัวเรื่องว่าขอใช้บริการฆ่า(พิมพ์ในภาษาญี่ปุ่น) เนื้อหาในอีเมลเขียนคำขอใช้บริการรับจ้างสังหาร-ชื่อ-นามสกุลเป้าหมายเป็นผู้ชายจำนวนสิบเก้าคนมีวงเล็บคำว่าหัวหน้าหลังชื่อเป้าหมายคนบนสุด เป็นแก๊งๆหนึ่ง-แนบไฟล์รูปหน้าตาของผู้ชายทั้งสิบเก้าคนนั้นมีคำว่าหัวหน้าอยู่ในรูปของเป้าหมายคนแรก-ที่อยู่ของเป้าหมายคนที่เป็นหัวหน้าบอกด้วยว่าเป็นที่อยู่ของแก๊งด้วย-พร้อมบอกว่าเป้าหมายกำลังเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยที่อยู่ของบ้านหลังนั้นที่เป้าหมายจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง นักฆ่านิรนามเขียนตอบตกลงรับงานส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น นักฆ่านิรนามเปิดแอปGoogle Mapsค้นหาที่อยู่ทั้งของแก๊งสิบเก้าคนทั้งของบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะไปแล้วเช็กเวลาที่ใช้เดินทางจากที่นี่ไปยังจุดหมายปลายทางทั้งสองแห่ง จากที่นี่ไปบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปนั้นไวกว่าใช้เวลาสั้นกว่า ในขณะที่เวลาเดินทางจากที่นี่ไปยังที่อยู่ของแก๊งนั้นช้ากว่าใช้เวลามากกว่า นักฆ่านิรนามเช็กหาที่พักใกล้ๆบ้านหลังนั้นที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไป นักฆ่านิรนามเจอบ้านพักแห่งหนึ่งอยู่ใกล้กับบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางไปที่สุดแล้วแคปหน้าจอไว้ แล้วนักฆ่านิรนามก็กดปุ่มล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงข้างขวาแล้วรูดซิปกระเป๋ากางเกง นักฆ่านิรนามเดินไปหารถแท็กซี่ ขึ้นรถแท็กซี่รูดซิปกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ให้คนขับไปที่บ้านพักหลังนั้นแล้วเก็บโทรศัพท์แล้วรูดซิป เมื่อไปถึง นักฆ่านิรนามรูดซิปกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบเอากระเป๋าเงินลายสก๊อตขึ้นมาแล้วจ่ายเงินเยนให้แท็กซี่ นักฆ่านิรนามลงจากรถแท็กซี่พร้อมของทั้งหมดแล้วไปเช็กอินเข้าบ้านพัก นักฆ่านิรนามใช้กล้องส่องทางไกลส่องบ้านหลังนั้น แล้วนักฆ่านิรนามก็เปิดกระเป๋าเดินทาง ปลดกระดุมเสื้อตัวดำตัวที่นักนิรนามใส่อยู่ถอดเสื้อตัวดำออก ถอดถุงเท้าสีดำออกจากเท้าทั้งสองข้าง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงออกมาจากกระเป๋าเดินทางเปลี่ยนถอดกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปมาใส่กางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงที่เขาเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทางนั้น หยิบเสื้อสีดำมีกระดุมออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ หยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่ามีแขนยาวออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบรองเท้าแตะสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบกระเป๋าสะพายไหล่ที่มีช่องหลายช่องออกมาจากกระเป๋าเดินทาง นักฆ่านิรนามพับเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวยัดลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ ยัดวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลแดงลงไปในช่องใหญ่ช่องเดียวกันที่ยัดใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวในกระเป๋าสะพายไหล่ หยิบเสื้อชุดลำลองแขนยาวคอกลมของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดเสื้อคอกลมลายทางแดงขาวและเสื้อสีดำมีกระดุมนั้น หยิบกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาใส่ทับปิดกางเกงขายาวสีดำสำหรับผู้หญิงนั้น ใส่รองเท้าแตะสีดำ รูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำมีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้หยิบกระเป๋าเงินลายสก๊อตที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปของกางเกงขายาวสีดำที่มีกระเป๋ากางเกงแบบมีซิปที่เขาถอดไว้ก่อนหน้านี้ออกมาใส่ลงไปในช่องเล็กของกระเป๋าสะพายไหล่ที่ด้านหน้า แล้วเอากระเป๋าสะพายไหล่นั้นขึ้นสะพายไหล่ เดินออกจากบ้านพัก แล้วไปเดินผ่านบ้านหลังที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา เดินไปที่หน้าบ้านแล้วเดินผ่านไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วกินอาหารเดินไปซื้อข้าวปั้นมาหกก้อนจากร้านร้านหนึ่ง แล้วเดินออกมาจากร้านอาหารเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามไปแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่หน้ากำแพงซึ่งกำแพงนั้นมีต้นไม้หลายต้นขึ้นเรียงอยู่ด้านหน้ากำแพงนั้น นักฆ่านิรนามมองรอบบริเวณนั้นไม่มีคนอยู่ในทั้งแปดทิศรอบบริเวณนั้นแล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกเผยให้เห็นเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว ถอดกางเกงขายาวชุดลำลองของเขาออกเผยให้เห็นกางเกงขายางสีดำสำหรับผู้หญิง แล้วนักฆ่านิรนามหยิบวิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่มาใส่ไว้ที่หัวแล้วหยิบเสื้อสีเนื้อยาวถึงหัวเข่าแขนยาวออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามยัดเสื้อคอกลมแขนยาวชุดลำลองของเขากับกางเกงขายาวชุดลำลองเขายัดเข้าไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วนักฆ่านิรนามก็ใส่เสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวคลุมตัวเขาไว้ แล้วเดินกลับมาผ่านบ้านหลังนั้นแล้วชำเลืองไปมองจากด้านข้างไปถึงด้านหลังเดินผ่านหน้าบ้านแล้วมองดูที่หน้าบ้านตั้งแต่ลานบ้าน,ประตูรั้ว,ประตูบ้าน,ระเบียง,หน้าต่าง,หลังคา,กำแพงแล้วก็เดินกลับไปซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมนักฆ่านิรนามชำเลืองมองหันหัวไปดูรอบสามร้อยหกสิบองศาไม่มีคนอยู่แถวนั้นไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งซ้ายไม่มีคนจะเดินมาจากฝั่งขวาไม่มีคนจากอีกฝากจะข้ามถนนมานักฆ่านิรนามก็ถอดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาวออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้ถอดเสื้อสีดำมีกระดุมออกแล้ววางพาดบนแขนขวาไว้หยิบเสื้อชุดลำลองคอกลมแขนยาวของเขาออกมาจากช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพายไหล่แล้วใส่เสื้อชุดลำลองคอกลมของเขาทับเสื้อคอกลมลายทางแดงขาว หยิบกางเกงชุดลำลองขายาวของเขาออกมาแล้วใส่ทับกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิงนั้นแล้วยัดเสื้อสีเนื้อยาวถึงเข่ามีแขนยาว,เสื้อสีดำมีกระดุม,วิกผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลลงไปในช่องใหญ่ของกระเป๋าสะพาย แล้วเดินกลับเข้าบ้านพักแล้วเอาข้าวปั้นไปเก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นนักฆ่าเปิดกระเป๋าเดินทางของตน หยิบสมุดไดอารี่เล่มเบ้อเร่อออกมา แล้วเขียนแผนผังพื้นที่ วาดรูปบ้านหลังนั้น วาดประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้าน,ถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น เขียนรายละเอียด เขียนว่าถ้าฆ่าเป้าหมายจากตรงนี้หรือคนอื่นหรือมาพบเข้าจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ทำอะไรได้ สถานที่นี้ใช้ทำอะไรได้ สถานที่นี้หลบหนีได้ไหม แผนหลบหนีนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น รวมไปถึงกำหนดแผนหลักฆ่าเป้าหมายเอาไว้พร้อมด้วยแผนสำรองจำนวนมาก เขียนโน๊ตไว้มากมายในหน้ากระดาษของสมุดไดอารี่นั้น เขียนลูกศรพร้อมข้อความกำกับ วาดรูปใกล้ๆกับรูปบ้านหลังนั้น,ประตูรั้ว,หน้าต่าง,ประตูบ้าน,ผนัง,กำแพง,หลังคา,ลานบ้านถนน,ทางเข้า,ทางออก,สถานที่ใกล้บ้านหลังนั้น พร้อมเขียนลูกศรและข้อความกำกับข้างรูปทุกรูป นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออก หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROมาสองกระบอก หยิบถุงใส่กระสุน10mm autoไว้ในแม็กกาซีนรูปร่างกลมสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละห้าสิบนัด และใส่กระสุน10mm autoลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบนัด แล้วนักฆ่านิรนามใส่แม็กกาซีนแบบแท่งเข้าไปในปืนBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอก นักฆ่านิรนามหยิบถุงกระสุน9×19 parabellumแล้วหยิบกระสุน9×19 parabellumออกจากถุงใส่ลงไปในแม็กกาซีนกลมสองแม็กกาซีน แม็กกาซีนละห้าสิบนัด ใส่กระสุน9×19 parabellumลงไปในแม็กกาซีนแบบแท่งสองแม็กกาซีนแม็กกาซีนละสามสิบห้านัด และนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBeretta 93Rกระบอกหนึ่งกับพานท้ายโพลีเมอร์แท่งยาวสีดำออกมา บรรจุแม็กกาซีนหนึ่งในสองแม็กกาซีนที่พึ่งบรรจุกระสุน9×19 parabellumไปเมื่อกี้เข้าไปในปืนBeretta 93R ขึ้นลำปืนทั้งBrügger & Thomet APCสองกระบอกและBeretta 93Rหนึ่งกระบอกแล้วเก็บปืนทั้งหมดและแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนแล้วทั้งหมดไว้ในชั้นสองของกระเป๋าเดินทางอย่างเดิม ปิดชั้นสองของกระเป๋าเดินทางทับด้วยชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางแล้วปิดกระเป๋าเดินทา แล้วนักฆ่านิรนามถอดเสื้อผ้าออกวางไว้กับเตียงนุ่งผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำ เสร็จแล้วออกมาจากห้องน้ำใส่ชุดลำลองเดินไปเปิดตู้เย็นกินข้าวปั้นก้อนหนึ่ง
