พ่อแม่ที่ปากบอกว่ารัก
แต่ไม่เคยบอกรักลูก
ไม่ใช่คนลึกซึ้ง
เขาเรียกว่า สื่อสารไม่เป็น
และคนที่สื่อสารไม่เป็น
ไม่ใช่เพราะโง่ภาษา
แต่เพราะ ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง
ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอะไร
เลยไม่รู้จะสื่อสารอะไรออกไป
ฉันมีนักเรียนคนหนึ่ง
ตำแหน่ง Manager
เข้ามา Inner Work Session
โตมากับบ้านที่
ไม่เคยชม
ไม่เคยยืนยันคุณค่า
ไม่เคยบอกว่า “เธอดีพอแล้ว”
ผลคืออะไร?
เขาไม่ได้กลายเป็นคนไม่มั่นใจแบบที่สังคมชอบเข้าใจ
ตรงกันข้ามเลย
ภายนอกคือ
สวย
รูปร่างดี
ยอดขายหลักสิบล้าน
พัฒนาตัวเอง
Spiritual
พูดเรื่องสติ ความตื่นรู้ ความรักตัวเองได้เป็นฉาก ๆ
แต่ข้างในคืออะไร?
คือคนที่ วิ่งหาคุณค่าและความรัก
ด้วยวิธีเดียวที่เคยถูกสอนมาโดยไม่รู้ตัว
“การเอาชนะ”
ไม่ใช่เอาชนะในรูปแบบตั้งใจแข่ง
ไม่ใช่ประกาศว่าใครเหนือกว่าใคร
แต่มาในรูปแบบที่แนบเนียนกว่านั้นมาก
เขาล้อมตัวเอง
ด้วยผู้ชายที่ “ห่วยกว่าตัวเอง”
ไม่ใช่เพราะบังเอิญ
แต่เพราะจิตใต้สำนึกกำลังพูดว่า
“กูต้องฉลาดกว่า
กูต้องเหนือกว่า
กูต้องไม่แพ้ผู้ชายแบบพ่อกู”
ใช่
เขาเกลียดพ่อ
โดยไม่เคยรู้ตัวว่ามันยังอยู่
แล้วคุณค่าของตัวเองถูกวัดจากอะไร?
เกรด
ผลงาน
ความสำเร็จ
การช่วยเหลือคนอื่น
การเป็นคนดี
การเป็นคนเก่ง
ไม่ใช่จากการเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีคุณค่าอยู่แล้ว
แล้วนั่นคือการแก้แค้นและเอาชนะพ่อโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมันเป็นภาพสะท้อนของพ่อแม่ด้วยว่า การที่ตัวเองไม่เคยสำคัญ พอมีลูก ปมที่มีก็ถูกรื้อขึ้นมารอวันเอาคืนพ่อแม่ของตัวเอง
พ่อแม่ที่ซาดิสต์ ไม่ได้สะใจแบบหัวเราะเสียงดัง
มันสะใจแบบเงียบ ๆ ลึก ๆ และโคตรเนียน
สะใจตอนที่ลูก ต้องเดาใจ
ไม่ชม ไม่ด่า ไม่ให้สัญญาณอะไรทั้งนั้น
ปล่อยให้ลูกคิดเองว่า
“กูยังไม่ดีพอใช่ไหม?”
สะใจตอนที่ลูก พยายามมากขึ้น
เรียนเก่งขึ้น ทำงานหนักขึ้น ช่วยเหลือมากขึ้น
แล้วพ่อแม่ทำหน้าเฉย ๆ
ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมรับ
เพราะยิ่งลูกพยายาม พ่อแม่ยิ่งรู้สึกว่า
“เห็นไหม กูยังคุมได้”
สะใจตอนที่ลูก เอาคุณค่าตัวเองมาฝากไว้ที่สายตาพ่อแม่
ยอดขายเท่าไหร่ก็ไม่พอ
เก่งแค่ไหนก็ยังต้องถามว่า
“แบบนี้โอเคไหม?”
และสะใจที่สุด
คือตอนที่ลูก โทษตัวเอง แทนที่จะโทษพ่อแม่
“เขาคงรักเราในแบบของเขาแหละ”
“เราอ่อนไหวเกินไปเอง”
“พ่อแม่เหนื่อย เราไม่ควรเรียกร้อง”
พ่อแม่ไม่ต้องพูดอะไรเลย
แค่ปล่อยให้ลูก วิ่งต่อไปเรื่อย ๆ
โดยไม่มีเส้นชัย
ไม่มีคำว่า “พอแล้ว ลูกมีค่าแล้ว”
นี่แหละ
ซาดิสม์แบบผู้ใหญ่
ไม่ต้องใช้กำลัง
ใช้แค่ความเงียบ กับอำนาจทางอารมณ์ เอาคืนพ่อแม่ตัวเองไม่ได้ ก็เลยมาลงกับลูก
และใช่
คนรักกัน ไม่ทำกันแบบนี้ ป่วยจิตก็ไปหาหมอไม่ใช่มาเป็นพ่อแม่คน
**และลูกแบบคุณสามารถออกจากวงจรความรู้สึกแบบวิ่งไล่ตามแบบนี้ได้ใน Inner Work Session ค่ะ ใครสนใจสมัครที่ Link ใน Comment ค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น