วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568

 นี่เป็นประโยคที่ได้ยินแล้วถึงกับ “อหหห”

ไม่ใช่อื้อหือนะ

แต่อหหแบบ… นี่พวกมึงพูดจริงปะวะ

เพราะประโยคนี้แปลว่าอะไร

แปลว่า พวกมึงก็รู้นี่ว่า พ่อแม่บางคนไม่มีความรักจะให้ลูก

แล้วมึงยังกล้า “ให้ท้าย” การกระทำแย่ ๆ แบบนี้อีกเหรอ?

ไม่รู้จักความรัก

มึงจะเอาอะไรไปให้ลูกมึงก่อน?

กูไม่แปลกใจเลย

ที่นักเรียนกูวัยทำงานหลายคน

ทำงานหนัก ฉลาด เก่ง ดูดี

แต่ข้างในคือคนที่อยากมีค่า

อยากเอาชนะ

อยากแก้แค้นพ่อแม่ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ล้อมตัวเองด้วยคนที่ห่วยกว่า

เพื่อจะได้ไม่รู้สึกแพ้

อิจฉาลูกที่สวยกว่า ดูดีกว่า

เพราะตัวเองไม่เคยรู้สึกมีค่าพอ

แม้แต่ในสายตาพ่อแม่ตัวเอง

การอ้างว่า

“เขารู้แค่นั้นเอง”

คือ Emotional Bypass ของแท้

เหมือนประโยคยอดฮิต

“ให้อภัยเขาเถอะ เขาก็รู้แค่นั้น”

ใช่ กูรู้ว่าพวกมันรู้แค่นั้น

แต่กูกำลังพูดว่า

แล้วแบบนี้ มึงเหมาะจะเป็นพ่อแม่ตรงไหน?

และคนที่ชอบออกมาห้าม

ไม่ให้พูด ไม่ให้ชี้ ไม่ให้แตะ

ก็เพราะกลัวภาพลวง ๆ จะพัง

ว่าพ่อแม่ไม่ใช่คนศักดิ์สิทธิ์เสมอไป

ความจริงคือ

บางครั้งไม่ใช่พ่อแม่ไม่รู้ว่าตัวเองดีไม่พอ

แต่เป็นพ่อแม่ที่ รู้นะ แต่เลือกไม่ทำ

สังคมไทยเลยมีลูก

เพื่อรอวันเอามาเกาะกินได้อย่างหน้าตาเฉย

แล้วเรียกมันสวย ๆ ว่า “กตัญญู”

ความจริงของพ่อแม่ดีไม่พอ

มันไม่ได้โหดร้าย

แต่สิ่งที่โหดคือ

พวกเขารู้ว่าควรทำอะไร

แต่เลือกไม่ทำ

เพราะหวังความสบายจากลูกในอนาคต

และนั่นแหละ

ทำไมคนดีไม่พอถึงอยู่ในอำนาจได้

ทำไมคนไทยถึงกลัวความขัดแย้ง

แต่เก่งกับคนในบ้าน

นับนิ้วได้เลยว่า พ่อแม่แต่ละบ้านอะดีพอกี่คน !!?



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น