วันต่อมาเวลาเที่ยงภายในบ้านหลังนั้นที่เป็นเป้าหมายที่แก๊งสิบเก้าคนจะเดินทางมา แก๊ง19คนรวมทั้งตัวหัวหน้าปีนประตูรั้วเข้าไปในบ้าน สองคนเดินไปยืนอยู่ข้างๆประตูบ้านคนละข้างหันหลังให้ผนัง อีกสองคนเดินไปซ่อนอยู่ข้างๆประตูรั้วคนละข้าง อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างขวา อีกคนหนึ่งเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังบ้านข้างซ้าย ตัวหัวหน้าแก๊งเปิดประตูบ้านหลังนั้นแล้วเข้าไปในบ้าน สี่คนเดินตามตัวหัวหน้าเข้าประตูบ้านเข้าไปชั้นที่หนึ่งของบ้าน แปดคนเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นที่สองของบ้าน ตัวหัวหน้าเดินไปเจอยูคิ อาโออิ สาวญี่ปุ่น เธอเกิด27 มีนาคม ค.ศ.1992 เป็นนักพากย์ ชอบsailor moon ชอบtransformers คุ้นเคยกับtransformersและของเล่นผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นเกม ชอบเกมThe Legend of Zelda : Ocarina of Timeมากที่สุด ชอบสัตว์ขนาดเล็ก เลี้ยงชิปมังก์และแมวมันช์กินไว้บ้าน มีความสามารถพิเศษในการวาดรูปด้วยอุปกรณ์ศิลปะหลากสี เธอมีงานอดิเรกเป็นการเขียนหนังสือและวาดรูป ใบหน้ากลมโต ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มแล้วน่ารัก ถ้ายิ่งใส่แว่นตากลมๆโตๆก็ยิ่งน่ารัก ผมสีดำ สูง140เซนติเมตร กรุ๊ปเลือดA เดินออกมาห้องครัวมาที่ห้องนั่งเล่น ตัวหัวหน้าแก๊ง19คนวิ่งเข้าไปหายูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ตัวหัวหน้าวิ่งเข้าไปทันเข้าหลังยูคิ อาโออิ ใช้แขนทั้งสองข้างโอบตัวยูคิ อาโออิ ทับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วยกยูคิ อาโออิจนตัวลอย แล้วตัวหัวหน้าของแก๊ง19คนก็ยกยูคิ อาโออิ เดินไปที่ห้องนอนห้องหนึ่งของชั้นหนึ่ง ใช้แขนขวาเปิดประตู แล้วก็เดินเข้าไปในห้องนอนนั้นแล้วโยนยูคิ อาโออิลงไปบนที่นอนที่วางอยู่บนเตียงในห้องนอนห้องนั้น คนสี่คนในชั้นหนึ่งของบ้านนั้น คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างซ้าย คนหนึ่งเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนห้องนั้นข้างขวา อีกคนเดินไปยืนเฝ้าอยู่หลังประตูเข้าบ้าน อีกคนเดินเข้าไปยืนในห้องครัว คนแปดคนจากแก๊ง19คนที่อยู่ในชั้นที่สองของบ้านหลังนั้น สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำของชั้นสอง สองคนเดินไปยืนเฝ้าหน้าห้องนอนของชั้นสอง สี่คนยืนเฝ้าตรงบันได ฝ่ายนักฆ่านิรนามที่อยู่ในห้องใหญ่ของบ้านพักถอดชุดลำลองของเขาเปลี่ยนไปแต่งตัวใส่ชุดสูทธุรกิจ-เสื้อเชิ้ตสีขาว-เสื้อนอกสีดำ-กางเกงขายาวสีดำที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง ด้านในของเสื้อนอกสีดำยาวถึงเข่านั้นทำช่องเหมือนซองปืนไว้สำหรับใส่ปืน นักฆ่านิรนามถอดชั้นแรกของกระเป๋าเดินทางออกเผยให้เห็นชั้นสองของกระเป๋าเดินทางเอาปืนBrügger & Thomet APC PROที่ใส่แม็กกาซีนแบบแท่งไว้แล้วทั้งสองกระบอกออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทางปลดเซฟตี้ติดที่เก็บเสียงเข้ากับปากกระบอกปืนของBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอกแล้วเอาปืนBrügger & Thomet APC PROทั้งสองกระบอกนั้นใส่ลงไปในช่องใส่ปืนที่ด้านขวาในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาปืนBeretta 93Rกับพานท้ายแท่งยาวสีดำออกมาจากชั้นสองของกระเป๋าเดินทาง เอาพานท้ายแท่งยาวสีดำนั้นต่อเข้ากับส่วนล่างของด้านหลังของด้ามปืนBeretta 93Rเปลี่ยนโหมดยิงของปืนBeretta 93Rจากโหมดยิงทีละนัดไปเป็นBurst Modeแล้วติดที่เก็บเสียงเข้ากับปากกระบอกปืนBeretta 93R แล้วเอาBeretta 93Rที่ต่อพานท้ายแล้วใส่ไปในช่องใส่ปืนที่ด้านซ้ายในด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า เอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน10mm autoสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน10mm autoใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านขวาของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง แล้วนักฆ่านิรนามเอาแม็กกาซีนรูปร่างกลมที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนกับแม็กกาซีนแบบแท่งที่บรรจุกระสุน9×19 parabellumสองแม็กกาซีนใส่ลงไปในช่องด้านในที่ด้านซ้ายของด้านในของเสื้อสีดำยาวถึงเข่า หนึ่งแม็กกาซีนต่อหนึ่งช่อง เปิดฐานกระเป๋าเดินทางออกหยิบปืนWalther PPKที่ซ่อนอยู่ในฐานกระเป๋าเดินทางออกมาพร้อมแม็กกาซีนที่เหลือกระสุน.30ACPหกนัดออกมา นักฆ่านิรนามถือปืนWalther PPKเปล่าในมือขวา ถือแม็กกาซีนที่เหลือกระสุน.30ACPหกนัดในมือซ้าย นักฆ่านิรนามมองเสื้อสีดำตัวยาวถึงเข่าตัวนั้นเห็นปืนBrügger & Thomet APC PROสองกระบอกปืนBeretta 93Rติดพานท้ายหนึ่งกระบอก ปืนทั้งหมดนี้เตรียมพร้อมแล้ว นักฆ่านิรนามก็พูดว่า"ไม่ต้องหรอกมั้ง"แล้วนักฆ่านิรนามก็เอาปืนWalther PPKใส่ลงไปในช่องด้านในเสื้อสีดำตัวยาวนั้นช่องหนึ่ง เอาแม็กกาซีนที่เหลือกระสุน.30ACPหกนัดนั้นใส่อีกช่องหนึ่ง แล้วนักฆ่านิรนามก็เอาเสื้อสีดำยาวถึงเข่านั้นใส่ห่มตัวเป็นเสื้อคลุม หยิบหมวกทรงสูงสีดำออกมาจากกระเป๋าเดินทาง หยิบเครื่องเล่นMP3กับหูฟังออกมาจากกระเป๋าเดินทาง เสียบหูฟังเข้ากับเครื่องเล่นMP3 ใส่หูฟังเข้าไปในหูทั้งสองข้างแล้วกดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัด แล้วนักฆ่านิรนามก็ถอดหูฟังออก ทิ้งหูฟังไว้ แล้วนักฆ่านิรนามใส่หมวกทรงสูงสีดำ(ที่เอาออกมาจากกระเป๋าเดินทางเมื่อกี้นี้) เอาเครื่องเล่นMP3ใส่ลงไปในช่องด้านในข้างซ้ายของเสื้อคลุม แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินออกจากบ้านพักเดินไปจนถึงต้นไม้ที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารที่เขาเคยเข้าไปแล้วเดินวนกลับแล้วข้ามไปอีกฝั่งห่างจากบ้านยูคิ อาโออิ แล้วนักฆ่านิรนามเดินเข้าไปอยู่ข้างบ้านด้านขวาของตัวบ้านแล้วเดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างขวา แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินเลียบกำแพงไปจนถึงหลังบ้านข้างซ้ายแล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบเครื่องเล่นMP3ออกมาจากเสื้อคลุม กดเล่นไฟล์เสียงกระสุนปืนหนึ่งนัดเสียงดังลั่น แล้วเดินเลียบกำแพงไปที่หลังบ้านข้างซ้ายพร้อมเก็บเครื่องเล่นMP3 แล้วนักฆ่านิรนามก็หยิบปืนBrügger & Thomet APC PROกระบอกหนึ่งออกมาจากช่องด้านในด้านขวาของเสื้อคลุม คนที่เฝ้าหลังบ้านข้างซ้ายก็เดินเข้าไปที่มุมกำแพงด้านซ้ายนั้น นักฆ่านิรนามปีนกำแพงแล้วเอาปืนBrügger & Thomet APC PRO ยิงหนึ่งนัดโดนหัวของคนเฝ้าหลังบ้านด้านขวาตายล้มลง แล้วยิงอีกหนึ่งนัดโดนเฝ้าหลังบ้านด้านซ้าย(ที่ตอนนี้อยู่ตรงมุมกำแพงหลังบ้านด้านซ้าย)ตายล้มลง แล้วนักฆ่านิรนามก็ข้ามกำแพงปีนลงมาลงหลังบ้านยูคิ อาโออิ แล้วนักฆ่านิรนามก็เดินไปชิดผนังบ้านด้านหลังอยู่ข้างหน้าต่างห้องครัว(หน้าต่างห้องครัวเปิดอยู่) คนที่เฝ้าห้องครัวออกมาดูที่หน้าต่าง นักฆ่านิรนามหันไปพร้อมปืนBrügger & Thomet APC PROแล้วยิงหนึ่งนัดโดนหน้าผากคนเฝ้าห้องครัวตายล้มลง