ลูกคนไข้ เรียนเก่ง ตั้งความหวังได้เกรดสูง
แต่พลาดไป จากนั้นกลายเป็นซึมเศร้า
”นอกจากเราฝึกตั้งความหวังแล้ว
ต้องฝึกตั้งความผิดหวังด้วย“
นี่แหละ…บทเรียนสำคัญของ “สมองมนุษย์ยุคเกรดเฉลี่ย” ที่เราไม่ค่อยมีใครสอนกันในโรงเรียน (สมัยนี้ ยุคทำ port สินะ)
หลายครั้ง พ่อแม่ดีใจที่ลูก “ตั้งความหวังสูง” เพราะมันดูเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตที่ดี แต่สมองของเด็ก—โดยเฉพาะวัยรุ่น—ยังไม่ค่อยเก่งเรื่อง “จัดการอารมณ์” เท่ากับความคาดหวังของตัวเอง เมื่อผลสอบพลาดไปนิดเดียว ผลคือ…ความผิดหวังเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ง่ายมากครับ
และนี่คือเหตุผลที่หมออยากชวนทุกบ้าน ฝึก “ตั้งความหวัง” ควบคู่กับ “ตั้งความผิดหวัง” ไปด้วย
ทำไมต้องฝึก “ตั้งความผิดหวัง” ?
เพราะสมองเราไม่ได้ออกแบบมาให้มีแต่ด้านสว่างอย่างเดียว
มีหวัง ก็ต้องมีพลาด
มีขึ้น ก็มีลง
แต่เราไม่ค่อยสอนเด็กให้เตรียมใจรับด้านหลังของเหรียญ
การฝึกตั้งความผิดหวัง ไม่ใช่การคิดลบ
แต่เป็นการสอนสมองว่า
“ถ้าไม่เป็นดังหวัง…เรายังโอเคนะ”
ตรงนี้แหละครับที่เรียกว่า emotional buffering
หรือ “เบาะรองรับทางอารมณ์” เพื่อไม่ให้สมองเจ็บแรงเกินจำเป็น
แล้วฝึกยังไงดี?
หมอขอเสนอแบบสั้น ๆ ใช้ได้จริง
1) ก่อนตั้งเป้า ให้ตั้งเบาะ
เช่น จะสอบให้ได้ A
แต่ก็คิดเผื่อว่า “ถ้าได้ B แปลว่าเรายังมีจุดพัฒนาอยู่ ไม่ใช่ว่าล้มเหลว” ล้มยังมีที่รอง
2) แยก ‘ตัวตน’ ออกจาก ‘ผลลัพธ์’
พลาดเกรดหนึ่งครั้ง ไม่ได้แปลว่าเด็กคนนั้น “ไม่เก่ง”
มันแปลแค่ว่าวันนั้นสมองอาจเหนื่อย หรือวิชานั้นยังไม่คลิก
3) สอนเด็กให้รู้จักพัก ไม่ใช่แค่ผลัก
สมองที่เหนื่อย จะตีความเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เสมอ
พักนิด อารมณ์จะนุ่มลง เหมือนรีเซ็ตเครื่องครับ
สุดท้าย…อย่าลืมบอกลูกว่า
ความหวังทำให้เราเดินหน้า
ส่วนความผิดหวัง…ทำให้เราเติบโต
และจำไว้เสมอว่า
“ความสามารถวัดกันที่เกรดครั้งเดียวไม่ได้ แต่จิตใจที่ลุกขึ้นใหม่ได้…นี่แหละคือความสำเร็จระยะยาว”
เพราะโลกไม่ได้มีด้านเดียว
- อจ สุรัตน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น