ฝน คือน้ำ's post
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
Facebook
กลุ่มแยก
ฝน คือน้ำ
·
Admin
·
npdtoSosrec8ghm106
9
thm46u22h69u1t70lt9h06ghaf
m
2443h869iga3t7
·
พ่อแม่หลายคนชอบพูดว่า
‘เถียงคำไม่ตกฟาก’
ประโยคนี้ฟังดูเหมือนสอนมารยาท
แต่ความจริงคือประโยคสำหรับ หนีความพ่ายแพ้ทางเหตุผล
เพราะทันทีที่ลูกเริ่มอธิบายได้
ตั้งคำถามได้
หรือให้เหตุผลที่ดีกว่า
พ่อแม่บางคนกลับรับไม่ได้
ไม่ใช่เพราะลูกหยาบ
แต่เพราะ อัตตาตัวเองกำลังแพ้
คำว่า เถียงคำไม่ตกฟาก
เลยไม่ได้หมายถึง “ลูกไม่มีสัมมาคารวะ”
แต่มันแปลว่า
กูเถียงแพ้แล้ว
เสือกให้เหตุผลที่ดีกว่าลูกไม่ได้
เลยต้องใช้อำนาจข่ม
เพื่อทำให้ตัวเองดูชนะ
นี่ไม่ใช่การสั่งสอน
แต่มันคือการ กลบความขายขี้หน้าจากความพ่ายแพ้
ถ้าพ่อแม่มีเหตุผลที่ดีกว่า
ไม่มีใครต้องขึ้นเสียง
ไม่มีใครต้องข่ม
ไม่มีใครต้องเอาคำว่า
“กูเป็นพ่อแม่” มาปิดปากลูก
เพราะเหตุผลที่แข็งแรง
มันไม่กลัวการตั้งคำถาม
แต่พ่อแม่บางคน
ไม่คิดจะหาคำอธิบาย
ไม่คิดจะทบทวน
ไม่คิดจะเรียนรู้เพิ่ม
เลือกทางลัดที่สุดคือ
ใช้อำนาจ
แล้วเรียกมันว่า วัฒนธรรม
เรียกมันว่า ความกตัญญู
เรียกมันว่า การอบรม
ทั้งที่จริงๆ คือ
ความขี้เกียจทางปัญญา
และ ความขี้ขลาดทางอารมณ์
ลูกไม่ได้เถียงเพราะอยากชนะ
ลูกเถียงเพราะอยากเข้าใจ
อยากให้สิ่งที่ทำ
สมเหตุสมผลกับชีวิตจริงของตัวเอง
แต่พ่อแม่แบบนี้
ไม่สนใจความเข้าใจ
สนใจแค่ว่าใครอยู่บน ใครอยู่ล่าง
สุดท้ายเลยเหลือทักษะเดียวที่ใช้เป็น
ไม่ต้องคิด
ไม่ต้องอธิบาย
ไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกใคร
ใช้เป็นอยู่อย่างเดียว
คือ บงการบังคับชาวบ้าน
และนี่แหละ
ไม่ใช่การเลี้ยงดู
แต่มันคือการใช้อำนาจกับคนที่อ่อนแอกว่า
แล้วหลอกตัวเองว่า
“กูกำลังสั่งสอน”
ใน Inner Work Session
ทั้งในบริบทภาษาอังกฤษและการใช้ชีวิต
นักเรียนของดิฉันหลายคน
สภาพภายนอกคือ “ไม่มั่นใจในตัวเอง”
แต่รากจริงๆ คือ โดนข่มมาทั้งชีวิต
ล่าสุด นักเรียนที่เป็น Wedding Planner
เราไปเจอปมที่ฝังมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ
ใช่ค่ะ… 3 ขวบ
เด็กคนนั้นโตมาเป็นผู้ใหญ่
ที่วันนี้แม้แต่ภาษาไทย
ก็สื่อสารไม่รู้เรื่อง
ไม่ใช่เพราะไม่ฉลาด
แต่เพราะถูกข่มมานาน
จนเรียนรู้ว่า
“การพูด = ความเสี่ยง”
สุดท้ายเลยเก็บทุกอย่างไว้ในหัว
ไม่ถาม
ไม่เช็ก
ไม่กล้าชี้แจง
ไม่ต้องถามเลยว่า
ภาษาอังกฤษจะสื่อสารรู้เรื่องไหม
เพราะเจ้าตัว กลัวคนเข้าใจผิดอย่างรุนแรง
ผลกระทบก็ชัด
ทำงานผิดบ่อย
จับประเด็นพลาด
เข้าใจไม่ตรงกัน
เพราะไม่กล้าถามตั้งแต่ต้น
จนกระทั่งใน Session
ความกลัวค่อยๆ คลาย
รู้สึกปลอดภัยพอ
ที่จะตั้งคำถาม
และนั่นคือจุดที่ชีวิตเริ่มเปลี่ยน
วัฒนธรรมแบบนี้แหละ
ที่ทำให้เด็ก “ดูโง่”
เพราะมีผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมคิด
คอยแพร่พันธุ์ความกลัวต่อไปไม่รู้จบ
ถ้าคุณอยากออกจาก
Toxic Loop
ที่โตมากับการถูกข่ม
ถูกปิดปาก
และถูกลดคุณค่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น