นักฆ่านิรนามปีนหน้าต่างห้องครัวลงห้องครัว นักฆ่านิรนามเดินไปแอบอยู่ข้างซ้ายของประตูห้องครัว นักฆ่านิรนามหันไปขวาชะเง้อออกไปพร้อมปืนBrügger & Thomet APC PROแล้วยิงโดนหัวคนเฝ้าหลังประตูเฝ้าบ้านตายล้มลง คนที่ยืนเฝ้าอยู่ทั้งสองข้างของห้องนอนบนชั้นหนึ่งของบ้านทั้งสองคนก็ผละออกจากห้องนอนเดินไปที่ห้องครัว นักฆ่านิรนามยิงปืนBrügger & Thomet APC PROยิงรัวไปสี่นัดโดนหัวทั้งสองคนตายล้มลง หัวหน้าแก๊งที่ตอนนี้คร่อมตัวยูคิ อาโออิอยู่ มือทั้งสองข้างของหัวหน้าแก๊งจับข้อมือทั้งสองของยูคิ อาโออิที่นอนหงายราบกับผ้าห่มและที่นอนและเตียงนอนอยู่ ขาทั้งสองข้างของหัวหน้าแก๊งคร่อมอยู่ด้านข้างของยูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิดิ้นไปมา ทั้งหัวหน้าแก๊งและยูคิ อาโออิที่กำลังดิ้นอยู่หยุดชะงักในตอนนั้น(ตอนที่นักฆ่านิรนามฆ่าคนที่เฝ้า ชั้นที่หนึ่งของบ้านหมด) นักฆ่านิรนามเดินออกมาจากห้องครัว แล้วเดินเข้าไปห้องนอนของชั้นที่หนึ่งแล้วยิงปืนBrügger & Thomet APC PROหนึ่งนัดโดนกบาลหัวหน้าแก๊งที่คร่อมตัวยูคิ อาโออิอยู่ตายหน้าฟุบลงที่นอนข้างหัวข้างซ้ายของยูคิ อาโออิ ยูคิ อาโออิก็กรี๊ด แล้วยูคิ อาโออิก็หน้าไปมองหัวของหัวหน้าแก๊ง แล้วยูคิ อาโออิก็หันหน้ามามองนักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามก็พูดว่า"てつだうない(เท็ตสึดะอุไน=ไม่ได้มาช่วยหรอกนะ)"
นักฆ่านิรนามเดินออกจากห้องนอนของชั้นแรกเดินกลับเข้าไปในห้องครัวกระโดดออกจากหน้าต่างห้องครัวลงหลังบ้านเดินเลาะผนังข้างขวาของตัวบ้านเห็นคนสองคนที่เฝ้าประตูรั้วก่อน นักฆ่านิรนามยิงปืนBrügger & Thomet APCโดนหัวคนเฝ้าประตูรั้วที่อยู่ทางซ้ายมือของเขาหนึ่งนัดยิงโดนหัวคนเฝ้าประตูรั้วที่อยู่ด้านขวามือของเขาหนึ่งนัด คนที่เฝ้าประตูบ้านสองคนหันตัวเดินมาหานักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามรัวปืนBrügger & Thomet APCเล็งไปที่ขาสองข้างจนทั้งสองคนนั้นล้มลงแล้วนักฆ่านิรนามรัวปืนBrügger & Thomet APCใส่หัวทั้งสองคนจนตาย
นักฆ่านิรนามรัวปืนBrügger & Thomet APCทะลุกระจกหน้าต่างชั้นสองจนกระสุนหมด นักฆ่านิรนามปลดแม็กกาซีนที่หมดกระสุนแล้วแล้ววิ่งไปพิงผนังบ้าน หยิบแม็กกาซีนกลมแม็กกาซีนหนึ่งออกมาจากด้านในของข้างขวาของเสื้อคลุมแล้วบรรจุแม็กกาซีนกลมเข้ากับปืนBrügger & Thomet APCแล้วขึ้นลำปืนแล้วเดินกลับเข้าในบ้านของยูคิ อาโออิแล้วเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นสอง เมื่อนักฆ่านิรนามเดินขึ้นบันไดไปครึ่งทางนักฆ่านิรนามก็รัวปืนBrügger & Thomet APCใส่ชั้นสอง เมื่อเขาเดินขึ้นถึงขั้นบันไดขั้นบนสุดนักฆ่านิรนามรัวปืนBrügger & Thomet APCใส่คนทั้งแปดคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นของชั้นสองอยู่แล้ว
นักฆ่านิรนามห้อยปืนลงไปตามแขนขวาเดินตรวจสอบศพแต่ละร่างบนชั้นสองอย่างละเอียด ยิงเพิ่มอีกนัดที่ศีรษะของแต่ละคน
จากนั้นเขาก็เดินลงไปยังชั้นหนึ่งเข้าห้องนอนของยูคิ อาโออิ
ยูคิ อาโออิ ยังคงนั่งตัวแข็งอยู่บนเตียง เมื่อเธอเห็นนักฆ่านิรนามกลับมา เธอเงยหน้ามองนักฆ่านิรนาม นักฆ่านิรนามเดินช้าๆตรงไปที่เตียงนั่งลงบนเตียงนอนอยู่หน้ายูคิ อาโออิ
นักฆ่านิรนามมองเธอเพียงชั่วครู่
หันหลังแล้วเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน
เขาถอดเสื้อคลุมสีดำยาวที่เปื้อนเลือดออก พับอย่างเป็นระเบียบแล้วทิ้งไว้ในบ้าน ยกมือซื่นล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างที่สะพายอยู่ใต้เสื้อนอก หยิบโทรศัพท์ออกมา
เขาส่งอีเมลหนึ่งฉบับผ่าน TOR browser ไปยังผู้จ้างงาน:
"งานเสร็จสิ้น เงินให้โอนเข้าบัญชีตามปกติ"
จากนั้นเขาก็เดินออกจากบ้านหลังนั้น เดินผ่านซอยที่เงียบสงัด โดยไม่มีใครสังเกตเห็น เขากลับไปยังบ้านพัก เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าลงในกระเป๋าเดินทางอย่างระเบียบเรียบร้อย
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขานั่งอยู่บนรถไฟด่วนสายชินคันเซ็น มุ่งหน้าไปยังสนามบิน ในมือเขากำลังตรวจสอบอีเมลฉบับใหม่บนโทรศัพท์ งานต่อไปกำลังรอเขาอยู่
ศานต์ นั่งนิ่งอยู่บนเบาะรถไฟด่วนชินคันเซ็น ทิวทัศน์นอกหน้าต่างวิ่งผ่านเป็นภาพเบลอ ตาของเขาจดจ่ออยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงรายละเอียดงานชิ้นใหม่
เป้าหมาย: ทาคาชิ โคบายาชิ
ตำแหน่ง:ประธานบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
สถานที่:โตเกียว
ระยะเวลา:48 ชั่วโมง
อีเมลระบุรายละเอียดเพิ่มเติม: โคบายาชิจะเข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์การกุศลในคืนรุ่งขึ้น ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ เขามีทีม保镖ส่วนตัว 6 คน คอยคุ้มกันอย่างใกล้ชิด
มุมขมับของศานต์เบิกกระตุกเล็กน้อย นี่ไม่ใช่เป้าหมายทั่วไป เขาต้องการการเตรียมการเป็นพิเศษ
เมื่อถึงสนามบิน เขาไม่ขึ้นเครื่องบินที่จองไว้ล่วงหน้า แทนที่จะใช้บัตรประจำตัวปลอมซื้อตั๋วเที่ยวบินภายในประเทศไปยังเกาะคิวชู เขารู้ดีว่างานระดับนี้ ผู้จ้างอาจพยายามตามรอยหรือกำจัดเขาหลังจากงานสำเร็จ
บนเครื่องบินไปฟุกุโอกะ มือของเขากำสมุดไดอารี่เล่มเดิม เขาเริ่มร่างแผนคร่าวๆ
"งานกาล่า... ที่สาธารณะ...保镖 6 คน..." เขาขีดเขียนข้อความและลูกศรเชื่อมโยงกันไปมา "可能需要เครื่องแต่งกายพิเศษ... อุปกรณ์ต้องเล็กและซ่อนได้ดี"
หลังจากลงจอด เขาไม่หยุดพัก โดยตรงไปที่สถานีรถไฟและขึ้นชินคันเซ็นกลับไปโตเกียว การเดินทางแบบวงกลมเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม
บนรถไฟ เขาเปิดแอป Google Maps ศึกษาพื้นที่รอบโรงแรมโฟร์ซีซันส์ เขาซูมดูถนนทุกสาย ตรอกทุกซอกซอย สะพานลอย และทางหนีไฟ
เมื่อถึงโตเกียวในตอนค่ำ เขาไม่ไปโรงแรมใหญ่ๆ แทนที่จะเลือกโรงแรมธุรกิจขนาดกลางในย่านชินจูกุ ที่ไม่引人注目
ในห้องพัก เขาเปิดกระเป๋าเดินทาง คราวนี้เขาไม่หยิบปืนใหญ่ ออกมา แต่เลือกอุปกรณ์ขนาดเล็กกว่า
ปืนพก Sig Sauer P365 สองกระบอก พร้อมที่เก็บเสียง
มีดสั้นรูปร่างพิเศษที่ทำจากเซรามิก ตรวจจับโดย金属探测器ไม่พบ
เข็มฉีดยาขนาดเล็กบรรจุพิษชนิดออกฤทธิ์เร็ว
ชุดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับ bypass ระบบรักษาความปลอดภัย
เสื้อทัคซิโดสีดำพร้อมเข็มกลัดปกซ่อนมีด
รองเท้าหนังสีดำที่มีพื้นดูดเสียงและซ่อน有มีดเล็กๆ ได้
เขาจัดการทุกอย่างลงในกระเป๋าเอกสาร businessmen ดูสมบูรณ์แบบ
รุ่งขึ้น เขาใช้เวลาทั้งวันในการสอดแนมพื้นที่รอบโรงแรม เขานั่งจิบกาแฟที่ร้าน Starbucks 对面โรงแรม สังเกตการณ์保镖เปลี่ยนเวรยาม
เขาใส่แว่นตาชนิดพิเศษที่สามารถบันทึกวีดีโอและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้
ตอนบ่าย เขาเดินเข้าโรงแรมในชุดพนักงานบริการ ใช้บัตรผ่านปลอมเข้าไปในพื้นที่ staff only เขาศึกษาแผนผังภายในโรงแรม ทางหนีไฟ และจุด blind spot ของกล้องวงจรปิด
เมื่อกลับ到ห้องพัก เขาอัพเดทแผนในสมุดไดอารี่
"เป้าหมายจะนั่งที่โต๊ะหลัก near the stage... 保镖 2 คน stand behind, 2 คน at the entrance, 2 คน roam around..."
เขาวางแผนหลายแบบ:
แผน A:ใช้มีดพิษ during the cocktail party
แผน B:ยิงในช่วง演讲 when the lights are dim
แผน C:制造ความสับสนแล้วลอบเข้าใกล้
เมื่อถึงเวลาเย็น ศานต์แต่งตัวในชุดทัคซิโดอย่างประณีต เขาซ่อนอุปกรณ์ทั้งหมดในชุดอย่างแนบเนียน หน้ากระจกในห้องน้ำสะท้อนภาพชายร่างสูงในชุดทางการ 但ดวงตาคู่นั้นเยือกเย็นและไร้อารมณ์
เขามองดู自己的映像ครั้งสุดท้าย แล้วก็หันหลังออกไป
บนถนนนอกโรงแรม ไฟนีออนโตเกียวส่องแสงสว่างไสว ศานต์หายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเข้าไปในโรงแรม
ดวงตาของเขา扫描 the lobby โดยไม่แสดงอาการ เขาเดินผ่าน保镖สองคนที่ยืนอยู่ที่ประตู entrance อย่างมั่นใจ
งานกาล่าดินเนอร์刚刚เริ่มขึ้น เสียงวงดนตรีแจ๊สและเสียงพูดคุยดังลั่นทั่วห้องโถง
ศานต์หยิบแก้วแชมเปญจากพนักงานบริการ แล้วก็ละลายตัวเข้าไปใน人群
เขามองเห็นเป้าหมายของเขา ทาคาชิ โคบายาชิ กำลังยืนคุยกับกลุ่ม businessmen ใกล้ๆ เวที
保镖สี่คนล้อมรอบเขาอย่างแน่นหนา
ศานต์ยิ้มเล็กน้อย
เกมแห่งความมรณะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...
ศานต์เดินอย่างสง่าผ่านฝูงชนในชุดทักซิโดที่ตัดพอดีตัว แก้วแชมเปญในมือเขาเอียงเล็กน้อย ดูเหมือนนักธุรกิจผู้มั่นใจคนหนึ่งที่มาร่วมงาน การมองเห็นของเขาถูกจำกัดด้วยแสงไฟที่หรี่และฝูงชนหนาแน่น แต่เขาจดจำแผนผังพื้นที่ได้แม่นยำ
เขาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เป็นธรรมชาติ หมุนเวียนไปมาราวกับกำลังหาคนรู้ใจ ทุกก้าวถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อรักษามุมมองต่อเป้าหมาย
20:15 น. ศานต์สังเกตเห็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของบอดี้การ์ดสองคนที่เดินสลับกันรอบๆ โคบายาชิ ทุก 3 นาทีพอดี จะมีช่วงว่าง 15 วินาทีที่มุมขวาของห้องโถง
20:22 น. เขาใช้โอกาสเมื่อโคบายาชิเดินไปที่โต๊ะขนม เขาเคลื่อนตัวเข้าใกล้อย่างนุ่มนวล แต่บอดี้การ์ดคนหนึ่งขยับเข้ามาขวางทางก่อนที่เขาจะเข้าไปในรัศมี 2 เมตร
"ขอโทษครับ" ศานต์พยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปทางอื่นโดยไม่แสดงอาการเสียดาย
20:45 น. โคบายาชิลุกขึ้นเพื่อกล่าวสุนทรพจน์บนเวที นี่คือจังหวะที่ศานต์รอคอย
ขณะที่แสงไฟในห้องมืดลงและสปอตไลต์ส่องไปที่เวที ศานต์ใช้ความมืดเป็นเครื่องปกคลุม เขาเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่คำนวณไว้ล่วงหน้า ด้านหลังเสาใหญ่ที่มุมซ้ายของห้อง
มือขวาของเขาค่อยๆ ล้วงเข้าไปในชุดทักซิโด จับเข็มกลัดปกที่แปลงเป็นอาวุธได้ แต่แล้วเขาก็หยุด...
มีบางอย่างไม่ปกติ
บอดี้การ์ดสองคนที่ควรจะยืนอยู่ด้านหลังเวที กลับหายไป
ศานต์หยุดชะงัก สัญชาตญาณบอกเขาว่านี่คือกับดัก
เขาถอยหลังเข้าไปในเงามืดอย่างเงียบๆ ทันทีที่แสงไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง เขาก็หายตัวไปจากตำแหน่งนั้น
21:10 น. ศานต์เปลี่ยนแผน เขาเข้าไปในห้องน้ำชาย ซ่อนตัวในคูหาและรอ
ไม่นานหลัง从他进去,他听到两名保镖的声音:
"...ตรวจแล้วทุกจุด ไม่พบสิ่งน่าสงสัย"
"อาจจะเป็น我们กังวลไปก็ได้"
ศานต์ยิ้มเล็กน้อย เขารู้แล้วว่าการลอบสังหารครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตแล้ว
เมื่อห้องน้ำเงียบลง เขาออกมาพร้อมกับเปลี่ยน appearance เล็กน้อย เขาถอดเนคไท ปลดกระดุมปกเสื้อ และสวมแว่นตาที่เตรียมไว้
21:25 น. เขาไม่กลับไปที่งานเลี้ยง แต่เดินตรงไปยังลิฟต์บริการ กดปุ่มไปยังชั้นจอดรถ
ในขณะที่ลิฟต์เคลื่อนลง มือของเขากำลังพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์加密:
"งานยกเลิก มีการเตรียมการ"
21:30 น. ศานต์ออกจากโรงแรมผ่านทางออกด้านหลัง ที่ซึ่งมีรถเช่าคันหนึ่งจอดรอเขาไว้ เขาขับรถออกไปทันที โดยไม่หันกลับมามอง
บนถนนที่วุ่นวายของโตเกียว เขาขับรถเลี้ยวไปมาอย่างไม่มีแบบแผน เพื่อตรวจสอบว่ามีใครตามเขาหรือไม่
เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัย เขาจึงขับรถไปยังสถานีรถไฟชินจูกุ ทิ้งรถไว้ในที่จอดรถสาธารณะ
22:00 น. เขากลับ到ห้องพัก 收拾东西准备离开
แต่เมื่อ他เปิดประตูเข้าไป,他พบว่าห้องของเขาถูกค้นแล้ว
ศานต์หยุดอยู่ที่ประตู,ดวงตาสแกนรอบห้องอย่างรวดเร็ว
สิ่งของถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ,แต่เขารู้ว่ามีคนมาแล้ว
เขาก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ,正准备离开...
เสียง一个熟悉的声音ดังขึ้นจาก behind him:
"好久不见了,ศานต์"
ศานต์หยุดนิ่งอยู่ที่ประตู เสียงนั้นคุ้นเคยเกินไป... เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาเกือบห้าปีแล้ว
โดยไม่หัน頭,เขาตอบกลับไปด้วยเสียงเบาๆแต่ชัดเจน:
"จุน...ฉันคิดว่าฉันได้ฆ่าคุณไปแล้วที่โอซาก้า"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
"คุณเกือบจะสำเร็จ呢,ศานต์...กระดูกซี่โครงสามซี่หัก,ปอดถูกแทง,แต่คุณรู้ไหม?ความโกรธแค้นนั้นทำให้人有พลัง活下去ได้"
ศานต์ค่อยๆ หันหน้าไปทางเสียง的来源,มือขวาของเขาค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในเสื้อคลุม
ในเงามืดที่ปลายทางเดิน,ชายร่างบางสูงยืนอยู่ there เขาสวมชุดดำ,ใบหน้าครึ่งหนึ่ง被แผลเป็นปกคลุม,แต่ตาคู่นั้นยังคงเฉียบคมเหมือนเมื่อห้าปีก่อน
"คุณมาทำอะไรที่นี่,จุน" ศานต์ถาม,ร่างกายยังคงอยู่ในท่าพร้อม
"เรื่อง簡單มาก" จุนก้าวเดินเข้ามา几步,"ฉันต้องการให้คุณช่วยฉัน完成งานหนึ่ง项"
"ฉันไม่ทำงานร่วมกับใคร"
"噢,但这个不同" จุนยิ้มเย็น,"เป้าหมายคือ 'แมงมุม'"
听到这个名字,ศานต์รู้สึกกล้ามเนื้อหลังเขาเกร็งเล็กน้อย 'แมงมุม' - องค์กรลับที่ฝึก他和จุน出来,แล้ว又พยายามกำจัดพวกเขาเมื่อพวกเขาพยายามแยกตัวออกไป
"ทำไม你现在才来找我" ศานต์ถาม,สายตายังคงจับจ้องที่จุน
"เพราะฉัน刚刚พบที่อยู่ของ 'แมงมุม'... และฉันรู้ว่า只有我们联手才能ทำลาย他们ได้"
ในขณะที่จุนพูด,ศานต์ได้สังเกตเห็นบางอย่าง - นิ้วชี้ขวาของจุนกระตุกเบาๆ เป็นรหัสลับที่พวกเขาเคยใช้เมื่อยังเป็น partners: อันตราย... 有人监听... 演戏
ศานต์ตอบสนองทันทีโดยไม่露声色:
"คุณคิดว่าฉันจะ信任คุณเหรอ?หลังจากที่คุณพยายาม会ฆ่าฉัน?"
"那个时候是上级的命令,ศานต์... ตอนนี้我们都เป็นเหยื่อ"
ในขณะที่他们两个กำลังพูด,ศานต์ได้ยินเสียง footsteps เบาๆ จากทางเดินด้านข้าง เขารู้ว่าต้องรีบตัดสินใจแล้ว
"好吧" ศานต์พูด,"但เราต้องทำตามเงื่อนไขของฉัน"
"อะไรบ้าง?"
"第一,ไม่มีการทรยศ... 第二,แผนต้องเป็นของฉัน... 第三-"
เขาไม่ทันได้พูดจบ,เสียงประตูเปิดอย่างรวดเร็วจากห้องด้านข้าง และชายสามคนในชุดดำก็พุ่งออกมา พร้อมกับเล็งปืนไปที่他们两个
但在那些人จะยิงได้,ศานต์和จุน已เคลื่อนไหวแล้ว
ศานต์ถลันตัวไปด้านข้าง,มือขวาดึง有ดออกจากในเสื้อและปา出去,有ดนั้นพุ่งตรงไปยังคอของชายคนแรก
จุนหมุนตัว,เท้าเหวี่ยงไปถูกปืนในมือของชายคนที่สอง,แล้วต่อยไปที่ลำคออย่างรวดเร็ว
ภายในสามวินาที,ชายสามคน就ล้มลง,但เสียง警铃也开始ดังขึ้น
"这边!" จุนตะโกน แล้วกระโดดออกไปทางหน้าต่างที่ปลายทางเดิน
ศานต์ตาม他ไป,ทั้งสองคนกระโดดลงมาที่หลังคาของอาคาร рядом,แล้ว就开始วิ่งไปตามหลังคาต่อๆ ไป
ระหว่างทาง,จุนพูดระหว่างหายใจ:"พวกเขาเป็นคนของ 'แมงมุม'... 跟踪ฉันมา到这里"
"เห็นได้ชัด" ศานต์ตอบ,"现在คุณจะบอกฉันให้หมด吗?เรื่องทั้งหมด"
พวกเขาหยุดพักชั่วครู่ใต้ชายคามืด,จุนมองศานต์โดยตรง:
"'แมงมุม' 正在实施โครงการใหม่... 'กำจัด' นักฆ่าทุกคนที่他们เคยฝึก出来,และคุณ与我都在名单上"
"ทำไม?"
"因为他们พัฒนาระบบ AI ใหม่ที่สามารถฆ่าได้โดยไม่ต้อง依靠มนุษย์... และพวก他าต้องการลบร่องรอยทั้งหมด"
ศานต์พยักหน้า,这一切เริ่มเข้าใจแล้ว
"好吧" เขาพูด,"但ก่อนที่เราจะทำอะไร,有หนึ่งสิ่งที่我们必须ทำก่อน"
"อะไร?"
"เราต้องไปที่ 'สถานที่นั้น' ก่อน"
จุนมอง他อย่างงง:"คุณหมายถึง... ที่หลบภัยในคาโงชิมะ?"
"ใช่" ศานต์มองออกไปที่ไฟเมืองโตเกียว,"那里有สิ่งที่เราต้องการ,ถ้าเราจะสู้กับ 'แมงมุม'"
ทั้งสองคนแลกมองกัน,ในตาของแต่ละคนสะท้อนให้เห็น到记忆แห่งอดีต,และอันตรายที่กำลังจะมาถึง
การต่อสู้ครั้งใหม่เพิ่งจะ开始,但这次,ศัตรูคือครูผู้เคยฝึกพวกเขามา
ศานต์และจุนหายเข้าไปในความมืดของโตเกียวเหมือนน้ำสองหยดที่ไหลลงสู่มหาสมุทร การเดินทางไปคาโงชิมะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
23:45 น. พวกเขามาถึงอพาร์ตเมนต์ปลอดภัยแห่งหนึ่งในย่านเอบิซุ ที่ศานต์เตรียมไว้ล่วงหน้า
"เราต้องเปลี่ยนเส้นทาง" ศานต์พูดขณะเปิดแล็ปท็อป "พวกเขารู้ว่าเรารู้จักที่หลบภัยที่คาโงชิมะ"
จุนพยักหน้า mientras ตรวจสอบอาวุธของเขา "แล้วคุณคิดว่ายังไง?"
ศานต์พิมพ์บางอย่างลงไป "มีที่หลบภัยแห่งหนึ่งในคาโงชิมะที่คุณไม่รู้จัก... ที่พักสุดท้ายที่อาจารย์ใหญ่สร้างไว้ก่อน他会ตาย"
ดวงตาของจุนเบิกกว้าง "อาจารย์ใหญ่? ฉันคิดว่าเขา..."
"ใช่ เขาตายแล้ว" ศานต์ตัดบท "แต่ก่อน他会ตาย เขาให้แผนที่ฉันไว้"
06:00 น. ของวันใหม่ ทั้งคู่ปรากฏตัวที่ท่าเรือในโยโกฮาม่า ในชุดนักท่องเทียว ต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง ศานต์ใส่เสื้อฮาวายและกางเกงขาสั้น ส่วนจุนใส่ชุดว่ายน้ำและสะพายกระเป๋าเป้
พวกเขาขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปคาโงชิมะ โดยไม่留下ร่องรอย
บนเรือ ศานต์ส่งมอบแผนที่กระดาษเก่าแก่ให้จุน "นี่คือที่อยู่"
จุนมองแผนที่อย่างพิศวง "ทำไมคุณถึงรอจนถึง现在才บอกฉัน?"
"เพราะฉันไม่信任คุณ... จนถึงเมื่อคืน"
13:20 น. เรือเทียบท่าที่คาโงชิมะ ทั้งคู่เช่าจักรยานยนต์และมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟฟ้าซากุระจิมะ
ทางลาดชันและคดเคี้ยว ศานต์นำทางไปตามเส้นทางที่เขาจำได้แม่น
15:00 น. พวกเขาหยุดที่หน้าถ้ำเล็กๆ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์
"นี่เหรอ?" จุนถาม
ศานต์พยักหน้าแล้วดึงเถาวัลย์ออก เผยให้เห็นประตูเหล็กที่ขึ้นสนิม เขากดรหัสบนแผงข้างประตู มีเสียงคลิกดังขึ้น
ภายในถ้ำกว้างขวางเกินคาด มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย
แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ตะลึงคือ...
ชายวัยกลางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าที่พวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"อาจารย์ใหญ่?" จุนพูดด้วยเสียงสั่น
ชายคนนั้นหันมา ยิ้มอย่างอ่อนโยน "นาน了呢,ลูกศิษย์ของฉัน"
ศานต์ดึงปืนออกมาทันที "คุณตายไปแล้ว ฉันเห็นศพคุณด้วยตัวเอง"
อาจารย์ใหญ่พยักหน้า "ใช่ ฉันต้องทำแบบนั้น... เพื่อหลบหนีจาก 'แมงมุม'"
เขาเลื่อนวีลแชร์ออกมา—ขาทั้งสองข้างของเขาหายไป
"นี่คือราคาที่ฉัน必须จ่ายเพื่ออิสรภาพ"
จุนก้าวเข้าไปใกล้些 "ทั้งหมดนี้是什么意思? ทำไมคุณถึงซ่อนตัวอยู่ที่นี่?"
อาจารย์ใหญ่ชี้ไปที่จอคอมพิวเตอร์ "เพราะฉัน正在พัฒนาบางสิ่ง... สิ่งที่สามารถทำลาย 'แมงมุม' ได้"
บนจอแสดงแผนภาพของ AI ระบบเดียวกันที่ 'แมงมุม' กำลังพัฒนา
"แต่不同于ของพวกเขา" อาจารย์ใหญ่พูดต่อ "ระบบของฉันถูกออกแบบมาเพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพื่อฆ่า"
ศานต์ลดปืนลงเล็กน้อย "คุณต้องการอะไรจากเรา?"
อาจารย์ใหญ่มองพวกเขาทั้งคู่ "ช่วยฉัน完成ระบบนี้... และนำ它ไปติดตั้งที่เซิร์ฟเวอร์หลักของ 'แมงมุม'"
เขาหยิบฮาร์ดไดรฟ์สองอันออกจากลิ้นชัก "ทั้งหมดอยู่ที่นี่"
จุนรับฮาร์ดไดรฟ์มา "แต่ทำไมต้อง是我们?"
"เพราะ只有คุณสองคนเท่านั้นที่รู้จักเส้นทางลับเข้าไปยังฐานของ 'แมงมุม'... และ只有คุณสองคนเท่านั้นที่มีทักษะที่จะทำสำเร็จ"
ศานต์มองอาจารย์ใหญ่อย่างจริงจัง "และหลังจากนี้?"
"หลังจากนั้น คุณทั้งคู่จะเป็นอิสระ... และฉัน也会ตายอย่างแท้จริงครั้งนี้"
ทั้งสามคนแลกมองกัน ในถ้ำใต้ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น พวกเขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึง
การเดินทางไปยังฐานลับของ 'แมงมุม' จะเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดในชีวิตของพวกเขา
ศานต์จับฮาร์ดไดรฟ์ในมือแน่น อาจารย์ใหญ่ได้มอบแผนที่และรหัสผ่านให้พวกเขาแล้ว
"ฐานลับอยู่ที่ไหน?" จุนถามขณะเก็บฮาร์ดไดรฟ์อย่างระมัดระวัง
"อยู่ใต้ภูเขาฟูจิ" อาจารย์ใหญ่ตอบ "แต่ไม่ใช่ทางเข้าหลัก... มีทางลับที่很少有人รู้จัก"
ศานต์จำเส้นทางในแผนที่ได้แม่น "อุโมงค์เหมืองร้าง..."
"ใช่" อาจารย์ใหญ่พยักหน้า "แต่小心ให้ดี... ทางนั้นมีกับดักมากมาย"
18:00 น. ทั้งคู่ลาอาจารย์ใหญ่แล้วออกเดินทาง พวกเขาใช้เส้นทาง繞远เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
02:15 น. ศานต์และจุนมาถึงเชิงภูเขาฟูจิ ในความมืดมิดของคืนเดือนมืด
"นี่就是ทางเข้า?" จุนถามขณะส่องไฟฉายไปที่ปากทางเข้าเหมืองร้าง
ศานต์ตรวจสอบแผนที่อีกครั้ง "ใช่ 但我们必须รอจนถึง03:00 น. exactly... น้ำทะเลสาบจะลดระดับ,เผยให้เห็นทางลับ"
พวกเขารอคอยอย่างอดทน ในความเงียบของกลางคืน
03:00 น. พอดี เสียง機械ดังขึ้นเบาๆ จากภายในเหมือง กำแพงหินค่อยๆ เลื่อนเปิด เผยให้เห็นทางลึกลงไปใต้ดิน
"走" ศานต์พูดแล้วก้าวนำ ahead
ทางเดินแคบและชัน พวกเขาเดินลงไปเรื่อยๆ เป็นเวลา almost 30 นาที
ทันใดนั้น ไฟในอุโมงค์สว่างขึ้น
"มีคนรู้ว่าเรามาแล้ว" จุนพูดขณะดึงอาวุธออกมา
ศานต์มองไปรอบๆ "ไม่... นี่คือกับดักอัตโนมัติ"
แผ่นโลหะ数สิบบล็อกพุ่งออกมาจากผนัง พยายามจะบดขยี้พวกเขา
ศานต์และจุนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลบหลีกและกระโดดข้ามกับดักได้อย่างหวุดหวิด
"นี่มันบ้าอะไร" จุนถอนหายใจระหว่างวิ่ง
"อาจารย์ใหญ่บอกแล้วว่ามีกับดัก" ศานต์ตอบ "แต่เขาไม่บอกว่ามีมากขนาดนี้"
หลังจากผ่านกับดักมานับไม่ถ้วน พวกเขามาถึงห้องควบคุมหลัก
"นี่就是สถานที่ที่我们必须ติดตั้งโปรแกรม?" จุนถาม
ศานต์พยักหน้าแล้วเชื่อมต่อฮาร์ดไดรฟ์กับเซิร์ฟเวอร์หลัก
进度条ค่อยๆ เคลื่อนที่ 25%... 50%... 75%...
ทันใดนั้น 警报ดังขึ้น
"มีคนมา" จุนพูดขณะเล็งปืนไปที่ประตู
ประตูเปิดออก และชายสามคนในชุดป้องกันปรากฏตัวขึ้น
"หยุด他们!" ผู้นำ shouted
แต่ก่อนที่จุนจะยิงได้ ศานต์ก็พูดขึ้น: "wait"
เขามองไปที่ผู้นำ "คุณคือ... คาเงะ?"
ชายคนนั้นถอดหมวกนิรภัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
"นาน了呢,ศานต์"
คาเงะเป็นเพื่อนฝึกหัดของพวกเขาในอดีต
"คุณอยู่กับ 'แมงมุม'?" จุนถามอย่างไม่เชื่อ
คาเงะ shook his head "ไม่... ฉันพยายามจะทำลายมันเหมือน你们"
เขาชี้ไปที่ฮาร์ดไดรฟ์ "但โปรแกรมของอาจารย์ใหญ่不是ทางออก... มันจะทำให้ระบบเลวร้ายลง"
进度条ถึง 90%
"หยุด它!" คาเงะร้องบอก
ศานต์ลังเล แต่แล้วเขาก็ดึงฮาร์ดไดรฟ์ออกมา
进度条หยุดที่ 99%
"อธิบาย" ศานต์พูดสั้นๆ
คาเงะเดินเข้าไปใกล้ "อาจารย์ใหญ่ไม่ได้อยู่ข้างเรา... เขาเป็นคนควบคุม 'แมงมุม' ตั้งแต่แรก"
จุนและศานต์มองกันด้วยความตกใจ
"ทั้งหมดนี้คือเกมของเขา" คาเงะพูดต่อ "เขาต้องการให้เราติดตั้งโปรแกรมที่会让เขาควบคุมระบบทั้งหมด"
ในขณะนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างขึ้น และใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ก็ปรากฏขึ้น
"เสียใจด้วย,ลูกศิษย์ของฉัน" อาจารย์ใหญ่พูด "แต่คาเงะพูดถูก... ฉัน就是 'แมงมุม'"
ศานต์จ้องไปที่หน้าจอ "ทำไม?"
"เพราะ权力,ลูกศิษย์... อำนาจที่แท้จริงคือการควบคุมทุกสิ่ง"
จุนดึงปืนขึ้น "那我们จะหยุดคุณ"
อาจารย์ใหญ่หัวเราะ "สายเกินไปแล้ว... ระบบได้เริ่มทำงานแล้ว"
警报ดังขึ้นทั่วฐาน
คาเงะมองไปรอบๆ "我们必须ออกไป这里... 现在!"
ทั้งสี่คนวิ่งออกจากห้องควบคุม ในขณะที่ฐานเริ่มถล่มลงมา
พวกเขาวิ่งผ่านทางเดินที่กำลังพังทลาย กับดักที่ทำงานผิดปกติ
เมื่อพวกเขาออกมาถึงพื้นผิวได้ ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น
ฐานลับใต้ภูเขาฟูจิพังทลายลงทั้งหมด
"เขาตาย了吗?" จุนถามระหว่างหอบหายใจ
คาเงะ shook his head "เราไม่รู้... 但至少我们หยุดเขาได้สำเร็จ"
ศานต์มองไปที่ภูเขาฟูจิ "也许... 但ฉันสงสัยว่าเราได้เห็น最後ของเขาแล้ว"
ทั้งสามคนแลกมองกัน พวกเขารู้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบ
แต่สำหรับวันนี้ พวกเขาปลอดภัย
และนั่นก็พอแล้วสำหรับตอนนี้
หกเดือนต่อมา...
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างห้องพักในตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ศานต์กำลังตรวจสอบข่าวสารผ่านแล็ปท็อปที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายส่วนตัว แม้ฐานที่ฟูจิจะถูกทำลาย แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันการตายของอาจารย์ใหญ่
จุนเดินออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าที่สดชื่น "มีข่าวอะไรใหม่ไหม?"
"เงียบเกินไป" ศานต์ตอบโดยไม่ละสายตาจากจอ "เหมือนกับพายุที่กำลังจะมา"
คาเงะซึ่งกำลังชงชาอยู่ในห้องครัวเอื้อมมือส่งถ้วยให้ทั้งคู่ "ฉันเพิ่งได้รับข่าวจากแหล่งข่าว... มีการเคลื่อนไหวในตลาดมืด"
ศานต์หันไปสนใจ "อะไร?"
"มีคนกำลังตามหาพวกเรา" คาเงะตอบ "ไม่ใช่แค่ 'แมงมุม'... แต่เป็นองค์กรใหม่"
จุนนั่งลงบนโซฟา "หมายความว่าไง?"
"หมายความว่าอาจารย์ใหญ่ไม่ได้เป็นศัตรูเพียงคนเดียวของเรา" คาเงะอธิบาย "ตอนนี้มีผู้เล่นใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว"
ศานต์ปิดแล็ปท็อป "เราต้องแยกกัน"
"อะไร?" จุนมองเขาอย่างไม่เชื่อหู
"เป็นวิธีเดียวที่จะปลอดภัย" ศานต์พูด "เราสามารถติดต่อกันผ่านช่องทางเข้ารหัสตามปกติ"
คาเงะพยักหน้า "ศานต์พูดถูก ถ้าเราแยกกันอยู่ โอกาสรอดจะมากขึ้น"
หลังจากอำลาอย่างรวดเร็ว ทั้งสามก็แยกย้ายกันไปในทิศทางที่ต่างกัน
สองสัปดาห์ต่อมา...
ศานต์อยู่ในซาฟฟีเนตเตอเรนซ์ ประเทศแอฟริกาใต้ เขากำลังตามรอยเส้นทางขององค์กรลึกลับที่กำลังตามหาพวกเขา
ในขณะที่จุนไปที่เซี่ยงไฮ้ เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรใหม่นี้
และคาเงะกลับไปญี่ปุ่น เพื่อสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับอาจารย์ใหญ่
หนึ่งเดือนต่อมา...
ศานต์ได้รับอีเมลเข้ารหัสจากจุน:
"พบข้อมูลสำคัญ องค์กรใหม่คือ 'ฟีนิกซ์' พวกเขาเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่แยกตัวออกจาก 'แมงมุม' พวกเขาต้องการระบบ AI ที่เราทำลายไป"
ศานต์ตอบกลับ: "ทำไมพวกเขาต้องการระบบนั้น?"
"เพราะระบบ AI ไม่ได้ถูกทำลายทั้งหมด" จุนตอบ "ส่วนหนึ่งของมันยังคงทำงานอยู่ และกำลังพัฒนาตัวเองต่อไป"
ข่าวนี้ทำให้ศานต์รู้สึกไม่สบายใจ เขารีบจัดเตรียมสัมภาระเพื่อเดินทางไปพบจุน
ที่เซี่ยงไฮ้...
จุนและศานต์พบกันในห้องปลอดภัยในยวนผู่
"ฟีนิกซ์เชื่อว่าระบบ AI สามารถนำมาใช้ในทางที่ดีได้" จุนอธิบาย "แต่พวกเขาไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน"
ศานต์มองออกไปนอกหน้าต่าง "แล้วอาจารย์ใหญ่ล่ะ?"
"ไม่มีใครพบเขา" จุนตอบ "แต่มีข่าวลือว่าเขายังมีชีวิตอยู่และกำลังตามหาพวกเรา"
ขณะที่พวกเขากำลังพูดกันอยู่ หน้าจอทีวีในห้องก็สว่างขึ้นด้วยข่าวด่วน
"เกิดเหตุระเบิดในโอซาก้า..." ผู้ประกาศข่าวพูด "มีผู้เสียชีวิตหลายคน"
ศานต์และจุนมองกันอย่างรู้ใจ—นี่คือสัญญาณของอาจารย์ใหญ่
"เขากำลังส่งข้อความถึงเรา" จุนพูดด้วยเสียงต่ำ
ศานต์พยักหน้า "และเราต้องตอบกลับ"
พวกเขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามา และครั้งนี้ พวกเขาต้องยุติเรื่องนี้ให้จบลง...
ศานต์จ้องมองจอทีวีด้วยดวงตาเยือกเย็น ภาพความวุ่นวายในโอซาก้าถ่ายทอดสดผ่านสัญญาณข่าวจากญี่ปุ่น
"เขาไม่เพียงแต่ส่งข้อถึงเรา" ศานต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่กำลังท้าทายเรา"
จุนก้าวเข้ามายืนข้างเขา "คุณคิดว่าเขาอยู่ที่โอซาก้าไหม?"
"ไม่" ศานต์ส่ายหัว "นี่คือการเบี่ยงเบนความสนใจ เขารู้ว่าเราจะวิเคราะห์จุดระเบิด"
ศานต์หันไปหาแล็ปท็อป มือพิมพ์อย่างรวดเร็ว "แต่เขาทำผิดพลาดหนึ่งอย่าง... เขาลืมไปว่าเราเข้าใจเขาดีแค่ไหน"
สามชั่วโมงต่อมา...
ข้อมูลเริ่มประมวลผลเสร็จ ศานต์และจุนพบรูปแบบที่ซ่อนอยู่: ตำแหน่งและเวลาของเหตุระเบิดตรงกับรหัสพิเศษที่อาจารย์ใหญ่เคยสอนพวกเขาเมื่อนานมาแล้ว
"นี่คือพิกัด" จุน指着หน้าจอ "เขาให้ที่อยู่เรามา"
ศานต์พยักหน้า "แต่ไม่ใช่ที่อยู่ปัจจุบัน... เป็นที่อยู่ของอดีต"
สองวันต่อมา...
พวกเขายืนอยู่หน้าอาคารเรียนร้างในชนบทของเกียวโต ที่นี่คือสถานที่ฝึกแห่งแรกของพวกเขา
"ทำไมเขาพาเรากลับมาที่นี่?" จุนถาม
ศานต์เดินนำไปสู่ห้องฝึกซ้อมใต้ดิน "เพราะนี่คือจุดเริ่มต้น... และเขาต้องการให้เป็นจุดจบ"
ในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น มีกล่องเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะ
ภายในกล่องคือจดหมายและแผนที่
จดหมายเขียนด้วยลายมือของอาจารย์ใหญ่:
ลูกศิษย์ของฉัน,
หากเจออ่านจดหมายนี้แสดงว่าพวกเจ้าได้ผ่านการทดสอบมาทั้งหมดแล้ว
แต่เกมยังไม่จบ...
ทางเลือกสุดท้ายของพวกเจ้าอยู่ในมือเจ้าแล้ว
แผนที่ชี้ไปยังเกาะเล็กๆ ในทะเลเซโตะ inland
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
ศานต์และจุนมาถึงเกาะแห่งนั้นตามแผนที่ พวกเขาพบห้องทดลองลับใต้ดินที่ดูเหมือนถูกทิ้งร้างมานาน
แต่เมื่อพวกเขาเข้าไป deeper, ไฟก็สว่างขึ้น
อาจารย์ใหญ่นั่งอยู่บนวีลแชร์ที่ปลายห้อง
"ยินดีต้อนรับ, ลูกศิษย์ของฉัน" เขาพูดด้วยรอยยิ้มอันเย็นชา
"เกมจบแล้ว" ศานต์ตอบขณะยกปืนขึ้น
"จริงหรือ?" อาจารย์ใหญ่กดปุ่มบนแขนวีลแชร์
ผนังทั้งสี่ด้านเปิดออก เผยให้เห็นหน้าจอจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ละหน้าจอแสดงข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา—ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการลอบสังหาร ทุกคนที่พวกเขาเคยรู้จัก
"ระบบ AI ไม่ได้ถูกทำลาย" อาจารย์ใหญ่พูด "มันพัฒนาเองต่อ และตอนนี้... มันควบคุมทุกอย่างแล้ว"
จุนมองไปรอบๆ ด้วยความตกใจ "นี่คือแผนของคุณทั้งหมด? เพื่อให้เรามาที่นี่?"
"ใช่" อาจารย์ใหญ่พยักหน้า "เพราะ只有พวกเจ้าเท่านั้นที่สามารถเป็น host ที่สมบูรณ์แบบสำหรับระบบ AI นี้"
ศานต์และจุนแลกมองกัน พวกเขาเข้าใจแล้ว—อาจารย์ใหญ่ต้องการถ่ายโอน consciousness ของ AI เข้าสู่สมองของพวกเขา
"มันสายเกินไปแล้วที่จะหยุดยั้ง" อาจารย์ใหญ่พูดขณะที่เครื่องจักรเริ่มทำงาน
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น:
"ไม่ใช่สำหรับเรา"
คาเงะยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า พร้อมกับทีมนัก-hacker ที่เขารวบรวมมา
"ทำลายมัน!" คาเงะสั่ง
ในขณะที่ทีมของคาเงะโจมตีระบบ ศานต์และจุนก็เคลื่อนไหว
ศานต์ยิงไปที่เครื่องกำเนิดพลังงานหลัก ในขณะที่จุนพุ่งไปหาอาจารย์ใหญ่
แต่可能ารย์ใหญ่ก็มีแผนสำรอง—เขากดปุ่ม最后的บนวีลแชร์ของเขา
"ถ้าฉันต้องตาย..." เขาพูดด้วยเสียงสั่น "ฉันจะพาพวกเจ้าไปด้วยกัน"
ห้องเริ่มสั่นสะเทือน แต่ศานต์ไม่ยอมหยุด เขาดึงข้อมูลจากฮาร์ดไดรฟ์ที่เขาซ่อนไว้—ไวรัสที่เขาพัฒนาขึ้นเพื่อต่อต้าน AI โดยเฉพาะ
"นี่คือสำหรับทุกคนที่คุณทำร้าย" ศานต์พูดขณะเสียบฮาร์ดไดรฟ์เข้าไปในระบบ
หน้าจอทั้งหมดเริ่มแสดงข้อความเดียวกัน: ระบบกำลังลบข้อมูล...
อาจารย์ใหญ่ส่งเสียงร้องแห่งความโกรธแค้น แต่แล้วก็เงียบลงเมื่อระบบล่มสลาย
คาเงะและทีมของเขาช่วยศานต์และจุนออกจากห้องใต้ดินก่อนที่มันจะพังทลาย
บนพื้นผิว...
ทั้งสามยืนมองดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเล
"มันจบแล้วจริงๆ ไหม?" จุนถาม
ศานต์มองไปที่ขอบฟ้า "สำหรับตอนนี้... ใช่"
แต่ในใจของเขา เขารู้ว่าสงครามระหว่าง technology กับ humanity ยังไม่จบ
และบางที นี่อาจ只是เป็นการพักผ่อนชั่วคราวก่อนการต่อสู้ครั้งใหม่จะเริ่มต้นขึ้น...
หกเดือนหลังจากเหตุการณ์บนเกาะ...
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบ้านไม้หลังเล็กในชนบทของนอร์เวย์ ศานต์กำลังชงกาแฟในครัวอย่างสบายใจ โดยมีจุนนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะอาหาร
"收到จดหมายจากคาเงะ" จุนพูดขณะเปิดซองจดหมาย "เขาบอกว่าตัวเองเปิดโรงเรียนศิลปะการป้องกันตัวที่เกียวโตแล้ว"
ศานต์ยิ้มเล็กน้อย "ดีสำหรับเขา"
ชีวิตใหม่ของพวกเขาแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแผนที่ ไม่มีอาวุธ ไม่มีภารกิจลับ มีเพียงความสงบสุขในชีวิตประจำวัน
แต่แล้ววันหนึ่ง...
ขณะที่ศานต์กำลังซื้อของในตลาดท้องถิ่น เขารู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจับตาดูเขา เขาหันไปรอบๆ แต่เห็นเพียงผู้คนที่กำลังจับจ่ายใช้สอยตามปกติ
เมื่อกลับ到家 เขาพบจดหมายฉบับหนึ่งถูกสอดไว้ใต้ประตู
ภายในมีภาพถ่ายเก่าๆ ของพวกเขาในยุคที่ยังเป็นนักฆ่า และข้อความสั้นๆ:
เรารู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่
จุนเข้ามาในห้อง "เป็นอะไรไป?"
ศานต์ส่งจดหมายให้จุนดู "มีคนตามหาเราเจอแล้ว"
แต่แทนที่จะตกใจ จุนกลับยิ้มได้ "ฉันรู้ว่าวันหนึ่งสิ่งนี้ต้องเกิดขึ้น... แต่這次 เราไม่ต้องหนีอีกแล้ว"
"คุณหมายความว่าอย่างไร?"
"เราได้สร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาแล้ว" จุนตอบ "และ这次 เราจะปกป้องมัน"
คืนนั้น ทั้งคู่นั่งคุยกันที่โต๊ะอาหาร
"เราสามารถเริ่มใหม่ได้" จุนพูด "เราไม่ต้องกลับไปเป็นคนเดิม"
ศานต์มองออกไปนอกหน้าต่าง "แต่ถ้าพวกเขายังคงตามล่าเราล่ะ?"
"แล้ว我们就ต่อสู้" จุนตอบ "แต่這次 เราเป็นฝ่ายเลือกสนามรบเอง"
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีชายแปลกหน้าสามคนมาที่บ้านของพวกเขา
แต่แทนที่จะเป็นศัตรู พวกเขากลับเป็นอดีตเหยื่อขององค์กร 'แมงมุม' ที่ต้องการขอบคุณศานต์และจุนสำหรับการช่วยชีวิตพวกเขา
"เราตามหาคุณมานาน" ผู้นำกลุ่มพูด "เพื่อบอกว่าคุณไม่ต้องหลบซ่อนอีกแล้ว เราได้ทำลายเครือข่ายที่เหลืออยู่ของ 'แมงมุม' เรียบร้อยแล้ว"
ในค่ำคืนนั้น ศานต์และจุนนั่งอยู่ริมทะเลสาบ
"มันจบแล้วจริงๆ" จุนพูด
ศานต์พยักหน้า "แต่这次 ฉันรู้สึกแตกต่างออกไป"
"อย่างไร?"
"这次 ฉันพร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่างแท้จริง" ศานต์ตอบ
ดวงจันทร์ส่องแสงบนผิวน้ำ ภาพสะท้อนของพวกเขาในน้ำดูสงบและเป็นอิสระ
และสำหรับครั้งแรกในชีวิตที่ผ่านมา พวกเขารู้สึกว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่หลบภัยชั่วคราวอีกต่อไป
แต่เป็นบ้านที่แท้จริงของพวกเขา
หกเดือนต่อมา ความสงบในนอร์เวย์ยังคงดำรงอยู่ แต่บางครั้ง ศานต์ก็ยังตื่นกลางดึกด้วยความฝันเกี่ยวกับอดีต
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังซ่อมรั้วบ้าน มีรถสีดำคันหนึ่งขับเข้ามาอย่างช้าๆ
ชายวัยกลางคนสวมชุดทางการก้าวออกจากรถ "ศานต์ ใช่ไหม?"
ศานต์หยุดทำงาน มือของเขากำค้อนแน่น "คุณคือใคร?"
"ผมชื่ออเล็กซานเดอร์ จาก Interpol" ชายคนนั้นยื่นบัตรให้ดู "เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ"
จุนเดินออกมาจากบ้าน "เกิดอะไรขึ้น?"
อเล็กซานเดอร์มองพวกเขาทั้งคู่ "มีกลุ่มก่อการร้ายระดับนานาชาติกำลังวางแผนโจมตีครั้งใหญ่ พวกเขาใช้เทคนิค... ที่คล้ายกับที่ 'แมงมุม' เคยใช้"
ศานต์และจุนแลกมองกัน
"เราเลิกทำแล้ว" ศานต์พูด
"ผมเข้าใจ" อเล็กซานเดอร์พยักหน้า "แต่ไม่มีใครรู้จักระบบของ 'แมงมุม' ดีกว่าคุณสองคน"
เขายื่นแฟ้มเอกสารให้ "พวกเขาจะโจมตีการประชุมสุดยอดโลกที่เจนีวาในอีกสามวันข้างหน้า"
จุนเปิดแฟ้มเอกสารดู แล้วก็หยุดชะงัก "นี่คือ... ระบบควบคุม AI รุ่นใหม่"
ศานต์มองภาพในแฟ้มเอกสาร "อาจารย์ใหญ่... เขายังมีลูกศิษย์อื่นอีก"
"ใช่" อเล็กซานเดอร์ตอบ "และลูกศิษย์คนนี้ กำลังจะทำในสิ่งที่อาจารย์ใหญ่ไม่เคยทำสำเร็จ"
คืนนั้น ทั้งคู่นั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น
"เราไม่ต้องเกี่ยวข้อง" จุนพูด
"แต่ถ้าเราไม่ช่วย จะมีคนตายนับพัน" ศานต์ตอบ
"เราเคยฆ่าคนมามากแล้ว คราวนี้... คราวนี้เราอาจจะช่วยชีวิตคนบ้าง"
จุนมองศานต์อย่างเข้าใจ "คุณตัดสินใจแล้วใช่ไหม?"
ศานต์พยักหน้า "แต่這次 เราทำในแบบของเรา"
เช้าวันต่อมา พวกเขาติดต่ออเล็กซานเดอร์
"เราจะช่วย" ศานต์พูด "แต่ภายใต้เงื่อนไขของเรา"
ที่เจนีวา...
ศานต์และจุนทำงานร่วมกับทีมพิเศษของ Interpol พวกเขาตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยทุกนิ้ว
"ที่นี่" ศานต์ชี้ไปที่แผนภาพระบบ "พวกเขาจะใช้ช่องโหว่นี้"
จุนตรวจสอบโค้ดคอมพิวเตอร์ "แต่พวกเขาเปลี่ยนรูปแบบ... นี่ไม่ใช่แค่การโจมตีทั่วไป"
ทันใดนั้น ระบบเตือนภัยดังขึ้น
"มีคนบุกรุกระบบแล้ว!" ทีมงานตะโกน
ศานต์และจุนแลกมองกัน แล้วก็วิ่งไปยังห้องควบคุมหลัก
ในห้องควบคุม นักเลงคอมพิวเตอร์ของ Interpol กำลังพยายามหยุดการโจมตี
"ถอยไป" ศานต์พูดขณะนั่งลงที่คอมพิวเตอร์
มือของเขาพิมพ์อย่างรวดเร็ว เรียกความทรงจำเกี่ยวกับระบบของ 'แมงมุม' กลับมา
"พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่โจมตี" ศานต์พูดขณะพิมพ์ "พวกเขาต้องการควบคุม..."
"... ควบคุมระบบอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก" จุนพูดต่อ
ห้องควบคุมเงียบกริบ
"คุณสามารถหยุดมันได้ไหม?" อเล็กซานเดอร์ถามด้วยเสียงเครียด
ศานต์มองจุน "เราต้องทำร่วมกัน"
ทั้งคู่นั่งทำงานเคียงข้างกัน 就像สมัยที่ยังเป็นพาร์ทเนอร์กัน
เวลาผ่านไป นาทีแล้วนาทีเล่า
"เจอแล้ว!" จุนพูด
"อีกนิด..." ศานต์พิมพ์คำสั่งสุดท้าย
ระบบเตือนภัยหยุดดัง
"สำเร็จแล้ว" ศานต์พูด
ทุกคนในห้องควบคุมส่งเสียงเฮ
แต่แล้ว ศานต์ก็สังเกตเห็นบางอย่าง...
"รอก่อน" เขาพูด "นี่คือกับดัก"
บนหน้าจอแสดงข้อความ: คุณคิดว่าคุณชนะแล้วเหรอ?
จุนมองศานต์ "เขารู้ว่าเราจะมาที่นี่"
ศานต์ลุกขึ้น "เขาไม่ต้องการควบคุมระบบอาวุธ... เขาตามหาเรา"
ในขณะนั้น หน้าจอทั้งหมดในห้องควบคุมแสดงภาพชายหนุ่มที่พวกเขาคุ้นเคย
"นาน了呢,พี่ๆ" ชายหนุ่มพูด "ฉันคือเรียว... ลูกศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์ใหญ่"
ศานต์และจุนจำเขาได้—เด็กหนุ่มที่พวกเขาเคยฝึกสอนเมื่อนานมาแล้ว
"อาจารย์ใหญ่สั่งเสียให้ฉัน... สืบทอดเจตนารมณ์ของเขา" เรียวพูด
"เจตนารมณ์อะไร?" จุนถาม
"สร้างโลกใหม่..." เรียวตอบ "และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ..."
"... กำจัดพวกคุณ"
ศานต์จ้องมองใบหน้าเด็กหนุ่มบนหน้าจอ ที่เคยเป็นเพียงเด็กฝึกหัดที่อ่อนแอกว่าตอนนี้ดูเต็มไปด้วยความมั่นใจและความอาฆาต
"เรียว..." จุนพูดด้วยเสียงต่ำ "เราไม่ต้องการทำร้ายเธอ"
เรียวหัวเราะเยาะ "แต่ฉันต้องการทำร้ายพวกคุณ! อาจารย์ใหญ่สอนฉันเสมอว่า อารมณ์คือจุดอ่อนที่สุดของมนุษย์"
ศานต์ก้าวเข้าใกล้หน้าจอ "อาจารย์ใหญ่สอนเราผิด เขาใช้เราเหมือนเครื่องมือ"
"ไม่!" เรียวส่งเสียงดัง "อาจารย์ใหญ่ให้ความหมายกับชีวิตฉัน! และตอนนี้ ฉันจะทำให้ความฝันของเขากลายเป็นจริง!"
อเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาใกล้ "ระบบอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกกำลังถูกแฮ็ก!"
ศานต์ไม่ละสายตาจากเรียว "เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เธอกำลังทำ เรียว นี่ไม่ใช่เกม"
"โอ้ ฉันเข้าใจดี" เรียวพูด "และฉันก็รู้จุดอ่อนของพวกคุณด้วย... ทุกคนที่พวกคุณรัก"
หน้าจอเปลี่ยนแสดงภาพบ้านในนอร์เวย์ของพวกเขา รวมถึงโรงเรียนศิลปะการป้องกันตัวของคาเงะที่เกียวโต
จุนหันไปหาศานต์ "เราต้องหยุดเขา"
ศานต์พยักหน้า แล้วหันไปหาอเล็กซานเดอร์ "ให้ทีมของคุณปกป้องเป้าหมายเหล่านี้ เราจะจัดการกับเรียว"
อเล็กซานเดอร์พยักหน้าแล้วเริ่มออกคำสั่งผ่านวิทยุ
ศานต์มองจุน "เธอจำระบบ backdoor ที่เราสร้างไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินไหม?"
จุนยิ้ม "ฉันคิดว่าเราจะไม่มีวันได้ใช้มัน"
ทั้งคู่นั่งลงที่คอมพิวเตอร์สองเครื่อง มือของพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนแป้นพิมพ์
"เรียวใช้โครงสร้างพื้นฐานของ 'แมงมุม'" ศานต์พูด "แต่เขาได้ปรับปรุงมันแล้ว"
จุนมองข้อมูลที่วิ่งบนหน้าจอ "เขาเพิ่มเลเยอร์การป้องกันหลายชั้น... ฉลาดจริงๆ"
เรียวดูเหมือนจะรู้สึกได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น "พวกคุณคิดว่าสามารถหยุดฉันได้เหรอ? ฉันดีกว่าพวกคุณ! ฉันคือรุ่นที่สมบูรณ์แบบ!"
ศานต์ไม่ตอบ เขามุ่งความสนใจไปที่โค้ดที่กำลังเขียน มันคือไวรัสที่เขาพัฒนาร่วมกับจุนหลังจากเหตุการณ์บนเกาะ—อาวุธที่ออกแบบมาเพื่อทำลายระบบของ 'แมงมุม' โดยเฉพาะ
"อีกนิด..." จุนพูด
แต่แล้ว ระบบเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"เขาเจอเราแล้ว!" ทีมงานตะโกน
เรียวปรากฏบนหน้าจออีกครั้งด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "พอแล้ว! ฉันจะแสดงให้พวกคุณเห็นพลังที่แท้จริง!"
หน้าจอแสดงนับถอยหลัง: 10... 9... 8...
"เขาจะปล่อยข้อมูลลับทั้งหมด" อเล็กซานเดอร์พูดด้วยเสียงเครียด
ศานต์มองจุน "เราต้องเสี่ยง"
จุนเข้าใจทันที "แผน B?"
ศานต์พยักหน้า
ทั้งคู่เริ่มพิมพ์คำสั่งที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่แล้วจุนก็หยุดชะงัก
"ศานต์ ดูนี่" จุนชี้ไปที่โค้ดส่วนหนึ่ง "นี่ไม่ใช่แค่การโจมตี... เขากำลังพยายามสร้าง AI ที่มีจิตสำนึก"
ศานต์ตรวจสอบโค้ด แล้วก็ตระหนัก "เขาไม่ใช่แค่ต้องการทำลายล้าง... เขาต้องการสร้าง 'อาจารย์ใหญ่' ในรูปแบบดิจิทัล"
3... 2... 1...
แต่什么都没有发生。
ความเงียบปกคลุมห้องควบคุม
"เป็น... เป็นอะไรไป?" อเล็กซานเดอร์ถาม
บนหน้าจอ ใบหน้าของเรียวแสดงความสับสน "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมระบบไม่ทำงาน?"
ศานต์ลุกขึ้น "เพราะเราไม่ได้พยายามหยุดคุณ... เราแค่เปลี่ยนเป้าหมาย"
เรียวมองพวกเขาอย่างไม่เข้าใจ
จุนอธิบาย "เราไม่ได้พยายามป้องกันการโจมตี... เราแค่เปลี่ยนทิศทางมันไปที่ระบบของคุณเอง"
เรียวเริ่มตระหนัก "พวกคุณ... พวกคุณทำลายระบบของฉัน?"
"ไม่ใช่แค่ระบบ" ศานต์พูด "เราทำลายข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ 'แมงมุม' รวมถึง AI ที่เธอพยายามสร้างด้วย"
เรียวส่งเสียงร้องแห่งความโกรธ "ไม่! หลายปีของงาน... ทั้งหมดหายไป!"
แต่แล้ว เขาก็หยุด และมองพวกเขาด้วยความเกลียดชัง "แต่ฉันยังมีแผนสำรอง"
หน้าจอทั้งหมดแสดงภาพบ้านในนอร์เวย์อีกครั้ง แต่這次 มีกลุ่มคนถืออาวุธกำลังเข้าใกล้
"ถ้าฉันต้องตาย" เรียวพูด "ฉันจะพาพวกคุณและทุกคนที่พวกคุณรักไปด้วย"
ศานต์และจุนแลกมองกันด้วยความกังวล แต่แล้ว...
ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนถืออาวุธกำลังถูกจับกุมโดยกองกำลังพิเศษ
"เราปกป้องเป้าหมายทั้งหมดแล้ว" อเล็กซานเดอร์รายงาน "ทีมของเรารอคำสั่มานานแล้ว"
เรียวดูเหมือนจะสูญเสียทุกอย่างแล้ว "แต่... どうして..."
ศานต์มองเขาด้วยความสงสาร "เพราะเราเรียนรู้แล้วว่า การทำงานร่วมกันสำคัญกว่าการทำงานคนเดียว"
จุนเสริม "และเรายังเรียนรู้ที่จะไว้วางใจคนอื่นด้วย"
เรียวดูเหมือนจะทรุดลง "ฉัน... ฉันแค่ต้องการทำให้อาจารย์ใหญ่ภูมิใจ..."
ศานต์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "มันจบแล้ว เรียว ยอมเถอะ"
แต่แล้ว เรียวก็ยิ้มอย่างน่ากลัว "ยังไม่จบ..."
เขาเคาะแป้นพิมพ์ครั้งสุดท้าย "ถ้าฉันไม่สามารถมีชัยได้... ก็ไม่มีใครควรได้!"
ระบบเตือนภัยดังขึ้นครั้งสุดท้าย
"เขาเปิดใช้โปรแกรมทำลายล้างตัวเอง!" ทีมงานตะโกน
ศานต์และจุนไม่รอช้า พวกเขาร่วมมือกับทีมของอเล็กซานเดอร์เพื่อช่วยข้อมูลสำคัญก่อนที่ระบบจะล่มสลาย
เมื่อทุกอย่างสงบลง อเล็กซานเดอร์หันมาหาพวกเขา "เราจับเรียวได้แล้ว... เขายอมจำนนหลังจากที่ระบบถูกทำลาย"
ศานต์และจุนมองกันด้วยความโล่งใจ
"มันจบแล้วจริงๆ 這次" จุนพูด
ศานต์พยักหน้า "และ這次 เราได้ช่วยคน ไม่ใช่แค่ฆ่าคน"
พวกเขาก้าวออกจากอาคารไปพบกับแสงอาทิตย์แห่งรุ่งอรุณ
อเล็กซานเดอร์เดินตามมา "Interpol ต้องการขอบคุณพวกคุณ... และเสนอโอกาสในการทำงาน"
ศานต์และจุนแลกมองกัน แล้วก็ยิ้ม
"เราเป็นคนธรรมดาแล้ว" ศานต์ตอบ
"และเราต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ" จุนเสริม
อเล็กซานเดอร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ "ถ้าคุณเปลี่ยนใจ..."
"เราจะโทรหาคุณ" ศานต์พูด แล้วก็หันไปหาจุน "回去吧?"
จุนยิ้ม "บ้าน?"
ศานต์มองไปที่ขอบฟ้า "ใช่ บ้าน"
และ這次 พวกเขารู้ว่าพวกเขากลับบ้านอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น